<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงสนั่นเขาตะเว ดับผู้ก่อเหตุ5ศพ ผงะ!จ่อบึ้มใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารปะทะเดือดกลุ่มบีอาร์เอ็นที่เทือกเขาตะเว อ.เจาะไอร้อง ก่อนเด็ดชีพผู้ก่อเหตุได้ 5 ราย ยึดอาวุธสงครามอีก 7 กระบอก ระเบิดอื้อคาดเตรียมก่อเหตุใหญ่ พร้อมเปิดปฏิบัติการไล่ล่าผู้หลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.10 น. วันอาทิตย์ที่ 23 ก.พ. พ.อ.ทรงเดช สุกนุ้ย ผู้บังคับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษนราธิวาส ได้ร่วมสนธิกำลังจำนวน 5 ชุด ขึ้นพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อนตัวและแหล่งพักพิงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงบนเทือกเขาตะเว ช่วงบริเวณบ้านไอสะเตียร์ ม.8 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส โดยได้เปิดยุทธการกดดันไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงตั้งแต่ในช่วงคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งพบบุคคลต้องสงสัย 7-8 คน กระจายกำลังอยู่บนเทือกเขา เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ฝ่ายตรงข้าม เมื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ส่งสัญญาณและใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนทั้ง 2 ฝ่ายได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ นานกว่า 20 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่จึงได้เคลียร์พื้นที่ พบกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 5 คน พร้อมทั้งได้ตรวจยึดอาวุธปืนได้ 7 กระบอก แยกเป็นอาวุธปืนเอ็ม 16A1 จำนวน 5 กระบอก และอาวุธปืน HK33 จำนวน 2 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนและอุปกรณ์ยังชีพในป่าจำนวนหนึ่ง ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้ติดตามไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่สามารถอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้ พร้อมกันนี้ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเคลียร์พื้นที่จุดเกิดเหตุ และตรวจสอบกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เสียชีวิตทั้ง 5 คนว่าเป็นบุคคลใดบ้าง และมีประวัติในทำเนียบแฟ้มบุคคลที่ก่อเหตุความมั่นคงพื้นที่ใดบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้แจ้งประสานไปยัง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับทราบ ก่อนประสานไปยัง พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เพื่อสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรในแต่ละ สภ.ที่มีเขตพื้นที่รอยต่อกับ อ.เจาะไอร้อง ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่ขับขี่ยานพาหนะทุกชนิด สกัดกั้นไม่ให้สมาชิกของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงแอบนำยานพาหนะมารับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีลงจากเทือกเขา และอาจหนีพื้นที่ราบหรือหมู่บ้าน รวมทั้งได้ขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ พบเห็นผู้ต้องสงสัยที่อาจเป็นกลุ่มคนร้ายแจ้งความเคลื่อนไหวให้เจ้าหน้าที่ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเวลาใกล้กัน ร.ต.อ.กอบเกียรติ มณีโชติ ร้อยเวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งจาก ฉก.พท.48 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ว่ามีเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารพรานกับแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จว.นราธิวาส และชุดเก็บกู้ระเบิดเข้าไปยังที่เกิดเหตุ แต่เมื่อไปถึงเชิงเขาไม่สามารถเข้าที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากกำลังจาก ฉก.ทพ.48 ยังคงปิดล้อมเทือกเขา และยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติการไล่ล่าปิดล้อมพื้นที่เทือกเขาตะเวทั้งหมด และมีการส่งเฮลิคอปเตอร์ติดกันชิปบินร่วมปฏิบัติการกับกองกำลังภาคพื้นที่ เพื่อติดตามแนวร่วมที่ยังคงหลบหนีในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.สมดุลย์ระบุว่า พล.ท.พรศักดิ์ได้ให้กำลังทหารพรานจาก ฉก.