<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจทลายเครือข่ายยาบ้าในพื้นที่ยะลา-นราธิวาส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.63-​พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.ยะลา พร้อมผู้แทนผู้บังคับหน่วยเฉาพะกิจยะลา ป้องกันจังหวัดยะลา แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 301,600 เม็ด ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา สามารถจับกุมผู้ค้ารายย่อย แล้วขยายผลไปทลายเครือข่ายยาบ้าในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.พลบูลย์ &amp;nbsp;สุวรรณบูลย์ &amp;nbsp;รองผกก.สืบสวนภ.จว.ยะลา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สามฝ่าย ร่วมกันจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 1 &amp;nbsp;คดี ผู้ต้องหา จำนวน 1 คน คือ นายไซนูดีน &amp;nbsp;หะยีบือซา อายุ 30 ปี ราษฎร ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส &amp;nbsp;หลังจากเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้จับกุมตัว น.ส.นูรีย๊ะ กูเต๊ะ และ นายมะรอนิง &amp;nbsp;เฮงตาแกะ พร้อม ยาบ้า จำนวน 204 เม็ด ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ &amp;nbsp;อ.เมือง จ.ยะลา &amp;nbsp; และได้สืบสวนขยายผล เข้าจับกุม นางนูลีย๊ะ &amp;nbsp;อาสอตามา และ นายรอคานิง ฮูลูสาและ พร้อม ยาบ้า จำนวน 2,000 เม็ด ที่ บ้านยือราแป ต.สุวารี อ.รือเสาะ &amp;nbsp;จ.นราธิวาส &amp;nbsp;โดยจากการสืบสวนขยายผล ทราบว่า นางนูลีย๊ะ &amp;nbsp;และนายรอคานิง &amp;nbsp;เป็นเครือข่ายของ นายเย็ง ไม่ทราบชื่อ นามสกุล จริง ซึ่งเป็นนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ ในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และเป็นเครือข่ายของนายบน บุคคลสัญชาติพม่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2563 เวลาประมาณ 15.10 น.ได้สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย เข้าทำการติดต่อสั่งซื้อยาเสพติดจาก นายเย็ง โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสายลับอำพรางเพื่อไปรับยาเสพติดและสามารถจับกุมตัว นายไซนูดีน &amp;nbsp;หะยีบือซา อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 ม.4 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พร้อมตรวจยึดของกลาง ยาบ้า จำนวน 100,000 เม็ด ที่ ริมถนน สายบ้านบาโงระนะ ม.4 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และได้ซักถามขยายผลเพิ่มเติม นายไซนูดีน ให้การยอมรับว่า ยังมียาเสพติดที่ได้ซุกซ่อน ที่ โกดังไม่มีเลขที่ ม.4 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส อีกจำนวนหนึ่ง จึงได้สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย เข้าพิสูจน์ทราบ ผลการตรวจสอบ พบ ยาบ้า จำนวน 201,600 เม็ด เก็บซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสีน้ำเงิน นายไซนูดีนฯ ยอมรับว่า เป็นผู้ทำหน้าที่ เก็บและส่งยาเสพติด ให้ลูกค้า ในพื้นที่ จ.ยะลา จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส ตามที่ นายเย็ง สั่งการ รวมยาบ้าที่สามารถตรวจยึดเอาไว้เป็นของกลางในครั้งนี้ จำนวน &amp;nbsp;301,600 &amp;nbsp;เม็ด มูลค่าประมาณ &amp;nbsp;30,160,000 &amp;nbsp;บาท &amp;nbsp;พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ทรัพย์สินและติดตามจับกุมนักค้ายาเสพติดในเครือข่าย เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปราบพาล กล่าวว่า สำหรับยาบ้าจำนวนกว่า 3 แสนเม็ด ที่สามารถตรวจยึด และจับกุมได้นั้น จากการสอบสวนทราบว่า เครือข่ายนี้เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และกำลังจะส่งยาบ้าจำนวนกว่า 3 แสนเม็ดนี้ มายังพื้นที่จังหวัดยะลา แต่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา สามารถขยายผลและติดตามจับกุมได้ก่อน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76659</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล, ยะลา, ยาบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200906/image_big_5f54af11709d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ออก7ตำรวจ เสพ-ขายยาบ้า ส่งฟ้องศาลแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ยะลายันฟัน 7 ตำรวจนอกแถวพัวพันยาเสพติด ขณะนี้ส่งฟ้องศาลแล้ว ส่วนโทษทางวินัย เตรียมเซ็นให้ออกจากราชการไว้ก่อน เผยมียศตั้งแต่นายสิบถึงจ่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 มกราคมนี้ ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า การจับกุมและดำเนินคดียาเสพติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นาย ที่ประจำอยู่ที่จุดตรวจเมืองทองในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดนี้เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษของอำเภอยะหา ที่มาช่วยราชการในการป้องกันเมืองในเขตเทศบาลนครยะลา ที่ผ่านมาทุกๆ เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายจะต้องมีการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย และในปีงบประมาณ 2562 &amp;nbsp;ที่ผ่านมา สามารถดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้กว่า 70 นาย และได้ให้ออกจากราชการ รวมทั้งดำเนินดคีทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.ยะหา ทั้ง 7 นาย ที่ปฏิบัติภารกิจประจำจุดตรวจจุดสกัดที่ป้อมเมืองทอง หลังจากที่ได้ทราบข่าวพัวพันยาเสพติด จึงได้มีการเข้าไปตรวจค้นภายในที่พัก ซึ่งอยู่ที่จุดตรวจและพบยาบ้าอยู่ในครอบครองของตำรวจทั้ง 7 นาย จึงจับกุมดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อเสพและจำหน่าย และตั้งคณะกรรมการสอบสวนดำเนินการทางวินัย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาให้ออกจากราชการทั้ง 7 นาย แต่ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกจับกุมให้การว่า ยาเสพติดที่ตรวจพบมีไว้เพื่อเสพ ไม่ได้จำหน่าย แต่เนื่องจากบางคนครอบครองเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนด จึงต้องแจ้งข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปราบพาลกล่าวว่า ตำรวจทั้ง 7 นายนี้ ถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว ซึ่งทราบว่าหลังจากที่พนักงานสอบสวนส่งตัวไปฝากขังที่ศาลทั้ง 7 คน ผู้ต้องหาก็ขอประกันตัวในชั้นศาล แต่การดำเนินการทางวินัย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการร่างคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งโทษที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็มีสถานเดียวคือไล่ออก โดยในวันที่ 3 ม.ค.นี้ จะมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยตำรวจทั้ง 7 นายนี้มียศตั้งแต่นายสิบจนถึงจ่า ล่าสุดได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.ชุดใหม่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทน 7 นายที่ถูกจับกุมแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53706</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200102/image_big_5e0de8ce0ec2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักธุรกิจใต้หวั่นBRNยกระดับสู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประวิตร&amp;quot; บอกไม่ต้องห่วงเหตุไฟใต้ ลั่นพยายามไล่ติดตามผู้กระทำความผิด บช.ภ.9 จ่อขอหมายจับเพิ่มอีก 2 ราย ระบุเมื่อก่อเหตุจะหลบในป่าดงดิบตามเทือกเขาหรือประเทศเพื่อนบ้าน &amp;quot;มาราปาตานี&amp;quot; ออกแถลงการณ์เตือนรัฐไทยไร้ความจริงใจพูดคุยสันติสุข แนะทบทวนจุดยืน นักธุกิจชายแดนใต้จี้ กอ.รมน.ภาค 4 ตรวจสอบเอกสาร &amp;quot;บีอาร์เอ็น&amp;quot; หากเป็นจริงหวั่นยกระดับต่อสู้สู่เวทีสหประชาติ &amp;nbsp;ฝ่ายค้านปากเก่งซัดกองทัพดับไฟใต้ล้มเหลว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนร้ายก่อเหตุบุกยิงป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านทุ่งสะเดา หรือบ้านย่อยทางลุ่ม ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เราพยายามเข้าไปตรวจค้นกวาดล้างเพื่อไล่ติดตามผู้กระทำความผิด ขอให้สบายใจได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้หนึ่งรายและอยู่ระหว่างนำตัวไปสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจครอบครัวของผู้สูญเสียอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของเยี่ยมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียเพื่อเป็นกำลังใจ ส่วนตนก็รู้สึกเสียใจกับผู้ที่ได้รับผลกระทบและสูญเสียทุกราย เพราะคนที่มาทำหน้าที่ ชรบ.