<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ทยอยกลับภูมิลำเนา เหนือ-อีสานจราจรติดขัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปชช.เริ่มทยอยกลับบ้านวันหยุดยาวสงกรานต์ &amp;quot;หมอชิต-หัวลำโพง&amp;quot; ผู้โดยสารแออัดตลอดวัน &amp;quot;บขส.&amp;quot; คาดช่วง 11-12 เม.ย.เดินทางออกจากกรุงกว่า 2 แสนคน &amp;quot;การรถไฟฯ&amp;quot; จัด 15 ขบวนรถพ่วงตู้โดยสารเพิ่ม &amp;quot;ทางหลวงโคราช&amp;quot; เปิดช่องจราจรพิเศษ ถนนสายมิตรภาพรถหนาแน่นติดขัดบางจุด &amp;nbsp;สายเอเชียสี่แยกเดชาติวงศ์รถมาก แนะใช้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ &amp;quot;กาญจนบุรี&amp;quot; สังเวยอุบัติเหตุแล้ว 1 ศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งวันที่ 11 เม.ย. ประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางออกต่างจังหวัด ทั้งกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ทำให้สถานีขนส่งทุกแห่งและสถานีรถไฟ มีผู้โดยสารต่อคิวซื้อตั๋วรอขึ้นรถกันอย่างหนาแน่น รวมทั้งถนนมิตรภาพ เส้นทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และถนนสายเอเชียที่ใช้เดินทางขึ้นภาคเหนือ การจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาวในหลายช่วง รวมทั้งเกิดอุบัติเหตุทางถนนกันบ้างแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หรือหมอชิต ตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนต่างเดินทางมารอขึ้นรถตามเวลาที่ได้สำรองตั๋วโดยสารไว้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภายในอาคารผู้โดยสารเริ่มหนาแน่น แต่การจำหน่ายตั๋วโดยสารในช่วงสงกรานต์ยังไม่พบการร้องเรียนเรื่องการจำหน่ายตั๋วเกินราคา ทั้งในส่วนของรถ บขส., รถร่วม และรถตู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การจราจรบนถนนกำแพงเพชรทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกรถยังสามารถเคลื่อนตัวได้ โดย บขส.ได้ประสานกับทางตำรวจจราจร สน.บางซื่อ เข้าประจำจุดบริเวณประตูทางเข้าและทางออก เพื่อดูแลจัดการจราจรของรถที่จะเข้าสู่สถานีขนส่งหมอชิตให้เกิดความคล่องตัว ขณะที่รถโดยสารบางเส้นทางได้จัดให้ประชาชนไปขึ้นรถที่กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นการลดความแออัดภายในบริเวณสถานีได้อีกทางหนึ่ง พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชนเผื่อเวลาในการเดินทางมายังสถานีอย่างน้อย 1-2 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ภาพรวมการเดินทางของประชาชนเส้นทางสายยาวภาคเหนือและภาคอีสาน ช่วงตั้งแต่เวลา 16.00 น. มีประชาชนเดินทางมารอขึ้นรถเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างหนาแน่น โดย บขส.จะเร่งระบายผู้โดยสารให้ออกจากสถานีได้ภายในเวลา 22.00 น.ของวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. คาดว่าในวันที่ 11-12 เม.ย.2562 จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาสูงสุดกว่า 180,000-200,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ประชาชนก็ทยอยเดินทางกลับต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดสงกรานต์เช่นเดียวกัน โดยมีประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติต่อแถวรอซื้อตั๋วเดินทางเป็นจำนวนมาก ซึ่งการรถไฟฯ ได้เพิ่มขบวนรถพิเศษอีก 15 ขบวน และพ่วงตู้โดยสารเพิ่มในขบวนรถปกติจนเต็มหน่วยลากจูงทั้ง 242 ขบวน รองรับการเดินทางได้ถึงวันละ 100,000-120,000 คน ในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย.62 และวันที่ 15-17 เม.ย.62
