<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบเจ้าคณะตำบล ขนยาบ้า4.8ล.เม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับพระครูเจ้าคณะตำบล ร่วมกับพระลูกวัดและฆราวาส ขนยาบ้าน 4.8 ล้านเม็ด รับทำมาแล้ว 4 ครั้งเพื่อหาเงินเรียนปริญญาโท ตำรวจเผยขยายผลจากการยึดยาบ้า 3.6 ล้านเม็ดก่อนหน้านี้ที่ลำลูกกา ด้านเคตามีน 11.5 ตันที่โอละพ่อกลายเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรม ป.ป.ส.นัดตรวจพิสูจน์อีกครั้ง 24 พ.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (สปพ.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมพระครูสุเมธปริยัติกิจ หรือณัฏฐภูมินทร์ หรือมีบุญ กันติมูล อายุ 39 ปี เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง และเจ้าคณะตำบลในเขต อ.เมือง จ.เชียงราย, พระมหาสิญจน์สุเมธ หรือป๊อก แสนวุฒิโชติ อายุ 30 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งใน ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา, นายภาณุวิชญ์ หรืออั๋น แสนคำก้อน อายุ 26 ปี, นายพิชัย หรือชัย รูปโปร่ง อายุ 44 ปี และนายสำเริง หรือหนุ่ม อุ่นเรือน อายุ 44 ปี ทั้งหมดถูกจับกุมเมื่อคืนวันที่ 21 พ.ย.63 ที่ห้องพักรีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท พร้อมยึดของกลางยาบ้า 4.8 ล้านเม็ด, อาวุธปืน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน, รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถืออีก 11 เครื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นการขยายผลจากการเข้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า 3.6 ล้านเม็ด ได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ย่านลำลูกกา คลอง 3 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 24 ส.ค.63 โดยสืบทราบว่าผู้ต้องหาดังกล่าวจะใช้รถตู้ในการลำเลียงยาเสพติด โดยให้พระภิกษุนั่งมากับรถเพื่ออำพรางและลดความสงสัยจากเจ้าหน้าที่ จึงได้สืบสวนและสะกดรอยนานกว่า 3 เดือน จนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้เช่าห้องพักในจังหวัดชัยนาทเป็นจุดพักยา เพื่อเตรียมส่งยาเสพติดให้กับเครือข่าย จึงเข้าทำการจับกุมไว้ได้พร้อมของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด โดยเฉพาะพระครูสุเมธฯ ให้การรับสารภาพว่า ทราบว่าภายในรถมียาเสพติดซุกซ่อนมาด้วย และเคยทำแบบนี้มาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ซึ่งได้เช่าห้องพักใกล้เคียงกับในครั้งที่ 4 ส่วนที่ตัดสินใจทำเพราะต้องการเงินไปศึกษาต่อชั้นปริญญาโท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา &amp;quot;ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ&amp;quot; ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. เดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. ให้ดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนการส่งออกเคตามีนไปยังประเทศไต้หวันกว่า 300 กิโลกรัม หลังไปยึดเคตามีนได้ที่โกดังแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 11.5 ตัน มูลค่านับหมื่นล้านบาท แต่การตรวจสอบภายหลังกลับพบว่าเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟตที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัยกล่าวว่า นำเอกสารที่ได้รับจากประเทศไต้หวันเกี่ยวกับการจับกุมเคตามีน 300 กิโลกรัม มาแจ้งความเอาผิดกับผู้ร่วมขบวนการลอบส่งเคตามีนไปยังประเทศไต้หวัน ซึ่งบุคคลรายนี้อยู่ในประเทศไทย โดยเช่าโกดังเพื่อเก็บเฟอร์นิเจอร์ แต่เมื่อตรวจค้นกลับเป็นที่เก็บสารเคมี ทั้งนี้ขอชี้แจงถึงกรณีที่ตรวจสอบเคตามีนกว่า 11.5 ตัน แล้วพบว่ามีบางส่วนเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟต เบื้องต้นพบว่าสารเคมีทั้ง 2 ชนิดมีลักษณะภายนอกเหมือนกัน ซึ่งขณะตรวจค้นที่โกดังพบของกลาง 66 กระสอบถูกเปิดอยู่ ส่วนที่เหลือ 406 กระสอบยังเย็บปากถุงปิดไว้ เมื่อตรวจสอบด้วยน้ำยาเคมีกับกระสอบที่เปิดไว้ก็พบว่าผลออกมาเป็นสีม่วง จึงเชื่อว่าเป็นเคตามีนตามที่ไต้หวันจับกุมได้จากต้นทาง จากนั้นก็ได้ร่วมกับ บช.ปส.นำของกลางไปเก็บไว้ที่ ป.ป.ส.ภาค 1 ยืนยันไม่มีการสับเปลี่ยนของกลาง แต่เมื่อมีการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าสารเคมีดังกล่าวคือไตรโซเดียมฟอสเฟต ซึ่งไม่เคยพบว่าก่อนว่าสารตัวนี้จะแสดงผลเป็นสีม่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า วันที่ 24 พ.ย.นี้. นักวิทยาศาสตร์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เชี่ยวชาญของ ป.ป.ส. จะตรวจพิสูจน์สารเคมีจากของกลางทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้งที่ ป.ป.ส.ภาค 1 แต่ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน จึงจะทราบว่าของกลางที่เหลือเป็นยาเสพติดหรือไม่ ส่วนสาเหตุที่การตรวจสอบล่าช้านั้น ยืนยันว่าเมื่อไต้หวันได้จับกุมตรวจยึดของกลางได้วันที่ 23 ตุลาคม ก่อนส่งเอกสารให้ไทยลงวันที่ 29 ตุลาคม 2563 ทาง ป.ป.ส.