<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกตร.ยันไม่มีอมเบี้ยเลี้ยง‘คฝ.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงมีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (คฝ.) ที่มาปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้รับการดูแลเรื่องเบี้ยเลี้ยงค่าตอบแทนว่า ค่าตอบแทนมา 2 แนวทาง ถ้าหน่วยไหนมีเงินบริหารเหลือจะให้ตรงต่อตำรวจมาเลยวันละ 200 บาท แต่บางหน่วยจะโอนให้หลังปฏิบัติหน้าที่ไม่เกิน 5 วัน เป็นไปตามระเบียบหลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติหน้าที่ เงินไม่ตกหายไปไหน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113726</URL_LINK>
                <HASHTAG>คฝ., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, เจ้าหน้าที่กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน, เบี้ยเลี้ยง, โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9a494ca99a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!104รายยังฝ่าฝืนเคอร์ฟิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีวิทยุสั่งการ ลงวันที่ 10 ก.ค.2564 สั่งการและกำชับการปฏิบัติไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ให้ปฏิบัติตามประกาศข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค.64&amp;nbsp;ในการควบคุม ระงับ ยับยั้ง การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) โดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยให้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ฝ่ายปกครอง เพื่อตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจตราห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานในห้วงระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุปภาพรวมผลการปฏิบัติการตั้งจุดตรวจ ประจำวันที่ 14 ก.ค.2564 ดังนี้ 1.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 17 ราย 2.พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1&amp;nbsp;ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 29 ราย 3.พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 14 ราย 4.พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 44 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 104 ราย
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้กำชับเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยึดการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด หากพื้นที่ใดมีการปล่อยปละละเลย ก็จะพิจารณาความบกพร่องทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป นอกจากนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติหมายเลข 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109658</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 จังหวัด, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, เคอร์ฟิว, โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ee753f9005e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!‘ร.ต.อ.’เครียดติดโควิดผูกคอเสียชีวิตคาห้องน้ำ รพ.ตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;21 เม.ย.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ร่วมกับ พล.ต.ท.พรชัย สุธีรคุณ นายแพทย์ (สบ.8) รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผผบก.น.6 และ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของ ร.ต.อ.บุญชู พรรณกลิ่น รอง สวป.บก.รฟ. ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ฆ่าตัวตายด้วยการใช้เข็มขัดผูกคอเสียชีวิตภายในห้องน้ำ ขณะรักษาตัวที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.ตำรวจ เหตุเกิดวันที่ 20 เม.ย.เวลา 16.00 น. ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.พรชัยเปิดเผยว่าก่อนที่ ร.ต.อ.บุญชู จะมารักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ได้ไปตรวจที่ รพ.พระมงกุฎวัฒนะ พบว่าติดเชื้อโควิด-19 จึงได้ประสานมาที่ รพ.ตำรวจเพื่อรับมามาดูแล ช่วงแรกที่มาถึง รพ.ตำรวจ วันที่ 18 เม.ย.ผู้ป่วยยังไม่มีอาการจึงให้พัก รพ.สนาม ของ รพ.