<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับครู-อดีตนายก เสพกามเด็กหญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปคม.นำกำลังคอมมานโดเปิดปฏิบัติการกวาดจับผู้ซื้อกามเด็ก ปูพรม 10 จุดในจังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี รวบนักการเมืองท้องถิ่น อดีตนายก อบจ.-รองนายก อบต.-ผู้ใหญ่บ้าน กระทั่งครู เตรียมส่งฝากขังพร้อมค้านประกันตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ที่กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) สั่งการให้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปฏิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม., พ.ต.ท.มนต์ชัย เพ็งเลิศ รอง ผกก.5 บก.ปคม. นำกำลังตำรวจคอมมานโด และ กก.5 บก.ปคม. ปิดล้อมตรวจค้น 10 จุดในจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรี เพื่อจับกุมผู้ซื้อบริการเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อภิสัณฐ์กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการที่ก่อนหน้านี้ราวเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ทาง บก.ปคม.ได้เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายขบวนการค้าประเวณีเด็กรายใหญ่ ในพื้นที่กาญจนบุรีและราชบุรี โดยครั้งนั้นได้การตรวจค้นและจับกุมเอเยนต์ และผู้ร่วมขบวนการที่ทำหน้าที่เป็นธุระจัดหาเด็กมาขายบริการทางเพศ จำนวน 7 ราย และได้ช่วยเหลือเด็กผู้เสียหาย อายุระหว่าง 14-17 ปี จำนวน 4 คน ให้เข้าสู่การคุ้มครองดูแลของกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. ได้สั่งการให้ขยายผลเพิ่มเติม โดยจากการสอบปากคำบรรดาแม่เล้าเด็ก พบว่ามีการจัดหาเด็กมาเพื่อให้บริการทางเพศ ซึ่งจัดหาบ้านพัก รีสอร์ตให้เด็กหญิงมาพักเพื่อรอชายที่นิยมเสพกามเด็กหญิง โดยมีการติดต่อทางไลน์ ส่งรูปเด็กหญิงหน้าตาดีไปให้เลือก ตกลงราคา ก่อนจะขับรถมารับออกไปหาที่พักหลับนอนกัน ทั้งนี้พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นผู้ซื้อบริการทางเพศเด็ก เป็นบุคคลที่มีชื่อในพื้นที่ จึงขออนุมัติหมายจับและหมายค้นรวม 10 ราย นำไปสู่การเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ซึ่งในพื้นที่ จ.ราชบุรี มี 9 จุด ประกอบด้วย อ.เมืองราชบุรี 6 จุด อ.ดำเนินสะดวก 2 จุด อ.บ้านโป่ง 1 จุด และในจังหวัดเพชรบุรี 1 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการปิดล้อมตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย ในจำนวนนี้มีบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ จ.ราชบุรี อาทิ รองนายก อบต., อดีตนายก อบจ., สมาชิก อบต., ผู้ใหญ่บ้าน, ประธานลูกเสือชาวบ้าน และครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง พร้อมยึดของกลางเป็นอาวุธปืน 7 กระบอก กระสุนปืน 40 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังปฏิบัติการได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำที่ บก.ปคม. ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 4 อาคารบี ภายในศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โดยบรรยากาศการสอบปากคำเป็นไปด้วยความตึงเครียด ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การปฏิเสธและภาคเสธ เนื่องจากผู้ต้องหาบางรายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ อีกทั้งเกรงว่าเรื่องจะไปถึงหูของครอบครัวและภรรยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยกระทำเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร&amp;rdquo; ในท้ายสำนวนได้คัดค้านการให้ประกันตัว ก่อนนำตัวส่งศาลอาญาเพื่อทำการฝากขังต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75065</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, พล.ต.ต.สยาม บุญสม, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปคม.