<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟรอยด์โต้ข่าว มอมยานศ. ชั่งใจฟ้องกลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฟรอยด์&amp;quot; ดาราฟอฟัน ออกมายอมรับเป็นบุคคลที่ถูกนักศึกษาสาวอ้างถึงส่งเยลลี่ให้กินในร้านอาหาร จนเกิดหัวหมุนคล้ายถูกมอมยา ยันเพิ่งเจอครั้งแรกที่รุ่นน้องแนะนำให้รู้จัก แค่กินอาหารร่วมโต๊ะแล้วบ่นไม่สบาย จึงให้รุ่นน้องพาไป รพ. ปัดยื่นเยลลี่ให้กิน ชี้ทำให้เสียหาย หากกระทบการงานก็จะดำเนินการทางกฎหมาย ตำรวจเรียกสอบพุธนี้หลัง นศ.สาวแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เมื่อนักศึกษาสาวรายหนึ่งโพสต์เล่าเหตุการณ์ระทึก ว่ารุ่นพี่ในที่ฝึกงานชวนไปกินข้าวจนได้เจอกับดาราหนุ่มอักษรย่อ ฟ. จากนั้นก็ได้ยื่นเยลลี่ให้ทาน และบีบเจลล้างมือให้ ทำให้เกิดอาการมึนหัว โลกหมุน หัวใจเต้นแรง เชื่อว่าถูกมอมยา จากนั้นรุ่นพี่ได้เรียกแกร็บคาร์มารับ แต่ไม่ได้ปักหมุดไปส่งที่ รพ. แต่ปักไปที่อื่น จนตนต้องแข็งใจบอกให้คนขับรถเปลี่ยนจุดหมายและโทร.หาพ่อตลอดจนถึงโรงพยาบาล จึงอยากจะเตือนภัยให้ทุกคนระวังตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ว่า ขณะนี้นักศึกษาฝึกงานได้มาแจ้งความ ระบุว่าระหว่างฝึกงานได้รู้จักกับรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเท่าที่พูดคุยพบว่าเป็นคนนิสัยดี กระทั่งเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา รุ่นพี่คนดังกล่าวชักชวนไปทานข้าว แต่มีข้อแม้ว่าห้ามบอกใครหรือชักชวนใคร ด้วยความไว้ใจจึงยอมไปทานข้าวด้วย แต่เมื่อไปถึงร้านอาหารย่านลาดกระบัง ปรากฏว่าได้พบกับนักแสดงชายชื่อดังนั่งรออยู่ในร้าน มีการทักทายพร้อมกับแนะนำตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักศึกษาสาวผู้นี้ให้การว่า จากนั้นดาราอักษรย่อ ฟ. ได้ยื่นเยลลี่ให้ทาน อ้างว่าเป็นขนมซื้อมาจากต่างประเทศ เมื่อกินเข้าไปสักพักเกิดอาการมึนศีรษะเหมือนโลกหมุน มองอะไรไม่ชัดเจน ภาพเบลอไปหมด และรู้สึกตัวว่าหัวใจเต้นแรงกว่าปกติเหมือนจะหลุดออกจากร่าง ระหว่างนั้นรุ่นพี่และดาราคนดังกล่าวได้เดินออกไปสูบบุหรี่ด้วยกันข้างนอก เมื่อกลับมาที่โต๊ะถามตนว่า อยากดื่มน้ำหวานเพิ่มเติมไหม นาทีนั้นตนรู้สึกว่าเหมือนถูกมอมยา จึงรีบโทรศัพท์แจ้งทางครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังรับแจ้งความ ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านอาหารดังกล่าว พบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.05 น.ของวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะนักศึกษาผู้เสียหายพร้อมกับรุ่นพี่ เดินลงมาจากรถก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในร้านอาหาร จากนั้นเวลาผ่านไป 15 นาที รุ่นพี่และดาราชายคนดังกล่าวเดินออกมาสูบบุหรี่นอกร้าน ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปและกลับออกมาอีกครั้ง โดยมีรุ่นพี่และนักศึกษาขึ้นรถออกไปพร้อมกัน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเชิญตัวรุ่นพี่ รวมถึงดาราคนดังกล่าวมาสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดในวันที่ 20 พ.ย.นี้ พร้อมกับรวบรวมพยานแวดล้อม เหลือแต่เพียงผลตรวจร่างกายของผู้เสียหาย ซึ่งคาดว่าจะได้ไม่เกินสัปดาห์หน้าจะรู้ผลชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ซึ่งเดินทางไปติดตามคดีนี้ที่ สน.ลาดกระบัง กล่าวว่า ได้สอบถามรายละเอียดทางคดีจาก พ.ต.อ.คำแหง กัณฑวงศ์ ผกก.สน.