<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกหมายจับโจรใต้อีก1ราย คดียิงถล่มป้อมชรบ.ยะลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 62 &amp;ndash; พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ. ลำพะยา จ.ยะลา ว่า ขณะนี้ตำรวจได้ออกหมายจับเพิ่มอีก 1 คน คือ นายอาดัม มูสอดี ราษฏร อ.กาบัง จ.ยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้หลักฐานจากการตรวจดีเอ็นเอจากเลือดที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับในคดีดังกล่าวนี้ไปแล้ว 3 หมาย และกำลังหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เชื่อว่าในเร็ว ๆ นี้จะสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้อีกหลายราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50281</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี, ภาค9, ยะลา, ยิงถล่มป้อมชรบ.ลำพะยา, ออกหมายจับ, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dcd2cd9545b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้หมู่ระเบิดขมับ เป็นศพที่โรงพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับอีกศพ ส.ต.ท.วัย 32 ปี ระเบิดขมับตัวเองเสียชีวิตคาโรงพัก ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเพื่อนตำรวจ เพราะก่อนเกิดเหตุไม่มีสัญญาณใดๆ ผู้ตายยังคงทักทายทุกคนเป็นปกติ ผบก.ชี้ผู้ตายเคยรักษาโรคซึมเศร้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 กันยายนนี้ ร.ต.ท.ณัฐชรงค์ อินทร์ขาว รองสารวัตรสอบสวน สภ.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีตำรวจยิงตัวตายภายในห้องการเงิน ชั้นสองของโรงพัก จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมรายงานให้ พ.ต.ท.บัญชา สังกะเพศ สว.สภ.ราตาปันยัง ทราบ ไปถึงพบร่างของ ส.ต.ท.ชาตรี ฮะปาน อายุ 32 ปี ผบ.หมู่ ป. ทำหน้าที่การเงิน อยู่บ้านเลขที่ 138 หมู่ 1 ต.เกตรี อ.เมือง จ.สตูล อยู่ในชุดเครื่องแบบนอนหมดสติอยู่ที่พื้นห้อง มีเลือดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ช่วยกันนำส่ง รพ.ยะหริ่ง พบว่ามีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะด้านขวา 1 นัด อาการสาหัส แพทย์พยายามยื้อชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ปรากฏว่าทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนพก ขนาด 9 มม.ของผู้ตายตกอยู่ และมีปลอกกระสุน 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และได้ทักทายเพื่อนตำรวจด้วยกันเป็นปกติ ไม่มีอาการเครียด ขณะที่เพื่อนๆ ก็ไม่คิดว่าผู้ตายจะยิงตัวเอง เพราะที่ผ่านมาผู้ตายไม่ได้เล่าเรื่องปัญหาใดๆ แต่ปรากฏว่าขณะที่ผู้ตายนั่งอยู่ในห้องทำงานตามลำพังได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เพื่อนๆ จึงรีบวิ่งไปดู พบว่าผู้ตายใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตัวเองเสียชีวิต สำหรับสาเหตุ เชื่อว่าผู้ตายน่าจะมีปัญหาส่วนตัวและปัญหาเรื่องงานที่หาทางออกไม่ได้ จนต้องยิงตัวเองเพื่อหนีปัญหา ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งหาสาเหตุการฆ่าตัวตายครั้งนี้ต่อไป และมอบศพให้ญาติเพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จ.สตูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เผยว่า ได้ทำการตรวจสอบประวัติ ส.ต.ท.ชาตรี ฮะปาน ที่เครียดยิงตัวตายบนโรงพักราตาปันยัง ปรากฏว่าก่อนหน้านี้ได้ไปพบแพทย์เพื่อรักษาโรคอาการซึมเศร้า น่าจะเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาตำรวจฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะในสายงานสอบสวน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร.ศึกษาแก้ไข.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46632</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี, ร.ต.ท.ณัฐชรงค์ อินทร์ขาว, ส.ต.ท.ชาตรี ฮะปาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b6cbd4c386.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 07:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงจรปิดจับภาพชัด10โจรใต้แต่งกายคล้ายทหารบึ้มตู้ATMปัตตานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62- ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุคนร้ายแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารพรานก่อเหตุลอบวางระเบิดตู้ ATM เผายางรถยนต์และใช้อาวุธปืน ใน 3 อำเภอ จ.นราธิวาส โดยจุดตู้ ATM ของธนาคารอิสลาม ตั้งอยู่ริมกำแพงโรงเรียนมูลนิธิอาซิสสถาน ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายแต่งกายเลียนเจ้าหน้าที่ทหารกว่า 10 คน เข้ามาวางระเบิดตู้ ATM ธนาคารอิสลาม โดยจับ รปภ.