<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งส่งหัวโจกศึกสถาบัน ไปเรียนในต่างจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.5 เผย 22 นักเรียนช่างไล่ฆ่าอริ อยู่ในข่ายถูกดำเนินคดี เตรียมขอหมายจับล็อตแรก 7 คน มีทั้งผู้ที่ยังเรียนและศิษย์เก่า รองเลขาฯ กอศ.กำชับสถานศึกษาห้ามยื่นมือช่วยเหลือเพื่อให้เป็นตัวอย่าง แย้มแนวทางแก้เด็กเหลือขอ หากพักการเรียนยังไม่ดีขึ้น จะส่งไปเรียนต่างจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธ กรณีกลุ่มนักเรียนอาชีวะไล่ปาระเบิดและยิงนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ ที่ถนนศรีนครินทร์ เขตบางนา จนนายชนาธิป เปี่ยมอยู่ หรือมอส อายุ 17 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ถูกยิงเสียชีวิต ว่าคดีนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 22 คน ใช้จักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 12 คัน โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค. เจ้าหน้าที่สามารถติดตามรถที่ใช้ในการก่อเหตุได้ 3 คัน ขณะเดียวกันได้เชิญพยานแวดล้อม พยานบุคคล และให้ผู้ปกครองพากลุ่มเยาวชนมาให้ข้อมูลแล้ว 6 คน ทราบความสอดคล้องในการสืบสวนว่า ขณะเกิดเหตุใครทำอะไร ที่ไหน แต่ละคนมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุอย่างไรบ้าง ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามหาผู้ที่ใช้อาวุธปืนและระเบิด รวมถึงผู้ร่วมก่อเหตุทั้ง 22 คนกับจักรยานยนต์ทั้งหมด โดยกำลังรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดพระโขนงออกหมายจับผู้ก่อเหตุที่ยังเป็นเยาวชนและศิษย์เก่า 7 คน ใน 4 ข้อหา คือ &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.5 กล่าวว่า สำหรับมาตรการในการป้องกันเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังสถาบันการศึกษา เชิญผู้อำนวยการและฝ่ายปกครอง ทั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ และวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ มาพูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อวางมาตรการป้องกันนักเรียนไม่ให้มาก่อเหตุทำให้สังคมเดือดร้อนอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวภายหลังประชุมหารือกับผู้บริหารสถานศึกษาที่นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท เพื่อทบทวนมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหา ว่า ที่ประชุมได้พูดถึงเหตุการณ์ก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยเหตุการณ์ที่เกิดความขัดแย้งระหว่างเด็กวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการกับวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ตนได้มอบหมายให้ทั้ง 2 สถาบันไปรวบรวมรายชื่อผู้ก่อเหตุทะเลาะวิวาททั้งหมด แล้วให้วิทยาลัยตั้งข้อกล่าวหาเด็กเหล่านี้ว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสม พร้อมกับเรียกตัวผู้ปกครองมารับทราบว่าจะต้องให้เด็กหยุดพฤติกรรมดังกล่าวในทันที หากยังก่อเหตุขึ้นอีกจะต้องถูกพักการเรียน หรือหากยังมีพฤติกรรมไม่ดีขึ้นจะใช้มาตรการการแยกตัวเด็กออกไปเรียนที่อื่นในต่างจังหวัด เช่น เพชรบุรี หรือประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น หากเด็กคู่กรณีไม่เจอกันแล้วเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทก็จะไม่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพลกล่าวว่า กรณีเด็กวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการ และวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ ที่ก่อเหตุยิงกันจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น จากข้อมูลพบว่าน่าจะเป็นความเข้าใจผิด ซึ่งนักเรียนทั้งสองสถาบันขี่รถจักรยานยนต์สวนทางกัน แล้วท้าทายกันทั้งที่ไม่รู้จักกัน และไม่รู้ว่าใครอยู่สถาบันไหน เพราะไม่ได้แต่งชุดนักศึกษา ซึ่งในกรณีนี้ต้องให้กลุ่มเด็กที่ถูกกระทำหยุดเรียนไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบานปลาย