<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่มดอนเมือง ระงับเครื่องขึ้นลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุฝนกระหน่ำดอนเมือง บันไดไลออนแอร์ปลิวกระแทกเครื่องนกแอร์ ขณะจะพาผู้โดยสาร 176 คนไปนครศรีธรรมราช ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเครื่อง ขณะที่วิทยุการบินแจ้งปิดสนามบินกว่า 2 ชั่วโมง เครื่องขึ้น-ลงไม่ได้ 70 เที่ยวบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 25 เมษายนนี้ หลังจากฝนตกหนักและมีลมแรงบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง เป็นเหตุให้บันไดของสายการบินไลออนแอร์ปลิวไปชนตัวเครื่องของสายการบินนกแอร์ในบริเวณปีกด้านซ้าย (DBE: นกฟลามิงโก Boeing 737-800) ในขณะที่เที่ยวบิน DD7810 พร้อมออกเดินทางออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองไปยังจุดหมายปลายทางจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเหตุให้ต้องนําผู้โดยสารบนเครื่องจํานวนทั้งสิ้น 175 คน และทารก &amp;nbsp;1 คน กลับเข้าอาคารผู้โดยสาร ก่อนที่สายการบินนกแอร์ได้จัดเปลี่ยนเครื่องบินลําใหม่ทดแทน และออกบินในเวลา 15.30 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย แจ้งว่า กรณีมีฝนตกหนักที่สนามบินดอนเมือง ส่งผลให้มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบหลายเที่ยวบิน โดยเบื้องต้นวิทยุการบินได้ประสานไปยังสนามบินภูมิภาคทั่วประเทศ ให้หยุดทำการบินมายังสนามบินดอนเมือง ตั้งแต่เวลา 14.00-15.15 น. สำหรับเครื่องบินที่บินมาแล้ว ให้เปลี่ยนไปลงสนามบินสำรอง ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา สนามบินพิษณุโลก จำนวน 20 เที่ยวบิน, มีเที่ยวบินวนรอภาคอากาศ จำนวน 20 เที่ยวบิน และมีเที่ยวบินจอดรอภาคพื้น จำนวน 30 เที่ยวบิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เวลา 15.15 น. สภาพอากาศกลับคืนสู่สภาวะปกติ เที่ยวบินสามารถขึ้น-ลงได้ตามปกติ จึงยกเลิกการระงับเที่ยวบินจากสนามบินภูมิภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะรองโฆษก สตม. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รักษาราชการแทน ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการให้ด่าน ตม.ท่าอากาศยานดอนเมือง ปฏิบัติการตามแผนอำนวยความสะดวกผู้โดยสารในช่วงหนาแน่น (แผน น่านฟ้า 62) เพื่อรับมือปริมาณผู้โดยสารที่ตกค้าง ทั้งในส่วนของเที่ยวบินขาเข้าและขาออก ระหว่างประเทศ หลังเกิดพายุกระหน่ำดอนเมืองอย่างหนัก เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 เม.ย. ส่งผลให้เที่ยวบินล่าช้า เนื่องจากไม่สามารถขึ้น-ลงได้ตามกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-28 เมษายน 2562)&amp;quot; ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 25 เมษายน 2562 ว่า ในช่วงวันที่ 26-28 เมษายน 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยผลกระทบตามภาคต่างๆ มีดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงวันที่ 26-27 เมษายน 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล, ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 28 เมษายน 2562 ภาคเหนือ: จังหวัดพิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ ขอนแก่น อำนาจเจริญ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี, ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34480</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ, พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1bcb5bd3e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตม.ผนึกศุลกากร เข้มหิ้วแบรนด์เนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกขนสินค้าหนีภาษีผ่านสนามบินระวังให้ดี สตม.ประกาศร่วมกับศุลกากรตรวจเข้ม โดยเฉพาะผู้รับจ้างหิ้วสินค้าแบรนด์เนมเข้ามาขายทางออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เผยว่า พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. ได้สั่งการ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 กำชับให้เจ้าหน้าที่ ตม.ประจำด่าน ตม.สนามบินทุกแห่ง เพิ่มความเข้มการตรวจคัดกรองคนเข้าหรือออกนอกประเทศ โดยให้ความร่วมมือกับศุลกากรประจำด่านศุลกากรสนามบินทุกแห่ง เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลที่ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับมาตรการป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าและหลบเลี่ยงภาษีรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะข่าวกรณีกลุ่มผู้ค้าที่รับจ้างหิ้วสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศเข้ามาขายผ่านทางออนไลน์ หรือพรีออเดอร์ อย่างครึกโครม โดยเฉพาะทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบก.ตม.2 กล่าวว่า ขณะนี้ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ได้สั่งเพิ่มความเข้มและขานรับการปฏิบัติร่วมกับด่านศุลกากรสนามบินทุกแห่งอย่างเต็มที่มาโดยตลอด ทั้งนี้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ ตม.สนามบิน จะมีหน้าที่ตรวจคัดกรองเฉพาะบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ตามกฎหมายคนเข้าเมือง ส่วนเจ้าหน้าที่ศุลกากรสนามบิน จะเป็นหน่วยรับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสินค้า สิ่งของสัมภาระต่างๆ เพื่อการดำเนินการทางภาษี ตามกฎหมายศุลกากร ซึ่งแม้จะเป็นคนละหน่วยงาน และรับผิดชอบงานคนละส่วนกัน แต่ต้องยอมรับว่ามีกระบวนการทำงานที่เกี่ยวเนื่องกัน จึงต้องมีการประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานเป็นอย่างดีและต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบปัญหาในการประสานการปฏิบัติแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ตม.สนามบินพร้อมสนับสนุนหากทางศุลกากรต้องการให้ ตม.ตรวจสอบตัวบุคคล โดยเฉพาะผู้ค้าพรีออเดอร์ที่มักเดินทางไปประเทศเดิมๆ อย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง ฝรั่งเศส อย่างเต็มที่ ตามที่ได้รับการประสานความร่วมมือกับทางศุลกากรในแต่ละกรณีต่อไป ซึ่งการสนับสนุนการปฏิบัติให้กับกรมศุลกากรในเรื่องดังกล่าว ยังครอบคลุมถึงการป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดตามที่เป็นข่าว ตามนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ยังสั่งกำชับห้ามเจ้าหน้าที่ ตม.ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดทุกรูปแบบโดยเด็ดขาด หากพบจะดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเฉียบขาดทุกรายไป ซึ่งมาตรการนี้ได้ดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่องมาโดยตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16197</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b82a54185f22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ทยอยกลับ ถ.มิตรภาพแน่น เพิ่มบขส.-รถไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประชาชนทยอยกลับกรุงหลังเทศกาลสงกรานต์ ขนส่งทางบกสั่งทุกจังหวัดจัดรถโดยสารให้เพียงพอ พร้อมมาตรการคุมเข้มคนขับ บขส.เสริมรถเกือบ 2 พันเที่ยว รองรับ 1.8 แสนคนต่อวัน รฟท.เพิ่มรถไฟ 11 ขบวน มิตรภาพ-เอเชียจราจรหนาแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อม &amp;ldquo;รับคนกลับจากบ้าน&amp;rdquo; หลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ 2561 กำชับสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งจัดเตรียมรถโดยสารและรถเสริมให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง รถโดยสารทุกคันต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารและผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยตาม Checklist จากเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถต้องพักผ่อนเพียงพอ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ไร้สารเสพติด และระดับแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ส่วนมาตรการเข้มข้นระหว่างทาง ตรวจสอบความปลอดภัยรถโดยสารเช่าเหมาบนเส้นทางหลัก 16 จังหวัด 19 แห่งทั่วประเทศ พร้อมติดตามการเดินรถโดยสารผ่านระบบ GPS Tracking ออนไลน์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ประสานหน่วยงานในพื้นที่เข้าสกัดทันทีหากพบพฤติกรรมเสี่ยง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในช่วงที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครหลังสิ้นสุดวันหยุดยาว กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) อำนวยความสะดวกจัดพื้นที่ภายในกรมการขนส่งทางบก จตุจักร เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 16-18 เม.ย.นี้ เวลา 04.00-07.00 น. สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถโดยสารของ บขส. เส้นทางจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาความแออัด ลดปัญหาจราจรทั้งภายในและภายนอกสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือสถานีขนส่งหมอชิต 2 รวมทั้ง ขสมก. จัดรถโดยสารประจำทางให้บริการรับ-ส่งฟรี และประสานสหกรณ์แท็กซี่ ให้จัดเตรียมรถรอรับให้บริการประชาชนอย่างเพียงพอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมผู้ตรวจการขนส่งทางบกเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยทั้งที่กรมการขนส่งทางบก สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต สายใต้ เอกมัย ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เป็นต้น ป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสาร บังคับใช้มาตรการทางกฎหมายการลงโทษเข้มข้นจริงจังทันที กับผู้ให้บริการผิดกฎหมาย ทั้งนี้ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1584&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส.คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 15-18 เม.ย. โดย บขส.ได้จัดเที่ยววิ่ง (เที่ยวกลับ) จากปกติวันละประมาณ 6,095 เที่ยว เพิ่มเที่ยวเสริมวันละประมาณ 1,987 เที่ยว รวม 8,082 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ถึงวันละประมาณ 181,547 คน นอกจากนี้ ขสมก.จัดรถโดยสารให้บริการรับผู้โดยสารที่ลงรถ บขส.บริเวณชานชาลาขาเข้าเพื่อต่อรถ ขสมก. ระหว่างวันที่ 15-18 เม.ย. เวลา 04.00-09.00 น. และ เวลา 15.00-20.00 น. วิ่งในสายประจำทาง 12 สาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดรถตู้โดยสารรองรับประชาชนประชาชนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ในช่วงวันที่ 15-17 เม.ย. ณ บริเวณหน้าสถานีขนส่งหมอชิต 2 จำนวน 20 คัน ระหว่างเวลา 04.00-09.00 น. และ 16.00-20.00 น. เดินทางไปยัง 2 จุด คือ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมทั้งจัดจิตอาสามาช่วยประชาชนขนสัมภาระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า มีผู้โดยสารใช้บริการเดินทางที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย. รวมทั้งสิ้น 342,898 คน เฉลี่ยวันละ 114,300 คน ซึ่งไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานี และคาดว่าเย็นวันที่ 15 เม.ย. จะเริ่มกลับมาคึกคักจากการเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ จึงได้จัดขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมนอกเหนือจากขบวนรถที่เดินประจำในเส้นทางต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 15-17 เม.ย. อีก 11 ขบวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (รอง ผบก.ตม.2) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดเผยว่า พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ ตม.เตรียมกำลังรับมือสถานการณ์ผู้โดยสารช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีคนไทยที่อาศัยวันหยุดยาวไปต่างประเทศ เดินทางกลับเข้าประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางออกหลังจากเข้ามาเที่ยวในช่วงเทศกาล คาดว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะมียอดพุ่งราววันละ 1.5 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2 ตลอดทั้งวันมีประชาชนเดินทางไปซื้อตั๋วรอขึ้นรถโดยสารเดินทางเข้ากรุงเทพฯ กันอย่างต่อเนื่อง ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา โดยนายศิระ บุญธรรมกุล ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่ง จ.นครราชสีมา ได้สั่งให้เพิ่มเที่ยวรถโดยสารสาย 21 นครราชสีมา-กรุงเทพฯ จากเดิมปกติที่วิ่งให้บริการวันละ 200 เที่ยว เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็นวันละ 400 เที่ยว พร้อมเตรียมรถโดยสารสำรองไว้อีกจำนวน 60 คัน ให้บริการเดินรถตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมามุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ เริ่มมีปริมาณรถยนต์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณตามแยกสัญญาณไฟจราจรในเขตชุมชนต่างๆ ทำให้ตำรวจทางหลวงได้เปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายปริมาณรถที่สะสมมาก 2 จุด คือที่บริเวณถนนมิตรภาพเขตอำเภอโนนสูง และบริเวณทางขึ้นเขาเขตตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว และคาดว่าจะหนาแน่นต่อเนื่องไปถึงช่วงค่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านถนนสายเอเชีย บริเวณจังหวัดอ่างทอง เส้นขาเข้ากรุงเทพฯ ปริมาณรถยนต์เริ่มหนาแน่น มี การชะลอตัวตามทางแยกทางโค้งและตามคอสะพาน &amp;nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่นำป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดสายเอเชีย ให้เลี้ยวเข้าตัวเมืองอ่างทอง ผ่านไปยังอำเภอป่าโมก ตรงไปสี่แยกกำนันดิเรก และตรงไปสี่แยกวรเชษฐ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7171</URL_LINK>
                <HASHTAG>1584, GPS Tracking, ขสมก., จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, นายสนิท พรหมวงษ์, นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, บขส., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ, มิตรภาพ-เอเชีย, สตม., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad354a6075b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
