<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; ทรงรับ ตำรวจคฝ.โดนยิงสาหัส เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกองกำลังควบคุมฝูงชนมที่แฟลตดินแดง เป็นเหตุให้ ส.ต.ต.เดชวิทย์ เล็ทเทนสัน ผบ.หมู่ กก.อารักขา 1 ถูกยิงเข้าที่ศีรษะกระสุนทะลุหมวกเข้าไปฝังในสมองว่า แพทย์ใหญ่ ร.พ.ตำรวจและทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดกระสุนอกมาได้ ขณะนี้ยังรักษาตัวในห้องไอซียู รพ.ตำรวจ เมื่อช่วงเช้าตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้นำส่งของเข้าเยี่ยมผู้ปป่วย และในช่วงบ่ายเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านรับเป็นผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์และโปรดเกล้าให้ผู้แทนพระองค์เข้าเยี่ยมวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์เดียวกันเมื่องช่วงสาย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุตรวจสอบพูดคุยสอบถามกับประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่เกิดเหตุพร้อมทั้งวางแนวทางเรื่องการควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดขึ้นในคราวต่อไป ไม่ให้เกิดการบาดเจ็บเสียหายทั้งตำรวจและประชาชนทุกฝ่าย พร้อมกันนั้นได้พูดคุยกับแม่ของ ส.ต.ต.เดชวิทย์ ที่จะมาเยี่ยมดูอาการลูกแต่ไม่สามารถเยี่ยมได้ในขณะนี้ และได้มอบเงินสวัสดิการให้ส่วนหนึ่งทั้งของ ตร. บช.น. สมาคมแม่บ้านและของส่วนตัว ผบ.ตร.และส่วนตัวของ ผบช.น. เบื้องต้นประมาณ 6 แสนบาท อย่างไรก็ตาม บช.น.จะดูแลอย่างใกล้ชิดหรือมิสิทธิ์ใดก็จะเพิ่มให้อีก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความห่วงใยฝากให้ดูแลเรื่องการรักษาให้ดีที่สุด ส่วนความคืบหน้าของคดี พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้หารือกับทีมสืบสวนนครบาลวางแนวไม้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119073</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจคฝ., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615ebca0003ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 19:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2021 19:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกตร. เผยผู้การสงขลายันค้นบ้านแม่ค้าออนไลน์ ยึด 10 ล้านถูกต้องตามกม. คดีแชร์ลูกโซ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีแม่ค้าออนไลน์จังหวัดสงขลา เข้ายื่นร้องขอความเป็นธรรม หลังมีเจ้าหน้าที่บุกค้นบ้าน ยึดเงินสด 10 ล้านบาท และทองคำ 60 บาท อ้างว่านำไปตรวจสอบก่อนจะมีการเจรจาต่อรอง ขอยึดเงินไว้จำนวน 5 ล้านบาท โดยส่งคืนผู้เสียหายเพียงครึ่งเดียว พร้อมกับทองคำทั้งหมดแลกกับการปล่อยตัว ว่า จากการพูดคุยกับพล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้ยืนยันว่ากระบวนการเข้าตรวจค้นได้ทำตามขั้นตอนระเบียบของกฎหมายทุกอย่าง และการดำเนินการของตำรวจมีพยานหลักฐานว่าตำรวจทำถูกต้อง ส่วนผู้เสียหายที่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจก็มีสิทธิ์ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมคิดว่าตำรวจทำไม่ถูกต้อง ซึ่งนอกจากพล.ต.ต.อาชานจะยืนยันว่าตำรวจสงขลาทำถูกต้องตามระเบียบกฎหมายแล้ว ก็ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อความสบายใจของสังคม หากตรวจสอบพบว่าบกพร่องหรือผิดต่อหน้าที่จะมีการดำเนินการทางวินัยและทางอาญาแน่นอนไม่มีละเว้น สังคมสามารถตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องกล่าวหาว่าตำรวจกระทำผิดต่อหน้าที่ มีการยักยอกทรัพย์สินของผู้เสียหายในคดีนี้ไป ทางฝ่ายผู้เสียหายเป็นผู้กล่าวหาว่าตำรวจกระทำผิดต่อหน้าที่ ซึ่งเรื่องนี้จะส่งไปพิจารณาที่ป.ป.ช.อีกส่วนหนึ่งด้วย ทางตำรวจเองก็พิจารณความผิดในทางวินัย คงไม่พิจารณาเรื่องคดีเพียงฝ่ายเดียว มีหน่วยราชการอื่นเข้ามาร่วมพิจารณาพฤติกรรมเหล่านี้ว่าทำผิดหรือไม่ คงดูจากพยานหลักฐานที่ฝ่ายผู้เสียหายในคดีนำไปมอบให้กับป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกตร. กล่าวอีกว่า ส่วนทางตำรวจ ผบก.ภ.จว.สงจลา ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจในคดีนี้แล้ว ได้ดำเนินการถูกต้องหรือผิดพลาดทางการปฏิบัติอย่างไร หากผิดพลาดก็ดำเนินการทางวินัยโดยเด็ดขาดอยู่แล้ว ส่วนทางคดีให้ป.ป.ช.ดำเนินการ ส่วนการเข้าตรวจค้นในวันดังกล่าว เนื่องจากสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ ทั้งนี้การค้นแต่ละครั้งก่อนจะขอหมายค้นจากศาลจะต้องมีพยานหลักฐานพอประมาณส่วนหนึ่ง ที่ศาลจะเห็นว่าน่าจะพบการกระทำความผิด อย่างไรก็ตามเมื่อไปตรวจค้นแล้วได้มีการทำบันทึกการตรวจค้นทุกอย่างเรียบร้อยแล้วซึ่งเป็นไปตามกระบวนการของการตรวจค้นทุกอย่างตามป.