ลาดกระบัง ได้ข้อมูลว่า พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความจากนักศึกษาสาวรายหนึ่ง ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ย.62 ภายในร้านอาหาร ซึ่งนักศึกษาไปฝึกงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ และมีพี่เลี้ยงฝึกงานได้ชักชวนเธอไปรับประทานอาหารที่ร้านดังกล่าว และไปพบกับดาราชายชื่อย่อ &amp;ldquo;ฟ&amp;rdquo; จากนั้นดาราชายชื่อย่อ &amp;ldquo;ฟ&amp;rdquo; ได้ยื่นเยลลี่ให้น้องนักศึกษาผู้หญิงและพี่เลี้ยงฝึกงานคนละเม็ด หลังจากกินเข้าไปแล้ว น้องผู้หญิงมีอาการเวียนหัว จึงขอให้พาไปโรงพยาบาล พี่เลี้ยงฝึกงานจึงเรียกแกร็บคาร์ให้ เมื่อรถพาไปส่งโรงพยาบาลแล้ว แพทย์ได้ตรวจร่างกาย แต่ขณะนี้ผลการตรวจร่างกายทางการแพทย์ของผู้เสียหายยังไม่ออก แต่ได้เร่งรัดให้ติดตามผลกับทางการแพทย์ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภัทรพล สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 เข้าไปกำกับดูแลงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความกระจ่างของคดี ทั้งการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการรวบรวมพยานหลักฐานนำมาประกอบสำนวน&amp;quot; พล.ต.ต.สมนึกกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายการข่าว เที่ยงวันทันเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 18 พ.ย.นี้ นายณัฏฐพงษ์ หรือฟรอยด์ ชาติพงศ์ นักแสดงชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กรณีเป็นดาราที่มีอักษรย่อ &amp;quot;ฟ&amp;quot; โดยยอมรับว่าตนอยู่ในร้านดังกล่าวจริงในวันเกิดเหตุ โดยเป็นร้านประจำ รุ่นน้องเป็นผู้ชายได้เดินทางมาพร้อมผู้หญิงคนดังกล่าว วันเกิดเหตุร่วมโต๊ะกันเพราะสนิท แต่ไม่ได้นัดกัน สั่งอาหารมากินกันตามปกติ จากนั้นน้องนักศึกษาบอกว่ามีอาการมึนหัวเหมือนจะเป็นลม ก็คิดว่าน้องเป็นอะไรหรือเปล่า คิดว่าเหนื่อยเพราะเพิ่งมาจากข้างนอก จึงถามว่า &amp;quot;กินอะไรหวานๆ ไหม&amp;quot; โดยทุกคนในร้านเห็นเหตุการณ์เหมือนกันหมด สามารถเรียกสอบได้ ซึ่งผู้หญิงยืนยันจะไป รพ. จากนั้นก็มีการเรียกแกร็บคาร์ โดยรุ่นน้องผู้ชายได้ออกไปกับน้องผู้หญิง แต่ตนไม่ได้ไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็งงว่าเรื่องนี้มาเกี่ยวกับผมได้ยังไง ยืนยันว่าไม่ได้ให้อะไรกิน ไม่ได้ยื่นเยลลี่ให้กิน ไม่ได้ออกไปไหนด้วยกัน ขนมบนโต๊ะวันเกิดเหตุมีขนมที่ผมไปเที่ยวมาก็เอามากินด้วยและที่สั่งจากที่ร้าน ส่วนที่บอกว่าปักหมุดไปที่อื่น ไม่ใช่ รพ. ไม่ทราบว่าใครปักหมุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟรอยด์กล่าวด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ตนได้รับผลกระทบในหน้าที่การงาน ทางอีเวนต์ที่กำลังจะทำก็ไม่สบายใจ ซึ่งหากสุดท้ายมีการยกเลิกก็คงจะต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ทำให้เสียหาย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50572</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ภัทรพล สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd29f83514ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือหั่นเผยนาทีฆ่า ค้อนทุบหัวแฟนสาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวบแล้วช่างตัดสติกเกอร์ฆาตกรทมิฬฆ่าหั่นศพแฟนสาว อ้างหึงหวงไปอยู่กับสามีเก่า พอย้อนกลับมาขนของในห้อง ก็เลยหน้ามืดใช้ค้อนทุบกะโหลกจนสลบ ฟื้นขึ้นมาจึงรัวกระหน่ำจนขาดใจ แล้วนอนอยู่กับศพจนรุ่งเช้า ก่อนใช้ความชำนาญที่เคยเป็นผู้ช่วยเชฟและคนงานชำแหละไก่ ชำแหละศพเป็น 14 ชิ้นยัดกระเป๋าเป้ กระสอบปุ๋ยทิ้งข้างทาง หลังพบศพยังโพสต์กลบเกลื่อน &amp;ldquo;ใจคนสมัยนี้ทำด้วยรัยว้า เด่วยิงกัน เด่วฆ่ากัน หั่นคนยังกะหั่นหมูหั่นวัว&amp;rdquo; พ่อลั่นขอให้ได้รับโทษประหารตายตกตามกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) พร้อมตำรวจสืบสวน บก.น.3 เข้าควบคุมตัวนายธนกฤต ประกอบ หรือวุธ ช่างเทคนิคตัดสติกเกอร์และส่งเอกสาร บริษัท พริ้นต์วิทมี จำกัด ที่ถนนเลียบคลองสอง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุสยองฆ่าหั่นศพ น.ส.ลักษณา กำลังเก่ง หรือเมย์ อายุ 24 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด อดีตพนักงานบัญชีบริษัท พริ้นต์วิทมี อดีตแฟนสาว พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นจีที หมายเลขทะเบียน 5 กบ 3173 กรุงเทพมหานคร มาสอบปากคำ เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้น ย้าย ทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เมื่อกลางดึกวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.