<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง9ข้อหาชิงทองส่งอัยการสั่งฟ้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง ผอ.กอล์ฟชิงทองฆ่า 3 ศพในห้างกลางเมืองลพบุรี ตั้ง 9 ข้อหาหนัก ด้านรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาเผยใช้ทีมงานชุดทำคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปนดำเนินการ คาดไม่เกินฝากขังครั้งที่ 3 สามารถส่งฟ้องได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา, นายพรชัย ชลวานิชกุล รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา, นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วย พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 และ พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป. แถลงข่าวส่งมอบสำนวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้อง นายประสิทธิชัย เขาแก้ว หรือกอล์ฟ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ห้างทองออโรร่า สาขาห้างโรบินสัน จ.ลพบุรี ซึ่งสำนวนคดีมีจำนวน 4 แฟ้ม เป็นเอกสาร 1,665 หน้า และแผ่นซีดีภาพวงจรปิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงข้อหาที่พนักงานสอบสวนเห็นควรสั่งฟ้อง 9 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น หรือเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ 2.พยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น 3.ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธและใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส 4.ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน 5.พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาต 6.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 7.มีและใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ 8.ใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ในการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและฐานชิงทรัพย์ 9.มียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคณะทำงาน มีนายพรชัย ชลวาณิชกุล รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เป็นผู้ควบคุมการดำเนินคดีและตั้งคณะทำงาน โดยให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 ซึ่งมีนายเชาว์ บุญฤทธิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6, ว่าที่ร้อยโทประเวช รุ่งเจริญทอง อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ, นายเกรียงศักดิ์ สิงห์คำ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด, น.ส.จุฑามาศ รัตนาธรรมวัฒน์ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด และนายนัทธี อินทรัตน์ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นคณะทำงานและรับผิดชอบดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิงห์ชัย อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า คดีนี้เหตุเกิดที่ จ.ลพบุรี เป็นคดีสำคัญ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้กองปราบปรามสอบสวน เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงส่งมาที่สำนักงานคดีอาญา เป็นคดีสะเทือนขวัญ สื่อมวลชนและประชาชนให้ความสนใจ เมื่อสำนักงานคดีอาญารับสำนวนแล้ว ตามระเบียบต้องรายงานให้นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ทราบ หลังจากนั้นสำนักงานคดีอาญาตั้งคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีนี้ มอบหมายให้นายพรชัย รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ส่วนสำนวนการสอบสวนจะมอบให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 รับผิดชอบ สำนวนนี้จะครบฝากขังครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 ก.พ.2563 เมื่อคณะทำงานพิจารณาสำนวนเรียบร้อยแล้วไม่มีประเด็นสอบสวนเพิ่มเติม ทางอัยการสูงสุดมอบหมายนโยบายให้เร่งรีบดำเนินการส่งฟ้องศาลโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรชัย รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญ อุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญประชาชน ตนมีโอกาสได้ทำคดีสำคัญหลายคดี คณะทำงานฝ่ายคดีอาญา 6 เคยทำหลายคดี โดยเฉพาะคดีที่ซับซ้อนกว่านี้ เช่น คดีอาเธอร์ ชาวสเปนฆ่าหั่นศพเพื่อนชาวสเปน ไม่มีประจักษ์พยานแม้แต่ปากเดียว แต่คณะทำงานก็สามารถทำคดีให้ศาลลงโทษประหารชีวิตจำเลยได้ทั้งศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา ใช้คณะทำงานชุดเดิม มั่นใจว่ามีความรู้ความสามารถ ทำคดีนี้ให้รวดเร็ว สามารถฝากขังได้ 7 ครั้ง ดูพยานหลักฐานไม่ยุ่งยาก ไม่เกินฝากขังครั้งที่ 3 น่าจะฟ้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.วิสณุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เผยว่า คดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะมาเอง แต่ติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้ตนและคณะพนักงานสอบสวนที่ ตร.ตั้งขึ้นมา ซึ่งเราสรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา มี พ.ต.อ.สมควร เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.สมควร รอง ผบก.ป. ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงของกลางที่ยึดได้ว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา สามารถยึดทองรูปพรรณได้เกือบทั้งหมด คือทองคำ 31 เส้น (มูลค่าราว 650,515 บาท) ขาดเพียงทอง 2 สลึง 1 เส้น มูลค่ากว่า 13,000 บาท ส่วนไซเลนเซอร์ (ท่อเก็บเสียง) ผู้ต้องหาโยนทิ้งแม่น้ำที่ลพบุรี เจ้าหน้าที่ค้นหาแล้วแต่ไม่ได้มาเป็นของกลาง แต่เรามีพยานหลักฐานอื่นแน่นหนา เพียงพอที่จะยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำความผิด ผู้ต้องหากระทำผิดโดยลำพัง วางแผนเป็นขั้นตอน เล่าเรื่องหลอกภรรยา คนใกล้ชิด และทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่บ้านตัวเอง การพิสูจน์ทราบตามที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ผู้ต้องหาพูดทั้งหมด ได้สอบสวนพยานผู้กล่าวหา 9 ปาก ผู้ต้องหา 1 ปาก และพยานบุคคลอื่นรวม 80 ปาก ประกอบพยานหลักฐานอาวุธปืน รถของกลาง และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าพยานหลักฐานเพียงพอทุกข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้เสียหายที่ต้องการติดต่อเข้าเป็นโจทก์ร่วมนั้น นายพรชัยระบุว่า ผู้เสียหายสามารถติดต่อผ่านอัยการจังหวัดลพบุรี หรือประสานโดยตรงที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 จะสะดวกกว่า แต่หากไม่สะดวกจริงๆ ก็สามารถติดต่อผ่านอัยการจังหวัดได้ ทั้งนี้ นายประยุทธกล่าวเสริมว่า ญาติผู้เสียหายไม่ต้องไปจ้างทนายความ ให้รวบรวมข้อมูลค่าเสียหายมาให้สำนักงานอัยการรวบรวมเพื่อยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วม และเรียกค่าเสียหายทางแพ่งตาม ป.วิอาญา มาตรา 44/1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ทางพนักงานอัยการจะบรรยายฟ้องอย่างไรไม่ให้ศาลลดโทษ นายพรชัยระบุว่า การบรรยายฟ้องของเรา นอกจากการบรรยายการกระทำผิดแล้ว ข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 289 มีโทษประหารชีวิต เราจะบรรยายฟ้องว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญประชาชน ทำแบบอุกอาจไม่กลัวกฎหมาย ให้ศาลลงโทษสถานหนัก สิ่งที่กังวลว่าจำเลยรับสารภาพแล้วศาลจะลงโทษอย่างไร เป็นดุลพินิจของศาล แต่เราเคยฟ้องไปหลายคดี คดีที่ศาลเห็นว่าจำเลยรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา อาจใช้ดุลพินิจไม่ลดโทษให้ก็ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56914</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสิทธิชัย เขาแก้ว, พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์, พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, สิงห์ชัย ทนินซ้อน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42a40970dbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เสนอเพิ่มโทษ ก่อเหตุร้ายในรพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รพ.อ่างทองแถลงเอาผิดทุกข้อหาโจ๋ยกพวกทำร้ายอริในห้องฉุกเฉิน ตำรวจตามรวบได้แล้ว 3 คน ฟันข้อหาหนัก ทำร้ายร่างกาย และบุกรุกสถานที่ราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ที่โรงพยาบาลอ่างทอง นพ.ประภาส ลี้สุทธิพรชัย ผู้อำนวยการ รพ.อ่างทอง พร้อมคณะแพทย์และผู้บริหาร แถลงข่าวกรณีเกิดเหตุชาย 2 กลุ่มบุกทำร้ายกันในห้องฉุกเฉิน รพ.อ่างทอง เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่า เบื้องต้นโรงพยาบาลอ่างทองมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นขั้นตอนชัดเจน โดยเมื่อเกิดเหตุก็ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุแล้ว และขอยืนยันว่าโรงพยาบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้รับบริการ แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลทุกคน เหตุการณ์ดังกล่าวไม่สมควรเกิดขึ้นในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานพยาบาลสำหรับดูแลรักษาผู้ป่วย ซึ่งในขณะนั้นมีผู้ป่วยหนักใส่ท่อช่วยหายใจในห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากเหตุการณ์ดังกล่าว ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการว่า ให้ดำเนินการเอาผิดกับผู้ก่อเหตุความรุนแรงในโรงพยาบาลทุกกรณี ไม่มีการยกเว้น เพื่อให้ผู้รับบริการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงานมีความปลอดภัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองได้ลงมาดูแล สั่งการด้วยตนเอง มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง และโรงพยาบาลอ่างทอง ดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับผู้ก่อเหตุในโรงพยาบาล ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง และโรงพยาบาลอ่างทอง จะดำเนินการโดยเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการและบุคลากรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคืบหน้าทางคดี ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง และชุดสืบสวน ภ.จว.อ่างทอง ได้นำหมายจับเข้าจับกุมตัวนายนนทวัช สร้างเขต หรืออาร์ม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 10 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง นายบุญประสิทธิ์ วีระพงศ์ หรือต้น อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 ถนนอ่างทอง-โพธิ์ทอง ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง และนายธนาธิป มุรินทร์จันทร์ หรือเอ็ม อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/2 หมู่ 10 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป นำส่ง พ.