<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039;รณรงค์&#039;Not for Sale ไม่ซื้อเสียง&#039;โวยกลโกงโค้งสุดท้ายทั้งจ่ายหนัก-ใช้อำนาจรัฐคุกคาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22มี.ค.62-เมื่อเวลา 06.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) พร้อมด้วย นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ ผู้สมัครส.ส.กทม.เขต 7 บางซื่อ-ดุสิต (เฉพาะแขวงถนนนครไชยศรี) พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 15 ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณตลาดวัดสะพานสูง เขตบางซื่อ เพื่อเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมขอคะแนนเสียงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครของพรรค โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ยังมีพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่จับจ่ายใช้สอยในตลาด มาขอถ่ายรูปคู่กับนายอภิสิทธิ์ตลอดเส้นทาง
จากนั้น เวลา 08.00 น. นายอภิสิทธิ์ได้ปล่อยขบวนรถของ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้สมัครส.ส.กทม.เขต 9 หลักสี่ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 &amp;nbsp;แคมเปญ &amp;ldquo;Not for Sale ไม่ซื้อเสียง&amp;rdquo; จากหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรณรงค์หาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายพร้อมเชิญชวนประชาชนไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ไม่ยอมรับอามิสสินจ้างและการเลือกตั้งที่ทุจริต &amp;nbsp;
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 2 วันที่ต้องรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ได้ย้ำกับประชาชนทุกคนว่าวันที่ 24 มี.ค.นี้ เป็นโอกาสสำคัญที่ทุกคนที่เป็นเจ้าของประเทศไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อทำให้ชีวิตของทุกคนและประเทศไทยเดินไปข้างหน้าด้วยความเข้มแข็ง สิ่งที่เราย้ำตลอดคือ ถ้าเราอยากเห็นความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน เราต้องสร้างประชาธิปไตยที่สุจริต มิฉะนั้นเราจะไม่มีวันที่สร้างระบบสังคมหรือเศรษฐกิจที่ตอบสนองความต้องการของประชานได้อย่างยั่งยืน ประชาธิปไตยที่สุจริตต้องเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการการเลือกตั้งที่สุจริต ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ต่อสู้กับการทุจริตการเลือกตั้งมาทุกสมัย และยังยืนอุดมการณ์นี้&amp;nbsp;
&amp;quot;ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานเข้ามาจากพื้นที่ต่างๆค่อนข้างมากถึงการทุจริตการเลือกตั้งแบบเดิมๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อเสียงและการใช้อำนาจรัฐเข้ามาในหลายพื้นที่ ซึ่งเราทราบดีว่าประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะถูกกดดัน แต่เรายืนยันว่าถ้าประชาชนทุกคนปฏิเสธการซื้อเสียง ไม่ขายเสียง และปฏิเสธการถูกครอบงำโดยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ประเทศเราจะมีโอกาสในการเดินไปข้างหน้าสู่ประชาธิปไตยที่สุจริต และเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืน&amp;quot;นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า การทำแคมเปญดังกล่าวเกิดจากในเขตเลือกตั้งที่ 9 มีบางพรรคการเมืองใช้วิธีที่ส่อไปในทางทุจริต มีการแจกสิ่งของ ข้าวสาร และอาหารแห้ง หลายครั้ง