<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2021 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2021 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิสามัญ&#039;เสือมุ่ย&#039;มือปืนอับดับ 1 ภาคใต้ตอนบน ประวัติโชคโชนมีหมายจับฆ่าคนหลายคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 พ.ค.64 -&amp;nbsp; เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.โกสิต กาญจนะโกมล ผกก.สภ.นาสัก อ.สวี ว่าเกิดเหตุตำรวจวิสามัญคนร้ายซึ่งเป็นมือปืนสำคัญอันดับ 1 ของ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เสียชีวิตพร้อมลูกสมุน 2 ศพ และบาดเจ็บ 1 ราย ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุต้องเดินทางด้วยรถยนต์โฟร์วีนขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้นเป็นถนนลูกรังสองข้างทางเป็นหุบเหวสูงลึกอันตราย และคตเคี้ยวขึ้นลงตามสันเขาอัห่างจากถนนใหญ่เพชรเกษมกว่า 30 กม.และต้องเดินเท้าอีกกว่า 1 กม. พบบ้านลักษณะเป็นกระต๊อบหลังเล็กๆอยู่บนเชิงเขาสูง เจ้าหน้าที่พบศพทราบชื่อคือ นายธีรยุทธ หรือเสือมุ่ย ชูแก้ว อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 8 ตำบลร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช นายณัฐพล สุขทนัง อายุ 16 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/4 หมู่ 3 ตำบลเขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร ทั้งสองศพถูกยิงที่ศีรษะใบหน้าและตามลำตัวหลายนัดด้วยกระสุนปืนหลายชนิด เสียชิวิตอยู่ในหุบเขาห่างจากกระต๊อบที่หลบอาศัยกว่า 100 เมตร และมีผู้บาดเจ็บขาซ้ายหัก 1 คน จากการวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ลงไปที่เชิงเขา ทราบชื่อคือ นายเอกนันท์ พันธุมาศ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/1 หมู่ที่ 6 ตำบลเขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางของคนร้ายที่เสียชีวิตมีอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก พร้อมแมกกาซีน 3 อัน พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง ลูกระเบิดสังหารเอ็ม 26 จำนวน 2 ลูก ปืนสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก ปลอกกระสุนทั้งของคนร้ายและเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง จึงรวบรวมไว้เป็นของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ชุมพร เปิดเผยว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการประสานงานจาก พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เยี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8&amp;nbsp; มีคนร้ายรายสำคัญของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งเป็นคนร้ายที่ต้องการตัวอย่างมากหลบหนีเข้ามากบดานอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลเขาค่าย อ.สวี&amp;nbsp; จึงได้ส่ง พ.ต.อ.เทพพนม สุวรรณรัตน์ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.8 พร้อมตำรวจชุดสืบภาค 8 เข้ามาประสานกับตำรวจ สภ.นาสัก ได้วางแผนและเดินเท้าขึ้นไปปิดล้อมบ้านที่ใช้หลบอาศัยของคนร้ายตั้งช่วงเย็นที่ผ่านมา ระหว่างปิดล้อมจะเข้าจับกุมคนร้ายที่ได้ระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเกิดไหวตัวทันและคว้าอาวุธปืนสั้นและอาวุธปืนสงครามวิ่งกระโดนวิ่งหนีลงไปในเชิงเขาพร้อมยิงเปิดทางต่อสู้กับตำรวจ แต่ไม่นานก็ถูกตำรวจที่ปิดล้อมเตรียมพร้อมตามยุทธวิธีอยู่แล้วยิงสวนกลับไปจนทำให้ นายธีรยุทธ ชูแก้ว และสมุนคือ นายณัฐพล สุขทนัง เสียชีวิต ส่วนลูกน้องอีกคนคือ นายเอกนันท์ พันธุมาศ ขณะวิ่งกระโดนหนีเจ้าหน้าที่ตกลงไปในเชิงเขาทำให้ขาขวาหักไปไหนไม่รอดจึงถูกจับกุมตัวไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.ถาวร กล่าวต่อว่า สำหรับ นายธีรยุทธ หรือมุ่ย ชูแก้ว เป็นมือปืนอันดับ 1 ตามหมายจับของตำรวจภูธรภาค 8&amp;nbsp; มือปืนเบอร์ 1 ของภาคใต้ ก่อเหตุมาอย่างโชกโชนในพื้น จ.