<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับพ่อลูกฮุบที่สงฆ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน่วยหนุมาน กองปราบฯ&amp;quot; จู่โจมล็อกตัว &amp;ldquo;ลุงบุญช่วย&amp;rdquo; พร้อมลูกชายกลางไร่ขณะนอนหลับ หลังพบหลักฐานชัดฮุบที่ดินธรณีสงฆ์ 3,800 ไร่ของ &amp;ldquo;พระกิตติวุฑโฒภิกขุ&amp;rdquo; มาเป็นของตัวเอง เค้นสอบผู้ต้องหา &amp;ldquo;ลุงบุญช่วย-ลูกชาย&amp;rdquo; ชี้สร้างหลักฐานเท็จต้องมีมากกว่า 2 คน ขณะที่ภรรยา &amp;ldquo;อดีตนายพล&amp;rdquo; ดักรอ ดีใจการเสียชีวิตของสามีไม่สูญเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม (ผกก.2 บก.ป.), พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สสน.บก.ป., พ.ต.ท.กรกช ยงยืน สว.กก.2 บก.ป. นำชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน จำนวน 20 นาย และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. พร้อมอาวุธครบมือ นำหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 32/21 ม.10 ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เพื่อเข้าจับกุมตัวนายบุญช่วย เจริญสถาพร อายุ 80 ปี และนายกิตติพงษ์ เจริญสถาพร อายุ 43 ปี บุตรชาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา &amp;ldquo;เบิกความเท็จต่อศาล, ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ และร่วมกันยักยอกทรัพย์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไปถึง พบบ้านหลังดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับอาคารสำนักงานตั้งอยู่ภายในไร่ จึงวางกำลังเข้าปิดล้อมเพื่อความรัดกุมและปิดเส้นทางหลบหนี จากนั้นจึงเข้าไปยังตัวอาคารบ้านพักก่อนจะพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนยังคงนอนหลับพักผ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการหนุมานและชุดปฏิบัติการ กก.2 บก.ป. จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมเข้าตรวจยึดเอกสารหลักฐานบางอย่างจากภายในบ้านพักจำนวนหลายรายการไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2561 มูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัยได้ส่งตัวแทนเข้าพบพนักงานสอบสวน แจ้งความเอาผิดกับนายบุญช่วย ซึ่งเป็นน้องชายของพระกิตติวุฑโฒภิกขุ อดีตประธานมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุฯ ที่มรณภาพเมื่อปี 2548 ว่าได้ยักยอกที่ดินในพื้นที่ ต.พลวง ต.ตะเคียนทอง อ.เขาคิชฌกูฏ และบางส่วนใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ของมูลนิธิ จำนวน 3,800 ไร่ ไปเป็นของตนเอง โดยมีการสวมสิทธิ์การครอบครอง และนำไปออกโฉนดโดยมิชอบด้วยการแจ้งเท็จต่อศาลแพ่งและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังรับเรื่อง ทางเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวจึงได้นำกำลังลงพื้นที่สืบตรวจสอบข้อเท็จจริง จนกระทั่งพบว่าเดิมทีที่ดินผืนนี้เป็นที่ดิน ส.ป.ก. มีนายสมพล โกศลานันท์ เป็นผู้ครอบครอง กระทั่งประมาณปี 2513-2515 พระกิตติวุฑโฒได้ก่อตั้งมูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุฯ พร้อมกับเปิดรับบริจาครวบรวมเงินของชาวบ้านมาเป็นทุนซื้อที่ดินผืนดังกล่าวจากนายสมพล เพื่อนำมาใช้ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ของพระสงฆ์ในราคา 12 ล้านบาท แต่จ่ายเงินไปเพียง 8 ล้านบาท อีก 4 ล้านบาทยังไม่ได้ชำระ แต่ทางนายสมพลเห็นว่าจะนำที่ดินไปใช้ประโยชน์ทางศาสนา จึงมอบที่ดินให้ไปใช้ประโยชน์ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ที่ดินมาแล้ว พระกิตติวุฑโฒได้มอบหมายให้นายบุญช่วยซึ่งเป็นน้องชายของตัวเองเป็นผู้ดูแลที่ดิน แต่เมื่อพระกิตติวุฑโฒได้มรณภาพลงในปี 2548 นายบุญช่วยและบุตรชายคือนายกิตติพงษ์ กลับวางแผนที่จะเข้าครอบครองที่ดินผืนดังกล่าวมาเป็นของตนเอง โดยในปี 2550 นายบุญช่วยได้ไปยื่นเรื่องฟ้องร้องนายเรวัฒิ โกศลานันท์ ลูกชายของนายสมพล ในฐานะเป็นผู้รับมรดกเพื่อให้โอนที่ดินดังกล่าวมาเป็นของตัวเอง โดยมีนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความชื่อดัง เป็นทีมทนายความ กระทั่งศาลจังหวัดจันทบุรีมีคำพิพากษาให้ทายาทของนายสมพลโอนที่ดินดังกล่าวไปเป็นชื่อของนายบุญช่วยตามที่ร้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นปี 