มัดไว้พร้อมขโมยอาวุธปืน ก่อนหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เหตุความรุนแรงในพื้นที่จ.ปัตตานี เกิดขึ้นเวลา 01.00 น. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุภูธรจังหวัดปัตตานีว่า เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ก่อเหตุลอบวางระเบิดตู้ ATM เผายางรถยนต์และใช้อาวุธปืน ใน 3 อำเภอ จนได้รับความเสียหายแต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบจุดแรกเป็นตู้ ATM ของธนาคารอิสลาม ตั้งอยู่ริมกำแพงโรงเรียนมูลนิธิอาซิสสถาน ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ ทำให้ตู้ ATM ที่อยู่ติดกับกำแพงโรงเรียนได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีการก่อกวนโดยการนำยางรถยนต์เผากลางถนน จำนวน 3 จุด คือ 1.บนถนนสาย 409 หน้า ร.ร.อาซิซสถาน ต.นาประดู่ 2.บนถนนสาย 42 บ.ชะเมา ต.นาเกตุ และ 3.บนถนนสาย 42 แยกตัดคลองชลประทาน บ.โพธิ์ ต.นาเกตุ รวมเหตุใน อ.โคกโพธิ์ 4 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่จุดที่สอง เวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายยังได้ลอบวางระเบิดตู้ ATM ธนาคารอิสลาม วางอยู่บริเวณมหาวิทยาลัยฟาฏอนี บ้านโสร่ง หมู่ที่ 3 ต.เขาตูม อ.ยะรัง แรงระเบิดทำให้ตู้ได้รับความเสียหายเช่นกัน ตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแบบลากสายไฟ ส่วนจุดที่สาม คนร้ายได้ลอบวางระเบิดตู้ ATM ของธนาคารอิสลาม ตั้งอยู่บริเวณโรงเรียนศาสนศึกษา ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี แรงระเบิดทำให้ตู้และกำแพงโรงเรียนพังเสียหาย ตรวจสอบพบเป็นระเบิดแสวงเครื่องแบบตั้งเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเดินทางไปตรวจสอบเหตุลอบวางระเบิดตู้ ATM บริเวณกำแพงโรงเรียนมูลนิธิอาซิสสถาน ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ ปรากฏว่าระหว่างทางพบตะปูเรือใบเศษซากยางรถยนต์และปลอกกระสุนปืนอาก้าและลูกซองกระจายอยู่กลางถนน ห่างจากจุดระเบิด ประมาณ 300 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดเส้นทางดังกล่าวชั่วคราวเพื่อเครียเส้นทาง เมื่อไปถึงพบว่าตู้ ATM ถูกแรงระเบิดจนพังเสียหาย นอกจากนี้ยังทำให้กำแพงโรงเรียนและผนังอาคารของบ้านเลขที่ 102/1 ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ ได้รับความเสียหายไปด้วย จากการตรวจสอบพบชิ้นส่วนวงจรระเบิด สายไฟ และชิ้นส่วนระเบิด กระจายไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบว่าเงินในตู้ได้หายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า จุดเกิดเหตุที่ ต.นาประดู่ คนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน กระจายกำลังในการก่อเหตุ โดยชุดแรกนำระเบิด น้ำหนักประมาณ 5 กก.แบบลากสายไฟมาวางไว้ที่ตู้ ATM ก่อนจะจุดชนวนระเบิดจนทำให้ตู้พังเสียหาย แล้วได้เข้าไปขโมยเงินในตู้ทั้งหมดไป ขณะที่คนร้ายอีก 2 ชุดได้เผายางรถยนต์และโปรยตะปูเรือใบปิดเส้นทางทั้ง 2 เส้นทางเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม ก่อนจะหลบหนียังได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่และเปิดทางหลบหนี ส่วนอีกสองจุดคนร้ายไม่สามารถขโมยเงินจากตู้ไปได้ โดยเชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกันที่มีหมายจับคดีความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งตนแจ้งไปยังโรงพักทุกแห่งทั้ง 12 อำเภอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษดูแลความปลอดภัยสถานที่ราชการ ธนาคาร ตลาด ร้านสะดวกซื้อ รวมไปถึงย่านชุมชน เนื่องจากยังพบข้อมูลการเคลื่อนไหวของคนร้ายพยายามที่จะก่อกวนในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดที่กรุงเทพจนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 รายได้หรือไม่ ต้องรอการตรวจสอบจากพยานหลักฐานให้แน่ชัดอีกครั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42717</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, ทหาร, บึ้มตู้เอทีเอ็ม, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี, ระเบิด, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d477cc24de89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งผกก.นาประดู่ เซ่นโจรใต้ถล่มสภ. จ่อหมายจับ6ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์เชิญพวงมาลาหลวงพระราชทานวางหน้าหีบศพ &amp;quot;ส.ต.อ.เฉลิมพล&amp;quot; ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ผบก.ภ.จว.ปัตตานีเผยจ่อขอหมายจับคนร้ายทั้ง 6 คน สั่งเด้ง ผกก.