<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตตร.เจ้าของ ขายบัตรพลังงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฉบริษัทขายบัตรพลังอยู่ในหาดใหญ่ เคยถูกจับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ก็ยังเปิดดำเนินการ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ผู้บริหารหายหัว ผู้จัดการเป็นอดีตตำรวจ พบร่องรอยรื้อค้นเอกสาร ทิ้งแผ่นพับโอ้อวดบัตรวิเศษช่วยประหยัดน้ำมันรถได้อีกต่างหาก อาจารย์เคมีเผยตรวจสอบแล้วไม่พบประจุไฟฟ้าใดๆ ส่งตรวจสารกัมมันตภาพรังสี ชี้อันตรายห้ามแช่น้ำดื่มเด็ดขาด ผู้ว่าฯ ขอนแก่นสั่งตำรวจตั้งชุดเฉพาะกิจตรวจสอบ ฟันหลอกลวงประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด เลขที่ 335 ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 4 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นบริษัทที่ถูกระบุว่าทำธุรกิจขายบัตรพลังงานรักษาโรค ปรากฏเป็นข่าวที่ จ.ขอนแก่น ว่าจะชาวบ้านซื้อไปใช้รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบบริษัทแห่งนี้เป็นตึกแถว 2 ชั้น 3 คูหา มีชื่อป้ายบริษัทใหญ่โต แต่บรรยากาศเงียบเหงา ถูกปิดตายไม่มีใครอยู่ และจากการตรวจสอบข้อมูลของบริษัทจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ทราบว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วบริษัทเคยถูกจับมาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะมีการร้องเรียนเรื่องบัตรพลังงาน ตรวจสอบพบว่าได้ขึ้นทะเบียนเป็นบริษัทผลิตเครื่องสำอาง จึงถูกสั่งปิด และส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดำเนินคดี โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.สงขลา รวม 6 หน่วยงาน ทั้งสาธารณสุขจังหวัดสงขลา สคบ. ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา ทหาร ตำรวจ และเทศบาลหาดใหญ่ นำโดย เภสัชกรธรรมชน ฉายบุญชยภัทร หัวหน้าฝ่ายสถานพยาบาลและบริหารเวชภัณฑ์สำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา เข้าตรวจสอบที่ตั้งของบริษัทและสาขาของบริษัทแห่งนี้รวม 2 จุดใน อ.หาดใหญ่ จุดแรกคือที่ตั้งของบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด พบว่าประตูบริษัทปิดตายมาหลายวัน ด้านนอกมีรถเบนซ์จอดอยู่ 1 คัน เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีตัดกุญแจประตูเข้าไป ภายในมีร่องรอยการรื้อค้นเอกสารและมีรถจักรยานยนต์จอดอยู่ 1 คัน โดยภายบริษัทมีการจัดรูปแบบของบริษัทขายตรง ชั้นล่างมีผังโครงสร้างรายได้จากพนักงานแต่ละระดับ ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี รวมทั้งมีบอร์ดแสดงการจัดประชุมสัมมนาเครือข่ายตามจังหวัดต่างๆ ส่วนชั้นบนเป็นห้องประชุมและห้องผู้บริหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังพบบัตรพลังงานที่เป็นสินค้าอวดอ้างสรรพคุณวิเศษ แผ่นพับบรรยายสรรพคุณบัตร เช่น เป็นเทคโนโลยีจากเยอรมนี ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เบนซิน ดีเซล แอลพีจี เอ็นจีวี ปรับค่าความเสถียรของกระแสไฟฟ้า ลดค่าใช้จ่ายส่วนเกิน เพิ่มพลังงานเสริมสร้างและซ่อมแซมสุขภาพ และบัตรนี้มีอายุการใช้งานขั้นต่ำ 5 ปี รับประกันประจุ 3 ปี นอกจากนี้ยังพบผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริมสุขภาพจำนวนหนึ่งด้วย และที่สำคัญ พบสำเนาบัตรประชาชนของนายธนัช สุรินทร์ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของห้องที่ตั้งบริษัท โดยมีเครื่องแบบตำรวจยศจ่าสิบตำรวจ พร้อมหมวกตำรวจวางอยู่บนตู้ มีข้อมูลว่านายธนัชเป็นอดีตตำรวจ นอกจากนี้ยังพบใบอนุญาตประกอบธุรกิจการค้าของบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด 3 ใบ มีชื่อนายธนัช สุรินทร์ เป็นผู้ยื่นขอใบอนุญาต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทแห่งนี้ ระบุในแผ่นพับว่ามี 2 สาขา คือ สาขาหาดใหญ่ เลขที่ 84/45 หมู่ 3 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และสาขากรุงเทพฯ เลขที่ 2539 ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว ชั้น 4 ห้อง C9-C10 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อายัดเอกสารและหลักฐานที่พบภายในบริษัทไว้ทั้งหมด และห้ามมีการเข้า-ออกมาบริษัทชั่วคราวจนกว่าผลการตรวจสอบและการดำเนินการทางกฎหมายจะสิ้นสุด รวมทั้งจะออกหมายเรียกนายธนัชมาสอบปากคำก่อนพิจารณาแจ้งข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ 2 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสาขาของบริษัท เลขที่ 84/45 หมู่ 3 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น แต่บริษัทได้ปิดสาขานี้ไปแล้วราว 1 ปี ปัจจุบันกลายเป็นบริษัทของสำนักงานบัญชี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เภสัชกรวิไลวรรณ สาครินทร์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารและยา สำนักงานสาธารณสุข จ.