<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.งงสวนสัตว์ ยังไม่แจ้งเก้งหาย นายกฯจี้ทส.สอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เสียใจเหตุยิง ผอ.สวนสัตว์ กำชับ ทส.สอบสวนให้กระจ่าง รวมทั้งกรณีเก้งเผือกหาย เชื่อการลอบค้าสัตว์ป่ายังมีอยู่ ตำรวจข้องใจจนป่านนี้ยังไม่มีการแจ้งความเก้ง 2 ตัวหาย ด้านกองปราบฯ ส่งทีมร่วมสาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายสุริยา แสงพงค์ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถูกนายสัตวแพทย์ภูวดล สุวรรณะ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ วิจัยและสุขภาพสัตว์ สวนสัตว์สงขลา ยิงเสียชีวิตขณะลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุลูกเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานหายไปจากสวนสัตว์สงขลาในช่วงเดือน ก.พ.63 ว่า เรื่องการลักลอบค้าสัตว์ป่าตนคิดว่าน่าจะยังคงมีอยู่ จึงได้สั่งการให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ติดตามเรื่องดังกล่าวเป็นพิเศษ รวมทั้งให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นเรื่องน่าเสียใจที่เราต้องสูญเสียบุคลากรไปทั้ง 2 คน อาจจะด้วยอารมณ์ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย ผมได้เน้นย้ำว่าเรื่องสัตว์ป่าที่หายหรือตายไป จะต้องหาคำตอบให้ได้ อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 คนนั้น ผมก็เสียใจ คนหนึ่งลงไปตรวจสอบ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ส่วนผู้เสียชีวิตคนที่ 2 เป็นสัตวแพทย์ซึ่งเขาอาจจะไม่เข้าใจว่าเขาถูกย้าย ซึ่งผมได้สอบถามว่าเป็นการย้ายออกไปเลยหรือเปล่า ก็ได้รับการชี้แจงว่าไม่ใช่การย้ายออกไปเลย แต่เป็นการย้ายเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงแค่นั้นเอง ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวทั้ง 2 คน&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนได้กำชับว่าจะต้องรับผิดชอบกันทั้งหมด ว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะต้องไม่ซ้ำรอยเกิดขึ้นมาอีก ขณะเดียวกันก็ได้เน้นย้ำว่าจะต้องรักษาทรัพยากรโดยเฉพาะเก้งพันธุ์สีขาวเอาไว้ให้ได้ เพราะขณะนี้เหลืออยู่เพียงตัวเดียว จากนี้ไปก็คงเป็นบทเรียนให้กับทุกองค์กรให้เอาใจใส่ดูแลสิ่งต่างๆ ให้มากขึ้น เพราะมีการสูญเสียเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะชีวิตและทรัพย์สินที่เราต้องดูแลเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ได้ลงพื้นที่เมื่อวันอาทิตย์ ติดตามคดีลูกเก้งเผือหาย ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า เก้งตัวแรกหายจริง แต่จะถูกสัตว์อื่นทำร้ายหรือตายด้วยสาเหตุใดนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบแม้ว่าจะพบซากแล้วก็ตาม ส่วนอีกตัวมีภาพหลักฐานชัดเจนว่าถูกงูเหลือมกิน และผลการสอบสวนจะสรุปได้ในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ ส่วนสาเหตุการณ์ยิงกันตายมาจากความไม่เข้าใจกันกรณีที่ถูกสั่งย้าย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ แม้ว่าผลการสอบสวนยังไม่ออกมาและยังไม่มีการเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ขณะนี้ทางชุดสืบสวนของตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้ตั้งทีมงานขึ้นมาเพื่อคลี่คลายปมเก้งทั้งสองตัวหายแล้ว โดยกรอบการสอบสวนมีการตั้งข้อสังเกตไว้หลายประเด็น 1.ทำไมไม่แจ้งตำรวจตั้งแต่ตอนที่ทราบว่าลูกเก้งหายไป จนมาพบซากโครงกระดูกก็ยังไม่แจ้ง 2.จะสอบถามไปยังผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลื้อยคลาน ว่าเวลากินตัวอะไรเข้าไปแล้วจะคายซากเลยหรือไม่ หรือต้องใช้เวลาในการย่อยสลายนานเพียงใด 3.สืบสวนว่า เมื่อทราบว่าเก้งหายไปแล้ว พื้นที่ตรงนั้นมีร่องรอยสัตว์ต่อสู้หรือดิ้นรนเอาชีวิตรอดลักษณะจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า ทางตำรวจกองปราบปรามได้ตั้งทีมสอบสวนเรื่องนี้เช่นกัน โดยสอบในประเด็นเรื่องการโยกย้ายเจ้าหน้าที่สวนสัตว์สงขลาทั้ง 4 นาย โดยเฉพาะนายสัตวแพทย์ภูวดลผู้ก่อเหตุ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลเบื้องต้นว่า นสพ.ภูวดลโกรธนายสุริยาที่มีคำสั่งย้ายตนออกจากพื้นที่ โดย นสพ.ภูวดลเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเองและตั้งใจทำงานมาโดยตลอด ยังเคยตัดพ้อทำนองว่าทำไมไม่สอบสวนและสั่งย้ายคนอื่นที่มีความรับผิดชอบโดยตรง ตนเป็นแค่หมอที่คอยดูแลสัตว์ยามเจ็บป่วยและสุขภาพทั่วไปของสัตว์เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.เมืองสงขลา พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภ.9 ได้เรียกประชุมตำรวจทั้งฝ่ายสืบสวนและสอบสวนของ สภ.เมืองสงขลา เพื่อสรุปความคืบหน้าของคดี จากนั้นเปิดเผยว่า ในส่วนของการสอบสวนคดีนี้ได้ตั้งประเด็นไว้ 2 ประเด็นหลักๆ คือ สาเหตุของการยิงกันมีความโกรธเคืองกันหรือไม่อย่างไร อีกประเด็นคือสาเหตุมาจากการหายไปของเก้งเผือกทั้ง 2 ตัวหรือไม่ เพราะทางสวนสัตว์ยังไม่ได้เข้าแจ้งความเรื่องเก้งเผือกหายแต่อย่างใด เพียงแต่มีการตั้งกรรมการสอบสวนกันภายในเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะต้องสอบสวนคู่กันไปทั้งสองเรื่อง เพราะเป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องที่นำมาสู่การฆ่ากันตาย พนักงานสอบสวนจะสอบควบคู่กันไป ว่าเก้งหายจริงหรือไม่ หรือมีการดำเนินการอะไรที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในทุกเรื่องที่ทำให้เป็นสาเหตุของการฆ่ากันตาย&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน ที่วัดห้วยกรุ ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา ได้รับศพนายสุริยาจากสนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ถึงวัดห้วยกรุ ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติมิตร รวมถึงพนักงานสวนสัตว์เปิดเขาเขียว และชาวบ้านในพื้นที่ โดยมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในเวลา 16.00 น. และสวดพระอภิธรรม เวลา 18.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79577</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7b124450699.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอง ผบช.ภ.9 ประชุมติดตามคดียิงกันในสวนสัตว์สงขลา ยังไม่สรุป &#039;เก้งเผือก&#039; หาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.63 - ที่ สภ.เมืองสงขลา พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 ได้เรียกประชุมตำรวจทั้งฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ สภ.เมืองสงขลา เพื่อสรุปความคืบหน้าของคดียิงกันเสียชีวิตภายในที่ทำการสวนสัตว์สงขลา&amp;nbsp;พร้อมกับเปิดเผยว่า ในส่วนของการสอบสวนคดีนี้ได้ตั้งประเด็นการสอบสวนไว้ 2 ประเด็นหลักๆคือ สาเหตุของการยิงกันมีความโกรธเคืองกันหรือไม่อย่างไร&amp;nbsp;อีกประเด็นคือสาเหตุมาจากการหายไปของเก้งเผือกทั้งสองตัวหรือไม่&amp;nbsp;เพราะเรื่องนี้ทางสวนสัตว์ยังไม่ได้เข้าแจ้งความเรื่องที่เก้งเผือกหายแต่อย่างใด เพียงแต่มีการตั้งกรรมการสอบสวนกันภายในเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางการสอบสวนจะต้องการสอบสวนคู่กันไปทั้งสองเรื่องเพราะเป็นประเด็นเกี่ยวเนื่องที่นำมาสู่การฆ่ากันตายพนักงานสอบสวนจะสอบควบคู่กันไป ว่าเก้งหายจริงหรือไม่ หรือมีการดำเนินการอะไรที่ทำผิดกฏหมายต่างๆหรือไม่ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในทุกเรื่องที่ทำให้เป็นสาเหตุของการฆ่ากันตายจะสอบสวนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ดำรัส กล่าวว่า ในส่วนของการหายไปของเก้งเผือกทั้งสองตัวนั้นขณะนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าหายไปจริงไหมต้องรอจนกว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานจนถึงที่สุด และต้องหาพยานหลักฐานจากทางสวนสัตว์สงขลามาประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79535</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล, รอง ผบช.ภ.9, สวนสัตว์สงขลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7abcf690ea3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3มือปืนมอบตัวยิงถล่ม3ศพกลางเมืองพัทลุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3 มือปืนยิงถล่มฆ่าอริกลางเมืองพัทลุง 3 ศพ เข้ามอบตัวพร้อมปืนกลมือ เผยเหตุอยู่ในเส้นทางโจรค้าสิ่งผิดกฎหมายแล้วผิดใจกันเพราะล้ำเส้น ก่อนไปพบกันที่ร้านเหล้าแล้วลวงไปฆ่าหน้าร้านข้าวต้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงสายวันที่ 2 สิงหาคมนี้ ที่ บก.