ได้รับเรื่องไว้เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน และสืบสวนหาข้อมูลถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน ก่อนเข้าตรวจค้นโกดัง พร้อมทำบันทึกการเข้าตรวจค้น ซึ่งผลการทดสอบสารเคมีที่พบเบื้องต้น พบเป็นเคตามีน จึงบันทึกเป็นสารคล้ายเคตามีนทุกรายการ โดยมีพยานนำตรวจค้นและตำรวจท้องที่ได้สอบปากคำเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84802</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐภูมินทร์ กันติมูล, พระมหาสิญจน์สุเมธ แสนวุฒิโชติ, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, พิชัย รูปโปร่ง, วิชัย ไชยมงคล, สำเริง อุ่นเรือน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbbaa4768d7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าแค่ไฟไหม้ฟาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขนาดต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวกันเป็นกิจจะลักษณะเลยทีเดียว หลังมีภาพ &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; ยืนชูป้ายข้อความ &amp;quot;ทำงานแทบตายนายแดกหัวคิว&amp;quot; แพร่สะพัดอยู่ในโลกโซเชียล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จน &amp;quot;กรมปทุมวัน&amp;quot; เดือดปุดๆ!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะก่อนหน้านี้แวดวง &amp;quot;สีกากี&amp;quot; เคยมีประวัติ เคยมีประเด็น &amp;quot;ฉาวโฉ่&amp;quot; การหักหัวคิวตำรวจที่ทำงานช่วงโควิด ตามมาด้วยข้าวกล่องอันน้อยนิด ที่นำมาให้ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่มาทำงานช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันกระหึ่มเมือง ถึงการดูแลสวัสดิการ &amp;quot;ลูกน้อง&amp;quot; ของผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขนาด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม ก.ตร.เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาบอกในวงประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ให้ดูแลในเรื่องสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงตอนหนึ่งหลังการประชุม &amp;nbsp;ก.ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้พอมีเรื่อง พอมีราว มีข่าวฉาวเกิดขึ้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รีบนำตัว ส.ต.ท.วุฒิชัย &amp;nbsp;หงษ์สำโรง ผู้บังคับหมู่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 (จว.สุรินทร์) ซึ่งเป็นชุดควบคุมฝูงชนชุดที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ &amp;nbsp;26 ต.ค. และปรากฏภาพชูป้ายข้อความ &amp;quot;ทำงานแทบตายนายแดกหัวคิว&amp;quot; ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาแถลงยืนยันข้อเท็จจริง!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ต.ท.วุฒิชัย ยืนยันวันเกิดเหตุวันที่ 26 ต.ค.63 ขณะนั่งรถกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ และระหว่างลงจากรถได้เห็นป้ายข้อความติดอยู่ข้างรถบัสที่ใช้ขนส่งกำลังพล จำนวน 2 แผ่น จึงได้ดึงออกเพื่อจะนำเอาไปทิ้งถังขยะ แต่มีเพื่อนที่อยากเห็นจึงยกข้อความชูให้เพื่อนดู โดยทราบว่ามีการถ่ายภาพและแชร์กันในกลุ่มไลน์เพื่อน แต่ไม่ทราบว่าภาพหลุดลงโซเชียลได้อย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันข้อเท็จจริงไม่มีเจตนาทำให้หน่วยเสียหาย เนื่องจากได้เบี้ยเลี้ยงเต็มจำนวนวันละ 200 บาท &amp;nbsp;ไม่มีการอมหัวคิวและไม่ได้ถูกผู้บังคับบัญชาบังคับให้แต่งเรื่องมาพูด&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...เมื่อเจ้าตัวยืนยันเป็นความเข้าใจผิด ไม่ใช่การประท้วงนาย ไม่ได้โดนหักหัวคิว ทุกอย่างก็แฮปปี้เอนดิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับช่วงนี้ที่ได้เห็นภาพ &amp;quot;ผู้บังคับบัญชา&amp;quot; หลายๆ หน่วยงานดูแลเอาใจใส่ &amp;quot;ผู้ใต้บังคับบัญชา&amp;quot; โดยเฉพาะตำรวจชุด อคฝ.ที่ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลการชุมนุมทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมนางนฤมล บัวรับพร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 ที่นำอาหาร ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ขนม ผลไม้ น้ำดื่ม มาเลี้ยงเป็นขวัญกำลังใจตำรวจ กองร้อยควบคุมฝูงชน ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 400 นาย จากหลายจังหวัดที่ผลัดเปลี่ยนเข้าประจำการปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษผ(ผบก.191) นำอาหาร​มาเลี้ยงข้าราชการ ตร. คฝ.ภ.จว.ตาก ร้อย 1 เพื่อเป็นน้ำใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และมีระเบียบวินัย หรือ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.ภ.2 ก็นำน้ำวิตามิน 4,800 ขวด มามอบให้ คฝ.ภาค 2 ทั้ง 6 กองร้อย เห็นแล้วชื่นใจ &amp;quot;นาย&amp;quot; ที่ใส่ใจสวัสดิการดูแล &amp;quot;ลูกน้อง&amp;quot; ให้กินอิ่ม นอนหลับ &amp;nbsp;มีเรี่ยวแรงกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...ขอให้ดูแล &amp;quot;ลูกน้อง&amp;quot; อย่างต่อเนื่อง อย่าเป็นแค่เพียงไฟไหม้ฟาง พอกระแสเรียกร้องให้เอาใจใส่ลูกน้องหมดลง ก็ปล่อยอดๆ อยากๆ ตามเดิม แถมเงินเบี้ยเลี้ยงก็โดนหัก โดนตัดหัวคิวอีกแล้วกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82312</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล บัวรับพร, พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, เสียบซึ่งหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58935cc4fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
