<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกค้นโกดังยึด ยาเค300กก. จะส่งไปไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปส.บุกค้นโกดังย่านไทรน้อย ยึดเคตามีนกว่า 300 กก. ก่อนตามไปยึดเฮโรอีนที่บ้านเช่าอีก 228 กก. พบเตรียมส่งไปไต้หวัน โดยนำยาเคไปบรรจุถุงแป้งมันที่โคราชเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ คาดเชื่อมโยงกับยาเสพติดที่ซุกไว้ในโกดังฉะเชิงเทรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 15 ธันวาคม พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.​ นำกำลังตำรวจ บช.ปส. เข้าตรวจค้นโกดังเลขที่ 57/7 ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ภายหลังได้รับการประสานข้อมูลจากหน่วยปราบปรามยาเสพติดไต้หวัน (CIB) พบถุงกระสอบแป้งมัน จำนวน 39 ถุง บรรจุยาเคตามีน น้ำหนักมากกว่า 300 กิโลกรัม คาดว่ายาเคตามีนเตรียมไว้เพื่อรอการส่งออกไปยังไต้หวัน ส่วนนายทุนและเครือข่าย ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ น.ส.เสาวภา นาสาลี อายุ 29 ปี สอบสวน น.ส.เสาวภาให้การว่า นายท็อปเป็นผู้มอบหมายให้ดูแลยาเสพติดเพื่อเตรียมขนส่งทางเรือออกนอกประเทศ โดยนำยาเคตามีนใส่กล่องมาส่งที่โกดัง และแยกใส่ถุงแป้งมันเพื่ออำพรางตำรวจ จึงแจ้งข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) โดยผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 01.00 น. วันที่ 16 ธันวาคม พล.ต.อ.มนูพร้อมกำลังตำรวจ บช.ปส. และ สน.ห้วยขวาง ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 289 ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. จากการตรวจค้นในห้องนอน พบเฮโรอีนอัดแท่งบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ จำนวน 600 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 228 กก. เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. กล่าวว่า หลังจากจับกุม น.ส.เสาวภาก็ได้ขยายผลจนพบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือเป็นภาพบ้านหลังหนึ่งต้องสงสัยว่าซุกซ่อนยาเสพติดไว้ ผู้บังคับบัญชาจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบเฮโรอีนของกลางดังกล่าว สังเกตภายในห้องมีถุงลักษณะกระสอบปุ๋ย จึงคาดว่าบ้านหลังนี้เป็นสถานที่พักยาเสพติด และเป็นที่บรรจุเพื่อเตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศ ดูจากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ทั้งสองแห่ง คาดว่าเป็นยาเสพติดผ่านเข้ามาทางชายแดนทางภาคเหนือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดของไต้หวัน &amp;nbsp;จากการสืบสวนพบว่ายาเสพติดมาจากภาคเหนือ นำมาพักที่บ้านเช่าหรือโกดังใน กทม.ตอนใน และมีปลายทางส่งไปไต้หวัน โดยเครือข่ายยาเสพติดจะนำเคตามีนที่เก็บไว้ในโกดัง อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ไปยังโรงงานใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงงานทำแป้งมัน เพื่อบรรจุกระสอบหลอกตาเจ้าหน้าที่ระหว่างขนส่งไปไต้หวัน&amp;nbsp;แต่จะมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดที่ ป.ป.ส.เข้าตรวจค้นโกดัง จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนหน้านี้หรือไม่ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ เนื่องจากพฤติการณ์ รวมถึงต้นทางและปลายทางที่ส่งยาเสพติดเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ได้นำหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากการตรวจค้นโกดังใน จ.ฉะเชิงเทรา ส่งให้ตำรวจ ปส. เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงว่ามีเส้นทางลำเลียงเดียวกันหรือไม่ และเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ โดยขณะนี้ทราบชื่อ 3 กลุ่มในคดีที่เกี่ยวข้องกับความผิดนอกราชอาณาจักรแล้ว รออัยการสูงสุดมีคำสั่งตั้งอัยการร่วมสอบกับพนักงานสอบสวนของตำรวจ และออกหมายจับ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87072</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม, พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก, วิชัย ไชยมงคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสาวภา นาสาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd9fb7c6b2df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 15:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหน.แก๊งใช้รถพยาบาลขนไอซ์ร่วม2ตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปส.จับยาบ้า 1.4 ล้านเม็ด ไอซ์ 6 กก. ด้านเลขาฯ ป.ป.ส.เผยตามรวบหัวหน้าแก๊งยาเสพติดรายใหญ่พร้อมสมุนสาวได้แล้ว หลังใช้รถพยาบาลขนไอซ์เกือบ 2 ตันจากชายแดนเข้าไทยก่อนส่งต่อประเทศที่สาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มกราคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ นาวิน ผบก.ปส.4 และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 7 ราย ยึดยาบ้า 1,400,000 เม็ด และไอซ์ 6 กิโลกรัม มูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สินที่ตรวจยึดกว่า 142 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีแรก จับกุมนายสุทิน หรือบังเด หมัดเลียด อายุ 57 ปี และนายทรงศักดิ์ หรือต๋อย คำผาเยือง อายุ 41 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 6 แสนเม็ด รถยนต์โตโยต้า ทะเบียน กค 3546 สกลนคร รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีขาว-เทา ทะเบียน 1 กณ 9461 สงขลา โดยจับกุมนายสุทินได้ที่สวนยางพารา ต.ปริก อ.สะเดา และจับกุมนายทรงศักดิ์ได้ใน ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยคดีนี้เป็นการขยายผลจับกุมขบวนการยาเสพติด 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 2 จับกุมนายฮลา ตุน อายุ 49 ปี, นายเพียว เวย ลิน อายุ 39 ปี, นายออง เนียง อายุ 32 ปี, นายนาร์ริต คูมาร์ อายุ 39 ปี และนายโพ จ่อ อายุ 40 ปี ทั้งหมดเป็นชาวเมียนมา โดยจับกุมได้ภายในห้างสรรพสินค้าใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมของกลางไอซ์ 6 กิโลกรัม ภายหลังตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดชาวบังกลาเทศ ประกอบด้วย นายมูฮัมหมัด โมอิน อูนดิน และนายอดูลอิสลัม ชิ ได้ลอบจำหน่ายยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชันวอตส์แอป ซึ่งมีลูกข่ายชาวเมียนมาเป็นผู้ส่งมอบยาเสพติดให้ลูกค้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.วัชระกล่าวว่า นอกจากนี้ตำรวจ บก.ปส.3 ยังยึดยาบ้าได้อีก 8 แสนเม็ด พร้อมวิทยุสื่อสารระยะสั้นอีก 1 เครื่อง ระหว่างริมถนนศาลพระเจ้าเสือถึงสำนักสงฆ์ ม.5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ก.ย.61 สำนักงาน ป.ป.ส.สนธิกำลังกับหน่วยงานภาคีสกัดจับขบวนการลำเลียงไอซ์จากชายแดนภาคเหนือ โดยใช้รถพยาบาลหรือรถหน่วยกู้ภัยอำพรางในการลำเลียง จับผู้ต้องหาได้ 7 คน ยึดไอซ์ 398 กก. และคีตามีนอีก 81 กก. ในพื้นที่ จ.พะเยา จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐาน ได้นำไปสู่การขออนุมัติหมายจับนายพเยาว์ เส็งหนองแบน และ น.ส.สุรีรัตน์ รื่นพิทักษ์ ผู้สั่งการและทำหน้าที่ควบคุมการลำเลียงจากภาคเหนือไปยังพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการติดตามจับนายพเยาว์ และ น.ส.สุรีรัตน์ ก็ได้สืบสวนทราบว่า นายพเยาว์เตรียมการลำเลียงไอซ์จำนวนมากเข้าประเทศไทยทางชายแดนด้านตะวันตก ในที่สุดก็สามารถยึดไอซ์ประมาณ 1,500 กก. พร้อมจับผู้ต้องหา 1 คน ในโกดังแห่งหนึ่งย่าน จ.ปทุมธานี เมื่อเดือน มิ.ย.62 ซึ่งทราบว่าไอซ์จำนวนดังกล่าวจะถูกส่งต่อทางเรือไปยังต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยมกล่าวว่า กระทั่งเมื่อวันที่ 15 ม.ค.63 ทราบว่านายพเยาว์และ น.ส.สุรีรัตน์ ได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.