ล้วนเป็นชาวบ้านทั้งนั้น ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมมอบหมายให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยดำเนินการให้ความช่วยเหลือ &amp;nbsp;รัฐบาลเห็นใจและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความชัดเจนเรื่องการประกาศพื้นที่เคอร์ฟิวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รองนายกฯ กล่าวว่ายังไม่มีการประกาศ ขณะนี้ยังใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ปี 2551 ในการเข้าไปตรวจค้นกวาดล้างผู้กระทำผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางไปยังโรงพยาบาลยะลาเพื่อเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่จุดตรวจ ชรบ.เสียชีวิต 15 ราย และได้รับบาดเจ็บพักรักษาจำนวน 5 รายเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายนิพนธ์ได้เยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ยังคงพักรักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยโรงพยาบาลยะลาจำนวน 4 ราย คือ นายมะรอรี มะแซ, นายณรงค์ฤทธิ์ สิทธิพันธ์, นายอาหาหมัด รัตนตัญญู และนางสายัน ปานทอง &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้พูดคุยให้กำลังใจมอบกระเช้าเยี่ยมและเงินช่วยเหลือแก่ผู้บาดเจ็บ ขณะที่อาการโดยรวมปลอดภัยยกเว้นนางสายันที่ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และหากอาการไม่ดีขึ้นคณะแพทย์จะส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร แพทย์ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ก่อนหน้านี้แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนิพนธ์กล่าวว่า ได้นำคณะมาเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บเพื่อมาสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ ชรบ. โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
จ่อหมายจับเพิ่ม 2 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9), พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.ยะลา, พ.อ.(พิเศษ) คมกฤช รัตนฉายา ผบ.กรมทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่ห้องประชุม ภ.จว.ยะลา &amp;nbsp;เพื่อประมวลความคืบหน้ากรณีคนร้ายร่วม 20 คนบุกยิงถล่ม ชรบ.ลำพะยา อ.เมืองยะลา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ ชรบ.และราษฎรเสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บอีก 5 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ท.รณศิลป์เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวได้เตรียมขอหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วจำนวน 2 ราย มีนายซาอุดี ติงอูเซ็ง และนายนัสรูเลาะห์ สะมะ หลักฐานคือดีเอ็นเอที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ นอกเหนือจากดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บรวม 20 รายนั้นแล้ว สามารถยืนยันได้ และคนร้ายทั้ง 2 คนมีหมายจับคดีความมั่นคงอยู่แล้ว เป็นคดีใน อ.บันนังสตาและ อำเภออื่นๆ ได้แก่คดีเผา หจก.ชินวรก่อสร้าง ต.ลิดล อ.เมืองยะลา โจมตีจุดตรวจ 3 ฝ่ายในตลาดกรงปินัง หมู่ที่ 7 ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง ลอบวางเพลิงการไฟฟ้าอำเภอกาบัง จ.ยะลา พวกคนร้ายเหล่านี้เมื่อก่อเหตุแล้วจะหลบหนีขึ้นไปอาศัยอยู่ในป่าดงดิบตามเทือกเขาหรือประเทศเพื่อนบ้าน วันดีคืนดีก็กลับเข้ามาก่อเหตุโดยมีเยาวชนให้การสนับสนุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ปลอกกระสุนปืนของคนร้ายที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุที่ได้ผ่านการตรวจมาแล้วนั้น พบว่าเป็นอาวุธปืนที่เคยก่อเหตุใน จ.ปัตตานี เช่นคดีปล้น ระเบิดตู้เอทีเอ็มเมื่อเร็วๆ นี้ ส่วนขนาด 9 มม.เคยก่อเหตุในพื้นที่อื่นมาเช่นเดียวกัน&amp;quot; ผบช.