มีนบุรีพบกระเป๋าเป้สะพายสีดำต้องสงสัยมีคราบเลือดถูกทิ้งไว้ริมถนนสามวา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม. ตรวจสอบภายในมีถุงพลาสติกสีน้ำเงินห่ออีก 2 ชั้น พันด้วยผ้าขนหนู เมื่อแกะดูก็พบศีรษะหญิงสาววัยรุ่น ผมสีแดง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 วัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบกระสอบปุ๋ยเปื้อนเลือดอีก 2 ใบ เปิดออกพบเป็นชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิต ซึ่งต่อมาทราบว่าผู้ตายคือ น.ส.ลักษณา กำลังเก่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังสืบสวนสอบสวนหาเบาะแสมาเป็นลำดับ ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดวันที่ 12 มิ.ย. ที่อาคารดีดีแมนชั่น แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. พบว่าผู้ตายพร้อมนายธนกฤตได้เข้าไปในห้องพัก และช่วงเช้ามืดวันที่ 14 มิ.ย. พบว่านายธนกฤตได้ลากถุงต้องสงสัยออกจากห้องโดยไม่พบว่าผู้ตายออกมาด้วยแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีได้นำตัวนายธนกฤตไปตรวจค้นที่ห้องพักอาคารดีดีแมนชั่น พบอาวุธมีดปลายแหลม จำนวน 6 เล่ม พร้อมของกลางอีกหลายอย่างพร้อมทั้งคราบเลือด นายธนกฤตจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่า น.ส.ลักษณา ด้วยเหตุหึงหวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 เดินทางมาร่วมสอบปากคำ นายธนกฤตเผยว่า ได้คบหากับ น.ส.ลักษณา อยู่ด้วยกันประมาณ 2 ปี และทราบว่าผู้ตายจะกลับไปคบหากับอดีตสามี จนเกิดมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง และได้เลิกกับผู้ตายเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงได้เก็บข้าวของออกไปอยู่ที่อื่น กระทั่งก่อนเกิดเหตุวันที่ 12 มิ.ย. อดีตแฟนสาวได้มาหาที่ทำงานเพื่อขอกุญแจเข้าห้อง บอกว่าจะมาเก็บของที่ยังเหลืออยู่ จึงให้รอจนเลิกงานถึงกลับไปพร้อมกัน แต่เมื่อไปถึงห้องได้เกิดมาปากเสียงกันอีก จนนายธนกฤตบันดาลโทสะ ใช้ค้อนทุบตีที่ศีรษะ น.ส.ลักษณาจนเสียชีวิต แล้วนอนอยู่กับศพจนถึงเช้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่งขึ้นวันที่ 13 มิ.ย. นายธนกฤตได้ใช้อาวุธมีดจำนวน 6 เล่ม ที่สั่งซื้อมาจากเฟซบุ๊กก่อนหน้านี้ชำแหละศพ โดยแยกเป็นชิ้นส่วนใส่กระเป๋าเป้และกระสอบปุ๋ย กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 14 มิ.ย. ได้ขนใส่รถจักรยานยนต์นำไปทิ้งในพงหญ้าบริเวณซอยสามวา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา แล้วก็ไปทำงานปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า นายธนกฤตเคยเป็นผู้ช่วยเชฟโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา และยังคงเคยประกอบอาชีพชำแหละไก่ที่โรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก่อนมาทำงานและคบหาดูใจกับ น.ส.ลักษณา และหลังลงมือก่อเหตุฆ่าอดีตแฟนสาว นายธนกฤตได้อาศัยความชำนาญในการใช้มีดอยู่แล้วหั่นศพอดีตแฟนสาวออกเป็นชิ้น แล้วบรรจุใส่กระเป๋าเป้และกระสอบก่อนนำไปทิ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อมีการพบศพถูกชำแหละและยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้าย ในเฟซบุ๊กของนายธนกฤตได้โพสต์เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่า &amp;ldquo;ใจคนสมัยนี้ทำด้วยไรว้า เด่วยิงกัน เด่วฆ่ากัน หั่นคนยังกะหั่นหมูหั่นวัว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีประเด็นน่าสนใจ ที่นายธนกฤตอ้างว่าฆ่า น.ส.ลักษณาเพราะอารมณ์ชั่ววูบ บันดาลโทสะ แต่เหตุใดจึงมีการสั่งซื้อมีดทางเฟซบุ๊กถึง 6 เล่มไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้หลายคนสงสัยว่าเป็นการวางแผนเตรียมการไว้ก่อนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.