<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงทรงห่วง13ชีวิตหลงถ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงโค้ช-เด็กนักฟุตบอลทั้ง 13 คนที่พลัดหลงอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ทรงขอให้ทุกคนปลอดภัย &amp;quot;หน่วยซีล&amp;quot; นำทีมค้นหาตลอดทั้งวัน พบรอยเท้าตามพื้นและฝ่ามือบนผนังถ้ำ แต่ยังไม่เจอใคร ความมืด-ฝนทำระดับน้ำสูงขึ้นจนเป็นอุปสรรคต้องยุติการค้นหาชั่วคราว &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เชื่อยังมีชีวิตอยู่ &amp;quot;นักภูมิศาสตร์ผู้เคยสำรวจถ้ำหลวง&amp;quot; แนะต้องเร่งสูบน้ำออกลดระดับเพื่อง่ายต่อการเข้าช่วยเหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งวันที่ 25 มิ.ย. ปฏิบัติการค้นหาโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย รวม 13 คน จาก ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่พลัดหลงอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พื้นที่บ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานยังคงดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา 02.40 น. น.อ.อนันท์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 พร้อมทีมหน่วยซีล หรือมนุษย์กบ จำนวน 18 นาย เดินทางจากฐานทัพเรือสัตหีบ มาถึงวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ร่วมประชุมกับ น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง, นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.37 และเจ้าหน้าที่กู้ภัยทีมอัมรินทร์ใต้ ปภ.เชียงราย รวมทั้งทีมศิริกรณ์ เพื่อวางแผนการให้ความช่วยเหลือเด็กทีมฟุตบอลที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นในปฏิบัติการจะให้ทีมซีลเป็นทีมหลัก และมีทีมอัมรินทร์ใต้ ปภ.เชียงราย และศิริกรณ์เป็นทีมเสริมในช่วงเช้า การเข้าไปปฏิบัติการของทีมซีลเบื้องต้นเพื่อสำรวจพื้นที่ใต้น้ำ หาช่องทางระบายน้ำหาจุดที่ถูกทราย หรือโคลนปิดทางน้ำไหลออกให้สามารถระบายน้ำได้ และดูช่องทางที่จะสามารถมุดเข้าไปยังอีกฝั่งของน้ำ เพื่อหาตัวคนที่ติดอยู่ในถ้ำ รวมถึงหาวิธีการระบายน้ำเป็นช่วงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่หน่วยซีลจะมาถึง ทหารจากมทบ.37 ได้เข้าไปสำรวจสภาพการณ์ภายในถ้ำล่าสุด &amp;nbsp;พบว่าน้ำขึ้นมาอีก 10 เซนติเมตร กระแสน้ำแรงขึ้นจากช่วงเย็น และตรวจสภาพโดยรอบเห็นว่าไม่สามารถที่จะดูดโคลนหรือทรายได้ เพราะจะมีโคลนหรือทรายไหลมาแทนที่ จึงต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบมากๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 04.00 น. บริเวณด้านหน้าถ้ำมีทีมกู้ภัยจำนวน 20 คน ได้มีการรวมพลเพื่อชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงาน โดยทีมกู้ภัยทั้งหมดจะคอยสนับสนุนอยู่บริเวณปากถ้ำเพื่อรอคำสั่งจากทีมสำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย น.อ.