กระทั่งเมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เริ่มมีการจ่ายเงินซื้อสิทธิ์ขายเสียงหัวละ 1,000 บาท พร้อมจดชื่อเก็บบัตรประชาชน และที่สำคัญมีการใช้อำนาจรัฐข่มขู่ประชาชนให้เลือกผู้สมัครบางพรรค เราจึงมาร่วมรณรงค์ให้ประชาชนทราบถึงพฤติกรรมเหล่านี้ที่ถือเป็นวงจรอุบาทว์ และจะนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่นในอนาคต หากเลือกผู้สมัครที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายชัดเจนว่า &amp;ldquo;ไม่มีของแจก ไม่มีเงินจะให้ มีแต่ความมุ่งมั่นตั้งใจจะดูแลและรับใช้พี่น้องประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31958</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โกงเลือกตั้ง, Not for Sale ไม่ซื้อเสียง, นพ.คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ, หาเสียงโค้งสุดท้าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190322/image_big_5c9466715918c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ต้านปฏิรูปรบ.ดองยาว ยุร้องปปช.ผิดยุทธศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรเพชร&amp;quot; ระบุ สนช.ยุติการพิจารณากฎหมายก่อนกาบัตรเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูปตำรวจ 2 ฉบับของ &amp;quot;มีชัย&amp;quot; แท้ง! หลังสีกากีค้านหนักรัฐบาลไม่กล้าดันเข้า ครม. ส่อดองยาว อดีตโฆษก กรธ.รับ รธน.ไร้บทลงโทษ แนะร้อง ปปช.ตรวจสอบผิด พรบ.ยุทธศาสตร์หรือไม่ เวทีพรรคการเมืองเห็นตรงกันแยกงานสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 24 มกราคม นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) แถลงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศวันเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.62 ว่า หลังจากนี้ สนช.จะพยายามเร่งรัดการพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ในสภาวาระ 2-3 ประมาณ 100 ฉบับให้เสร็จมากที่สุดด้วยความรอบคอบ ตั้งเป้าว่า 1 สัปดาห์จะพิจารณาให้เสร็จ 10-15 ฉบับ แม้ตามไทม์ไลน์แล้ว สนช.จะทำงานได้ถึงก่อนวันเปิดประชุมสภาครั้งแรก แต่ สนช.คำนึงถึงมารยาทและความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นจะหยุดพิจารณากฎหมายทุกฉบับ 1 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ยกเว้นจะมีเรื่องเร่งด่วนสำคัญจริงๆ เช่น สนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องเร่งลงนาม เรื่องร้ายแรงที่ต้องออกเป็นพระราชกำหนด หรือ เรื่องเร่งด่วนที่มีความสำคัญจริงๆ ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ที่ยังค้างอยู่ใน สนช.นั้น ในขั้นตอนการคัดเลือกของกรรมการสรรหาที่ไม่เกี่ยวกับ สนช.คงดำเนินการต่อไป &amp;nbsp;แต่เมื่อเรื่องมาถึง สนช.แล้วคงต้องรอให้สภาชุดใหม่เป็นผู้พิจารณา&amp;quot; นายพรเพชรกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ... โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และคณะกรรมการดังกล่าวได้จัดทำร่างกฎหมายปฏิรูปตำรวจขึ้น 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ... ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับโครงสร้างของตำรวจ และร่าง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา พ.ศ. &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการปฏิรูปการสอบสวนขึ้นมา โดยทั้ง 2 ร่างได้ผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และได้ส่งกลับไปให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.