สภ.นาประดู่ไปประจำ ศปก.ตร.สน.ยะลา ชี้เป็นเหตุรุนแรงหัวหน้าโรงพักต้องรับผิดชอบที่ปล่อยให้คนร้ายบุกถล่มยิง เลื่อนยศ ส.ต.อ.เฉลิมพลเป็น &amp;quot;พ.ต.ท.&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 14 มกราคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายไกรศร วิศิษฏ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นผู้แทนพระองค์เชิญพวงมาลาหลวง และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ไปวางที่หน้าหีบศพ สิบตำรวจเอก (ส.ต.อ.) เฉลิมพล คมขำ อายุ 33 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม ชุด มว.ฉก.นปพ.ปน.13 ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาการณ์ป้อมหน้าสถานีตำรวจภูธรนาประดู่ ตำบลทุ่งพลา อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โดยคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงเข้าใส่สถานีตำรวจภูธรดังกล่าว เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม และโปรดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเชิญพวงมาลาพระราชทาน และพวงมาลาประทานวางที่หน้าหีบศพด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดสุวรรณากร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 เป็นประธานในพิธีวางพวงหรีดและรดน้ำศพ ส.ต.อ.เฉลิมพล คมขำ ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายจำนวน 6 คน ซ้อนรถจักรยานยนต์ 3 คัน พร้อมอาวุธครบมือสาดกระสุนใส่ ส.ต.อ.เฉลิมพลเสียชีวิตคาป้อม และกราดยิงโรงพัก สภ.นาประดู่ ม.1 ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยประธานในพิธีได้วางพวงหรีดของ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยของรองนายกรัฐมนตรี และผู้บังคับบัญชาระดับสูงตามลำดับ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต จากนั้นประธานในพิธีได้นำผู้เข้าร่วมพิธีรดน้ำศพ ส.ต.อ.เฉลิมพล เพื่อเป็นการไว้อาลัยในการจากไปของผู้วายชนม์ โดนมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร และเพื่อนตำรวจเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติผู้เสียชีวิต โดยญาติๆ จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลยังภูมิลำเนาเดิมที่ &amp;nbsp;อ.ละแม จ.ชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ได้เรียกชุดสืบสวนสอบสวนทั้งหมดประชุม เพื่อสรุปเหตุการณ์การไล่ล่ากลุ่มคนร้ายรวมไปถึงวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อเป็นแนวทางการสืบสวนติดตามคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุ โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้จำนวนมาก เป็นปลอกกระสุนปืนของคนร้าย ซึ่งการก่อเหตุครั้งนี้คนร้ายใช้อาวุธปืนจำนวน 4 กระบอก &amp;nbsp;แยกเป็นอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 32 ปลอก, อาก้า จำนวน 3 ปลอก, ปืนสั้น ขนาด 11 มม. จำนวน 4 &amp;nbsp;ปลอก และ 9 มม. จำนวน 14 ปลอก ซึ่งปลอกกระสุนปืนทั้งหมดถือเป็นหลักฐานที่สำคัญในการติดตามตัวคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์กล่าวว่า ชุดสืบสวนสอบสวนได้ทำการแกะรอยคนร้ายแต่ละคนเกี่ยวกับพฤติกรรมและรูปพรรณ เนื่องจากคนร้ายไม่ได้ปกปิดใบหน้า ซึ่งทั้งช่วงก่อนก่อเหตุและหลังก่อเหตุคนร้ายใช้เส้นทางเดียวกัน ซึ่งระหว่างนั้นมีพยานเห็นใบหน้าคนร้ายชัดเจน ตอนนี้กำลังทำการสอบพยานซึ่งมีความคืบหน้า โดยเฉพาะภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดถือเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากสามารถชี้ชัดผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวได้ว่าแต่ละคนนั้นในภาพที่ก่อเหตุนั้นเป็นใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้รู้ตัวแล้วทั้ง 6 คน โดยเฉพาะนายไซฟุตดิน หะยีปูเต๊ะ ซึ่งทั้ง 6 คนมีหมายจับคดีความมั่นคงทั้งหมด และเป็นระดับปฏิบัติการที่ก่อเหตุหลายคดีในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ และ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา รอผลปืนออกมาให้ชัดเจนและชี้ยันว่าเป็นคนเดียวกันก็จะขออนุมัติหมายจับทันที เชื่อว่าคนร้ายน่าจะกบดานอยู่ในพื้นที่และมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยมีแนวร่วมในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ&amp;quot; พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.ปัตตานีเปิดเผยด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือว่ารุนแรงซึ่งหัวหน้าโรงพักต้องรับผิดชอบ ตนเคยพูดแล้วหลายครั้งหากเกิดขึ้นที่บ้านของตนเอง เจ้าของบ้านต้องรับผิดชอบ ซึ่ง ผบช.