<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!แพ็กเกจใหม่ยัดยาอีในซองครีมเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - ที่กองร้อย ตชด.245 หนองคาย พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จ.หนองคาย, พ.ต.อ.เพิ่มศักดิ์ ตาตะนันทน์ ผกก.ตชด24, พ.ต.อ.ภูวิศ ศิริพานิชย์ ผกก.สภ.โพนพิสัย, พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย รองผบก.ควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, น.อ.ราฆพ เทวะประทีป ผบ.นรข.เขตหนองคาย, พ.ต.ท.พลสันติ์ คมขาว ผบ.ร้อยตชด.24, พ.ต.ท.เบญจรงค์ ใบใหญ่ ผบ.ร้อยตชด.245 พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน,ตำรวจ ทหาร ตชด.ฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายชัยยศ ศรีบญเรือง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/486 หมู่ 13 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง ยาบ้าประมาณ 1,050,000 เม็ด, ยาเค 4 ก.ก., ยาอี ชนิดเม็ด สีฟ้าและสีส้ม จำนวน 34,600 เม็ด ยาอีชนิดเม็ดแคปซูล สีน้ำเงินและสีขาว 240 แผง จำนวน 2,400 เม็ด และยาอีชนิดผงบรรจุในซองครีมเทียม 22 ซอง ประมาณ 66 กรัม มูลค่ายาเสพติดทั้งหมดประมาณ 200 ล้านบาท รถยนต์เก๋งเชฟโรเลต อาวีโอ สีดำ ทะเบียน กบ 7923 อุดรธานี และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 5 ต.ค.64 เจ้าหน้าที่ ตชด.244 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีรถยนต์เก๋งสีดำ จอดอยู่บ่ริเวนบันไดทางลงริมแม่น้ำโขงบ้านสะง้อ ต.หอคำ อ.บึงกาฬ จ.บึงกาฬ ท่าทางมีพิรุธและมีการขนกระสอบสีขาวขึ้นรถ จึงได้มีการสนธิกำลังกันเข้าทำการตรวจสอบ และพบรถยนต์ตามที่รับแจ้งขับออกมาจากริมแม่น้ำโขงมุ่งหน้าทาง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ จึงได้ขับรถยนต์ติดตามอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งรถยนต์ขับมาถึงริมถนนโพนพิสัย - หนองคาย ช่วงบ้านโปร่งเย็น ต.จุมพล อ.โพนพิสัย คนขับรถได้จอดรถแล้วรีบวิ่งไปหลบอยู่กำแพงรั้วหลังหอพักครูวิทยาลัยเทคโนโลยีโพนพิสัย เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมไว้ได้ ในเวลาประมาณ 19.00 น. ตรวจสอบภายในรถพบยาเสพติดทั้งหมดซุกซ่อนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นนายชัยยศ ให้การรับสารภาพว่า มีเพื่อนคนหนึ่งติดต่อให้มารับยาเสพติด โดยบอกว่าเป็นกัญชา ที่ริมแม่น้ำโขง เมื่อมายังจุดนัดหมายก็มีคนมาช่วยยกกระสอบขึ้นรถ จากนั้นตนได้ขับรถออกมาเตรียมนำไปส่งในพื้นที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี โดยรับสารภาพว่าทำเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกช่วงเดือนสิงหาคม 64 เป็นยาบ้า 2 กระสอบ ได้ค่าจ้าง 100,000 บาท นำส่งพื้นที่ อ.บ้านผือ เช่นกัน ส่วนในครั้งนี้จะได้ค่าจ้าง 80,000 บาท ซึ่งรับค่าจ้างมาก่อนแล้ว 5,000 บาท แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนพิสัย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดตามแนวชายแดนด้าน จ.หนองคาย ยังคงน่าเป็นห่วง ได้มีการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนร่วมกันสกัดกั้นและปราบปรามอย่างเข้มข้น และจะเห็นว่ามีความพยายามหาแพ็กเก็จบรรจุยาเสพติดแบบใหม่มาเรื่อย ๆ เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามผู้ร่วมขบวนการและขยายผลการจับกุมผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี พร้อมขอบคุณประชาชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ ถือเป็นความร่วมมือที่ดีที่สุดในการปราบปรามยาเสพติด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองร้อย ตชด.245, ซองครีมเทียม, ผบก.ภ.จ.หนองคาย, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล, ยาอี, หนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d39c4e3217.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การขอนแก่น ถกทีมสืบสวนเร่งคลี่คลายคดี &#039;ยอดชาย&#039; ผูกคอตายในบ้าน ญาติติดใจเป็นฆาตกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.63 - ที่ สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เรียกประชุมด่วนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วม ภ.จว.ขอนแก่น และ&amp;nbsp; สภ.หนองเรือ เพื่อสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตของนายยอดชาย แสนสงค์ อายุ 46 ปี ชาวบ้าน บ.