ตำรวจ อยู่ได้ประมาณวันเศษมีอาการหายใจติดขัดจึงได้ย้ายผู้ป่วยเข้ารักษาที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อดูแลอย่างใกล้ชิดอาการยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ และทราบว่าผู้ป่วยมีประวัติการักษาโรคเบาหวานอยู่และความดันโลหิต วันที่เกิดเหตุผู้ป่วยได้ไปเข้าห้องน้ำแล้วหายไปพยาบาลสงสัยหายตัวไปนานจึงตามไปดูก็พบว่าผู้ป่วยหยุดหายใจแล้วจึงพยายามให้ทีมแพทย์ทำการกูชีพแต่สุดท้ายไม่สามารถช่วยเหลือชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.เมธีเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งจากททาง รพ.ตำรวจว่า มีผู้เสียชีวิตจึงได้แจ้งให้ สน.ปทุมวัน ร่วมกับแพทย์เข้าทำการชันสูตร การเข้าชันสูตรเจ้าหน้าที่มีการสวมชุดป้องกันเชื้อโควิด-19 ตามมาตรฐานที่สาธารณะสุขได้กำหนด เราได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน พ.ต.อ.พันษากล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากได้รับแจ้ง พนักงานสอบสวนได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์ เบื้องต้นที่คุยกับแพทย์สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการขาดอาหกาศหายใจไม่ได้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด -19 จึงได้ดำเนินการขั้นตอนและส่งศพไปยังนิติเวช รพ.ตำรวจ ส่วนมูลเหตุจูงใจจากการสอบสวนพบว่าผู้เสียชีวิตมีความเครียดจากการที่จะทำให้แม่ ภรรยา ลูกมีความเสี่ยงการติดเชื้อ โดยทั้งแม่ ภรรยาและลูกได้เข้าตรวที่ รพ.พระมงกุฎวัฒนะ เช่นเดียวกันต่ตัวผู้ตายยังไม่ทราบผล และตัวเขาเองมีปัญหาสุขภาพที่รักษา รพ.รามา คือ เบาหวานและความดันโลหิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนไม่กล้าโทรศัพท์ไปคุยกับแม่และภรรยาเพราะรักและห่วงรู้สึกละอายใจ แต่ได้โทรศัพท์ไปหาน้องบ่นว่า ทำไมต้องมีโรคนี้ด้วย สอดคล้องกับที่พูดคุยกับเพื่อนตำรวจที่รักษาอยู่ รพ.ตำรวจเช่นเดียวกันว่าฝากแม่และครอบครัวด้วย พูดแบบทีเล่นทีจริง กระทั่งถึงวันเกิดเหตุได้เข้าห้องน้ำตั้งแต่เวลา 15.00 น.จนถึงเวลา 16.00 มีโทรศัพท์ดังขึ้นหลายครั้งไม่มีคนรับ เพื่อนที่เป็นผู้ป่วยข้างเคียงได้เรียกหลายครั้งไม่มีการตอบรับจึงไปตามแพทย์และพยาบาลตรวจสอบก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว และจากการสอบสวนยาติไม่ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการสอบสวนต้องดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.พรชัย กล่าวถึงมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยทั้งที่ รพ.สนามและอาคาร รพ.ตำรวจ ว่า รพ.ตำรวจได้มีการยกระดับดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นอย่างดี มีการเตรียมการสำหรับห้องผู้ป่วยปกติเราแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการให้ผู้ป่วยรักษาที่ รพ.สนามก่อน ถ้าผู้ป่วยมีอาการมากขึ้นจึงจะย้ายไปยังหอผู้ป่วยเพื่อดูแลใกล้ชิดมากขึ้น เรามีเครื่องมือพร้อม แต่เตียงผู้ป่วยมีจำกัดเราไม่สามารถรับได้ทั้งหมด แต่ว่าเรามีปริมาณที่รับและดูแลได้ทุกรายมีมาตรฐานในการักษาดูแลเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนและข้าราชการตำรวจมีความเครียด รพ.ตำรวจมีกลุ่มงานจิตเวชดูแลอยู่ ถ้ามีความเครียดหรือซึมเศร้าสามารถโทรมาได้ตลอดเวลา แต่ตำรวจที่เสียชีวิตเราไม่ทราบว่ามีความเครียดเพราะพึ่งเข้ามารักษาตัวที่ รพ.ได้แค่ 2-3 วัน โดยช่วงแรกแพทย์ระมัดระวังคืออาการเจ็บป่วย จึงไม่ทันระวังเรื่องความเครียด อย่างไรก็ตามเราได้มีการเพิ่มมาตรการในการประเมิณความเครียดของผู้ป่วยมากขึ้น ที่จริงแล้วเรื่องความเครียดได้ดำเนินการมาตั้งแต่ระยะแรก แต่เนื่องจากช่วงหลังมีผู้ป่วยเข้ามาจำนวนมากเร็วกว่าที่เราคาดคิดไว้ จึงไม่สามารกรองทุกอย่างได้อย่างครบถ้วน และในปัจจุบันสังคมมีการเสพข่าวทางโซเชี่ยลมากในเชิงลบอาจจะกระทบต่อจิตใจเรื่องนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ขอให้สื่อมวลชนเสนอข่าวในแง่บวกบ้างเพื่อส่งเสริมให้คนมั่นใจในระบบการดูแลที่ดี ส่งเสริมให้ทุกคนดูแลตัวเองจะดีมากกว่า แต่ถ้าเครียดมาก รพ.ตำรวจก็พร้อมให้คำปรึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 0819320000&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวเสริมว่า ยืนยันว่าการชันสูตรของตำรวจพื้นที่และพยานแวดล้อม ผู้เสียชีวิตไม่ได้เสียชีวิตเพราะ โควิด แต่เสียชีวิตเพราะการทำให้ตัวเองเสียชีวิตเพราะความเครียดส่วนตัว ตำรวจ สน.