พท.45, 48 และ 49 สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการในเทือกเขาตะเว ตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. เนื่องจากสายข่าวแจ้งว่ามีกำลังของขบวนการบีอาร์เอ็นเคลื่อนไหวอยู่ จึงส่งกำลังเข้าปิดล้อม จนเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 23 ก.พ. กำลังส่วนหน้า ซึ่งลาดตระเวนถึงเทือกเขาบ้านไอสะเดียร์ถูกแนวร่วมบีอาร์เอ็นเปิดฉากยิงใส่ จึงปะทะกันนาน 20 นาที ก่อนที่บีอาร์เอ็นแยกย้ายกันหลบหนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบล่าสุด พบอาวุธปืนเอ็ม 16A จำนวน 1 กระบอก ถูกปล้นจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 ส่วนปืน HK33 นั้นมีหนึ่งกระบอกที่มีหมายเลขประจำปืน 151523 พบว่าเป็นอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนประจำฐานปฏิบัติการชุด ชคต.ร่มไทร ที่กลุ่มคนร้ายได้ขโมยไปหลังจากที่บุกโจมตีฐานเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2563 จึงเชื่อว่าคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวที่เข้าโจมตี อส.ชคต.ร่มไทร ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุอื่นๆ ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังตรวจยึดระเบิดและอุปกรณ์ประกอบระเบิดในเป้สนามอีก 15 ใบ โดยคาดว่าคนร้ายเตรียมก่อเหตุขนาดใหญ่ในพื้นที่ แต่เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ก่อน ซึ่งสามารถระงับการสูญเสียขนาดใหญ่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เจ้าหน้าที่วิสามัญฯ เสียชีวิตทั้ง 5 รายนั้น เป็นกลุ่มของนายชุลกิฟลี มานะ ผู้ต้องหาหลบหนีหมาย ป.วิ อาญา ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายกำลังตรวจสอบ เนื่องจากไม่มีเอกสารหลักฐานใดๆ บ่งบอกว่าเป็นใคร แต่คาดว่าในเบื้องต้น 1 ใน 5 คือนายยากี เวาะงอย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงหลายคดี&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ประกาศไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้าไปในเทือกเขาตะเวและเทือกเขานางจันทร์ เพื่อหาของป่าตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57992</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.ทรงเดช สุกนุ้ย, พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, ร.ต.อ.กอบเกียรติ มณีโชติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e527fd4b442e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงค่ายปิเหล็ง วันครบรอบ &#039;ปล้นปืน&#039;ปี47</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจรใต้ป่วน ปล้นรถยนต์ใช้เป็นพาหนะยิงถล่มค่ายปิเหล็ง ในวันครบรอบวันปล้นปืนเมื่อปี 47 ก่อนทิ้งรถหนี เจ้าหน้าที่สอบพบลายนิ้วมือแฝงเพียบ แม่ทัพภาค 4 โล่งคนร้ายไม่เอารถไปทำคาร์บอมบ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ม.ค.63 พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส, พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส, พ.อ.เอกพล เลขนอก ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 48, เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ. กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง ร่วมเดินทางไปที่บริเวณสวนยางพาราบ้านปิเหล็งเหนือ ม.6 ต.มะรือโบออก เพื่อตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บท 8899 ปัตตานี ที่คนร้ายได้นำมาจอดทิ้งไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานกรมทหารพรานที่ 48 ได้ตรวจสอบพบในเวลา 01.00 น.ของวันอาทิตย์ หลังจากที่คนร้ายจำนวน 5-6 คนได้นำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นพาหนะในการใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่กองรักษาการณ์ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง ในเวลา 21.45 น.ของคืนวันที่ 4 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบรถยนต์กระบะคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบลายนิ้วมือแฝงเป็นจำนวนมากที่ติดอยู่บริเวณพวงมาลัย ประตูทั้ง 2 ข้าง และบริเวณภายในห้องโดยสาร รวมทั้งบริเวณขอบกระบะบรรทุกหลัง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส จึงได้ทำการเก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ ก่อนที่จะนำรถยนต์ของกลางไปเก็บไว้ที่ สภ.