มีนบุรี เวลา 15.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. แถลงว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ลักษณาเดินทางมาเก็บเสื้อผ้าออกจากห้องพักอาคารดีดีแมนชั่น ซอยสีหบุรานุกิจ 10 แล้วถูกนายธนกฤตใช้ค้อนตีที่ศีรษะผู้ตาย 1 ครั้งจนสลบ เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง ผู้ตายได้ฟื้นขึ้นมา จึงถูกนายธนกฤตใช้ผ้าห่มคลุมแล้วใช้ค้อนตีศีรษะอีก 3-4 ครั้งจนเสียชีวิต จากนั้นนายธนกฤตได้ทิ้งศพไว้ในห้องพัก 1 วัน โดยผู้ต้องหาออกไปทำงานตามปกติ แล้วกลับมาชำแหละศพเป็น 14 ชิ้น ก่อนทยอยนำใส่กระเป๋าเป้ กระสอบ และหลอดใส่โปสเตอร์ ไปทิ้งริมถนนสามวา 2 รอบ กระทั่งมีผู้มาพบกระเป๋าเป้และกระสอบบรรจุชิ้นส่วนมนุษย์เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า จากการสอบสวนนายธนกฤต สารภาพว่าก่อเหตุเพราะความหึงหวง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาไม่มีประวัติเคยก่ออาชญากรรม หรืออาการป่วยทางจิต สาเหตุที่ตัดสินใจชำแหละศพ เพราะไม่รู้ว่าจะเคลื่อนศพได้อย่างไร จึงอาศัยทักษะที่เคยเป็นผู้ช่วยกุ๊กในครัวมาตัดชิ้นส่วนศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. กล่าวว่า ต่อไปพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมหลักฐานมาพิจารณา ว่าการกระทำครั้งนี้เข้าข่ายฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ ส่วนจะถือเป็นการฆ่าด้วยความทารุณโหดร้ายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้พิพากษา ส่วนแฟนใหม่ของผู้ต้องหานั้น ต้องมีการเรียกตัวมาสอบสวนเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายธนกฤตไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในห้องพักที่เกิดเหตุ อาคารดีดีแมนชั่น เริ่มตั้งแต่ใช้ค้อนตีหัว ก่อนหั่นศพแยกชิ้นส่วน และจุดทิ้งกระเป๋าเป้และกระสอบบรรจุชิ้นส่วนศพในซอยสามวา ท่ามกลางการสาปแช่งของชาวบ้าน พร้อมตะโกนให้ประหารตายตกไปตามกัน หลายคนทำท่าจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ต้องรีบคุมตัวนายธนกฤตกลับไปคุมขังไว้ที่ สน.มีนบุรี และเตรียมนำส่งศาลฝากขังในวันที่ 25 มิ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นายแก้วมูล กำลังเก่ง อายุ 50 ปี พ่อของ น.ส.ลักษณา พร้อมญาติ เดินทางมารับชิ้นส่วนศพ ภายหลังผลพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ลายนิ้วมือศพตรงกัน พนักงานสอบสวนจึงออกหนังสือยืนยันชื่อ และใบรับรองการตายเพื่อขอรับศพ ซึ่งระบุสาเหตุการตายว่า เกิดจากกะโหลกศีรษะแตก สมองฉีกขาด จากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกอย่างรุนแรง โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ก่อนจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดดงหัวเรือ ต.นาใหญ่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งยังไม่กำหนดสวดและวันเผา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแก้วมูลกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ทราบเรื่องลูกสาวคบหากับคนร้ายมาประมาณ 2 ปี ซึ่งนายธนกฤตเคยเดินทางมาที่บ้าน จ.ร้อยเอ็ด พบหน้ากัน 2-3 ครั้ง คนร้ายดูเป็นคนเงียบๆ และลูกสาวไม่เคยเล่าถึงพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงใดๆ มีแต่ทะเลาะกันบางครั้ง โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกสาวยังกลับมาที่บ้าน พร้อมบอกว่าเลิกรากับนายธนกฤตแล้ว จากนั้นราว 1 สัปดาห์ ทางบ้านพยายามติดต่อโทรศัพท์ไปก็ไม่ติด รู้สึกเป็นห่วง กระทั่งมาทราบข่าวร้ายที่เกิดขึ้นว่าลูกสาวถูกฆ่าและทำอย่างทารุณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมแค้นใจ อยากให้คนร้ายถูกประหารชีวิตทันที ตายตกตามกันไปกับสิ่งที่ทำรุนแรง ถูกประหารหั่นแบบเดียวกับที่ทำกับลูก เพื่อไม่ให้คนอื่นทำตามเป็นเยี่ยงอย่าง&amp;quot; พ่อผู้ตายกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธสั่นเครือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด จะมัง อายุ อายุ 59 ปี ลุงของ น.