2554-2555 นายบุญช่วยได้ไปยื่นขอเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนดที่ดินเพื่อทำให้มีมูลค่าสูงขึ้น ทาง น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท และ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ ซึ่งเป็นทายาทรุ่นหลานของนายสมพล จึงเริ่มพบเห็นความผิดปกติ และเกิดความไม่พอใจ เพราะเห็นว่าที่ดินดังกล่าวไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางศาสนาตามวัตถุประสงค์เดิม จึงเกิดการฟ้องร้องเป็นคดีขึ้นหลายคดี แต่เป็นทางฝ่ายทายาทที่แพ้คดีมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงยังลุกลามบานปลายจนกลายเป็นมูลเหตุทำให้ พล.ต.ต.ธารินทร์ตัดสินใจใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่นายบัญชา นางสุภาพร ภรรยานายบัญชา นายวิชัย อุดมธนภัทร และนายวิจัย สุขรมย์ ทีมทนาย ภายในศาลจังหวัดจันทบุรี ขณะกำลังรอพยานฝ่ายจำเลยและรอผู้พิพากษาขึ้นนั่งบัลลังก์นัดสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดแรก เพื่อรับฟังการพิจารณาคดีการฟ้องร้องทางแพ่งปลีกย่อยเกี่ยวกับที่ดินผืนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนเป็นเหตุให้นายบัญชา และนายวิจัย เสียชีวิต ส่วนนางสุภาพรและนายวิชัยได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ พล.ต.ต.ธารินทร์เองภายหลังก่อเหตุก็ได้ถูกนายธนากร ธีรวโรดม เสมียนทนาย นำอาวุธปืนของ ร.ต.อ.ขจร บรรจง ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี ยิงใส่จนเสียชีวิตด้วยเช่นกัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2562 ซึ่งภายหลังเกิดเรื่องขึ้นมาทำให้คดีดังกล่าวกลายเป็นที่สนใจจากสังคมถึงความไม่ชอบมาพากล ด้วยเหตุนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทางกองปราบฯ จึงได้รับโอนสำนวนคดีทั้งหมดมาอยู่ในความดูแล พร้อมกับสืบสวนข้อเท็จจริงจนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การออกหมายจับและจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังการเข้าจับกุมตัวและตรวจค้นหาพยานหลักฐานต่างๆ ภายในบ้านเสร็จสิ้นแล้วนั้น ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมก็ได้เร่งนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเดินทางต่อมายังกองบังคับการปราบปรามเพื่อทำการสอบสวนโดยทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน จากกรณีดังกล่าว น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท ภรรยา พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตรองจเรตำรวจ เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พร้อมนำรูปภาพและอัฐิของ พล.ต.ต.ธารินทร์ เพื่อยืนดักเฝ้ารอพบกับนายบุญช่วยและนายกิตติพงษ์ หลังทราบข่าวว่าถูกกองปราบปรามนำกำลังเข้าจับกุมได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และนำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมยังกองปราบปราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เขมจิรากล่าวว่า หลังต่อสู้คดีมาหลายสิบปี เมื่อนายบุญช่วยกับบุตรชายถูกจับจึงมาที่กองปราบปรามเพื่อรอพบเจอ เพราะตนอยากให้พวกเขายอมรับความจริงว่านายสมพลขายที่ดินให้พระกิตติวุฑโฒในนามมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุฯ จริงหรือไม่ และจะชี้แจงอย่างไร สำหรับคดีที่นายบุญช่วยฟ้องร้องตนเองฐานฟ้องเท็จเกี่ยวกับเรื่องการครอบครองที่ดินทั้งหมด 3 คดี ศาลชั้นต้นสั่งลงโทษจำคุกตนและทนายรวมทั้งหมด 7 ปี โดยรอลงอาญาไว้ก่อน ขณะนี้กำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อันที่จริงอดีตสามีของตนไม่ควรเสียชีวิตจากเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามตนก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามและสื่อมวลชนที่ช่วยติดตามข่าวจนทำให้ความจริงปรากฏ จนทำให้การเสียชีวิตของ พล.ต.ต.ธารินทร์ไม่สูญเปล่า&amp;rdquo; น.ส.เขมจิรากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวว่า เบื้องต้นในการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งมีรายงานจากชุดจับกุมว่า ในการตรวจค้นที่บ้านพักขณะจับกุมไม่พบเอกสารหลักฐานใดเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน แต่ในทางคดีนั้นทราบอยู่แล้วว่าผู้ต้องหาไม่มีเอกสารซื้อขาย แต่เป็นการสร้างหลักฐานเท็จ โดยฟ้องศาลเพื่อให้ได้เอกสาร น.ส.3 เป็นของตนเอง และโอนชื่อเป็นตนเองในปี 2553