ทลายเครือข่ายแม่เล้าส่งเด็กค้ากามรายใหญ่ในพื้นที่กาญจนบุรี-ราชบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 มิ.ย.63 - พล.ต.ต.วรวัฒน์&amp;nbsp; วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม ),พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ , พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบก.ปคม., พ.ต.อ.อภิสัณฐ์&amp;nbsp; ไชยรัตน์&amp;nbsp; ผกก.5 บก.ปคม.,พ.ต.ท.มนต์ชัย เพ็งเลิศ รอง ผกก.5 บก.ปคม.,พ.ต.ท.วิศิษฎ์ ศรียาภัย ,พ.ต.ท.อนุรักษ์&amp;nbsp; บุญค้ำพงศ์ และ พ.ต.ต.ปฐมพงศ์&amp;nbsp; ทองจำรูญ&amp;nbsp; สว.กก.5 บก.ปคม.แถลงผลการนำกำลังเข้าปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมเครือข่ายนายหน้าค้าประเวณีเด็ก ระหว่างวันที่ 9-11 มิ.ย.63 ต่อเนื่องกันในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี ผลการปฏิบัติสามารถ 1.จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหา ค้ามนุษย์(ค้าประเวณีเด็ก) จำนวน&amp;nbsp; 6 ราย 2.จับกุมผู้ต้องหา คดีอาวุธปืน&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 1 ราย&amp;nbsp; พร้อมด้วยอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน&amp;nbsp; 15&amp;nbsp; นัด 3.ตรวจยึดถุงยางอนามัย&amp;nbsp; 26&amp;nbsp; ชิ้น&amp;nbsp; เจลหล่อลื่น&amp;nbsp; 3 หลอด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับการแจ้งเบาะแสจากแฟนเพจ Facebook ปคม. เรื่องการค้าประเวณีออนไลน์&amp;nbsp; ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp; และปฏิบัติการล่อซื้อค้าประเวณีเด็กจากแม่เล้าในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และราชบุรี เมื่อวันที่ 28 พ.ค.63 โดยได้ช่วยเหลือเด็ก&amp;nbsp; 3 ราย&amp;nbsp; อายุ 14 ปี และ 17 ปี 2 ราย&amp;nbsp; เข้าสู่ขั้นตอนการสัมภาษณ์คัดแยกเหยื่อ ร่วมกับสหวิชาชีพและส่งตัวเข้ารับการคุ้มครอง จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งเป็นพ่อเล้า &amp;ndash; แม่เล้า จัดส่งเด็กค้าประเวณีรายใหญ่ ประกอบด้วย เครือข่ายของนายต่าย&amp;nbsp; พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกาญจนบุรี จัดหาเด็กในกับลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรม เครือข่ายเจ๊แหม่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดหาเด็กให้กับลูกค้า ย่าน ต.พระแท่น&amp;nbsp; อ.ท่าเรือ&amp;nbsp; เครือข่ายบิ๋ม&amp;nbsp; จัดหาเด็กให้กับลูกค้าในอำเภอเมืองกาญจนบุรี&amp;nbsp; เครือข่ายเจ๊ฝน สายโหด&amp;nbsp; จัดหาเด็กให้กับลูกค้าในอำเภอเมืองกาญจนบุรี&amp;nbsp; เครือข่ายเจ๊ฝน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดหาเด็กให้กับลูกค้าย่าน อำเภอจอมบึง &amp;ndash; เมืองราชบุรี และเครือข่ายเจ๊น้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดหาเด็กให้กับลูกค้าในราชบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในบางเครือข่ายนั้น มีเด็กในสังกัดอายุน้อยสุดเพียง 13-14 ปี เท่านั้น ซึ่งเป็นที่ต้องการของลูกค้าอยากมาก แต่จะจัดส่งให้กับลูกค้าประจำเท่านั้น จึงขอเตือน!! การซื้อบริการเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี&amp;nbsp; เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 4 &amp;ndash; 20 ปี ปรับ 100,000-400,000&amp;nbsp; บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68473</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าประเวณีเด็ก, ปคม., พล.ต.ต.วรวัฒน์  วัฒน์นครบัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee2ebbe825e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มแสบอ้างเป็นตร.ข่มขืนสาวพม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับสิบแปดมงกุฎ หลอกสาวพม่าอ้างจะส่งไปทำงาน ก่อนพาเข้าบังกะโล อ้างตัวเป็นตำรวจ ข่มขืนผู้เสียหายแล้วชิงทรัพย์ จากนั้นพาไปทิ้งกลางทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ พ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบุญ รอง ผบก.