ส.ลักษณา เปิดเผยว่า หลานสาวเป็นคนเรียบร้อย นิสัยดี เป็นที่รักของทุกคน ก่อนหน้านี้เคยมีครอบครัว มีลูกด้วยกัน 2 คน ก่อนที่จะเลิกรากับแฟนเก่า และมาคบกับนายธนกฤต ขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีและผู้มีอำนาจเกี่ยวข้อง ขอให้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในโทษประหาร เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง หากไม่ประหารชีวิตก็จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เนื่องจากโทษหนักสุดก็แค่จำคุก จึงทำให้หลายๆ คนไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งนี้ แค่ตนรู้ว่าหลานเสียชีวิตก็เสียใจที่สุดแล้ว ยิ่งพอมารู้ว่าหลานโดนหั่นศพด้วยก็ยิ่งรับไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านเลขที่ 140 หมู่ 8 บ้านดงหัวเรือ ต.นาใหญ่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.ลักษณา นางพัชรา กำลังเก่ง แม่ของน้อง น.ส.ลักษณา กล่าวว่า ลูกสาวเคยพานายธนกฤตมาเยี่ยมบ้าน เท่าที่ดูก็เป็นคนเรียบร้อย ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะทำกับลูกอย่างโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ จึงอยากให้ได้รับโทษประหารตายตกตามกัน เพราะถ้าติดคุกก็อาจจะพ้นโทษไปทำแบบนี้กับคนอื่นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;โทษประหารชีวิต ควรหยุดหรือไปต่อ&amp;rdquo; โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ ประชาชนร้อยละ 80.50 ต้องการให้ประหารชีวิตผู้กระทำความผิดในคดีร้ายแรง โดยร้อยละ 85.29 ระบุว่า บทลงโทษประหารชีวิตจะมีผลทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยมีความศักดิ์สิทธิ์หรือน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น เพราะแสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยมีความเด็ดขาด ขณะที่ร้อยละ 12.07 ระบุว่า ไม่ได้ทำให้มีความศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น เพราะกระบวนการยุติธรรมไม่มีความโปร่งใส มีช่องโหว่ทางกฎหมาย และการปฏิบัติหน้าที่ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนร้อยละ 79.05 ยังเห็นว่าโทษประหารชีวิตจะทำให้คดีอาชญากรรมลดลง และร้อยละ 92.49 เห็นว่า ควรมีโทษประหารชีวิตต่อไป เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และเป็นบทเรียนเตือนใจให้แก่ผู้กระทำความผิดหรือคิดจะกระทำความผิดมีความเกรงกลัว เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม และเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับครอบครัวที่สูญเสีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12007</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกร, ธนกฤต ประกอบ, บริษัท พริ้นต์วิทมี จำกัด, พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, พัชรา กำลังเก่ง, ลักษณา กำลังเก่ง, สมคิด จะมัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้วมูล กำลังเก่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2f9e8f4dc1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยาบ้า8ล้านเม็ด เครือข่ายทั่วกทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ยาเสพติดใกล้ท่วมประเทศ นครบาลแถลงจับล็อตใหญ่ยาบ้า 8.6 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 37 กก. ยาอี ยาเคอีกเพียบ รวบวัยรุ่นอายุ 17 ปีสมาชิกในเครือข่าย เผยลำเลียงมาจากภาคเหนือของกลุ่มว้า ส่งขายทั่วกรุง รวมทั้งปริมณฑล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3, พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายนายคิง (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมตแอมเฟตามีน) ยาบ้า 