<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊งแฮ็กไอจีหมอ ขายกระเป๋าแบรนด์เนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตร.จับกุมแก๊งกะเทยแฮ็กไอจีหมอเสริมความงามหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง มีคนหลงโอนเงินให้แต่ไม่ได้รับสินค้า-หลอกขายหน้ากากอนามัย แต่ไม่ส่งสินค้าให้ มีผู้เสียหายจำนวนมากมูลค่าหลายสิบล้านบาท เตือนใส่ข้อมูลส่วนตัวในโซเชียลเป็นดาบสองคมเปิดช่องให้แฮกเกอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.ท.สรยุทธ จิโรภาส รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.บางกรวย แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาแฮ็กอินสตาแกรม หลอกหลวงขายของแบรนด์เนม มีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายนับสิบล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า คดีแรก จับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายชัยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี และนายพายุพัศ หรือเปรี้ยว (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์ผู้ต้องหาจะสุ่มแฮ็กบัญชีเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือไลน์ โดยจะเลือกบัญชีที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก และมีการโพสต์ขายกระเป๋าแบรนด์เนมมาก่อน อย่างกรณีนี้ผู้ถูกแฮ็กไอจีเป็นแพทย์เสริมความงาม มีความสนใจสินค้าแบรนด์เนม แต่ไม่ได้มีการจำหน่ายสินค้า จากนั้นจะเริ่มแฮ็กใน 2 วิธี คือ &amp;quot;นำหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชีที่มีการโพสต์ไว้มาใส่เป็นรหัสผ่าน หรือพาสเวิร์ด&amp;quot; ถ้าตรงก็สามารถแฮ็กได้ หรืออีกวิธีโดยการกด &amp;quot;ลืมรหัสผ่าน forget password&amp;quot; ระบบจะส่งรหัส OTP เข้าไปที่หมายเลขของเจ้าของบัญชี จากนั้นผู้ต้องหาก็จะสร้างไลน์ปลอมเป็นเพื่อนเข้าไปทักและหลอกให้ผู้เสียหายส่ง OTP ให้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อแฮ็กได้แล้วก็จะทำบัญชีมาโพสต์หลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง มีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อโอนเงินให้ แต่กลับไม่ได้กระเป๋า มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความแล้ว 17 ราย แบ่งสถานีตำรวจในพื้นที่ บช.น. 12 คดี และสถานีตำรวจในต่างจังหวัดอีก 5 คดี โดยนายเปรี้ยวซึ่งเป็นสตรีข้ามเพศ หนึ่งในผู้ต้องหานี้ได้เคยถูกจับกุมมาแล้ว 2 ครั้ง โดยพฤติการณ์คือปลอมเฟซบุ๊กขึ้นมาเพื่อโพสต์ขายหน้ากากอนามัย แต่ไม่ส่งหน้ากากให้ลูกค้า มีผู้เสียหายกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาล แต่กลับมากระทำความผิดซ้ำอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า อีกคดี จับกุมตัว น.ส.กุลธิดาลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ในความผิดฐานร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน พฤติการณ์ผู้ต้องหาได้ประกาศขายสินค้าแบรนด์เนมมือสองในเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;Celebrity Brandname กระเป๋าแบรนด์เนมแท้มือ 2 ของแท้ 100% รับซื้อ ฝากขายจำนำ&amp;quot; ภายหลังมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากโอนเงินซื้อสินค้า แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับสินค้า ซึ่งน่าเชื่อว่าสินค้าไม่ได้มีอยู่จริงตั้งแต่ต้น ผู้ต้องหากระทำผิดต่อเนื่องหลายคดี จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งสองคดีมีพฤติการณ์คล้ายๆ กันคือ มีการหลอกลวงขายสินค้าทางโซเชียลมีเดีย มีผู้เสียหายจำนวนมาก ทั้งที่แจ้งความแล้วและยังไม่ได้เข้าแจ้งความ มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท ขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนเรื่องการใส่ข้อมูลส่วนตัวลงในโซเชียล ตรงนี้เป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในการขายสินค้าออนไลน์ แต่ก็เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำข้อมูล เบอร์มือถือ วันเดือนปีเกิด ใช้เป็นข้อมูลในการแฮ็กบัญชี ส่วนการโอนเงินชำระค่าสินค้าขอให้ตรวจชื่อบัญชีทุกครั้งว่าตรงกับผู้ที่เราต้องการโอนเงินให้&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93375</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สรยุทธ จิโรภาส, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602d0ce635948.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายพนันออนไลน์ เงินหมุนเวียน300ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศปอส.นำกำลังจู่โจมโต๊ะพนันออนไลน์ในตัวเมืองสงขลา หาดใหญ่ จับผู้ดูแล 6 คน ยึดคอมพ์ 60 เครื่อง พบเงินหมุนเวียน 300 ล้าน เป็นเครือข่ายบ่อนใหญ่ที่เชียงราย เร่งสาวถึงนายทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ 22 ตุลาคมนี้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผู้บังคับการสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะหัวหน้าชุดปราบปราม 2 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. และ พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธร ภาค 8 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศปอส.ชุดปฏิบัติการ 2 และชุดปฏิบัติการ 4 พร้อมกำลังตำรวจ สภ.หาดใหญ่ สภ.คอหงส์ และ สภ.เมืองสงขลา จู่โจมตรวจค้นทลายโต๊ะพนันออนไลน์รวม 4 จุดพร้อมกันในพื้นที่ อ.เมืองสงขลา และพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ประกอบด้วยทาวน์เฮาส์ภายในซอย 41 ถนนกาญจนวนิช เขตเทศบาลเมืองสงขลา, ตึกแถว 3 ชั้น ซอย 4 ถนนศุภสารรังสรรค์ อ.หาดใหญ่, หมู่บ้านออมทรัพย์ 5 ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ และที่ด้านหลังร้านอาหารมาราดา ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ ใน อ.หาดใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยึดของกลางคอมพิวเตอร์ประมาณ 60 เครื่อง เงินสด 5 แสนบาท สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ วงเงินหมุนเวียน 50 ล้านบาท และจากการตรวจสอบไอดีพบว่ามีวงเงินหมุนเวียน 200-300 ล้านบาท พร้อมผู้ต้องหา 6 คน ชาย 5 คน และหญิง 1 คน ซึ่งเป็นลูกจ้างดูแลโต๊ะพนันออนไลน์ทั้ง 4 แห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พันธนะเปิดเผยว่า โต๊ะพนันออนไลน์ทั้ง 4 แห่งใน จ.สงขลา เป็นการขยายผลมาจากการทลายโต๊ะพนันออนไลน์ที่ จ.เชียงราย เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งขยายฐานมาเปิดที่ จ.สงขลา จากการสืบสวนพบว่าลักลอบเปิดให้บริการมา 5-6 เดือน มีเซฟเวอร์อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน มีทั้งพนันฟุตบอล บาคารา และกาสิโน และเป็นเครือข่ายพนันออนไลน์ระดับชาติ เว็บไซต์ไอเอ็มไอ 2 แห่ง เว็บไซต์วีพลัส 1 แห่ง และเว็บไซต์ยูโร 99 อีก 1 แห่ง โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลไปยังนายทุนใหญ่ของโต๊ะพนันออนไลน์ทั้ง 4 แห่ง ทราบว่าเป็นคนในพื้นที่ จ.สงขลา และจะตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อดำเนินคดีฐานฟอกเงินด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81485</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201022/image_big_5f9188c58e521.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งกู้ข้อมูลคนไข้ ชี้มัลแวร์จากยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot; ส่งผู้เชี่ยวชาญช่วยกู้ข้อมูล รพ.