<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เตรียมกำลังรับมือ&#039;ม็อบทะลุฟ้า&#039; ยันการคล้องแขนเดินผิดพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.64 -&amp;nbsp; ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์ เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงการณ์บังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบกับกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มทะลุฟ้าที่นัดทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 15.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์&amp;nbsp; กล่าวว่า วันนี้ม็อบที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มทะลุฟ้านัดชุมนุมกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจากนั้นจะขึ้นไปทำกิจกรรมที่ถนนวิภาวดีรังสิต ในการเตรียมความพร้อมของกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีการจัดเตรียมกำลังเพียงพอต่อการรักษาความสงบ ยืนยันว่าการปฏิบัติของ บช.น.เน้นเรื่องรักษาความสงบเรียบร้อย ถ้าพิจารณาว่ายังไม่มีเหตุรุนแรงเจ้าหน้าที่จะยังคงรักษาแนวที่ตั้งจนกระทั่งเกิดความรุนแรงขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในการปฏิบัติจะไม่ให้กระทบต่อประชาชนที่ไม่มีส่วนร่วม โดยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะต้องปฏิบัติอยู่ในกรอบของกฎหมาย ขอความร่วมมือไปยังประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิต่อเนื่องถึงสามเหลี่ยมดินแดงและถนนวิภาวดีรังสิต เนื่องจากการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมามักจะเกิดความรุนแรง ย้ำเตือนว่าปัจจุบันมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การชุมนุมถือว่าเป็นความผิด และเมื่อมีหลักฐานชัดเจนว่าในกลุ่มผู้ชุมนุมบางคนติดเชื้อโควิด เป็นห่วงว่าผู้ร่วมชุมนุมจะได้รับผลกระทบตรงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ&amp;nbsp; ได้สรุปการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมในห้วงที่ผ่านมาว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมแล้วทั้งสิ้น 300 คดีสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว 199 คดี คงเหลืออยู่ระหว่างการสอบสวน 105 คดี ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลยืนยันว่า จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินกับผู้ที่กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องทุกราย และฝากเรียนเตือนตามที่มีการชักชวนตามสื่อสังคมออนไลน์ โซเชียลมีเดีลโดยเฉพาะในวันนี้ ที่กลุ่มทะลุฟ้าประกาศรวมตัวกันเวลา 15:00 น และเชิญชวนผู้ชุมนุม ชุมนุมในลักษณะคล้องแขนไปตามถนนต่างๆ จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปที่ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯเป็นพื้นประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การคล้องแขนกันเป็นการสัมผัสกันโดยตรง แม้ว่าจะใส่หน้ากากแล้วก็ตามลักษณะนั้นยังมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค การกระทำเช่นนั้นจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ช่วงหลังดำเนินการสลาสสยการชุมนุมอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นที่อนุสาวรีย์ชัยฯล่าสุดแค่เพียงรวมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้าสลายแล้ว พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ชี้แจงว่า หลักเกณฑ์การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ชัดเจน หากผู้ชุมนุมไม่ก่อความรุนแรงเจ้าหน้าที่จะพยายามรักษาความสงบเรียบร้อย เนื่องจากการชุมนุมเจ้าหน้าที่ทราบอยู่แล้วว่ามีการสะสมอาวุธจะก่อเหตุความรุนแรงเราจึงเข้าทำการระงับเพื่อให้เหตุการณ์คลี่คลาย อย่างการชุมนุมรั้งล่าสุดเมื่อมีการรวมตัวเจ้าหน้าที่ยังอยู่ในที่ตั้งกระทั่งมีการปิดถนน และมีการวางเพลิงเผาทรัพย์สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และในขณะนั้นพบว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธหลายรายการที่จะก่อเหตุรุนแรง