สงขลา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ยึดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพไปตรวจสอบ เนื่องจากแสดงฉลากไม่ถูกต้อง หมายเลขทะเบียน อย.ไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ สถานที่ผลิตไม่ถูกต้อง ส่วนเรื่องบัตรพลังงานจะต้องมอบหมายให้ทาง สคบ.เข้ามาช่วยดูในเรื่องนี้ เพราะในบริษัทพบเพียงแค่บัตรพลังงานเพียง 1 ใบ และแผ่นประชาสัมพันธ์ ซึ่งยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนในการเอาผิดทางคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.นรวัตน์ คำภิโล ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งด่วนจาก พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น &amp;nbsp;ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้สถานที่ภายในสวนสัตว์ขอนแก่น เป็นสถานที่จัดการประชุมของเครือข่ายบริษัทจำหน่ายบัตรพลังที่กำลังระบาดอยู่ใน จ.ขอนแก่นขณะนี้ จากการตรวจสอบทราบว่า เมื่อวันที่ 8-9 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีตัวแทนบริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด มาขอใช้สถานที่เพื่อจัดงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ สวนสัตว์ก็จัดการให้ตามปกติเหมือนกับลูกค้ารายอื่นๆ ส่วนรายละเอียดได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้มีการประสัมพันธ์ไปยังตำรวจชุมชน ผู้นำชุมชน ให้เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อว่าบัตรดังกล่าวจะใช้บำบัดรักษาโรคได้จริง หากพบการขายหรือมีการชักชวนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองสนธิกำลังร่วมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบบัตรดังกล่าว โดยพบว่าเป็นบัตรสมาร์ทการ์ดธรรมดาทั่วไป เป็นการทำขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน จึงได้แจ้งไปยังนายอำเภอทุกอำเภอให้แจ้งเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างเรื่องบัตรพลัง ว่าใช้รักษาโรคหรือใช้เพื่อการใดก็ตาม และได้ประสานให้ตำรวจตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาทำการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว และให้สืบสวนถึงตัวบุคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้รู้ตัวแล้ว 1 ราย จะเชิญตัวมาสอบสวน จากนั้นจะขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเป็นใครอยู่ที่ใดบ้าง เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ได้วัดดูกระแสไฟฟ้าบัตรสมาร์ทการ์ดดังกล่าว วัดความต้านทาน วัดการนำไฟฟ้า ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จะได้ส่งไปที่ศูนย์กัมมันตภาพรังสี เพื่อตรวจสอบสารกัมมันตรังสี และจะผ่าดูอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ดร.วีรชัยยังได้แชร์ข้อมูลว่า &amp;quot;เรียนพี่น้องประชาชนที่ใช้บัตรเวทมนตร์พลังงานบัตรสีแดงฉบับนั้นซึ่งเป็นของบริษัทมาเลเซีย นำเข้ามาจากอินโดนีเซีย อาจารย์อ๊อดได้เอกสารฉบับนี้จากผู้ประกอบการที่เอาบัตรนี้ไปแจก หากเอกสารฉบับนี้เป็นจริง ในบัตรนั้นมีสารกัมมันตรังสีนะครับ? ประชาชนจุ่มต้มน้ำกินจุ่มน้ำดื่มห้ามรับประทานโดยเด็ดขาดนะครับ พี่น้องเครือข่าย Social ทั้งหลายแชร์เพื่อเตือนด้วยครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผศ.นพ.ชัชวาล ศานติพิพัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาออโธปิดิกส์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การปวดเมื่อยตามร่างกายของมนุษย์นั้น เกิดจากความเสื่อมของกระดูกสันหลังกระทบกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อต่อ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ รายที่เป็นหนักอาจจะกระทบเนื้อเยื่อมุมกระดูกกดทับไขสันหลัง ทับเนินประสาท ทำให้มีอาการปวดหนัก เพราะอายุมากกระดูกเริ่มเสื่อม แต่ยังทำงานหนักอยู่ ดังนั้นผู้สูงอายุที่มีอาการเหล่านี้จะต้องมารับการรักษาตามอาการ ไม่ว่าจะเป็นการทานยา กายภาพบำบัด หรือใส่เสื้อพยุงและฝึกกล้ามเนื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามหลักวิชาการยังไม่พบว่าจะมีวิธีการใช้พลังรักษาได้ ขอให้พิจารณาด้วยหลักเหตุและผล ว่าเหตุของการปวดเกิดจากอะไร แล้วการใช้การรักษาด้วยบัตรพลังผลที่ได้ทำให้อาการปวดทุเลาลงจริงหรือไม่ มีผลการทดลองหรือการวิจัยใดมายืนยันหรือไม่ ส่วนการที่ประชาชนซื้อบัตรพลังมาใช้ โดยได้ข้อมูลจากคนขายอ้างว่าใช้แล้วอาการทุเลาลง จากที่เคยปวดหลังเดินไม่ได้ก็เดินได้นั้น ส่วนใหญ่อาการปวดตามร่างกายจะมีอาการปวดเป็นพักๆ ปวดมากน้อยเป็นช่วงๆ ซึ่งช่วงที่นำบัตรพลังมาทาบจุดที่ปวดแล้วหาย อาจจะเป็นช่วงที่อาการทุเลาลงเองได้&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38496</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ทเวิร์ค จำกัด, ผศ.