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอมรับว่าการสร้างหลักฐานเท็จนั้นต้องมีคนร่วมกระทำผิดมากกว่า 2 ราย แต่บางคดีก็หมดอายุความไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หนักใจ เพราะมีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุฯ จริง&amp;rdquo; พ.ต.อ.เอนกกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68256</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิตติพงษ์ เจริญสถาพร, บุญช่วย เจริญสถาพร, พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ, พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา, พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ, พระกิตติวุฑโฒภิกขุ, พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์, ร.ต.อ.ขจร บรรจง, สมพล โกศลานันท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขมจิรา บัณฑูรนิพิท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf7544b46e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก.ต.&#039;ถก18พ.ย. ยิงระอุ&#039;จันทบุรี&#039; &#039;บึงกาฬ&#039;พกปืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลเก็บข้อเท็จจริงยิงเดือดที่ศาลจันทบุรีแล้ว เตรียมชงเข้าที่ประชุม ก.ต. 18 พ.ย. ก่อนเปิดรายละเอียด ผงะ! ที่ศาลบึงกาฬเจออดีตตำรวจวัย 64 ปีมาคัดสำเนาพกปืนอีกแล้ว &amp;ldquo;เขมจิรา&amp;rdquo; หอบหลักฐานมอบกองปราบฯ ที่ดินเป็นของใคร ชี้ที่ดินธรณีสงฆ์บาปแรง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 พ.ย. นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าหลังส่งเจ้าพนักงานตำรวจศาล (คอร์ตมาร์แชล) ลงพื้นที่ศาลจังหวัดจันทบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมประมวลเหตุการณ์ยิงกันในศาลเมื่อวันที่ 5 พ.ย. จนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ว่าได้รับผลการรายงานจากการลงพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะนำข้อมูลที่ได้รับรายงานมาเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ ก่อนเปิดเผยรายละเอียดการลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ กรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชนและกองทุน เชิญเลขาธิการศาลยุติธรรมเข้ามาชี้แจงเรื่องการรักษาความปลอดภัย รวมทั้งเชิญหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องในกระบวนยุติธรรม เพื่อสอบถามทั้งเรื่องการอนุญาตครอบครองอาวุธปืน, การทำหน้าที่ของตำรวจศาล, การใช้พนักงานเอกชนรักษาความปลอดภัยของศาล และการให้ศาลประกาศเขตพื้นที่อย่างชัดเจนว่าแต่ละโซนควรมีความปลอดภัยระดับไหน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. ที่ศาลจังหวัดบึงกาฬ เจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำศาลได้ตรวจพบประชาชนที่มาติดต่อราชการศาล พกอาวุธปืนไว้ในกระเป๋าเข้าศาลจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลได้ตรวจพบและควบคุมตัวได้ คือ นายปิยะ ยืนยั่ง อายุ 64 ปี เป็นนายตำรวจนอกราชการ ซึ่งนายปิยะเดินทางมาเพื่อขอคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาในคดีความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติรับราชการทหาร ซึ่งนายปิยะไม่ใช่คู่ความ เป็นเพียงญาติของจำเลยในคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนและตั้งสำนวนไต่สวนละเมิดอำนาจศาล พร้อมดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตรวจค้นจับกุมได้ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่นายสราวุธได้ลงนามในคำสั่งด่วนที่สุด เรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาล ส่งเป็นหนังสือเวียนถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม ให้ใช้เป็นแนวทางและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ซึ่งมีทั้งส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาล หรือเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณศาลโดยเฉพาะในศาลต่างจังหวัด ที่ยังใช้ตำรวจจากพื้นที่ร่วมกับ รปภ.