จึงเคลื่อนกำลังออกมาระงับในเบื้องต้น เมื่อสถานการณ์คลี่คลายก็สั่งกำลังกลับเข้าที่ตั้ง หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการเคลื่อนที่ไปที่สามเหลี่ยมดินแดงๆและมีการเผาทำลายทรัพย์สินรถยนต์ ของทางราชการ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าระงับ ตำรวจเน้นเรื่องการรักษาความสงบหากมีความจำเป็นเราก็ต้องดำเนินการ ยืนยันดำเนินการตามขั้นตอน ตำรวจคงไม่มีเจตนาไปไล่ตีประชาชน หรือผู้มาร่วมชุมนุมถ้าไม่มีเหตุ จริงๆแล้วก็เป็นประชาชนคนไทยทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวเพิ่มในประเด็นเดียวกันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามหลักนิติธรรมนิติรัฐ ที่ผ่านมาได้มีการเตือนตลอดไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมให้รับทราบ อย่างที่เห็นบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงช่วงต้นเจ้าหน้าที่ได้รักษาพื้นที่ไว้ ตำรวจก็ถอยกลับที่ตั้งแต่หลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงก่อความไม่สงบเรียบร้อยอยู่เป็นระยะระยะมีการขว้างปาพยายามที่จะรื้อลวดหนามเพื่อจมูกไปที่ถนนวิภาวดีรังสิต มีการทุบทำลายเผารถยก ทรัพย์สินของทางราชการที่ใช้เพื่อเป็นประโยชน์ของสาธารณะเสียหายทั้งหมด กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้กระจายก่อความเสียหายโดยรวม โดยการทุบทำลายตู้ยามป้อมสัญญาณไฟจราจรเสียหายหลายแห่ง เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นที่จะต้องระงับยับยั้งป้องกันเหตุร้ายไม่ให้ลุกลามบานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวถึง การจัดกิจกรรมในลักษณะคาร์ ปาร์ก ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ว่า หลายจังหวัดจะมีการจัดกิจกรรมคู่ขนานกันไป อยากฝากเรียนว่านอกจากจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการรักษาความเรียบร้อยถ้ามีการกระทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการดำเนินงานภายหลังหรือเข้าระงับเหตุตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113166</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, ม็อบทะลุฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116170bd4bcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบ7สิงหาฯเดือดแน่!การข่าวพบจะมีความรุนแรง ตร.เตรียมกำลัง 38 กองร้อยรับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 -ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.กล่าวถึงการนัดหมายการชุมนุมในวันที่ 7 ส.ค.นี้ว่า ในวันดังกบ่าวจะมีด้วยกัน 3 กลุ่ม 1.กลุ่มเยาวชนปลดแอก นัดหมายที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจากนั้นมีการเชิญชวนเคลื่อนตัวไปที่พระบรมมหาราชวัง ในกลุ่มนี้มีการเชิญให้กลุ่มการ์ดวีโว่ และกลุ่มราษฎรให้มาร่วมชุมนุม กลุ่มที่ 2. กลุ่มอาชีวะประชาชน เพื่อประชาธิปไตย โดยนายธนเดช ศรีสงคราม นัดหมายกันที่เชิงสะพานผ่านฟ้า ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปที่ทำเนียบรัฐบาลในลักษณะคาร์ม็อบ กลุ่มที่ 3. จะเป็นกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 กลุ่มแดงใหม่ภาคี 4 ภาค กลุ่มราษฎรลพบุรี สระบุรี นครนายก มีการรวมตัวกันในจังหวัดต่างๆ โดยมีเป้าหมายเคลื่อนตัวมาที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอแจ้งให้ทราบว่ากรุงเทพฯเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน การประกาศชักชวนรวมตัวมั่วสุม หรือการชุมนุมไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย การกระทำดังกล่าวจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ การดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่างๆในเขตกรุงเทพฯที่ผ่านมา มีการดำเนินคดีแล้วจำนวน 293 คดี สอบสวนเสร็จสิ้น 196 คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน 97 คดี เตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม ผู้ที่จะมาร่วมชุมนุมหรือผู้ชักชวน หากมีการกระทำการใดๆในเขตกรุงเทพฯ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.