และไม่มีวี่แววว่าจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.แต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดว่าน่าจะไม่มีการนำเข้าที่ประชุม ครม.ในยุคนี้ เนื่องจากกฎหมายทั้งสองฉบับถูกต่อต้านจากตำรวจอย่างมาก และรัฐบาลน่าจะหลีกเลี่ยงเรื่องดังกล่าว ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ &amp;nbsp;และหัวหน้า คสช.ระบุว่ากฎหมายปฏิรูปตำรวจเข้าสู่ชั้น สนช.แล้วนั้น เป็นกฎหมายฉบับอื่นที่เกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจ&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกระแสข่าว สนช.อาจจะพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจไม่เสร็จในรัฐบาลนี้ว่า ตาม รธน.กำหนดไว้ภายหลังรธน.ประกาศใช้ภายใน 1 ปี หากจัดทำกฎหมายดังกล่าวไม่เสร็จจะต้องแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตามหลักอาวุโส และยืนยันว่าไม่มีบทลงโทษหากรัฐบาลนี้ทำไม่เสร็จ เพราะจริงๆ แล้วการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมมีอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลอาจทำไปแล้ว อาจไม่ใช่เรื่องกฎหมายเกี่ยวกับตำรวจเพียงอย่างเดียว &amp;nbsp;ส่วนการติดตามเรื่องดังกล่าวคงต้องเป็นหน้าที่ของ ส.ว.สรรหา 250 คนและ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมสุโกศล มีการเปิดเวทีเสวนาหัวข้อ &amp;quot;นโยบายพรรคการเมืองต่อการปฏิรูปตำรวจและงานสืบสวน&amp;quot; จัดโดยสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สปยธ.) เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) และมหาวิทยาลัยบูรพา โดยมีตัวแทน 5 พรรคการเมืองเข้าร่วม ได้แก่ พรรคเพื่อไทย (พท.) &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และพรรคอนาคตใหม่ (อนค.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้จัดได้กำหนด 5 ประเด็นให้แต่ละพรรคกล่าวถึงนโยบาย ได้แก่ 1.การกระจายอำนาจเป็นตำรวจจังหวัด 2.การแยกงานสอบสวนออกจากตำรวจ 3.การสร้างระบบตรวจสอบการสอบสวนจากภายนอกโดยพนักงานอัยการ และฝ่ายปกครองในคดีสำคัญ หรือเมื่อมีการร้องเรียนตามหลักสากล 4.การออกหมายเรียกผู้ต้องหาหรือเสนอศาลออกหมายจับต้องได้รับความเห็นชอบจากพนักงานอัยการ 5.การโอนตำรวจเฉพาะทาง 11 หน่วยและงานสอบสวนให้กระทรวง ทบวง กรมที่รับผิดชอบ 6.การจัดตั้งศาลจราจรให้เปรียบเทียบปรับคดีจราจร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ต.ต.มณเฑียร ประทีปะวณิช ตัวแทนพรรค พท.กล่าวว่า เห็นด้วยกับการโอนตำรวจ 11 &amp;nbsp;หน่วย เพราะไม่ได้เป็นการตัดอำนาจสอบสวน และเห็นด้วยกับการตั้งศาลจราจรเพื่อให้ผู้ทำผิดเข็ดหลาบ ปัญหาต่างๆ จะน้อยลง ถ้าเสียค่าปรับก็จะทำผิดอีก แต่ไม่เห็นด้วยที่จะกระจายอำนาจให้เป็นตำรวจจังหวัด ถามว่าจังหวัดมีความพร้อมหรือไม่ ส่วนการแยกการสอบสวนออกจากตำรวจมีตัวอย่างที่ไม่เป็นผลสำเร็จมาแล้ว ทั้งดีเอสไอที่คดีค้างกว่า 3-4 หมื่นคดี ป.ป.ช.ค้าง 4-5 หมื่นคดี ส่วนการเปิดให้อัยการมีส่วนร่วมในการสอบสวน ไม่เห็นด้วยเพราะการร่วมหลายหน่วยไม่ใช่เรื่องง่าย แทนที่จะเร็วก็อาจจะช้าในการปฏิบัติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ตัวแทนพรรค ปชป.