ต.ท.รุ่งเกียรติ นาทัย สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง เพื่อสืบสวนขยายผลตามขั้นตอนของกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในช่วงบ่าย พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 พร้อมคณะ ได้เดินทางไปประชุมเร่งรัดคดีเพื่อติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุที่เหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอ่างทองคุมตัวนายบุญประสิทธิ์ วีระพงศ์, นายนนทวัช สร้างเขต และนายธนาธิป มุรินทร์จันทร์ ส่งศาลฝากขังพร้อมคัดค้านประกันตัว โดยคดีนี้ ตำรวจแบ่งการดำเนินคดีออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มก่อเหตุในสถานบันเทิง หน้าสถานบันเทิง หน้าโรงพยาบาล และภายในห้องฉุกเฉิน ซึ่งทุกกลุ่มมีภาพขณะก่อเหตุชัด ทั้งจากกล้องวงจรปิดที่สถานบันเทิง โรงพยาบาล และกล้องตำรวจ 2 นายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;อนุทิน ชาญวีรกูล&amp;quot; &amp;quot;ช่วยกันจัดให้หนัก&amp;quot; โดยระบุข้อความว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราควรจะทำอย่างไรกับอันธพาลกระจอก ที่ชอบยกพวกมาก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล กี่ครั้งแล้วที่ห้องฉุกเฉินและโรงพยาบาลต้องเสียหาย แพทย์ เจ้าหน้าที่ ต้องเสี่ยงบาดเจ็บทำงานไม่ได้ ทรัพย์สินโรงพยาบาล เครื่องมือแพทย์ เสียหาย ผู้ป่วยคนอื่นๆ เดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอแบบเอาให้เข็ดหลาบ ไม่แสดงสันดานหยาบช้าป่าเถื่อนแบบนี้อีก ในสงคราม ยังเว้นพื้นที่ปลอดภัยให้โรงพยาบาล แพทย์ และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ แต่ในหัวใจอันธพาลกระจอกพวกนี้ ไม่มีอะไรเลย รวมทั้งคำสอนของพ่อแม่ แย่จริงๆ กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างเลวร้ายอีกต่อไป&amp;quot; พร้อมติด #saveโรงพยาบาล#saveผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.​สาธารณสุข​ กล่าวว่า &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างเข้มข้น ไม่มีการประนีประนอม เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มารับบริการ และขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ โดยกระทรวงสาธารณสุขพร้อมประสานระดับนโยบายกับกระบวนการยุติธรรม ในการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ หรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์ ให้ได้รับอัตราโทษที่สูงกว่ากรณีทั่วไป เพื่อให้เกิดความเด็ดขาดและหลาบจำไม่ให้ทำความผิด พร้อมจะดำเนินการพัฒนาระบบแจ้งเตือนหากเกิดเหตุทะเลาะวิวาทจากโรงพยาบาลไปยังสถานีตำรวจ เพื่อจัดเตรียมกำลังพลสำหรับระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50053</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธิป มุรินทร์จันทร์, นนทวัช สร้างเขต, นพ.ประภาส ลี้สุทธิพรชัย, บุญประสิทธิ์ วีระพงศ์, พ.ต.ท.รุ่งเกียรติ นาทัย, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc9604be57d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสส.สอบตก ตุ๋นกว่า7ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ส.สอบตกถูกจับข้อหาฉ้อโกง หลังต้มตุ๋นชาวบ้าน ใช้ชื่อ &amp;quot;พายุ เดินทางฟ้า&amp;quot; อ้างรู้จักกับผู้ใหญ่ในการบินไทยได้ตั๋วลดราคามาขาย เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินสั่งซื้อรวมเป็นเงินกว่า 7 ล้าน แล้วติดต่อไม่ได้ ทยอยเข้าแจ้งความหลายท้องที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมนี้ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัว นายทินนาถ หรือหน่อย วัฒนวิทย์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/41 ถนนคลองตะเค็ดฝั่งตะวันออก ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการที่ 175-179/2562 ลงวันที่ 10 กันยายน 2562 ข้อหาฉ้อโกง รวมหมายจับ 5 หมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพลกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความว่า นายทินนาถ หรือหน่อย วัฒนวิทย์ อ้างเป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ใช้หมายเลขโทรศัพท์ 08-8254-7788, 08-4702-8888 และแอปพลิเคชันไลน์ ชื่อ &amp;ldquo;พายุ เดินทางฟ้า&amp;rdquo; เสนอขายตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจให้กับผู้เสียหายในราคาต่ำกว่าปกติ โดยอ้างว่ามีผู้ใหญ่ในการบินไทยที่รู้จักทำตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษมาให้โปรโมชั่นมีจำนวนจำกัด เส้นทางที่ได้รับโปรโมชั่น ได้แก่ เส้นทางประเทศในทวีปยุโรป และประเทศในทวีปเอเชียทุกประเทศ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงวันเวลาเดินทางได้ตลอดภายในระยะเวลา 3 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำหลอกลวงดังกล่าว นายทินนาถให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าตั๋วเครื่องบินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัสศรีนครินทร์ ชื่อบัญชี นายทินนาถ วัฒนวิทย์ จากนั้นส่งใบจองตั๋วเครื่องบินกลับมาให้ทางไลน์ชื่อ &amp;ldquo;พายุ เดินทางฟ้า&amp;rdquo; แต่เมื่อถึงกำหนดใกล้วันเดินทาง ผู้เสียหายได้ขอตั๋วเครื่องบินเพื่อที่จะไปทำวีซ่าในการเดินทาง ปรากฏว่ามีการจองตั๋วเครื่องบินไว้จริง แต่ตั๋วเครื่องบินได้ถูกตัดที่นั่งไปแล้ว เนื่องจากไม่มีการชำระเงินไปให้กับบริษัท ผู้เสียหายจึงได้ทวงถามนายทินนาถ ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้ มั่นใจว่าถูกหลอกลวง จึงได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ กระทั่งต่อมาศาลแขวงสมุทรปราการได้อนุมัติหมายจับในข้อหา &amp;ldquo;ฉ้อโกง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่านายทินนาถก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว จำนวน 11 คดี ดังนี้ 1.สภ.เมืองสมุทรปราการ มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ จำนวน 8 คน ความเสียหายรวมประมาณ 2 ล้านบาทเศษ 2.สน. ประเวศ มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ จำนวน 1 คน ความเสียหายประมาณ 2.5 ล้านบาท 3.สน.หัวหมาก มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ จำนวน 1 คน ความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท 4.สน.คลองตัน มีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ จำนวน 1 คน ความเสียหายประมาณ 8 แสนบาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมด 7.3 ล้านบาทเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทินนาถเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคการเมืองหนึ่ง เขต 20 กรุงเทพมหานคร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47170</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d94a3b355240.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเดียร์โมเดลลิ่ง น้ำอุ่น-ซ่องโจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับเดียร์ โมเดลลิ่ง ดำเนินคดีข้อหาใช้อุบายหลอกลวง ส่งพริตตี้ไปให้แก๊งปาร์ตี้เชือด กระทั่งลัลลาเบลเสียชีวิต เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา อ้างส่งเด็กไปหลายครั้งไม่เคยมีปัญหา ด้านน้ำอุ่นเจอซ่องโจรอีกกระทง ผบช.ภ.1 เผยคดียังไม่จบ อาจมีจับอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ได้จับกุมตัว&amp;nbsp;น.ส.กฤติยา ฤทธิ์มังกร หรือเดียร์ โมเดลลิ่ง อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 378/62 ลงวันที่ 30 กันยายน 2562 ฐานความผิด &amp;ldquo;เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไป เพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวง&amp;rdquo; ภายหลังมีส่วนเกี่ยวข้องการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือลัลลาเบล พริตตี้วัย 25 ปี และเป็นผู้ติดต่อให้พริตตี้เดียร์ไปรับงานยังบ้านปาร์ตี้ย่านบางบัวทอง โดยจับกุมได้ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศาลจังหวัดนนทบุรียังออกหมายจับนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร หรือน้ำอุ่น ในข้อกล่าวหา ซ่องโจร จากพฤติการณ์ในลักษณะเป็นการสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มผู้จัดปาร์ตี้ที่บ้านย่านบางบัวทอง เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ น.ส.ธิติมาเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายรัชเดชถูกดำเนินคดีใน 3 ข้อหา ได้แก่ หน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พาไปเพื่อทำอนาจาร และทำอนาจาร ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย ที่ สภ.บางบัวทอง พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.บางบัวทอง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม น.ส.กฤติยา ฤทธิ์มังกร หรือเดียร์ โมเดลลิ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.1 กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีปาร์ตี้บ้านบางบัวทองได้ทั้งหมด 6 คน ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การจับกุมตัว น.ส.กฤติยา หรือเดียร์ โมเดลลิ่ง ในข้อหา &amp;ldquo;เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไป เพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวง&amp;rdquo; พร้อมทั้งศาลจังหวัดนนทบุรีอนุมัติออกหมาย เพื่อทำการจับกุมตัวนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร หรือน้ำอุ่น นายแบบและนักแสดง อายุ 25 ปี ในข้อหาซ่องโจรเพิ่มเติม โดยขณะนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 8 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ น.ส.