เน้นย้ำทุกๆคดีจะต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยการชุมนุมในวันที่ 7 ส.ค.กลุ่มผู้ชุมนุมที่รวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจะใช้ถนนราชดำเนิน&amp;nbsp; โดยเจ้าหน้าที่จัดตั้งแนวสุดท้ายที่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ จะไม่ยินยอมให้ข้าวแนวไปมากกว่านั้น&amp;quot; พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวเพิ่มว่า แค่มีการประกาศเชิญชวนก็ผิดแล้ว การตั้งแนวรั้งหน่วงเป็นการป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นอาจนำไปสู่ความวุ่นวาย สร้างผลกระทบต่อประชาชนที่พักอาศัย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ผู้ร่วมชุมนุมหรือบุคคลที่มีหมายจับ เป็นหน้าที่ของเราที่ต้อง ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ขอให้มั่นใจ ถ้าพบตัวเมื่อไหร่ก็ต้องจับตัวไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเราตามไปจับตัวอยู่แล้ว ส่วนมากจะเป็นกลุ่มเดิมๆ ใช้วิธีการเดิมๆ ใช้ความรุนแรงใช้อาวุธ และสิ่งที่เตรียมมาเพื่อจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่าฝืนกฎหมายพยายามบุกเข้าไปในสถานที่ราชการหรือสถานที่ไม่ควรจะเข้าไปหลายๆครั้ง เราได้เฝ้าระวังและจะมีการบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการป้องกันเหตุกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้มีการตั้งจุดตรวจโดยรอบ พื้นที่ที่จะมีการชุมนุม ตั้งจุดตรวจทั้งหมด 14 จุด เส้นทางที่จะเข้ามาบริเวณที่ชุมนุมในการตรวจค้นอาวุธป้องกันเหตุร้าย ป้องกันบุคคลที่ 3 ที่จะมาก่อเหตุ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.มีความเป็นห่วงได้มาประชุมซักซ้อมนโยบาย อันดับแรกคือความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เน้นย้ำโดยการใช้อุปกรณ์ต่างๆเพื่อให้ตำรวจมีความปลอดภัยมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเกราะอ่อน โล่กันกระสุนหรือแม้กระทั่งกระสุนยาง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการควบคุมฝูงชนตามมาตรฐานสากลและให้มีการฝึกทบทวนเป็นระยะๆ ในส่วนนี้จะเป็นการป้องกันตัวเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการป้องกันตามมาตรฐานสากล ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำทุกครั้ง หลังจากการปฏิบัติทุกครั้งจะมีการทบทวนการปฏิบัติ ดูว่าการปฏิบัติแต่ละครั้งมีข้อบกพร่องอย่างไรมีจุดอ่อนตรงไหนและดำเนินการแก้ไขหลายๆครั้งเราปฏิบัติตามมาตรฐานสากล แต่ส่วนใหญ่เราจะถูก ผู้ไม่หวังดีทำการโฆษณาชวนเชื่อว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุ แต่จริงๆแล้ว การปฏิบัติทุกครั้งถือตามมาตรฐานสากลโดยสมควรแก่เหตุ เพื่อป้องกันเหตุร้ายอันอาจจะลุกลามใหญ่โต&amp;nbsp; มีความจำเป็นที่จะต้องกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อป้องกันเหตุ อย่างที่เราเห็นมีการพยายามรื้อลวดหนาม พยายามเข้าไปสถานที่ราชการ มีการเผาเพลิงตามจุดต่างๆ หรือใช้ระเบิดเพลิง เจตนาให้เกิดเพลิงไหม้อาคารของผู้อื่น ถ้าเราไม่ป้องกันอันตรายก็จะลุกลามใหญ่โตเหมือนที่ผ่านมา เราต้องดำเนินการป้องกันเหตุร้าย กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีหน้าที่ในการรักษาความสงบสงบเรียบร้อยและรักษาโบราณสถานสมบัติของชาติ โดยเฉพาะสถานที่ที่เป็นยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทยเราต้องรักษาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การชุมนุมในวันที่ 7 ส.ค.นี้การข่าวว่าจะมีการกระทบกระทั่งที่รุนแรง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้สื่อข่าวเราได้ประสาน ผบ.พื้นที่ ควรจะอยู่ในพื้นที่ไหนเวลาไหนจะถึงจะปลอดภัย โดยฟังสัญญาณจาก ผบ.