<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.อายัดทรัพย์คดี3คดี’พนันออนไลน์ –โกง– ค้ามนุษย์’กว่า90ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.2564 &amp;ndash; พล.ต.ต.ปรีชา &amp;nbsp;เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) &amp;nbsp;กล่าวว่า คณะกรรมการธุรกรรมในคราวประชุม ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ได้มีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในรายคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ดังนี้ &amp;nbsp;1. รายคดีนายแทนไท ณรงค์กูล กับพวก นายแทนไทฯ กับพวก ได้ก่อตั้งเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยมีรูปแบบการพนันให้เลือกเล่นหลายประเภท และได้ประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นสมัครเป็นสมาชิกและโอนเงินเพื่อเล่นการพนันออนไลน์กับเว็บไซต์ดังกล่าว โดยได้เปิดบัญชีเงินฝากจำนวนหลายบัญชีเพื่อรับโอนเงินค่าสมัครสมาชิกและเล่นพนัน ทั้งยังพบเงินหมุนเวียนจำนวนมาก ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยในคดีนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 10 รายการ (เงินสด รถยนต์ ห้องชุด เงินและสินทรัพย์ดิจิทัล) พร้อมดอกผล รวมมูลค่ากว่า 16,000,000 บาทไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าว เลขาธิการ ปปง. พิจารณาใช้อำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวน 4 รายการ (เงินและหุ้นในบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์) รวมราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 59,000,000 บาท พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 75,000,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รายคดีบริษัท ทิมเบอร์เมท จำกัด กับพวก เป็นกรณีที่คนร้ายชาวต่างชาติหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ ให้ซื้อหน้ากากอนามัย หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ที่ได้ลงประกาศขายอันเป็นเท็จไว้บนเว็บไชต์ขายของหรือสร้างเว็บไซต์ขึ้นเองโดยใช้ข้อมูลส่วนตัวของหญิงไทยที่คบหากันเชิงชู้สาวกับกลุ่มคนร้ายในการจดทะเบียนจัดตั้งเว็บไซต์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้เหยื่อหลงเชื่อและสั่งซื้อสินค้าจากคนร้าย เมื่อตกลงซื้อขายกันแล้ว คนร้ายจะแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าสินค้าเข้าบัญชีเงินฝากของธนาคารในประเทศไทยที่เปิดไว้ในชื่อของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นโดยไม่ได้ประกอบธุรกิจจริง หรือให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของคนร้ายหรือบัญชีเงินฝากธนาคารของหญิงไทยที่ถูกหลอกให้เปิดบัญชีซึ่งคนร้ายจัดเตรียมไว้แล้ว โดยจะมีคนร้ายชาวต่างชาติอีกกลุ่มหนึ่งยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารอื่น หรือถอนเงินสดออกจากบัญชีเงินฝากทันที โดยผู้เสียหายไม่ได้รับสินค้าและไม่สามารถติดต่อกับกลุ่มคนร้ายได้อีก ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยในคดีนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 38 รายการ (เงินสด เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่ดิน รถยนต์ เครื่องประดับ และเครื่องใช้ไฟฟ้า) พร้อมดอกผล รวมมูลค่าประมาณ 10,000,000 บาท &amp;nbsp; ไว้ชั่วคราว มีกำหนด &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รายคดี นายศิรพิบูลย์ &amp;nbsp;กิตติศุภรัฐ กับพวก นายศิรพิบูลย์ฯ กับพวก มีส่วนร่วมในขบวนการนำพา&amp;nbsp; คนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย โดยขบวนการดังกล่าวมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในหลายท้องที่ การกระทำความผิดมีลักษณะการแบ่งหน้าที่กันทำ มีนายหน้าชาวต่างชาติเป็นผู้ชักชวนคนเพื่อเข้ามาทำงานและเรียกเก็บเงิน &amp;nbsp; ค่าดำเนินการ เมื่อรวบรวมคนได้แล้ว จะมีคนพาข้ามแดนเข้ามายังประเทศไทย และลักลอบเดินทางมาด้วยรถยนต์ในลักษณะหลบซ่อนกันมาเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมที่มีกฎหมายกำหนดเป็นความผิด อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (2) และ (10) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยในคดีนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และที่ดิน) พร้อมดอกผล รวมมูลค่าประมาณ 5,000,000 บาท