ภาค 9 ก็ได้เซ็นคำสั่งให้ พ.ต.อ.อำไพ ชุมช่วย ผกก.สภ.นาประดู่ จ.ปัตตานี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา ขณะที่ พ.ต.ท.วิมล พันชัย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.กลางใหญ่ จ.อุดรธานี ปฏิบัติราชการ สภ.นาประดู่ ไปปฏิบัติหน้าที่กลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธร จ.ปัตตานี และ พ.ต.ท.สมปอง รองยาง สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านโคก จ.เพชรบูรณ์ ปฏิบัติราชการ กลุ่มงานสอบสวนตำรวจภูธร จ.ปัตตานี ไปทำหน้าที่หัวหน้างานสอบสวนประจำ สภ.นาประดู่ จ.ปัตตานี, พ.ต.ต.สุจินต์ พรหมรักษา สารวัตรสืบสวน สภ.นาประดู่ จ.ปัตตานี ปฏิบัติราชการในตำแหน่ง สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.มายอ จ.ปัตตานี, ร.ต.อ.สมมาตร อินทกาญจน์ รองสารวัตรสืบสวน สภ.นาประดู่ จ.ปัตตานี รักษาราชการแทนในตำแหน่งสารวัตรสืบสวน สภ.นาประดู่ จ.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษก สตช.เปิดเผยว่า ผบช.ภ.9 มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.อำไพ ชุมช่วย ผกก.สภ.นาประดู่ ไปช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) จังหวัดยะลา หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามถล่มยิง สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ เป็นเหตุให้ ส.ต.อ.เฉลิมพล คมขำ เสียชีวิต เนื่องจากบกพร่องในการดูแลสถานที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตำรวจที่เสียชีวิต สตช.พร้อมช่วยเหลือเยียวยาจัดการงานศพและพิจารณาบำเหน็จ เลื่อนชั้นยศจาก ส.ต.อ.เป็น พ.ต.ท. ขณะที่การติดตามผู้ก่อเหตุ ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับกองทัพภาคที่ 4 สืบสวนหาตัวคนร้ายและตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย โดยยังไม่สรุปว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด หรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงอาสาสมัครโรงเรียนในพื้นที่หรือไม่ แต่เชื่อว่าเป็นการกระทำที่หวังผลหลายด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากเหตุดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยระมัดระวังการดูแลสถานที่ราชการ และติดตามการข่าวอย่างใกล้ชิด หากมีการแจ้งเตือนถึงยานพาหนะที่ถูกโจรกรรม ก็ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยเร็ว&amp;quot; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีลอบวางระเบิดในพื้นที่ จ.สงขลา โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่รอยต่อ อ.ควนเนียงกับ อ.บางกล่ำได้แล้ว 2 คน พร้อมรถยนต์กระบะอีก 1 คัน เป็นชาว อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ขณะนี้ถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานีแล้ว ซึ่งการจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คนเป็นการตามแกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่คนร้ายขับเข้ามาก่อเหตุและหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าคดีฆ่าแขวนคออดีตครูและชิงรถไปทำระเบิดคาร์บอมบ์ที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลา &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจสงขลาก็สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้เพิ่มอีก 1 คน เป็นแกนนำกลุ่มอาร์เคเคระดับสั่งการ รวมผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้แล้วทั้งหมด 9 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26577</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี, ส.ต.อ.เฉลิมพล คมขำ, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9, สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรศร วิศิษฏ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c99591fbe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกยิง&#039;อส.ยะรัง&#039;ดับ4คาโรงเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัตตานีป่วน! คนร้ายบุกยิง &amp;quot;อส.ยะรัง&amp;quot; ชุด รปภ.ครู-นร.เสียชีวิตภายในโรงเรียนบ้านบูโกะ 4 นาย ก่อนขโมยอาวุธปืนหลบหนีพร้อมโรยตะปูเรือใบกันติดตาม อีกจุด ตร.ปะทะเดือดแนวร่วมก่อความไม่สงบด้านหลังมัสยิดกรือเซะ รวบคนร้ายได้ 1 คน อีกคนหลบหนีไปได้ &amp;quot;กอ.รมน.ภาค 4 สน.&amp;quot; เชื่อสร้างสถานการณ์แก้แค้น จนท. &amp;quot;ฉก.สงขลา&amp;quot; จับผู้ต้องสงสัยคาร์บอมบ์เทพาเพิ่มอีก 5 ราย &amp;quot;ผู้กองจอย&amp;quot; โพสต์ขอบคุณทุกกำลังใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 ม.