ศาลที่มีอัตรากำลังน้อยกว่าศาลในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ ในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาล ยังรวมถึงการห้ามนำอาวุธและสิ่งของที่ผิดกฎหมายเข้ามาในบริเวณศาลด้วย หากฝ่าฝืนอาจเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าของคดีการยิงกันที่ศาลจังหวัดจันทบุรีนั้น น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท อดีตภรรยา พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตรองจเรตำรวจแห่งชาติ ที่เสียชีวิตได้นำพยานหลักฐานเป็นเอกสารที่อดีตสามีรวบรวมได้และสามารถพิสูจน์ได้ว่าที่ดิน 3,800 ไร่ในจังหวัดจันบุรีเป็นที่ธรณีสงฆ์ ไม่ใช่ที่ของมูลนิธิและของนายบุญช่วย เจริญสถาพร ที่ได้ทำเอกสารใหม่จนนำไปสู่คำพิพากษาของศาลฎีกา ทำให้ที่ดินตกเป็นของนายบุญช่วยมามอบให้กองปราบฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.เขมจิราระบุว่า หลักฐานที่นำมามอบให้กับตำรวจกองปราบเป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่อดีตสามีรวบรวมได้ และส่งให้ตนเองก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่วันเพื่อมอบให้ตำรวจ แต่เอกสารยังไม่ทันถึงมือตำรวจก็เกิดเรื่องเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้น หากกระบวนการยุติธรรมมีความเป็นธรรมอย่างแท้จริง เพราะตลอด 8 ปีที่ผ่านมา อดีตสามีต่อสู้เพื่อสิทธิ์อันชอบธรรมให้กับมูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย แต่กลับไม่ได้รับความเป็นธรรม และเกิดความกดดันมาตลอด จนมีคดีฟ้องร้องกันไปมาถึง 13-14 คดี&amp;quot; น.ส.เขมจิรากล่าว และว่า พื้นที่ จ.สงขลา 600 ไร่ และชลบุรี 1,700 ไร่ ของมูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัยหายไปไหน และบุคคลที่เกี่ยวข้องคือใคร หากตรวจสอบก็จะรู้คำตอบ&amp;nbsp;
น.ส.เขมจิรากล่าวทิ้งท้ายว่า ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งหมด โดยขอให้แต่ละฝ่ายทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องของเวรกรรม เพราะที่ดินธรณีสงฆ์บาปแรง และหันกลับมาคิดว่าที่ดินเป็นของใคร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50378</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์, สราวุธ เบญจกุล, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dceab8f5b337.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.จ่อถกแผนคุมเข้มรปภ.ศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จับแล้วเสมียนตราฝ่ายโจทก์ มือยิง &amp;quot;พล.ต.ต.ธารินทร์&amp;quot; &amp;nbsp;ตายกลางศาล ส่วนตำรวจศาลโดนด้วย ถูกตั้งกรรมการสอบโทษฐานยื่นปืนให้ อาจมีความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น &amp;quot;สราวุธ&amp;quot; เผยชงเรื่องอาวุธในศาลเข้าที่ประชุม ก.ต. 18 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี นำกำลังเข้าจับกุม นายธนากร วีรวโรตม เสมียนตราฝ่ายโจทก์ ที่เป็นผู้ต้องหาคดียิง พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตตำรวจตายในศาลจันทบุรี ขณะ พล.ต.ต.ธารินทร์ได้ก่อเหตุกราดยิงทนายฝ่ายโจทก์และลูกความบาดเจ็บและเสียชีวิต ภายในห้องพิจารณาคดี บัลลังก์ &amp;nbsp;2 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี เป็นผู้ยื่นปืนให้กับ นายธนากรยิง พล.ต.ต.ธารินทร์จำนวน 6 นัดจนถึงแก่ความตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลยื่นปืนให้นายธนากรเป็นผู้ยิงไว้อย่างชัดเจน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออนุมัติศาลจังหวัดจันทบุรีออกหมายจับนายธนากร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมนายธนากรได้ที่โรงแรมกลางเมืองจันทบุรี หลังไปหลบซ่อนตัว ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นนายธนากรปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ และแจ้งว่าจะไม่ให้การใดๆ ในชั้นพนักงานสอบสวน และจะให้การในชั้นศาลอย่างเดียว พร้อมแต่งตั้งทนายมาต่อสู้คดีต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหานายธนากรคือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี ทาง พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี จะเรียกมาทำการสอบสวน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีในการยื่นปืนให้นายธนากรเป็นคนยิงอดีตตำรวจถึงแก่ความตายก็จะมีความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นด้วย รวมทั้งอาจจะปลดจากการเป็นตำรวจ เบื้องต้นอยู่ระหว่างการสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงข่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นถึงมูลเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ น่าจะมาจากสาเหตุปัญหาเรื่องที่ดินจำนวน 86 แปลง เนื้อที่ประมาณ 3,800 ไร่ ตั้งอยู่ในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีการฟ้องร้องคดีกันไปมาอีกหลายคดี เป็นเวลานานกว่า 10 ปี ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า ทาง สภ.เมืองจันทบุรีได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความคุ้มครองตลอดเวลา ประกอบกับ บุตรสาวนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ (ผู้เสียชีวิต) และนางสุภาพร ปรมีศณาภรณ์ (ผู้บาดเจ็บ) ได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความคุ้มครอง เนื่องจากเกิดความหวาดกลัว จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงจำนวนไปให้ความคุ้มครองตามที่ร้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี นายเกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี พร้อมนายวรา เศลวัตนะกุล รองนายแพทย์สาธารณสุขจันทบุรี พร้อมทีมแพทย์ แถลงข่าวอาการของนางสุภาพร ปรมีศณาภรณ์ อายุ 59 ปี ที่ถูกอดีตยิงบริเวณท้องและขาซ้ายเข้ารับการผ่าตัด ช่วงนี้อาการปลอดภัยดี แต่ยังคงต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนนายวิชัย อุดมธนภัทร อายุ 51 ปี ที่ถูกยิงบริเวณนิ้วก้อยมือขวาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุยิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรีทั้ง 2 ฝ่าย ทั้ง พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตรองจเรตำรวจ ผู้ก่อเหตุ และพ่อแม่ ญาติของคู่กรณีที่ถูกยิงและนายวิจัย สุขรมย์ ทนายความ เดินทางมารอรับศพทั้ง 2 ราย เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท อดีตภรรยาของ พล.ต.ต.ธารินทร์ ผู้ก่อเหตุ ระบุว่า เชื่อว่าสาเหตุที่อดีตสามีลงมือก่อเหตุ เพราะถูกกดดันเกิดจากความเครียดสะสม ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างสูง และยังถูกทางฝ่ายโจทก์ไปร้องเรียนจะถอดยศว่าเอาเวลาราชการมาทำคดี และเชื่อว่ามาจากความเครียดที่มูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัยเปลี่ยนฝ่ายไปให้การเป็นพยานของฝ่ายโจทก์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองมองว่าไม่ชอบมาพากล เพราะมูลนิธิเป็นผู้เสียหายในกรณีฟ้องร้องเรื่องที่ดิน 3,800 ไร่ แต่เหตุใดจึงไม่รักษาสิทธิ์ตนเอง และที่ผ่านมาเวลาขึ้นศาลมีการโต้เถียงกันบ่อยครั้ง เคยส่งนิ้วกลางในห้องศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายโจทก์ยังมีการท้าตบกับทนายหญิงฝ่ายจำเลยหน้าศาล ทะเลาะกันหลายครั้ง ส่วนตัวได้เลิกกับ พล.ต.ต.ธารินทร์มา 4 ปีแล้ว จึงรู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสีย และไม่อยากให้อดีตสามีตายฟรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดี เนื่องจากอีกฝ่ายแจ้งจำนวนทายาทไม่ตรงกับความเป็นจริงในช่วงที่มีการพิจารณาคดี รวมถึงฝ่ายตนเองได้รับหลักฐานยืนยันกรรมสิทธิ์ที่ดินมาภายหลังจากที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาได้ ทั้งนี้ หาก พล.ต.ต.ธารินทร์รับรู้ ตนอยากจะขอโทษที่ทำให้เขาต้องมาวุ่นวายกับคดีดังกล่าว แทนที่จะได้ใช้ชีวิตบั้นปลายเกษียณกับครอบครัวอย่างมีความสุข อย่างไรก็ตาม ร่างของ พล.ต.ต.ธารินทร์จะนำไปประกอบพิธีกรรมที่ จ.ปราจีนบุรีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสาคร สุขรมย์ พ่อของนายวิจัย สุขรมย์ ผู้เสียชีวิต ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจที่ลูกชายซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวต้องมาจบชีวิตลงเพราะอาชีพที่ตัวเองรัก และตั้งใจทำงานมาตลอด 25 ปี