อนันท์ได้นำลูกทีมและมิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ส ที่รับเป็นผู้นำทางเป็นรอบที่ 4 และชาวบ้านที่ชำนาญทางนำทีมสำรวจ เพื่อเข้าไปสำรวจเพื่อประเมินสถานการณ์ ก่อนจะกลับออกมาวางแผนการช่วยเหลืออีกครั้งในช่วงเช้าตรู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ส่งหน่วยซีลชุดแรก จำนวน 4 นาย พร้อมหน่วยสนับสนุนเดินทางเข้าไปภายในถ้ำ เพื่อหาช่องทางระบายน้ำและการน้ำโคลนออก รวมทั้งมีการลากสายสัญญาณสื่อสารเข้าไปภายในถ้ำ เพื่อสะดวกในการติดต่อสื่อสารกับภายนอก เนื่องจากภายในถ้ำไม่มีสัญญาณสื่อสารใดๆ และติดตั้งสายไฟฟ้าส่องสว่าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 09.19 น. หน่วยซีลได้นำกำลังชุดแรก 4 นาย พร้อมอุปกรณ์ ดำเข้าไปจนผ่านโพรงที่มีน้ำปิดลึกกว่า 5 เมตร และกว้างประมาณ 15 เมตรแล้ว หลังจากที่นักประดาน้ำที่พยายามเข้าไปก่อนหน้านี้ ไม่สามารถดำผ่านไปได้ แต่ยังไม่พบกลุ่มเด็กๆ จึงลอดกลับมาเพื่อรอเสบียง&amp;nbsp;
หน่วยซีลค้นหาทั้งวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 09.49 น. ชุดช่วยเหลือ 4 นายดำน้ำลอดข้ามไปอีกฝั่ง พร้อมกับเสบียงอาหารแล้ว โดยคาดว่ากลุ่มเด็กๆ น่าจะพักอยู่ในห้องโถงกว้าง แต่เมื่อไปถึงบริเวณดังกล่าว ก็ยังไม่พบกลุ่มโค้ชและเด็กทั้ง 13 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยซีลได้ดำค้นหาต่อ จนไปถึงโพรงที่ 2 อยู่ใกล้เคียงกัน ซึ่งพบเพียงรอยเท้าของคนอยู่เต็มไปหมด คาดว่าเป็นร่องรอยของกลุ่มเด็กๆ ที่หนีน้ำเข้าไปข้างในอีก ซึ่งหน่วยซีลและหน่วยกู้ภัยอื่นๆ จึงเดินหน้าค้นหากันต่อ พบช่องทางในถ้ำต่อจากโพรงที่ 2 เป็นทางยาวขนานไปกับลำธารในถ้ำ และมีรอยเท้าอยู่เต็มไปหมด คาดว่าเด็กๆ ไม่สามารถออกทางเดิมได้ จึงพยายามเดินทะลุออกไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งจากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ และสอบถามคนท้องถิ่น ระบุว่า เส้นทางดังกล่าวมีระยะทางราว 7 กม. บริเวณปากทางเป็นโพรงขนาดใหญ่ แต่ไม่มีทางออกด้านข้าง เพราะไม่ใช่ทางเข้าถ้ำตามปกติ มีแต่ต้นไม้ โขดหิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทาง ตชด.32 ได้พิจารณาใช้เฮลิคอปเตอร์ ขึ้นบินสำรวจบริเวณปากโพรงดังกล่าว แต่เนื่องจากฝนตก สภาพอากาศปิด ทำให้ต้องรอประเมินสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 12.00 น. หน่วยซีลที่เข้าไปก่อนหน้านี้ได้รอชุดสนับสนุนที่นำอาหารและน้ำดื่มตามเข้าไป โดยเบื้องต้นจะใช้การเดินไปตามเส้นทาง 7 กม.ดังกล่าว เพื่อค้นหาต่อไป ซึ่งหากพบก็ยังต้องหารือกันต่อไปว่า จะนำตัวผู้ประสบเหตุทั้งหมดออกมาได้อย่างไร เนื่องจากภายในน้ำยังคงมีน้ำท่วมขังสูงปิดเส้นทางเข้า-ออกอยู่เช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนด้านหน้าถ้ำได้มีการเรียกรถพยาบาล อุปกรณ์ช่วยเหลือ ฯลฯ มาปักหลักรอให้การช่วยเหลืออยู่หน้าถ้ำหลวงอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับพ่อแม่และผู้ปกครองยังคงปักหลักรอที่เต็นท์ด้านหน้าที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ ซึ่งบางคนร้องไห้และเป็นลมล้มพับจนต้องมีการช่วยเหลือปฐมพยาบาลกันหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37, นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย, น.อ.อนันท์ สุราวรรณ์ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 ทหารเรือ, สภ.แม่สาย ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ฯลฯ ยังคงสั่งการให้และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกในปฏิบัติการค้นหาช่วยเหลือดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.