นครศรีธรรมราช มีหมายจับคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา 4 หมาย&amp;nbsp; และหมายจับคดีแหกคุกที่เรือนจำนครศรีธรรมราช หมายจับคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และมีประวัติพัวพันการก่ออาชญากรรมอีกหลายคดี นอกจากนี้เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 64 ที่ผ่านมา นายธีรยุทธ์ พร้อมสมุนยังได้ยิงปืนแหกด่านตรวจยาเสพติดในท้องที่ สภ.นาสัก หลบหนีไปได้&amp;nbsp; ซึ่งนายธีรยุทธิ์มือปืนอันดับ 1 ตามหมายจับ ได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ จ.ชุมพร และได้เมียเป็นพนักงานขายรถยนต์บริษัทแห่งหนึ่งใน&amp;nbsp; จ.ชุมพร&amp;nbsp; และไปหลบอาศัยอยู่บนเขาใกล้กับที่ดินทำสวนทุเรียนของเมียในตำบลเขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร โดยมีลูกน้องเป็นสมุนรับใช้ 2 คน คือนายณัฐพลที่ถูกวิสามัญเสียชีวิดพร้อมกัน และนายเอกนันท์ พันธุมาศ ที่วิ่งหลบหนีตำหลุมขาขวาหัก กระทั่งชุดสืบสวนของ สภ.นาสัก และชุดสืบสวนของ กก.สส.ภ.8 สืบจนรู้แหล่งที่อาศัยกบดานของกลุ่มคนร้ายดังกล่าวจนมีการวางแผนปิดล้อมจับกุมแต่คนร้ายต่อไหวตัวหลบหนีและยิงใส่เจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธสงคราม จึงวิสามัญมาตกรรมในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103672</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์, พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เยี่ยมสงวน, เสือมุ่ย-ธีรยุทธ  ชูแก้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a730c549614.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อยิงผจก.แบงก์ ลูกก่อเหตุฆ่า3ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงวัย 45 ปี ผจก.แบงก์ออมสิน ลูกชาย และลูกสาว ถูกยิงเป็นศพคาห้องนอน ที่ทำงานเอะใจไม่เข้าประชุม โทร.ตามก็ไม่มีคนรับ ไปที่บ้านช่วยกันพังประตูจึงพบภาพสลด ญาติสงสัยฆาตกรรมอำพราง แต่จากพยานหลักฐาน ตำรวจระบุลูกชายวัย 16 เป็นผู้ก่อเหตุ จ่อยิงแม่และน้องสาววัย 14 ก่อนยิงกรอกปากตัวเอง ยังไม่รู้สาเหตุมาจากอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 สิงหาคมนี้ พ.ต.อ.สานิตย์ พลเพชร ผกก.สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุพบศพภายในบ้านเลขที่ 100/143 สวนสาธารณะพรุชี หมู่ 2 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.ตรัง, พ.ต.อ.สันทัด วินสน รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง ฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง แพทย์เวร รพ.ศูนย์ตรัง และอาสามูลนิธิกุศลสถานตรัง เมื่อไปถึงพบไทยมุงที่สนใจดูเหตุการณ์จำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เจ้าหน้าที่นำเชือกมากั้นกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป จากการตรวจสอบภายในห้องนอนชั้น 2 บนเตียงนอนพบศพจำนวน 3 ศพ ทราบชื่อนางสาธิตา ตันตรัตนพงษ์ อายุ 45 ปี ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาสนามกีฬาตรัง, นายปัน อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนชื่อดังในจังหวัดตรัง ลูกชาย, ด.ญ.พิม อายุ 14 ปี ลูกสาว โดยมีอาวุธปืนพกลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อช่วงเช้ามีการประชุมที่ธนาคาร แต่ผู้ตายไม่ไปร่วมประชุม ทางพนักงานจึงโทรศัพท์หาพีระพัฒน์ ตันตรัตนพงษ์ สามีผู้ตายซึ่งเป็นผู้จัดการธนาคารอีกแห่งหนึ่ง ให้ช่วยตรวจสอบ จากนั้นนายพีระพัฒน์ได้โทรศัพท์หาน้องสาวของผู้ตายไปดูที่บ้าน แต่พอมาถึงบ้านเห็นปิดประตูเงียบ เรียกก็ไม่มีเสียงขานตอบ กระทั่งมีการงัดประตูห้องนอนเข้าไปก็พบทั้งแม่-ลูกเสียชีวิตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทักษิณ รักจริง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนปริง ซึ่งเป็นญาติครอบครัวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังจากทราบข่าวได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ เบื้องต้นตนเองก็ไม่ทราบสาเหตุมาก่อน แต่โดยพฤติกรรมและบุคลิกของผู้ตายเป็นคนอารมณ์ดี น่าจะมีปัญหาอุปสรรคจากคนอื่น ตนมองว่าอาจจะมีการจัดฉากเกิดขึ้น ทั้งนี้ สภาพครอบครัวนี้มีฐานะดี และหน้าที่การงานก็มั่นคง โดยทั้งสามีและภรรยาต่างเป็นผู้จัดการแบงก์ การเงินไม่มีปัญหา ไม่มีหนี้สิน เป็นคนชอบช่วยเหลือสังคม ส่วนปัญหาภายในครอบครัวนั้นตนเองไม่ทราบ จึงฝากให้ตำรวจช่วยให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง พร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์ตรัง เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ บนเตียงนอนชั้น 2 ของบ้าน นางสาธิตา ผู้เป็นแม่สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกง 3 ส่วน ถูกยิงด้วยปืนขนาด .38 เข้าที่กลางอก 1 นัด นอนเสียชีวิตอยู่กับ ด.ญ.บี ลูกสาว ซึ่งถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันเข้าที่ลำคอขวา 2 นัด แผ่นหลังอีก 1 นัด ทั้งสองยังนอนห่มผ้าติดกันบนเตียงนอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนศพของนายปัน ลูกชายคนโต นั่งอยู่บนเตียงนอน หลังพิงติดอยู่กับฝาผนังห้อง ใช้ปืนจ่อปากยิงตัวเองเสียชีวิต ในมือขวายังคงกำปืนขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ เบื้องต้นแพทย์คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สานิตย์ พลเพชร ผกก.สภ.เมืองตรัง เปิดเผยว่า จากสอบสวนทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวอาศัยกันอยู่ 3 คน มีแม่ ลูกชาย และลูกสาว ส่วนสามีมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาที่ จ.กระบี่ จะเดินทางกลับมาบ้านในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่ได้กลับมา ก่อนเกิดเหตุนางสาธิตาต้องไปประชุมที่ธนาคาร แต่ยังไม่เดินทางไปทำงาน ลูกน้องจึงโทรศัพท์ตามหา แต่ไม่รับสาย จึงเดินทางมาเรียกที่บ้าน แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ก่อนจะงัดบ้านเข้าไป พบว่านอนเป็นศพเสียชีวิตทั้ง 3 รายแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สานิตย์กล่าวว่า สาเหตุคาดว่าลูกชายคนโตน่าจะเกิดความเครียด หรือมีปัญหาครอบครัว จึงใช้ปืนซึ่งเป็นของแม่ มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ก่อเหตุยิงผู้เป็นแม่และน้องสาวจนเสียชีวิตขณะนอนหลับ ก่อนจะยิงกรอกปากตัวเองเสียชีวิตดังกล่าว จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานและญาติพี่น้อง พบว่าผู้เป็นแม่ไม่ได้มีปัญหาครอบครัวหรือมีปัญหาหนี้สินแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่เคยทราบหรือพูดคุยกับใครในเรื่องของลูกชายและลูกสาว ซึ่งลูกทั้งสองคนมีการเรียนอยู่ในระดับดี ทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตแต่อย่างใด หลังจากนี้จะได้ส่งมอบศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74738</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ รักจริง, พ.ต.อ.สันทัด วินสน, พ.ต.อ.สานิตย์ พลเพชร, พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์, สาธิตา ตันตรัตนพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a77184aa48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ล่าฆ่า5ศพ พบมีผู้พาหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ 2 จังหวัดปูพรมล่าไอ้เหี้ยมฆ่ายกครัว 5 ศพ แค้นเมียไม่ยอมคืนดี เปิดคลิปนาทีสังหารอำมหิตผิดมนุษย์ ไล่ยิงทุกคนที่ขวางหน้า เห็นเมียยังหายใจจ่อยิงซ้ำ หลังก่อเหตุขับรถเก๋งจอดในโรงแรมแล้วออกอุบายขอยืมจักรยานยนต์ขี่ออกไปโดยนัดรถกระบะมารับ มีรถคุ้มกันอีกคัน &amp;quot;เฉลิมเกียรติ&amp;quot; ติดตามคดี ศาลอนุมัติหมายจับแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 มกราคมนี้ ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนางกัญญารัตน์ กิ่งแก้ว และครอบครัวเสียชีวิตรวม 5 ศพ เหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ว่า คดีนี้ พล.