ปคม. แถลงผลการจับกุมนายณรงค์ หรืออ๊อบ ห้วยหงส์ทอง อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับหญิงสาวต่างด้าวไปข่มขืนกระทำชำเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ เบื้องต้นจากการสอบสวน น.ส.เมย์ ชาวปะโอ สัญชาติพม่า ที่เข้ามารับจ้างทำงานใน กทม. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค.63 ได้เห็นเฟซบุ๊กบัญชีชื่อ &amp;quot;AK Love Janne&amp;quot; โพสต์ประกาศว่าต้องการรับสมัครคนงานหญิงไปทำงานย่านเดอะมอลล์ บางแค จึงติดต่อสอบถามไป ก่อนจะให้เบอร์มือถือของนายณรงค์ ผู้ต้องหารายนี้มา เมื่อโทร.ติดต่อไป น.ส.เมย์แจ้งว่าเดินทางไปไม่ถูก นายณรงค์จึงนัดให้ น.ส.เมย์ที่พักอยู่ย่านลำสาลี มารอที่หน้าห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ ก่อนขับรถเก๋งมิตซูบิชิ สีแดง ทะเบียน 3ฐ 9363 กทม. มารับ อ้างว่าจะพาไปดูที่ทำงาน จากนั้นขับรถพา น.ส.เมย์มายังห้องพักแบ่งให้เช่า ย่านบางบอน 1 ซอย 9 พาเข้าห้องแล้วบังคับให้ น.ส.เมย์ถอดเสื้อผ้าออก ก่อนโชว์บัตร อปพร. ควักลูกกระสุนปืนและกุญแจมือให้ดู พร้อมพูดจาอ้างว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่าขัดขืน แล้วใช้กำลังทุบตี บังคับให้ น.ส.เมย์ใช้มือช่วยจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ค้นกระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย เอาเงินสด 7,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และบัตรต่างด้าวไป จากนั้นขับรถพาไปปล่อยผู้เสียหายกลางทางให้หาทางกลับเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.แง ชาวปะโอ สัญชาติพม่า ผู้เสียหายอีกราย ให้การว่า เข้ามาทำงานในไทยเมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะตกงานเมื่อหลายเดือนก่อน จนเมื่อวันที่ 9 เม.ย. เห็นเฟซบุ๊กบัญชี &amp;quot;AK Love Janne&amp;quot; ประกาศรับสมัครคนงานหญิงจึงติดต่อไป ได้เบอร์โทร.ของนายณรงค์ให้ถ่ายรูปส่งไปให้ดูก่อน จากนั้นจึงโทร.นัดหมาย โดยนายณรงค์ให้นั่งรถมารอที่หน้าเดอะมอลล์ บางแค แล้วนายณรงค์ขี่รถจักรยานยนต์มารับ พาไปถึงหน้าอาคารสีชมพู บางบอน 1 แยก 10 ซอย 10 บอกให้เอากระเป๋าฝากไว้แล้วพานั่งซ้อน จยย.ขับไปยังบังกะโลแห่งหนึ่ง ใช้กำลังบังคับ น.ส.แง ให้เข้าไปภายในห้อง ก่อนโชว์บัตร อปพร. พร้อมอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้กำลังบังคับข่มขืนจนสำเสร็จความใคร่ หลังจากนั้นได้ล้วงเอาเงินสด 2,000 บาท ในกระเป๋าผู้เสียหายไป แล้วพานั่งซ้อน จยย.มาปล่อยกลางทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้เสียหายทั้งสองรายได้เข้าขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิ LNP (Labour Protection Network) ที่พาเข้าปรึกษาตำรวจสันติบาล ก่อนจะพามาแจ้งความตำรวจ บก.ปคม.ทำการสืบสวนสอบสวนจนจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ ห้วยหงส์ทอง, พ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบุญ, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecfad245e727.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อปิดคดี&#039;อุ้มบุญ&#039; หมอใหญ่มอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หมออุ้มบุญ&amp;quot; อดีตนายแพทย์ รพ.รัฐ โผล่มอบตัว ปคม. พบหลักฐานทำหน้าที่ฉีดน้ำเชื้อใส่ผู้หญิงให้ท้องพาไปคลอดในจีน เป็นเครือข่ายนายทุนจีน &amp;quot;เจ้า หลาน&amp;quot; ส่วนอีก 4 หมอเข้าพบตำรวจ 27 พ.ค.นี้ ผบก.ปคม.เผยเตรียมออกหมายจับคดีอุ้มบุญเพิ่ม 10 ราย ภายในสัปดาห์นี้ปิดคดีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (กก.2 บก.ปคม.) นพ.