ท้องที่ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชันสูตรตามระเบียบทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.มีความเป็นห่วงกำลังพลและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดไวรัสโควิด จึงได้สั่งการไปยังแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ระดมสรรกำลังอุปกรณ์และบุคคลากรทางการแพทย์ให้มาช่วยดูแลประชาชนข้าราชการตำรวจไม่ให้มีการแพร่ระบาดไปมากกว่านี้ อีกอย่างที่ ผบ.ตร.มีข้อห่วงใย การป้องกันตัวของตำรวจที่ออกพบปะปฏิบัติหน้าที่กับประชาชน และสถานที่ราชการกำชับต้องดูแลตัวเองตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค เพื่อไม่ให้ตำรวจรับเชื้อเข้ามาและไม่หตำรวจแพร่เชื้อสู่ประชาชน พร้อมกันนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับตำรวจไม่ให้เข้าไปอยู่ในแหล่งที่อาจมีความเสี่ยงเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคเพื่อเซฟกำลังพลให้ตำรวจสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ขณะนี้ตัวเลขเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สรุปตัวเลขวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา 412 คน ทั้งรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ และตาม รพ.ต่างๆตามภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียนไปแล้วได้รับการดูเรื่องวัคซีนทั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นกลุ่มเสี่ยงยังไม่ได้รับการฉีดวัคซียน &amp;nbsp;พล.ต.ท.พรชัย ตอบว่า รพ.ตำรวจ ดำเนินการตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขตามปกติ ถ้าเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง อายุเกิน 60 มีโรคแทรกซ็อน เบาหวาน ความดัน เราดูแลฉีดวัคซีนให้ตามปกติ ตำรวจเกษียนก็เป็นประชาชนคนหนึ่งและเป็นคนไข้ของ รพ.ตำรวจ ถ้ามีความเสี่ยงก็ต้องฉีดวัคซีนตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ขณะนี้การรักษาผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 มีเข้ามามากเกินกว่าที่กำหนดไว้ เราได้เพิ่มเตียงจากห้องที่มี 1 เตียงต้องเพิ่มเป็น2 หรือ 3 เตียง เพื่อรองรับให้ได้มากที่สุด ถ้าถามว่าเต็มหรือยังต้องบอกว่าเกือบเต็มแล้ว เราพยายามรักษาให้เต็มที่เคลีบร์เตียงให้เร็วเพื่อรองรับคนอื่นให้ได้มากขึ้น ส่วนตัวเลขความเสี่ยงของพยาบาล แพทย์ติดไวรัสโควิดมีนิดหน่อย แต่ไม่อยากให้ไปโฟกัสเรื่องนี้ เพราะเดียวไปกระทบเรื่องอื่น ตอนนี้เราเน้นดูแลทั้งหมด ทั้งผูป่วยและบุคลากรของเราเอง รพ.ตำรวจดูแลตัวเองอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100198</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, เครียด, โควิด-19, โฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fc6d16c4a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจขอโทษประชาชนปิดเส้นทางจราจรเพื่อดูแลม็อบ! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2563 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการชุมนุมที่มีขึ้นหลายจุดว่า ขอโทษประชาชนกรณีการจราจรหลายพื้นที่ไม่มีความสะดวก โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศสถานที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นจุดที่เป็นสถานที่สำคัญ ตำรวจจำเป็นต้องเฝ้าระวังพื้นที่ ขอให้ผู้ชุมนุมพิจารณาว่าการชุมนุมทุกครั้งที่ผ่านมาความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดผลดีกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ระบุวันนี้จากการติดตามข่าวผู้ชุมนุมได้เปลี่ยนแปลงสถานที่ชุมนุมเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ ของสน.พหลโยธิน ซึ่งก็เป็นไปตามทางการข่าวที่ตำรวจได้คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว โดยทางผู้ชุมนุมยังไม่ได้แจ้งขออนุญาตชุมนุมแต่อย่างใด ซึ่งก็ได้มีการจัดกำลังตำรวจเพิ่มเติมไปยังสำนักงานไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่แล้ว โดยเฉพาะตำรวจจราจรให้อยู่ตามแยกต่างๆที่อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุมเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด เชื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการนำตู้คอนเทนเนอร์มาใช้ปิดกั้นเส้นทางแทนรถเมล์สาธารณะ พล.