&amp;nbsp;อยากให้คดีนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่เกิดขึ้นในศาล ที่มีการพกอาวุธเข้ามาห้ำหั่นกัน พร้อมอยากให้มีการทบทวนเรื่องการรักษาความปลอดภัยในศาล ส่วนตัวยังไม่ได้คุยกับครอบครัวคนยิง หากจะมาขอโทษก็ยินดีรับ แต่ขอโทษแล้วได้อะไร ไม่ทำให้ลูกชายฟื้นกลับมาได้ และไม่ขอจองเวรจองกรรมต่อกันอีก หลังจากนี้จะนำศพไปทำพิธีที่วัดป่ามัชฉิมวงศ์รัตนาราม จ.อุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า จะออกหนังสือเวียนมาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาล ที่เคยออกมาในช่วงปี 2522 ช่วงนั้นเกิดเหตุจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราช ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะกำหนดขั้นตอนชัดเจนว่ามาตรการร่วมกันระหว่างการดำเนินงานของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมราชทัณฑ์ จะต้องจัดการงานอย่างไรบ้าง จากที่เราเคยตกลงกันก็ต้องมีการกำชับให้มีการปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวถึงเหตุการณ์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในศาลจังหวัดจันทบุรีว่า กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ เรื่องอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่า พล.ต.ต.ธารินทร์ได้มารอจังหวะตอนเดินเข้าศาลห่างจากจุดตรวจประมาณ 10 เมตร ในช่วงเวลา 7.45 น. ซึ่งเป็นการรอจังหวะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังเตรียมตัวเคารพธงชาติ เมื่อได้จังหวะจึงแอบนำอาวุธเข้าไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องจะมีการตั้งกรรมการสอบหรือไม่นั้น ในขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าพนักงานตำรวจศาล (คอร์ตมาร์แชล) เดินทางไปลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงกลับมารายงาน ก่อนมีการพิจารณากันต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์และมาตรการการรักษาความปลอดภัยกับ ผอ.ประจำศาลจังหวัดจันทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ในวันที่ 18 พ.ย.นี้ ก็จะมีการรายงานในที่ประชุม ก.ต.ให้ได้รับทราบ ซึ่งในวันดังกล่าวก็จะมีการรายงานผลสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ที่ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองในศาลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถ.พหลโยธิน นายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความและโฆษกสภาทนายความ พร้อมด้วยนายภักดี บุษยะบุตรี อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีว่าที่ ร.ต.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความฯ เสนอนโยบายทนายความพกปืน โดยนายนิพนธ์กล่าวว่า นโยบายที่ให้ทนายความมีใบอนุญาตพกปืนนั้น อยู่ในขั้นตอนรอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อนุมัติ ยังเหลือการพิจารณาเรื่องการกำหนดค่าธรรมเนียม ไม่ใช่ให้พกปืนเข้าไปในบริเวณศาล แต่ให้เพื่อสวัสดิภาพในการทำงาน การเดินทาง ครอบครัว เพราะเป็นงานเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งคู่ความ น่าจะมีไว้ป้องกันตัว โดยจะมีประธานสภาทนายความจังหวัดรับรองความประพฤติ และนายกสภาทนายความฯ กับ ผบ.ตร.รับรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภักดีกล่าวเสริมว่า ทนายความในคดีแพ่งมีเงินและทรัพย์สินของลูกความไว้จ่ายค่าธรรมเนียมศาล ต้องปกป้องทรัพย์สินของผู้อื่นด้วย ในศาลเป็นพื้นที่เฉพาะไม่มีใครพกปืนได้ ยกเว้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือตำรวจเท่านั้น เราประสานกระทรวงมหาดไทยจัดซื้อปืนสวัสดิการ สิทธิที่จะพกพาเป็นอำนาจของ ผบ.ตร. การพกปืนเป็นเรื่องเฉพาะที่จะพิจารณารายบุคคลว่าเหมาะสมหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเหตุยิงกันที่ศาลจังหวัดจันทบุรี นายนิพนธ์กล่าวว่า สภาทนายฯ เสียใจจากการสูญเสียนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ เนื่องจากเป็นทนายความชั้นผู้ใหญ่ เราพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัว ผู้เกี่ยวข้อง และเป็นเรื่องดีที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และ รมว.