เจาะไอร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นป้อมกองรักษาการณ์ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งอยู่ ม.7 ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง โดยกองรักษาการณ์มีสภาพกระจกและฝาผนังด้านหน้ามีร่องรอยถูกกระสุนปืนเป็นรูพรุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนด้านหลังของอาคารกองรักษาการณ์ เจ้าหน้าที่พบลูกกระสุนปืนเอ็ม 79 ของคนร้ายที่ยิงใส่กองรักษาการณ์ แล้วพลาดเป้ามาตกอยู่ด้านหลัง จำนวน 1 ลูก นอกจากนี้ที่บริเวณถนนหน้าค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เจ้าหน้าที่พบคนร้ายได้โปรยตะปูเรือใบไว้บนถนนเป็นจำนวนมาก เพื่อป้องกันการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ในช่วงเวลา 20.30 น.ของคืนวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายจำนวน 5 ถึง 6 คน แต่งกายชุดดำ ใช้อาวุธปืนจี้ชิงรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์ แบบตอนเดียว ทะเบียน บท 8899 ปัตตานี ของห้างหุ้นส่วนจำกัด เซาท์สยาม มีเดียแอนด์ปริ้นติ้ง บนถนนในหมู่บ้านปะลุกา ม.3 ต.โฆษิต อ.ตากใบ ซึ่งมีนายแวมาเซ็ง หะยีแวน เป็นคนขับ และนายฮาเซ็ม เจ๊ะมะ นั่งคู่กันมา โดยคนร้ายได้จับนายแวมาเซ็งและนายฮาเซ็ม มีดมือไขว้หลังและใช้กระดาษกาวย่นปิดปาก ก่อนนำทั้ง 2 คนไปทิ้งไว้ในสวนปาล์มของชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวออกจากพื้นที่ อ.ตากใบ ใช้เส้นทางสายในทะลุ อ.เจาะไอร้อง โดยมีคนร้ายจำนวนหนึ่งนั่งกระบะหลัง เมื่อผ่านถนนหน้าค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ คนร้ายที่ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะได้ชะลอความเร็วรถ ให้คนร้ายที่นั่งกระบะหลังใช้อาวุธปืนสงครามนานาชนิดยิงใส่อาคารกองรักษาการณ์จำนวน 2 ชุดใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นอาวุธปืนเอ็ม 79 ที่ลูกกระสุนด้านแล้ว พลาดเป้าไปตกอยู่ที่บริเวณด้านหลังของป้อมกองรักษาการณ์ จากนั้นคนร้ายได้รีบขับรถยนต์กระบะหลบหนีไป พร้อมทั้งได้โปรยตะปูเรือใบเพื่อป้องกันการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปจอดทิ้งไว้ที่สวนยางพาราของชาวบ้าน ซึ่งตั้งอยู่บ้านปิเหล็งเหนือ ม.6 ต.มะรือโบออก ซึ่งห่างจากค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ประมาณ 4 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.นรินทร์เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์วันครบรอบ 16 ปี เหตุปล้นปืนค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือค่ายปิเหล็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เผยว่า จากการตรวจสอบพบว่ารถดังกล่าวเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บท 8899 ปัตตานี ได้ถูกคนร้ายดักปล้นไปที่บริเวณ บ.ปะลุกา ต.โฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และได้จับเจ้าของรถมัดมือและเท้าไว้ในรถยนต์ ก่อนที่จะนำไปก่อเหตุยิงค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งด่านตรวจสกัดจับในทุกเส้นทาง เพื่อเป็นการสกัดการเคลื่อนไหวของคนร้ายที่ก่อเหตุ จนเจ้าหน้าที่สามารถติดตามรถยนต์ พบว่าหลังคนร้ายก่อเหตุแล้วได้นำไปจอดทิ้งไว้ในสวนปาล์ม พื้นที่ ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ ต้องให้กำลังใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ที่ประสานการปฏิบัติช่วยกันติดตามรถยนต์คันดังกล่าว อีกทั้งการตั้งด่านตรวจตามแผนปฏิบัติการ ก็เป็นการจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ จนนำรถยนต์ไปจอดทิ้งไว้ ไม่อย่างนั้นคนร้ายอาจจะนำรถยนต์คันดังกล่าวไปประกอบระเบิด เป็นคาร์บอมบ์ จนสร้างความสูญเสียได้&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า &amp;quot;ค่ายปิเหล็ง&amp;quot; ในตำบลปิเหล็ง อำเภอเจาะไอร้อง ครั้งนั้นทหารเสียชีวิต 4 นาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่าคนร้ายได้อาวุธปืนไป 413 กระบอก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยึดคืนมาได้ 94 กระบอก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53876</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี, พ.อ.เอกพล เลขนอก, พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200105/image_big_5e11f3af58916.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