กฤติยา จากการสอบปากคำ ให้การภาคเสธว่าเป็นผู้จัดหาพริตตี้ส่งไปยังบ้านปาร์ตี้ย่านบางบัวทองจริง ซึ่งส่วนแบ่งที่ได้นั้นเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยก่อนหน้านี้เคยส่งเด็กไปให้บ้านจุดเกิดเหตุหลายครั้ง และขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรี โดยคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงจะไปข่มขู่พยาน ส่วนกรณีนายรัชเดช หรือน้ำอุ่น เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อหาซ่องโจร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ซึ่งตั้งแต่แรกที่ยังไม่ขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับนั้น เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหลังจากนี้จะเบิกตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.1 กล่าวว่า กรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของพริตตี้เดียร์ออกมาเป็นระยะ ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมคลิปที่ถูกปล่อยออกมาทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การขยายผลจับกุมตัวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งผู้ที่ถ่ายและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพิ่มเติม ว่าจุดประสงค์นั้นเพื่อการอนาจาร หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจเพื่อหาผลประโยชน์หรือไม่ อย่างไร นอกจากนี้แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทองคดียังไม่สิ้นสุด ทางพนักงานสอบสวนอาจเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนผลตรวจคราบอสุจิบนผ้าห่มที่ผู้เสียหายเก็บรวบรวมมาให้นั้น รวมทั้งพยานวัตถุต่างๆ ขณะนี้ยังต้องรอผลสรุปอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพริตตี้เดียร์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ &amp;quot;เดี๋ยวรอทีเดียวเลยละกันเรื่องคลิปเดียร์ จะขอไม่ออกมาแก้ตัวใดๆ กับคลิปที่ถูกปล่อยออกมา แต่ทุกอย่างที่ทำไป เดียร์ขอพูดตรงนี้เลยว่า ณ ตอนนั้น เดียร์อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถประคองตัวเองได้ ไม่มีสติคือไม่มีสติจริงๆ ไม่ใช่ไม่รู้สติ แต่มันคือ ความไม่มีสติ!!&amp;quot; ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะด่า จะว่า จะพูดอะไร เดียร์จะไม่ขออธิบายใดๆ เจตนาเดียร์ คืออยากช่วยคดีเบล แต่ตอนนี้คงห้ามอะไรไม่ได้ พูดอะไรออกไปก็สวนกระแสสังคมเปล่าๆ ขอโทษทุกคนที่ผิดหวังในตัวเดียร์ ขอโทษจริงๆ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47067</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤติยา ฤทธิ์มังกร, พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์, พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์, พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d9352ab3cc85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับอีก6แก๊งปาร์ตี้ ซ่องโจร-อนาจาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก๊งจัดปาร์ตี้ไม่รอด ศาลออกหมายจับ 6 คนคดีพริตตี้เดียร์แจ้งความถูกมอมเหล้าจนหลับ ตื่นมาพบถูกจับเปลือยกาย เจอข้อหาซ่องโจรและร่วมกันทำอนาจาร รวบได้แล้ว 4 ยังเหลืออีก 2 ด้านน้ำอุ่นนอนห้องขังคืนแรกเริ่มเครียด ถูกส่งฝากขัง ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน ชี้อัตราโทษสูงเกรงหลบหนี ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำธนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเที่ยงเศษ วันที่ 26 กันยายนนี้ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 100/291 หมู่บ้านพฤกษาริมคลอง 3 ซอย 9 หมู่ 5 ซอยวัดลาดปลาดุก ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เชิญตัวนายชยพล หรือคิว พรรณนา อายุ 29 ปี เจ้าของบ้าน, นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี คนจัดงานปาร์ตี้ที่บ้านดังกล่าว, น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส แฟนนายชัยพล, นายกฤษฎา โลหิตดี ผู้ร่วมงาน, น.ส.พัทธนันท์ หรือพริตตี้ปีใหม่ รักษากุล อายุ 26 ปี และนายโกเศศ หรือปิงปอง ฤทธิ์นิธิฤกษ์ อายุ 35 ปี แต่เชิญตัวมาได้ 4 คน เพราะนายกฤษฎา และ น.ส.พัทธนันท์ ไปทำงานต่างจังหวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำตัวไปสอบปากคำต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังทั้ง 4 เดินทางไปถึง สภ.บางบัวทอง ตำรวจก็ได้แสดงหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี อนุมัติจับกุมบุคคลทั้ง 6 ในความผิดซ่องโจร และร่วมกันกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย กรณีพริตตี้เดียร์เข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง ว่าโดนกระทำอนาจารจับแก้ผ้าในงานปาร์ตี้ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังจาก น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือลัลลาเบล เสียชีวิต น.ส.เดียร์พริตตี้สาวก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าเคยไปรับงานที่บ้านหลังเดียวกับที่ลัลลาเบลไปทำงาน จากนั้นตนเองเมาและหลับ ตื่นมาอีกทีพบว่าเสื้อผ้าถูกถอดออกแล้ว จึงได้เข้าแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน จึงขอศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบ้านปาร์ตี้บางบัวทอง 6 ราย ตอนนี้จับกุมตัวได้แล้ว 4 ราย เหลืออีก 2 รายที่ไม่อยู่ในพื้นที่ หากภายในวันที่ 27 ก.ย. ทั้งคู่ยังไม่เข้ามามอบตัว ตำรวจก็จะดำเนินการจับกุมทันที และหากการสอบสวนพาดพิงถึงบุคคลใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีถึงที่สุด ซึ่งหลังจากสอบสวนเสร็จแล้วจะมีการเก็บข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป ส่วนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของลัลลาเบลหรือไม่ ต้องสอบสวนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพยานหลักฐานที่ทำให้ศาลอนุมัติหมายจับนั้นคือ กางเกงชั้นใน กางเกง ผ้าห่ม ซึ่งทั้ง 3 อย่างมีหลักฐานคราบอสุจิที่เปรอะเปื้อนอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร หลังตกเป็นผู้ต้องหาทำให้ น.