<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเมียฆ่าผัวอบต. แบ็กโฮขุดหลุมฝัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจคลี่คลายคดีสมาชิก อบต.หายตัวไป 1 เดือน พบถูกฆาตกรรม จับเมียเค้นสอบก่อนรับ ทะเลาะกับผัวและถูกขู่ทำร้าย ด้วยความเมา รอผัวหลับใช้ปืนจ่อยิงหัวผ่านหมอนเพื่อเก็บเสียง แล้วใช้แบ็กโฮขุดหลุมในสวนทุเรียนฝังศพอำพราง ก่อนที่น้องชายจะเข้ามอบตัวสารภาพช่วยพี่ฝังศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้าวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี และพนักงานสอบสวน สภ.ท่าใหม่ ได้สอบปากคำนางเบญจวรรณ ไทยเจีย และนายวัชรพงค์ ไทยเจีย น้องชาย ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่านายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เหย สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ แล้วนำไปฝั่งดินในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จากนั้นได้คุมตัวทั้งสองไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทรงศักดิ์ หรือ อบต.เหย อายุ 46 ปี สามีนางเบญจวรรณ หายตัวไปจากบ้านราว 1 เดือน ก่อนที่ตำรวจจะสามารถคลี่คลายคดีได้ว่าเป็นการฆาตกรรมโดยฝีมือภรรยา จากการสอบปากคำนานหลายชั่วโมง ในที่สุด นางเบญจวรรณก็รับว่ายิงนายทรงศักดิ์เสียชีวิต แล้วนำศพไปฝังในสวนทุเรียนเพื่ออำพราง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา พล.ต.ท.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่หลังได้รับรายงาน เพื่อดูการขุดศพขึ้นมาพิสูจน์ โดยเจ้าหน้าที่ใช้รถแบ็กโฮขุดดินลึกราว 3 เมตร จึงพบศพ โดยนายทรงศักดิ์นุ่งผ้าขนหนูเพียงตัวเดียว และถูกห่อด้วยพลาสติกคลุมรถ มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นนางเบญจวรรณให้การว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน ศกนี้ ขณะสามีนอนหลับอยู่ภายในบ้าน ตนได้ใช้ปืนพกยิงผ่านหมอนเพื่อเก็บเสียงรวม 3 นัด โดย 2 นัดแรกยิงไม่ออก เพราะไกปืนติดผ้าและผ้าห่ม ส่วนนัดที่ 3 กระสุนเจาะศีรษะเสียชีวิต กระทั่งวันที่ 17 เม.ย. จึงนำศพสามีไปฝัง ส่วนสาเหตุที่ทำไปเพราะมีปากเสียงกับสามีอย่างรุนแรง ประกอบกับตนเองเมาสุรา จึงบันดาลโทสะที่ถูกสามีขู่จะทำร้ายตนและลูก จึงใช้ปืนยิง จากนั้นได้ใช้รถแบ็กโฮขุดหลุมในสวนทุเรียนฝังศพ อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่ปักใจเชื่อว่านางเบญจวรรณจะขุดหลุมซ่อนศพเพียงคนเดียวเนื่องจากเป็นงานที่หนัก จึงได้เค้นสอบและนำนางเบญจวรรณไปตรวจค้นที่บ้านเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 22.15 น. วันอังคาร นายวัชรพงค์ ไทยเจีย อายุ 36 ปี น้องชายของนางเบญจวรรณ ก็ได้เดินทางเข้ามอบตัวตำรวจ สภ.ท่าใหม่ รับว่าได้ช่วยพี่สาวเคลื่อนย้ายศพและฝั่งศพนายทรงศักดิ์ โดยนางเบญจวรรณบอกว่าฆ่านายทรงศักดิ์ และจะทำอย่างไรดี จึงได้ร่วมกันคิดแผนโดยการนำศพนายทรงศักดิ์ขึ้นรถยนต์ นำไปฝั่งดินโดยใช้รถแบ็กโฮขุด และฝังภายในสวนทุเรียนที่เป็นพื้นที่ของนางเบญจวรรณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหานางเบญจวรรณ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นศพเพื่อปกปิดการตาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายวัชรพงค์ถูกตั้งข้อหา ช่วยเหลือปิดบังซ่อนเร้นศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการทำแผน จุดแรกที่บ้านของนายทรงศักดิ์ ที่นางเบญจวรรณใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงที่ศีรษะนายทรงศักดิ์ผ่านหมอน ขณะนายทรงศักดิ์นอนหลับอยู่บนโซฟา จากนั้นนางเบญจวรรณได้ทิ้งศพนายทรงศักดิ์ไว้ภายในบ้านโดยเปิดแอร์ทิ้งไว้ และโทร.หานายวัชรพงค์ น้องชาย เพื่อให้มาช่วยนำศพขึ้นรถยนต์เข้าไปในสวนทุเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดที่ 2 คือการขุดหลุมฝังศพนายทรงศักดิ์ โดยนางเบญจวรรณให้นายวัชรพงค์ไปขอยืมรถแบ็กโฮจากพี่ชาย อ้างว่าจะปรับพื้นที่ภายในสวนทุเรียน จากนั้นทั้งสองช่วยกันขุดหลุมที่มีความลึกกว่า 3 เมตร เพื่อฝังร่างนายทรงศักดิ์อำพรางคดี.