<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กากีกะสีเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูท่าน่าจะต้องรอเพลงรอกันต่อไป เหล่า &amp;quot;นายพันสีกากี&amp;quot; ที่กำลังรอสัญญาณการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตำแหน่ง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.)-สารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2561 เพราะมีรายการ แทรกคิว ระดับ นายพล เข้ามาเพิ่มเติม พร้อมๆ กับกระแสข่าวลือเพื่อแก้ปัญหาร้องเรียนคาราคาซัง จน &amp;quot;การแต่งตั้งนายพล&amp;quot; วาระประจำปี ที่ผ่านมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ไปแล้วไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องชงเรื่องเข้าวงประชุม ก.ตร.เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เสนอปรับลดตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษระดับ พล.ต.อ. 5 ตำแหน่ง ลงมาเป็นระดับ&amp;nbsp; พล.ต.ท. และขอกำหนดตำแหน่งผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพิ่ม 3&amp;nbsp; ตำแหน่ง สำหรับการประสานงานรัฐสภา ศาลยุติธรรม อัยการ แม้ในวงประชุม ก.ตร.ยังไม่ตีตราประทับผ่านฉลุยคราวเดียว โยนไม้ต่อให้วงประชุมบริหารที่มี บิ๊กอวบ-พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.เป็นประธาน ไปหารือพูดคุยกับ รอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และผู้ช่วย ผบ.ตร. ถกกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และเสนอวงประชุม ก.ตร.อีกครั้งก็ไม่น่าจะมีใครหาญกล้าหักธงแน่ๆ (ฮาฮา) ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากทุกอย่างเป็นไปตามคิวที่วางกันไว้ เมื่อ ก.ตร.รอบใหม่ตีตราประทับไฟเขียวทั้ง 8 ตำแหน่ง นายพลระดับ ผบช. เชื่อว่า บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี คงเสนอบัญชีรายชื่อแต่งตั้งทั้ง 8 ตำแหน่ง รวมทั้งทดแทนตำแหน่งที่ขยับสูงขึ้นอีก 8 แท่ง รวมๆ น่าจะเกือบ 20 ตำแหน่ง เข้าวงประชุม ก.ตร.ที่มี บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมนั่งหัวโต๊ะประธาน ก.ตร.อนุมัติ ไม่น่าจะเกินต้นเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งก็น่าจะต้องปาดหน้าการแต่งตั้งตำรวจระดับ นายพัน ก่อนอย่างแน่นอน เพราะการแต่งตั้ง นายพล ทั้ง 8 ตำแหน่ง ถือเป็นวาระร้อนๆ วาระจำเป็นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องรีบปลดล็อกให้การแต่งตั้งทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้นเหล่าบรรดา นายพัน คงต้องร้องเพลงรอกันไปก่อน ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน นายพัน จะต้องร้องเพลงรอกันกี่เพลงนั้น หากยึดตามที่ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย รักษาการผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงแถลงไขเอาไว้ &amp;quot;การแต่งตั้งระดับ รอง ผบ.ก.ยังเป็นไปตามกรอบกำหนด เวลาที่ ก.ตร.ได้อนุมัติไว้คือต้องแต่งตั้งก่อนวันที่ 30 ธ.ค.ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คาดว่าทันตามกำหนดไม่มีการขยายเวลาแต่อย่างใด&amp;quot; แม้จะฟังแล้วใจชื้น เปิดปฏิทินนับจากวันนี้ถึงวันสุดท้ายปลายปีก็ยังมีเวลาอีกถึง 40 กว่าวัน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้แวดวงสีกากีอุ่นใจ เพราะต่างก็รู้ ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ยิ่งตอนนี้เริ่มมีกระแสข่าวลือกันหนาหู การแต่งตั้ง นายพัน วาระประจำปี 2561 อาจจะลากยาวๆ ข้ามปี ไปทำกันในช่วงเดือน มี.ค.62 โน้น ก็ยิ่งทำให้หลายคนถอนหายใจ...เฮ้อ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัดเจนแจ่มแจ้ง เดอะแจ็ค-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ตั้งโต๊ะแถลงคำสั่งเด้ง 5 เสือโรงพักกะทู้&amp;nbsp; จ.ภูเก็ต ที่ พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้มีคำสั่งให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp; พร้อมสั่งให้ตำรวจตั้งแต่ระดับ ผกก., รอง ผกก.ป., รอง ผกก.สส., สวป.และ สว.สส.ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งกำชับการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องทำให้เสร็จโดยเร็วและเป็นธรรม ให้เกิดความกระจ่างแก่สังคมนั้น สาเหตุมาจากเจ้าหน้าที่ทหารบุกทลายบ่อนพนันไพ่เสือมังกรในบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 3 อ.กะทู้ จับกุมนักพนันชายหญิง 56 คน ยึดเงินสด&amp;nbsp; 195,910 บาท อุปกรณ์การเล่นพนันอีกหลายรายการ ซึ่งนโยบาย ผบ.แป๊ะ กำชับทุกพื้นที่มาตลอดในการป้องกัน ปราบปราม ไม่ให้มีการปล่อยปละละเลยอบายมุข บ่อนการพนัน สถานบริการ หรือการค้ามนุษย์ หากมีหน่วยอื่นเข้าไปตรวจค้นจับกุม หน่วยพื้นที่ต้องรับผิดชอบตามคำสั่ง ตร.ที่ 234/2558 แต่ในส่วนคำสั่งที่ พล.ต.อ.ดุสิต สังขะเมฆะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งเด้ง พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ ผกก.สภ.บางบัวทอง&amp;nbsp; จ.นนทบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. โดยให้ขาดจากต้นสังกัดนั้น ไม่ได้มีคำชี้แจงมาจากอะไรกันแน่ ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บรรยากาศของทุกหน่วยในกองทัพเรือตอนนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะตลอด 6 เดือนต่อจากนี้ จะมี อีเวนต์ ใหญ่ตามนโยบาย บิ๊กลือ-พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในการจัดไตรกีฬานาวีเฉลิมพระเกียรติ แนวคิดทาง ยุทธศาสตร์ ที่นำไปสู่ ยุทธวิธี ในการให้ผู้บังคับหน่วยระดับ ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้การเรือ ซึ่งเป็นหน่วยกำลังรบจะต้องเข้าแข่งขันในระดับของโอลิมปิก&amp;nbsp; นั่นเท่ากับทุกคนต้องฝึกซ้อมว่ายน้ำ 1.5 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 40 กิโลเมตร วิ่ง 10 กิโลเมตร และใน 6&amp;nbsp; หน่วยรบหลักต้องจัดทีมส่งแข่งในระดับ ฟูลไอรอนแมน ว่ายน้ำ 3.8 กิโลเมตร ปั่นจักรยาน 180&amp;nbsp; กิโลเมตร วิ่ง 42 กิโลเมตร แม้จะไม่ได้นำมาพิจารณาเรื่องการปรับย้าย แต่ถือเป็นนโยบายที่ต้องปฏิบัติ&amp;nbsp; แต่ในแง่ของการฝึกซ้อมก็เป็นตัวอย่างให้กำลังพลในหน่วยนั้นได้ตื่นตัวในการออกกำลังกาย โดยเฉพาะระดับ &amp;quot;บิ๊ก&amp;quot; ที่ขึ้นเวทีวันแถลงข่าว ทั้ง พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 พล.