<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.น.นับ1คดี&#039;พ่อโดดตึก&#039; ขีดเส้น15วันก่อนอุทธรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ยุติธรรมเตรียมถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วย &amp;ldquo;ลุงโดดตึกศาล&amp;quot; สัปดาห์หน้าพร้อมส่ง จนท.เป็นพี่เลี้ยงหากติดขัดขั้นตอนใด กสม.หวังเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ผบช.น.เผยต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ เพื่อหาพยานหลักฐานให้อัยการยื่นอุทธรณ์ ขีดเส้น 15 วันต้องชัดเจน โยนหลักฐานดีเอ็นเอเสื้อไปถาม &amp;quot;ศานิตย์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 26 กรกฎาคม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีนายศุภชัย ทัฬหสุนทร กระโดดจากชั้น 8 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ลงมาเสียชีวิต เนื่องจากผิดหวังที่ศาลพิพากษายกฟ้องกรณีของลูกชายที่ถูกแทงเสียชีวิตเมื่อปี 59 ว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) ซึ่งคาดว่าน่าจะประชุมได้ในวันที่ 31 ก.ค. หรือวันที่ 1 ส.ค. เพื่อจะติดตามประเด็นทั้งเรื่องของลุงที่โดดตึก และกรณีของครูวิภา บานเย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ที่ถูกลูกศิษย์เบี้ยวหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืนเพื่อการศึกษา (กยศ.) ทำให้ต้องชดใช้แทนในฐานะเป็นผู้ค้ำประกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่การหาทางออก แต่เป็นการประชุมเพื่อช่วยกันดูว่ากระบวนการยุติธรรมจากทั้ง 2 กรณีที่เกิดขึ้นนี้มีประเด็นอะไรที่เป็นบทเรียนที่เราจะต้องนำมาสู่การพัฒนากระบวนการยุติธรรม และอะไรที่จะไปช่วยเขาได้ หรืออะไรที่จะต้องแก้ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา กรณีของลุงที่โดดตึก อยากให้แยกว่ากระบวนการของศาลก็ทำไปตามพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการได้รวบรวมเป็นคำฟ้องมา ซึ่งศาลไม่สามารถเข้าไปล้ำเส้นได้ แต่ก็จะมีผู้แทนจากทุกหน่วยมาคุยกันว่า ทั้ง 2 เคสนี้มีบทเรียนอะไร และเราจะช่วยในปัญหาเฉพาะด้านเขาอย่างไรได้บ้าง เช่น มีปัญหาในเรื่องของทนาย ก็จะจัดหาให้ หรือหากมีปัญหาเกี่ยวกับการติดต่อประสานงาน หรือปัญหาที่ไม่สามารถขอข้อมูลจากหน่วยงานอื่นได้ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปช่วยจัดการให้ จะเป็นลักษณะของการเป็นพี่เลี้ยงให้&amp;rdquo;พล.อ.อ.ประจินกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชาติชาย สุทธิกลม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีนายศุภชัย ทัฬหสุนทร โดดตึกศาลอาญาฆ่าตัวตายว่า กรณีดังกล่าวเป็นประเด็นการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่น่าห่วงใย เนื่องด้วยฝ่ายผู้สูญเสียเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะว่าที่ผ่านมาตนต้องเป็นหลักในการแสวงหาพยานหลักฐานจากการที่ลูกชายถูกแทงเสียชีวิตเอง อีกทั้งพยานหลักฐานที่เป็นกล้องวงจรปิด ณ สถานที่เกิดเหตุในบางจุดก็ชำรุด ทำให้ขาดพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักในการพิจารณาพิพากษาคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระบวนการยุติธรรมในชั้นการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ถือเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรมในชั้นต่อๆ ไป หากการเริ่มต้นคดีในชั้นสอบสวนมีความบกพร่องในการรวบรวมพยานหลักฐาน ขั้นตอนในชั้นต่อไปก็อาจเกิดความบกพร่องหรือไม่มีความสมบูรณ์ตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ขอชื่นชมผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่สั่งการให้ตรวจสอบรายละเอียดของสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ และหวังว่ากรณีดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ เพื่อให้การปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชาชนทุกคนได้รับความยุติธรรมภายใต้กฎหมายอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน&amp;quot; นายชาติชายกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ, พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 , พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย รอง ผบก.