<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แป๊ะ&#039;ลั่นไม่ตายฟรี ตีวงฆ่ากำนันเตี้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.บุกหนองคาย ติดตามคดีฆ่ากำนันเตี้ย เผยตำรวจกำลังทำงานเต็มที่ มีความคืบหน้าแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ มุ่งประเด็นพิทักษ์ผลประโยชน์ส่วนรวม ขัดแย้งส่วนตัว ลั่นคนดีต้องไม่ตายฟรี พบแล้วล้อจักรยานยนต์ของคนร้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.สส.ภ.4 เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกยิงนางกรรณิการ์ วงค์ศิริ หรือกำนันเตี้ย กำนันตำบลผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย โดยมี พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน รายงานผลการปฏิบัติงาน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังด้วย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ประเด็นที่ตำรวจทำการสืบสวนมุ่งไปที่เรื่องการขัดแย้งเรื่องที่ดิน, เรื่องเกี่ยวกับการร้องเรียนวัดถ้ำศรีมงคล หรือวัดถ้ำดินเพียง, เรื่องการทวงคืนผืนป่า 120 ไร่ และเรื่องชู้สาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์เปิดเผยว่า วันนี้มาฟังรายงานการดำเนินการสืบสวน ที่มาที่ไปของคดี โดยทราบว่ากำนันเตี้ยเป็นคนตรงไปตรงมา ประเด็นของการฆาตกรรมน่าจะเกิดจากความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะ 3-4 ประเด็น ทั้งที่ดิน ส.ป.ก. การทวงคืนผืนป่า ส่วนประเด็นที่ตำรวจตัดไปคือเรื่องชู้สาว ในส่วนของคนร้ายขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวได้ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ถูกนำไปทิ้งน้ำและเจ้าหน้าที่ยึดมาได้นั้น น่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับคดีอยู่แล้ว แต่ต้องรอให้รถแห้งก่อน เพราะรถจมน้ำอยู่ ต้องใช้เวลาจึงจะพิสูจน์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสาวไปถึงคนร้ายและผู้บงการ หลักฐานบางอย่างยังพูดไม่ได้ก็ต้องขอสงวนไว้ อย่างไรก็ตาม การทำงานไม่ได้กำหนดเวลา แต่จะทำให้ดีที่สุด ส่วนความขัดแย้งเกี่ยวกับประเด็นสาธารณะก็ยังไม่ทราบชัดเจนว่าจะไปเกี่ยวข้องกับบุคคลใด เพียงแต่ตั้งประเด็นไว้เฉยๆ ยังไม่มีการลงลึกไปที่ตัวบุคคล ส่วนการสอบปากคำ หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องก็ให้เรียกมาสอบสวน สำหรับประเด็นที่ญาติให้น้ำหนักไปที่การขัดแย้งที่ดิน ส.ป.ก. ทางตำรวจก็รับฟังไว้ เพราะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ตายมากที่สุด แต่ประเด็นอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถหาได้ วันนี้คืบหน้าไปพอสมควรประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน &amp;nbsp;พฤติกรรมของคนร้ายที่พบจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดซึ่งบางตัวก็เสียในจุดที่สำคัญ แต่ตำรวจก็มีวิธีการทำงานอยู่แล้ว เนื่องจากพื้นที่ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ชายแดน ก็ได้ประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว ขณะนี้มีแต่ดูสาเหตุและประเด็นต่างๆ ที่พอจะเป็นไปได้ มันต้องไปทีละขั้นตอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการฆาตกรรมกำนันเตี้ย อาจจะโยงไปถึงคดีจับกุมข้าราชการเรื่องทำบัตรประชาชนปลอมในพื้นที่ ต.ผาตั้ง อ.สังคม ด้วยหรือไม่ ว่าตนยังไม่ทราบประเด็นนี้ แต่จะลองประสานกับกองปราบปรามดูอีกที ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นใหม่ก็ได้ แต่เท่าที่ฟังรายงานมาไม่มีเรื่องนี้ ส่วนจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวก็ยังให้ข้อมูลไมได้ โดยขณะนี้ได้มอบนโยบายให้พนักงานสอบสวนรีบติดตามคนร้ายให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นการให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าคนดีอย่างกำนันเตี้ยไม่ควรต้องตายฟรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า อาจจะต้องลงพื้นที่จังหวัดหนองคายติดตามคดีนี้อีกครั้ง อะไรที่เกี่ยวข้องกับคดี ตำรวจทำเต็มที่ อย่างคดีชิงทองที่ลพบุรีก็ทำเต็มที่ คดีนี้ง่ายกว่าคดีที่ลพบุรีเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเดินทางกลับถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง ว่าคดีนี้มีความคืบหน้าไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว ตอนนี้ได้มุ่งปมไปที่ความขัดแย้งส่วนตัว และขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ แต่สามารถตัดประเด็นชู้สาวทิ้งไปได้ จากการสืบสวนเบื้องต้น คนร้ายที่ก่อเหตุลงมือเพียงคนเดียว เชื่อว่ามือปืนอาจจะไม่รู้จักกับผู้ตาย แต่เคยมาดูลาดเลาก่อนลงมือก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม คดีที่เกิดขึ้นทุกคดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฆาตกรรม หรือชิงทอง ปล้นธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการจับกุมคนร้ายให้ได้อยู่แล้ว พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน แต่ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานด้วย เพราะความยากง่ายแต่ละคดีไม่เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในพื้นที่ หลังจากตำรวจพบรถจักรยานยนต์ถูกถอดล้อทั้งสองล้อ ชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น ท่อไอเสีย กระจกมองข้างซ้ายหายไป ชุดประดาน้ำกู้ภัยประจักษ์หนองคายได้ดำน้ำค้นหาพบกระจกมองข้างและดุมล้อ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าคนร้ายได้พบหลักฐานสำคัญที่หายไป คือล้อรถจักรยานยนต์ของคนร้ายทั้งสองล้อ โดยเป็นกลุ่มวัยรุ่นในละแวกบ้านใกล้กับอ่างเก็บน้ำ มาเจอรถจักรยานยนต์ของคนร้ายในช่วงเย็นวันที่ 2 ก.พ.63 ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นได้พากันขี่รถจักรยานยนต์จะนำไปล้างที่อ่างเก็บน้ำ แล้วไปพบรถจักรยานยนต์ของคนร้ายถูกทิ้งอยู่ในน้ำก่อนแล้ว จึงพากันนำรถขึ้นมาจากน้ำ โดยเห็นว่าล้อรถทั้งสองข้างเป็นล้อแต่งซิ่ง จึงได้ถอดล้อทั้งสองข้างออก พร้อมเอาท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ไปด้วย จากนั้นก็นำรถจักรยานยนต์คนร้ายทิ้งไว้ในน้ำตามเดิม โดยขณะนี้ตำรวจได้เก็บล้อของกลางและท่อไอเสียไว้ที่ สภ.สังคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56401</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรณิการ์ วงค์ศิริ, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ, พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์, พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ac1fac30a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาราโอเกะค้ากาม แฉ&#039;ดาบ&#039;รับส่วย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุกรวบแม่เล้าวัย 19 พาเด็กสาววัย 15 ขายตัวในโรงแรม รับทั้งเงินสดและยาบ้า ตำรวจเผยเป็นเครือข่ายยาเสพติด &amp;quot;ร้อยเอ็ดมันทุกเม็ด&amp;quot; พฤติกรรมสุดทราม แม่พาลูกขายตัว พ่อข่มขืนลูกก่อนส่งค้ากาม ที่ชัยภูมิ ดีเอสไอร่วมกรมการปกครองทลายร้านคาราโอเกะค้ามนุษย์ เจ้าของร้านแฉ &amp;quot;ดาบ&amp;quot; ท้องที่เรียกรับส่วยเดือนละหลายหมื่น ผกก.โต้แอบอ้าง ปลงพร้อมโดนเด้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 22 สิงหาคมนี้ ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เดชชาติ มูลมณี รอง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.4 ควบคุมตัว น.ส.อรษา อายุ 19 ปี อยู่บ้าน ต.บ้านแมด อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาในคดีค้ามนุษย์ สอบปากคำ หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.2 บก.สส.ภ.4 จับกุมตัวได้ที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด และ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.เดชชาติเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 ฯ ทำการจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดเครือข่าย &amp;quot;ร้อยเอ็ดมันทุกเม็ด&amp;quot; และทำการสอบสวนขยายผลทราบว่า ไม่เพียงแต่ค้ายาเสพติด แต่ยังมีการค้าประเวณีแลกกับยาเสพติดด้วย ซึ่งในทางการสืบสวนพบว่า ในเครือข่ายของขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ บางรายแม่พาลูกไปค้าประเวณี บางรายพ่อข่มขืนลูกตัวเองก่อนจะส่งไปค้าประเวณีแลกยาบ้า ซึ่งเมื่อลูกถูกกระทำบ่อยครั้ง ลูกก็เกิดความชินชา ก้าวสู่ขบวนการค้าประเวณีด้วยตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย คือ 15 ไม่เกิน 18 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีสายรายงานว่า จะมีการค้าประเวณีเพื่อแลกกับยาเสพติด ตำรวจจึงได้วางแผนที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยได้ให้สายลับไปดักรอที่โรงแรมดังกล่าว กระทั่งมีหญิงสาว 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในโรงแรม สายจึงเข้าไปติดต่อทำทีขอซื้อบริการ โดย น.ส.อรษาทำหน้าที่แม่เล้า เรียกค่าตัวเป็นเงินจำนวน 2,000 บาท เมื่อแม่เล้ารับเงิน เจ้าหน้าที่จึงเข้าขับกุมตัวทันที สอบสวน น.ส.อรษารับสารภาพว่า มีญาติผู้ใหญ่ที่เป็นเครือข่ายยาเสพติดมาติดต่อให้หาหญิงสาวอายุ 15 ปีไปขายบริการทางเพศให้กับเพื่อนในโรงแรมม่านรูด โดยจะรับค่าขายบริการเป็นเงินสดหรือยาเสพติดก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.บี ให้การว่า เดิมพ่อถูกจับในคดียาเสพติด และติดคุกที่เรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนมารดาไปทำงานที่พัทยา ส่งเงินให้ใช้อาทิตย์ละ 500 บาท แต่ไม่พอใช้ เพราะต้องการกินเที่ยวกับเพื่อนๆ เมื่อพ่อแม่ไม่อยู่บ้านจึงเลิกเรียนหนังสือ ตัดสินใจไปอยู่หอพักกับเพื่อนในเมืองร้อยเอ็ด ไม่มีงานทำ จึงรับงานขายประเวณี ได้ค่าจ้างทั้งเงินสดและยาเสพติด เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายยาเสพติดและเป็นเพื่อนพ่อ นอกจากนี้ ลูกค้ายังบังคับให้เสพยาก่อนจะร่วมประเวณีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ อ.เมืองชัยภูมิ เวลา 01.00 น. วันที่ 22 ส.ค. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำโดยนายมานะ สิมมา ผู้อำนวยการส่วนการสอบสวนคดีอาญา และนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับ สืบสวนและปราบปราม ร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดชัยภูมิ นำโดยนายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา ปลัดจังหวัดชัยภูมิ, นายเจนเจตน์ เจนนาวิน นายอำเภอเมืองชัยภูมิ, พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ แจ้งหมื่นไวย์ ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ และองค์กรระหว่างประเทศด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ LIFT international ได้เปิดแถลงผลการสนธิกำลังเข้าจับกุมขบวนการลักลอบค้าประเวณีและค้ามนุษย์ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อมูลว่า ร้าน &amp;quot;วรรณศิริ คาราโอเกะ&amp;quot; ใน อ.เมืองชัยภูมิ มีการลักลอบค้าประเวณี และมีเด็กสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีให้บริการด้วย โดยขายบริการเฉลี่ยรายละ 1,200 บาท ทางร้านจะหักค่าตัวครั้งละ 300 บาท เข้าข่ายกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ อธิบดีกรมการปกครองจึงมีคำสั่งให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ร่วมกับดีเอสไอ ฝ่ายปกครองจังหวัดชัยภูมิ และเอ็นจีโอ เข้าตรวจสอบวางแผนล่อซื้อและจับกุมเจ้าของร้าน &amp;quot;วรรณศิริ คาราโอเกะ&amp;quot; คือ น.ส.กาญจนา ทองล้วน พร้อมพนักงานหญิงที่ลักลอบค้าประเวณีอยู่ภายในร้าน รวม 7 คน เป็นคนไทยทั้งหมด ตรวจสอบเบื้องต้นพบเด็กหญิงอายุ 16 ปี จำนวน 2 คนรวมอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เจ้าของร้านวรรณศิริ คาราโอเกะ ยังอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ยศดาบตำรวจนายหนึ่งมาเรียกรับส่วยด้วย เพราะพบว่าทางร้านไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง และปล่อยให้มีการเปิดลักลอบค้าประเวณี โดยมีการจ่ายเงินให้เป็นค่าดูแลในแต่ละเดือนหลายหมื่นบาท