ค. เวลา 11.45 น. พ.ต.อ.พสิษฐ์ ศานติปรัชญญา ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.)ยะรังเสียชีวิตหลายนาย ภายในโรงเรียนบ้านบูโกะ ม.5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี, พ.อ.กฤศณัฏฐ์ จันทร รอง ผบ.กกล.จชต., นายอับดุลการิม ยีดำ นายอำเภอยะรัง ไปตรวจสอบพบโรงเรียนดังกล่าวได้ปิดเรียนทันทีหลังเกิดเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเกิดเหตุอยู่ใต้อาคารเรียน 2 ชั้น มีเจ้าหน้าที่ อส.ยะรังเสียชีวิต 4 นาย คือ อส.มูฮำหมัด เตะเด็ง อายุ 29 ปี, อส.อับดุลเลาะ สาและ อายุ 34 ปี, อส.บือราเฮง จิ &amp;nbsp;อายุ 24 ปี และ อส.สุไลมาน แวอูเซ็ง อายุ 43 ปี โดยทั้ง 4 นายอยู่ในชุดเครื่องแบบ อส. ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามเข้าลำตัวหลายนัด รวมทั้งยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้าและเอ็ม 16 กว่า 20 ปลอก ชิ้นส่วนพานท้ายปืนเอ็ม 16 เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบรอยเลือด คาดว่าเป็นของคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่โรงเรียนดังกล่าวเปิดสอนปกติ นักเรียนและครูกำลังทำการเรียนการสอนอยู่ภายในห้องตามปกติ เจ้าหน้าที่ อส.ทั้ง 4 นายซึ่งกำลังดูแลความปลอดภัยบริเวณที่เกิดเหตุนั้น ปรากฏว่าได้มีคนร้าย 4 คนสวมหมวกไหมพรมแต่งกายชุดดำคล้ายเจ้าหน้าที่ พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ บุกเข้ามายิงเจ้าหน้าที่ อส.ซึ่งนั่งรักษาความปลอดภัยอยู่ จนเสียชีวิตก่อน 3 นาย ขณะที่ อส.อีก 1 นาย ซึ่งยืนอยู่ห่างกันประมาณ 5 เมตร เห็นคนร้ายกราดยิงเพื่อน จึงได้ยิงต่อสู้คนร้ายอย่างไม่คิดชีวิตก่อนที่คนร้ายจะยิงสวนกลับทำให้ อส.เสียชีวิตเป็นรายที่ 4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นคนร้ายได้ขโมยอาวุธปืนของ อส. จำนวน 4 กระบอก หลบหนีออกจากประตูหลังโรงเรียน โดยมีรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อรออยู่ ก่อนจะเร่งเครื่องหนีเข้าไปในหมู่บ้าน ขณะที่คนร้ายอีกชุดซึ่งรอสัญญาณจากเสียงปืนเมื่อสงบก็ได้ออกมาโปรยตะปูเรือใบบนถนนหลายจุด เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจาก อส.เสียชีวิต 4 นาย แล้ว ยังพบเด็กนักเรียนชั้น ป.2 ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลยะรังทันที
ปะทะเดือดปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้วิทยุด่วนไปถึงหน่วยกำลังในพื้นที่และพื้นที่รอยต่อให้สกัดรถกระบะต้องสงสัยทุกคันและตรวจค้นอย่างละเอียด รวมไปถึงขอกำลังเสริมเข้าปิดล้อมพื้นที่ทุกตำบลและในป่าหมู่บ้าน เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะถูกยิงตอบโต้จนได้รับบาดเจ็บ และอาจจะเข้าไปหลบซ่อนตัวบ้านแนวร่วมในพื้นที่ พร้อมทั้งให้มีการตรวจสอบสถานพยาบาลทุกแห่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ เนื่องจากมีความชำนาญเส้นทางหลบหนี โดยทำการแบ่งการก่อเหตุ 3 ชุด คือ ชุดก่อเหตุ ชุดดูแลเส้นทางและชุดโปรยตะปูเรือใบ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายต้องการตอบโต้เจ้าหน้าที่ หลังถูกกดดันอย่างหนัก รวมทั้งมีการจับกุมคนร้ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ต่อเนื่อง&amp;quot; หน่วยงานความมั่นคงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองปัตตานี ปะทะกับกลุ่มคนร้ายบริเวณหลังมัสยิดกรือเซะ บ้านกรือเซะ ต.ตันหยงลุโละ อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่ควบคุมคนร้ายได้ 1 คน ส่วนอีก 1 คนหลบหนีไปได้ และยึดชุดพรางทหารพรานจำนวนหนึ่ง จากการสอบสวนคนร้ายที่ควบคุมตัวได้ทราบชื่อคือ นายมะกรี อิสอปุเต๊ะ อยู่บ้านเลขที่ 50/1 ม.5 ต.จะแหน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา มีประวัติเป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบระดับแนวร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) แถลงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายได้แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารพรานเข้าไปในโรงเรียน และใช้อาวุธไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนเสียชีวิตดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.