ภ.9 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา นายอาบู ฮาฟิช อัลฮากิม โฆษกกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมาราปาตานี ได้เผยแพร่เอกสารโดยใช้อักษรรูมี จำนวน 3 หน้า เป็นแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ถล่ม ชรบ.ลำพะยา ซึ่งเนื้อความระบุว่า หากรัฐบาลไทยไม่มีจุดยืนในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;ไร้ความจริงใจในการเปิดเวทีพูดคุยสันติสุข ขอแนะนำให้ประเทศไทยทบทวนและประเมินจุดยืนและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับข้อจำกัด และความกังวลในบางประเด็นที่ขัดขวางกระบวนการสันติภาพไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า บางทีบทความนี้อาจเปิดตาต่อแนวทางที่เป็นจริงที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้ได้หากต้องการความสงบสุขที่แท้จริง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ก็ได้มีแถลงการณ์จากฝ่ายวิชาการของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น โดยยอมรับว่าการถล่ม ชรบ. 15 ศพเป็นปฏิบัติการของแนวร่วมในพื้นที่ ซึ่งผ่านการตัดสินใจของแกนนำในพื้นที่ &amp;nbsp;เพื่อตอบโต้ความไม่จริงใจของรัฐไทย โดยบีอาร์เอ็นกล่าวอ้างว่ารัฐไทยเล่นละคร โดยทางหนึ่งพร้อมที่จะเปิดเวทีพูดคุยสันติสุข แต่อีกทางหนึ่งมีการสั่งให้ชุดปฏิบัติการไล่ล่าแกนนำและกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
นักธุรกิจผวาบีอาร์เอ็น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เอกสารของบีอาร์เอ็นและมาราปาตานีถูกเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ได้สร้างความกังวลให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้าและประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาเป็นอย่างยิ่ง เพราะตลอดเวลา 16 ปีบีอาร์เอ็นไม่เคยรับและปฏิเสธว่าการก่อเหตุเป็นฝีมือของตน &amp;nbsp;เมื่อบีอาร์เอ็นออกมารับว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าหมู่พลเรือน แสดงว่ามีความพร้อมที่จะเปิดหน้าสู้กับกองกำลังของรัฐไทย และพร้อมที่จะสู้ในเวทีของสหประชาชาติ และการยอมรับว่าการฆ่าหมู่พลเรือน 15 ศพครั้งนี้บีอาร์เอ็นเป็นผู้กระทำ ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงเต็มรูปแบบ ซึ่งต่อไปบีอาร์เอ็นต้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล กองทัพ หรือ กอ.รมน.ภาค 4 สน.เร่งตรวจสอบเอกสารของบีอาร์เอ็น และแจ้งให้ประชาชนทราบเพื่อสร้างความกระจ่าง หากเป็นแถลงการณ์ของบีอาร์เอ็นจริง กอ.รมน.ภาค 4 &amp;nbsp;สน.ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบว่าจะรับมืออย่างไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแถลงการณ์ของมาราปาตานีนั้น จากการตรวจสอบเชื่อว่าเป็นของจริง เพราะก่อนหน้านี้อาบู ฮาฟิช อัล ฮากิม ก็ได้ออกแถลงการณ์กล่าวหารัฐไทยในเรื่องไม่จริงใจมาแล้วครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค &amp;nbsp;วุฒิสภา แถลงว่า คณะกรรมาธิการฯ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์บุกยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อ.เมืองยะลา โดยที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ได้มีมติให้มีการแสดงความคิดเห็นพร้อมประณามผู้ก่อเหตุ โดยขออ้างอิงคำแถลงของสำนักจุฬาราชมนตรีที่ระบุตอนหนึ่งว่า &amp;quot;สำหรับศาสนาอิสลามนั้น การฆ่าผู้บริสุทธิ์ถือว่าเป็นบาปใหญ่ ดังปรากฏในพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอาน ความว่า แท้จริง ผู้ใดฆ่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ชีวิตหนึ่ง ก็ประหนึ่งว่าเขาได้ฆ่ามนุษย์ทั้งมวล และหากผู้ใดช่วยรักษาชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง ก็ประหนึ่งว่าเขาได้รักษาชีวิตมนุษย์ทั้งมวล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ได้ส่งจดหมายถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเพื่อแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจทุกคน พร้อมมอบหมายให้ผู้แทนคณะกรรมาธิการฯ ติดตามอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนแนวทางสันติให้เกิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็วที่สุด