กล่าวว่า เห็นด้วยกับการกระจายอำนาจ แต่ไม่เห็นด้วยที่นำไปผูกกับอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะเดิมทีตำรวจขึ้นกับมหาดไทยก็มีปัญหามากมาย &amp;nbsp;ตอนนี้ขึ้นกับสำนักนายกฯ จะมีหลักประกันอะไรในการแต่งตั้งโยกย้ายของผู้ว่าฯ จะรู้หรือว่าตำรวจคนนั้นเป็นอย่างไร ต้องยกระดับตำรวจให้เป็นอธิบดีภาคให้หมด ส่วนการแยกการสอบสวนออกจากตำรวจเห็นด้วย แต่ถามว่าหน่วยไหนจะรับงานไป อัยการก็ยังไม่เอา คิดว่างานสอบสวนจะต้องอยู่กับตำรวจต่อไป เห็นด้วยที่คนภายนอกมาร่วมตรวจสอบ เห็นด้วยกับการโอน 11 หน่วยเฉพาะทางเพราะบางเรื่องตำรวจไม่มีความรู้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.ดร.จอมเดช ตรีเมฆ ตัวแทนพรรค รปช.กล่าวว่า สนับสนุนตำรวจจังหวัด แต่ที่มาของผู้ว่าฯ ต้องชัดเจนก่อนว่าจะมีคุณภาพจริง ไม่ถูกแทรกแซงทางการเมือง เห็นด้วยที่แยกงานสอบสวนออกจากตำรวจเพราะงานหนักจริงๆ สิ่งที่ควรทำคือรับเจ้าหน้าที่นิติศาสตร์เข้ามาโดยเฉพาะ ให้เข้าเป็นพนักงานสอบสวน และมีความก้าวหน้าเหมือนอัยการและผู้พิพากษาได้ เห็นด้วยที่มีคนภายนอกมาช่วยตรวจสอบตำรวจ แต่อยากให้มองในมุมช่วยกันทำงานดีกว่า อย่างเช่นเก็บพยานหลักฐาน บางครั้งอยากให้โรงพยาบาลมาช่วย เห็นด้วยในการโอน 11 หน่วยงานที่ไม่เกี่ยวกับคดีอาญา แต่ให้สอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนกับตำรวจดับเพลิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ตัวแทนพรรค ชทพ.กล่าวว่า เห็นด้วยกับการกระจายอำนาจ ส่วนจะให้ตำรวจไปขึ้นกับใคร ให้คนของเขาดูแลคนของเขา จะออกมาเป็นภาคหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องมีการถ่วงดุล ให้คณะกรรมการประจำจังหวัดที่มีนักธุรกิจ ประชาชน ข้าราชการเข้ามามีส่วนร่วม ในอดีตพนักงานสอบสวนคือฝ่ายปกครอง ซึ่งตำรวจไม่อยากได้ก็คืนกลับไปฝ่ายปกครอง ไม่เห็นด้วยหากให้อัยการออกหมายเรียกและหมายจับเป็นการเพิ่มภาระ แต่เห็นด้วยที่โอนตำรวจ 11 หน่วยให้ แต่ต้องค่อยทำค่อยไปไม่ต้องบังคับว่าเขาต้องไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ตัวแทนพรรค อนค.กล่าวว่า พนักงานสอบสวนเงินเดือนยังน้อย คนจึงเป็นพนักงานสอบสวนน้อย ต้องเพิ่มเงินเดือนให้ใกล้เคียงกับอัยการกับศาล เพิ่มระบบสอบเข้าให้ยากเหมือนอัยการเพื่อจะช่วยเพิ่มดุลพินิจให้ดีขึ้น ปัญหาปัจจุบันคือตำรวจมีคดีในมือเยอะ โรงพักขาดทรัพยากร ก็ต้องจัดลำดับความสำคัญ คือคดีดัง คนรวย คนมีเส้น ส่วนคนดี คนจนจึงถูกละเลย เกิดความไม่เท่าเทียม ต้นตอคือมีสายบังคับบัญชาที่ยาวเกินไป ถ้าตัดสายบังคับบัญชาก็จะตัดระบบอุปถัมภ์ได้ด้วย ส่วนการให้อัยการมีอำนาจออกหมายเรียกหมายจับเป็นการเพิ่มขั้นตอน ทำให้รอบคอบแต่ช้าขึ้นและเพิ่มภาระงาน อาจจะมีการเพิ่มงบมากขึ้น ทำให้ขั้นตอนสั้นลงจะดีกว่าด้วยการปฏิรูปโครงสร้าง แยกฝ่ายจับกับสอบสวนออกจากกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27458</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์, พล.ต.ต.มณเฑียร ประทีปะวณิช, พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ, ร.ต.อ.ดร.จอมเดช ตรีเมฆ, สัมพันธ์ แป้นพัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49c8af92e19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2026 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปชป.-มือปราบหูดำ&#039;เปิดนโยบาย&#039;ไม่เกรงใจใคร ปะ-ฉะ-ดะ ยาเสพติด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28ธ.ค.61-ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคปชป. พร้อมด้วยพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้สมัครสส.