ภ.จว.พัทลุง กลุ่มผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย นายวีระยุทธ หอยทรัพย์ อายุ 38 ปี, นายภูวเนศวร์ หนูมาก อายุ 44 ปี และนายศรชัย ทับครุฑ อายุ 40 ปี พร้อมญาติๆ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง, พ.ต.อ.ยศวรรธน์ กระจ่างวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.พัทลุง และ ร.ต.อ.ประเสริฐ ด้วงเอียด รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทลุง เจ้าของคดี พร้อมด้วยปืนกลมือ Banshee CMMG และรถยนต์กระบะโตโยต้าแค็บ รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ สีดำ ทะเบียน บต 1815 พัทลุง ที่ใช้ในการก่อเหตุยิงคนตาย 3 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่หน้าธนาคาร ธ.ก.ส.สาขาท่ามิหรำ ในเขตเทศบาบลเมืองพัทลุง นายรัตนพงศ์ จันทร์ปน อายุ 38 ปี ขับรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน 3 กล 6280 กรุงเทพมหานคร พร้อมเพื่อนอีก 3 คน มาพบกับกลุ่มคนร้าย แล้วถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. และอาวุธปืนลูซี ยิงถล่มนายรัตนพงศ์ จันทร์ปน, นายอรรถกร นุ่นปาน อายุ 25 ปี และนายพาสกร ดำสนิท อายุ 21 ปี เสียชีวิตคนรถ ส่วนนายชลทิตย์ แซ่หลี อายุ 30 ปี ที่นั่งมาด้วยด้านหน้า ได้เปิดประตูรถเก๋งวิ่งหลบหนีไปได้ คดีนี้ตำรวจสืบสวนสอบสวนจนทราบตัวคนร้าย และขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพัทลุงในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตายหรือเหตุแห่งการตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการรับมอบตัวผู้ต้องหา มี พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.โชติ ชัยชมพู ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร., พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบช.ภ.9 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.วิสนุกล่าวว่า จากการหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งกล้องวงจรปิด พยานหลักฐาน ทางตำรวจสามารถออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาได้ 3 คน ในส่วนของพยานหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์นั้น ทั้งหมดอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ขณะนี้ผลการตรวจสอบยังไม่ออกมา คาดว่าจะออกมาในเร็วๆ นี้ ส่วนปลอกกระสุน จำนวน 54 ปลอก จากการพิสูจน์ในเบื้องต้นพบว่าใช้ยิงด้วยอาวุธปืน 3 กระบอก ซึ่งตรงกับภาพในกล้องวงจรปิดทุกประการ ส่วนประเด็นสังหารนั้นมาจากความโกรธแค้นเรื่องส่วนตัว สำหรับคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายนั้น แต่ละคนก็มีประวัติยาวเหยียด ทางพนักงานสอบสวนจะเร่งสอบสวนเพิ่มเติม หากพบว่ามีใครที่เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้ หรือผู้มีอิทธิพลที่หนุนหลังก็ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ขอฝากไปยังนายชลทิตย์ แซ่หลี เหยื่อกระสุนที่วิ่งหลบหนีไปได้ ให้รีบเข้ามาพบตำรวจ โดยทางตำรวจจะกันตัวไว้เป็นพยาน และจะส่งเข้าโครงการคุ้มครองพยานต่อไป สำหรับอาวุธปืนที่นำมาก่อเหตุที่ยังเหลืออยู่อีก 2 กระบอก จะได้เร่งสืบสวนสอบสวนนำมาประกอบคดีกันต่อไป ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้ให้การภาคเสธ และจะส่งตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทลุงในวันที่ 3 ส.ค. โดยตำรวจจะคัดค้านการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตและกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นคนรู้จักกันดี ต่อมามีเรื่องบาดหมางกันในพื้นที่ของนายวีระยุทธ หอยทรัพย์ เกี่ยวกับการค้าสิ่งผิดกฎหมาย หลังจากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายก็ผิดใจกันมากขึ้น โดยทางกลุ่มของนายรัตนพงศ์ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตเป็นคนแรกได้ติดตามข่มขู่มิให้นายวีระยุทธเข้ามาก้าวก่าย และยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจการค้าสิ่งผิดกฎหมายของพวกตน ต่อมากลุ่มนายรัตนพงศ์และนายวีระยุทธไปเที่ยวผับแห่งหนึ่ง และนั่งอยู่โต๊ะใกล้กัน ทำให้นายรัตนพงศ์เดินเข้ามาใช้อาวุธปืนจ่อเอวนายวีระยุทธ พร้อมข่มขู่ว่าอย่าเข้ามายุ่งเกี่ยว จากนั้นนายวีระยุทธจึงพาพวกขับรถกระบะนัดปรับความเข้าใจกับนายรัตนพงศ์พร้อมพวกที่บริเวณร้านข้าวต้มโต้รุ่ง หน้าธนาคาร ธ.