เหมือดแอ่ ม.7 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งพบเป็นศพผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพักของตัวเอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่คนในครอบครัวและชาวบ้านติดใจในการเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่าเนื่องจากการเสียชีวิตของนายยอดชาย นั้น&amp;nbsp;ภรรยาและญาติพี่น้อง รวมถึงชาวบ้านเกิดความสงสัยเพราะมีเลือดออกที่หว่างขา ซึ่งในกรณีดังกล่าวการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเรือ รอบคอบเพราะการตรวจที่เกิดเหตุ ได้เดินทางไปพร้อมกับแพทย์รพ.หนองเรือ และ เจ้าหน้าที่ ศพฐ.4&amp;nbsp; ที่มีการดำเนินการการตรวจทุกอย่างครบถ้วนตามขั้นตอน โดยแพทย์รพ.หนองเรือ ไม่ได้ลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิต แจ้งเพียงว่า เป็นการตายที่ไม่ชัดเจน จึงมีการส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในใบชันสูตรศพของแพทย์ รพ.หนองเรือ นั้น บอกเพียงว่า มีรอยถลอกที่ขา และโคนขา แต่ไม่ได้ลงความเห็นเรื่องเลือดไหล หรือบาดแผลที่อวัยวะเพศแต่อย่างใด ดังนั้น สาเหตุการของการเสียชีวิตนั้นจึงยังไม่ชัดเจน ยังต้องรอการตรวจพิสูจน์จากแพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า การเรียกประชุมครั้งนี้ นอกจากมีการสั่งการให้ชุดสืบสวนร่วมกันตรวจสอบในเรื่องของการเสียชีวิตของนายยอดชายแล้ว ยังคงกำชับและเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบ ที่มีการปล่อยเงินกู้ให้ภรรยาของผู้เสียชีวิตเกือบ 100,000 บาท เพื่อจะได้ควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะเป็นนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับการส่งศพนายยอดชายไปชันสูตรเป็นครั้งที่สอง คงจะระงับไว้ก่อน เพื่อรอให้แพทย์สรุปผลการชันสูตรศพครั้งแรกออกมา ซึ่งเมื่อผลการชันสูตรศพออกมาก็ต้องดูอีกว่าภรรยาและญาติพี่น้องพอใจหรือไม่ ซึ่งทั้งสองกรณีได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.นพเก้า โสมนัส รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เป็นหัวหน้าชุดในการสืบสวนสอบสวน จนกว่าคดีจะสิ้นสุด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70937</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ผูกคอตาย, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล, สภ.หนองเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f06c0742748b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกก.สอบชุดใหม่ ไขปมตายในโรงพัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้การฯ ขอนแก่น สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีผู้ต้องหาเสียชีวิตภายในห้องขัง สภ.เวฬุวัน ระบุ ยังไม่เด้ง ผกก.กับพวก เพราะรอผลสรุปเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่ นายพุทธพร โสภาพล หรือโท อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 212 บ้านท่อน หมู่ 2 ตำบลโนนท่อน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เสียชีวิตภายในห้องขัง สภ.เวฬุวัน อ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมารดาและญาติพี่น้องต่างก็พากันติดใจการตาย เพราะตามร่างกายมีรอยช้ำ ปากแตก และแพทย์ได้แจ้งญาติในเบื้องต้นว่า มีบาดแผลในช่องท้อง พยายามแจ้งความตั้งแต่วันที่พบเป็นศพ แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง กระทั่งผ่านไป 6 วัน ตำรวจจึงรับแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา นางจันทร์ เพียชา อายุ 60 ปี น้าสาวคนตาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษตำรวจชุดจับกุมคนตายและผู้ดูแลผู้ต้องขัง ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ป.อาญา 157 ในขณะที่ พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน ได้มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว หากตายจากการกระทำของบุคคลอื่น ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น นางจันทร์ เพียชา อายุ 60 ปี น้าสาวของผู้เสียชีวิต และ น.ส.วาสนา สอนศักดา อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133 ม.5 บ้านโคกเปี้ย ต.บ้านค้อ อ.เมืองขอนแก่น แฟนสาวของผู้ตาย พร้อมญาติพี่น้องได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เพื่อเข้าพูดคุยเนื่องจากญาติพี่น้องติดใจการเสียชีวิตของนายโท โดยมี พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน และ พ.ต.ท.รุ่งศักดิ์ จงกลรัตน์ รอง ผกก.สส.สภ.เวฬุวัน ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง สภ.เวฬุวัน เข้าพบและพูดคุยทำความเข้าใจกับญาติผู้ตายด้วย โดยมีการพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า &amp;nbsp;กรณีที่ญาติผู้ตายติดใจการตายของนายโทนั้น เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องทำให้กระจ่างในทุกกรณี ทั้งตรวจสอบว่า หลังรับแจ้งเหตุบุกรุกเคหะสถาน เมาสุรา ประพฤติตนวุ่นวายนั้น ใครเข้าระงับเหตุบ้าง รวมถึงการควบคุมตัวไปที่ สภ.