ยุติธรรม ต่างออกมากวดขันเร่งรัดการรักษาความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ เปิดเผยว่า วันที่ 14 พ.ย. ที่ประชุมกรรมาธิการเตรียมหยิบยกเรื่องของความปลอดภัยภายในศาลมาหารือ หลังจากเกิดเหตุก่อยิงในพื้นที่ศาลหลายครั้ง ทั้งจังหวัดยะลาและจังหวัดจันทบุรี ซึ่งที่จังหวัดจันทบุรีมีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องพิจารณาปัญหานี้อย่างจริงจัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในห้องพิพากษาคดีควรจะเป็นเขตที่ปลอดภัยล้านเปอร์เซ็นต์ และควรจะเป็นเขตที่พี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐอัยการ ทนาย ผู้พิพากษาหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง จะเดินเข้าไปได้อย่างปลอดภัย&amp;rdquo; นายจิรายุกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50230</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนากร วีรวโรตม, พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์, รปภ.ศาล, ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาวุธในศาล, เสมียนตราฝ่ายโจทก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc12e1b3185.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความปลอดภัยในอาคารศาล ถึงเวลาคุมเข้ม-อุดช่องโหว่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์ยิงกันในห้องพิจารณาคดีที่ 2 ของศาลจังหวัดจันทบุรีเมื่อวันอังคารที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นเหตุสะเทือนขวัญที่สร้างความตกตะลึงให้คนในสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการก่อเหตุกลางห้องพิจารณาคดีของศาลประจำจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้หลังจากนี้เชื่อได้ว่า ศาลยุติธรรมจะต้องเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการตรวจตราความเรียบร้อยของบุคคลที่จะเดินทางเข้าห้องพิจารณาคดีของศาลมากขึ้นแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าวพบว่ามีผู้ถูกยิงจำนวน 5 ราย ประกอบไปด้วย 1.นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความชื่อดังและอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนหน้านี้ล่าสุดมีตำแหน่งเป็น อนุกรรมาธิการประจำคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ วุฒิสภา 2.นายวิจัย สุขรมย์ 3.นางสุภาพร ปรมีศณาภรณ์ (ภริยานายบัญชา) 4.นายวิชัย อุดมธนภัทร 5.พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์&amp;nbsp; ซึ่งหลังเกิดเหตุได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ก่อเหตุไปรักษาที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี ต่อมามีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องในทางการฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาลที่จังหวัดจันทบุรี คือ นายบัญชา ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และทนายความของคนดังๆ เช่น ทนายความของบริษัท คิง เพาเวอร์ รวมทั้งเป็นทนายความของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ซึ่งเป็นโจทก์ที่ 2&amp;nbsp; และในฐานะทนายโจทก์ที่ 2 และ 3, นายวิจัย ที่เป็นทนายฝ่ายโจทก์ และ พล.ต.ต.ธารินทร์ ซึ่งเป็นจำเลยในคดีที่มีการฟ้องร้องกับนายบัญชา และเป็นผู้ก่อเหตุใช้ปืนพกสั้นที่ซุกซ่อนมิดชิดจ่อยิงนายบัญชาและนายวิจัยเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สืบเนื่องจากคู่ความทั้งสองฝ่ายพิพาทกันหลายคดีต่อเนื่องมานานหลายปี เริ่มต้นจากคดีแพ่งพิพาทเกี่ยวด้วยที่ดิน และทั้งสองฝ่ายมีการฟ้องคดีอาญากันอีกหลายคดี รวมถึงคดีที่มีนัดพิจารณาในวันเกิดเหตุด้วย โดยคดีนี้เป็นการฟ้องคดีอาญา ข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ อยู่ระหว่างการสืบพยานฝ่ายจำเลย ซึ่งที่ผ่านมามีรายงานว่าในช่วงการพิจารณาคดี ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยมักจะมีการโต้เถียงกันอยู่บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยขณะเกิดเหตุ ศาลจันทบุรีนัดสืบพยานจำเลยนัดแรก ในคดีที่มีการฟ้องร้องกันระหว่างฝ่ายนายบัญชากับ พล.ต.ต.