ร.ท.ชุตินธร ทัตตานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 พล.ร.ท.สิทธิชัย มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&amp;nbsp; 3 พล.ร.ต.ศังกร พงษ์ศิริ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พล.ร.ต.รพีพงศ์ สุวรรณ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง คงต้อง ฝึกซ้อม หนักเพื่อเตรียมตัวลงสนาม ๐&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลับจากตรวจเยี่ยม กองทัพภาคที่ 2 ช่วงเย็นๆ กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา บิ๊กแดง-พล.อ.อภิรัชต์&amp;nbsp; คงสมพงษ์&amp;nbsp; ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ 904 ก็พุ่งเข้าไปสนามกีฬากองทัพบก เพื่อเข้าร่วมเตรียมงาน &amp;quot;ไบค์ฟอร์อุ่นไอรัก&amp;quot; ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ และต้องเตรียมความพร้อมในการจัดการจราจรและการรักษาความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ โดยวันที่ 15 พ.ย.61 เริ่มประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ https://www.bikeunairak2018.com วันที่ 19 พ.ย.61-เริ่มลงทะเบียนเพื่อร่วมปั่นจักรยาน 1.https://www.bikeunairak2018.com 2.คลิกลงทะเบียน ระบบจะให้เลือกปั่นในกรุงเทพฯ ระบบจะ redirect ไปที่ https://register.bikeunairak2018.com และปั่นในจังหวัด ระบบจะ redirect ไปที่ https://www.bikeunairak2018.moi.go.th อย่างไรก็ตาม การกรอกข้อมูลตามขั้นตอนจนจบจะได้รับบัตรแสดงตนลงทะเบียน เน้นการกรอกข้อมูล เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อนำบัตรประชาชนไปรับเสื้อพระราชทาน, หมายเลขโทรศัพท์/อีเมล (ถ้ามี)-ระบบจะยืนยันแจ้งผลการลงทะเบียนกลับไป, การเลือกสถานที่ปั่นในกรุงเทพฯ (จุดที่จะเริ่มปั่นจักรยาน) เพื่อไปรายงานตัววันที่&amp;nbsp; 1-2 ธ.ค.61 - กำหนดรับสิ่งของพระราชทานที่สนามกีฬาศุภชลาศัย ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมปั่นจักรยานโดยพร้อมกันทั่วประเทศ รายละเอียดและกำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนและตอบข้อซักถาม (Contract Center โทร.1111)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทหารไทยยังคงออกปฏิบัติการเพื่อสันติภาพนอกประเทศ โดยเฉพาะประเทศซูดานที่ถือเป็นประเทศครั้งที่ 2 ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ธิติชัย เทียนทอง รองเจ้ากรมยุทธการทหาร ตรวจเยี่ยมการจัดการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ทางเรือ ของกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจ ไทย/เซาท์ซูดาน&amp;nbsp; ที่ท่าเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พล.ร.ต.ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ กรมยุทธการทหารให้การต้อนรับ ทั้งนี้เพื่อเตรียมสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน (United Nations Mission in South&amp;nbsp; Sudan: UNMISS) โดยการเคลื่อนย้ายในครั้งนี้ สหประชาชาติรับผิดชอบการเคลื่อนย้ายในลักษณะ Door to Door จากกองพลทหารช่าง จังหวัดราชบุรี ไปยังเมืองจูบา สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน โดยได้ว่าจ้างบริษัท Scan Global Logistic ดำเนินการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์โดยจะถึงสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน วันที่ 17 ธ.ค.นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22180</URL_LINK>
                <HASHTAG>กากีกะสีเขียว, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, พล.ต.ธิติชัย เทียนทอง, พล.ต.อ.ดุสิต สังขะเมฆะ, พล.ร.ต.ณัฐพงศ์ เกตุสมบูรณ์, พล.ร.ต.รพีพงศ์ สุวรรณ, พล.ร.ต.ศังกร พงษ์ศิริ, พล.ร.ท.ชุตินธร ทัตตานนท์, พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง, พล.ร.ท.สิทธิชัย มาศเกษม, พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์, พล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab60e3104273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบก.ยันเป็นธรรม ตร.ยิงหนุ่มหนีด่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หนุ่มวัย 29 ขับกระบะแหกด่านตรวจ ตำรวจไล่ล่าทั่วเมืองก่อนไปจนมุมเพราะรถชนทางเท้า สุดท้ายกลายเป็นศพถูกยิงหัว ตำรวจแจงผู้ตายยกปืนเล็งเลยต้องยิงยับยั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน เวลาประมาณ 00.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต ตั้งจุดตรวจที่ถนนเทพกระษัตรี บริเวณซอยเสียงใต้ ได้มีคนร้ายทราบชื่อภายหลัง คือนายชิษณุพงศ์ เครือจันทร์ อายุ 29 ปี ที่อยู่ 3/11 ปฏักซอย 12 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขับรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บบ 1233 ภูเก็ต ฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเฉี่ยวชนรถของประชาชนที่บริเวณแยกโรงไฟฟ้า ได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แล้วขับหลบหนีเข้าพื้นที่ สภ.เชิงทะเล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ตได้ไล่ติดตามและวิทยุแจ้ง สภ.เชิงทะเล เพื่อสกัดจับ แต่คนร้ายยังคงขับรถหลบหนี ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ตจึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดที่ล้อ เพื่อหยุดรถคันดังกล่าว เนื่องจากพฤติการณ์การขับขี่ที่เป็นอันตราย แต่คนร้ายยังไม่ยอมหยุด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ถนนศรีสุนทร บริเวณหน้าร้านต้นหอม ต.เชิงทะเล อ.ถลาง รถยนต์สายตรวจของ สภ.เมืองภูเก็ตได้ขับแซงและบีบช่องทางเพื่อให้รถคันดังกล่าวหยุด แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุด ได้ขับชนประตูด้านหน้าทางซ้ายของรถยนต์สายตรวจ ทำให้ประตูพับไปทางด้านหน้า รถยนต์ของคนร้ายเสียหลักไปชนกับทางเท้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้ไฟส่องและสั่งให้ลงจากรถ แต่คนร้ายไม่ยอมลง กลับใช้อาวุธปืนยกขึ้นเล็งมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยิงต่อสู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้อาวุธปืนยิงเพื่อยับยั้ง กระสุนถูกคนร้ายที่ศีรษะ จำนวน 1 นัด และต้นแขนขวา 1 นัด ถึงแก่ความตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพลกล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติ พบผู้ตายต้องหาคดีหลายคดี และได้ทำการตรวจค้นภายในรถยนต์ พบอาวุธปืนพกขนาด .357 พร้อมกระสุน 6 นัด อยู่ในรังเพลิง และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมกระสุน ขนาด .38 อยู่ในรังเพลิง 1 นัด และพบกระสุนปืน ขนาด .45 จำนวน 5 นัด, กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 4 นัด, กระสุนปืนขนาด .357 จำนวน 6 นัด อยู่ภายในรถยนต์ จึงตรวจยึดไว้ประกอบคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.