กทม. เขตหลักสี่และจตุจักร และนายอันวาร์ สาและ อดีตสส.ปัตตานี ร่วมแถลงนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง เรื่องยาเสพติด ภายใต้สโลแกน &amp;ldquo;ไม่เกรงใจใคร ปะ-ฉะ-ดะ ยาเสพติด&amp;rdquo; โดยพล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า สมัยเป็นตำรวจดูแลเรื่องยาเสพติดในพื้นที่กทม. ดังนั้นเมื่อมาทำงานกับพรรคจึงเสนอตัวแก้ไขในเรื่องดังกล่าว โดยมีนโยบาย ปะ ฉะ ดะ เริ่มจาก 1.การยกระดับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้มีอำนาจสอบสวนเทียบเท่าตำรวจ โดยป.ป.ส.สามารถทำสำนวนส่งอัยการฟ้องไม่ต้องผ่านตำรวจ นอกจากจะเป็นการแบ่งเบางานตำรวจเหมือนกับที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)แบ่งงานจากกองปราบแล้วนั้น ยังเป็นการค้านอำนาจรัฐและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำผิดได้ดียิ่งขึ้น ครอบคลุมไปยังเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นต้องยกระดับป.ป.ส.ให้มีทุกจังหวัด เพราะป.ป.ส.มีข้อมูลยาเสพติดมากกว่าตำรวจ ดังนั้นจึงต้องให้อำนาจเขา&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต
2.เพิ่มโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้าไปเกี่ยวข้องปัญหาก็จะไม่เพิ่มขึ้น อีกทั้งต้องดำเนินวินัยกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น 3.ผู้เสพจับซ้ำต้องย้ำคุก หมายถึงหากได้รับการบำบัดแล้วครั้งหนึ่ง แต่เมื่อถูกจับอีกครั้งก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จะอ้างเป็นผู้ป่วยไม่ได้อีก 4.ตั้งอาสาป้องกันยาเสพติด คล้ายเป็นตำรวจบ้านหรือตำรวจชุมชน โดยเราจะมีเบี้ยเลี้ยงและเงินเดือน และ5.เพิ่มศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดให้ครบครอบคลุมพื้นที่ และคุณภาพประสิทธิภาพในการบำบัดให้ดียิ่งขึ้น เมื่อออกมาแล้วผู้บำบัดจะได้คืนสู่สังคมได้ โดยครั้งแรกจะไม่มีประวัติเพื่อให้สามารถไปทำงานได้ &amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี
ทั้งนี้ คำว่า ปะ หมายถึง ดำเนินการ&amp;nbsp; ฉะ คือ ปราบปรามทุกรูปแบบ ไม่กลัวผู้มีอิทธิพล และคำว่า ดะ หมายความว่าไม่เลือกหน้า
ด้านนายอันวาร์ กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้รุนแรง ทำให้ชาวบ้านทุกข์หนัก เพราะต้องเจอสี่คูณร้อย ระบาดตั้งแต่เยาวชน&amp;nbsp;


respin88&amp;nbsp;ครอบครัว อีกทั้งขยายไปยังกลุ่มผู้นำท้องถิ่น บางพื้นที่รวมผู้นำศาสนาด้วย โดยผู้เสพที่เสพมาเป็นระยะนานจะทำให้ระบบขับถ่ายไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งถือว่าร้ายแรงมาก ประกอบกับในชุมชนก็ยังมีธุรกิจรับต้มและขาย ซึ่งกลายเป็นธุรกิจหนึ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ด้วย ดังนั้นจึงเห็นว่าปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว มาตรดังกล่าวเชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้ในทุกพื้นที่ไม่เฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะบังคับใช้กฏหมายทำอย่างจริงจัง และเราขอเตือนเจ้าหน้าที่รัฐ เราเอาโทษถึงที่สุดถ้าเกี่ยวข้องกับ