ส.ธิติมาเสียชีวิต ถูกควบคุมตัวที่ สน.บุคคโล ตำรวจได้นำออกจากห้องคุมขังผู้ต้องหาชั้น 2 ไปพิมพ์ลายนิ้วมือและสอบสวนเพิ่มเติมที่ห้องประชุมชั้น 3 จากการสอบถามทราบว่านายรัชเดชมีอาการเครียด แต่สีหน้าเรียบเฉย กินข้าวและนอนได้ตามปกติ โดยเมื่อคืนมีญาตินำอาหารมาให้ และผู้ต้องหาไม่ได้ร้องขออะไรพิเศษจากตำรวจ ขณะที่เจ้าตัวยังปฏิเสธให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาบิดาและมารดาของนายรัชเดชได้เดินทางไปเยี่ยม จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนายรัชเดชเดินทางไปยังศาลอาญาธนบุรีเพื่อขออำนาจฝากขังผลัดแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.00 น. ที่ศาลอาญาธนบุรี ถนนเอกชัย พนักงานสอบสวน สน.บุคคโลได้นำตัวนายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร อายุ 25 ปี อาชีพพริตตี้บอย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรีที่ 510/2562 คดีกักขังหน่วงเหนี่ยวและอนาจาร น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือลัลลาเบล อายุ 25 ปี อาชีพพริตตี้ จนเสียชีวิตและปล่อยทิ้งศพไว้ที่ห้องล็อบบี้คอนโดฯ มายื่นฝากขังเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.-7 ต.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 5 ปาก รอผลตรวจสอบพิมพ์มือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร รวบรวมสรรพเอกสาร และอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2562 เวลาประมาณ 11.00 น. ที่บ้านเลขที่ 100/291 หมู่บ้านพฤกษา 3 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งมีนายชยพล หรือคิว พรรณนา เป็นเจ้าของบ้าน ได้จัดงานปาร์ตี้ดื่มสุรากันที่บริเวณห้องด้านหน้า โดยมี น.ส.ธิติมา หรือลัลลาเบล ผู้ตาย ซึ่งประกอบอาชีพพริตตี้เอนเตอร์เทน ว่าจ้างมาในราคา 3,000 บาท โดยผู้ตายมาถึงบ้านจัดงานเวลาประมาณ 13.00 น. มีบุคคลอยู่ในงานขณะนั้นรวมทั้งหมด 9 คน มีการดื่มกินสุรา เปิดเพลง จัดแสงไฟ จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. นายรัชเดช ผู้ต้องหา ซึ่งมีอาชีพเป็นพริตตี้บอย และเคยถูกว่าจ้างให้มาที่บ้านดังกล่าว 2 ครั้ง ได้เข้ามาร่วมวงดื่มสุราเพิ่มขึ้นอีก เพราะนายรัชเดชทราบจากไลน์กลุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานนายรัชเดชได้เกี้ยวพาราสีกับผู้ตาย ชักชวนให้มีการชนแก้วดื่มสุรากัน เห็นได้ว่านายรัชเดชมีเจตนาที่จะมอมเหล้า น.ส.ธิติมา จนเป็นเหตุให้ น.ส.ธิติมาต้องดื่มสุราต่อเนื่องกันเป็นจำนวนมากกว่า 3 ชั่วโมง จนเกิดอาการเมาไม่ได้สติ กระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. นายรัชเดชได้พา น.ส.ธิติมา ซึ่งอยู่ในสภาพที่หมดสติมาขึ้นรถยนต์ฮอนด้า สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ษ 7307 กรุงเทพมหานคร ซึ่งคนในงานปาร์ตี้ให้การว่า น.ส.ธิติมายังหายใจอยู่และส่งเสียงคราง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายรัชเดชขับรถพา น.ส.ธิติมา มาที่คอนโดมิเนียมของนายรัชเดช ตั้งอยู่ที่ซอยเทอดไท 33 ใช้เวลาเดินทางจากบ้านที่จัดงานประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ต้องหาอุ้มผู้ตายลงจากรถพาเข้าไปในคอนโดมิเนียม ในลักษณะที่ น.ส.ธิติมาหมดสติไม่รู้สึกตัว และลากตัวผู้ตายไปกับพื้น เพื่อพาเข้าไปในห้องพักของผู้ต้องหา เลขที่ 88/58 ชั้นที่ 6 เพื่อล่วงละเมิดทางเพศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระหว่างที่นายรัชเดชอยู่กับผู้ตาย ได้ถ่ายภาพของผู้ตายให้เพื่อนในกลุ่มโซเชียลดู และโพสต์ข้อความว่า ผู้ตายมีอาการไม่รู้สึกตัว ปากม่วง ชีพจรต่ำ ซึ่งขณะนั้นเพื่อนและญาติของผู้ตายติดต่อผู้ตายไม่ได้ จึงพากันเดินทางไปตามตัว น.ส.ธิติมา กระทั่งมาที่คอนโดมิเนียมของผู้ต้องหา เมื่อนายรัชเดชทราบว่าญาติของ น.ส.ธิติมาได้เดินทางมาที่คอนโดมิเนียม จึงนำร่างของผู้ตายไปวางทิ้งไว้ที่โซฟาล็อบบี้คอนโดมิเนียมดังกล่าว เวลาประมาณ 01.40 น. ของวันที่ 17 ก.ย. เมื่อญาติและเพื่อนเข้าไปเพื่อจะรับตัวผู้ตาย ก็พบว่า น.ส.ธิติมาถึงแก่ความตายแล้ว จึงได้แจ้งตำรวจทราบเพื่อหาสาเหตุการตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและขอให้ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหา จนสามารถจับตัวนายรัชเดชได้เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2562 เวลาประมาณ 07.40 น. ที่คาช่าคอนโด เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นในชั้นจับกุมและสอบสวน แจ้งดำเนินคดีข้อหา ความผิดฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284, 278, 310 ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวไปเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามารดาของนายรัชเดช ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาคำร้องแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ตามคำร้องฝากขังเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อความเสียหายต่อการสอบสวน ซึ่งจะได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อน ในชั้นนี้ยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว ยกคำร้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้คุมตัวนายรัชเดช ผู้ต้องหา ไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี ย่านบางบอน ในชั้นฝากขังต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม นายชวลิตและนางศุภมาส นรพันธ์พิพัฒน์ บิดาและมารดาของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือลัลลาเบล เข้าพบว่าที่ ร.