ธารินทร์ หลังจากสืบพยานโจทก์มาแล้ว 20 นัด ซึ่งขณะเกิดเหตุองค์คณะผู้พิพากษายังไม่ได้ขึ้นนั่งพิจารณาคดี เนื่องจากคู่ความในคดียังเดินทางมาไม่ครบ ในช่วงที่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์เดินออกจากห้องพิจารณาคดี พล.ต.ต.ธารินทร์ จำเลยที่ 3 ได้ก่อเหตุดังกล่าวที่หลายคนไม่คาดคิด แต่ด้วยความที่การพิจารณาคดียังไม่เริ่มต้นขึ้น จึงไม่มีผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ดังกล่าวตัวแทนฝ่ายศาลยุติธรรม นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ย้ำไว้ว่า สำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาลและบุคลากรที่ทำงานอยู่ในอาคารศาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความเคลื่อนไหวที่ศาลฎีกา สนามหลวง เช่นกัน โดยมีรายงานว่าที่ห้องของประธานศาลฎีกา นายสุรินทร์ ชลพัฒนา เลขาธิการประธานศาลฎีกา ได้เข้าพบนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เพื่อรายงานเหตุอุกฉกรรจ์ที่ศาลจังหวัดจันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต่อมา นายสุรินทร์ เผยว่าประธานศาลฎีการู้สึกไม่สบายใจและมีความกังวลใจ ทั้งมีความเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในสถานการณ์ขณะนี้ก็ได้สั่งการให้สำนักงานศาลยุติธรรมทบทวนตรวจทานดูแลระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตัวบุคลากรหรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัย จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุร้ายแรงไม่คาดฝัน คนร้ายอาศัยช่องว่างของการตรวจสอบตรวจค้นอาวุธเข้าไปได้ ซึ่งปกติจะเข้าไปได้ยาก ประกอบกับคนที่จ้องจะกระทำกับคนที่ระวัง คนที่จ้องก็อาศัยโอกาสกระทำ ที่เอื้ออำนวยเหมาะสม เป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ ขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า ศาลยังเป็นสถานที่ซึ่งมีความปลอดภัยเสมอ&amp;rdquo; เลขาธิการประธานศาลฎีกากล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหากจำกันได้ ศาลยุติธรรมในยุคปัจจุบันที่มีเลขาธิการศาลยุติธรรมคือ นายสราวุธ เบญจกุล ได้พยายามผลักดันให้สำนักงานศาลยุติธรรมพัฒนาระบบเพื่อทำให้เกิด เจ้าพนักงานตำรวจศาล (COURT&amp;nbsp; MARSHAL)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนพบว่าถึงตอนนี้ มีข้าราชการที่รับโอนมาผ่านการฝึกอบรมพร้อมปฏิบัติหน้าที่แล้วทั้งสิ้น 35 ราย&amp;nbsp; โดยในปี 2563 ศาลยุติธรรมจะคัดเลือกบุคคลให้ได้อย่างน้อย 300 คน เพื่อที่จะนำอัตรากำลังดังกล่าว ไปจัดสรรกระจายกำลังคนไปประจำการยังศาลภาคต่างๆ ทั่วประเทศที่มีอยู่ 275 แห่ง โดยสำนักงานศาลยุติธรรมตั้งเป้าว่าจะจัดกำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลประจำศาลภูมิภาคแต่ละศาล 1-2 นาย ก็จะเป็นหนึ่งวิธีในการแก้ปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยของศาลต่างๆ&amp;nbsp; ด้วยความเข้มงวดรัดกุมยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังมีข้อสรุปที่ชัดเจนถึงแนวทางการให้มีเจ้าพนักงานตำรวจศาล สำนักงานศาลยุติธรรมก็จะกระจายเจ้าหน้าที่ไปยังศาลภูมิภาคเท่าที่จำเป็นก่อน ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ไม่เกิน 15 พ.ย.จะได้ผลสรุปว่าจะต้องจัดสรรอัตรากำลังเจ้าพนักงานตำรวจศาลในศาลใดบ้าง จำนวนเท่าใด และจะให้มีการหมุนเวียนประจำการอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ฝ่ายตัวแทนศาลยุติธรรมจะยืนกรานว่า ปัจจุบันมีระบบตรวจตราและตรวจสอบที่เข้มงวดรัดกุมในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่บริเวณอาคารศาลและห้องพิจารณาคดีอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ศาลจังหวัดจันทบุรี ย่อมทำให้สังคมต้องการเห็นความเข้มงวดที่มากขึ้น&amp;nbsp; เพราะศาลยุติธรรมนอกจากจะเป็นสถานที่ให้ความเป็นธรรมแล้ว ยังต้องให้ความปลอดภัยแก่ผู้เดินทางมายังศาลทั่วประเทศด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50147</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานกาณ์, บัญชา ปรมีศณาภรณ์, พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, วิจัย สุขรมย์, วิชัย อุดมธนภัทร, สุภาพร ปรมีศณาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcacb6951edf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