ต.ท.สุธีร์ เณรกัณฐี ผบช.ภ.6 และ พล.ต.ต.พยูห์ ธนศรีสืบวงศ์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ ลงไปกำกับดูแลการสืบสวนสอบสวนด้วยตนเอง สำหรับคนร้ายคือ นายธีรพล ปิ่นอมร อายุ 39 ปี มีประวัติต้องคดีลักทรัพย์ ฉ้อโกง และเมาแล้วขับ สอบสวนบุคคลที่รอดชีวิตและเพื่อนบ้านข้างเคียง ระบุตรงกันว่า นายธีรพลมีพฤติกรรมชอบทำร้ายทุบตีภรรยาและคนอื่นๆ อยู่เป็นประจำ มูลเหตุในการฆ่ายกครัว 5 ศพ เบื้องต้นมุ่งไปในเรื่องความหึงหวง พยายามขอคืนดี แต่ภรรยาไม่ยอม เพราะพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายละเอียดของคดีนี้ นายวีรพล หรือธีรพล ปิ่นอมร ชาวจังหวัดระนอง ใช้อาวุธปืนพกขนาด 9 มม.บุกยิงนางน้ำผึ้ง อินทร์สิทธิ์ อายุ 45 ปี แม่ยาย, นางน้ำผา อินทร์สิทธิ์ คู่แฝด และนางกนกวรรณ อินทร์สิทธิ์ อายุ 48 ปี พี่สาวคู่แฝด เสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 71/10 หมู่ 2 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ จากนั้นนายธีรพลได้ขับรถเก๋งโตโยต้า คัมรี สีขาว ทะเบียน กล 4561 พิษณุโลก ไปยังบ้านเลขที่ 177 หมู่ 1 ต.พญาแมน อ.พิชัย บุกยิงนายนายวิรัช กิ่งแก้ว อายุ 48 ปี พ่อตา และนางกัญญารัตน์ กิ่งแก้ว ภรรยาที่ตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน เสียชีวิตอีก 2 ศพ รวมเป็น 5 ศพ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คนคือ น้องสาวนางกัญญารัตน์ และลูกของน้อง จากนั้นนายธีรพลได้ขับรถหลบหนีไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานความคืบหน้าเมื่อวันที่ 14 มกราคมนี้ พ.ต.อ.เฉลิม ชัยประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ นำคณะลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุทั้ง 2 แห่ง เพื่อตรวจสอบวัตถุพยานเพิ่มเติม โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายวิรัช พ่อตา และนางกัญญารัตน์ ภรรยา เสียชีวิต เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนปืนในที่เกิดเหตุจำนวนมาก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับศพทั้ง 5 ถูกส่งไปชันสูตรที่ รพ.พระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก ก่อนมอบให้ญาติ โดยจะมีการตั้งศพนายวิรัช นางน้ำผึ้ง และนางกัญญารัตน์ ลูกสาว บำเพ็ญกุศลที่วัดเกาะวารี หมู่ 1 ต.พญาแมน ส่วนศพนางน้ำผาและนางกนกวรรณ ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านดง หมู่ 2 ต.พญาแมน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการติดตามคนร้าย ช่วงสายวันเดียวกัน ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลกรับแจ้งพบรถเก๋งของนายธีรพลจอดภายในโรงแรมเมญ่า หมู่ 6 ต.ไผ่ขอดอน อ.เมืองพิษณุโลก หน้าห้องพักหมายเลข 9 สภาพรถถูกล็อกประตูไว้ โดยนางลูกจัน เมืองนาค อายุ 49 ปี แม่บ้านของโรงแรม เปิดเผยว่า นายธีรพลได้ขับรถเก๋งเข้ามาเปิดห้องพักเมื่อคืนวันที่ 13 ม.ค. โดยระหว่างลงจากรถก็ดื่มเบียร์กระป๋องด้วย จากนั้นได้ขอยืมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน 437 พิษณุโลก อ้างว่าจะไปรับเพื่อนสาวที่ห้างแห่งหนึ่งแล้วหายไป กระทั่งตนเห็นในเฟซบุ๊กมีการแชร์ภาพรถเก๋งคนร้ายฆ่า 5 ศพ ตรงกับรถของนายธีรพล จึงโทร.แจ้งตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ตำรวจวิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ได้ตรวจสอบภายในรถเก๋งของคนร้าย พบกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 6 นัด ตกอยู่ใต้เบาะนั่งฝั่งคนขับ และพบกระเป๋าเดินทางจำนวน 2 ใบ พร้อมสัมภาระอีกจำนวนมากอยู่ด้านหลังรถ จึงเก็บรวมรวบวัตถุพยานแวดล้อม รวมถึงรอยนิ้วมือแฝงของคนร้ายและดีเอ็นเอ เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้ พบว่ารถจักรยานยนต์ที่คนร้ายยืมพนักงานของโรงแรมไปนั้น ได้นำไปจอดไว้หน้าบ้านของคณะลิเก ริมถนนพิษณุโลก-นครสวรรค์ ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก โดยมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายเอาไว้ได้ ในช่วงเวลา 18.34 น.