ชนินทร์ (สงวนนามสกุล) อดีตแพทย์โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งย่านอนุสาวรีย์ฯ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. และ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา ผกก.2 บก.ปคม. เพื่อให้ข้อมูลหลังพบหลักฐานเชื่อมโยงมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเครือข่ายรับจ้างอุ้มบุญข้ามชาติ โดยมีนายเจ้า หลาน เป็นนายทุนชาวจีน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน &amp;quot;สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากข้อมูลชุดสืบสวนระบุพฤติกรรมของนายแพทย์คนนี้ทำหน้าที่ผสมหัวเชื้อสเปิร์ม และฉีดเชื้อใส่แม่อุ้มบุญเพื่อให้ตั้งครรภ์ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลสำคัญในการทำแม่อุ้มบุญมาโดยตลอด รวมถึงเป็นนายแพทย์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในวงการอุ้มบุญในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 27 พ.ค.63 นายแพทย์อีก 4 คนจะเดินทางมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีอุ้มบุญเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า คดีนี้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีกประมาณ 10 คน ซึ่งมีทั้งแพทย์ นักวิชาการ และบุคคลอื่น โดยมีบางรายติดต่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาบ้างแล้ว ส่วนที่ยังไม่แสดงตัว ตำรวจได้ส่งชุดสืบสวนเข้าประกบตัวแล้วเช่นกัน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะสามารถปิดคดีได้ เพราะสำนวนคดีทั้งหมดได้ส่งให้อัยการพิจารณาแล้ว ส่วนกรณีตั้งข้อสงสัยเรื่องการค้าอวัยวะมนุษย์ จากแนวทางการสืบสวนตรวจสอบยังไม่เจอ และพบเพียงพ่อแม่คนจีนนำเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญไปเลี้ยงดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ ปคม.จับกุมนายหน้าหญิงไทยคนหนึ่งซึ่งมีหน้าที่รับส่งโอนเงิน โดยพบเส้นทางธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศมากกว่า 70 ครั้ง มาดำเนินคดี โดยควบคุมตัวได้ที่บ้านพักย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ พร้อมแจ้งข้อหา &amp;quot;สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า&amp;quot; เบื้องต้นนายหน้าหญิงไทยได้ใช้หลักทรัพย์เงินสด 2 แสนบาท ขอประกันตัวในชั้นสอบสวนไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ขยายผลมาจากเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 ตำรวจ ปคม.เปิดปฏิบัติการ &amp;quot;อุ้มบุญ&amp;quot; หรือการรับจ้างตั้งครรภ์ที่มีนายทุนชาวจีนว่าจ้างผู้หญิงไทยอุ้มท้อง จำนวน 10 จุด เป้าหมาย 10 ราย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเข้าตรวจค้นบ้านหรูหลังหนึ่ง บริเวณถนนนาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว พบทารกเพศชายอายุประมาณ 30 วัน กับหญิงสาว 7 คนที่รับจ้างตั้งครรภ์ โดยทั้ง 7 คนได้รับการฝังไข่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ยังจับนายจ้าว หรัน นายทุนชาวจีน และผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า มาสอบสวนและขยายผลจับ ผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้ 13 คน เป็นกลุ่มผู้รับจ้างตั้งครรภ์ 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นกลุ่มนายจ้าว หรัน 5 คน ในจังหวัดหนองคาย ส่วนอีก 7 คน พบในการตรวจค้นบ้านพักย่านลาดพร้าว กลุ่มที่ 2 พบแม่อุ้มบุญในจังหวัดปทุมธานี 8 คน และกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่เพิ่งดำเนินคดีมีแม่อุ้มบุญ 1 คน และผู้เกี่ยวข้อง 2 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67001</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecd086f4bb33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อฟันหมออุ้มบุญ โยงแก๊งจ้าวหลาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สบส.ขยายผลแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ พบสถานพยาบาล 9 แห่งพัวพัน โดยมีแพทย์ 4 คนอยู่ในข่ายกระทำความผิด อยู่ระหว่างสอบสวน หากพบผิดจริงมีโทษทั้งจำทั้งปรับตามกฎหมายอุ้มบุญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ที่อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติว่า จากการที่ สบส.ได้ขยายผลตรวจสอบหลักฐาน หาความเชื่อมโยงร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นอาจมีสถานพยาบาลที่เข้าข่ายว่ามีส่วนร่วมกระทำความผิด จำนวน 9 แห่ง แพทย์ จำนวน 4 ราย และบุคลากรที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธเนศกล่าวว่า ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ สบส.อยู่ระหว่างตรวจผลการตั้งครรภ์ของผู้รับจ้างตั้งครรภ์แทน จำนวน 7 ราย รวมทั้งตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ของเด็กที่พบในที่เกิดเหตุ จำนวน 2 ราย ซึ่งหากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ก็จะมีโทษ ดังนี้ 1) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ขออนุญาตดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2) ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3) เป็นคนกลาง นายหน้า โดยเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อเป็นการตอบแทนในการรับตั้งครรภ์แทน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนยาและเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่พบสถานที่ที่เกิดเหตุ ทาง ปคม.ได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ตรวจสอบยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ และเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ว่ามีการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งในเบื้องต้นพบการกระทำผิด 3 ข้อหา ดังนี้ 1) ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท 2) ขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 3,000 บาท และ 3) ผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยไม่จดทะเบียนสถานประกอบการ มีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. นำกำลังปูพรมตรวจค้น 10 จุดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตามแผนปฏิบัติการ stop children born-หยุดการกำเนิดเด็ก ทลายเครือข่ายแม่อุ้มบุญที่รับจ้างตั้งครรภ์ ก่อนจะส่งเด็กทารกไปยังประเทศจีน ผลการปฏิบัติงานสามารถจับกุมนายจ้าวหลาน หัวหน้าแก๊ง ในข้อหา &amp;ldquo;สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังจับกุมหญิงรับจ้างตั้งครรภ์โดยการฝังตัวอ่อนอีกจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ต่อศักดิ์เปิดเผยว่า การทำผิดดังกล่าว สืบสวนพบเป็นขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ โดยมีนายทุนชาวจีนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจัดหาหญิงสาวมารับจ้างตั้งครรภ์ จัดหาที่พัก ตรวจสุขภาพ จนกระทั่งไปคลอด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนมาหลายเดือน พบว่าทำมาตั้งแต่ปี 2555 โดยจะมีนายหน้ามาติดต่อหญิงสาวเพื่อรับอุ้มบุญ หรือรับจ้างตั้งครรภ์ ตกลงราคาตั้งแต่ 4-6 แสนบาท แต่หากเป็นลูกแฝดจะได้มากกว่านี้ แต่หลังจากประเทศไทย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 หรือ พ.ร.บ.อุ้มบุญ ขบวนการนี้จึงเปลี่ยนเส้นทาง โดยให้หญิงสาวที่รับจ้างอุ้มบุญไปฉีดสเปิร์มที่ประเทศเพื่อนบ้านและกลับมาประเทศไทย และเมื่อใกล้ครบกำหนดคลอดก็จะเดินทางไปคลอดที่ประเทศจีน ก่อนแม่เด็กจะเดินทางกลับมาเพียงลำพัง จากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการประสานผ่านช่องทางต่างประเทศไปยังทางการจีน ว่าเด็กที่คลอดจากแม่อุ้มบุญไปอยู่ที่ไหน อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57653</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d35066496b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับช่างภาพปืนจี้ขืนใจถ่ายวิดีโอแบล็กเมล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับช่างภาพอิสระ ปืนจี้บังคับขืนใจแฟนเก่า ทั้งยังถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอเอาไว้แบล็กเมล์นานแรมปี ล่าสุดวิปริตร่วมรักทางประตูหลังจนเหยื่อเครียดหนัก ปรึกษาเพื่อนก่อนเข้าแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.), พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม., พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม., พ.ต.ท.พงศ์พิทักษ์ บุญบำรุง สว.กก.5 บก.ปคม. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายปณต อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.30/2563 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ซึ่งได้กระทำโดยใช้อาวุธปืน และได้บันทึกภาพหรือเสียงการกระทำชำเรา เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบสำหรับตนเองหรือบุคคลอื่นๆ มีหรือใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถเพลินนารีมอลล์ ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจาก น.ส.หญิง (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า ได้ถูกนายปณต ผู้ต้องหาซึ่งเป็นอดีตแฟน มีอาชีพเป็นช่างภาพรับถ่ายรูปงานทั่วไป ซึ่งคบหาอยู่กันมาตั้งแต่ปี 2560 แต่ได้เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องเงินและมีผู้หญิงอื่น น.ส.หญิงต้องการที่จะบอกเลิก แต่นายปณตผู้ต้องหาไม่ยอมจน จนเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง และนายปณตขู่ว่าจะมาทำร้ายครอบครัวของ น.ส.หญิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมากลางเดือน ก.พ.2562 นายปณตได้นัดให้ น.ส.หญิงมาพบเพื่อปรับความเข้าใจกัน แต่นายปณตกลับใช้กำลังบังคับข่มขู่ให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยได้ถ่ายภาพและอัดคลิปวิดิโอเอาไว้ จึงเกิดความกลัวไม่กล้าขัดขืน กระทั่งปลายเดือน ก.พ.2562 นายปณตได้มีปากเสียงกับ น.ส.หญิงอีกรอบ แต่ครั้งนี้นายปณตได้นำอาวุธปืนลูกโม่ออกมาข่มขู่ด้วย ด้วยความเกรงกลัวจึงถูกนายปณตบังคับข่มขู่ให้มีเพศสัมพันธ์แล้วถ่ายคลิปอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 ก.พ.2562 นายปณตได้มาดักรอ น.ส.หญิงถึงที่ทำงาน โดยข่มขู่ว่าถ้าไม่ไปด้วยจะทำทุกอย่างให้มาด้วยจนได้ จน น.ส.หญิงต้องจำยอมตามไปที่บ้านของนายปณต เมื่อถึงบ้าน นายปณตได้ใช้ปืนข่มขู่ แล้วทำร้ายโดยหวังข่มขืน น.ส.หญิงอีกครั้ง โดยนายปณตให้ น.ส.หญิงเลือกว่าจะใช้ปากสำเร็จความใคร่ให้ หรือจะให้นายปณตสอดใส่ทางทวารหนัก ซึ่ง น.ส.หญิงไม่ยินยอม พยายามวิ่งหนี แต่ถูกนายปณตเข้ามาทำร้ายเอาปืนจ่อศีรษะข่มขู่ และเปิดให้ดูว่ามีลูกกระสุนปืนอยู่ บังคับให้ถอดเสื้อผ้าแล้วไปที่เตียงนอน เอากล้องที่ใช้ในงานช่างภาพมาตั้งเพื่อที่จะอัดคลิปวิดิโอ จากนั้นได้บังคับข่มขืนทางทวารหนัก ระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์อยู่ก็ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพและวิดิโอไว้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นนายปณตได้โทร.มาข่มขู่ น.ส.หญิงตลอดเวลา จน น.ส.หญิงหวาดกลัวทนไม่ไหว ถึงขั้นเครียดมากจนแทบจะต้องไปรักษาอาการทางจิต ก่อนจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นเล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟัง และพามาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสาคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดสืบสวน กก.5 บก.ปคม.จึงได้เฝ้าติดตามตัวนายปณต ผู้ต้องหา กระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ก่อนนำตัวนายปณตส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57563</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.