ซึ่งชุดจับกุมได้ตั้งข้อหา น.ส.กาญจนา เจ้าของร้าน ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณี และข้อหาค้ามนุษย์ ส่งตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า บริเวณที่ตั้งร้านวรรณศิริ คาราโอเกะ คนในพื้นที่ต่างทราบดีว่าเป็นศูนย์รวมร้านคาราโอเกะจำนวนมาก และส่วนใหญ่ลักลอบค้าประเวณี จนชาวชัยภูมิเรียกย่านดังกล่าวว่า &amp;quot;ตึกทำเนียบขาว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ แจ้งหมื่นไวย์ ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ ยืนยันว่า ไม่มีดาบตำรวจที่มีชื่อเรียกรับส่วยร้านคาราโอเกะดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.เมืองชัยภูมิแต่อย่างใด และหากตนจะต้องถูกย้ายออกจากพื้นที่ในครั้งนี้ก็พร้อมรับปฏิบัติตามคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา เพราะได้ทำดีที่สุดแล้ว ส่วนใครจะมาแอบอ้างอะไรก็เป็นเรื่องที่กล่าวอ้างกันได้ ยืนยันไม่มีตำรวจพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเด็ดขาด เพราะได้ตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15962</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.เดชชาติ มูลมณี, พ.ต.อ.พงศ์พัฒน์ แจ้งหมื่นไวย์, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180822/image_big_5b7d654d7197a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊ง&#039;มันทุกเม็ด&#039; เครือข่ายยาบ้าใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจภาค 4 รวบ 3 วัยรุ่นรับจ้างทวงหนี้ยาบ้าให้กับแก๊ง &amp;quot;มันทุกเม็ด&amp;quot; เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ภาคอีสาน พฤติการณ์สุดโหด ลูกค้ารายใดไม่จ่าย ชักปืนขู่ กระหน่ำตีด้วยไม้เบสบอล แถมไลฟ์สดประจานผ่านวิดีโอคอล &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 และ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายธีรภัทร์ สาธุการ อายุ 19 ปี, นายยุทธนา โทแก้ว อายุ 19 ปี และนายเทวฤทธิ์ โพธิสาร อายุ 20 ปี พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์คาวาซากิ นินจา สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กท 2976 อุดรธานี, รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน, ไม้เบสบอล 1 อัน, อาวุธปืนสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมลูกกระสุน 15 นัด, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และชุดที่ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรชัยกล่าวว่า สืบเนื่องจากนายอนุชา ดีน้อย และนายวิทยา ดีน้อย ชาว อ.เมือง จ.อุดรธานี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุดรธานี ว่าถูกทำร้ายร่างกายด้วยการรุมซ้อม ถูกตีด้วยไม้เบสบอล และจ่อปืนข่มขู่ พร้อมทั้งมีการถ่ายคลิปวิดีโอไว้ และยังถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดีย เหตุเกิดบริเวณทางเข้าวัดป่าศรีรัตนนิมิต ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวน จนทราบว่าผู้เสียหายพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ติดตามพฤติกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ติดต่อซื้อยาบ้าผ่านเฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;ราชา ซาตาน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในกลุ่มค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.อุดรธานี โดยผู้เสียหายทั้ง 2 คนไม่ยอมจ่ายเงินให้กับขบวนการค้ายาเสพติด ทำให้เจ้าของเฟซบุ๊ก &amp;quot;ราชา ซาตาน&amp;quot; เกิดความโกรธแค้น ว่าจ้างกลุ่มผู้ต้องหารุมทำร้ายผู้เสียหายทั้ง 2 คน เพื่อเป็นการสั่งสอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่ถูกจับ ได้ค่าจ้าง 4,000 บาท ซึ่งชุดจับกุมได้ทำการขยายผลจนสามารถจับกุมกลุ่มขบวนการค้าเสพติดในกลุ่ม &amp;quot;ราชา ซาตาน&amp;quot; ของ จ.อุดรธานี อีก 4 ราย รวมทั้งนายกิติรัตน์ พร้อมทั้งขยายผลจับกุมในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ในชื่อแก๊ง ร้อยเอ็ดมันทุกเม็ด อีก 7 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 9,726 เม็ด อายัดทรัพย์ในบัญชีธนาคาร 2,700,000 บาท และที่ จ.ขอนแก่น ใช้ชื่อแก๊ง &amp;quot;เทพบุตร โซโล&amp;quot; สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมยาบ้า 40,000 เม็ด และรถยนต์จำนวน 1 คัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 กล่าวว่า การขยายผลจับกุมผู้ต้องหาร่วมขบวนการในพื้นที่ 3 จังหวัด ทั้งหมดเป็นเครือข่ายยาเสพติดแก๊ง &amp;quot;มันทุกเม็ด&amp;quot; โดยมีฐานบัญชาการใหญ่ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และใช้ จ.