ปราโมทย์กล่าวว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจปัตตานีเข้าไปควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่เกิดเหตุ และให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเก็บรวบรวมวัตถุพยาน พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อสกัดกั้นตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าวว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและญาติของวีรบุรุษทั้ง 4 ท่าน ที่ทำหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองพี่น้องประชาชนจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต โดยหน่วยต้นสังกัดจะดูแลด้านสวัสดิการและสิทธิกำลังพลให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงและความสูญเสียโดยไม่เลือกเป้าหมายและสถานที่ในการก่อเหตุ โดยเฉพาะภายในโรงเรียนซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมกับบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน ทั้งนี้ จะเร่งรัดติดตามกลุ่มคนร้ายเพื่อมาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป&amp;rdquo; โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุยิงเจ้าหน้าที่ อส.เสียชีวิตดังกล่าว เวลา 09.00 น. พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี และ พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผบ.ทพ.43 ได้นำตัวนายดันย์ยา อูมา ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคง ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวหลังจากถูกออกหมายจับและให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.หนองจิก และให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมก่อเหตุในพื้นที่ จำนวน 4 ครั้ง ทั้งลอบยิงนางประพร แก้วมณีรัตน์ อส.จ.ปัตตานีเสียชีวิต ลอบยิงฐานปฏิบัติการทหาร ลอบยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล และลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า ไปทำเเผนคำรับสารภาพ คดีร่วมก่อเหตุยิงนางประพร เเก้วมณีรัตน์ เจ้าหน้าที่ อส.จ.ปัตตานีเสียชีวิต บนถนนสายปัตตานี-หาดใหญ่ ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 เม.ย.57 &amp;nbsp;
รวบผู้ต้องสงสัยบึ้มเทพา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายดันย์ยาทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ให้กับมือปืน ประกบยิงนางประพรขณะขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพักหลังออกเวร จนรถเสียหลักได้รับบาดเจ็บตกลงข้างทาง จากนั้นมือปืนที่ขี่รถมาอีกคันตามมายิงซ้ำจนเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ผู้ต้องหาได้รับสารภาพและให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีจนสามารถออกหมายจับคนร้ายได้ครบทั้ง 4 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำนายดันย์ยาเดินทางไปทำแผนคำรับสารภาพในคดีร่วมกันก่อเหตุยิงฐานปฏิบัติการทหาร บริเวณวงเวียนมะพร้าวต้นเดียว ม.2 ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก โดยเหตุเกิดขึ้นวันเดียวกันที่ลอบยิงนางประพร โดยครั้งนี้นายดันย์ยาทำหน้าที่ร่วมกับพวกอีก 5 คน ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ฐานปฏิบัติการ จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น แต่ไม่มีฝ่ายใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สำหรับคดีดังกล่าว นายดันย์ยา ได้ให้การรับสารภาพจนทำให้เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายจับได้ทั้งหมด 6 คน จับกุมได้แล้ว 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์บริเวณหน้าหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ใน อ.เทพา จ.สงขลา จนทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย หลังจากได้ลงมือฆ่าแขวนคอนายอมตะ สโมทานทวี อายุ 62 ปี หรือครูจ้อง อดีตข้าราชการครูเกษียณ ที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 1 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย แล้วนำไปประกอบเป็นคาร์บอมบ์ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไพโรจน์ ทานธรรม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 5 คน หลังจากที่มีการสนธิกำลังตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ร่วมกับตำรวจ สภ.บ้านโหนด เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่หมู่ 2 บ้านควนหรัน ต.เปียน อ.สะบ้าย้อย เมื่อคืนวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังพบวัตถุต้องสงสัย เช่น แผงวงจรโทรศัพท์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเหล็กเส้นที่สามารถนำไปใช้ประกอบเป็นระเบิดได้ โดยพบในขนำหลังหนึ่ง ซึ่งอาจจะใช้เป็นสถานที่ประกอบระเบิดในครั้งนี้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการนำไปตรวจพิสูจน์ทราบ&amp;quot; พล.ต.ต.ไพโรจน์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลากล่าวว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 คน ขณะนี้ถูกส่งตัวไปยังศูนย์ซักถามที่หน่วยทหารพรานที่ 41 แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการซักถาม และการเข้าควบคุมตัวทั้ง 5 คน เป็นการขยายผลมาจากการซักถาม 3 ผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่นำตัวมาสอบสวนในวันแรก รวมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว 8 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ร.ต.อ.(หญิง) สินีนาถ คงพุทธ หรือ &amp;quot;ผู้กองจอย&amp;quot; ผู้บังคับหมวดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 สังกัดหมวดแพทย์ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าอกซ้าย ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่ รพ.ยะลา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ &amp;quot;จอยขอบคุณทุกๆ กำลังใจ ทุกความรักความห่วงใยที่มีให้จอยนะคะ ...ตอนนี้ปล่อดภัยดีแล้วค่ะ พี่ๆ อีกทั้ง 7 นายปลอดภัยดี ฝากขอบคุณทุกๆ กำลังใจมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ&amp;quot; อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26260</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.พสิษฐ์ ศานติปรัชญญา, พ.อ.กฤศณัฏฐ์ จันทร, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี, พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c3750d4bc3dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 09:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วนเผาถังขยะกลางถนนปัตตานี! ฝ่ายมั่นคงเพิ่มคุมเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 61 - เมื่อเวลา 06.00 น. พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี (ผบก.ภ.จว.ปัตตานี) รับรายงานจาก สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี ว่า ช่วงเช้ามืดวันนี้มีกลุ่มคนร่ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน&amp;nbsp; นำถังขยะที่ตั้งไว้ข้างถนน มาจุดไฟเผา จำนวน 1 จุด บริเวณ บนถนนสายอ.ยะรัง-อ.มายอ ม.4 บ้านบารู ต.ยะรังอ.ยะรัง จ.ปัตตานี&amp;nbsp; ทำให้ถังขยะของเทศบาลตำบลยะรังเสียหายไป 1 ถัง&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบพร้อมทั้งนำถังขยะที่ถูกเผามาตั้งไว้ข้างถนน เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตราย&amp;nbsp; เชื่อว่าเป็นการก่อกวนของเด็กที่คึกคะนอง เพื่อเป็นการสร้างสถานการณ์ซ้ำเติมกับการก่อเหตุร้ายในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ลอบสายไฟฟ้าแล้ว ในพื้นที่อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 5 จุด และลำไพร อ.เทพา จ.สงขลา จำนวน 1 จุด โดยช่วงที่ผ่านมาพบว่าคนร้ายพยายามก่อเหตุก่อกวนหลายจุด&amp;nbsp; ซึ่งหากมีการเผาหลายจุด&amp;nbsp; คาดว่าเป็นการเตรียมการของกลุ่มคนร้ายที่จะก่อเหตุในพื้นที่&amp;nbsp; ดังนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้แจ้งเตือนกองกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่บางส่วนของ จ.สงขลา ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยเข้มข้นมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18455</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานี, ป่วนใต้, ฝ่ายมั่นคง, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี, สภ.ยะรัง, เผาถังขยะ, โจรใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5baaf320b66f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งประหารชีวิต 6 มือระเบิดเมืองปัตตานี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.61 - พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี นายพงศ์เทพ ไข่มุกด์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี &amp;nbsp;ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน &amp;nbsp;ภายหลังจากศาลชั้นต้นปัตตานี พิพากษา 10 ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 คดี ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ปัตตานี โดยมีสื่อมวลชน และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ร่วมรับฟังที่บริเวณที่ทางเข้ามัสยิดกลางปัตตานี &amp;nbsp;1 ในจุดที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.