ธีระพลได้ประชุมชุดเจ้าหน้าที่ที่ห้องประชุม สภ.เชิงทะเล ก่อนเปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เข้ามาดูแลสำนวนคดี เพื่อให้แนวทางการสอบสวนเป็นไปอย่างรัดกุม ให้เกิดความเป็นธรรมที่สุดทั้งสองฝ่าย ไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงใจของญาติผู้เสียชีวิต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17886</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระสุนถูกคนร้ายที่ศีรษะ, ขับหลบหนี, นายชิษณุพงศ์ เครือจันทร์, ฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, ยิงเพื่อยับยั้ง, สภ.เมืองภูเก็ต, หนังสือพิมพ์, เฉี่ยวชนรถของประชาชน, ใช้อาวุธปืนยกขึ้นเล็งมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba10242259b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17852</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มวัย 29 ซิ่งกระบะแหกด่าน ชักปืนหมายยิงตำรวจโดนสวนกลับดับคาที่!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.61 - พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า &amp;nbsp;เวลา ประมาณ 00.30 น.ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต ตั้งจุดตรวจ ที่ถนนเทพกระษัตรี บริเวณซอยเสียงใต้ ได้มีคนร้ายทราบชื่อภายหลัง คือ นายชิษณุพงศ์ เครือจันทร์ อายุ 29 ปี ที่อยู่ 3/11 ปฏักซอย 12 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ขับรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน &amp;nbsp;บบ &amp;ndash; 1233 ภูเก็ต ฝ่าด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วไปเฉี่ยวชนรถของประชาชนที่บริเวณแยกโรงไฟฟ้า ได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แล้วขับหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ สภ.เชิงทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต ได้ไล่ติดตามและวิทยุแจ้ง สภ.เชิงทะเล เพื่อสกัดจับ แต่คนร้ายยังคงขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต จึงใช้อาวุธปืนยิงสกัดที่ล้อ เพื่อหยุดรถคันดังกล่าว เนื่องจากพฤติการณ์การขับขี่ที่เป็นอันตราย แต่คนร้ายยังไม่ยอมหยุด &amp;nbsp;เมื่อถึงที่เกิดเหตุ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถนนศรีสุนทรบริเวณหน้าร้านต้นหอม ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต รถยนต์สายตรวจของ &amp;nbsp;สภ.เมืองภูเก็ต ได้ขับแซงและบีบช่องทาง เพื่อให้รถคันดังกล่าวหยุด แต่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุด ได้ขับชนประตูด้านหน้าทางซ้ายของรถยนต์สายตรวจ ทำให้ประตูพับไปทางด้านหน้า รถยนต์ของคนร้ายเสียหลักไปชนกับทางเท้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช่ไฟส่องและสั่งให้ลงจากรถ แต่คนร้ายไม่ยอมลงจากรถกลับใช้อาวุธปืนยกขึ้นเล็งมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อยิงต่อสู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้อาวุธปืนยิงเพื่อยับยั้งกระสุนถูกคนร้ายที่ศีรษะ จำนวน 1 นัด และต้นแขนข้างขวา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวน 1 นัด ถึงแก่ความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวนจึงได้ร่วมกับพนักงานอัยการ ,แพทย์ ,ฝ่ายปกครอง และพิสูจน์หลักฐาน จว.ภูเก็ต ตรวจที่เกิดเหตุ โดยมีญาติผู้ตายคือบิดาและภรรยาเป็นพยานในการตรวจด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบประวัติพบประวัติต้องหาคดีหลายคดีดังเอกสารที่แนบ และได้ทำการตรวจค้นภายในรถยนต์พบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .357 พร้อมกระสุน จำนวน 6 นัด อยู่ในรังเพลิง &amp;nbsp;และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน ขนาด .38 อยู่ในรังเพลิง จำนวน 1 นัด และพบกระสุนปืน ขนาด .45 จำนวน 5 นัด ,กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 4 นัด ,กระสุนปืนขนาด .357 จำนวน 6 นัด อยู่ภายในรถยนต์ จึงตรวจยึดไว้ประกอบคดี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17852</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชิษณุพงศ์ เครือจันทร์, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, ภูเก็ต, วิสามัญมาตกรรม, แหกด่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba0895aa56ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตื่นถอดบทเรียน เรือล่มอันดามัน ฟื้นนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ สั่งดูแลเหยื่อเรือล่มภูเก็ตให้ดีที่สุด ถอดบทเรียนคุมเข้มปลอดภัยต่อเนื่อง ฟื้นเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว พท.ชี้รายได้วูบ บี้รัฐบาลแก้ภายใน 3 เดือน ตร.เร่งดำเนินคดีอาญาเจ้าของเรือ-กัปตัน &amp;nbsp;เยียวยาแล้ว 62 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งไทยและจีน ที่ร่วมกันปฏิบัติการกู้ร่างผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายที่ติดอยู่ใต้ท้องเรือฟีนิกซ์กลางทะเลภูเก็ตได้สำเร็จ สำหรับการจัดการศพผู้เสียชีวิต 46 ศพที่พบก่อนหน้านี้นั้น นายกฯ ได้สั่งการให้ดูแลทุกขั้นตอนอย่างดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการให้ความช่วยเหลือเยียวยานั้น บริษัทประกัน 2 แห่งจะจ่ายเงินชดเชยแก่ญาติของผู้เสียชีวิตรายละ 1.1 ล้านบาท และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของรัฐบาลจ่ายสมทบอีกรายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บจากเรือฟีนิกซ์และเรือเซเรเนต้าล่มนั้น บริษัทประกันจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลรวมแล้วไม่เกินรายละ 515,000 บาท และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยว จ่ายสมทบอีกไม่เกินรายละ 5 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ เน้นย้ำว่าเงินกองทุนที่รัฐบาลช่วยสมทบให้นั้น ขอให้มองถึงหัวอกเขาหัวอกเรา เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย เราต้องร่วมรับผิดชอบตามหลักมนุษยธรรม และหากเกิดขึ้นกับญาติของเราบ้าง เงินมากแค่ไหนก็ไม่อาจทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้&amp;quot; นอกจากนี้ยังได้กำชับให้ทุกฝ่ายถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การบังคับใช้กฎหมายเรื่องการตรวจเรือ, มาตรฐานความปลอดภัยของเรือ, ผู้ขับขี่เรือ ฯลฯ โดยจะต้องทำทุกอย่างอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงหลังเกิดเหตุเท่านั้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกประเทศเกิดความเชื่อมั่น&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ยอดจองห้องพัก จ.