รวมทั้งหามาตรการป้องกันเหตุรุนแรงในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็นความสูญเสียที่รุนแรงและก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชนในพื้นที่ หลายวันที่ผ่านมาหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประชาชนหรือพรรคการเมืองภาครัฐบาล ต่างร่วมกันแสดงจุดยืนต่อต้านความรุนแรงและเร่งดำเนินการหาตัวผู้กระทำผิดและอำนวยความยุติธรรมให้แก่ทุกฝ่าย แต่ในเวลาเดียวกันนี้เองเราก็ยังได้เห็นอีกหนึ่งการกระทำที่น่ากังวล ว่าจะทำให้เกิดการบ่อนทำลายสันติภาพและทำให้เกิดความเกลียดชังมากขึ้นในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ที่แน่นอนว่ามีหลายสื่อรายงานตามข้อเท็จจริงอย่างสร้างสรรค์ แต่ก็มีบางส่วนกลับรายงานไปในทิศทางที่จะเพิ่มความเกลียดชังและความหวาดระแวงในพื้นที่
พท.ซัดกองทัพล้มเหลว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยกตัวอย่างบางสำนักข่าวมีการลงข่าวออนไลน์ กรณีทหารพบผ้าก๊อซกับอุปกรณ์ทำแผลที่บ้านประชาชนหลังหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำไปเก็บรวบรวมขอตรวจดีเอ็นเอและหลักฐานตามปกติ แต่ข่าวออกไปแล้วว่าบ้านนี้มีส่วนช่วยเหลือผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ประชาชนในบ้านที่ถูกกล่าวหากลับเป็นผู้ถูกหวาดระแวงสงสัย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราอยากขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนจริงๆ&amp;quot; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งตัวอย่างที่เป็นข่าวที่สร้างความเกลียดชังแตกแยก &amp;nbsp;คือการ์ตูนของผู้ใช้นามว่าบัญชา-คามิน สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ พยายามชี้ให้เห็นว่าพรรคอนาคตใหม่สนับสนุนเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ขอร้องอย่าทำแบบนี้อีกเลย อย่าทำให้เกิดความแตกแยก กรุณาหยุดการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์และไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อฝ่ายใดแบบนี้อีกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและที่ปรึกษากรรมาธิการการทหาร กล่าวว่า &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เดินมาไม่ถูกทาง เพราะเงื่อนไขในแต่ละสถานการณ์ต่างกันไป กรณีล่าสุดที่เกิดเหตุการณ์ยิงถล่ม ชรบ.ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 15 คน สถานที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ชาวบ้านดูแลกันเอง ไม่มีหน่วยงานทหารในพื้นที่ จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่าเหตุใดจึงมีช่องโหว่ตรงนี้ นโยบายทหารนำการเมืองที่ใช้มาตลอดในพื้นที่ภาคใต้ไม่ตอบโจทย์ ไม่สะท้อนความจริงใจพื้นที่ แก้ไขปัญหาไม่ได้ งบประมาณมหาศาลรวมแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมามากกว่า 200,000 ล้านบาท ในการพิจารณางบประมาณในแต่ละปีมีการของบประมาณลงไปแก้ปัญหาภาคใต้ ทางสภาให้ตลอด แต่เป็นการของบที่ซ้ำซ้อน ดังนั้นปัญหาภาคใต้ที่ไม่สงบส่วนหนึ่งอาจจะเพราะนโยบายรัฐที่มีเป้าหมายอย่างอื่นหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝ่ายความมั่นคงควรที่จะทบทวนการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ อาจจะมีการเปิดโต๊ะเจรจากับฝ่ายที่เห็นต่าง ไม่ทำในประเทศก็ได้ อาจจะให้ประเทศอื่นเป็นเจ้าภาพก็ได้ เพื่อหาแนวทางยุติปัญหาความรุนแรง กองทัพต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาล้มเหลว ที่สำคัญที่สุดคือความจริงใจ &amp;nbsp;อย่าใช้อำนาจเพราะจะเป็นการเลี้ยงไข้มากกว่าหวังแก้ปัญหาให้ลุล่วง&amp;quot; นายประเสริฐกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50061</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ บุญญามณี, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พ.อ.(พิเศษ) คมกฤช รัตนฉายา, พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมชาย แสวงการ, สายัน ปานทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc97e423fe4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