บัญชากล่าวว่า จากการประเมินเชื่อว่าทั้งหมดเดินเข้าไปลึก ประกอบกับเกิดฝนตก จึงทำให้น้ำท่วมปิดทางเข้า-ออก ในช่วงแรกทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้ชุดทีมประดาน้ำของกู้ภัยเข้าไปค้นหา แต่ไม่ชำนาญและมีน้ำขุ่น จึงให้ทีมหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือหรือซีลเข้ามาเสริม ขณะนี้มีการตั้งกองอำนวยการร่วม โดยมีทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการทำงาน ประกอบด้วย กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล รส.) จ.เชียงราย, กกล.รส.มทบ.37, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย และมูลนิธิหน่วยกู้ภัยต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราสันนิษฐานว่าเด็กๆ รู้วิธีเอาตัวรอดจากน้ำท่วมได้ เพราะมีบางคนเคยเข้าไปเที่ยวในถ้ำแล้ว และมีประสบการณ์การเอาตัวรอดจากน้ำท่วม ซึ่งถ้ำหลวงฯ มีความยาว 7 กิโลเมตร ภายในมีเนินคล้ายสันดอนที่สูงกว่าระดับน้ำในถ้ำ&amp;quot; พล.ต.บัญชากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.มทบ.37 กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบทั้ง 13 คน แต่ขอให้ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง และขอให้คำมั่นว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายจะพยายามค้นหาเด็กๆ และโค้ชให้เจอโดยเร็วที่สุด ตอนนี้เจ้าหน้าที่พยายามดำน้ำเอาดินโคลนออก เพื่อเปิดปากถ้ำให้กว้าง นอกจากนี้ยังส่งเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออุดน้ำที่จะไหลมาเติมภายในถ้ำด้วย แต่ฝนก็ยังตกต่อเนื่องบนเทือกเขารอยต่อระหว่างไทย-เมียนมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่พยายามดูแลคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากพื้นที่ปฏิบัติงาน และอยากขอความร่วมมืองดจุดธูปเทียนใกล้พื้นที่บริเวณปากถ้ำ เพราะจะทำให้เกิดควันลอยเข้าไปในถ้ำ ส่งผลให้อากาศหรือออกซิเจนในถ้ำน้อยลง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ได้นำเครื่องเติมอากาศของ ปภ.เข้าไปในถ้ำ เพื่อเติมอากาศให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายใน และยังจัดตั้งหน่วยแพทย์ โดยความร่วมมือระหว่าง รพ.เชียงรายกับ รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช รวมทั้ง มทบ.37 ตั้งชุดครัวสนามสำหรับประกอบอาหารให้แก่เจ้าหน้าที่ รวมถึงวางระบบการสื่อสารทางทหาร เนื่องจากในพื้นที่จะติดต่อลำบาก&amp;quot; ผบ.มทบ.37 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าทีมแรกสามารถเบิกทางที่จะเข้าไปถึงอีกฝั่งได้แล้ว เมื่อเข้าไปได้แล้วก็กลับออกมา เพื่อส่งต่อให้ทีมชุด 2 เพราะคาดว่าเด็กน่าจะอยู่ในโถงกลาง และชุดที่ 2 ได้นำอาหาร น้ำดื่ม ตามเข้าไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระบบทุกอย่างได้จัดเอาไว้รองรับแล้วทั้งไฟฟ้าภายในถ้ำและการสื่อสาร ล่าสุดทราบว่าหน่วยทหารเรือได้ดำเข้าไปถึงห้องโถงกลางภายในถ้ำลึกเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตรแล้ว และมีทีมสนับสนุนรออยู่ แต่ก็พบอุปสรรคในการเชื่อมต่อถึงกัน เพราะน้ำขวางกั้นอยู่ กรณีจะต้องให้การช่วยเหลือเรื่องน้ำและอาหาร แต่เชื่อว่าทหารหน่วยซีลมีความสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ หากว่าพบเด็กๆ อยู่ในนั้น&amp;quot; รองผู้ว่าฯเชียงรายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.30 น. มีรายงานว่า ชุดดำน้ำหน่วยซีลต้องดำน้ำลึก 5 เมตร เข้าสู่ห้องโถงใหญ่ แต่ยังไม่พบเด็กๆ พบเพียงร่องรอยฝ่ามือตามผนังถ้ำ เจ้าหน้าที่จึงเดินหน้าค้นหาลึกเข้าไปภายในถ้ำอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำในถ้ำสูงขึ้นเรื่อย ประกอบกับภายในถ้ำเริ่มมืดลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.47 น. น.