ภูเก็ต ในช่วง 2 เดือนข้างหน้าหายไปร้อยละ 70 กระทบรายได้ไม่น้อยกว่า 42,000 ล้านบาทว่า รัฐบาลควรเร่งเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาให้ได้ภายในระยะ 3 เดือน เพื่อไม่ให้กระทบรายได้ท่องเที่ยวในภูเก็ต ที่เติบโตกว่าปีละ 350,000 ล้านบาท ดังนั้นควรมีมาตรการป้องกันที่สร้างความมั่นใจ ไม่ควรดำเนินการแบบไฟไหม้ฟาง คำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการได้รับการคุ้มครองให้ปลอดภัยจากการเดินทางท่องเที่ยว ประเภทพูดแล้วปากพาจน ถ้าจนคนเดียวคงไม่มีใครว่าอะไร แต่ถ้าพาประเทศชาติ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ประชาชนคนไทยจนตามไปด้วย คงไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต แถลงถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีเกี่ยวกับเหตุการณ์เรือล่มเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ว่า ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตดำเนินคดีอาญา คดีเรือเซเรนาต้า ความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ &amp;nbsp;โดยแจ้งข้อกล่าวหา 2 ราย คือ 1.นายเมธา หลิมสกุล กัปตันเรือ ซึ่งให้การปฏิเสธ แจ้งข้อกล่าวหาวันที่ &amp;nbsp;6 ก.ค.61 และได้รับการปล่อยชั่วคราวเนื่องจากเป็นความผิดลหุโทษ ผัดฟ้องต่อศาลแขวงภูเก็ตครั้งที่ 2 &amp;nbsp;ครบกำหนดวันที่ 18 ก.ค. 2.นายเผิงต้าชิง อายุ 26 ปี สัญชาติจีน ผู้จัดการบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล &amp;nbsp;จำกัด (เช่าเรือจาก บ.ทีซีจี ยอชท์ สิมิลัน จำกัด) มีหน้าที่ควบคุมเรือ สั่งการเรือ ให้การปฏิเสธ แจ้งข้อกล่าวหาวันที่ 9 ก.ค.61 ส่งตัวผู้ต้องหาไปยังตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต (ตม.จว.ภูเก็ต) ผัดฟ้องต่อศาลแขวงภูเก็ตครั้งที่ 2 ครบกำหนดวันที่ 20 ก.ค.61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้สอบสวนพยานนักท่องเที่ยว 23 ปาก สอบสวนปากคำพนักงานประจำเรือ 4 ปาก เจ้าหน้าที่ส่วนราชการเกี่ยวข้อง 4 ปาก และพยานบุคคลภายนอก 10 ปาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีเจ็ตสกี คดีอาญาที่ 1109/2561 เปรียบเทียบปรับ Mr.Ilia Goldman สัญชาติรัสเซีย ข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ พนักงานสอบสวน สภ.ฉลองได้ดำเนินคดีในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด ได้นำตัวส่งด่าน ตม.จว.ภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีเรือฟีนิกซ์ ความผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ แจ้งข้อกล่าวหา 3 ราย ดังนี้ 1.นายสมจริง บุญธรรม กัปตันเรือ ให้การปฏิเสธ แจ้งข้อกล่าวหาเมื่อ 6 ก.ค.61 นำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;ครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 1 วันที่ 20 ก.ค.61 2.นายอ่อนจันทร์ กัณหาโยธี อายุ 56 ปี ช่างเครื่องประจำเรือ ผู้ต้องหา (หมายจับศาล จ.ภูเก็ต ที่ 327/2561) ถูกจับกุมตัวเมื่อ 13 ก.ค.61 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลองดำเนินคดีตามกฎหมาย ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างปล่อยชั่วคราวโดยมีหลักประกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ 26 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด เจ้าของเรือฟีนิกซ์ ผู้ต้องหา (หมายจับศาลจังหวัดภูเก็ตที่ 326/2561) ถูกจับกุมตัวเมื่อ 14 ก.ค.61 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีทั้งในฐานะส่วนตัวและนิติบุคคล ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ นำตัวผู้ต้องหาควบคุมไว้ที่ สภ.ฉลอง โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว ครบกำหนด 48 ชั่วโมงในวันที่ 16 ก.ค.61 โดยนำตัว น.ส.วรลักษณ์ไปฝากขังต่อศาลภูเก็ต และพนักงานสอบสวนได้คัดค้านประกันตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพลกล่าวว่า การจัดการศพเรือฟีนิกซ์มอบศพคืนญาติ 46 ศพ ฌาปณกิจที่วัดในพื้นที่แล้ว 39 ศพ ส่งกลับประเทศจีนแล้ว 7 ศพ รอการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล 1 ศพ การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินผู้ตาย จำนวน 30 รายคืนครบหมดแล้ว ส่วนการกู้เรือเซเรนาต้าดำเนินการแล้วเพื่อตรวจพิสูจน์หลักฐาน โดยเรือฟีนิกซ์มีบริษัทประกันภัยจ้างบริษัทเอกชนกู้เรือขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการสืบสวนสอบสวนขยายผล ได้เข้าค้นเป้าหมาย 12 จุด ตรวจยึดทรัพย์สินและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบบัญชีการเงินการจัดการด้านอื่นๆ ของบริษัท เลซี่ แคท ทราเวล จำกัด, บริษัท ทีซีจี ยอชท์ สิมิลัน จำกัด, บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด เกี่ยวข้องเป็นเจ้าของและผู้เช่าเรือเซเรนาต้าและเรือฟีนิกซ์ มีการจับกุมดำเนินคดี 2 ราย เมื่อ 10 ก.ค.61 คือ นายอิทธิโรจน์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ ผู้ถือหุ้นในบริษัท ทีซีจี ยอชท์ สิมิลัน จำกัด ความผิดฐานซื้อไว้หรือรับไว้ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่เสียภาษี (สุราเถื่อน) และนางธัญวลัย ฐานิชธนเกียรติ ลูกจ้างนายอิทธิโรจน์ ความผิดฐานยึดถือครอบครองทำประโยชน์อาศัยในที่ดินก่อสร้างแผ้วถางป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ นอกจากนี้ดำเนินคดี หจก.ธนวัฒน์เอ็นจิเนียริ่งจำกัด (บริษัทรับจ้างต่อเรือฟีนิกซ์) ในความผิดฐานตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ต่อและซ่อมแซมเรือ) โดยไม่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมพงศ์ ปิ่นภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.ป.) จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันจากจำนวนผู้เสียชีวิต 47 ราย ได้มีการยื่นเอกสารกับบริษัทประกันภัยแล้ว 38 ราย มีเอกสารครบถ้วนและจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 29 &amp;nbsp;ราย รวมเป็นเงิน 31.1 ล้านบาท ส่วนของกองช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จ่ายเงินเยียวผู้เสียชีวิตแล้ว 29,000,000 บาท ฟื้นฟูจิตใจ 12 ราย เป็นเงิน 240,000 บาท หยุดชะงักการเดินทาง 11 ราย เป็นเงิน 880,000 บาท ในส่วนของเรือเซเรนาต้า 35 ราย จ่ายเงินเยียวยาฟื้นฟูจิตใจไปจำนวน 700,000 บาท รวมเยียวยาทั้งสองส่วนเป็นเงิน 61,928,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13539</URL_LINK>