ส่วนกลุ่มก่อเหตุปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยห้ามไม่ให้ทางวิทยาลัยเข้าไปรับรองหรือช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด เพื่อให้เป็นกรณีตัวอย่าง นอกจากนี้ตนยังขอให้ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีสมุทรปราการคุมเด็กให้ดี ต้องรู้ว่าใครเป็นหัวโจก ต้องแยกเด็กออกจากกลุ่ม และให้ทำกิจกรรม กลับบ้านช้ากว่าคนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมเห็นตรงกันว่ามาตรการต่างๆ ที่ สอศ.ออกมานั้น ยังดีและเข้มแข็งอยู่ แต่ในช่วงที่ผ่านมาอาจจะปฏิบัติไม่เข้มแข็งพอ ประกอบกับพฤติกรรมในการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของเด็กได้เปลี่ยนไป โดยอาจารย์จากวิทยาลัยบางแห่งได้เล่าให้ที่ประชุมฟังว่า เด็กเปลี่ยนจากตีกันตามป้ายรถเมล์แล้ว เพราะทุกวันนี้เด็กไม่ขึ้นรถเมล์มาเรียน แต่ขับขี่จักรยานยนต์มาเรียนแทน ส่งผลให้ค่อนข้างป้องกันปัญหาได้ยาก แม้เราจะมีมาตรการไม่ให้เด็กแต่งชุดนักศึกษา อีกทั้งสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่สุดท้ายก็ยังก่อเหตุกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าจะช่วยลดปัญหาแย่ๆ เหล่านี้ได้ก็คือ เมื่อเด็กคนไหนก่อเหตุแล้วต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด&amp;quot; รองเลขาฯ กอศ.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41871</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ, พีระพล พูลทวี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d385ffe15126.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายผับปาร์ตี้ยา 5เสือเจอเด้งด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมการปกครองร่วมกับทหารจู่โจมตรวจค้นผับ &amp;quot;56 อารีน่า&amp;quot; ท้องที่ สน.วัดพระยาไกร พบเปิดเกินเวลา มั่วสุมยาเสพติด จับนักเที่ยวตรวจฉี่ พบมีสารเสพติด 114 ราย แถมปล่อยให้เยาวชนเข้าไปใช้บริการ &amp;quot;5 เสือ&amp;quot; ถูกเชือดทันควัน ผบก.น.5 เซ็นคำสั่งเด้งเข้ากรุ พร้อมตั้งกรรมการสอบ ขณะที่สถานบริการถูกสั่งปิด 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 ให้สัมภาษณ์เมื่อเที่ยงเศษ วันที่ 20 มกราคมนี้ กรณีเจ้าหน้าที่กรมการปกครองและทหารร่วมกันตรวจค้นสถานบันเทิง 56 อารีน่า มิวสิค ฮอลล์ ในท้องที่ สน.วัดพระยาไกร พบยาเสพติดจำนวนมาก ว่า อยู่ระหว่างรอผลรายงานการจับกุมจาก สน.วัดพระยาไกร พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตำรวจพื้นที่ ว่ามีการปล่อยปละละเลยให้สถานบริการเปิดเกินเวลา รวมถึงปล่อยให้มียาเสพติดภายในสถานบันเทิงหรือไม่ ทั้งนี้ เมื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วจะมีคำสั่งย้าย 5 เสือ สน.วัดพระยาไกร มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (ศปก.บก.น.5) ระหว่างรอพิจารณาข้อบกพร่องภายในวันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จะมีการยื่นเรื่องเสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งปิดสถานบริการดังกล่าว 5 ปี เนื่องจากขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 22/2558 เรื่องการควบคุมสถานบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย พล.ต.ต.มงคลได้มีคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ที่ 16/2562 ลงวันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2562 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการและรักษาราชการแทน โดยให้ 5 นายตำรวจ ประกอบด้วย 1.พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี ผกก.สน.วัดพระยาไกร 2.พ.ต.ท.พิพัฒน์ บุญพิทักษ์ รอง ผกก.ป.สน.วัดพระยาไกร 3.พ.ต.ท.ชนันท์ เปรมปลื้มจิตต์ รอง ผกก.สส.สน.วัดพระยาไกร 4.พ.ต.ท.ชาญวิทย์ ละออเอี่ยม สวป.สน.วัดพระยาไกร และ 5.พ.ต.ต.พรชัย สุขเจริญ สว.สส.สน.