น.8 พร้อมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงสำนวนคดีอาญาที่ 418/2559 ของ สน.ดินแดง กรณีคนร้าย 2 คนใช้อาวุธมีดและกำลังทำร้ายนายธนิต ทัฬหสุนทร เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหาสำนวนคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชาญเทพเปิดเผยก่อนการประชุมว่า กรณีดังกล่าวต้องเริ่มกลับมานับหนึ่งใหม่ หากตรวจสอบแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำสำนวนคดีมีความบกพร่อง ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาก็จะดำเนินการที่อยู่ในส่วนของวินัย ตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กล่าวเอาไว้แล้ว ที่สำคัญสุดในตอนนี้ต้องการที่จะหาพยานหลักฐานให้กับพนักงานอัยการเพื่อยื่นอุทธรณ์ก่อน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีพยานเห็นคนเดียวหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนกรณีที่มีการยิงกันบริเวณวัดกุนนทีรุทธาราม พื้นที่ สน.ห้วยขวาง ได้เรียกพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ รวมถึง สน.ดินแดง มาร่วมประชุมดังกล่าว ขณะนี้ยังไม่ได้มีการเรียกคู่กรณีมา เพราะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ กรณีดังกล่าวไม่จำเป็นต้องสั่งการกำชับอะไรเลย &amp;nbsp;เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่พนักงานสอบสวนรับผิดชอบสำนวนคดี หรือ ผกก.โรงพัก ต้องรู้ สิ่งสำคัญที่สุดเรายังมีอัยการ เมื่อพนักงานสอบสวนได้ไม่ดีพอ พนักงานอัยการต้องสั่งสอบสวนเพิ่มเติมอยู่แล้ว คดีดังกล่าวพนักงานอัยการสั่งมาหลายข้อจนสามารถที่จะสั่งฟ้องได้ พนักงานอัยการเชื่อว่าพยานหลักฐานทั้งหมดเพียงพอในการสืบหรือไต่สวนพยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประเด็นที่ว่านายณัฐพงษ์ คู่กรณีไม่ใช่ผู้กระทำความผิด จะมีการดำเนินการอย่างไร ผบช.น. กล่าวว่า ตรงนี้ขอตรวจสอบรายละเอียดดังกล่าวทั้งหมด รวมถึงการตรวจสอบหาพยานหลักฐานใหม่เพิ่มเติม &amp;nbsp;อย่างที่บอก การรื้อคดีเมื่อคดีสิ้นสุด และเมื่อถึงชั้นฎีกา หรือไม่อุทธรณ์ กรณีดังกล่าวไม่ใช่เพียงแค่การหาพยานหลักฐานใหม่อย่างเดียว อะไรที่ศาลมีคำสั่งหรือมีการพิพากษา ประโยคไหนที่จะต้องมีการพิจารณาก็จะต้องเริ่มใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน้าที่ต่อไป พล.ต.ต.สมพงษ์จะเป็นผู้รับผิดชอบทำหน้าที่ติดตามกรณีดังกล่าวต่อไป โดยหลักฐานที่แม่ผู้ตายนำมาให้ดูเป็นเพียงไฟล์ข้อมูล ยังเปิดดูไม่ได้ จึงได้ทำการอัดเก็บไฟล์ไว้ ผมย้ำว่ากรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวกับสถาบันศึกษา ใครทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด สถาบันส่วนสถาบัน บุคคลกระทำความผิดก็ต้องเป็นบุคคล อย่าเอาสถาบันเข้ามา ไม่ถูกต้อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวด้วยว่า พยานหลักฐานเสื้อผู้ตายที่หายไปหรือการตรวจดีเอ็นเอเสื้อผู้ตาย ขณะนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลาง พยาน ถ้าอยากทราบต้องถาม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ขณะนั้น ทั้งนี้ ตนได้ให้คณะทำงานไว้ 15 วัน เพื่อดำเนินการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14191</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย สุทธิกลม, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย, พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, ลุงโดดตึกศาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b59d8eca4806.