ก.ส.สาขาท่ามิหรำ เมื่อนายรัตนพงศ์ลงมาจากรถเก๋งก็ถูกนายวีระยุทธใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงเสียชีวิตคาที่ดังกล่าว ก่อนที่พวกนายวีระยุทธจะยิงถล่มนายรัตนพงศ์ นายอรรถกร และนายพาสกร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73219</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี, พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล, พล.ต.ต.โชติ ชัยชมพู, พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f26b43492621.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้กลุ่มเจะอารง ปล้นทองนาทวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกแจงเหตุปล้นร้านทองนาทวี 10 นาที ตำรวจยังไปไม่ถึง อ้างคนร้ายเตรียมการมาดี ดูแล้วปลอดโปร่งจึงลงมือ ระบุป็นกลุ่ม &amp;quot;เจะอารง&amp;quot; ก่อความไม่สงบใน 4 อำเภอชายแดนสงขลา คาดขนทรัพย์สิน 85 ล้านเข้ามาเลย์แล้ว นายกฯ ขอให้ใจเย็นๆ สั่งสอบเบื้องลึกเอาเงินไปใช้ป่วนใต้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมนี้ คดีคนร้ายบุกปล้นร้านทองใน อ.นาทวี จ.สงขลา ว่า คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุน่าจะมีประมาณ 15-20 คน ทำกันเป็นขบวนการ แบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน ส่วนแผนประทุษกรรมคล้ายกับเหตุปล้นเต็นท์รถมือสองที่ อ.นาทวี เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยจับเจ้าของรถไว้แล้วนำรถไปก่อเหตุ หลังก่อเหตุพยายามปล้นรถจักรยานยนต์เพื่อหลบหนีอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้มีผู้ต้องหาที่มีหมายจับค้างเก่าร่วมด้วยหลายคน ส่วนที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์พื้นที่ภาคใต้ เพราะ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เป็นพื้นที่พิเศษ มีความสุ่มเสี่ยงที่ผู้เคยก่อความไม่สงบเข้ามาก่อเหตุ ส่วนมูลเหตุต้องการประสงค์ต่อทรัพย์หรือเรื่องของความมั่นคง โดยทรัพย์สินจะนำไปใช้ในการก่อเหตุต่อไปหรือไม่ ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ แต่ขณะนี้คาดว่าคงยังไม่มีการจำหน่ายถ่ายเทออกไป เพราะทรัพย์สินมีมูลค่ามหาศาลพอสมควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุถึง 10 นาที แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า จากที่ดูการก่อเหตุไม่ใช่เฉพาะคดีนี้ คนร้ายมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เมื่อเห็นว่ามีทางหนีรอดได้ก็ลงมือ เป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ต้องมีการปรับแผนออกตรวจให้มีความถี่มากขึ้น เพิ่มจำนวนสายตรวจมากขึ้น คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำมาเป็นบทเรียน ปฏิบัติงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคง รวมทั้งภาคประชาชน เจ้าหน้าที่ต้องปรับยุทธวิธี ส่วนคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนน่าจะมีข้อมูลอยู่แล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ในพื้นที่ พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ไปติดตามความคืบหน้าการคลี่คลายคดี โดยไปตรวจจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าร้านทองสุธาดา ก่อนจะไปยัง สภ.นาทวี ประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภาค 9, พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี ผบก.ภ.จว.สงขลา, พ.ต.อ.เอกรัฐ สวนเสน ผกก.สภ.นาทวี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.ต.ท.