8,679,600 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 37 กิโลกรัม เอ็กซ์ตาซี หรือยาอี จำนวน 2,822 เม็ด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ยาเค หรือเคตามีน ชนิดเกล็ดน้ำหนักประมาณ 38 กิโลกรัม ชนิดน้ำบรรจุในขวดแก้วจำนวน 569 ขวด ยาเสพติดทั้งหมดตรวจค้นเจอที่ห้องพักเลขที่ 9203 บ้านนพคุณอพาร์ทเม้นท์ ถนนลาดปลาเค้า แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ฤชากรเปิดเผยว่า จากการสืบสวนขยายผลการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ในเขตกรุงเทพมหานครก่อนหน้านี้ ทราบว่าผู้ค้ายาเสพติดกลุ่มบางเขนเป็นผู้มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ จำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าในพื้นที่เขตบางเขน เขตจตุจักร เขตลาดพร้าว เขตคันนายาว และเขตมีนบุรี รวมทั้งในเขตปริมณฑล ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนเรื่อยมาจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะมีการแบ่งหน้าที่การทำงานอย่างเป็นระบบ ทยอยลำเลียงยาเสพติดมาพักไว้ที่พื้นที่ กทม. ย่านลาดปลาเค้า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าสะกดรอยติดตามดูความเคลื่อนไหว จนกระทั่งรู้จุดเก็บรักษายาเสพติดดังกล่าวเพื่อส่งให้ลูกค้าตามสถานบริการ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบ และทำการประชุมวางแผนเพื่อเข้าทำการจับกุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 6 มิ.ย. เวลาประมาณ 22.00 น. พบนายคิงเดินถือถุงยาเสพติดลงมาจากอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวขอตรวจค้นและเข้าจับกุมผู้ต้องหา พบยาบ้าจำนวนประมาณ 4,000 เม็ด และยาไอซ์ 3 กิโลกรัม จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนเพื่อนำไปจำหน่ายในพื้นที่ บก.น.3 และ บก.น.4 รวมถึงสถานบริการต่างๆ โดยทำมาแล้ว 2 เดือน ได้เงินครั้งละ 10,000-20,000 บาท และไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติดแต่อย่างใด โดยมาทำงานดังกล่าวจากการชักชวนของเพื่อนที่รู้จักกันสมัย ม.ปลาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหารับสารภาพด้วยว่า ยังมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพักเลขที่ 9203 บริเวณชั้น 2 ของอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยกองกำลังทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ขึ้นไปตรวจค้นยังห้องพักดังกล่าว พบยาเสพติดจำนวนมากตามที่ได้แถลงแต่ต้น ซึ่งจากข้อมูลพบว่าเป็นยาเสพติดที่มาจากเครือข่ายทางภาคเหนือกลุ่มว้าเหนือและว้าใต้ เบื้องต้นดำเนินคดีนายคิง ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์, ยาอี) และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (ยาเค) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่ง สน.โชคชัยดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบลราชธานี พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ หัดกล้า รอง ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี กับพวก แถลงจับกุมนายจักราวุฒิ ติวสร้อย อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 80,000 เม็ด ขณะขับรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บล 4597 สกลนคร ไปตามถนนสายเขมราฐ-อำนาจเจริญ ถึงบริเวณสามแยกบ้านโชคชัย เขตเทศบาลตำบลเขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี รับสารภาพว่ารับจ้างส่งยาให้เอเยนต์ใหญ่รายหนึ่งที่จังหวัดขอนแก่น โดยหากส่งมอบเรียบร้อยจะได้ค่าจ้าง 2 แสนบาท และจะเอาไปใช้หนี้พนันฟุตบอล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10917</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์, พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ, พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง, พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b192cc62bca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกหมู่บ้านบิ๊กป้อม ยกเค้านักธุรกิจ2ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตีนแมวบุกหมู่บ้าน &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ย่านมีนบุรี ย่องขึ้นบ้านหรูนักธุรกิจหญิงนำเข้าเครื่องสุขภัณฑ์ ลากเซฟหนัก 100 กก.