พื้นที่ อยากให้ทุกคนปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้สื่อข่าวประชาชนที่สัญจรไปมา ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ที่ใช้ในการดูแล ความสงบเรียบร้อย โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ 38 กองร้อย &amp;quot;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112407</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเยาวชนปลดแอก, พ.ร.บ.ฉุกเฉิน, พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย, ม็อบ7สิงหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cdfb8da4eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด!เสียงปืน-แก๊สนํ้าตาว่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เมินกลุ่ม &amp;quot;REDEM&amp;quot; นัดบุกบ้านพักหลวง ร.1 รอ. &amp;ldquo;สุภรณ์&amp;quot; ขอให้ทบทวนก่อนเคลื่อนไหว เพราะผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อน ปชช. บช.น.เตือนผิด พ.ร.บ.ฉุกเฉิน-พ.ร.บ.ควบคุมโรค ตร. 14 กองร้อยรับมือ ขณะที่ม็อบ 3 นิ้วปั่นกระแสต่างชาติร่วมต่อสู้ กลุ่มการ์ดฝ่าแผงเหล็กกั้นตัดรั้วลวดหนามประชิดหน้า ร.1 รอ. สาดสี ขว้างปาสิ่งของ &amp;nbsp;แก๊สน้ำตาใส่ ตร. ปะทะกันบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย การจราจรถนนวิภาวดีฯ เป็นอัมพาต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงกรณีที่กลุ่มเยาวชนปลดแอกและแนวร่วมในนาม &amp;nbsp;&amp;ldquo;REDEM&amp;rdquo; (Restart Democracy) นัดเดินเท้าจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังบ้านพักที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ถนนวิภาวดีรังสิต โดยนายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมคิดทบทวนให้ดีก่อนที่จะเคลื่อนไหว เพราะจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา อีกทั้งที่ผ่านมาก็ไม่เคยชุมนุมให้เป็นไปตามกฎหมาย ขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในช่วงเวลาของการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์โควิด และกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดกลุ่มผู้ชุมนุมถึงอยากจะทำลายบรรยากาศที่ดีในขณะนี้ ทั้งนี้ ยังเป็นการรวมตัวของคนหมู่มาก ที่อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมมีสำนึกตรงนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายจุดที่มีการไปชุมนุม มีการปาระเบิดปิงปอง มีการปาก้อนอิฐ หรือใช้ไม้ไล่ตีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บมากมายหลายนาย แถมยังทำลายรถหรือทรัพย์สินของราชการได้รับความเสียหายอีกด้วย จึงตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้ชุมนุมอย่างสงบสันติ แต่กลับมีเจตนาสร้างความรุนแรงหรือยั่วยุเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา ตั้งใจทำผิดกฎหมาย จึงขอเตือนผู้ชุมนุมว่า บ้านเมืองต้องมีขื่อมีแป ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไร้กฎหมาย คิดอยากจะทำผิดอย่างไรก็ได้ ตามอำเภอใจเช่นนั้นคงไม่ได้&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) แถลงมาตรการดูแลความปลอดภัยที่ &amp;ldquo;REDEM&amp;rdquo;จะเดินทางจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปที่ ร.1 รอ. ว่าการชุมนุมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรค เข้าข่ายความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค โดยตำรวจจะใช้กำลังหลักจากกองร้อยน้ำหวาน หรือชุดควบคุมฝูงชนหญิง 1 กองร้อย ควบคู่กับกำลังควบคุมฝูงชนจากตำรวจนครบาล 1 และ 2 รวม 4 กองร้อย หากสถานการณ์ย่ำแย่จะเพิ่มกำลังสำรองจาก บช.