ต.ธนกฤติ จิตรอารีรัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม และเขียนคำร้องเพิ่มขอให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ช่วยชันสูตรศพ น.ส.ธิติมาซ้ำ เนื่องจากไม่เชื่อว่าบุตรสาวเสียชีวิตจากการดื่มสุราเกินขนาด และข้องใจเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ตรวจชันสูตรศพได้ทิ้งเสื้อผ้าที่บุตรสาวสวมใส่ขณะเสียชีวิตในขณะที่คดียังไม่ยุติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถกล่าวว่า เบื้องต้นจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวของลัลลาเบลด้วยการให้กองทุนยุติธรรมเข้ามาช่วยเหลือรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีทางแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ที่ทำให้เสียชีวิต ส่วนข้อข้องใจของครอบครัวในเรื่องผลการชันสูตรศพ ทางครอบครัวจะต้องยื่นคำร้องกับทางพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล เพื่อเคลื่อนย้ายศพมาให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เก็บรักษา โดยจะให้เขียนคำร้องไว้ที่ศูนย์บริการร่วมไว้ก่อน จากนั้นทางศูนย์ฯ จะประสานกับทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสามารถยังได้มอบเงิน 5 พันบาทผ่านพ่อแม่ลัลลาเบล เพื่อช่วยเหลือน้องแบมแบม ลูกสาวลัลลาเบลวัย 3 ขวบ พร้อมเอามือลูบศีรษะน้องแบมแบม ถามว่า รู้ไหมแม่ไปไหน เด็กตอบว่า แม่อยู่ที่วัด &amp;nbsp;นายสามารถจึงกล่าวว่า &amp;ldquo;สู้ๆ นะ เป็นกำลังใจให้ ผมไปฟังสวดในงานศพ ลัลลาเบลมาหาผม บอกว่าถูกฆ่า และคนที่ทำคือผู้ชาย ทำให้เสียชีวิต&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46706</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา โลหิตดี, ชยพล พรรณนา, นที สถิตพงษ์สถาพร, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์, พัทธนันท์ รักษากุล, ร.ต.ธนกฤติ จิตรอารีรัตน์, รัชเดช วงศ์ทะบุตร, สน.บุคคโล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกเศศ ฤทธิ์นิธิฤกษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190926/image_big_5d8cbf1d2580a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบพลเปลมือมีด เชือดคอพยาบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้วฆาตกรฆ่าปาดคอพยาบาล รพ.ภาชี เป็นอดีตเวรเปล รพ.เดียวกันและลาออกไปแล้ว รับมีความสนิทสนมกับผู้ตาย ไปดักรอหลังผู้ตายออกเวรกลางดึก เจรจาขอยืมเงินไปผ่อนงวดรถ แต่ถูกปฏิเสธจึงบันดาลโทสะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเมื่อวันที่ 11 มีนาคมนี้ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ภาชี ได้จับกุมนายอั๋น หรือน็อต ฟักศิริ อายุ 33 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 76 /2562 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2562 ในความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะขับรถกระบะสี่ประตู สีขาว ทะเบียน บล 3777 พระนครศรีอยุธยา ไปที่วัดลาดชิด ต.ลาดชิด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา มีผู้พบศพนางศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี พยาบาลวิชาชีพ รพ.ภาชี ถูกฆ่าในชุดพยาบาลทิ้งศพไว้ในรถเก๋งของผู้ตาย ในซอยตรงข้าม รพ.ภาชี โดยมีบาดแผลถูกแทงหลายแผลที่หน้าอก และถูกปาดลำคอเป็นแผลฉกรรจ์ ตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว พบชายต้องสงสัย ซึ่งเมื่อให้พยานดู ก็ระบุว่าคือนายอั๋น หรือน็อต เป็นอดีตพนักงานเวรเปล รพ.ภาชี ซึ่งลาออกไปแล้วประมาณ 1 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอขออนุมัติศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาออกหมายจับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีภาพจากกล้องวงจรปิดของ รพ.ภาชี บันทึกช่วงที่ผู้เสียชีวิตออกเวรประมาณเที่ยงคืน แล้วขับรถออกไปจอดบริเวณทางเข้าของ รพ. โดยช่วงที่จะเลี้ยวออกไปที่ถนน พบว่ามีชายรูปร่างสูง ซึ่งทราบภายหลังว่าคือนายอั๋น เดินมาจากมุมมืด โดยภาพในกล้องวงจรปิดเห็นเพียงขาของนายอั๋น จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันนานราว 1 นาที ก่อนที่รถของพยาบาลจะขับออกไป ขณะที่นายอั๋นหายไป ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ตายน่าจะรับนายอั๋นขึ้นรถไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานยืนยันว่าสามารถจับกุมตัวนายอั๋น ฟักศิริ เป็นอดีตเวรเปล โรงพยาบาลเดียวกันได้แล้ว หลังหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา และอยู่ระหว่างการสอบปากคำถึงสาเหตุ แรงจูงใจที่ยังไม่ชัดเจน