จะขึ้นรถหนี แต่แบกไม่ไหว เปิดไม่ออก ได้แต่รื้อค้นทรัพย์สินภายในห้องนอนกวาดไป 2 ล้าน สาวใช้ยันอยู่แต่ในห้องบ้านข้างๆ ไม่รู้เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 มิถุนายนนี้ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3, พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา ผกก.สน.มีนบุรี และ พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สส.บก.น.3 เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 6026 ซอย 3/2 หมู่บ้านกฤษดานคร 25 แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ของนางนภัสนันท์ วิมลภัตรานนท์ อายุ 61 ปี ประกอบธุรกิจนำเข้าเครื่องสุขภัณฑ์ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนเข้าไปลักทรัพย์ภายในห้องนอน ประกอบด้วย นาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ จำนวน 2 เรือน แหวนเพชร 2 วง กำไลหยกหลายชิ้น และของมีค่าอื่นๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมเงินสดประมาณ 4-5 แสนบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่หายไปประมาณ 2 ล้านบาท โดยคนร้ายยกตู้เซฟที่วางอยู่ภายในห้องนอนชั้นสอง ลากตู้เซฟมาไว้ชั้นล่างเพื่อเปิดรื้อค้นเอาทรัพย์สิน แต่เปิดตู้ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนภัสนันท์กล่าวว่า ออกจากบ้านไปทำธุระช่วงเวลา 19.00-21.45 น.ของวันที่ 4 มิถุนายน โดยที่บ้านมี น.ส.ละเอียด หอมสุวรรณ คนรับใช้ พักอยู่ข้างบ้าน เมื่อกลับถึงบ้านพบเห็นเซฟใบดังกล่าว จึงได้สอบถามเด็กรับใช้ ซึ่งก็ไม่ทราบเหตุเพราะอยู่แต่ในห้อง เบื้องต้นชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ และเก็บรอยนิ้วมือแฝงในจุดที่เกิดเหตุ พร้อมหาพยานหลักฐานอื่นๆ มาประกอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมพงษ์ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 4 คน เนื่องจากตู้เซฟมีน้ำหนักกว่า 100 กก. รวมไปถึงต้องใช้รถขนาดใหญ่เพื่อสะดวกต่อการนำเซฟกลับไป แต่ด้วยน้ำหนักตู้เซฟจึงทำให้คนร้ายยอมทิ้งไว้ที่ชั้นล่าง และไปขโมยของชิ้นอื่นแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมู่บ้านกฤษดานคร 25 เป็นหมู่บ้านใหญ่ อีกทั้งยังมีบ้านพักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่ภายในหมู่บ้านดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในหมู่บ้าน นอกจากนี้ จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบ เชื่อว่าคนร้ายเข้ามาจากบริเวณด้านหลังที่ติดคลองเล็ก และติดกับสนามกอลฟ์ ไม่มีรั้วกั้น เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในละแวกใกล้เคียง ที่รู้ว่ามีใครอยู่บ้านบ้าง เพราะบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านหลังสุดท้ายของซอยนี้ ซึ่งบ้านแต่ละหลังเป็นบ้านขนาดใหญ่ และไปอีกไม่กี่ซอยก็เป็นบ้านของ พล.อ.ประวิตร ที่มีทหารเฝ้าอยู่ และบริเวณทางเข้ามีตู้รับแจ้งเหตุของ สน.มีนบุรีตั้งอยู่หน้าหมู่บ้านด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10764</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ละเอียด หอมสุวรรณ, พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม, พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา, พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b1687f5dd598.