สระบุรี หลังถูกแฮ็กข้อมูล ชี้เป็นบทเรียนหน่วยงานต่างๆ ที่จะต้องมีระบบป้องกันรัดกุมกว่านี้ เผยมัลแวร์ที่โจมตีมาจากฝั่งยุโรป คาดเป็นการสุ่มมากกว่าจงใจ บางบริษัทเอกชนโดนมาแล้วและยอมจ่ายค่าไถ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์​ รัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ชี้แจงเมื่อวันพฤหัสดี กรณี​ รพ.สระบุรีถูกแฮ็กข้อมูลของโรงพยาบาลและคนไข้​ว่า​ ได้ประสานงานกับทางโรงพยาบาลแล้ว​ โดยกระทรวงได้ส่งทีมงานจากสำนักงานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์​ หรือเอ็ตด้า​ (ETDA) และผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่​ รพ.สระบุรี ซึ่งข้อมูลบางส่วนน่าจะกู้กลับมาได้​ และขณะนี้พบว่ามีการติดต่อกลับมาเพื่อเรียกค่าไถ่แลกกับการปลดล็อกการเข้าถึงข้อมูล โดยคนร้ายขอค่าไถ่เป็นเงินบิตคอยน์​ ส่วนนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ​ แต่วันนี้จะต้องเร่งกู้ประวัติคนไข้กลับมา​ เพื่อให้สะดวกทางการแพทย์​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุที่เกิดขึ้นคาดว่า รพ.​สระบุรีอาจจะไม่ได้มีระบบป้องกันหรือรองรับเพียงพอ จึงทำให้เข้ามาเจาะข้อมูลได้ ถือเป็นบทเรียนให้กับหน่วยงานต่างๆ เพราะการปกป้องข้อมูลมีความสำคัญ&amp;quot; นายพุทธิพงษ์กล่าว และว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องน่าเสียใจที่มีกระบวนการเข้าไปหาประโยชน์จากโรงพยาบาล​ เพราะหลักสากลมักจะไม่ทำกัน​ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ดูแลประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผู้บังคับการข่าวกรองยาเสพติด หัวหน้าประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า มัลแวร์ที่โจมตีระบบฐานข้อมูลของ รพ.สระบุรี มาจากต่างประเทศในฝั่งทวีปยุโรป ลักษณะส่งต่อข้อมูลหลายขั้นตอนจนมาถึง รพ.สระบุรี ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากตำรวจ ทหาร กระทรวงดิจิทัลฯ อยู่ระหว่างลงพื้นที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อแกะรอยหาต้นตอของมัลแวร์ดังกล่าวและลักษณะการทำงานของมัลแวร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับว่าพบข้อมูลโรงพยาบาลรัฐและบริษัทเอกชนบางแห่งถูกแฮ็กข้อมูลคอมพิวเตอร์เรียกค่าไถ่ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งบางแห่งได้จ่ายเงินไปแล้วเพื่อเรียกคืนข้อมูลที่ถูกบล็อก แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าถูกแฮ็กข้อมูลช่วงเวลาเดียวกับ รพ.สระบุรีหรือไม่, ผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลหรือกลุ่มเดียวกันหรือไม่ และยังไม่สามารถยืนยันจำนวนผู้เสียหายได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เปิดเผยว่า ตำรวจ ปอท.กำลังเร่งสืบสวนขยายผลกรณี รพ.สระบุรีถูกแฮ็กระบบคอมพิวเตอร์ เบื้องต้นเชื่อว่ามีเจตนาเรียกเงินเพื่อแลกกับการคลายล็อกข้อมูล เพราะรูปแบบการก่อเหตุมีลักษณะเป็นแฮกเกอร์ที่เคยก่อเหตุเจาะข้อมูลบริษัทเอกชนและภาครัฐในประเทศไทยมาแล้ว แต่กรณีการเจาะระบบข้อมูลเรียกค่าไถ่จากโรงพยาบาลถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.อนันต์ กมลเนตร ผอ.รพ.สระบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงพยาบาลสระบุรีได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย อาทิ กระทรวงดิจิทัลฯ จัดส่งทีมไซเบอร์ 1 ทีม สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอท.เข้ามา พันธมิตร องค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือหลายหน่วยงาน ซึ่งได้มีการประชุมปฏิบัติการตั้งแต่บ่ายวันพุธ และเริ่มปฏิบัติการ วิเคราะห์ ตรวจสอบตัวอุปกรณ์ พยายามหาข้อมูลทั้งหมด จากการทำงานของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ คาดว่าราว 1-2 อาทิตย์น่าจะมีคำตอบ จากนั้นจะมีแนวทางวิเคราะห์ พัฒนา และมาตรการการป้องกันในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนันต์กล่าวว่า สาเหตุที่ รพ.สระบุรีถูกแฮ็กข้อมูล จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญคาดว่าเป็นการสุ่มเข้ามา ปกติกลุ่มคนเหล่านี้จะไม่กระทำต่อหน่วยงานของรัฐ แต่จะมุ่งไปที่บริษัทเอกชนมากกว่าที่จะสามารถเรียกค่าไถ่ได้แพงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนท้าย นพ.อนันต์กล่าวว่า ขอฝากถึงผู้มาติดต่อใช้บริการที่ รพ.สระบุรี ในช่วงนี้โปรดนำเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น บัตรประชาชน ประวัติการใช้ยา ซองยา หากไม่ได้ติดตัวมา ให้คนทางบ้านถ่ายแล้วส่งมาทางไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่แพทย์ พยาบาล และตัวท่านเองด้วย. &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77084</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.อนันต์ กมลเนตร, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, พุทธิพงษ์​ ปุณณกันต์​, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a1fed2a62f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมติดโควิด! แถลงจับ 10 มือโพสต์ข่าวปลอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ หัวหน้าเพื่อประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ Anti-Fake News Center แถลงผลการปฏิบัตการปราบปรามผู้โพสต์ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน ของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตารวจแห่งชาติ เป็นการโพสต์ข่าวปลอมเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมผลการปฏิบัติการจับกุมได้ 10 ราย ประกอบด้วย รายแรก จับกุม นายกิตติชัย ได้โพสต์ทวิตเตอร์ว่า &amp;ldquo;ทหารอเมริกันที่พักอยู่โรงแรมกลางกรุงติดเชื้อโค วิด-19 จานวน 11 คน&amp;rdquo; ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายที่ 2 จับกุม นางสาวนชาลิสา ได้โพสต์เฟสบุ๊กว่า &amp;ldquo;ทหารอเมริกันที่พักอยู่โรงแรมกลางกรุง ติดเชื้อ โควิด-19 จานวน 11 คน&amp;rdquo; ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน. ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายที่ 3 จับกุม นายชัย ได้โพสต์เฟสบุ๊กว่า &amp;ldquo;ทหารอเมริกันที่พักอยู่โรงแรมกลางกรุง ติดเชื้อ โควิด-19 จานวน 11 คน&amp;rdquo; ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.ดำเนินคดี รายที่ 4 จับกุม นายสมชาย ได้โพสต์เฟสบุ๊ก ว่า &amp;ldquo;หมู-ไก่ เป็นโรคเอดส์&amp;rdquo; ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่าเป็นข่าวปลอม ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน. ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายที่ 5 จับกุม นายกิตติศักดิ์ ได้โพสต์เฟสบุ๊ก ว่า &amp;ldquo;ทหารอเมริกันที่พักอยู่โรงแรมกลางกรุง ติด เชื้อโควิด-19 จานวน 11 คน&amp;rdquo; ประสาน สภ.พิมาย จังหวัดนครราชสีมา จับกุมดำเนินคดี รายที่ 6 จับกุม นายเอกรัตน์ ได้โพสต์เฟสบุ๊กว่า &amp;ldquo;ทหารอเมริกันที่พักอยู่โรงแรมกลางกรุง ติดเชื้อ โควิด-19 จานวน 11 คน&amp;rdquo; ประสาน สภ.โชคชัย จังหวัดนครราชสีมา จับกุมดำเนินคดี รายที่ 7 จับกุม นายธนกฤษ ได้โพสต์เฟสบุ๊กว่า &amp;ldquo;ยาดองต้านโควิด&amp;rdquo; ซึ่งทางกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่าเป็นข่าวปลอม ประสาน ตำรวจ สภ.