ต.ต.ปิยะ ระบุว่าเป็นการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมเท่านั้น เนื่องจากการใช้รถเมล์อาจจะทำให้เสียมูลค่า ยืนยันทาง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือ ขสมก.พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการอยู่แล้วไม่ได้เกิดจากปฏิเสธความร่วมมือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม พล.ต.ต.ปิยะ &amp;nbsp;ระบุว่าตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่เพียงพอตามความจำเป็น แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากตำรวจแต่เกิดขึ้นจากผู้ชุมนุมตำรวจต้องทำตามกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและความเรียบร้อย หลังทราบข่าวว่ามีการเปลี่ยนสถานที่ชุมนุมตำรวจได้มีการลดระดับ และ ผ่อนปรน ลดความเข้มงวดในการวางกำลังและแนวกั้นพื้นที่ลงมาแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือนร้อนไปมากกว่านี้ ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้จะพิจารณาเปิดเส้นทางบางจุดเพื่อบรรเทาผลกระทบให้ประชาชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีที่มีกำลังทหารมาซักซ้อมแผนในพื้นที่ควบคุมสถานการณ์ของผู้ชุมนุมนั้น เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานทหารหลายหน่วยจึงมีกำลังของกองทัพภาคที่ 1 เข้ามาร่วมซ้อมแผนในการป้องกันสถานที่ซึ่งเป็นหน่วยงานของตัวเอง ไม่เกี่ยวข้องในแผนปฏิบัติการควบคุมฝูงชนครั้งนี้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุม, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbdf6eeaeafb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฟกนิวส์!ตำรวจยันไม่มีบุกโรงงานผลิตหมวกกันน็อก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(โฆษก ตร.) พร้อมด้วยพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ &amp;nbsp;ดีพอ รองโฆษก ตร. และพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงสรุปภาพรวมสถานการณ์การชุมนุมและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า เรามีการดำเนินการให้เกิดความสมดุลในการบังคับใช้กฎหมาย การรักษาความสงบของสังคมและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ไม่ว่ามวลชนจะฝ่ายไหนก็ตาม เรามีหน้าที่ในการควบคุมให้เกิดความสมดุลทั้งสามด้าน ส่วนกรณีที่จะมีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นในอนาคต ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีการปรับไปตามสถานการณ์ โดยเรื่องนี้ ผบ.ตร.ได้มีการทบทวนวิธีการปฏิบัติให้มีการสอดคล้องกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการดูความเคลื่อนไหวของมวลชนอยู่แล้ว เนื่องจากมีการประชุมตลอดเวลา ไม่ว่าสถานการณ์ไปในทิศทางใด ตร.ก็พร้อมปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ได้มีการชุมนุมในพื้นที่ต่างๆ จุดสำคัญ บริเวณเดอะมอลล์บางแค และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า นอกจากนี้ยังมีจุดอื่นๆ ที่มีการชุมนุมแต่จำนวนไม่มากนัก เช่น เดอะมอลล์บางกะปิ, ห้างน้อมจิต, บีทีเอสห้าแยกลาดพร้าว, แยกสาธุประดิษฐ์, บีทีเอสบางนา, แยกอุดมสุข และบีทีเอสรัชโยธิน ซึ่งการดำเนินการได้ให้ผู้กำกับการ หัวหน้าสถานี และผู้บังคับการพื้นที่เป็นผู้บริหารจัดการสถานการณ์ ทั้งนี้ บช.น.ได้จัดกำลังพลเสริมไว้สำหรับสนับสนุนการปฏิบัติของสน.และบก.พื้นที่ไว้เรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ &amp;nbsp;กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการชุมนุมที่ผ่านมา ได้มีการพยายามกระทำโดยการแจ้งข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จหรือเฟกนิวส์ ให้ประชาชนหลงเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือตำรวจตระเวนชายแดนเข้าไปอยู่ในม็อบและก่อความไม่สงบ วุ่นวาย ในส่วนนี้ทาง บช.น.ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ โดยสน.บางนาได้ควบคุมตัวนายประวิทย์ สมรัตน์ ผู้ต้องหาที่ปรากฏในภาพมาดำเนินคดี ส่งฟ้องยังศาลอาญาพระโขนง ซึ่งได้มีคำพิพากษาให้รอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี คุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในเวลา 2 เดือน บริการสังคม 30 ชั่วโมง หลังจากนั้นให้มารายงานตัว 3 เดือนต่อครั้ง จนครบเวลากำหนดโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า อีกกรณีทาง พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผกก.สน.หลักสอง ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนางญาศิภัสมณี เรืองศิริสกุล ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฉบับที่ 4 เรื่องการห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุม และบุคคลตามที่ปรากฎตามภาพไว้เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดี นอกจากนี้การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. 63 ทาง บช.น.ได้จับกุมแล้วทั้งหมด 77 ราย เป็นการจับกุมตามหมายจับ 22 ราย ตาม พ.ร.ก. 54 ราย และขัดคำสั่งเจ้าพนักงานอีก 1 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบโรงงานผลิตหมวกนิรภัย จากการตรวจสอบในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลยังไม่มีการจับกุม คาดว่าจะเป็นเฟกนิวส์ ซึ่งจะส่งเรื่องให้บก.ปอท.ตรวจสอบดำเนินการตามกระบวนการต่อไป หากมีการตรวจสอบหรือจับกุมจะเป็นการจับกุมหมวกกันน็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ปกติของตำรวจที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ช่วงนี้สถานการณ์สื่อสังคมออนไลน์มีการพยายามสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนและผู้ชุมนุมเกิดความหวาดกลัว มีการบิดเบือน นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เช่น บอกว่า หากมีการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่รัฐจะมีการใช้อาวุธปืนใช้กระสุนจริงยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งในความเป็นจริง กอร.ฉ.ไม่มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้กระสุนจริงกับผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน และขอยืนยันว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่จะดำเนินการภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งมีอยู่ 2 โพสต์ โพสต์แรกในทวิตเตอร์ ระบุว่า ทหารจะสั่งให้ ตร.หมอบลงจากนั้น ทหารจะยิงเข้าไปหาประชาชน อีกโพสต์เป็นเฟซบุ๊ก โดยคนโพสต์ข้อความที่อยู่ต่างประเทศได้เคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงอยู่ตลอด และมีหมายจับ ระบุข้อความว่า ช่วยกันกระจายข่าวด้วยครับ ตอนนี้มีคำสั่งรับมาแล้วว่าจะให้สังหารหมู่ประชาชนและนักศึกษา ทั้งนี้ขอยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ ที่มีเนื้อหารุนแรง ก่อความสับสน สร้างความตื่นตระหนกในสังคม การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 และฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฉบับที่ 4 อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นโพสต์ลักษณะนี้อย่าส่งต่อ เพราะอาจสร้างความสับสนและความตื่นตระหนกในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าขณะนี้มีคนดังต่างๆ ออกมาโพสต์ข้อความที่มีความเห็นต่าง อย่างเช่นคุณปารีณา ออกมาเชิญชวน ถือว่าเป็นการปลุกระดมในการชุมนุมขัดต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯหรือไม่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า รายละเอียดเนื้อหาในแต่ละกลุ่มที่เชิญชวนสุ่มเสี่ยงว่าเป็นความผิด ยืนยันว่าทาง กอร.ฉ.จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะทางเจ้าหน้าที่มีความเป็นห่วงในทุกเรื่องแม้ว่าจะชนม็อบหรือไม่ชนม็อบ ถ้าสถานการณ์พัฒนาไปในทิศทางไหน ซึ่ง ตร.มีหน่วยร่วมปฏิบัติที่พร้อมที่จะเข้าแก้ไขในทุกเรื่องอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าทางกอร.ฉ.ว่าได้มีการคุยกันหรือไม่ว่าสถานการณ์ปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือยกเลิกเพื่อลดความรุนแรงลดความกดดัน พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า การพิจารณาเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นเรื่องของทางรัฐบาล การพิจารณาในภาพรวมมีหลายมิติทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เราหน่วย กอร.ฉ.เป็นหน่วยปฏิบัติ ถ้าจะมีการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเราจะต้องได้รับคำสั่งจากทางรัฐบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81343</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง, กอร.