ปราโมทย์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ตามที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมะซัน หรือฮากิบ &amp;nbsp;สาและ กับพวกรวม 10 คน ในความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิตทำให้เสียทรัพย์ ความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน จากคดีเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มนครปฐมหน้าตลาดโต้รุ่ง, ระเบิดร้าน JP เฟอร์นิเจอร์, ระเบิดเรือประมง 2 ลำ, ระเบิดหน้าร้านศรีปุตรีข้างมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี และขยายผลตรวจยึดอาวุธปืนพกและอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ รวม 6 คดี เหตุเกิดในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานีในห้วง มิถุนายน&amp;ndash;ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 30 เมษายน 2561 ศาลจังหวัดปัตตานี ได้มีคำสั่งพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 10 คนศาลสั่ง ประหารชีวิต 6 คน คือ นายอิบรอเฮง ยูโซ๊ะ, นายอัมรีย์ ลือเย๊าะ, นายสันติ จันทรกุล,นายอายุบ เปาะลี, นายอิสมาแอ ตุยง และนายนิรอนิง นิเดร์ ศาลสั่ง จำคุกตลอดชีวิต 3 คนคือ นายมะซัน สาและ, นายอับดุลเลาะ หะยีอูมาร์ และ นายรูสรัน แวหะยี เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 คน ให้การที่เป็นประโยชน์แก่การพิพากษาคดี ศาลจึงลดโทษ &amp;nbsp; จากประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต และศาลสั่งจำคุก 39 ปี 12 เดือน 1 คน คือ นายฮามิด เจะมะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากพฤติกรรมที่ปรากฏของจำเลยทั้ง 10 คน ที่ได้ร่วมกันก่อเหตุถึง 6 คดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ราย และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยในห้วงที่ผ่านมาส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้สูญเสียดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp; แต่สำหรับครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้ที่กระทำความผิด ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยได้รับการดูแลจากกลุ่ม &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่อยู่เบื้องหลังของการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด โดยทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น จึงขอให้ ช่วยกันดูแลบุตรหลานหรือบุคคลในครอบครัวอย่างใกล้ชิด สำหรับผลคำพิพากษาตัดสินคดี ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ ของศาล ซึ่งได้พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานแวดล้อม ที่ทำให้ศาลเชื่อว่า จำเลยทั้ง 10 คน ได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งพิพากษาลงโทษดังกล่าว อย่างไรก็ตามจำเลยทั้ง 10 คน ยังมีสิทธิในการยื่นขออุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี กล่าวว่าการดำนินคดีเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมเริ่มจากการหาพยานหลักฐานนำไปสูการพิพากษาของศาลได้ พิพากษา 6 &amp;nbsp;คดี มี10คนที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายอังยี่ซ่องโจร การหาพยานหลักฐานที่มีการบูณาการร่วมสามฝ่ายครั้งนี้ศาลเชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดจริงศาลจึงสั่งติดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้ บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 กล่าวว่า เรามีผู้ต้องสงสัย 30คน ออกหมายจับตั้งแต่ปี 2559 และตั้งแต่เดือน พ.ย.ถึงม.ค.2560 เราสามารถจับคนร้ายได้ 15 คน ศาลตัดสินยกฟ้อ ง5 คน เราปล่อยไปแล้ว ส่วน10 คนนี้ ศาลสั่งประหารชีวิต 9 คน แต่ 3 คนได้ให้การเป็นประโชนย์ศาลจึงลดโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางพยอม รักบุตร แม่ของ จ.ส.ต.อนุรักษ์ รักบุตร ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดข้างมัสยิดกลางปัตตานี ปี 2559 กล่าวว่ามีลูกชายคนเดียวคนนี้มาเสียชีวิตในเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ก็ช่วยเหลือเยียวยาแต่ก็อย่างว่าลูกคนเดียว วันนี้สามารถจับคนร้ายได้ก็คิดว่าดีเหตุการณ์จะได้ลดลงไม่มีผู้สูเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาติหนึ่งในผู้ต้องหา 10 คน ที่ศาลตัดสินพิพากษา กล่าวว่าเคารพกระบวนการยุติธรรมแต่ยืนยันว่าลูกชายไม่ใช่คนร้ายเขาเป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำก็ขอสู้ต่อไปเพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8359</URL_LINK>
                <HASHTAG>3จังหวัดชายแดนภาคใต้, กลุ่มก่อความไม่สงบ, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้, ปัตตานี, พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี, พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9a44d9a528.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