นพ.ชัชวาล ศานติพิพัฒน์, พ.ต.อ.นรวัตน์ คำภิโล, พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ, รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์, สมศักดิ์ จังตระกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เภสัชกรวิไลวรรณ สาครินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d02500464bef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ.เหยี่ยวข่าวช่อง7ตก &#039;นักบิน-ช่างภาพ&#039;ดับ4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เฮลิคอปเตอร์เช่าทีมข่าวช่อง 7 ตกกลางทุ่งนา อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ระหว่างบินมารับผู้สื่อข่าวที่สนามบินขอนแก่น นักบินพร้อมผู้ช่วยและช่างภาพอีก 2 เสียชีวิตรวม 4 ศพ เบื้องต้นคาดทัศนวิสัยไม่ดี ฝนตกตลอดเวลา &amp;quot;คมนาคม&amp;quot; ส่ง จนท.เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ เวลา 09.30 น. พ.ต.อ.กีรติกร อมรพัฒน์ภาคิน ผกก.สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก บริเวณทุ่งนา ต.วังแสง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงรายงานพล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, &amp;nbsp;พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้ากองข่าว กกล.รว.จว.ขอนแก่น, แพทย์เวร รพ.ชนบท และหน่วยกู้ชีพ อบต.วังแสง เดินทางไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเกิดเหตุเป็นทุ่งนา พบเครื่องบินเล็กแบบเฮลิคอปเตอร์โดยสาร ยูโรคอปเตอร์ รุ่น AS355 NS สีขาว ตกอยู่กลางทุ่งนา สภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนของเครื่องบินกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นที่ โดยมีไฟลุกไหม้ตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตัวเครื่องตกอยู่กลางทุ่งนาติดกับถนนบริเวณท้ายของหมู่บ้าน ส่วนห่างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร ขณะที่ผู้เสียชีวิตพบในที่เกิดเหตุทั้งหมด 3 ราย แยกเป็นบริเวณที่นั่งคนขับ 1 ราย และอีก 2 รายอยู่ห่างจากจุดตัวเครื่องประมาณ 10 เมตร จำสภาพไม่ได้ เนื่องจากถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงระดมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนที่เข้าทำการสกัดและควบคุมเพลิง รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บกู้ซากเฮลิคอปเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ พุธพึ่ง อายุ 41 ปี ชาวบ้านหูลิง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า มีเสียงเฮลิคอปเตอร์บินต่ำกว่าปกติ มองขึ้นบนฟ้าก็เห็นเฮลิคอปเตอร์บินต่ำจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร วนไปมา 2 รอบ และเสียงเครื่องก็ดับกลางอากาศ จากนั้นก็พุ่งลงกลางทุ่งนา มีไฟลุกท่วม จึงรีบวิ่งเข้าไปที่ตัวเครื่องเพื่อจะช่วยเหลือผู้รอดชีวิต ปรากฏว่าเฮลิคอปเตอร์ระเบิด และเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบศพผู้ตาย 3 ศพ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก ผู้อำนวยการท่าอากาศยานขอนแก่น กล่าวว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้รับรายงานว่าออกจากสนามบินฝึกบิน จ.สระบุรี และขอผ่านเส้นทางขอนแก่นเท่านั้น ก่อนขาดการติดต่อในพื้นที่ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น โดยรายละเอียดต่างๆ นั้น กรมท่าอากาศยานจะส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่อีกครั้ง เบื้องต้นคาดการณ์ว่าทัศนวิสัยไม่ดี เนื่องจากพื้นที่ขอนแก่นเป็นเส้นทางการจราจรทางอากาศนั้นมีเมฆปกคลุมพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และฝนตกตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกต วรกี ปลัดจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จุดเกิดเหตุเป็นที่นาของนายพงษ์ นามเข็ม