น.9 กองร้อย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก &amp;ldquo;เยาวชนปลดแอก-Free YOUTH&amp;rdquo; โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;ldquo;จากการชุมนุมของมวลชนกลุ่ม #REDEM ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ตั้งแต่เวลา 15.00-19.00 น. โดยเริ่มเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเวลา 16.00 น. ไปยังบ้านพักหลวงของประยุทธ์ แต่วันนี้ไม่ได้มีแค่ไทย! ยังมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์อยู่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะ MilkTeaAlliance ซึ่งได้แก่ ฮ่องกง ไต้หวัน อินเดีย พม่า อินโดนีเซีย ที่จะออกมาร่วมต่อสู้เพื่อแสดงความสมานฉันท์ร่วมกันในวันนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เจ้าหน้าที่ได้นำตู้คอนเทนเนอร์เสริมด้วยลวดหนามหีบเพลงทั้งด้านบนตู้คอนเทนเนอร์และด่านล่างระหว่างแบริเออร์กั้นช่องทางจราจรกับตู้คอนเทนเนอร์ ปิดช่องทางคู่ขนานถนนวิภาวดีฯ ขาออก 2 ช่องทาง เป็นระยะทางกว่า 600 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใกล้รั้วกำแพง ร.1 รอ. ทำให้ป้ายรถเมล์หน้า ร.1 รอ. และป้ายรถเมล์หน้าปั๊ม ปตท. ต้องปิดรับผู้โดยสาร ส่วนสะพานคนข้ามจากหน้าโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี มายังหน้า ร.1 รอ. เจ้าหน้าที่ก็ได้นำลวดหนามหีบเพลงมากั้นไว้ไม่ให้คนข้ามเพื่อป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดีจะเข้ามาก่อความวุ่นวาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 15.00 น. ที่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มวลชนได้เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ขณะเดียวกันมีการเล่นดนตรีเสียดสีการบริหารงานของรัฐบาลที่ล้มเหลว ทั้งด้านเศรษฐกิจ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท มารักษาความปลอดภัย ต่อมาเวลา 15.15 น. พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเรขา ผกก.สน.พญาไท ได้อ่านประกาศห้ามมีการรวมตัวที่ผิดประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค สร้างความไม่พอใจให้กับมวลชนต่างกรูเข้าหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.10 น. กลุ่มมวลชนได้ทำการปิดถนนบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อตั้งขบวนมุ่งหน้าไปยัง ร.1 รอ. ทำให้การจราจรเป็นอัมพาตทันที โดยแกนนำอ้างว่าที่การจราจรติดขัดไม่ใช่เพราะมวลชน แต่เป็นเพราะนายกฯ ประยุทธ์ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายรถที่จะมุ่งหน้าไปยังพญาไทให้เลี้ยวซ้ายวิ่งไปยังสามแยกดินแดง-ถ.ราชปรารภแทน จากนั้นเมื่อมวลชนเดินผ่านบริเวณพหลโยธินซอย 2 ซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อระหว่าง ถ.วิภาวดีรังสิตและ ถ.พหลโยธิน ข้างโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ได้มีตำรวจควบคุมฝูงชน 4 กองร้อยตรึงกำลังอยู่พร้อมแผงเหล็กกั้นและรถฉีดน้ำแรงดันสูง 1 คัน มวลชนที่เดินผ่านได้กรูเข้าแสดงความไม่พอใจตะโกนด่าขี้เผด็จการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.45 น. หัวขบวนของกลุ่มมวลชนมาถึงบริเวณ ร.1 รอ. ทำให้การจราจรด้านล่างเป็นอัมพาตทันที เหลือเพียงช่องขึ้นทางด่วนโทลล์เวย์ เมื่อเคลื่อนขบวนถึงหน้าปั๊ม ปตท. กลุ่มการ์ดได้ตัดรั้วลวดหนามรื้อแผงรั้วที่กั้นตู้คอนเทนเนอร์ออก และมีการนำสีราดใส่ตำรวจที่ตั้งแนวป้องกันหลังตู้คอนเทนเนอร์ แจกถุงมือสำหรับรื้อรั้วลวดหนามและประกาศว่ามีตำรวจหลายกองร้อยกำลังมุ่งหน้ามายังจุดชุมนุม ผู้ชุมนุมจึงวิ่งไปยังจุดที่ตำรวจเคลื่อนเข้ามา และมีการขว้างปาสิ่งของใส่กันก่อนที่ตำรวจจะวิ่งเข้ามา ทำให้ผู้ชุมนุมกระเจิงกลับมายังหน้าปั๊ม ปตท.&amp;nbsp;
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าตลอดการเคลื่อนขบวน รถปราศรัยได้ประกาศตลอดเวลาว่าวันนี้ไม่มีแกนนำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 18.15 น. เกิดความตึงเครียดเมื่อเจ้าหน้าที่กองกำลังควบคุมฝูงชนพร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูงได้เตรียมกำลังที่คาดว่าจะเข้ากระชับพื้นที่เพื่อสลายการชุมนุมบริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ทำให้กลุ่มมวลชนไม่พอใจ ต่างกรูเข้าไปหาตำรวจ ยิ่งเมื่อมีกระแสว่ากลุ่มผู้ชุมนุมถูกตำรวจจับกุมยิ่งทำให้มวลชนไม่พอใจพยายามที่จะควานหาตัวของมวลชนที่ถูกจับกุม ขณะที่ทางตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมปาสิ่งของ และให้ใจเย็นๆ ทุกอย่างจบด้วยการเจรจา โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. บัญชาการเหตุการณ์ ส่วนการ์ดมีนายปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้ากาดวีโว่ เป็นผู้บัญชาการการ์ดทั้งหมด
