<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊งยาเสพติด ฟอกเงินหมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจภาค 5 แถลงทลายเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ จับ &amp;quot;เฮียช้าง&amp;quot; ผู้บงการ ผงะ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่าหมื่นล้าน พบเส้นทางการฟอกเงินข้ามชาติหลากรูปแบบ โยงใยแก๊งมันทุกเม็ด เครือข่ายนางแบบปลุกใจเสือป่า เจ้าอาวาสวัดในพม่า รวมถึงเจ๊แหม่มเมืองตรัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ที่ห้องประชุมสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี ผบก.สส.ภ.5 ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานสรรพากรพื้นที่เชียงใหม่ 1 ร่วมกันแถลงข่าวการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ นาย Qaing Ma สัญชาติจีน หรือ &amp;ldquo;เฮียช้าง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 1 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ประจวบกล่าวว่า สืบเนื่องจากช่วงเดือนมีนาคม 2562 ตำรวจสามารถตรวจยึดยาบ้า 9.4 ล้านเม็ด พร้อมสมุดบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่หลบหนีได้ที่จังหวัดเชียงราย จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามีการรับโอนเงินจากกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดและโอนเงินค่ายาเสพติดให้กับกลุ่มบุคคลสัญชาติเมียนมา โดยอาศัยการทำธุรกรรมการเงินในการรับโอนเงินจากกลุ่มบุคคลที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แล้วโอนเงินออกไปยังกลุ่มผู้ประกอบการค้าสินค้าต่างๆ ทั่วประเทศ บก.สส.ภ.5 จึงได้สืบสวนจากสถานประกอบการต่างๆ จนทราบว่ามีนักธุรกิจชาวจีนชื่อนายช้างเป็นคนโอนเงินชำระค่าสินค้าและยังใช้บัญชีอื่นๆ อีกรวมจำนวนทั้งสิ้น 49 บัญชีในการโอนเงินมาชำระค่าสินค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้ง 49 บัญชี พบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 10,120 ล้านบาท โดยตรวจสอบพบว่าผู้เปิดบัญชีมีทั้งคนไทย จีน และคนสัญชาติเมียนมา เป็นบัญชีที่รับโอนเงินจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้นโอนเงินออกไปยังผู้ประกอบการการค้าระหว่างประเทศไทยและจีน เป็นค่าชำระสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งโอนเงินไปยังบริษัทค้าทองคำ, บริษัทค้าน้ำมัน, บริษัทส่งออกผลไม้ อาหารทะเล, ผู้ประกอบการส่งออกปศุสัตว์ เช่น วัว และควาย โดยจากการนำข้อมูลเส้นทางการเงินในจำนวน 49 บัญชี มาตรวจสอบกับฐานข้อมูลจับกุมยาเสพติดเดิม พบว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดที่เคยสอบสวนจับกุม มีการรับโอนเงินจำนวน 8 บัญชี เช่น เครือข่ายมันทุกเม็ดของภาค 6 และภาค 5, เครือข่ายไอซ์ 500 กิโลกรัมของ น.ส.จุ๋ม อดีตนางแบบแนวปลุกใจเสือป่า, เครือข่ายเจ้าอาวาสวัดในประเทศเมียนมา, เครือข่ายเจ๊แหม่ม ตรัง เป็นต้น นอกจากนี้จากการตรวจสอบบัญชีโดยละเอียด พบว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจำนวนมาก ทั้งที่เคยถูกจับกุมแล้วและยังไม่ถูกจับกุม ได้โอนเงินเข้ามาใน 8 บัญชีนี้ จำนวนกว่า 1,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนทั้งหมด 109 คน ในข้อกล่าวหา &amp;ldquo;ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดยาเสพติด ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&amp;quot; ต่อมาในห้วงระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บูรณาการร่วมกับ ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งหมด โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ จำนวน 61 ราย, อายัดตัวผู้ต้องหาในเรือนจำ จำนวน 13 ราย และตรวจค้นไม่พบตัว/หลบหนี จำนวน 35 ราย พร้อมตรวจยึดสมุดบัญชีธนาคารและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการสอบสวนนายช้าง นักธุรกิจชาวจีน ผู้ต้องหา ให้การรับว่าได้โอนเงินชำระค่าสินค้าจริง โดยจะให้ลูกค้าที่ประเทศจีนโอนเงินค่าสินค้าเข้าบัญชีเครือข่ายนายช้างในประเทศจีน ส่วนนายช้างจะใช้บัญชีต่างๆ ในประเทศไทย หรือบัญชียาเสพติด-โพยก๊วน เป็นผู้โอนชำระค่าสินค้าให้กับกลุ่มผู้ประกอบการต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ประจวบกล่าวว่า จากพยานหลักฐานสามารถสรุปรูปแบบการฟอกเงินของขบวนการค้ายาเสพติดในประเทศไทยได้ดังนี้ คือ 1.มีการว่าจ้างให้บุคคลรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้กระบวนการนำไปใช้ ซึ่งผู้รับจ้างเปิดบัญชีมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ บัญชีธนาคารส่วนหนึ่งนำไปใช้ที่โต๊ะแลกเปลี่ยนเงินตามแนวชายแดน 2.ขบวนการค้ายาเสพติด เมื่อลักลอบนำเข้าและกระจายจำหน่ายยาเสพติดแล้ว ผู้ค้ายาเสพติดทั้งรายย่อย รายใหญ่ จะชำระเงินค่ายาเสพติดโดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่โต๊ะแลกเปลี่ยนเงินตราตามแนวชายแดน และ 3.เจ้าของยาเสพติดไม่ต้องการรับชำระเงินค่ายาเสพติด จะให้บุคคลในเครือข่ายสั่งการให้โต๊ะแลกเปลี่ยนเงินตามแนวชายแดนดำเนินการโอนเงินที่มีที่มาจากการค้ายาเสพติดไปยังบัญชีธนาคารของผู้ประกอบธุรกิจการค้าระหว่างประเทศไทย จีน เมียนมา และกัมพูชา เช่น บริษัทค้าทองคำ บริษัทค้าน้ำมัน บริษัทส่งออกผลไม้ เป็นต้น เพื่อเป็นค่าซื้อสินค้า เมื่อแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าแล้วจะนำสินค้า เช่น ทองคำ น้ำมัน ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไปจำหน่ายต่อ แล้วโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของกลุ่มขบวนการฟอกเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงอยากเตือนภัยเรื่องการรับจ้างเปิดบัญชีหรือยอมให้ผู้อื่นเอาบัญชีไปใช้ หากบัญชีถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ในทางทุจริตอาจกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำผิดอาญา&amp;quot; ผบช.ภ.5 ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69726</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef4998904f71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