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งยาทางไปรษณีย์ จับได้4-ยึด60ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจแกะรอยแก๊งยาเสพติดใช้วิธีส่งของทางไปรษณีย์ ตามรวบได้ 3 ขณะกำลังบรรจุยาเพื่อจำหน่ายในคอนโดฯ ยึดยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด ไอซ์ 7 กก. ยาเค 1 กก. ก่อนขยายผลจับเอเยนต์ใหญ่ย่านคลองเตย พร้อมของกลางมูลค่า 60 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 31 พฤษภาคมนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3, พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.สปพ. (191), พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา ผกก.สน.มีนบุรี, พ.ต.ท.ชินวุฒิ ตั้งวงศ์เลิศ รอง ผกก.สส.สน.ลำหิน ชุดสืบสวน สน.มีนบุรี และชุดสืบสวน บก.สปพ. (191) ร่วมแถลงข่าวการจับกุมนายอภินันท์ หรือฮิม วันจะนาบี อายุ 31 ปี, นายเจษฎากร หรือปู ค้ำคูณ อายุ 23 ปี และ น.ส.ปวิศรา หรืออัง บุญชู อายุ 34 ปี ข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ไอซ์ และยาอี) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่งดำเนินคดีที่ สน.มีนบุรี โดยสามารถจับกุมได้บ้านเลขที่ 1/572 ซอยเคหะรามคำแหง 1 แขวงและเขตมีนบุรี กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุไลมาน คาน อายุ 21 ปี ดำเนินคดีข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ไอซ์ และยาอี) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่งดำเนินคดี สน.ท่าเรือ โดยจับกุมได้ที่บริเวณชุมชนคลองเตย ถนนอาจณรงค์ แขวงและเขตคลองเตย กทม. พร้อมของกลางยาบ้า 414,000 เม็ด, ไอซ์ 28 กก., ยาอี 18,000 เม็ด, ยาเค (เคตามีน) 1.8 กก., รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์ ทะเบียน สร 1065 กรุงเทพมหานคร, รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กต 1994 กรุงเทพมหานคร, เงินสดจำนวน 108,000 บาท มูลค่าของกลาง 60 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ฤชากรเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 พ.ค. เวลาประมาณ 19.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.บก.น.3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สายตรวจ บก.สปพ. (191) ได้เร่งรัดปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติดในเขตกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับเบาะแสว่ามีการจำหน่ายยาเสพติดขนส่งผ่านไปรษณีย์พื้นที่เขตหลักสี่ เป็นยาอี 18,000 เม็ด จึงได้ขยายผลจนทราบว่านายอภินันท์มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติด จึงเข้าทำการตรวจค้นห้องพักที่คอนโดลุมพินี ซอยรามคำแหง แยก 43/1 พบนายอภินันท์พร้อมด้วยนายเจษฎากร และ น.ส.ปวิศรา กำลังบรรจุยาเสพติดเพื่อจำหน่าย จึงยึดของกลางยาบ้า 216,000 เม็ด ไอซ์ 7 กก. ยาเคตามีน 1 กก. รถยนต์ 2 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการขยายผลทราบว่า ผู้ต้องหาได้สั่งซื้อยาเสพติดจากนายสุไลมาน จึงได้ติดต่อล่อซื้อยาบ้า 192,000 เม็ด ไอซ์ 20 กก. นัดส่งของกลางที่ถนนรัชดา-รามอินทรา ฝั่งตรงข้ามแฟชั่นไอส์แลนด์ แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม. พื้นที่ สน.บางชัน ขณะเดียวกันกำลังส่วนหนึ่งก็ไปที่บ้านพักนายสุไลมาน ย่านชุมชนคลองเตย พื้นที่ สน.ท่าเรือ ภายหลังสืบทราบว่าได้ติดกับนายอภินันท์ จึงได้ประสานให้ออกมาพบก่อนแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมของกลางยาเค 5 กรัมในกระเป๋ากางเกง และเงินสด 108,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10427</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.พรเทพ สูติปัญญา, พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์, พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ, พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก๊งยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0ff7baed8ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