ของวันที่ 13 ม.ค. มีรถกระบะแบบตีคอก สีขาว และรถเก๋งสีขาว จำนวน 2 คัน ขับแวะเข้ามาจอดรอคนร้าย จากนั้นคนร้ายได้รีบวิ่งไปขึ้นรถกระบะคันหน้าขับออกไปทันที ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งจุดสกัดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี แต่ยังไร้วี่แวว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ได้สั่งกำชับให้ตำรวจทุกท้องที่ตั้งด่านตรวจสอบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ หมายเลขทะเบียน 437 พิจิตร ตามสถานีขนส่งและเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบประวัตินายธีรพล พบว่า ช่วงปี 2558 เป็นพนักงานขับรถรถร่วม ขสมก. แล้วไล่ผู้โดยสารลงกลางทาง อ้างว่าหมดระยะ ถูกกรมการขนส่งทางบกสั่งปรับ 2,000 บาท นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมผิดปกติ โดยมีการยื่นขอทำบัตรประชาชนถึง 10 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ที่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก อีกทั้งพบนายธีรพลมีเงินซื้อรถยนต์ถึง 5 คัน ทั้งที่ระยะหลังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ได้อนุมัติหมายจับนายธีรพล หรือวีรพล แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังได้เปิดคลิปจากกล้องวงจรปิดบริเวณเกิดเหตุที่บ้านนายวิรัช พ่อตา หลังจากยิงแม่ยายและคู่แฝดกับพี่สาวมาแล้ว 3 ศพ โดยนายธีรพลได้ลงจากรถไปพูดคุยกับภรรยาและพ่อตา แต่ไม่เป็นที่ยุติ จึงชักปืนยิงพ่อตา ตามด้วยภรรยา ขณะที่น้องสาวกับลูกวิ่งหนีพร้อมร้องขอความช่วยเหลือ นายธีรพลก็ยังตามไปยิง แล้ววกกลับมาดูภรรยาที่ยังมีลมหายใจกอดพ่อไว้ นายธีรพลก็จ่อยิงซ้ำที่หัว ก่อนขึ้นรถหลบหนีไป ซึ่งพฤติกรรมถือว่าโหดเหี้ยมอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. (ปป) ได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุและอำนวยการติดตามจับกุมคนร้าย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับตำรวจเจ้าของคดีติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ซึ่ง พล.ต.ต.ธวัชชัย มวลนรา บก.ภ.จว.พิจิตร ได้ส่งภาพถ่ายนายธีรพลไปยังสถานีตำรวจพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 12 อำเภอ และสั่งตั้งด่านตรวจแบบใยแมงมุมตามเส้นทางสายหลักและสายรอง จุดเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดพิจิตรกับพิษณุโลก เน้นการตรวจค้นยานพาหนะทุกประเภทตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26561</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรพล ปิ่นอมร, พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์, พล.ต.ต.พยูห์ ธนศรีสืบวงศ์, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.ท.สุธีร์ เณรกัณฐี, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c908131c0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งศพอจ.ราชภัฏให้รพ.ตร.ชันสูตรสาเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.พิษณุโลกเรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีพบศพ &amp;quot;ดร.&amp;quot; อาจารย์ราชภัฏพิบูลสงครามในแม่น้ำน่าน ส่งให้นิติเวชฯ รพ.ตำรวจพิสูจน์หาสาเหตุแน่ชัด เผยยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งทั้งฆาตกรรมและฆ่าตัวตาย เร่งตามตัวชายขับรถไปรับผู้ตายที่โรงแรมก่อนหายตัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า กรณี ผศ.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ ประธานหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อดีตผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หายตัวไปเมื่อวันที่ 1 ต.ค.61 และต่อมาพบว่าเสียชีวิตอย่างปริศนา โดยพบศพลอยไปติดริมตลิ่งแม่น้ำน่านหน้าคริสตจักร ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 3 ต.