วิ อาญา นอกจากนี้การตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา จะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกมิติ ทั้งความประพฤติส่วนตัว และการกระทำในกรณีนี้ด้วย ถ้าการกระทำในกรณีพบว่ากระทำผิดก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันมาพิจารณาประกอบด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117667</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีแชร์ลูกโซ่, ตำรวจ, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c78b34c75e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง‘เสธ.ไก่’นั่งเลขาสมช. โจ๊กสไลด์ขึ้นผช.ผบ.ตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่พลิก! &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตั้ง &amp;quot;เสธ.ไก่&amp;quot; นั่ง &amp;quot;เลขาฯ สมช.&amp;quot; พร้อมนั่งหัวโต๊ะ ก.ตร.เคาะชื่อ 273 นายพลสีกากี &amp;quot;รอย-สุทิน&amp;quot; ขึ้นรอง ผบ.ตร. &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; สไลด์เป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. &amp;quot;สำราญ&amp;quot; ผงาดคุมนครบาล &amp;quot;บิ๊กก้อง&amp;quot; ขึ้น ผบช.ก. &amp;quot;ปิยะ&amp;quot; ได้โบนัสสนองรัฐบาลดูแลม็อบนั่ง ผบช.ภ.5 เด็ก ผบ.ปั๊ดดูแลภาค 2 &amp;quot;มนตรี&amp;quot; มือสอบสวนนั่ง &amp;quot;ผู้การกองปราบฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 26 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม &amp;nbsp;หรือเสธ.ไก่ เสนาธิการทหาร ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.คนใหม่ &amp;nbsp;แทน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการ สมช.ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ตามที่ พล.อ.ณัฐพลเป็นคนเสนอ โดยจะต้องมีการตรวจสอบประวัติก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.สุพจน์ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 22 มีอายุราชการเหลืออีก 2 ปี โดยจะเกษียณอายุราชการในปี 2566 โดยตั้งแต่ปี 2558 &amp;nbsp;เป็นต้นมา พล.อ.สุพจน์ถือเป็นนายทหารคนที่ 5 แล้ว ที่โอนย้ายจากกองทัพมาเป็นเลขาธิการ สมช. โดยก่อนหน้านี้มีการโอนย้าย พล.อ.ทวีป &amp;nbsp;เนตรนิยม, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา และ พล.อ.ณัฐพล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายกฯ ได้กล่าวในที่ประชุมเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ขอโทษคนในด้วยที่ไม่ได้ขึ้น เดี๋ยวจะแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ตำแหน่งเทียบเท่าซี 11&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 9/2564 โดยมีวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), ผู้บังคับการ &amp;nbsp;(ผบก.) วาระประจำปี 2564 ใช้เวลาประชุมกว่า 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก &amp;nbsp;ตร.) กล่าวว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเลื่อนตำแหน่งและหมุนเวียนตั้งแต่ระดับรอง ผบ.ตร.-ผบก. มีทั้งหมด 273 ตำแหน่ง แบ่งเป็น ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. (เลื่อนขึ้น) จำนวน 2 นาย, ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. (หมุนเวียน) จำนวน 2 นาย, ระดับ ผบช. (เลื่อนขึ้น) จำนวน 8 นาย, ระดับ ผบช. (หมุนเวียน) จำนวน 10 นาย, ระดับรอง ผบช. (เลื่อนขึ้น) จำนวน &amp;nbsp;20 นาย, ระดับรอง ผบช. (หมุนเวียน) จำนวน 22 นาย, ระดับ ผบก. &amp;nbsp;(เลื่อนขึ้น) จำนวน 49 นาย, ระดับ ผบก. (หมุนเวียน) จำนวน 59 นาย, &amp;nbsp;ระดับรอง ผบก. (เลื่อนขึ้น) จำนวน 101 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า ระดับรอง ผบ.ตร. 2 ตำแหน่ง ที่ได้รับการแต่งตั้ง คือ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.40 เป็นรอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.37 เป็นรอง ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับผู้ช่วย ผบ.ตร. 9 ตำแหน่ง ประกอบด้วย พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ &amp;nbsp;ผบช.ภ.7 นรต.42 อดีตนายเวร พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร., พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข &amp;nbsp;ผบช.ภ.5 นรต.39 (สายตรง พล.อ.ประยุทธ์), พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบช.ภ.8 นรต.41 (นายตำรวจคนสนิท พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.), พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. นรต.40, พล.