วัดพระยาไกร ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.บก.น.5 และมอบหมายให้ พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช รอง ผบก.น.5 รักษาราชการแทนตำแหน่ง ผกก.สน.วัดพระยาไกร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 02.30 น. ศูนย์อำนวยการประสานกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 (ศอ.กต.) นำโดยนายแสงประทีป โกมลบุตร ผู้ตรวจราชการ กรมพินิจและคุ้มครองเด็ก ชุดเฉพาะกิจกรมการปกครอง นำโดย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับ สืบสวนและปราบปราม สํานักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง สนธิกำลังกองทัพภาคที่ 1 กองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย หมวด รส. บางคอแหลม ส.พัน 9 พล.ร.9 สำนักงาน ป.ป.ส. กรมควบคุมโรค สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และ ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงลักษณะเป็นผับ ชื่อ &amp;ldquo;56 Arena Music Hall&amp;rdquo; ถนนเจริญราษฎร์ แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. หลังได้รับการร้องเรียนว่าสถานบันเทิงแห่งนี้ปล่อยให้เยาวชนและนักเที่ยวเข้าไปมั่วสุมเสพยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไปถึงพบว่าภายในสถานบันเทิงขนาดใหญ่ ยังเปิดให้บริการอยู่ มีการเปิดเพลง โดยนักเที่ยวจำนวนราว 700-800 คน กำลังดื่มกินและเต้นกันอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมสั่งให้ปิดเสียงดนตรีและเปิดไฟภายในร้าน ทำให้นักเที่ยวต่างแตกฮือพยายามที่จะหลบหนี และหนีไปได้ส่วนหนึ่ง ที่เหลือจำนวน 356 คนถูกตรวจปัสสาวะ พบผู้มีสารเสพติดในร่างกาย จำนวน 114 คน แบ่งออกเป็นชาย 76 คน หญิง 38 คน มีเยาวชนมาใช้บริการ 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบภายในร้าน พบยาเสพติด เคตามีน บรรจุในซองพลาสติกใส 45 ซอง และถูกห่อด้วยธนบัตร 20 ฉบับ ยาอีบรรจุในซองพลาสติกใส 9 ซอง ยาไอซ์ และซองยาเสพติดที่เสพแล้วพร้อมด้วยอุปกรณ์การเสพ จำนวนกว่า 200 รายการ ตกเกลื่อนทั้งกลางร้าน ภายในห้องน้ำ หน้าเคาน์เตอร์เก็บเงิน และบริเวณชั้นลอยของร้าน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ตรวจสอบใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ พบว่าผับแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสงประทีปเปิดเผยว่า การเข้าจับผับ 56 อารีน่า มิวสิค ฮอลล์ ครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนผ่านกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าสถานบริการดังกล่าวปล่อยปละละเลยให้มีการเสพสารเสพติดภายในร้าน โดยมีเอเยนต์จำหน่ายยาเสพติดแฝงตัวอยู่ภายในร้าน และเปิดให้บริการเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถือว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง จึงบูรณาการกำลังหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายรณรงค์กล่าวว่า จากการเข้าตรวจค้นพบว่ามีการตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตแล้วทางร้านไม่มีมาแสดง และจากการข่าวที่เราส่งสายลับเข้ามาตรวจสอบแล้ว พบว่าสถานบริการดังกล่าวปิดทำการประมาณตี 3 ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ชัดเจน ที่สำคัญพบว่าสถานบริการดังกล่าวมีการใช้ยาเสพติดกันอย่างแพร่หลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อหาแก่เจ้าของร้าน เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด, จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์, โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังมีความผิดฐานปล่อยปละละเลยให้มียาเสพติดในสถานบริการ ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ ซึ่งเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 เป็นเหตุให้ถูกสั่งปิดเป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะได้แจ้ง ผบช.น.มีคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าวต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27077</URL_LINK>