นครปฐม สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) จึงได้เฝ้าติดตามและจับตัวได้ทั้ง 2 ราย พร้อมทำการตรวจสอบและยึดอายัดทรัพย์สินควบคู่กันไป และจะยังคงติดตามจับบุคคลในขบวนการที่เหลือต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทุ่มเทกำลังกายและกำลังใจการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อความปลอดภัยของสังคมและความมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้ หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร.1386 ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงศักดิ์ คำผาเยือง, พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์, พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล, พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, สุทิน หมัดเลียด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e2952f09eec5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือยิงแกนนำ ต่อต้านบ่อขยะ หันมาขนไอซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปส.แถลงผลงานจับ ร.ต.ท.ที่ถูกไล่ออกค้ามนุษย์ พร้อมพวกขนไอซ์ 520 กก. อีกคดีจับยาบ้า 6 ล้านเม็ด ด้านตำรวจชุมพรร่วมกับทหารตั้งด่านสกัดจับมือปืนยิงแกนนำต่อต้านบ่อขยะราชาเทวะ ขนไอซ์ 200 กก. และที่เชียงราย ยึดยาบ้าได้อีก 6.8 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง รอง ผบช.ปส. ร่วมแถลงผลการจับกุม 10 ผู้ต้องหาคดียาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 6 ล้านเม็ด ไอซ์ 300 กิโลกรัม และกัญชาอีก 520 กิโลกรัม รวมมูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สินที่ตรวจยึด 790 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชินภัทรเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุม ร.ต.ท.ชิณณวรรณ นิติพีรนันท์ อายุ 60 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ พร้อมนางธีรนาฏ โชติอ่อน อายุ 49 ปี และนายณัฐวัฒน์ โชติพงศ์วรภัทร อายุ 34 ปี พร้อมกลาง ไอซ์ 520 กิโลกรัม รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีน้ำตาล, รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว และโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง จับกุมได้ที่ จ.สุโขทัย โดยก่อนหน้านี้ชุดจับกุมได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีทีมงานลำเลียงยาเสพติดรับจ้างพ่อค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ให้นำยาเสพติดมาส่งให้ลูกค้าในภาคกลาง จึงวางแผนจับกุม ร.ต.ท.ชิณวรรณกับนางธีรนาฏ ได้ริมถนนหน้าศูนย์รักษาความปลอดภัยชุมชนตำบลสามเรือน ก่อนจับกุมนายณัฐวัฒน์ได้ริมถนน 1305 เยี้ยงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลป่างิ้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจยึดรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ที่ซุกซ่อนไอซ์ไว้ 520 กก. ที่ผู้ต้องหาจอดทิ้งไว้ริมเขาวัดแก้วชัยมงคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ร.ต.ท.ชิณณวรรณ ถูกไล่ออกจากราชการเมื่อปี 2544 เพราะมีพฤติกรรมประพฤติชั่วร้ายแรง ทั้งค้ามนุษย์ ลอบนำชาวต่างด้าวเข้าประเทศมาหลายร้อยครั้ง ขณะนี้เจ้าตัวยังให้การภาคเสธเกี่ยวกับคดียาเสพติด อ้างว่าทำเป็นครั้งแรก เพราะได้ลอบนำต่างด้าวเข้ามา แต่ไม่ทราบว่าจะมียาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมลอบขนยาเสพติดมาแทบจะทุกวันในระยะเวลา 1 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังจับกุมยาเสพติดอีกหลายคดี ประกอบด้วย จับกุมนายวิทวัส หรือก้อง รัตนสีหา อายุ 30 ปี, นายกฤติเดช หรืออาท ปุยะพันธ์ อายุ 33 ปี, นายเอ๋ เงินยอดรัก อายุ 30 ปี และ น.ส.มุกดา หรือมุก ลาดกระโทก อายุ 25 ปี พร้อมยาบ้า 6 ล้านเม็ด, รถยนต์ 4 คัน, โทรศัพท์ 7 เครื่อง หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่าจะมีกลุ่มนักค้ายาเสพติดเครือข่าย &amp;ldquo;เอ๋ เงินยอดรัก&amp;rdquo; ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้ที่ด่านตรวจ สภ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคดีจับกุมนายวันชัย แก่นจันทร์ อายุ 39 ปี, นายอรรถพล อนุรมณ์ อายุ 22 ปี และ น.ส.อุรัสยา สายสี อายุ 19 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลาง กัญชา 8 กระสอบ น้ำหนัก 300 กิโลกรัม, รถยนต์ 2 คัน, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จับกุมได้ที่สี่แยกไฟแดงหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ต.