                <HASHTAG>Mr.Ilia Goldman, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล, สมพงศ์ ปิ่นภักดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อ่อนจันทร์ กัณหาโยธี, เมธา หลิมสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4cae152e10a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชงคุมทัวร์ ภูเก็ตลุยตรวจ &#039;ท่าเรือรัษฎา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ภูเก็ตตรวจท่าเรือรัษฎา ลุยจัดระเบียบความปลอดภัย แจงย้ายเจ้าท่าภูเก็ตเอื้อสอบสวนเหตุเรือล่ม เจ้าของฟีนิกซ์ปฏิเสธข้อหาประมาท ตร.คุมตัวฝากขังศาล ชี้ทัวร์ศูนย์เหรียญกระทบท่องเที่ยวไทย ชงกม.คุมเข้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เวลา 11.00 น. นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3, นางศิรวี วาเล๊าะ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต, นายสาคร ปู่ดำ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ &amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบท่าเทียบเรือรัษฎา อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบระบบการบริหารจัดการขึ้น-ลงท่าเทียบเรือของผู้ประกอบการเรือโดยสารและเรือท่องเที่ยว ตลอดจนการตรวจสอบท่าเทียบเรือรัษฎา ในการตรวจสอบรายชื่อจำนวนผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว รวมถึงลูกเรือที่ออกเดินทางไปยังเกาะแก่งต่างๆ ก่อนที่จะทำการปล่อยเรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ท่าเทียบเรือรัษฎาได้มีการนำระบบคีย์การ์ด &amp;nbsp;มาใช้ในการตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารที่ขึ้น-ลงเรือในแต่ละเที่ยว และมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบให้เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของผู้โดยสารและลูกเรือที่จะลงเรือในแต่ละเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.ท.สมนึกกล่าวว่า กองทัพเรือได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ในการดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ และจัดเรือในศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เขต 3 รวมทั้งเรือของกองทัพเรือ ร่วมกันลาดตระเวน และอยู่ในบริเวณที่มีนักท่องเที่ยว เพื่อแจ้งเตือนภัยให้กับเรือที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ให้กลับเข้าฝั่งก่อนจะเกิดเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบท่าเทียบเรือ พบปัญหาเรือมีหลายประเภท รวมทั้งจำนวนไกด์ของเรือแต่ละลำมีจำนวนไม่เท่ากัน จะต้องมีการกำหนดมาตรฐานเรื่องไกด์ที่จะควบคุมดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึงในการอำนวยความสะดวกหรือสาธิตวิธีการปฏิบัติตน และคอยแนะนำหากเกิดเหตุการณ์ต่างๆ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีการประชุมร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย และกำหนดมาตรการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์และความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการเร่งด่วนในขณะนี้ จะมีการใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในการปกครองดำเนินการไปก่อนชั่วคราว ในการขอความร่วมมือหรือสั่งการในเรื่องต่างๆ โดยมีผมเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ทั้งนี้ การตรวจสอบท่าเทียบเรือ จะมีการประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานภูมิภาคสาขาภูเก็ต ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานโดยตรง หากเห็นว่าไม่ปลอดภัย จะให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตเป็นผู้สั่งงดไม่ให้เรือออกจากท่าโดยเด็ดขาด&amp;quot; พล.ร.ท.สมนึกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนรภัทรกล่าวว่า จากเหตุการณ์เรือล่มเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เข้าสู่วันที่ 11 แล้ว จึงเดินทางมาตรวจสอบข้อมูลการเข้า การลงเรือ การกลับขึ้นฝั่ง และกระบวนการปฏิบัติในการลงเรือ ซึ่งเป็นเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ ว่ามีวิธีการปฏิบัติอย่างไร โดยทางจังหวัดพร้อมด้วยทัพเรือภาคที่ 3 ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน จัดเจ้าหน้าที่ทหารเรือเข้ามาร่วมปฏิบัติงานในท่าเทียบเรือหลักๆ พร้อมทั้งจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประชุมร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไรในการสร้างมาตรฐาน เนื่องจากเรือมีหลายประเภท สำหรับปัญหาในขณะนี้คือ การมีท่าเทียบเรือจำกัด &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องหารือร่วมกันว่าจะมีระบบการจัดการอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ภูเก็ตยังกล่าวถึงความคืบหน้าเหตุเรือล่มที่มีผู้เสียชีวิตจำนวน 47 รายว่า ศพที่ 47 ที่ติดใต้เรือฟีนิกซ์นั้น เจ้าหน้าที่ทำการกู้ร่างผู้เสียชีวิตทุกวัน เพื่อต้องการนำขึ้นมาให้ได้ มีการปฏิบัติการร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยและจีน หากได้ศพขึ้นมาจะนำขึ้นที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ซึ่งทางจังหวัดร่วมกับกงสุลจีน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินทางไปรับศพ จากนั้นจะนำไปที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ขณะที่ศูนย์อำนวยการเหตุการณ์ช่วยเหลือเรือล่มจังหวัดภูเก็ตยังเปิดดำเนินการเพื่อรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ทั้งหมดจากญาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการจัดการศพ ได้เผาศพจำนวน 39 ราย นำกลับไปประเทศจีนจำนวน 7 ศพ ส่วนการจ่ายเงินเยียวยา ดำเนินการแล้ว 29 คน เหลือเยียวยาส่วนที่เหลือรอเอกสารเพิ่มเติม ถ้าครบจำนวนจ่ายเงินทันที ส่วนการกู้เรือฟีนิกซ์ เจ้าท่ามีหน้าที่รับผิดชอบ ใช้เวลาประมาณ 15-20 วันในการกู้เรือ โดยจะมีผู้ชำนาญการร่วมดำเนินการกับเจ้าท่าอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การย้ายเจ้าท่าภูเก็ตไปช่วยราชการที่สำนักงานเจ้าท่าเขต 5 นั้น เพื่อให้มีการสอบสวนของพนักงานสอบสวนเป็นไปโดยเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้จับกุมตัว น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล กรรมการผู้จัดการเรือฟีนิกซ์ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต โดยแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นการทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ได้ควบคุมตัวไว้ที่ สภ.