ไว้ชั่วคราว&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปรีชากล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมและตัดเส้นทางทางการเงินของผู้กระทำความผิด สำนักงาน ปปง. จะเน้นการสืบสวนขยายผลเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ให้เกิดความเข้มข้นและเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและเพื่อความสงบสุข ความมั่นคงของประเทศชาติต่อไป ภายใต้ปรัชญาการทำงานที่ว่า ทรัพย์สินใดเป็นของแผ่นดิน ทรัพย์สินนั้นต้องกลับคืนแผ่นดินโดยไม่มีเงื่อนไขด้วยกฎหมายฟอกเงิน ทั้งนี้ หากพบเห็นบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สามารถโทรแจ้งหรือสอบถามได้ที่สายด่วน 1710
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., พล.ต.ต.ปรีชา  เจริญสหายานนท์, รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, อายัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60236e5f92e23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.อายัดทรัพย์ 3 คดีดัง &#039;จำนำข้าว-เสี่ยเปี๋ยง&#039; โดนอีก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.64 - สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดย พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมการเงิน ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา ว่า บอร์ดมีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในรายคดีสำคัญ 3 คดี ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.คดีนายอภิชาต จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง และพวกพร้อมผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งบริษัททีซี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ร่วมกันทุจริตโครงการรับจำนำข้าวแบบรัฐต่อรัฐ &amp;nbsp;มีความผิดตามพ.ร.บ.ฟอกเงิน จึงมีคำสั่งให้ยึดอายัดทรัพย์เพิ่มเติมอีก 7 รายการ เป็นสังหาริมทรัพย์ประเภทเครื่องจอดรถยนต์อัตโนมัติ และเงินฝากในบัญชีเงินธนาคารพร้อมดอกผล รวมมูลค่าประมาณ 13,716,609.55 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันได้ยึดอายัดทรัพย์ไว้แล้วจำนวน 16 ครั้ง มูลค่าทรัพย์สินจำนวน 16,221 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คดีทุจริตโกงเงินออมทรัพย์สโมสรรถไฟ กรณีนายบุญส่ง หงษ์ทอง อดีตประธานที่ปรึกษาและผู้ก่อตั้งสหกรณ์ กับพวก ร่วมกันทุจริตด้วยการนำเงินออกจากสหกรณ์ฯ ไปซื้อที่ดินและทรัพย์สินอื่นๆ จำนวนมาก และปกปิดการลักทรัพย์โดยการทำเอกสารการกู้เงินปลอมและมติของคณะกรรมการเพื่อปิดบังไม่ให้คณะกรรมการและผู้ตรวจสอบบัญชีทราบ มีความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน บอร์ดจึงมีมติให้ยึดอายัดทรัพย์เพิ่มอีก 163 รายการ มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.คดียึดอายัดทรัพย์ นายสุนทร มาเยอ กับพวก ซึ่งเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติของ &amp;ldquo;นายเชี่ยงมา&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เฮียช้าง&amp;rdquo; นักธุรกิจชาวจีน และเป็นเครือข่ายฟอกเงินยาเสพติดรายใหญ่ โดยนายสุนทรเป็นผู้ขับรถขนยาเสพติดจำนวน 9,400,000 เม็ด และได้หลบหนีไปในพื้นที่ จ.เชียงราย ต่อมาตำรวจได้ยึดยาเสพติด รถยนต์กระบะ และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายสุนทร พบว่า มีการหมุนเวียนเงินจำนวนหลายร้อยล้านบาท และยังมีพฤติการณ์โอนเงินเข้าออกบัญชีบุคคลอื่นหลายราย ซึ่งเจ้าของบัญชีที่รับโอนหรือที่โอนเข้าส่วนใหญ่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกส่วนหนึ่งเป็นบัญชีของผู้ที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง เส้นทางการเงินมีทั้งในและนอกประเทศที่ต้องสงสัยว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด บอร์ดจึงมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์จำนวน 39 รายการ เป็นห้องชุดเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร กองทุนหลักพร้อมดอกผล รวม 11,540,522.54 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้ง 3 คดี ปปง.จะยึดอายัดทรัพย์ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน ในการนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจง&amp;rdquo; พล.ต.ต.