ธาตุนาเวง อ.เมือง จ.สกลนคร หลังลักลอบนำกัญชาจากชายแดนติดแม่น้ำโขงด้าน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เพื่อส่งให้ลูกค้าตอนใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ใกล้เทศกาลวันหยุดยาว จึงได้สั่งการให้ตำรวจในสังกัด บช.ปส.เพิ่มความเข้มข้นการสกัดกั้นผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาตามเส้นทางต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากฤดูกาลนี้จะมีความแห้งแล้ง ทำให้ผู้ค้าสามารถลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศได้ง่ายมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร, พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จ.ชุมพร, พล.ต.พรชัย อินทนู ผบ.มทบ.44, พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จ.ชุมพร, พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.มาบอำมฤต ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งค้ายาเสพติด 5 ราย ของกลางยาไอซ์ 200 กิโลกรัม มูลค่า 600 ล้านบาท พร้อมรถยนต์ 3 คัน โดยผู้ต้องหาประกอบด้วย นายเฉลิมพล หรือโอ๋ ประเทศ อายุ 42 ปี, นายฉัตรชัย หรือกร อยู่กลัด อายุ 42 ปี, นายศุภชัย หรือหิน เข็มเล็ก อายุ 43 ปี, นายเสรี หรือหนุ่ย กล่ำฉนวน อายุ 42 ปี และนายเอนก โพธิ์มล อายุ 49 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.มาบอำมฤต ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจความมั่นคงประตูภาคใต้, พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จ.ชุมพร ร่วมกับทหาร ตั้งด่านตรวจตามนโยบายป้องกันปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลบริเวณบ้านพละ ถนนเพชรเกษม หมู่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร พบรถยนต์ 3 คันหลบด่านตรวจโดยเลี่ยงไปใช้ถนนเลียบชายทะเลสายบางสะพาน-ชุมพร มุ่งหน้าไปใต้ สงสัยจะเป็นรถลักลอบลำเลียงยาเสพติด จึงนำกำลังออกติดตามจนสามารถจับกุมได้ขณะจอดเติมน้ำมันอยู่ในปั๊มแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายเสรี หรือหนุ่ย กล่ำฉนวน หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม มีประวัติอาชญากรรมอดีตเป็นมือปืนยิงนายสุวัฒน์ วงศ์ปิยะสถิตย์ แกนนำต่อต้านบ่อบำบัดขยะ ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.2544 &amp;nbsp;ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ระหว่างจำคุกได้รับการลดหย่อนโทษแล้วพ้นโทษออกมาเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา จากนั้นได้หันมาค้ายาเสพติดจนมาฐานะร่ำรวยมากกว่า 200 ล้าน ได้นำเงินไปลงทุนทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และบ้านจัดสรรในหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่ติดตามยึดทรัพย์ได้แล้วกว่า 195 ล้านบาท และอยู่ระหว่างตรวจสอบทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายพื้นที่ซึ่งคาดว่าจะได้มาจากการค้ายาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชียงราย พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จ.เชียงราย ได้เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ถนัด พลพานิช ผกก.สภ.เชียงของ นำกำลังชุดสืบสวน พร้อมขอกำลังทหารพรานจากหน่วย ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดสกัดและด่านตรวจขึ้นที่หมู่บ้านห้วยเม็ง หมู่ที่ 6 ต.เวียง อ.เชียงของ บนถนนสายหมายเลข 1129 เป็นถนนเลียบตามลำน้ำโขงระหว่าง อ.เชียงของ-อ.เชียงแสน กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 28 พ.ย. พบรถยนต์กระบะโตโยต้า สีดำ ทะเบียน 6 กข 1692 กทม. ขับมาจาก อ.เชียงแสน มุ่งหน้ามาทางด่านตรวจเพื่อจะไป อ.เชียงของ แต่เมื่อคนขับเห็นด่านตรวจก็ได้กลับรถขับหนีไป เจ้าหน้าที่จึงไล่ตาม กระทั่งพบว่ารถคันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่สนามกีฬาของหมู่บ้านม่วงกาญจน์ หมู่ที่ 9 ต.