อ.อนันท์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 หัวหน้าชุดหน่วยซีล ได้สั่งถอนกำลังออกจากถ้ำ พร้อมประกาศยุติการค้นหาชั่วคราว เนื่องจากภายในถ้ำมืดลง และระดับน้ำสูงขึ้น จนอาจเป็นอันตรายต่อทีมค้นหาทั้งหมด จึงจำเป็นต้องถอนกำลังออกมาเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง รวมทั้งประชุมวางแผนการตรวจค้นอีกครั้ง&amp;nbsp;
ร.10 ทรงห่วงทั้ง 13 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมว.มหาดไทย) กล่าวว่า ทางราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แจ้งว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเด็กและโค้ชฟุตบอลจำนวน 13 ราย ที่ยังติดอยู่ในภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทรงห่วงใยกลุ่มผู้ประสบภัยทุกคน และทรงให้กำลังใจไปยังครอบครัวผู้ประสบภัยทุกคน ขอให้ทุกคนปลอดภัย รวมถึงทรงให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการติดตามค้นหาขอให้ประสบความสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนผมได้ให้คำแนะนำไปยังผู้ปฏิบัติในพื้นที่ การเข้าไปช่วยเหลือต้องระมัดระวังเรื่องของอากาศภายในกับฝนที่ตกลงมาเพิ่ม อาจทำให้ระดับน้ำภายในถ้ำสูงขึ้น เชื่อว่าทุกคนน่าจะปลอดภัย ทางเจ้าหน้าที่ก็ทุ่มเทกันเต็มที่ และมีมาตรการในการประสานติดต่อช่วยเหลือ&amp;quot; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามข่าวสารสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด แม้จะปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ โดยได้แสดงความเป็นห่วงและภาวนาขอให้ทุกคนกลับออกมาได้อย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทหารและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังออกค้นหาและให้ความช่วยเหลือเยาวชนและผู้ฝึกสอนทั้งหมดอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งฝากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคน ขอให้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี โดยย้ำให้ใช้ความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตนเองด้วย&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งคนเข้าไปช่วยแล้วตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 24 มิ.ย. เมื่อไปถึงในพื้นที่ก็เริ่มทำงานทันที เรามุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอยากให้พบเด็กกับโค้ชทั้ง 13 คน เราพยายามทำเต็มที่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ หรือหน่วยซีลของกองทัพเรือ อยู่ในพื้นที่แล้ว ขณะนี้ยังไม่ได้รายงานกลับมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางหน่วยซีลได้ดำเนินการบูรณาการกับทางจังหวัดและหน่วยงานราชการอื่นๆ ในการหาเด็กทั้ง 13 คนให้เจอโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้หน่วยซีลก็เข้าไปแล้ว ซึ่งผมก็ติดตามอยู่ และคิดว่ายังมีชีวิตอยู่&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุกูล สอนเอก นักภูมิศาสตร์ที่เคยสำรวจวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anukoon Sorn-ek ระบุว่า &amp;ldquo;ข้อมูลสำคัญสำหรับทีมค้นหาและช่วยเหลือเด็กสูญหายในถ้ำนะครับ ถ้ำนางนอนหลวงเป็นถ้ำที่มีทางเข้าออกทางเดียว ระบบระบายอากาศไม่ดี ถ้าจะใช้วิธีการสูบน้ำออกควรตั้งเครื่องสูบน้ำไว้ด้านนอก ไม่งั้นปริมาณ Co2 ภายในถ้ำจะสูงขึ้น ทำให้การช่วยเหลือทำได้ยาก และมีความเสี่ยงมากขึ้นนะครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำแหน่งที่คาดว่าเด็กๆ น่าจะอยู่ (ตำแหน่งวงกลมสีแดง) ลึกที่สุดบริเวณปลายสุดของ Show cave น่าจะประมาณไม่เกิน 1 กม. จากปากถ้ำ ถ้าเลยนี้ไป Section ด้านในที่เป็นเส้นทางเข้า Monk&amp;#39;s series เส้นทางแคบและซับซ้อน หาเจอยากมาก คิดว่าคนทั่วไปไม่น่าหาเส้นทางเข้าไปด้านในได้ครับ อีกอย่างในช่วงเวลานี้ ถ้าเด็กๆ ถอดรองเท้าและวางเป้ไว้ แสดงว่า พื้นถ้ำมีน้ำท่วมออกมาถึงด้านนอกแล้ว แต่ยังไม่ลึกมาก นั่นหมายถึง Section ด้านในจะมีน้ำท่วมแล้ว มีโคลนมาก เขาคงไม่เข้าไปลึกมากครับ อาจจะมีปัญหาเรื่องแสงสว่าง ไฟฉายดับ หรือไฟฉายมีน้อย เลยหาทางออกจากถ้ำไม่ได้ และระดับน้ำขึ้นซะก่อน ส่วนอันตรายที่สุดสำหรับทีมดำน้ำที่จะดำเข้าไปเป็น Section แรกที่ผมวงสีน้ำเงินเอาไว้ เนื่องจากเส้นทางเข้าแคบ ต้องมุดเข้าไป และน้ำจะอัดผ่านช่องนี้ออกมา อันตรายสำหรับทีมที่ดำน้ำขาออก แต่ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้แล้วเส้นทางด้านในจะกว้างขึ้น สามารถเดินได้ครับ ข้อมูลเผื่อทีมช่วยเหลือจะนำไปใช้ในการวางแผนได้นะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวิธีการช่วยเหลือ ต้องทำให้พื้นที่น้ำที่ท่วมเพดานถ้ำลดลงก่อน ด้วยลักษณะของถ้ำนางนอนหลวง ลำธารที่เกิดขึ้นในถ้ำ ไม่ได้เกิดจากการไหลมาจากด้านนอก แต่เกิดจากฝนตกบนต้นน้ำและไหลซึมตามรอยแตกเข้ามา เวลาน้ำในถ้ำเริ่มขึ้นจะลงค่อนข้างยาก วิธีดีที่สุดจะต้องสูบน้ำออกให้มากกว่าปริมาณน้ำเข้า เราต้องคำนวณปริมาณน้ำที่ไหลในลำธารในถ้ำว่ามีปริมาณกี่ ลบ.ม.ต่อวินาที และระดมเครื่องสูบน้ำให้ปริมาณ น้ำสูบออกมากกว่าปริมาณน้ำธรรมชาติ พื้นที่ส่วนเพดานถ้ำที่จมอยู่ถึงจะลด แต่ต้องไม่มีปริมาณฝนตกบนภูเขามาเพิ่มปริมาณน้ำในถ้ำอีก ดังนั้น ต้องรีบสูบน้ำออกในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้ช่วยเหลือ อย่าสูบน้ำออกโดยไม่มีหลักการครับ เวลาแต่ละนาทีที่ผ่านไปมันกลายเป็นเวลาที่สูญเปล่า ตอนนี้ประมาณ 36 ชม. หลังคนเข้าไปติดค้างอยู่ด้านใน เขายังรอดชีวิตและรอการช่วยเหลืออยู่ครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ช่วงเวลา 21.15 น. นักประดาน้ำกู้ภัยในถ้ำจากประเทศสวีเดนจะเดินทางเข้ามาในพื้นที่ เพื่อร่วมกับชุดซีลในการค้นหาโค้ชและเด็กที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12105</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ, น.อ.อนันท์ สุราวรรณ์, พล.ต.ต.บัญชา ดุริยพันธ์, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ภาสกร บุญญลักษม์, มิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ส, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b30fa5abefdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