ซึ่งได้รับความเสียหายบางส่วนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยจังหวัดได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามขั้นตอน เพราะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น และพร้อมให้ความร่วมมือและให้การช่วยเหลือกับหน่วยงานต่างๆ ที่รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อย่างเต็มที่ จนกว่าการดำเนินการสอบสวนสืบสวนและการกู้ซาก รวมทั้งการลำเลียงผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุจะแล้วเสร็จ ส่วนสาเหตุนั้นรอสรุปยืนยันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบรายชื่อที่ได้มีการแจ้งแผนการบินมากับเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว พบว่า ได้ทำการขอทำการบินในเส้นทางสระบุรี-ขอนแก่น โดยยืนยันจำนวนผู้โดยสารประกอบด้วย นายเสกสรร &amp;nbsp;วรรณา กัปตัน, พ.ต.อ.สินสมุทร สันเพทา ผู้ช่วยนักบิน,นายสมเนา น้อยสกลุ ช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 และนายรณกิจ เพชรนิล ช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 ส่วนเฮลิคอปเตอร์เป็นอากาศยานของ บ.SFS เอวิเอชั่น จำกัด ที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ได้ทำการเช่าเพื่อทำข่าวและรายการต่างๆ ของทางสถานี โดยก่อนเกิดเหตุได้ทำการบินมารับผู้สื่อข่าวที่ จ.ขอนแก่น แต่ขาดการติดต่อไป จนกระทั่งมาพบว่าประสบอุบัติเหตุดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.30 น. นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าฯขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมทั้งทีมงานช่อง 7 เดินทางมาติดตามเหตุการณ์ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้มารอทีมงานที่สนามบินขอนแก่น เพื่อร่วมทำข่าวอิทธิพลของพายุฝนที่ จ.ร้อยเอ็ด เนื่องจากในระยะนี้มีพายุเข้าในพื้นที่หลายจังหวัดในภาคอีสาน โดยทีมข่าวนั้นให้มาสแตนด์บายเพื่อรายงานข่าวในพื้นที่ โดยขณะอยู่ที่สนามบินสระบุรียังคงคุยกันกับทีมงานอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมทำข่าวร่วมงานกับทีมเหยี่ยวข่าว 7 สี ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาทำข่าวเรื่องของตัวเอง หรือพูดเรื่องของตัวเอง ผมเสียมากกว่าเพื่อนร่วมงาน ทุกวันเราอยู่กันแบบครอบครัว&amp;quot; ผู้สื่อข่าวช่อง 7 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 18.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ การวัดระยะและการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ทั้งหมด โดยเฉพาะกับการหากล่องดำหรือเครื่องบันทึกการบินของเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว เพื่อประกอบในสำนวนการสอบสวนสาเหตุในภาพรวมทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถค้นหาร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 4 ได้แล้ว โดยพบถูกเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเครื่องนั้นทับอยู่ ทำให้ในขณะนี้ยืนยันผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวนี้แล้วทั้งหมด 4 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกส่งไปพิสูจน์อัตลักษณ์ที่ รพ.ชนบท ส่วนการเก็บกู้ซากเครื่องบินนั้น ต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการฯ อีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักรเดินทางไปเก็บรวบรวมข้อมูล และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นไปตามบันทึกความร่วมมือด้านการสอบสวนที่จัดทำขึ้นระหว่างกระทรวงคมนาคม คณะกรรมการสอบสวนฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และได้แจ้งข่าวการเกิดอุบัติเหตุไปยังสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรัฐผู้ออกแบบและรัฐผู้ผลิตอากาศยานดังกล่าว และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ตามมาตรฐานการบินพลเรือนระหว่างประเทศเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13679</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด, ประยุทธ พุธพึ่ง, พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์, พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี, พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ, ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก, สราวุธ ทรงศิวิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกต วรกี, เครื่องตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4f4ea50ee29.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