วิสนุเปิดเผยว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งการตรวจกล้องวงจรปิด และรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับคนร้าย ซึ่งผลการสืบสวนเป็นที่น่าพอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เก็บรายละเอียดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชื่อมโยงกับเหตุปล้นร้านทองแห่งนี้เมื่อปี 48 แต่ยังบอกไม่ได้ว่าคนร้ายได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่ ส่วนที่ให้น้ำหนักไปที่กลุ่มก่อความไม่สงบ เพราะเหตุปล้นในครั้งนี้แผนประทุษกรรมเหมือนกัน ซึ่งครั้งนั้นก็เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบ ขณะนี้พอทราบแล้วว่ากลุ่มไหน รอเพียงหลักฐานที่ลงลึกในรายละเอียดให้มากกว่านี้ ก็จะชี้ชัดว่าคนวางแผนเป็นใคร ขณะนี้สอบพยานแวดล้อมไปแล้ว 11 ปาก และจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุ พบว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 6 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น 5 กระบอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ที่คนร้ายยิงขู่ชาวบ้านขณะชิงรถจักรยานยนต์หลบหนีในพื้นที่บ้านพอบิดใต้ หมู่ 4 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี จ.สงขลา หลังนำรถตู้ไปจอดทิ้งไว้ พบว่าเคยใช้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ ต.ห้วยปลิง อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อปี 61 จึงเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเหตุปล้นร้านทอง เป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่าง จ.ปัตตานี กับ 4 อำเภอชายแดนสงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในแนวทางการสืบสวนเป็นไปได้สูงว่าการปล้นร้านทองครั้งนี้เป็นฝีมือกลุ่มของนายเจะอารง เฮง อายุ 39 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่หมู่ 12 ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในระดับปฏิบัติการ รับผิดชอบเคลื่อนไหวในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดนสงขลา โดยเฉพาะนาทวี และเป็นระดับมือยิง มีหมายจับติดตัวของ สภ.สะบ้าย้อย 1 รวม 8 ข้อหา เช่น ร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันมีระเบิดไว้ในครอบครอง ร่วมกันทำให้เกิดระเบิด&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.9 ระบุว่า เหตุผลที่เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่กลุ่มของนายเจะอารง เพราะการปล้นร้านทองในครั้งนี้ รูปแบบเหมือนกับการปล้นเต็นท์รถใน อ.นาทวี เมื่อปี 60 ทั้งการปล้นรถมาก่อเหตุ ลักษณะการลงมือที่ทำกันเป็นทีมซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกัน และครั้งนั้นในทางการสืบสวนพบว่านายเจะอารงมีส่วนร่วมวางแผนด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นไปได้ว่าคนร้ายอาจจะข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซียพร้อมกับทองที่ปล้นไป เพราะแค่ขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านขี่หลบหนีก็น่าจะไปไม่ไกล และพื้นที่เกิดเหตุก็อยู่ใกล้กับชายแดนไทยมาเลเซีย&amp;quot; ผบช.ภ.9 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมัคร อนุจร อายุ 56 ปี เจ้าของห้างทองสุธาดา กล่าวว่า แม้จะเคยถูกปล้นมาแล้วถึง 2 ครั้ง และครั้งนี้คนร้ายได้ทองคำไปเกลี้ยงร้าน มูลค่าประมาณ 85 ล้านบาท ทางร้านก็ไม่ได้ทำประกันเอาไว้ ทุกอย่างหมดไม่มีเหลือ แต่ตนก็จะสู้ต่อ โดยหลังจากนี้จะเร่งซ่อมแซมร้านและกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในอีก 1 สัปดาห์ เพราะยังมีลูกค้าที่ไว้ใจ และมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุปล้นร้านทองใน อ.นาทวี จ.สงขลา ว่า จากสถานการณ์ที่มีการปล้นอะไรต่างๆ วันนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สืบสวนสอบสวน เพราะมีกรณีอย่างนี้ในช่วงที่ผ่านมาหลายกรณีเหมือนกัน ต้องดูว่ามันยึดโยงเกี่ยวพันอะไรกันหรือไม่ เงินดังกล่าวเอาไปใช้ที่ไหน อย่างไร หรือเป็นแค่การกระทำความผิดทางอาญาอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กำลังสอบกันอยู่นะจ๊ะ ขอให้ใจเย็นๆ ทุกเรื่องอยู่ในการสอบสวนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ทำหรือหาหลักฐาน ไม่หาวัตถุพยาน หรือพยานบุคคล ท้ายสุดมันก็ดำเนินคดีไม่ได้สักที จึงต้องเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44339</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.เอกรัฐ สวนเสน, พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล, พล.ต.ต.ปรีดา เปี่ยมวารี, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมัคร อนุจร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63dab974a91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