วิชิต จังหวัดภูเก็ต จับกุมดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายที่ 8 จับกุม นายนิพนธ์ โพสต์เฟสบุ๊กว่า &amp;ldquo;ฆ่าเชื้อโควิด-19 ด้วยการกินผลไม้ที่มีฤทธิ์ เป็นด่าง&amp;rdquo; ประสาน ตำรวจ สน.วังทองหลาง จับกุมดำเนินคดี รายที่ 9 จับกุม นางสุดารัตน์ ได้โพสต์เฟสบุ๊กว่า &amp;ldquo;ฆ่าเชื้อโควิด-19 ด้วยการกินผลไม้ที่มีฤทธิ์ เป็นด่าง&amp;rdquo; ประสาน ตำรวจ สน.คันนายาว จับกุม รายที่ 10 จับกุม นายคฑาวุธ ได้โพสต์เฟสบุ๊กว่า &amp;ldquo;หมู-ไก่ เป็นโรคเอดส์&amp;rdquo; ประสานตำรวจ สภ.บางปู จังหวัดสมุทรปราการ จับกุมดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งที่ผ่านมา สถิติการจับกุมผู้โพสต์ข่าวปลอมลดลงจากเดิม เนื่องจากประชาชนเริ่มเห็นแล้วว่าการโพสต์ข่าวปลอมนั้นเป็นความผิดที่ต้องถูกดำเนินคดี จึงความระมัดระวังการตรวจสอบก่อนโพสต์ข่าวต่างๆ กันมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77033</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, อาชญากรรม, เฟคนิวส์, โควิด-19, ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59cd570b6dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กปั๊ด&#039; สั่งจัดทีมสืบสวนมือปล่อยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ รพ.สระบุรี คาดคนร้ายอยู่ยุโรป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ หัวหน้าเพื่อประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ Anti-Fake News Center เปิดเผยถึงกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลสระบุรีถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ส่งผลให้ฐานข้อมูลระบบบริการผู้ป่วย และอีกหลายรายการไม่สามารถสืบค้นข้อมูลประวัติเก่าหรือให้บริการออนไลน์ได้ว่า เมื่อวานนี้ (9 ก.ย.)&amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตนจัดทีมสืบสวนทำคดีติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดแล้ว โดยร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองบังคับการแราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. และศูนย์คอมพิวเตอร์ กองทัพอากาศ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยนำเครื่องมือพิเศษไปใช้ตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นด้วย เบื้องต้นที่โรงพยาบาลสระบุรียังไม่ได้ทีการเรียกค่าไถ่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้ มีการก่อเหตุแฮกข้อมูลปล่อยมัลแวร์กับโรงพยาบาล และบริษัทแห่งอื่น ทั้งของรัฐบาล และเอกชน มีการเรียกค่าไถ่แลกกับข้อมูลที่ถูกแฮก ซึ่งมีบางรายยอมจ่ายเงินไปแล้วด้วย ในราคาไม่ถึงหลักล้านบาท ซึ่งจะไปตรวจสอบข้อมูลจากผู้เสียหายเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเบื้องต้นจากแผนประทุษกรรม เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นชาวต่างชาติที่ก่อเหตุในประเทศแถบยุโรป เนื่องจากในต่างประเทศเคยเกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้บ่อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการก่อเหตุของชาวต่างชาติ อีกทั้งยังไม่เคยพบว่ามีแฮ็คเกอร์คนไทยก่อเหตุในลักษณะนี้มาก่อน ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งระบบคอมพิวเตอร์ที่ และเครื่องมือพิเศษที่มีคุณภาพ ซึ่งในอนาคตครดว่าจะมีการจัดซื้อเพื่อนพมาให้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77027</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, มัลแวร์เรียกค่าไถ่โรงพยาบาล, รพ.สระบุรี, โรงพยาบาลสระบุรี, ไวรัสโจมตี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59bc6238327.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกจับพนันออนไลน์ เงินหมุน100ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปส.นำกำลังบุกทลายบ่อนพนันออนไลน์ในหัวหินหลังพนักงานราชการที่ยักยอกเงินราชการเกือบ 34 ล้าน ระบุเอาไปเล่นพนันเสียเกือบหมด จับกุมลูกจ้างได้ 9 คน พร้อมคอมพิวเตอร์ 66 เครื่อง พบมีเครือข่ายถึง 43 เว็บไซต์ เงินหมุนเวียนเดือนละกว่า 100 ล้าน เตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับ &amp;quot;เสี่ย อ.&amp;quot; ตัวการใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส.บช.ปส. ในฐานะหัวหน้าชุดเทคนิคและสืบสวน 2 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.หัวหิน นำกำลังตำรวจกว่า 50 นาย พร้อมหมายศาลจังหวัดหัวหินแยกย้ายเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 5 แห่งในหมู่บ้านสมอโพรง เขตเทศบาลเมืองหัวหิน เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หลังสืบทราบว่าลักลอบเปิดเล่นพนันออนไลน์ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 9 คน ยึดของกลางคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 66 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์เทคโนโลยีหลายรายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการทลายเว็บพนันออนไลน์ &amp;quot;มาเฟีย 88 ดอทคอม&amp;quot; ส่วนหนึ่งเป็นการขยายผลจากการจับกุม น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหายักยอกเงินงบประมาณราชการ จำนวน 33.9 ล้านบาท โดยการปลอมแปลงเอกสาร และโอนเงินออกจากระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS ไปเข้าบัญชีตนเองหลายบัญชี ก่อนนำเงินที่ได้ไปเล่นการพนันออนไลน์ผ่านเว็บ &amp;quot;มาเฟีย 88 ดอทคอม&amp;quot; จนเกือบหมดเกลี้ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พันธนะกล่าวว่า เว็บไซต์ &amp;quot;มาเฟีย 88 ดอทคอม&amp;quot; เป็นเว็บไซต์เล่นพนันออนไลน์ ที่เข้าตรวจค้นจะมีเครือข่ายอยู่ประมาณ 43 เว็บไซต์ มีลูกค้าเข้ามาเล่นการพนันจำนวนมาก โดยตรวจยึดอุปกรณ์ที่ใช้จัดดำเนินการให้บุคคลทั่วไปเข้าเล่นการพนันจำนวนมาก ซึ่งสถานที่ที่เข้าค้นจะเปิดทำธุรกิจรับออกแบบบังหน้า แต่เบื้องหลังจัดให้มีการเล่นหรือชักชวนเล่นพนันออนไลน์มาแล้วประมาณ 2 ปี มีเงินหมุนเวียนเดือนละ 100 ล้านบาท สำหรับผู้ถูกจับกุมทั้ง 9 คน เป็นเพียงลูกจ้าง ซึ่งตำรวจจะทำการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินหาตัวการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตำรวจชุด ศปอส.ตร.เตรียมเสนอศาลออกหมายจับ &amp;quot;เสี่ย อ.&amp;quot; นายทุนใหญ่ตัวการสำคัญสุดของเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ &amp;quot;มาเฟีย 88 ดอทคอม&amp;quot; นายทุนคนนี้เป็นคนอำเภอหัวหิน พื้นที่เกิดเหตุ และอาศัยการเป็นคนพื้นที่รับหน้าที่เป็นคนดูแลด้านสถานที่เกิดเหตุที่ตำรวจบุกเข้าจับกุม นอกจากนี้ เสี่ย อ. ยังมีพฤติกรรมฟอกเงินที่ได้จากเว็บพนัน โดยนำไปลงทุนในธุรกิจสีเทาหลายอย่าง เช่น ผับ บาร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเว็บพนันออนไลน์ &amp;quot;มาเฟีย 88 ดอทคอม&amp;quot; ตำรวจชุดสืบสวนให้ข้อมูลว่า เป็นเว็บพนันออนไลน์สัญชาติไทย มีเซิร์ฟเวอร์หลักคือ &amp;quot;มาเฟีย 88 ดอทคอม&amp;quot; อยู่ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีนายทุนหลายคนร่วมกันลงขันเงินทุนในการรับแทงพนัน ส่วนใหญ่เป็นพนันบาคารา อีกทั้งนายทุนบางคนลงแต่เงินและรับผลตอบแทน ไม่เคยเดินทางเข้ามาพื้นที่ในจุดที่ตำรวจบุกทลายด้วยซ้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70351</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนิษฐา หอยทอง, พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efdd725af8ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเท้าแชร์ &#039;บ้านภคมนมั่งคั่งร่ำรวย&#039; ลวงลงทุนออนไลน์พบเงินหมุนเวียนกว่า 480 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผู้บังคับการข่าวกรอง กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบก.ขส.บช.ปส.) แถลงข่าวการจับกุมตัวน.ส.ภคมน บวรโชคทวี อายุ 37 ปี เครือข่ายแชร์ออนไลน์ &amp;ldquo;บ้านภคมนมั่งคั่งร่ำรวย&amp;rdquo; ตามหมายจับของศาลอาญาพระโขนง ที่ จ.434/2563 ลงวันที่&amp;nbsp; 24 มิถุนายน 2563 ในความผิดฐาน &amp;ldquo; ฉ้อโกงประชาชน และ กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน&amp;rdquo; โดยจับกุมได้ที่ ลานจอดรถ ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พันธนะ เปิดเผยว่า ได้มีกลุ่มผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ได้ถูกหลอกให้ลงทุนแชร์ออนไลน์ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์โดยใช้ชื่อ บ้านภคมนมั่งคั่งร่ำรวย เสนอให้ผลตอนแทนสูงถึงร้อยละ 30 การลงทุนไม่มีกำหนดขั้นต่ำ แต่สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท / ห้อง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงร่วมลงทุนแชร์ออนไลน์ ซึ่งในตอนแรกได้รับผลตอบแทนตามที่ได้ตกลงไว้ แต่ต่อมามีการให้ผลตอบแทนไม่ตรงตามกำหนด และไม่ได้รับผลตอบแทนในที่สุด จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สน.พระขโนง และยังมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงเสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ เนื่องจากเท้าแชร์ รับปากว่าจะนำเงินมาจ่ายคืนให้ โดย น.ส.ภคมน จะเปิดวงแชร์ใหม่ หลอกคนใหม่ให้ลงทุนแชร์ หรือเล่นแชร์ จากนั้นจะนำเงินจากวงแชร์ใหม่ ไปจ่ายให้แก่ผู้เสียหายในแชร์วงเก่าที่ล้มไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดเทคนิคและสืบสวน(ศปอส.ตร.) ร่วมกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า น.ส.ภคมน บวรโชคทวี ได้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ โดยใช้ชื่อ บ้านภคมนมั่งคั่งร่ำรวย หลอกชักชวนประชาชนทั่วไป ให้ลงทุนในการเล่นแชร์ออนไลน์ ในลักษณะของการจ่ายรายวัน&amp;nbsp; แชร์ 1 วง 31 มือ เสนอผลตอบแทนสูง&amp;nbsp; เมื่อมีผู้สนใจลงทุนเล่นแชร์เต็ม 1 วง หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;ห้อง&amp;rdquo; ก็จะเปิดห้องแชร์ รับสมาชิกให้มาลงทุนใหม่เรื่อยๆ เฉลี่ยวันละ 1-3 ห้อง รวมแล้วมีวงแชร์ให้เลือกกว่า 70 ห้อง นอกจากนี้ หากสมาชิก สามารถชักชวนบุคคลอื่นมาลงทุน หรือเล่นแชร์ กับ บ้านภคมนมั่งคั่งร่ำรวย จะมีการจ่ายค่าแนะนำสมาชิก 100-200 บาท/คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวน พบว่ามีประชาชน ผู้เสียหายที่ลงทุนในแชร์ออนไลน์นี้ กว่า 400 ราย ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 480 ล้านบาท พนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาพระโขนง ศาลอนุมัติหมายจับตามหมายจับเลขที่ จ.434/2563 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2563 สามารถติดตามจับกุม น.ส.ภคมน บวรโชคทวี ได้บริเวณลานจอดรถ ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ล่าสุดมีผู้เสียหายกว่า 20 คน เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนสอบสวนขยายผล ดำเนินคดี และประสานงานกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ตรวจสอบและติดตามทรัพย์สิน ของผู้ต้องหานี้ที่ได้จากการกระทำผิด มาคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69794</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef5ad165f063.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