เวฬุวัน ผู้ถูกควบคุมตัวมีพฤติกรรมอย่างไร ทุกขั้นตอนและทุกความสงสัยต้องมีคำตอบ ในส่วนของกล้องวงจรปิดที่ญาติต้องการดูนั้น ก็สามารถดูได้ ไม่ใช่สิ่งหวงห้าม เพราะญาติต้องได้ดู เพื่อให้หายสงสัย แต่ต้องให้ญาติพูดคุยกันและรวมตัวกันมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วดูพร้อมๆ กัน ในขณะเดียวกัน หากญาติไม่พอใจการทำงานของตำรวจ สภ.เวฬุวัน และต้องการให้เปลี่ยนคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นชุดใหม่ ก็จะเปลี่ยนให้ โดยจะแต่งตั้งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ ภ.จว.ขอนแก่น เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับญาติคนตาย จริงๆ เรื่องนี้ไม่น่าจะยืดเยื้อ ถ้าตำรวจ สภ.เวฬุวัน มีการสื่อสาร ทำความเข้าใจกับญาติพี่น้องคนตาย และให้ญาติดูกล้องวงจรปิดตั้งแต่หลังเกิดเหตุ หรือรับแจ้งความ ก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาแบบนี้ แต่เมื่อเกิดปัญหาแล้ว ผกก.สภ.เวฬุวันก็ไม่นิ่งเฉย มีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา เพื่อสืบสวนสอบสวนให้กระจ่างชัดกับสิ่งที่ญาติติดใจการตาย และขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวคนตาย แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอผลชันสูตรศพจากแพทย์ด้วยว่า การตายครั้งนี้เกิดจากสาเหตุใด มีบุคคลอื่นทำให้ตายหรือไม่ ถ้าแพทย์ระบุว่าตายเพราะถูกทำร้าย ก็จะมีการติดตามคนที่ทำให้ตายมีดำเนินการตามกฎหมาย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีการสั่งย้ายตำรวจใน สภ.เวฬุวัน แต่อย่างใด เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนถูกควบคุมตัวไม่ได้เกิดใน สภ.เวฬุวัน แต่เกิดขึ้นภายนอก แล้วเสียชีวิตในห้องขังของ สภ.เวฬุวัน ฉะนั้นต้องรอผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน รวมถึงรอผลชันสูตรศพจากแพทย์ด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในระหว่างที่คณะกรรมการฯ กำลังทำการตรวจสอบอยู่นั้น ก็ขอให้ญาติพี่น้องคนตายใจเย็นๆ ก่อน ขอยืนยันว่าจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา หากคนตายถูกทำร้ายเป็นสาเหตุให้ตายก็จะต้องมีคนรับผิดชอบกับเหตุการณ์ครั้งนี้&amp;quot; ผู้การฯขอนแก่น กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.วาสนา สอนศักดา อายุ 42 ปี แฟนผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากแฟนเมาสุราหนักและพูดจาไม่รู้เรื่อง จึงแจ้งตำรวจไปควบคุมตัวแฟนมาระงับสติที่ สภ.เวฬุวัน เพื่อให้แฟนได้นอนพักผ่อน เมื่อสร่างเมาก็จะมารับกลับบ้าน ขอยืนยันว่าไม่ได้แจ้งความจับแฟนตัวเอง ซึ่งเมื่อตำรวจไประงับเหตุที่บ้านก็นำแฟนมาที่ สภ.เวฬุวัน ขณะนั้นร่างกายแฟนก็ยังปกติทุกอย่าง แต่ถูกใส่กุญแจมือไพล่หลังเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แฟนเมา แต่ร่างกายแฟนไม่มีบาดแผลและไม่ได้แจ้งความจับแฟนตัวเอง คิดเพียงว่า เมา คุยกันไม่รู้เรื่อง ตำรวจน่าจะช่วยได้ จึงให้ตำรวจมาคุมตัวไป กระทั่งเช้าวันที่ 30 มีนาคม ตำรวจโทรแจ้งว่าแฟนตายแล้ว จึงรีบเดินทางมาดูศพ ตกใจมาก เพราะแฟนมีร่างกายแข็งแรง แต่ตายในห้องขังโดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นก็มีตำรวจตามให้มาเซ็นในเอกสารแจ้งความ ข้อหาบุกรุกเคหสถาน จึงไม่เซ็น เพราะไม่ได้แจ้งจับแฟนตัวเอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นางจันทร์ เพียชา อายุ 60 ปี น้าสาวคนตาย กล่าวว่า หลังเข้าพบผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และพูดคุยกันก็เข้าใจในกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ยังข้องใจในเรื่องบาดแผลตามร่างกายของคนตายว่ามีได้อย่างไร ก็ให้มีการตรวจสอบหาคนที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้บังคับการตำรวจภูธรก็รับปากว่าจะจัดการให้ และจะตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดใหม่ขึ้นมา ตรวจสอบให้ความกระจ่างในทุกประเด็น ทุกข้อสงสัย ขณะนี้ญาติพี่น้องทุกคนพอใจ และจะนำเรื่องที่ได้พูดคุยกันครั้งนี้ไปบอกนางพูลสุข โสภาพล อายุ 73 ปี มารดาคนตายที่กินยาฆ่าตัวตายตามลูกชาย เพราะคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมให้ทราบรายละเอียดทั้งหมด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62316</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทร์ เพียชา, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล, พุทธพร โสภาพล, วาสนา สอนศักดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200406/image_big_5e8b15b40e766.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