                <HASHTAG>56 อารีน่า มิวสิค ฮอลล์, พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ, สน.วัดพระยาไกร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190120/image_big_5c4484282ffc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดต.ฆ่าหนุ่มฝรั่งเศส ชิงรักยิงคาคอนโด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาบตำรวจก่อคดีฉาว ชกต่อยกับนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส แต่สู้ไม่ได้ คว้าปืนตามไปยิงขณะเหยื่อจะกลับเข้าห้องพักในคอนโดฯ กลางกรุง กระสุนเจาะอกตายคาที่ แล้วมอบตัว ถูกสั่งให้ออกจากราชการทันที บิ๊กแป๊ะเต้นสั่งฟันเฉียบขาด ผบช.น.เผยยังไม่มีข้อมูลรับจ๊อบคุมสถานบันเทิง สั่งขยายผลเอาผิดพนักงานเสิร์ฟเจ้าของปืน และผู้ร่วมก่อเหตุอีก 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.20 น. วันที่ 12 ธันวาคมนี้ ตำรวจ สน.ลุมพินีรับแจ้งเกิดเหตุยิงกันตายที่อาคารเทรนดี้ สุขุมวิท 13 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงไปตรวจสอบ พบบริเวณหน้าร้าน ดังกิ้น โดนัทส์ ภายในอาคารพบศพนายมาลิก จาเมล นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส อายุ 35 ปี ถูกยิงที่อก 2 นัด ขณะที่ น.ส.ขวัญจิรา (สงวนนามสกุล) เพื่อนของผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายไปดื่มกินที่ร้าน &amp;quot;ลักกี้ ซ็อต&amp;quot; ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท 11/1 แล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคนร้าย มีการท้าชกต่อยกันภายในร้าน คนร้ายสู้ไม่ได้ ซึ่งขณะที่ผู้ตายกลับมายังห้องพักชั้น 8 อาคารเทรนดี้ คนร้ายตามมาทันบริเวณหน้าร้านดังกิ้น โดนัทส์ และใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงผู้ตายเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดลักษณะรูปพรรณสัณฐานคนร้าย ยืนยันตรงกันว่าเป็น ด.ต.กันตพงษ์ ฮวดศรี ผบ.หมู่ ป.สน.ลุมพินี ส่วนคนร้ายอีกคนไม่ทราบชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินีได้นำกำลังไปตรวจที่ห้องพักในแฟลตตำรวจ พบ ด.ต.กันตพงษ์ จึงนำไปยัง สน.ลุมพินี ควบคุมตัวไว้ในห้องขัง เพื่อให้สงบสติอารมณ์ก่อนเบิกตัวมาสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้เดินเข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุคือ ด.ต.กันตพงษ์ &amp;nbsp;ล่าสุดได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกับ สน.ลุมพินีเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เบื้องต้นพบว่าสาเหตุเกิดจากความหึงหวงและมึนเมา เนื่องจากคนร้ายและผู้ตายชอบผู้หญิงคนเดียวกันและได้มีปากเสียงกันมาก่อนหน้านี้ ภายในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 11/1 ก่อนจะชกต่อยกัน แต่คนร้ายที่เป็นตำรวจไม่สามารถสู้ได้ เมื่อผู้ตายเดินทางกลับมาที่เกิดเหตุ คนร้ายจึงนำอาวุธปืนมายิงต่อหน้าแฟนสาวจนเสียชีวิตคาที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.สตม.กล่าวว่า ได้ประสานไปยังสถานทูตฝรั่งเศส และทำความเข้าใจกับญาติผู้ตายตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว โดยคดีนี้ไม่มีความซับซ้อน ส่วนความผิดทางวินัยนั้น กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้เรียบร้อยแล้ว ตามที่นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุให้บังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหน้าที่ทุกนายอย่างเท่าเทียมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า มีชายอีก 1 คนที่เดินทางมายังจุดเกิดเหตุพร้อมกับ ด.ต.กันตพงษ์ มือปืน ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อทำการขยายผลต่อไป นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่า อาวุธปืนที่ ด.ต.กันตพงษ์ใช้ก่อเหตุ เป็นของพนักงานเสิร์ฟในร้านเหล้า นำมาให้ ด.ต.