ต.ท.ชยพล &amp;nbsp;ฉัตรชัยเดช ผบช.สตส. นรต.37, พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. &amp;nbsp;นรต.38 เป็นรอง จตช., พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช รอง จตช. นรต.40 &amp;nbsp;สลับมาเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา (สบ 9) ตร. นรต.47 สไลด์นั่งเก้าอี้หลักเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับผู้บัญชาการ พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น. นรต.50 &amp;nbsp;เป็น ผบช.น., พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. นรต.50 เป็น &amp;nbsp;ผบช.ก., พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จเรตำรวจ (สบ 8) นรต.38 และนักเรียนเตรียมทหาร 22 เพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. เป็น ผบช.ภ.1, พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.40 (สายตรง ผบ.ตร.) เป็น ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. นรต.42 เป็น ผบช.ภ.3, พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 นรต.39 อยู่ที่เดิม, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. นรต.38 &amp;nbsp;ผลงานการทำหน้าที่โฆษก บช.น.เข้าตารัฐบาล เลื่อนเป็น ผบช.ภ.5, &amp;nbsp;พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นรต.41 เป็น &amp;nbsp;ผบช.ภ.6, พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ก.ตร. เป็น ผบช.ภ.7, &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร นรต.38 เป็น ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.นันทเดช &amp;nbsp;ย้อยนวล รอง ผบช.ภ.8 นรต.38 เลื่อนเป็น ผบช.ภ.9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.ภ.7 นรต.41 เป็น ผบช.ปส., พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สยศ.ตร. นรต.39 เป็น &amp;nbsp;ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบช.ภ.2 นรต.42 เป็น ผบช.รร.นรต., พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. นรต.38 เป็น ผบช.ทท., พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม รอง ผบช.ตชด. นรต.38 เป็น ผบช.ตชด., พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผบช.รร.นรต. นรต.43 เป็น ผบช.ศ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม​ ผบก.ป. ขึ้นรอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พิทักษ์ &amp;nbsp;อุทัยธรรม ผบก.ปทส. ขึ้นรอง ผบช.น. พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปคม. ขึ้นรอง ผบช.น., พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. ขึ้น รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. ขึ้นรอง ผบช.ก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช รอง ผบก.น.8 เป็น ผบก.น.1, พ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. เป็น ผบก.น.2, พล.ต.ต.พลฑิต &amp;nbsp;ไชยรส ผบก.สส.ภ.1 เป็น ผบก.น.3, พ.ต.อ.สรเสริญ ใช้สถิตย์ รอง ผบก.น.6 เป็น ผบก.น.6, พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผบก.อคฝ. เป็น &amp;nbsp;ผบก.น.8, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 นรต.43 เป็น ผบก.อคฝ., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ประจำ บช.ก. เป็น ผบก.ปคม. และ พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน รอง ผบก.ป.มือสอบสวน เป็น ผบก.ป. เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114669</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.สุพจน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5a767795a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 17:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บก.น.8 แจงยิบปม &#039;คฝ.&#039; ถูกอมเบี้ยเลี้ยง 8 เดือน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 - จากกรณีโซเชียลมีเดียแชร์ข้อความร้องเรียนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.น.8 ระบุว่า เบี้ยเลี้ยงจากการออกไปปฏิบัติงานควบคุมฝูงชน(คฝ.) หายไป 8 เดือน เมื่อทวงถามในกลุ่มไลน์ไม่มีใครออกมาตอบคำถาาม นอกจากนี้งบตัดเครื่องแบบสนามที่ ผบ.ตร. มอบให้เป็นของขวัญปีใหม่คนละ 2,500 บาท ตัดมาก็ใส่ไม่ได้ เป็นชุดสำเร็จรูปแบบกระดุมแขนยาวเกินตัวเหมือนไม่ใช่ชุดตัด นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่าพล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.8 ได้ทำรายงานชี้แจ้ง ผบช.น. เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ประเด็นเบี้ยเลี้ยง คฝ. บก.