ฉลอง และในวันที่ 16 ก.ค.นี้ จะทำการฝากขังต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ส่วนช่างเครื่องเรือฟีนิกซ์ได้จับกุมเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าหากหลักฐานโยงถึงใคร ดำเนินคดีทุกคนไม่ละเว้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;ทัวร์ศูนย์เหรียญต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 10-12 ก.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,268 หน่วยตัวอย่าง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 58.36 ระบุว่ามีผลกระทบมาก รองลงมา ร้อยละ 17.59 ระบุว่ามีผลกระทบมากที่สุด โดยให้เหตุผลว่า ทำให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ สูญเสียรายได้ที่จะเข้าประเทศ และทำให้ทรัพยากรทางธรรมชาติถูกทำลาย, ร้อยละ 14.91 ระบุว่าไม่ค่อยมีผลกระทบ, ร้อยละ 7.96 ระบุว่าไม่มีผลกระทบเลย โดยให้เหตุผลว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย นักท่องเที่ยวให้ความสนใจสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต พบว่า ประชาชนร้อยละ 5.44 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นมากที่สุด, ร้อยละ 51.03 ระบุว่ามีความเชื่อมั่นมาก โดยผู้ที่ระบุว่าเชื่อมั่นมาก-มากที่สุด ได้ให้เหตุผลว่าภูเก็ตมีการบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้ดี พร้อมกับมีหน่วยงานที่เก่งและมีความสามารถ, ร้อยละ 33.99 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเชื่อมั่น, ร้อยละ 5.91 ระบุว่าไม่มีความเชื่อมั่นเลย โดยให้เหตุผลว่า ส่วนราชการไม่มีความโปร่งใส ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวทางการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 63.41 ระบุว่า การกระตุ้นมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว รองลงมา ร้อยละ 36.36 ระบุว่าการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของไทยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น, ร้อยละ 33.52 ระบุว่า การปฏิบัติตนของประชาชนในการเป็นเจ้าภาพที่ดีให้กับประเทศ, ร้อยละ 32.26 ระบุว่าการจัดตั้งศูนย์ดูแลนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะให้ภาครัฐ/ผู้ที่เกี่ยวข้องจัดการกับทัวร์ศูนย์เหรียญ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.78 ระบุว่าออกกฎหมาย/บทลงโทษ ในการควบคุมบริษัทนำเที่ยว รองลงมา ร้อยละ 31.07 ระบุว่ายึดใบอนุญาตบริษัทนำเที่ยว, ร้อยละ 27.68 ระบุว่าควบคุมจำนวนทัวร์ศูนย์เหรียญ, ร้อยละ 26.74 ระบุว่าจับ/ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ, ร้อยละ 0.71 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่ให้ดำเนินกิจการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13465</URL_LINK>
                <HASHTAG>นรภัทร ปลอดทอง, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์, วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล, ศิรวี วาเล๊าะ, สาคร ปู่ดำ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b5d4544fe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแล้วเจ้าของเรือฟินิกซ์ ฝากขังจันทร์นี้่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.2561 &amp;ndash; กรณีเรือฟินิกซ์ล่มที่จังหวัดภูเก็ต จนมีมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 48 รายนั้น ล่าสุด พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ได้จับกุมตัว น.ส.วรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการเรือฟินิกซ์เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ตได้แล้ว โดยแจ้งข้อหา กระทำการโดยประมาทเป็นการทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้รับบาดเจ็บ &amp;nbsp;สาหัสและได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ &amp;nbsp;ได้ควบคุมตัวไว้ที่ สภ.ฉลอง และในวันวันที่ 16 ก.ค.จะฝากขังต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ &amp;nbsp;ส่วนช่างเครื่องเรือฟินิกซ์ ได้จับกุมเมื่อวันที่ 13 ก.ค.2561 ให้การปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนที่จะสอบสวนหาความเกี่ยวโยงถึงบุคคลอื่นที่กระทำผิดต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้มากกว่านี้ &amp;nbsp;ขอเวลาในการทำงาน รวบรวมพยานหลักฐานเมื่อไปถึงใคร ดำเนินคดีทุกคนทั้งหมดไม่ละเว้น &amp;nbsp;โดยตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตทำงานร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง&amp;quot;พล.ต.ต.ธีระพล กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13430</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่างเรือ, ผู้จัดการเรือ, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, ภูเก็ต, เรือฟินิกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4ad5cf1210a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งย้ายเจ้าท่าภูเก็ต!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยอมรับนักท่องเที่ยวจีนหนีไทย หลังเหตุเรือล่มภูเก็ต สั่งทีมประเทศไทยในจีนแจงข้อมูลหวังฟื้นฟูความเชื่อมั่น นายกสมาคมโรงแรมภาคใต้เผยแค่ 19 โรงแรมที่ส่งข้อมูลเข้ามาถูกยกเลิกการจองห้องพักล่วงหน้าในช่วง ก.ค.-ส.ค.