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยาบ้า8ล้านเม็ด เครือข่ายทั่วกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ยาเสพติดใกล้ท่วมประเทศ นครบาลแถลงจับล็อตใหญ่ยาบ้า 8.6 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 37 กก. ยาอี ยาเคอีกเพียบ รวบวัยรุ่นอายุ 17 ปีสมาชิกในเครือข่าย เผยลำเลียงมาจากภาคเหนือของกลุ่มว้า ส่งขายทั่วกรุง รวมทั้งปริมณฑล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3, พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายนายคิง (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมตแอมเฟตามีน) ยาบ้า 8,679,600 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 37 กิโลกรัม เอ็กซ์ตาซี หรือยาอี จำนวน 2,822 เม็ด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ยาเค หรือเคตามีน ชนิดเกล็ดน้ำหนักประมาณ 38 กิโลกรัม ชนิดน้ำบรรจุในขวดแก้วจำนวน 569 ขวด ยาเสพติดทั้งหมดตรวจค้นเจอที่ห้องพักเลขที่ 9203 บ้านนพคุณอพาร์ทเม้นท์ ถนนลาดปลาเค้า แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ฤชากรเปิดเผยว่า จากการสืบสวนขยายผลการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ในเขตกรุงเทพมหานครก่อนหน้านี้ ทราบว่าผู้ค้ายาเสพติดกลุ่มบางเขนเป็นผู้มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ จำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าในพื้นที่เขตบางเขน เขตจตุจักร เขตลาดพร้าว เขตคันนายาว และเขตมีนบุรี รวมทั้งในเขตปริมณฑล ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนเรื่อยมาจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะมีการแบ่งหน้าที่การทำงานอย่างเป็นระบบ ทยอยลำเลียงยาเสพติดมาพักไว้ที่พื้นที่ กทม. ย่านลาดปลาเค้า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าสะกดรอยติดตามดูความเคลื่อนไหว จนกระทั่งรู้จุดเก็บรักษายาเสพติดดังกล่าวเพื่อส่งให้ลูกค้าตามสถานบริการ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบ และทำการประชุมวางแผนเพื่อเข้าทำการจับกุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 6 มิ.ย. เวลาประมาณ 22.00 น. พบนายคิงเดินถือถุงยาเสพติดลงมาจากอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวขอตรวจค้นและเข้าจับกุมผู้ต้องหา พบยาบ้าจำนวนประมาณ 4,000 เม็ด และยาไอซ์ 3 กิโลกรัม จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนเพื่อนำไปจำหน่ายในพื้นที่ บก.น.3 และ บก.น.4 รวมถึงสถานบริการต่างๆ โดยทำมาแล้ว 2 เดือน ได้เงินครั้งละ 10,000-20,000 บาท และไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดแต่อย่างใด โดยมาทำงานดังกล่าวจากการชักชวนของเพื่อนที่รู้จักกันสมัย ม.ปลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหารับสารภาพด้วยว่า ยังมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพักเลขที่ 9203 บริเวณชั้น 2 ของอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยกองกำลังทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ขึ้นไปตรวจค้นยังห้องพักดังกล่าว พบยาเสพติดจำนวนมากตามที่ได้แถลงแต่ต้น ซึ่งจากข้อมูลพบว่าเป็นยาเสพติดที่มาจากเครือข่ายทางภาคเหนือกลุ่มว้าเหนือและว้าใต้ เบื้องต้นดำเนินคดีนายคิง ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์, ยาอี) และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (ยาเค) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่ง สน.โชคชัยดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบลราชธานี พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ หัดกล้า รอง ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี กับพวก แถลงจับกุมนายจักราวุฒิ ติวสร้อย อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 80,000 เม็ด ขณะขับรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บล 4597 สกลนคร ไปตามถนนสายเขมราฐ-อำนาจเจริญ ถึงบริเวณสามแยกบ้านโชคชัย เขตเทศบาลตำบลเขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี รับสารภาพว่ารับจ้างส่งยาให้เอเยนต์ใหญ่รายหนึ่งที่จังหวัดขอนแก่น โดยหากส่งมอบเรียบร้อยจะได้ค่าจ้าง 2 แสนบาท และจะเอาไปใช้หนี้พนันฟุตบอล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10917</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์, พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ, พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง, พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b192cc62bca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งยาทางไปรษณีย์ จับได้4-ยึด60ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจแกะรอยแก๊งยาเสพติดใช้วิธีส่งของทางไปรษณีย์ ตามรวบได้ 3 ขณะกำลังบรรจุยาเพื่อจำหน่ายในคอนโดฯ ยึดยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด ไอซ์ 7 กก. ยาเค 1 กก. ก่อนขยายผลจับเอเยนต์ใหญ่ย่านคลองเตย พร้อมของกลางมูลค่า 60 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 31 พฤษภาคมนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3, พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.สปพ. (191), พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา ผกก.สน.มีนบุรี, พ.ต.ท.ชินวุฒิ ตั้งวงศ์เลิศ รอง ผกก.สส.สน.ลำหิน ชุดสืบสวน สน.มีนบุรี และชุดสืบสวน บก.สปพ. (191) ร่วมแถลงข่าวการจับกุมนายอภินันท์ หรือฮิม วันจะนาบี อายุ 31 ปี, นายเจษฎากร หรือปู ค้ำคูณ อายุ 23 ปี และ น.ส.ปวิศรา หรืออัง บุญชู อายุ 34 ปี ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ไอซ์ และยาอี) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่งดำเนินคดีที่ สน.มีนบุรี โดยสามารถจับกุมได้บ้านเลขที่ 1/572 ซอยเคหะรามคำแหง 1 แขวงและเขตมีนบุรี กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุไลมาน คาน อายุ 21 ปี ดำเนินคดีข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ไอซ์ และยาอี) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่งดำเนินคดี สน.ท่าเรือ โดยจับกุมได้ที่บริเวณชุมชนคลองเตย ถนนอาจณรงค์ แขวงและเขตคลองเตย กทม. พร้อมของกลางยาบ้า 414,000 เม็ด, ไอซ์ 28 กก., ยาอี 18,000 เม็ด, ยาเค (เคตามีน) 1.8 กก., รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ ทะเบียน สร 1065 กรุงเทพมหานคร, รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กต 1994 กรุงเทพมหานคร, เงินสดจำนวน 108,000 บาท มูลค่าของกลาง 60 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ฤชากรเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 พ.ค. เวลาประมาณ 19.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.บก.น.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สายตรวจ บก.สปพ. (191) ได้เร่งรัดปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในเขตกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับเบาะแสว่ามีการจำหน่ายยาเสพติดขนส่งผ่านไปรษณีย์พื้นที่เขตหลักสี่ เป็นยาอี 18,000 เม็ด จึงได้ขยายผลจนทราบว่านายอภินันท์มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติด จึงเข้าทำการตรวจค้นห้องพักที่คอนโดลุมพินี ซอยรามคำแหง แยก 43/1 พบนายอภินันท์พร้อมด้วยนายเจษฎากร และ น.ส.ปวิศรา กำลังบรรจุยาเสพติดเพื่อจำหน่าย จึงยึดของกลางยาบ้า 216,000 เม็ด ไอซ์ 7 กก. ยาเคตามีน 1 กก. รถยนต์ 2 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการขยายผลทราบว่า ผู้ต้องหาได้สั่งซื้อยาเสพติดจากนายสุไลมาน จึงได้ติดต่อล่อซื้อยาบ้า 192,000 เม็ด ไอซ์ 20 กก. นัดส่งของกลางที่ถนนรัชดา-รามอินทรา ฝั่งตรงข้ามแฟชั่นไอส์แลนด์ แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม. พื้นที่ สน.บางชัน ขณะเดียวกันกำลังส่วนหนึ่งก็ไปที่บ้านพักนายสุไลมาน ย่านชุมชนคลองเตย พื้นที่ สน.ท่าเรือ ภายหลังสืบทราบว่าได้ติดกับนายอภินันท์ จึงได้ประสานให้ออกมาพบก่อนแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมของกลางยาเค 5 กรัมในกระเป๋ากางเกง และเงินสด 108,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10427</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา, พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์, พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ, พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก๊งยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0ff7baed8ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