ช่วงค่ำ ตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแนวสกัดได้พยายามกระชับพื้นที่จาก ถ.วิภาวดีฯ เข้ามา ทำให้เกิดการปะทะกับการ์ดแนวร่วมราษฎรเป็นระยะๆ มีการใช้แก๊สน้ำตา และขอร้องไม่ให้มวลชนขว้างปาสิ่งของ ให้อยู่ในแนวของตนเอง ทำให้แนวร่วมที่อยู่หลังแนวปะทะประกาศผ่านรถขยายเสียงบ่อยครั้งขอให้มวลชนที่มีน้ำเปล่า น้ำเกลือ นำไปให้การ์ดที่อยู่แนวหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.00 น. บริเวณซอยพหลโยธิน 2 ที่เชื่อมมายัง ถ.วิภาวดีรังสิต ใกล้กับ รพ.ทหารผ่านศึก เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแนวสกัด ได้พยายามกระชับพื้นที่จาก ถ.วิภาวดีฯ เข้ามา ทำให้เกิดการปะทะกับการ์ดแนวร่วมราษฎร เป็นระยะๆ โดยมีแก๊สน้ำตาถูกขว้างเข้าไปในกลางกลุ่มตำรวจ และเสียงระเบิดปิงปองดังเป็นระยะ จึงมีการขอร้องไม่ให้มวลชนขว้างปาสิ่งของ ให้อยู่ในแนวตนเอง เมื่อเริ่มค่ำมืดลง ผู้ชุมนุมที่อยู่หน้าบริเวณ ร.1 รอ. ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างจุดตั้งแนวของตำรวจทั้งด้าน รพ.ทหารผ่านศึกและด้านปั๊ม ปตท. สถานการณ์เริ่มตึงเครียดอยู่เป็นระยะๆ โดยคาดว่าผู้ชุมนุมมีจำนวนประมาณ 700-800 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รอง ผบช. ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ใช้แก๊สน้ำตาหรือรถฉีดน้ำ โดยมีเพียงการเตรียมพร้อมรถฉีดน้ำไว้ในแนวหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านการ์ดกลุ่มราษฎรอ้างว่า ผู้ชุมนุมด้าน รพ.ทหารผ่านศึกถูกกระสุน ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นกระสุนยางหรือกระสุนจริง ยิงมายังบริเวณการชุมนุม โดยพบปลอกกระสุนตกหลายนัด จะขอนำไปพิสูจน์ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 19.40 น. หนึ่งในแนวร่วมผู้ชุมนุมประกาศผ่านรถขยายเสียงให้มวลชนถอยออกจากจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแนวป้องกัน และห้ามปาสิ่งของ หากมีการขว้างปาถือว่าเป็นมือที่ 3 ทำให้มวลชนทยอยออกจากจุดดังกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94564</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603ba8de34906.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิ่งค่ำยิ่งเดือด!ตร.กระชับพื้นที่โดนการ์ดขวางเสียงระเบิดปิงปองดังสนั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.64-เวลา 19.00 น.บริเวณซอยพหลโยธิน2 ที่เชื่อมมายังถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้กับรพ.ทหารผ่านศึก เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนตั้งแนวสกัด ได้พยายามกระชับพื้นที่จากถนนวิภาวดีเข้ามา ทำให้เกิดการปะทะกับการ์ดแนวร่วมราษฎร เป็นระยะๆ โดยมีแก๊สน้ำตาถูกขว้างเข้าไปในกลางกลุ่มตำรวจ&amp;nbsp;และเสียงระเบิดปิงปองดังเป็นระยะ จึงมีการขอร้องไม่ให้มวลชนขว้างปาสิ่งของ ให้อยู่ในแนวตนเอง ทำให้แนวร่วมที่อยู่หลังแนวปะทะ ประกาศผ่านรถขยายเสียงบ่อยครั้งขอให้มวลชนที่มีน้ำเปล่า น้ำเกลือ ไปให้การ์ดที่อยู่แนวหน้า เมื่อเริ่มค่ำมืดลง ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร ที่อยู่หน้าบริเวณกรมทหารราบที่1&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างจุดตั้งแนวของตำรวจทั้งด้านรพ.ทหารผ่านศึก และด้านปั๊มปตท. สถานการณ์เริ่มตึงเครียดอยู่เป็นระยะๆ โดยคาดว่าผู้ชุมนุมมีจำนวนประมาณ 700-800 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้แก๊สน้ำตาหรือรถฉีดน้ำ โดยมีเพียงการเตรียมพร้อมรถฉีดน้ำไว้ในแนวหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94544</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุม, ตำรวจ, พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย, ม้อบ3นิ้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b8ba63a301.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