ปรีชา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89691</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนำข้าว, ปปง., พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์, อายัดทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0d2050562c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปปง.&#039;เตือนระวังซวยซ้ำซ้อนถูกโจรหลอก&#039;ปปง.&#039;จะคืนทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2563 &amp;ndash; พล.ต.ต.ปรีชา &amp;nbsp;เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพได้มีการจัดทำเอกสารปลอมอ้างว่าเป็นเอกสารที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ออกจากสำนักงาน ปปง. โดยรูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพคือ หลอกผู้เสียหายว่าสำนักงาน ปปง. จะคืนทรัพย์สินที่ได้ยึดและอายัดชั่วคราวเพื่อตรวจสอบตามคำสั่งศาล แต่เจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องดำเนินการชำระภาษีให้ครบถ้วนตามกฎหมายและดำเนินการวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นจำนวนเงินตามที่ระบุในเอกสารดังกล่าวโดยให้โอนเข้าบัญชีธนาคารตามระยะเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปรีชากล่าวอีกว่า สำนักงาน ปปง.ไม่เคยมีการออกเอกสารในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด จึงขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด อาจเสียเงินฟรี! และขอให้ติดตามข่าวสารทางเว็บไซต์สำนักงาน ปปง. www.amlo.go.th อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน จึงขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อจนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือพบเห็นการกระทำความผิด ให้โทรสอบถามหรือแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปปง. 1710&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., พล.ต.ต.ปรีชา  เจริญสหายานนท์, รักษาราชการแทน, อายัด, เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8f99be538b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.ช.ไฟเขียว รับโอน &#039;พล.ต.ต.ปรีชา&#039; กลับเข้ารับราชการตำรวจ นั่งตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.63 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. จากนั้นเวลา 14.30 น.ได้เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ภายหลังการประชุมพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวว่า วาระสำคัญเป็นเรื่องของ พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ที่รับโอนกลับมาจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งมติของก.ตร.และก.ต.ช.รับกลับมาเป็นตำรวจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวสรุปผลผการประชุมก.ตร. และก.ต.ช. โดยในส่วนของก.ตร. ที่ประชุมได้รับทราบการกระทำผิดวินัยและการให้ออกราชการของข้าราชการตำรวจ ของอนุก.ตร. คณะต่างๆ โดยเห็นชอบให้มีการไล่ออกข้าราชการตำรวจที่ประพฤติผิดวินัยร้ายแรง จำนวน 38 นาย ปลดออก จำนวน 3 นาย และให้ออก จำนวน 7 นาย รวมทั้งหมด 48 นาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการละทิ้งราชการและความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในที่ประชุมก.ตร. ได้มีการพิจารณาการกำหนดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวนคดีทางเทคโนโลยี โดยมีเงื่อนไขเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว และตามกฎหมายมาตรา 54 วรรค 2 ระบุว่า การกำหนดตำแหน่งดังกล่าวจะต้องให้ก.ต.ช. เห็นชอบ ซึ่งก.ต.ช. มีมติเห็นชอบ จากนั้นจึงได้มีการพิจารณารับโอนพล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ ปปง. โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นชอบรับโอนให้มาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และหากพล.ต.ต.ปรีชา พ้นจากตำแหน่งดังกล่าว ตำแหน่งนี้จะต้องถูกยุบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับกรณีพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ได้ร้องทุกข์ในกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งสำรองราชการ ซึ่งในที่ประชุมก.ตร. ได้มีการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรอบคอบชัดเจน และเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องทุกข์ ก.ตร.จึงมีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำเรื่องหารือไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยทางการปกครอง เพื่อให้เกิดความรอบคอบชัดเจน ในแนวทางการปฏิบัติ โดยจะมีการนำเสนอโดยเร็ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้รีบดำเนินการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึง สารวัตร(สว.) ประจำปี 2563 กรณีนี้ ก.ตร.ไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามจะมีการดำเนินการไปตามกฎหมาย ซึ่งมีการระบุว่าจะต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน คาดว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนอีกกรณีที่มีการพูดถึงในที่ประชุม คือ ความคืบหน้าของการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่ากรณีนี้ได้พ้นในขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ขณะนี้เนื้อหาสาระของการปฏิรูปตำรวจจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ผ่านคณะรัฐมนตรีไป ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดโครงสร้างรูปแบบการบริหาร โดยเน้นไปที่สถานีตำรวจ เส้นทางการเติบโตของงานสอบสวน เรื่องของการที่ต้องมีคณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม รวมถึงกรณีอีกหลายๆอย่าง ที่จะเป็นประโยชน์ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมข้อมูลต่างๆ เพื่อเตรียมชี้แจงในกรณีที่จะมีการเสนอต่อรัฐสภาต่อไป ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีนอกจากนี้นายกฯ ยังย้ำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับติดตามผลการดำเนินงานต่างๆ คดีที่มีความสำคัญ หรือคดีที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน เมื่อมีประเด็นอะไรที่ต้องดำเนินการ ให้รีบดำเนินการโดยเร็ว และให้สร้างความรับรู้ไปยังพี่น้องประชาชน และมีเรื่องที่แจ้งให้ทราบในที่ประชุมในวันนี้มีก.ตร. 2 ท่าน ที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78626</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee0d2050562c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.ฟัน4คดีดังทั้งฉ้อโกงหน้ากาก-อุ้มบุญ-แชร์-ยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มีนาคม 2563- พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า คณะกรรมการธุรกรรมในคราวประชุม ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ได้มีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จำนวน 4 รายคดี ได้แก่ 1.คดีนายวัชรวิทย์ สุภาษิต ซึ่งพฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพฤติการณ์แห่งคดี นายวัชรวิทย์ สุภาษิต ได้เปิดเพจ &amp;ldquo;Mask &amp;ndash; หน้ากากอนามัย ราคาโรงงาน ปลีก &amp;ndash; ส่ง&amp;rdquo; โฆษณาขายหน้ากากอนามัย ราคาโรงงานคุณภาพอย่างโรงพยาบาล ในราคากล่องละ 550 บาท ซึ่ง 1 กล่องบรรจุ 50 ชิ้น ชิ้นละ 11 บาท บนอินเทอร์เน็ตทาง Facebook และได้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อให้ผู้ที่สนใจสั่งซื้อหน้ากากอนามัย และโอนเงินให้ ต่อมามีผู้เสียหายเข้าไปสั่งซื้อหน้ากากอนามัยจากเพจ ดังกล่าว โดยเมื่อหลังจากโอนเงินชำระค่าสินค้าหน้ากากอนามัยแล้วก็ไม่สามารถติดต่อนายวัชรวิทย์ได้ เบื้องต้นพบผู้เสียหายจำนวนมาก มติคณะกรรมการธุรกรรมจึงมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายวัชรวิทย์ และผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.คดีนายจ้าว หราน (สัญชาติจีน) กับพวก ซึ่งพฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะเป็นความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมที่มีกฎหมายกำหนดเป็นความผิดอันเป็นมูลฐานตามมาตรา 3 วรรคหนึ่ง (10) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ปปง.2542 ทั้งนี้ พฤติการณ์แห่งคดีโดยย่อ นายจ้าว หราน กับพวกได้ลักลอบดำเนินการให้มีการอุ้มบุญข้ามชาติโดยผิดกฎหมาย มีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจะมีนายหน้าเข้าไปติดต่อหาหญิงไทยที่ต้องการรับจ้างตั้งครรภ์แทนให้กับนายทุนผู้ว่าจ้างสัญชาติจีน เสนอให้ค่าตอบแทนรายละ 300,000 &amp;ndash; 450,000 บาท ซึ่งนายหน้าจะพาหญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนเดินทางไปที่ประเทศกัมพูชาหรือประเทศลาว เพื่อฉีดฝังตัวอ่อน จากนั้นจะพากลับมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลในประเทศไทย เมื่อใกล้ถึงกำหนดคลอดอายุครรภ์ประมาณ 7 - 8 เดือน นายหน้าจะพาหญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนเดินทางไปคลอดบุตรที่ประเทศจีน และส่งมอบบุตรที่คลอดให้กับลูกค้าชาวจีน โดยมติคณะกรรมการได้มอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายจ้าว หราน &amp;nbsp;กับพวก รวมทั้งผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.