พงศ์พิทักษ์ บุญบำรุง, พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4be9fe8ad99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อหมายจับ อีกชุด4คน แก๊งอุ้มบุญ พบหมอร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปคม.เตรียมขอหมายจับอีกชุด 4 คน แก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ เผยไม่ทิ้งปมทารกอุ้มบุญเป็นเหยื่อกลุ่มซื้อขายอวัยวะ พบ รพ.5 แห่ง คลินิก 4 แห่งพัวพันแก๊งมังกรจีน มีหมอหลายคนอยู่ในข่ายถูกดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ถึงความคืบหน้าคดีอุ้มบุญข้ามชาติว่า ได้หารือกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เรื่องการตั้งคณะทำงานเพื่อคลี่คลายคดีนี้ไปตั้งแต่ก่อนเปิดปฏิบัติการแล้ว เห็นว่าควรต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อความสะดวกในการทำงาน เพราะเหตุเกิดขึ้นหลายพื้นที่ ต้องใช้กำลังตำรวจในพื้นที่สนับสนุนด้วย ซึ่งขณะนี้ยังรอรายงานยื่นขอตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณา ว่าจะขอรับการสนับสนุนในพื้นที่ใดบ้าง ส่วนเรื่องการออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตำรวจ ปคม.จะทยอยออกไปตามพยานหลักฐานที่ชัดเจนแล้วว่ามีใครเข้าข่ายกระทำผิดบ้าง โดยแม่อุ้มบุญต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลว่าใครเป็นเหยื่อ ใครเป็นผู้ร่วมกระทำผิด ส่วนเรื่องนายทุนชาวจีน ยืนยันว่าได้ประสานความร่วมมือให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงไปตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งได้มอบหลักฐานต่างๆ เช่น เส้นทางการเงิน, รายชื่อบริษัท, ผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นนายทุน รวมไปถึงข้อมูลเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ ซึ่งเข้าใจว่าติดขัดปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ในจีน ทำให้การสืบสวนติดขัดล่าช้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ที่มีความกังวลว่าเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ ไม่ได้ส่งไปให้พ่อ-แม่เลี้ยง แต่เป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ หรือกลุ่มซื้อขายอวัยวะ เป็นเพียงสมมติฐานทางการสืบสวน ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทางการจีนก่อนว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงจะยืนยันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า วันนี้ตำรวจ ปคม.จะหารือกับพนักงานอัยการและกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอย่างน้อย 5 คน ซึ่งหากพยานหลักฐานเพียงพอก็จะออกหมายจับทันที โดยขณะนี้ ปคม.ไปขอศาลออกหมายจับแล้ว 13 คน เป็นหมายจับเครือข่ายกลุ่มนายจ้าวหราน 11 คน และเครือข่ายอื่นที่ต้องสงสัยว่ามีนายทุนคนเดียวกัน 2 คน ขณะที่เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ได้ขอศาลออกหมายจับเพิ่ม 3 คน ซึ่งได้ส่งหมายศาลให้ฝ่ายสืบสวนไปใช้จับกุมผู้ต้องหาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในการหารือที่ประชุมในช่วงบ่ายจะมีการพิจารณาเรื่องผลการตรวจยึดหลักฐาน ยาและเวชภัณฑ์ที่พบในบ้านผู้ต้องหา ว่าเข้าข่ายทำผิดกฎหมายหรือไม่ เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดีแจ้งข้อกล่าวหากับนายจ้าวหราน ภรรยา และผู้ร่วมกระทำผิดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสรุปข้อมูลสถานพยาบาลต้องสงสัยที่ต้องไปตรวจค้นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า ตำรวจมีกลุ่มเป้าหมายนายหน้าแก๊งอุ้มบุญที่เตรียมออกหมายจับอีกชุด แบ่งเป็นที่ จ.เชียงใหม่ 7 คน และ จ.หนองคาย อีก 5 คน โดยก่อนหน้านี้ได้จับกุมนายหน้าไปแล้ว 2 คน ส่วนกลุ่มแม่อุ้มบุญที่จังหวัดปทุมธานี ได้เรียกสอบปากคำไปแล้ว 7 คน เหลือเพียงคนเดียวที่จะเชิญมาซักถามรายละเอียดร่วมกับอัยการศาลในประเด็นของพฤติกรรมขบวนการนี้เพิ่มเติม หากพบว่าให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก็จะนำตัวไปคัดแยกว่าเป็นผู้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้หรือไม่ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.