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อตอนเป็นรัฐบาลได้พูดคุยกับวัยรุ่นชายที่อยู่ในสถานบำบัด ซึ่งเขาเข้าออกอยู่หลายรอบ เริ่มจากเสพ ก็กลายเป็นผู้ค้า เพราะต้องหาเงินเพื่อไปซื้อยาและวนเวียนอยู่ในวงจรแบนนี้ ตนจึงถามเขาว่า ทำไมปัญหาการค้าไม่หมดไป ก็ได้คำตอบจากเด็กชายว่าถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เกี่ยวข้อง ปัญหาจะแก้ไขได้ หลังจากนั้นตนก็ไม่มีเวลาทำนโยบายเพิ่มเติม แต่วันนี้ผ่านมา 6-7 ปี ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาใหญ่ในใจประชาชน ดังนั้นจึงต้องจัดการกับเจ้าหน้าที่ จะเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญสุงสุด ด้านหนึ่งมีป.ป.ส.ที่ทำสำนวนแล้วส่งอัยการ อย่างไรก็ตาม ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสจะไม่เกรงใจใคร เพราะไม่เช่นนั้นปัญหาจะไม่หมดไป&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25290</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอันวาร์ สาและ, นโยบายพรรคประชาธิปัตย์, ป.ป.ส., ปะฉะดะยาเสพติด, พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181228/image_big_5c25b50e0b3d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ชัยภูมิ &#039;หูดำ&#039; มาแล้วอาสาลงผู้แทนกทม.ปราบโจร-แก้รถติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;เวลา 13.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ คุณหญิงกัลยาโสภณพานิช อดีตรองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคอีสาน นำ นายอร่ามอาชว์วัต หรือ อร่าม โล่ห์วีระ อดีต รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาลพล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ และ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ พรรคความหวังใหม่ พร้อมว่าที่ผู้สมัครใน จ.ชัยภูมิ ทั้งหมดเข้าสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีฟ้าของพรรคประชาธิปัตย์ให้กับทุกคน ถือเป็นการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครยกทั้งจังหวัด และประกาศว่าจะให้ได้ ส.ส. ยกจังหวัดเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือ ผู้การแต้ม หรือ &amp;quot;มือปราบหูดำ&amp;quot; อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เปิดตัวเป็นผู้สมัครพื้นที่ กทม. โดยมี นายอภิสิทธิ์ และนายสรรเสริญ สมะลาภา รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ กทม. สวมเสื้อแจ๊กเก็ตพรรคให้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่าขอขอบคุณที่พรรคประชาธิปัตย์ให้โอกาส ซึ่งตนสนใจการเมืองตั้งแต่เด็ก และภายหลังเกษียณราชการก็คิดว่าตนมีความพร้อมที่จะรับใช้ประชาชน จึงตัดสินใจเข้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคมีอุดมการณ์เดียวกับตน อีกทั้งยังเป็นพรรคเก่าแก่และเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ ที่สำคัญพรรคยืนเคียงข้างประชาธิปไตยเสมอ ดังนั้นจึงตัดสินใจเข้ามาเพื่ออาสารับใช้ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มั่นใจว่าจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ เพราะเป็นตำรวจอยู่ใน กทม. มาตลอด โดยจะอาสาดูแลด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหายาเสพติด และจะช่วยแก้ไขปัญหาจราจร&amp;quot; พล.ต.ต.วิชัย &amp;nbsp;กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22800</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ประชาธิปัตย์, พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ, มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfb99a9cc69d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