ฉ., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, หมวดกันน็อก, เฟกนิวส์, โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8fd91052db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภัยไม่ได้!สั่งสอบอมเบี้ยเลี้ยงโควิดตำรวจภายใน10วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2563 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง โฆษก ตร.เปิดเผยถึงกรณีที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ตำรวจชั้นผู้น้อยถูกอมเบี้ยเลี้ยงโควิดหลายพื้นที่ว่า พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือให้ตำรวจทุกหน่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าพบว่ามีพฤติกรรมไปในทางทุจริตฟันไม่เลี้ยง ดำเนินการทั้งวินัยและคดีอาญา &amp;nbsp;เนื่องจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เห็นความสำคัญของกำลังพล โดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย ลำพังเงินเบี้ยเลี้ยงอาจจะดูไม่มากสำหรับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แต่มันคือปริมาณที่มากสำหรับตำรวจชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะการทำงานในช่วงพิเศษตำรวจชั้นผู้น้อยต้องได้รับค่าตอบแทนเต็มที่ตามที่รัฐจัดให้ ยืนยันว่าถ้าผิดฟันไม่เลี้ยงแต่ถ้าเป็นความเข้าใจผิดผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยต้องออกมาชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวอีกว่า พล.ต.อ.วิสนุให้ออกรายงานผลการตรวจสอบภายใน 10 วัน พร้อมกันนี้ขอเปิดช่องในการร้องเรียนอีกช่องทางหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถร้องเรียนผ่านสื่อโซเชียล โดยมีการติดแฮดแท็ก&amp;rdquo;อมเบี้ยเลี้ยงโควิด&amp;rdquo; จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบกรองข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร เดี๋ยวนี้โลกออนไลน์เปิดจเรตำรวจมีทุกมุมของถนน รวมทั้งกล้องวงจรปิด สื่อนั้นก็คือจเรตำรวจ จะแจ้งมีทางไหนก็คนคอยสอดส่อง ขณะเดียวกันในทางลับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ได้สั่งให้มีการสืบสวนทางลับด้วยเช่นกันไม่ใช่เฉพาะที่เป็นหนังสือราชการ เงินส่วนนั้นเป็นของงบประมาณปี 2563 ได้จัดโอนไปหมดแล้ว ถ้าเป็นดั่งที่มีการแชร์หรือวิพากษ์วิจารณ์กันมันคือการทุจริตอภัยไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ตร.เผยต่อว่า ส่วนจะไปบอกว่าใครผิดต้องรอผลการตรวจสอบจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งเพราะถ้าด่วนไปอาจจะไม่เป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย เรื่องเงินเบี้ยเลี้ยงเป็นนโยบายของ ผบ.ตร. อะไรก็ตามที่เป็นสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ของตำรวจชั้นผู้น้อย แม้กระทั้งการพัฒนาด้านความรู้ พัฒนาคุณภาพชีวิต ผบ.ตร.ให้ความสำคัญเป็นเรื่องแรก เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อนโดยตำรวจชั้นประทวน เป็นคนที่คอยปะทะรับเรื่อง แก้ปัญหาให้กับตำรวจทั้งองค์กรถ้าเขายังไม่ได้รับความเป็นธรรมประชาชนจะได้รับความเป็นธรรมได้อย่างไร เรื่องนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ให้ความสำคัญอย่างสูง เรื่องนี้ต้องได้ผลปรากฏใครผิดต้องได้รับโทษ ถ้าเป็นความเข้าใจผิดต้องมาชี้แจงให้เป็นที่เข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมาทำไมตำรวจมีปัญหาเรื่องเบี้ยเลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง พล.ต.ต.ยิ่งยศ ตอบว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้แถลงนโยบายไป ระบบจะดีจะเลวอย่างไรไม่สำคัญ มันสำคัญที่คน เวลานี้ ผบ.ตร.กำลังจัดการเรื่องคนก่อน ถึงแม้ระบบจะดีคนที่จะทำผิดก็พยายามหาช่องทางซิกแซ็กหาประโยชน์ก็มีอยู่วันยังค่ำ เพราะฉะนั้นผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ไปตรวจสอบตรงไหนบกพร่องก็ต้องมาแก้ไข
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79745</URL_LINK>
                <HASHTAG>จเรตำรวจแห่งชาติ, ตำรวจชั้นผู้น้อย, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, สังคมออนไลน์, อมเบี้ยเลี้ยงโควิด, โฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d5b5d3a0a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