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35963</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน, พล.ต.ท.วิระชัย ทรงเมตตา, วัชรพงค์ ไทยเจีย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อบต.หายตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdc108e032b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่น้องทำแผน ฆ่าเสี่ยรีสอร์ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จับแล้วเมียเจ้าของรีสอร์ตร่วมกับพี่ชายฆ่าผัวหวังฮุบสมบัติ ผู้เป็นพี่อ้างตกงานไม่มีเงินใช้ทั้งโกรธแค้นที่ผู้ตายทำร้ายน้อง ลากแม่เข้าปิ้งด้วยอีกคนฐานรับของโจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเมื่อวันที่ 8 มกราคมนี้ ว่า ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ได้จับกุมคนร้ายฆ่านายสิงหเดช หรือเปา โพธิโชติ เจ้าของรีสอร์ตวัย 41 ปี ด้วยการใช้ค้อนทุบหัวจนเสียชีวิตภายในห้องพักรีสอร์ตดังกล่าว พื้นที่หมู่ 2 ต.หนองบัว อ.เมืองจันทบุรี ประกอบด้วย นางสาวจุฑามาศ ชุ่มอภัย อายุ 26 ปี และนายศราวุธ ชุ่มอภัย อายุ 35 ปี พี่ชาย พร้อมของกลางเงินสดจำนวนหนึ่ง อาวุธปืน รถเก๋ง สร้อยคอทองคำที่ผู้ต้องหาชิงทรัพย์ไป จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยนายศราวุธเปิดเผยว่า ตนเองตกงานมา 3 เดือนไม่มีเงินใช้ ประกอบกับผู้เป็นแม่ต้องการใช้เงิน รวมทั้งนายศราวุธยังเจ็บแค้นที่น้องสาวถูกผู้ตายทำร้ายทั้งที่เพิ่งอยู่กินกันแค่ 4 เดือน เมื่อรู้ว่าผู้ตายมีทรัพย์สินติดตัวจำนวนมาก จึงวางแผนร่วมกับน้องสาวบุกสังหาร จากนั้นได้ปลดทรัพย์สินแล้วนำไปฝากไว้กับนางเทียมใจ ชุ่มอภัย ผู้เป็นแม่ ส่วนทรัพย์สินที่เป็นทองคำ นำไปชายยังร้านทองในตัวเมืองจันทบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดตามทรัพย์สินทั้งหมดกลับมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสายัณและนางอี๊ด โพธิโชติ พ่อแม่ของนายสิงหเดช ได้เดินทางไปรับศพลูกชายที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดหนองบัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอิ๊ดกล่าวว่า ได้ทราบเรื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่าจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่าลูกชายของตนเองได้แล้ว ในส่วนของผู้ต้องหาจะมาขอขมาศพนั้น ตนเองตัดสินใจไม่ได้ ต้องรอลูกสาวเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนตนเองยินดีที่จะให้ผู้ต้องหามาขอขมา และอยากจะถามเหมือนกันว่าทำไมต้องฆ่ากันแบบนี้ โหดร้ายเหลือเกิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้นำตัวนางสาวจุฑามาศและนายศราวุธ สองพี่น้องผู้ต้องหาฆ่านายสิงหเดช ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีญาติพี่น้องของผู้ตายและชาวบ้านไปรอดูการทำแผนเนืองแน่น เจ้าหน้าที่ต้องวางกำลังป้องกันเหตุชุลมุนวุ่นวายจากความโกรธแค้นของญาติผู้ตาย ถึงกระนั้นในช่วงทำแผนก็มีญาติผู้ตายวิ่งจะเข้าไปทำร้ายผู้ต้องหา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ตั้งข้อหานายศราวุธและนางสาวจุฑามาศ ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนในเคหสถาน เป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนนางเทียมจันทร์ ชุ่มอภัย แม่ผู้ต้องหา ถูกตั้งข้อหารับของโจรซึ่งได้มาจากการชิงทรัพย์ เบื้องต้นนางเทียมจันทร์ให้การปฏิเสธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26087</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฑามาศ ชุ่มอภัย, พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน, ศราวุธ ชุ่มอภัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c34aae49cbe1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