คดี น.ส.วราภรณ์ เข็มนอกกับพวก ซึ่งพฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) แห่ง พ.ร.บ.ปปง.พ.ศ. 2542 โดย น.ส.วราภรณ์ได้เปิดเพจ Facebook &amp;nbsp; จำนวนหลายเพจ ได้แก่ &amp;ldquo;waraporn khemnak&amp;rsquo;ll&amp;rdquo;, &amp;ldquo;บิวตี้เพ็ญ (Beauty Pen)&amp;rdquo;,&amp;ldquo;Phakbung First&amp;rdquo; และ&amp;ldquo;Ampikha Damnoenngam&amp;rdquo; โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโฆษณาชักชวนบุคคลทั่วไปให้ร่วมลงทุนซื้อขายแชร์มือหลุด และหลอกลวงว่าจะได้ผลตอบแทนสูง โดยมีการตั้งกลุ่มชื่อแชร์ว่า แชร์มือหลุดพี่บี และกลุ่มมือรวย p&amp;amp;p จงมีและรวยมาก ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อและเข้าซื้อขายแชร์มือหลุดจำนวนมาก ปรากฏความเสียหายรวมทั้งสิ้นประมาณ 105,452,450 บาท &amp;nbsp;ซึ่งมติคณะกรรมการธุรกรรมเห็นชอบให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด&amp;nbsp;
จำนวน 40 รายการ พร้อมดอกผล (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 65,541,628.94 บาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.คดี น.ส.วิไลลักษณ์ แสนลี่ กับพวก ซึ่งพฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (1) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
พฤติการณ์แห่งคดีโดยย่อ : นางสาววิไลลักษณ์ แสนลี่ กับพวก เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายเลาต๋า แสนลี่ ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคเหนือ ซึ่งถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและศาลฎีกาได้พิพากษาให้จำคุกแล้ว โดย น.ส.วิไลลักษณ์ทำหน้าที่รับโอนเงินค่ายาเสพติดต่อจากนางสาวซู่ยิง แซ่หวู่ ภรรยาของนายปรีชา &amp;nbsp;แสนลี่ โดยเงินดังกล่าวเป็นเงินที่รับมาจากกลุ่มผู้ซื้อยาเสพติดทางภาคใต้ ทั้งยังมีหน้าที่ในการแปรสภาพเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปเป็นทรัพย์สินอื่นเพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงินดังกล่าว ซึ่งมติคณะกรรมการธุรกรรมเห็นชอบให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด 3 รายการ พร้อมดอกผล (รถยนต์และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง) รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 500,000 บาทไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.ปรีชากล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการตัดวงจรอาชญากรรรมและตัดเส้นทางทางการเงินของผู้กระทำความผิด สำนักงาน ปปง. จะเน้นการสืบสวนขยายผล เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ให้เกิดความเข้มข้นและเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหา &amp;nbsp; ความเดือดร้อนของประชาชนและเพื่อความสงบสุข ความมั่นคงของประเทศชาติต่อไป ภายใต้ปรัชญา &amp;nbsp; การทำงานที่ว่าทรัพย์สินใดเป็นของแผ่นดิน ทรัพย์สินนั้นต้องกลับคืนแผ่นดิน &amp;nbsp;โดยไม่มีเงื่อนไข ด้วยกฎหมายฟอกเงิน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ หากพบเห็นบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรือแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อขอเอกสารหรือตรวจค้นบริษัทหรือบ้านพัก โปรดอย่าหลงเชื่อ ขอให้โทรแจ้งหรือสอบถามได้ที่สายด่วน 1710&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59429</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์, รักษาราชการแทน, เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e68529d23c8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 14:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชื่อส.ว.สอบประวัติลึกจึงตีตกชื่อ&#039;พล.ต.ต.ปรีชา&#039;ไม่ให้นั่งเลขาธิการปปง.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.2563- นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีวุฒิสภา (ส.ว.) มีมติไม่เห็นชอบ พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้เป็นเลขาธิการ ปปง.คนใหม่ ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบและเสนอไป ว่าเมื่อ ส.