น.8 ได้เบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงค่าตอบแทนระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 63 - 30 พ.ย. 63 วันละ 200 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ คฝ. และได้โอนเข้าบัญชีธนาคารรายตัวให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติไปแล้ว ระหว่าง 1 ธ.ค. 63 - 22 ธ.ค. 63 &amp;nbsp;บช.น. แจ้งจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่าย ภารกิจการชุมนุมฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเบิกจ่าย คาดว่าจะสามารถโอนให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติก่อนวันที่ 26 ส.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 64 - 16 ส.ค.64 บก.น.8 ได้ของบประมาณค่าใช้จ่ายภารกิจการชุมนุมให้กับเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ และยังไม่ได้เบิกจ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นชุดเครื่องแบบสนาม คฝ.บก.น.8 ทาง พล.ต.ต.โชคชัย ชี้แจงว่า ตามที่ ตร.ได้จัดสรรงบประมาณ ตัดชุดเครื่องแบบสนามสำหรับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน (คฝ.)จำนวน 2 กองร้อย 310 นาย อัตรา 2,000 บาท/นาย รวมจำนวนเงิน 620,000 บาท โดย บช.น.ให้ บก.น.8 เป็นเจ้าภาพ จัดหาร้านตัดชุดดังกล่าวตามแบบของตร. บก.น.8 จึงได้มอบหมายให้ฝ่ายอำนวยการจัดหาร้านตัดเครื่องแบบสนามที่มีความชำนาญและราคาย่อมเยา ต่อมา ร้านตัดเครื่องแบบรายหนี่ง ได้เสนอราคาเครื่องแบบสนามพร้อมแถมกระเป๋าสนามขนาดใหญ่ ไฟฉายสนามในราคาชุดละ 2,000 บาท จึงได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ชนะการเสนอราคา บก.น.8 จึงได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้ดำเนินการรับเหมาตัดชุดเครื่องแบบสนามตามแบบที่ ตร.กำหนด ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 โดยวิธีเฉพาะเจาะจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางร้านและฝ่ายอำนวยการจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ คฝ.บก.น.8 มาวัดตัวเพื่อตัดเครื่องแบบสนาม ณ ห้อง ศปก. จำนวน 3 ครั้ง คือ วันที่ 14 ม.ค. 64 ,5 มี.ค.64 ,และ 10 มี.ค. 64 ต่อมาวันที่ 25 มี.ค. 64 ได้จัดพิธีมอบเครื่องแบบสนามพร้อมอุปกรณ์ให้แก่เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน(คฝ.) ณ ลานเสาธงชาติ บก.น.8 โดยหลังรับเครื่องแบบสนามไปแล้ว มีบางนายขอแก้ไขเครื่องแบบสนามที่ได้รับ แจกจ่ายไป เนื่องจากผิดขนาดบ้าง แขนยาวบ้าง สาเหตุน่าจะเกิดจากช่างสลับชุดที่วัดตัวไปแล้วทำให้ใส่ไม่ได้ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจึงนัดหมายช่างมาวัดตัวใหม่และดำเนินการแก้ไข ประกอบด้วย กองร้อยที่ 1 ส่งแก้ไข จำนวน 26 นาย ยังไม่มารับชุดคืน 1 นาย กองร้อยที่ 2 ส่งแก้ไข จำนวน 7 นาย ยังไม่มารับชุดคืน 2 นาย สาหรับผู้ที่ไม่มารับชุดเครื่องแบบสนาม ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี รอง ผบก.น.8 ตรวจสอบข้อเท็จริงอีกครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113981</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองร้อยควบคุมฝูงชน, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd7b986a254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวปลอม! ตร.เตือนอย่าแชร์เคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง - จับบุคคลในรัฐบาลเป็นข้อมูลเท็จ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีโซเชียลมีเดียแชร์ข่าวเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมบุคคลในรัฐบาล ว่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับผู้ที่โพสต์ข้อความดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ยังตรวจพบการส่งต่อข้อมูลจะมีเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน เข้าไปซื้อของกักตุนในซูเปอร์มาเก็ต จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นข้อมูลเท็จเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ขอแจ้งเตือนประชาชนว่าการผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน และยังเสี่ยงถูกดำเนินคดี ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีโทษทั้งจำและปรับ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111670</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, เคอร์ฟิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd7b986a254.