เพราะนายอั๋นให้การเพียงว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุเท่านั้น รวมถึงการค้นหาอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ และทรัพย์สินบางส่วนของผู้ตายที่หายไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า ในการสอบปากคำนายอั๋น ผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้นัดกับนางศรีสุภางค์มาเจอกันที่หน้าโรงพยาบาล ก่อนที่ตนจะขึ้นรถไปด้วย ระหว่างทางเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงจึงได้จอดรถคุยกัน และมีการลงไม้ลงมือกันก่อนที่ตนจะจับนางศรีสุภางค์กดลงกับเบาะนั่ง และใช้คัตเตอร์ที่ติดตัวมาแทงที่หน้าอกและปาดคอจนเสียชีวิต สิ่งที่ทำไปนั้นตนไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า แต่เป็นการบันดาลโทสะ และนางศรีสุภางค์เองก็ขัดขืนต่อสู้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอั๋นยังอ้างว่าตนกับผู้ตายมีความสนิทสนมกัน ส่วนสาเหตุที่เกิดทะเลาะกันมาจากตนเองได้ของยืมเงินจากผู้ตายจำนวน 1 หมื่นบาท เพื่อไปส่งค่างวดรถ แต่ได้รับการปฏิเสธ เกิดการโต้เถียงกันจนกลายเป็นความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผล นำตัวผู้ต้องหาไปค้นหาอาวุธมีดที่ใช้ในการก่อเหตุ และในวันที่ 12 มี.ค. เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. จะเดินทางไปร่วมแถลงข่าวที่ สภ.ภาชี ก่อนจะคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายพัฒนา​ อ่วมเทศ​ อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่วิศวกรโรงงาน สามีนางศรีสุภางค์ และครอบครัว ได้เดินทางไปรับศพนางศรีสุภางค์ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดมาบโพธิ์ ต.ระโสม อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายพัฒนากล่าวว่า จะไม่อโหสิกรรมให้กับผู้ต้องหา ส่วนตัวแล้วไม่อยากให้มาขอขมาเพราะกลัวอดใจไม่ได้ ปกติแล้วภรรยาของตนเป็นคนดี ไม่เคยมีปากเสียงกับใคร เคยเตือนภรรยาหลายรอบแล้วว่าอย่าให้คนอื่นยืมเงิน ซึ่งเรื่องของคดีปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่อยากให้ผู้ต้องหาได้รับโทษหนักที่สุด ประหารชีวิตได้ก็ให้ประหาร เพราะชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31083</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนครศรีอยุธยา, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, พัฒนา​ อ่วมเทศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c866e48ea02f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเมียจ้างฆ่าผัว ช้ำ20ปีมีแต่ทุกข์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีคลี่คลาย ดักยิงผู้รับเหมาดับหน้าโรงเรียน ตำรวจตามจับได้ทั้งมือปืน เมียผู้ตายผู้จ้างวาน รวมทั้งลูกเขย ให้การอยู่กินมาร่วม 20 ปี ทะเลาะกันตลอดจนทนไม่ไหว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เดินทางไปยัง สภ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ติดตามการจับกุมและสอบปากคำ 4 ผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุยิงนายธวัช สุขสังขาร อายุ 63 ปี ผู้รับเหมาก่อสร้างงานชุมชน เสียชีวิตขณะขับรถกระบะไปส่งภรรยาหน้าโรงเรียนนครหลวงอุดมรัชต์ หมู่ 5 ต.นครหลวง อ.นครหลวง เมื่อเช้ามืดวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อเข้าไปขายของ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ ตำรวจสืบสวนสอบสวนก่อนที่จะจับกุมนายมนตรี หรือก๊อต ชมถนอม อายุ 28 ปี มือปืน ให้การซัดทอดว่านางประภัสสร โท้ประยูร อายุ 62 ปี ภรรยาของนายธวัช เป็นผู้ว่าจ้าง โดยมีนายสราวุฒิ ทรงโฉม อายุ 38 ปี ลูกเขยนางประภัสสร เป็นผู้ใช้จ้างวาน และนายตะวัน หรือบอล สีเหลือง อายุ 30 ปี เป็นผู้ติดต่อตนให้รับงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติได้ร่วมสอบปากคำนายมนตรี นางประภัสสร นายตะวัน และนายสราวุฒิ โดยยังมีผู้ต้องหาที่หลบหนีอีก 2 คน คือนายอภิชาติ หรือต้อม มีสมกรณ์ ทำหน้าที่ดูหน้างานและรับเงิน และนายศราวุต หรือดีส เซ็นเจริญ ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวนายมนตรีไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณหน้าโรงเรียนนครหลวงอุดมรัชต์ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากมาดูการทำแผน เริ่มตั้งแต่นายมนตรี พร้อมนายศราวุต ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี มาจอดรถจักรยานยนต์รอหน้าโรงเรียน กระทั่งรถของนายธวัชมาถึง นางประภัสสรลงมาเปิดประตูรั้วโรงเรียน นายมนตรีพร้อมนายศราวุตจึงขี่รถจักรยานยนต์ไปประกบ แล้วนายมนตรีก็ยิงนายธวัชก่อนจะหลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า จากการสอบสวน นางประภัสสรให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าสาเหตุมาจากปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัว โดยตนมีปากเสียงทะเลาะวิวาทและถูกสามีข่มขู่มาตลอดเวลาที่อยู่กันมาร่วม 20 ปี จนทนไม่ไหว จึงได้ติดต่อให้ลูกเขยจัดหามือปืนมายิงสามี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30111</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c7694b8be377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
