<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบมีมูล5สีกากี ช่วยดารา&#039;เอมี่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กบัว&amp;quot; เผยผลสอบข้อเท็จจริงพบมีมูล 5 ตำรวจช่วย &amp;quot;เอมี่&amp;quot; พ้นข้อหาค้ายาไอซ์ เตรียมตั้งกรรมการสอบวินัย ยันถ้าเข้าข่าย ม.157 ฟันแน่ เตรียมสั่งย้ายพ้นพื้นที่เพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตำรวจ 5 นายเข้าไปมีส่วนช่วยเหลือให้ น.ส.อาเมเรีย หรืเอมี่ จาคอป อดีตมิสทีนไทยแลนด์ ปี 2006 หลุดพ้นคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติด คาดว่าได้ไม่เกินวันพรุ่งนี้ เบื้องต้นได้รับรายงานทางวาจาว่า พบความผิดปกติจากการเบิกความ เห็นควรให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยตำรวจ 5 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า ก็มีโอกาส ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องกังวล จะทำงานอย่างยุติธรรมแน่นอน เพราะเรื่องยาเสพติดเป็นธรรมดาไม่มีใครอยากช่วยเหลืออยู่แล้ว ในเบื้องต้นมีสถานีตำรวจนครบาล 2 แห่งที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีพื้นที่ชัดเจนคือ พื้นที่เกิดเหตุ สน.สายไหม ส่วนทางพนักงานอัยการจะมีการเสนอขอตัวผู้เกี่ยวข้องมาซักถามอย่างไรนั้น ให้ทางพนักงานอัยการเป็นผู้ดำเนินการในส่วนทางอัยการ ตนจะดำเนินการในส่วนของตำรวจ หากพบว่ามีความผิดทางอาญาด้วยก็จะดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนมีมูลความผิดในประเด็นไหนบ้างนั้น น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการให้การและการเบิกความที่แน่ชัด ส่วนจะให้เสนอย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ รวมถึงจะตั้งคณะกรรมการชุดใดมาพิจารณาต่อนั้น ต้องขอตรวจสอบรายละเอียดดังกล่าวก่อน เนื่องจากยังอยู่ระหว่างรอรับผลสรุปมาตรวจสอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รรท.รอง ผบช.น. พร้อมคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง และอธิบดีอัยการคดียาเสพติด ร่วมประชุมสรุปผลการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีได้รับร้องเรียนว่าคดียาเสพติดซึ่งมีนายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ และ น.ส.อาเมเรีย ตกเป็นผู้ต้องหา มีตำรวจหลายฝ่ายร่วมกันทุจริตในการช่วยเหลือให้ น.ส.อาเมเรียหลุดพ้นคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดในชั้นศาล การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ เริ่มเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา มีคณะกรรมการ 11 คน ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ชุดจับกุม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และตำรวจที่ไปจับกุมคดียาเสพติดเพื่อช่วยลดโทษให้ผู้ต้องหาตามมาตรา 100/ 2 พ.ร.บ.คดียาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลการตรวจสอบพบว่า การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของตำรวจ ทำให้มีความบกพร่องหลายประเด็น แม้ยังไม่พบการกระทำผิด แต่มีข้อเท็จจริงที่ปิดบัง จึงเสนอให้ ผบช.น.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย หากพบการกระทำความผิดในชั้นกรรมการวินัยก็สามารถที่จะดำเนินคดีได้ หากผิดไม่ร้ายแรงก็จะลงโทษทางวินัย รวมถึงเสนอให้ย้ายไปช่วยราชการ เพื่อไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน โดยพบว่าตำรวจ 5 นายยศสูงสุดคือร้อยตำรวจเอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เข้าร้องเรียน พล.ต.ท.ชาญเทพ ว่าคดียาเสพติดซึ่งมีนายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ และ น.ส.อาเมเรีย หรือเอมี่ จาคอป ตกเป็นผู้ต้องหา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายฝ่ายร่วมกันทุจริตในการช่วยเหลือให้ น.ส.อาเมเรียหลุดพ้นคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดในชั้นศาล โดยตำรวจที่พัวพันสังกัด สน.สายไหม และ สน.ศาลาแดง ในเบื้องต้นทราบว่าผู้ที่ร่วมกระทำผิด มีพลเรือนไม่ต่ำกว่า 4 คน ตำรวจ 2 คนขึ้นไป โดยแบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เลขาธิการสภาทนายความแห่งประเทศไทย ก็แจ้งว่า ทางสภาทนายความได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการพาดพิงว่าทนายความรายหนึ่งเข้าไปร่วมขบวนการช่วยเหลือผู้ต้องหา ซึ่งหากมีการกระทำผิดตามมรรยาททนายความจริง ก็จะลบชื่อออกจากสารบบการเป็นทนายความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เป็นผู้ว่าความแก้ต่างคดีให้แก่ น.ส.อามาเรีย จาคอป จำเลยคดีมียาเสพติดประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และเพื่อเสพ ต่อมาศาลจังหวัดมีนบุรีพิพากษาจำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท ในข้อหาเสพยาเสพติด โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และให้ยกฟ้องความผิดฐานจำหน่ายยาไอซ์ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21041</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, ษิทรา เบี้ยบังเกิด, สรัลชา ศรีชลวัฒนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อามาเรีย จาคอป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd86476360e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