ว.ตีตกไปรัฐบาลจะต้องหาคนใหม่ ระหว่างนี้จะต้องพิจารณาต่อไปว่าจะแต่งตั้งใครมารักษาการเลขาธิการ ปปง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถือเป็นเรื่องธรรมดาเคยปรากฏลักษณะนี้มาแล้วในอดีต ส่วนการเสนอรายชื่อใหม่นั้น หากได้เร็วก็ดี แต่มันเร็วไม่ได้ จึงให้มีการรักษาการไปก่อน ซึ่งไม่เป็นปัญหา และตามกฎหมาย ส.ว.ไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผลที่ตีตก พล.ต.ต.ปรีชากลับมายัง ครม. เพราะเมื่อเป็นมติออกมา ไม่มีใครรู้ว่าเหตุผลคืออะไร แต่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความประพฤติและจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ปปง. อาจมีเหตุผลในส่วนของเขา ซึ่ง กมธ.ชุดดังกล่าวจะเสนอผลการสอบประวัติต่อ ส.ว.และประชุมลับ รัฐบาลจึงไม่รู้เหตุผล การลงคะแนนก็เป็นการลงคะแนนลับ จึงไม่สามารถแจ้งมาได้ว่าตีตกเพราะอะไร แต่ข้อสังเกตของ กมธ.นั้นอาจจะแจ้งมาให้ทราบได้ แต่ไม่รู้อีกว่าจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงที่ตีตกหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะถูกมองว่า ส.ว.หักกับ ครม.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในชั้นพิจารณาของ ส.ว.มีการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดไม่เหมือนกับ ครม. โดยเขาจะมีการสอบประวัติไปถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับเจ้าตัวด้วย ส่วนหลักฐานเป็นอย่างไร ไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ในชั้น ครม.ได้สอบประวัติ พล.ต.ต.ปรีชาก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการ ปปง. แม้จะขึ้นกับรัฐบาล แต่การทำงานของเขาเกือบจะอิสระ มีกรรมการของตัวเอง และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ ปปง.เสนอมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ครม.สามารถชื่อคนเดิมเข้าไปอีกได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ควรทำแบบนั้น และไม่เคยมีการทำเช่นนั้น ถ้าทำแบบนั้นจะแปลว่า ครม.ไปสู้กับ ส.ว.แล้ว ซึ่งไม่มีเหตุผล แต่ถ้ารอจนผ่านไปอีกสมัยหนึ่ง เหตุผลและประวัติเปลี่ยนแปลงไปก็อาจจะทำได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57627</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, วุฒิสภา, ส.ว., เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4ce1c0f0815.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาหักรัฐบาล!โหวตท่วมท้น 185 ต่อ 11 เสียง ไม่เลือก&#039;ปรีชา เจริญสหายานนท์&#039; นั่งเลขาฯปปง.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63 -ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้มีการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการพิจารณาชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตามรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบความประพฤติและจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิคณะการกรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คือ พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการปปง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมได้มีการประชุมลับเพื่อให้สมาชิกได้อภิปรายแสดงความเห็นก่อนที่จะมีการลงมติ ผลปรากฎว่าพล.ต.ต.ปรีชา ได้คะแนนเห็นชอบ 11 เสียง ไม่เห็นชอบ 185เสียง และไม่ออกเสียง 13 เสียง ซึ่งถือว่าไม่ได้รับความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากจากที่ประชุม ส่งผลให้พล.ต.ต.ปรีชาไม่ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการปปง. โดยประธานวุฒิสภาจะแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบผลการพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 ก.ย.62 อนุมัติตามที่สำนักงานปปง.เสนอให้ พล.ต.ต.ปรีชา ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการปปง. แทนตำแหน่งที่ว่างลง และส่งให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนครม.นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง.&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57522</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์, เลขาธิการป.ป.ง.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4b8d675a8fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