ริมโขง โดยคนขับรถหลบหนีไป ตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุด้วยกระสอบฟางอยู่ที่ท้ายกระบะจำนวน 34 ใบ ตรวจนับเบื้องต้นประมาณ 6.8 ล้านเม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง และอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลกลุ่มคนร้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51350</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวัฒน์ โชติพงศ์วรภัทร, ธีรนาฏ โชติอ่อน, พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, ร.ต.ท.ชิณณวรรณ นิติพีรนันท์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfc6cb852f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกยึดทรัพย์100ล้าน เครือข่าย&#039;มันทุกเม็ด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ปส.นำกำลังปูพรมค้น 7 จุดในสมุทรปราการ นนทบุรี ทลายเครือข่ายยาเสพติดมันทุกเม็ด ทำหน้าที่ฟอกเงิน ยึดทรัพย์ได้กว่า 100 ล้าน พบเงินหมุนเวียนในบัญชี 1 พันล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันพุธที่ 16 ตุลาคมนี้ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.), พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 129/72 หมู่ 4 หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังการสืบสวนขยายผลทราบว่าที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายนฤพล ภาพพิธี ผู้ต้องหาตามหมายจับความผิดสมคบกันฟอกเงิน ซึ่งทำหน้าที่รับโอนเงินและรับฟอกเงินที่ได้จากกลุ่มค้ายาเสพติดหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มมันทุกเม็ด ที่มีนายปัณณวิชญ์ หรือโก๋แก่ หรือเทพบุตรโซโล หัวหน้าเครือข่ายที่ขณะนี้ยังหลบหนีอยู่ในประเทศเมียนมา &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พบนางสาวปัทมา บัวทอง ภรรยาของนายนฤพล ภาพพิธี และนางวิมล ชื่นชมวัฒนา อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวพร้อมด้วยบิดาและมารดาของนายนฤพล ส่วนตัวนายนฤพล เจ้าหน้าที่ทราบว่าไปนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากป่วยเป็นไข้หวัดสายพันธุ์เอ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าอายัดตัวไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจค้น พบเงินสดที่ซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าจำนวนกว่า 6.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบเงินสดบริเวณห้องนอนของผู้ต้องหาอีกเกือบ 3 ล้านบาท กระเป๋า นาฬิกาแบรนด์เนมอีกหลายเรือน และทองคำแท่ง เงินสดมูลค่ากว่า 18 ล้านบาท ซุกซ่อนไว้ในตู้เซฟบนบ้าน มีลักษณะคล้ายเพิ่งเบิกมาจากธนาคารหลายแห่ง จากการสอบถามบิดาของผู้ต้องหาให้การว่า เป็นเงินที่ลูกชายทำธุรกิจ โดยเป็นคนดูแลบ่อนการพนันอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ปัทมาอ้างว่า เงินที่พบภายในบ้านได้มาจากการทำเว็บพนันออนไลน์ ยืนยันว่าเงินทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังได้ควบคุมตัวนางวิมล ชื่นชมวัฒนา ผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยนางวิมลทำหน้าที่ในการรับเปิดบัญชีและเบิกเงินให้กับ น.ส.ปัทมา ได้ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท และล่าสุดเพิ่งเบิกเงินสดมาจำนวน 6 ล้านบาท ก่อนนำมาให้ น.ส.ปัทมาที่บ้านหลังดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษฎา ศรีอิสาณ ผกก.3 บก.ปส.กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นในครั้งนี้สืบเนื่องจากการขยายผลจับยาบ้า 5 แสนเม็ด มาสู่การฟอกเงิน โดยเงินที่พบจำนวนมากจะมีผู้อยู่ในเครือข่ายมารับเงิน แล้วไปโอนต่อที่ธนาคาร ซึ่งบัญชีปลายทางจะอยู่ใกล้กับชายแดน เพื่อโยกย้ายได้ง่าย และจากการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านสำหรับพักเงิน พบเงินสดจำนวนมาก ส่วนจุดอื่นๆ ที่เข้าปฏิบัติการจะพบบัญชีธนาคาร และสลิปการโอนเงิน ซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่มารับเงินจากบ้านหลังนี้ไปโอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปส.ยังได้เข้าตรวจค้นบ้านของนายณรงค์ ศรีสุข น้าชายของนายนฤพล พบเงินสดอีก 5.5 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ในเครื่องซักผ้า จากข้อมูลชุดสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ เมื่อได้รับโอนเงินค่ายาเสพติดมาก็จะนำไปแปลงเป็นทรัพย์สิน ทั้งบ้าน รถยนต์ และของมีค่า รวมทั้งนำไปจ่ายเป็นค่าขนส่งยาเสพติดให้กับกลุ่มที่ลำเลียงยา นอกจากนี้จะมีการโอนเงินบางส่วนข้ามประเทศไปให้เจ้าของยาเสพติดในประเทศเมียนมาด้วย และในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 1 พันล้านบาท สำหรับการเข้าตรวจค้นในวันนี้รวมทั้งหมด 7 จุด ในพื้นที่สมุทรปราการ 6 จุด และนนทบุรี อีก 1 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย ยึดทรัพย์ได้กว่า 100 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48186</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษฎา ศรีอิสาณ, พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, วิมล ชื่นชมวัฒนา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da70b62f3cfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบสาวเคนยาพกโคเคนยัดช่องลับเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับหนุ่มเชียงใหม่พร้อมเฮโรอีน 105 กก.ซุกไว้ในโกดังย่านปทุมธานีก่อนนำส่งลูกค้า อีกรายรวบสาวเคนยาซุกโคเคนไว้ในช่องคลอดและกลืนลงท้องบินเข้าไทยขายตามสถานบันเทิง รับทำมาแล้ว 3 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 กันยายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.บัญชา ศรีพัทยากร ผบก.สกส.บช.ปส., พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ ปปง. และเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร แถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดรายสำคัญ 2 ราย ได้ผู้ต้องหา 2 คน ของกลางเฮโรอีน 105 กิโลกรัม โคคาอีน 1,500 กรัม มูลค่ายาเสพติด 106,500,000 บาท ตรวจยึดทรัพย์สิน 500,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีแรก จับกุมนายศิริขวัญมิ่งเมือง คำธา อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางเฮโรอีน 300 แท่ง หนัก 105 กิโลกรัม รถบรรทุก 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมได้ที่ห้องเช่าย่านโรงกลึงแห่งหนึ่งใน ต.บางหลวง อ.เมือง จ.ปทุมธานี สืบเนื่องจากชุดจับกุมสืบสวนทราบเบาะแสว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดเตรียมจะลำเลียงยาเสพติดมาเก็บพักไว้ที่โกดังเช่าในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จึงวางกำลังสกัดกั้นและจับตัวผู้ต้องหาได้ที่ห้องเช่าโรงกลึงดังกล่าว พร้อมของกลางเฮโรอีน 300 ก้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับฝากเฮโรอีนดังกล่าวมานานหลายปี เบื้องต้นแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมนำของกลางและผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ก่อนขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคดี จับกุมนางลูซี เดอเรมมา โอมมา (MRS.LUCY NDEREMA OUMA) อายุ 30 ปี ชาวเคนยา พร้อมของกลางโคเคน 121 ก้อน หนัก 1,500 กรัม และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ภายหลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมและกรมศุลกากร พบผู้โดยสารต้องสงสัยเป็นเครือข่ายยาเสพติดเดินทางเข้ามาภายในประเทศ จึงได้ติดตามไปยังช่องตรวจไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (ช่องเขียว) อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ และตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระของนางลูซีด้วยเครื่องเอกซเรย์ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่เมื่อซักถามนางลูซีรับว่าได้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ภายในช่องคลอด 1 ก้อนใหญ่ หนัก 305 กรัม และกลืนลงในช่องท้อง 120 ก้อนเล็ก เป็นโคคาอีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาให้การว่ารับยาเสพติดมาจากประเทศในแถบยุโรปก่อนมาพักในแอฟริกาใต้ ทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง โดยมีผู้ว่าจ้างเป็นชาวผิวสี และจะนำยาเข้ามาจำหน่ายตามสถานบันเทิง ซึ่งจะได้ค่าจ้างเป็นเงินสกุลดอลลาร์ แต่ไม่เปิดเผยจำนวน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44853</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ลูซี เดอเรมมา โอมมา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190902/image_big_5d6d14883e3a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจ๊กรู้แล้วเทพโซโล พุธนี้แถลงจับใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจ๊กแย้ม พุธนี้แถลงจับเครือข่าย &amp;quot;เทพโซโล&amp;quot; เผยรู้แล้วตัวการเป็นคนไทย ชื่อเรียงเสียงไร และหลบอยู่ที่ไหน ยันไม่ปล่อยให้ลอยนวล เผยบิ๊กแป๊ะบินลงพื้นที่กำชับต้องได้ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) กล่าวเมื่อวันจันทร์ถึงการติดตามตัว &amp;ldquo;เทพโซโล&amp;rdquo; เอเยนต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางโซเชียล ว่า จากการสืบสวนเพื่อจับกุมเทพโซโล มีความคืบหน้า สามารถพิสูจน์ทราบชื่อ นามสกุล และภูมิลำเนา ได้แล้ว โดยยืนยันว่าเทพโซโลเป็นคนไทย มีตัวตนจริง และรู้ว่าหลบหนีอยู่ที่ไหน จะให้บุคคลพวกนี้ลอยนวลไม่ได้ จะดำเนินการจับกุมให้หมดทั้งขบวนการ ไม่มีใครอยู่นอกเหนือกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.สตม.ระบุว่า ในวันพุธนี้จะมีการแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายเทพโซโลเพิ่ม แต่ยังไม่ขอเปิดเผยถึงรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนผู้ต้องหา และไม่ยืนยันว่า ในการแถลงข่าวดังกล่าวจะนำตัวเทพโซโลมาแถลงด้วยหรือไม่ ขอเวลาทำงานก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้ความสำคัญ บินลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่นด้วยตัวเอง กำชับให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และพื้นที่ เร่งสืบสวนจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผบก.ภ.จว.เชียงราย, นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลจับกุมคดียาเสพติด ของกลางยาบ้าจำนวน 2,828,000 เม็ด ประทับตรา 999 พร้อมรูปดาวและฝิ่นสีแดง รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเทา ทะเบียน ผค 6604 เชียงราย รถทัวร์โดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-เชียงราย หมายเลขทะเบียน 10-1294 ปทุมธานี รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง ทะเบียน ขงฉ 192 เชียงราย โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง พร้อมผู้ต้องหา 2 คนคือ นายพร้อม รัตนกระจ่าง อายุ 46 ปี และนายธนาธิป รัตนกระจ่าง อายุ 50 ปี พี่ชาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าขบวนการค้ายาเสพติดเครือข่ายรถทัวร์โดยสารที่เคยก่อเหตุขนยาบ้ามาแล้วหลายครั้ง จะขนยาบ้าจำนวนมากจาก จ.เชียงราย ไปส่งพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงเฝ้าติดตามจนพบรถทัวร์โดยสารของกลางดังกล่าว มีนายพร้อมและนายธนาธิปซึ่งเป็นพี่น้องกันขับและเป็นพนักงานบนรถ ขับไปตามถนนพหลโยธิน แวะปั๊มน้ำมันใน ต.สันทราย โดยมีรถกระบะของกลางเข้าเทียบเป็นที่ผิดสังเกต เจ้าหน้าที่จึงติดตามและขอตรวจค้นพบยาบ้าดังกล่าว ขณะที่ผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ บช.น. ตำรวจ บก.น.8 แถลงจับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจำนวน 5 คน ได้บริเวณลานจอดรถซอยสหการประมูล ถนนประชาอุทิศ เขตวังทองหลาง พร้อมกัญชาอัดแท่งน้ำหนักรวม 400 กิโลกรัม รถยนต์ 5 คัน โดยลำเลียงกัญชามาจากภาคอีสานเพื่อส่งให้ลูกค้าใน กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27172</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์, พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ, พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190121/image_big_5c45d09d7aa06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