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111546</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวปลอม! อย่าแชร์ลงทะเบียนจองคิวผ่านแอปฯ &#039;วัคซีนบางซื่อ&#039; เป็นข้อมูลเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จในลักษณะข่าวปลอม(Fake News) จากผู้ไม่หวังดีที่พยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ นั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ตรวจพบข่าวปลอมอีก 2 กรณี คือ 1.นายกเปลี่ยนแผนงด walk in สถานีกลางบางซื่อ ให้ลงทะเบียนออนไลน์ผ่านแอป &amp;quot;วัคซีนบางซื่อ&amp;quot; เท่านั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ โดยข้อเท็จจริงคือ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เตรียมเปิดจองคิวฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เข็มที่ 1 (AstraZeneca) โดยลงทะเบียนผ่าน 4 ค่ายมือถือ เอไอเอส (AIS) ทรู (TRUE) ดีแทค (DTAC) และ เอ็นที (NT) เท่านั้น ไม่ใช่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;วัคซีนบางซื่อ&amp;rdquo; ส่วนตัวแอปวัคซีนบางซื่อ นั้น ให้ดาวน์โหลดเพื่อ chek-in และกรอกแบบฟอร์มหลังลงทะเบียนกับค่ายมือถือแล้ว เพื่อลดความแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 3 ราย ถูกทหารปล่อยทิ้งกลางทาง เนื่องจากปลายทางมีระยะไกล ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกองบัญชาการกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน โดยเจ้าหน้าที่ที่นำส่งไม่ได้ทิ้งผู้ป่วยทั้ง 3 คน แต่ผู้ป่วยต้องการลงบริเวณหน้าวัดไผ่อยู่แล้วเพื่อกลับที่พัก และกลับมาเข้ารักษาตัวในวันต่อไป อีกทั้งขณะนี้ทั้ง 3 คน ได้รับการรักษา ณ โรงพยาบาลบุษราคัมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน และยังเสี่ยงถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มีโทษทั้งจำและปรับ

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์&amp;nbsp;https://www.antifakenewscenter.com&amp;nbsp;, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111546</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, จัดระเบียบศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_61028975162bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งจัดกำลังพล ยานพาหนะรับส่งผู้ป่วยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยในสถานการณ์การติดเชื้อและแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีการระบาดได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะการนำผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม &amp;nbsp;สถานพยาบาล หรือศูนย์พักคอย จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปม.ตร.) ลงไปควบคุม กำกับการปฏิบัติของหน่วยในการช่วยเหลือดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่ง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 สำรวจสถานภาพยานพาหนะประจำหน่วย เช่น รถควบคุมผู้ต้องหา หรือรถยนต์ตู้ และกำลังพลจิตอาสาเพื่อทำหน้าที่พลขับในการสนับสนุนภารกิจร่วมกับกรมการแพทย์ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน หรือสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในการส่งตัวผู้ติดเชื้อไปยังโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม สถานพยาบาล หรือศูนย์พักคอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยใดที่มีความพร้อมในการปฏิบัติ ให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ หากหน่วยงานสาธารณสุขมีความต้องการยานพาหนะพร้อมพลขับในการนำส่งผู้ป่วยโควิด-19 ไปยังโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม สถานพยาบาล หรือศูนย์พักคอย ให้ตำรวจสนับสนุนภารกิจดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิบัติงาน สนับสนุนภารกิจดังกล่าว ให้หน่วยประสานงานขอความร่วมมือกับอาสาสมัครกู้ภัย อาสาสมัครสาธารณสุข หรืออาสาสมัครประชาชนในพื้นที่มาร่วมปฏิบัติ &amp;nbsp;นอกจากนี้ให้หน่วยขอรับคำแนะนำและขั้นตอนการปฏิบัติจากหน่วยงานสาธารณสุขพื้นที่ พร้อมทั้งขอรับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ ได้แก่ ชุดป้องกันการติดเชื้อ (PPE) หน้ากากอนามัย Face shield ถุงมือยาง น้ำยำฆ่าเชื้อ หรือวัสดุอุปกรณ์อื่นที่จำเป็น &amp;nbsp;สำหรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าตำรวจให้ยึดการปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข (DMHTTA) อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้ฉีดน้ำยาฆ่าชื้อ หรือแอลกอฮอล์ทำความสะอาดยานพาหนะก่อนและหลังปฏิบัติภารกิจด้วยทุกครั้ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110885</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fac3a195bde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