แล้วกว่า 7,300 ห้อง &amp;quot;โจ๊ก หวานเจี๊ยบ&amp;quot; ขึงขังกวาดล้างทุนข้ามชาติ-นอมินี ผู้ว่าฯ สั่งล้อมคอกก่อนออกเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงกรณีเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ยังคงปฏิบัติการกู้ภัยให้ภารกิจสำเร็จโดยเร็ว พร้อมทั้งได้กำชับเรื่องการสอบสวนคดีให้ดำเนินการอย่างรัดกุมและครอบคลุมในทุกประเด็น เช่น การออกเรือ มาตรฐานของเรือ การตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ เป็นต้น โดยจะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า นายกฯ แสดงความเป็นห่วงเรื่องการทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวจีน เพราะเบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีบางส่วนเริ่มยกเลิกการเดินทางมา จ.ภูเก็ต แล้ว โดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และทีมประเทศไทยในจีนร่วมกันชี้แจงข้อมูลเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้เร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า มาตรการของรัฐในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีเสียชีวิต บาดเจ็บ และการฟื้นฟูจิตใจ ที่สำคัญคือแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการควบคุมให้เข้มงวดขึ้น โดยจะต้องตรวจเรือท่องเที่ยวเช่นเดียวกับเรือประมง ให้นำต้นแบบศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PI-PO) มาใช้กับเรือท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องตรวจตั้งแต่ตัวเรือ กัปตันเรือ ลูกเรือ จำนวนนักท่องเที่ยว อุปกรณ์ความปลอดภัย เสื้อชูชีพ เส้นทางการเดินเรือ โปรแกรมท่องเที่ยว ฯลฯ หากมีเรือลำใดออกจากท่าเรือโดยไม่ปฏิบัติตามที่กำหนด ให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมภาคใต้ ยอมรับว่า เบื้องต้นขณะนี้มีโรงแรมที่ส่งข้อมูลเข้ามา 19 แห่ง ได้รับผลกระทบโดยมีการยกเลิกการจองห้องพักล่วงหน้าในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมกว่า 7,300 ห้อง จากจำนวนโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตกว่า 2,000 แห่ง มีห้องพักรวมกว่า 100,000 ห้อง ซึ่งขณะนี้กำลังรอการสรุปและส่งข้อมูลกลับมาของโรงแรมใน จ.ภูเก็ตที่เหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกสมาคมโรงแรมฯ กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นถือว่ามากกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก ซึ่งน่าจะเกิดจากความไม่มั่นใจต่อมาตรการความปลอดภัยการท่องเที่ยวทางทะเลของไทย และยังอยู่ในอารมณ์โกรธเคืองกับคำพูดบางคำพูดที่มีการแชร์ข้อมูลกันในเครือข่ายสังคมออนไลน์จีน จึงยังไม่อยากเดินทางมาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตและมีการยกเลิกการจองห้องพัก และคาดว่าผลกระทบจะกินเวลายาวไปจนถึงเดือนกันยายน
&amp;quot;โจ๊ก&amp;quot; กวาดล้างนอมินี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) กล่าวว่า เตรียมกวาดล้างนายทุนต่างชาติจ้างคนไทยเป็นนอมินีทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทั้งเรือนำเที่ยว รถบัสรับ-ส่งนักท่องเที่ยว ซึ่งทำให้เกิดปัญหาผู้ประกอบการไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรือ ไม่คำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัย คิดแต่เรื่องกำไรเป็นหลัก หากปล่อยไว้ในอนาคตอาจจะทำให้เกิดเรือล่มซ้ำรอยอีก สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทราบว่าอธิบดีกรมเจ้าท่าได้สั่งย้ายเจ้าท่าจังหวัดภูเก็ตออกนอกพื้นที่แล้ว พร้อมทั้งได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่งในส่วนของการดำเนินคดีนั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน คือการสอบสวนเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด โดยจะต้องมีการสอบสวนว่าเรือออกได้อย่างไร และเรือสร้างได้อย่างไร มีพิมพ์เขียวกี่ฉบับ เพราะปกติการสร้างต้องมีพิมพ์เขียวอย่างน้อย 60-70 ฉบับ และจากการตรวจสอบเรือคู่แฝดกับเรือฟีนิกซ์ พบมีพิมพ์เขียวเพียง 4 ฉบับ นับตั้งแต่วันนี้ ในเรื่องความปลอดภัย เราจะเริ่มต้นตรวจเรือและบังคับใช้กฎหมายทุกลำ หากลำไหนไม่สมบูรณ์ ก็ต้องทำให้สมบูรณ์ โดยเจ้าท่าต้องตรวจและเซ็นรับรองทุกลำ หากออกทะเลไปแล้วเกิดปัญหา เจ้าท่าจะต้องรับผิดชอบ รวมถึงกรณีที่มีการปล่อยให้มีการบุกรุกที่ดินของรัฐ ก็จะต้องมีการตรวจสอบเพื่อหาผู้ปล่อยปละละเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า คดีเรือล่ม 2 ลำที่ภูเก็ต ศาลจังหวัดภูเก็ตได้อนุมัติออกหมายจับเจ้าของเรือฟีนิกซ์ และช่างเครื่องประจำเรือฟีนิกซ์แล้ว คาดว่าเจ้าของเรือฟีนิกซ์จะเข้ามอบตัวเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้น หจก.ธนวัฒน์เอ็นจิเนียริ่ง ที่ต่อเรือฟีนิกซ์ ตรวจค้นที่คานเรือสิกิจที่ใช้ต่อเรือฟีนิกซ์ ทางอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ตได้แจ้งความต่อธนวัฒน์เอ็นจิเนียริ่ง ข้อหาตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกิจการต่อและซ่อมแซมเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพลกล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนต้องการหาสาเหตุการเกิดเหตุนี้ที่ส่งผลให้เรือล่ม คนที่รับผิดชอบไม่เฉพาะกัปตันเรือ ยังมีผู้ควบคุม บริษัทที่จัดเรือ อุปกรณ์ช่วยชีวิต มีมาตรฐานคุณภาพเพียงพอหรือไม่ มีการซ้อมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในเรือหรือไม่ การช่วยเหลือต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงแจ้งข้อหากัปตันเรือ ผู้จัดการเรือซีเรนาต้า ส่วนเรือฟีนิกซ์เช่นกัน และถ้าพบข้อบกพร่องตรงจุดใด ต้องมีผู้รับผิดชอบ จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าสาเหตุเรือล่ม เกิดจากสภาพอากาศ แต่คนที่ขับเรือ บริษัทเรือมีการจัดการดำเนินการอย่างไร เชื่อว่ากัปตันเรือประมาท บริษัทที่ต้องจัดหาอุปกรณ์การสื่อสารใดๆ ที่ให้เรือหยุด ทางบริษัทต้องรับผิดชอบต่อไป&amp;quot; พล.ต.ต.ธีระพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางเรือร่วมตรวจสอบสภาพเรือและอุปกรณ์ภายในเรือได้ สอบสวนพยานแวดล้อมในเหตุการณ์นี้แล้ว ซึ่งการสอบสวนมีกรอบระยะเวลา ขณะนี้เรือฟีนิกซ์รับทราบว่ากู้เรือยาก จึงพยายามหาพยานหลักฐานจากแบบของเรือ บริษัทต่อเรือ ช่างที่ต่อเรือ เพื่อให้ข้อมูลให้มากที่สุด ก่อนทำการฟ้องผู้ต้องหา และจะฟ้องร้องทางแพ่งที่อาจตามมาด้วย&amp;nbsp;