วรวัฒน์ได้ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีอุ้มบุญข้ามชาติร่วมกับตัวแทนจากหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานอัยการสูงสุด, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมการกงสุล โดยใช้เวลาหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลนานกว่า 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.วรวัฒน์เปิดเผยว่า ได้พิจารณาหลักฐานแล้ว เห็นว่าเพียงพอจะเสนอออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับแก๊งอุ้มบุญเพิ่มเติมอย่างน้อย 4 คน เป็นชาวไทย 3 คน ทำหน้าที่เป็นนายหน้า และชาวต่างชาติอีก 1 คน ทำหน้าที่เป็นคนพาแม่อุ้มบุญไปทำคลอดที่จีน ส่วนผลการสอบปากคำแม่อุ้มบุญ จำนวน 21 คน ทำให้พบว่ามีการแบ่งกลุ่มดำเนินการออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มนายจ้าวหราน ที่เพิ่งถูกจับกุมไป เกี่ยวข้องกับแม่อุ้มบุญ 5 คน ที่จังหวัดหนองคาย เมื่อปี 2555 และอีก 7 คน ที่พบที่บ้านย่านลาดพร้าว เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มแม่อุ้มบุญ 8 คน ที่พบในจังหวัดปทุมธานี มีเด็กที่เกิดจากแม่อุ้มบุญ 14 คน ถูกพาไปประเทศจีนแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ และกลุ่มที่ 3 เป็นแม่อุ้มบุญ 1 คน ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหา 2 คน ที่ถูกจับกุมได้ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการสอบสวนยังพบว่ากลุ่มนายหน้าทั้ง 3 กลุ่ม เดิมเป็นกลุ่มเดียวกัน แต่ต่อมามีการแยกตัวออกไปดำเนินการเอง จึงเป็นไปได้ที่จะมีนายทุนคนละคนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.ปคม.กล่าวว่า ในส่วนการขยายผลเตรียมตรวจค้นสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนจากกรมสนับสนุนและบริการสุขภาพได้นำข้อมูลที่มีผู้ร้องเรียนว่ามีขบวนการแม่อุ้มบุญเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาล 9 แห่ง ซึ่งมีการระบุรายชื่อและข้อมูลอย่างชัดเจน เป็นโรงพยาบาล 4 แห่ง และคลินิก 5 แห่ง นอกจากนี้ยังพบข้อมูลแพทย์ที่ดำเนินการรับฝากครรภ์อาจมีหลายคน เนื่องจากเป็นการกระทำคนละขั้นตอน ซึ่งหลังจากนี้หากตรวจสอบไม่พบใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.อุ้มบุญ ก็จะมีความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับหลักฐานที่มีการตรวจพบในบ้าน 2 หลัง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีทั้งยาเวชภัณฑ์ แผนปัจจุบันและแผนโบราณ โดยพบมีการนำเข้ายาจากต่างประเทศที่ประเทศไทยไม่อนุญาต เข้าข่ายผิดกฎหมายชัดเจน อีกทั้งยังพบเครื่องมือผสมเทียมที่ใช้ในการผสมตัวอ่อนอยู่ในบ้านย่านลาดพร้าวของผู้ต้องหา ซึ่งต้องรอให้ทาง อย.นำกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเข้าข่ายในความผิดข้อหาใดบ้าง ก็จะแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป&amp;quot; พล.ต.ต.วรวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนลินา ตันตินิรามัย ผอ.สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า หากพบว่าสถานพยาบาลใดเกี่ยวข้องกับขบวนการอุ้มบุญนี้ ไม่ว่ารูปแบบใด ก็จะดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีแพทย์หลายคนที่ร่วมกระทำด้วย และหากลงมือโดยไม่ได้รับอนุญาตก็มีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง แม้จะทราบถึงรูปแบบของขบวนการแล้วทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57443</URL_LINK>
                <HASHTAG>นลินา ตันตินิรามัย, พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a8d9ca9c8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