กันตพงษ์ใช้ก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุแล้ว เบื้องต้นได้มีคำสั่งให้ ด.ต.กันตพงษ์ ฮวดศรี ผบ.หมู่ป.สน.ลุมพินี ออกจากราชการทันที ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของคนร้ายอีกหนึ่งคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งเหตุชาวต่างชาติเสียชีวิตไปยังกองบังคับการกองการต่างประเทศ (ตท.) เพื่อแจ้งเหตุไปยังสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และแจ้งเหตุไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งคดีนี้ได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ได้กำชับให้ต้นสังกัดตรวจสอบดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างถึงที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กระทำความผิดกฎหมายเสียเอง ต้องมีการสอบสวนดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กร และขอยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องตำรวจที่กระทำความผิดกฎหมายอย่างแน่นอน ต้องรับโทษมากกว่าบุคคลธรรมดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เข้าสอบปากคำ ด.ต.กันตพงษ์ และเปิดเผยหลังสอบปากคำว่า กรณีดังกล่าวมาจากการทะเลาะวิวาทเรื่องส่วนตัวจนเกิดบันดาลโทสะ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตรู้จักกันมากว่า 1 ปี มีความสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง กรณีกระแสความเหมาะสมว่าผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจสายปราบปราม แต่ไปรับจ้างดูแลสถานบันเทิงบริเวณนั้น ยืนยันว่ายังไม่ได้รับรายงาน แต่การแต่งกายนอกเครื่องแบบเข้าไปในสถานบันเทิงสามารถกระทำได้ เพราะอาจเป็นภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นอาจมีผลกระทบกับภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว แต่ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ล่าสุด ผบช.สตม.ได้เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับทางสถานทูตฝรั่งเศสแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้กำชับตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ท่องเที่ยวให้ใช้ความอดทนอดกลั้นในการทำงาน กรณีมีกระแสข่าวว่ามีพนักงานของร้านรายหนึ่งเป็นคนยื่นอาวุธปืนให้ดาบตำรวจก่อเหตุนั้น อยู่ระหว่างขยายผล รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อนำมาเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่าตำรวจผู้ก่อเหตุเคยมีคดียิงผู้อื่นเสียชีวิตเมื่อ 7-8 ปีก่อน ผบช.น.บอกว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม หากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้ดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ควบคุมตัว ด.ต.กันตพงษ์ ฮวดศรี อายุ 49 ปี ผบ.หมู่ ป.สน.ลุมพินี ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ, พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 ธ.ค.นี้ เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานอีก 6 ปาก รอผลการตรวจอาวุธปืนของกลาง และอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงใส่นายเอทกากิ มาลิก จาเมล (AIT KAKI MALIK DJAMEL) อายุ 41 ปี นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส &amp;nbsp;2 นัดจนถึงแก่ความตายที่บริเวณหน้าร้านดังกิ้น โดนัทส์ ภายในอาคารเทรนดี้ สุขุมวิท 13 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371, 376&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราวเกรงจะหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จนหมดเวลาทำการแล้ว ไม่มีญาติมายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว ด.ต.กันตพงษ์แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24092</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181212/image_big_5c11103f21782.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