ล้อมคอกขนาดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า การกู้ร่างผู้เสียชีวิตที่ติดใต้ท้องเรือฟีนิกซ์ กองทัพเรือร่วมกับทูตทหารจีนจัดชุดประดาน้ำจีน เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำทหารเรือไทย และชุดกู้ภัยจากจีน สลับกันดำน้ำลงไปที่บริเวณจุดเรือจม ใช้เครื่องมือดูดทรายออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราใช้เครื่องมือดูดทราย พยายามเอาทรายออกมาด้วยความยากลำบากในความแน่นของทราย กระแสน้ำคลื่นใต้น้ำที่แรง ทำให้ยังไม่สำเร็จ จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพการกู้ร่าง โดยจะเพิ่มเครื่องมือเข้าไปมากขึ้น ทั้งนี้ ขึ้นกับสภาพอากาศด้วย มุ่งมั่นอยากได้ข่าวดีในวันนี้ถ้าสำเร็จ จะทำพิธีอย่างยิ่งใหญ่ ขอฝากทุกกำลังใจด้วย&amp;quot; พล.ร.ท.สมนึกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การควบคุมเรือทุกลำที่ออกให้มีจุดตรวจเรือที่เข้าและออก มีเจ้าหน้าที่ตรวจเรือ เพื่อตรวจสอบผู้ควบคุมเรือ ผู้โดยสาร กัปตันเรือ ลูกเรือ องค์ประกอบต้องครบถ้วน มีความถูกต้องก่อนให้ออกเรือ เป็นจุดเช็กพอยต์ของภูเก็ต ที่ท่าเรืออ่าวปอ ท่าเรือรัษฎา ท่าเรืออ่าวฉลอง ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ที่อ่าวปอ มีริสต์แบนด์ กล้อง CCTV ที่ท่าเรือรัษฎามีกล้องบันทึกทั้งหมด สามารถดึงข้อมูลได้รวดเร็วกับฐานข้อมูลนักท่องเที่ยวมีศูนย์ควบคุมการสัญจรทางทะเลเป็นศูนย์หลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผวจ.ภูเก็ตกล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต ในนามกลุ่มจังหวัดอันดามัน จะขอตั้งเป็นศูนย์ควบคุมทางทะเลที่เกาะยาวจังหวัดพังงา ศูนย์แห่งนี้จะดูถึงกระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง ได้กำหนดแผนไว้แล้ว งบประมาณ 500-600ล้านบาท อยู่ระหว่างเสนอขอรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางจังหวัดได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาร่วมกันให้ข้อมูลข้อเท็จจริงด้านการท่องเที่ยว กรณีเรือล่ม นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกการจองห้องพัก โรงแรม ทัวร์ต่างๆ เพื่อต้องการทราบข้อมูลจริง แก้ปัญหานี้กันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์อำนวยการเหตุการณ์เรือล่มจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp; นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า การจัดการศพจำนวน 46 ราย พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลแล้วครบทั้งหมด สามารถรู้ว่าใครเป็นใคร มียืนยันจากดีเอ็นเอจำนวน 7 ราย ที่เหลือตรวจพิสูจน์จากลายนิ้วมือ ฟัน ตั้งศพไว้ที่วัดโฆษิตวิหาร จำนวน 45 ศพ ส่วนศพที่ 46 ยังเก็บไว้ที่โรงพยาบาล รอการเผา การบริการจัดการศพ ได้บริหารแล้ว 38 ศพ ในจำนวนนี้นำกลับประเทศ 7 ราย เผา 31 ราย วันนี้เผาอีก 7 ราย และยังมีรายที่รอเอกสาร ถ้าเอกสารครบถ้วนมีการเผาเพิ่มอีก 1 ราย&amp;nbsp;
ประกันจ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านตัวแทน คปภ.กล่าวว่า การจ่ายเงินเยียวยาแก่ ผู้ประสบภัย มีการดำเนินการให้เร็วที่สุด กรณีนี้มีผู้เสียชีวิต 47 ราย มาติดต่อที่ศูนย์เยียวยาที่ รพ.วชิระแล้ว 36 ราย ของบริษัทประกันภัยรวม 2 บริษัท ได้แก่ บ.กรุงเทพประกันภัย จำกัด และ บ.ไทยศรีประกันภัย จำกัด จ่ายให้แล้ว 28 ราย โดยกรุงเทพประกันภัย 28 ล้านบาท, บ.ไทยศรีประกันภัย 2 ล้าน 8 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้ติดต่อเข้ามา 11 &amp;nbsp;ราย ในจำนวนนี้ตรวจสอบพบว่าออกนอกประเทศแล้ว 8 ราย ติดใต้เรือ 1 ราย มีการติดต่อเข้ามารอยื่นเอกสารอีก 1 ราย ไม่ได้ติดต่อเลย 1 ราย ทาง คปภ.ประสานกงสุลจีน &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา ได้ติดต่อกับทั้ง 11 รายแล้ว นัดกันวันที่ 23-24 ก.ค.นี้ ให้มาติดต่อยื่นเอกสารที่ รพ.วชิระภูเก็ตอีกครั้ง เพื่อจ่ายค่าสินไหมที่เหลือทั้งหมดทันที คปภ.ขอยืนยันจะเร่งรัดให้ บ.ประกันภัยจ่ายค่าสินไหมโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมเจ้าท่ารายงานความคืบหน้าสถานการณ์เรือฟีนิกซ์ล่ม โดยล่าสุดการกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตรายสุดท้ายที่ติดใต้ท้องเรือฟีนิกซ์ ชุดปฏิบัติการยังคงดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเดิม โดยได้เริ่มปฏิบัติการแล้วเมื่อเวลา 09.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จังหวัดภูเก็ตประกาศปรับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต ที่ท่าเรืออ่าวฉลอง เป็นศูนย์ปฏิบัติการค้นหาส่วนหน้า มอบให้อยู่ภายใต้การกำกับของทัพเรือภาค 3 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับญาติผู้ประสบภัยว่าประเทศไทยจะยังคงปฏิบัติการจนกว่าการพิสูจน์อัตลักษณ์ร่างที่อยู่ใต้ซากเรือฟีนิกซ์จะดำเนินการสำเร็จลุล่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการส่งกลับร่างผู้เสียชีวิตและประสานงานอำนวยความสะดวกอื่นๆ ให้กับผู้ประสบภัยและญาติ จังหวัดภูเก็ตทำการเปิดศูนย์อำนวยการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต ที่ศาลากลางจังหวัด โดยกำหนดให้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อที่จะติดตามในภาพรวมในทุกด้าน ทั้งการรักษาพยาบาลเยียวยา การจัดการศพ การส่งกลับ รวมทั้งการรับเรื่องร้องทุกข์กรณีที่ญาติยังมีข้อกังวล ตลอดจนการดูแลประเมินผลการปฏิบัติการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ร่วมกับทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับเพิ่มมาตรการความปลอดภัยการท่องเที่ยว โดยบูรณาการเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในการขึ้นสู่เรือตามท่าต่างๆ โดยเบื้องต้นได้พิจารณาจากเรือที่มีขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไป โดยจะดำเนินการในท่าเรือหลัก 4 ท่าเรือก่อน ได้แก่ ท่าเรืออ่าวฉลอง, ท่าเรือรัษฎา, &amp;nbsp;ท่าเรือวิสิษฐ์พันวา และท่าเรืออ่าวปอแกรนด์มารีน่า สลับหมุนเวียนตรวจการณ์ในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13409</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเรือล่ม, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, สรรเสริญ แก้วกำเนิด, สั่งย้ายเจ้าท่าภูเก็ต, หนังสือพิมพ์, เรือนำเที่ยว, เรือฟีนิกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180714/image_big_5b49db4beb595.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