ค. เวลาประมาณ 22.30 น. สำหรับรายละเอียดในคดีนี้ได้รับรายงานว่า เบื้องต้นในขณะนั้นยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ ทราบเพียงว่าเป็นชายไทย อายุประมาณ 30-40 ปี ไม่พบหลักฐานภายในตัว เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน ต่อมาวันที่ 5 ต.ค. นางทรัตน์พร บัณฑิตย์ นาคสวัสดิ์ อายุ 52 ปี อาจารย์สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.พิบูลสงคราม ดูศพแล้วยืนยันว่าคือ ผศ.ดร.อรรจน์ พี่ชายของตน โดยเดินทางไปราชการที่ มรภ.อุตรดิตถ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. แล้วหายตัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ซึ่งยังคงต้องให้เวลาในการพิสูจน์ข้อมูลในรายละเอียดที่สำคัญ กรณีก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายนั้นทำอะไร อยู่ที่ไหน และหาสาเหตุการตาย ประกอบกับข้อมูลทางการสืบสวน ซึ่งตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่านกำชับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล รรท.ผบก.สส.ภ.6 กล่าวว่า ทีมสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว ที่มารับผู้เสียชีวิตที่โรงแรมวังจันทร์ ริเวอร์วิว เดินทางไปสอนหนังสือที่ จ.อุตรดิตถ์ ในวันที่ 1 ต.ค. ว่าเป็นใคร และจากนั้นวันที่ 2 ต.ค. ยังมีพยานพบผู้เสียชีวิตที่วัดคูหาสวรรค์ จ.พิษณุโลก เบื้องต้นจึงสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตน่าจะตายหลังคืนวันที่ 2 ต.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก สืบสวนจังหวัดพิษณุโลก และสืบสวนภาค 6 เพื่อคลี่คลายคดีนี้ โดยได้เชิญนางทรัตน์พร น้องสาวผู้เสียชีวิต เข้าให้ข้อมูลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ถาวรเปิดเผยว่า วันเดียวกันจะส่งศพ ดร.อรรจน์ไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ เพื่อจะทราบถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ส่วนการชันสูตรเบื้องต้นของแพทย์ รพ.นเรศวร ได้แจ้งด้วยวาจาว่าจมน้ำเสียชีวิต และไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยฆาตกรรม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้สั่งให้ชุดสืบสวนไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้ตายเดินทาง โดยเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่วัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก มีผู้เห็นผู้ตายเดินเข้ามาที่วัด จะมาพบเจ้าอาวาส แต่ไม่พบ จากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นอีกเลย กระทั่งพบเป็นศพลอยน้ำในเวลาประมาณ 22.00 น. คืนวันที่ 3 ต.ค. ขณะนี้ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง รวมทั้งการฆาตกรรมจากความขัดแย้งหรือประสงค์ต่อทรัพย์ รวมถึงการจงใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากผู้ตายมีประวัติเข้ารับการรักษาทางจิตเวช และพบทรัพย์สินในตัวผู้ตายทั้งเงินจำนวนหนึ่ง และสร้อยคอที่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าเป็นของผู้ตาย แต่ไม่พบบัตรประจำตัวหรือกระเป๋าสตางค์ ทั้งนี้ จะต้องเร่งติดตามชายที่ขับรถยนต์มารับผู้ตายในวันที่ 1 ต.ค. มาสอบสวน เชื่อว่าจะช่วยให้คดีมีความกระจ่างขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังได้ไปตรวจรถยนต์นิสสัน ทีด้า ทะเบียน กธง 4183 พิษณุโลก ของ ดร.อรรจน์ ที่จอดไว้ที่โรงแรมวังจันทร์ ริเวอร์วิว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. โดยมีผู้ยืนยันว่าเห็นผู้ตายขึ้นรถมิตซูบิชิ สีขาว ที่ชายคนหนึ่งสวมเสื้อโปโล ด้านหลังมีตัวอักษรว่า &amp;quot;ธีรธาดา&amp;quot; ขับมารับ ออกไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19302</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์, พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bba10d60c2c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