&amp;#39;เหนือ-อีสาน&amp;#39;รถแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพการจราจรบริเวณถนนมิตรภาพ ฝั่งขาขึ้นมาจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีรถหนาแน่นมากและเคลื่อนตัวได้ช้า ตั้งแต่บริเวณสะพานต่างระดับ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง ถึงบริเวณหน้าเรือนจำคลองไผ่ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว รวมระยะทางยาวกว่า 30 กิโลเมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงนครราชสีมาต้องเปิดช่องทางจราจรพิเศษ ให้รถยนต์สามารถวิ่งสวนทางกันได้ 1 เลน ตั้งแต่ กม.79 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ถึง กม.90 ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว รวมระยะทางยาวกว่า 11 กิโลเมตร เพื่อเร่งระบายรถให้สามารถเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีอีก 1 จุด ที่มีรถสะสมหนาแน่นคือบริเวณถนนบายพาส อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งมีรถสะสมมากตั้งแต่บริเวณสะพานต่างระดับ สามแยกปักธงชัย ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา ถึงบริเวณสะพานต่างระดับ ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา รวมระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้รถยนต์เคลื่อนตัวได้ช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดถนนมิตรภาพในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น ในช่วงเช้าที่ผ่านมา พบมีปริมาณรถที่สัญจรผ่านจังหวัดขอนแก่นปริมาณมาก แต่รถสามารถเคลื่อนตัวได้ดี หลังจากที่การก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟทางคู่ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่นและอำเภอบ้านไผ่แล้วเสร็จ ทำให้รถเคลื่อนตัวได้ดี แต่จะไปชะลอตัวตามจุดสี่แยกสัญญาณไฟจราจร ซึ่งในจุดสี่แยกไฟแดง ทางตำรวจจราจร สภ.เมืองขอนแก่นได้มีตำรวจประจำจุดคอยอำนวยความสะดวกทุกสี่แยก เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณด้านหน้า สภ.บ้านแฮด ริม ถ.มิตรภาพ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น นายทวิช พิมพะ นายอำเภอบ้านแฮด พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผกก.สภ.บ้านแฮด ร่วมเปิดจุดบริการประชาชนและจุดพักรถสำหรับการให้บริการแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนที่เริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์กันอย่างต่อเนื่องแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่จากหมวดการทางศิลา จ.ขอนแก่น ได้เร่งทำการติดตั้งสัญญาณและป้ายบอกทาง รวมทั้งแท่งแบริเออร์เพื่อปิดจุดกลับรถ ตลอดแนว ถ.มิตรภาพ และ ถ.มะลิวัลย์ ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 7 ขอนแก่น ได้กำหนดปิดจุดกลับรถทั้งหมดรวม 11 จุด เพื่อแก้ปัญหาสภาพการจราจรที่ติดขัดและควบคุมการเกิดอุบัติเหตุตลอดทั้งช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประกอบด้วย หน้าจุดกลับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น, จุดกลับรถเยื้องหน้าดูโฮม, จุดกลับรถทางโค้งสะพานห้วยยาง อ.น้ำพอง, จุดกลับรถหน้าทางเข้าตลาดสด อ.น้ำพอง, หน้าจุดบริการทางหลวงหมวดทางหลวงน้ำพอง, จุดกลับรถบ้านกู่ทอง, จุดกลับรถหน้า อบต.กู่ทอง, จุดกลับรถหน้าทางเข้าบ้านเข็ง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม, จุดกลับรถเยื้องอีซูซุเชียงยืน, จุดกลับรถบ้านหนองคู และจุดกลับรถ หน้าเทศบาล ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น โดยกำหนดการปิดจุดกลับรถดังกล่าวในช่วงระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นถนนสายเอเชีย ที่มุ่งหน้าเข้าสู่เขต อ.เมืองนครสวรรค์ ต่างคลาคล่ำไปด้วยยานพาหนะ หลังจากประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่งผลให้การจราจรเริ่มหนาแน่นตามแยกสัญญาณไฟจราจร โดยเฉพาะตั้งแต่บริเวณสี่แยกค่ายจิรประวัติ ไปจนถึงสี่แยกเดชาติวงศ์ พบมีรถใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นจำนวนมาก แต่ยังคงสามารถทำความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรยังคงใช้สัญญาณไฟแดงด้วยมือตามแยกต่างๆ ในการระบายรถ โดยยังไม่พบว่ามีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด
กาญจนบุรีสังเวย 1 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบบนถนนสายเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ หมายเลข 122 ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าไปยัง จ.กำแพงเพชร และทางหลวงหมายเลข 117 เข้าสู่ จ.พิษณุโลก พบมีปริมาณรถหนาแน่นด้วยเช่นกัน แต่รถทุกคันยังสามารถทำความเร็วได้ จึงยังไม่พบปัญหารถติดขัดบนเส้นทางนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ดำรง เพ็ชรพงศ์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ฝากประชาสัมพันธ์ หากผู้ที่กำลังเดินทางต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่แออัดในเมืองนครสวรรค์ โปรดเลี่ยงไปใช้ถนนเส้นทางสายเลี่ยงเมืองหมายเลข 122 จะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการดูแลประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ทุกอย่างเหมือนเดิมเช่นทุกปีตามที่โฆษกกองทัพบกแถลง คือ การตั้งจุดตรวจ จุดอำนวยความสะดวก ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา สำหรับการเตรียมแผนเผชิญเหตุกรณีเหตุไม่คาดฝัน หลังเกิดเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เราเตรียมพร้อมในทุกๆ เรื่อง รวมถึงหน่วยเคลื่อนที่เร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทางผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ รวมถึงผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง เข้าไปกำกับดูแลควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชา อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและป้องกันเหตุอาชญากรรมช่วงสงกรานต์ เพื่อบรรเทาการเกิดอุบัติเหตุอย่างสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากหน่วยงานไม่ว่าจะในระดับกองบัญชาการ &amp;nbsp;กองบังคับการใด ที่มีผลการปฏิบัติในด้านการลดอุบัติเหตุ รวมถึงมีมาตรการในการลดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี จะพิจารณาให้รางวัลอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ กรณีขับรถขณะเมาสุรา ซึ่งจะประเมินผลการดำเนินการเปรียบเทียบกับสงกรานต์ที่ผ่านมา&amp;quot; โฆษก สตช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนการเกิดอุบัติเหตุ เวลา 03.00 น. วันที่ 11 ม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ พ.ต.ต.วรพงษ์ ชาวแพะ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดบริการประชาชนตำบลหนองเสือ อ.วังศาลา เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนท้ายรถเทรลเลอร์ 18 ล้อ บรรทุกน้ำมันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณเยื้องๆ กลาง 4 แยกไฟแดงบนถนนสายท่าม่วง-กาญจนบุรี ฝั่งขาเข้าตัวเมืองอำเภอท่าม่วง หมู่ 9 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุพบรถเทรลเลอร์ 18 ล้อบรรทุกน้ำมันยี่ห้ออีซูซุสีขาว หมายเลขทะเบียน 60-2894 กรุงเทพมหานคร จอดเปิดไฟขอทางอยู่ในช่วงทางเลี้ยวยูเทิร์นตรงกลาง 4 แยก แต่ตัวเทรลเลอร์ด้านท้ายขวายังอยู่ในช่วงทางเลนขวา สภาพล้อหลังด้านขวา 2 ล้อถูกรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน 4 กจ 6819 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพด้านหน้ารถพุ่งชนอัดก๊อบปี้จนด้านหน้าพังยับ เศษชิ้นส่วนของรถยนต์เก๋งกระจายเกลื่อนพื้นถนน ตรวจสอบภายในรถตรงที่นั่งคนขับพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย 1 ราย สภาพศพถูกอัดก๊อบปี้ติดคาพวงมาลัย เจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมานอกรถเพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33470</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.ดำรง เพ็ชรพงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190411/image_big_5caf510212d10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