ขอนแก่น เป็นจุดพักยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12672</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีรภัทร์ สาธุการ, พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา, พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์, พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ, พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์, พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์, ยุทธนา โทแก้ว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทวฤทธิ์ โพธิสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3b7d2bde7a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขังผู้ต้องหาฆ่าปาดคอชาวลาว ตำรวจจ่อรวบยกแก๊ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวประจำ ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ( บก.สส.ภ.4) จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.ยรรยง &amp;nbsp;เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 เรียกประชุมชุดสืบสวนชุดคลี่คลายคดีคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรม นายสุทัด &amp;nbsp;ทัดจันดา อายุ 49 ปี ชาว สปป.ลาว ซึ่งมีผู้มาพบศพที่บริเวณหนองน้ำสาธารณะ บ.ขุนด่าน ม.1 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าสังเกตุการณ์หรือรับฟังการประชุมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า ขณะนี้การสืบสวนคืบหน้าไปมาก ทั้งด้านพยาน หลักฐานต่างๆ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะไหวตัวทัน และจะกระทบการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ยืนยันว่าการก่อเหตุฆาตรกรรมนักธุรกิจชาวลาวรายนี้นั้น สาเหตุน่าจะมาจากเรื่องยาเสพติด และปัญหาส่วนตัว ซึ่งผู้เกี่ยวข้องมีหลายคน ส่วนใครจะลงมือหรือมีส่วนร่วมในจุดใดบ้างนั้น อยู่ระหว่างการสืบสวนโดยอีกไม่เกิน 3 วัน น่าจะเปิดเผยได้ว่ามีใครบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;nbsp;พ.ต.อ.ยุทธกร &amp;nbsp;วงเวียน ผกก.สภ.อุบลรัตน์ กล่าวว่า &amp;nbsp; มีพยานบุคคลเห็นคนขับรถของผู้ตายไปในที่ต่างๆ ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างอ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู รวมถึงพื้นที่ อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวนได้ลงพื้นที่แกะรอยคนร้ายที่ก่อเตุฆาตกรรมดัวงกล่าวอย่างต่อเนื่องทุกวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวไว้นั้นคือนายมืด ซึ่งถูกจับในข้อหาเสพยาบ้าในขณะขับรถ ขณะนี้ได้ขออนุมัติฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่นแล้วเป็นเวลา 84วัน &amp;nbsp;เนื่องจากคดีเสพยาเสพติดนั้น สามารถประกันตัวได้ แต่ในทางการสืบสวนและมีพยานยืนยันว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นผู้ที่อยู่กับผู้เสียชีวิตเป็นคนสุดท้าย จึงได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว และขอฝากขังผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าว ซึ่งศาลขอนแก่น ได้มีคำสั่งอนุญาตตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอไป โดยที่ในระหว่างการฝากขังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ก็จะรวบรวมพยาน หลักฐาน ให้พนักงานสอบสวน ขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องสงสัยรายนี้ ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และข้อหาเผาทำลายทรัพย์ รวมทั้งข้อหา ซ่อนเร้นอำพราง เพิ่มเติมด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8334</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ฆ่าปาดคอ, พล.ต.ต.ยรรยง  เวชโอสถ, สุทัด  ทัดจันดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae94a89e211c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
