<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กแดงฟิตสั่งขรก.ดูแล3จว.ใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ฟิต! ประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช.ผ่านระบบทางไกลจากชายแดนใต้ กำชับหน่วยความมั่นคงเข้มงวดมาตรการสกัดยาเสพติด สั่งปิดทุกช่องทางชายแดนป้องกันลักลอบนำเข้าประเทศ พร้อมปรับศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่ &amp;quot;ทำงานเชิงรุกเข้าแก้ความเดือดร้อน ปชช. ก่อนลงพื้นที่ ต.ทรายขาว จ.ปัตตานี พบผู้นำ 2 ศาสนา ชมคัมภีร์อัลกุรอานและวัดทรายขาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 22 ต.ค. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เลขาฯ คสช.) ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานการประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช. ด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียมเชื่อมต่อระหว่าง กอ.รมน.ภาค 4 สน. จังหวัดปัตตานี กับกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. แถลงผลการประชุมว่า พล.อ.อภิรัชต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ย้ำในนโยบายของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในเรื่องยาเสพติด ที่ทุกส่วนงานจะต้องเร่งขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เลขาธิการ คสช.เคยได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้แล้วในการขจัดยาเสพติดและอาวุธสงคราม การประชุมในวันนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย และกองทัพภาค ร่วมกันใช้มาตรการสกัดกั้นอย่างเข้มข้น ปิดทุกช่องทางในพื้นที่ชายแดน ป้องกันไม่ให้ยาเสพติดจากภายนอกเข้าสู่ประเทศไทยในทุกช่องทาง รวมถึงการตรวจสอบอาวุธสงครามควบคู่กันไปด้วย&amp;quot; พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก คสช.กล่าวว่า สำหรับมาตรการที่ทุกพื้นที่จะต้องเร่งดำเนินการ คือ การจัดตั้งด่านตรวจที่เข้มแข็ง เพิ่มการลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดน การตั้งจุดสกัดเป็นการเฉพาะในพื้นที่เฝ้าระวัง พร้อมรายงานผลการปฏิบัติในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ เพื่อนำไปสู่ประเมินสถานการณ์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เลขาธิการ คสช.ยังได้แสดงความห่วงใยการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ด้วยกลไกของศูนย์ดำรงธรรม โดยมุ่งหวังให้การทำงานเป็นไปในลักษณะการเดินเข้าหาประชาชน เพื่อรับฟังความเดือดร้อนและนำไปสู่การแก้ไขด้วยกลไกแบบบูรณาการ พร้อมมอบหมายให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และจิตอาสา ร่วมกันทำงานในลักษณะศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่ เข้าไปรับฟังคลี่คลายและแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยให้ กกล.รส.เป็นแกนกลางในการจัดทำแผนงานในการลงพื้นที่ร่วมกันของหน่วยงานดังกล่าวให้มีความต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจและมีช่องทางที่จะได้ระบายความเดือดร้อนให้หน่วยงานภาครัฐเข้าช่วยดูแลแก้ไขโดยเร่งด่วนต่อไป&amp;quot; รองโฆษก คสช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ พร้อมด้วย พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9), นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่มัสยิดนัจมุดดีน หมู่ที่ 4 บ้านควนลังงา ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เพื่อพบปะผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ในการนี้ ผู้นำศาสนาได้มีการสวดดุอาอ์ขอพรพระเจ้า เพื่อให้พรกับผู้บัญชาการทหารบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์พร้อมคณะได้เดินทางต่อไปยังวัดทรายขาว ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องประชาชนพื้นที่ โดยมีนายสมาน ศรีปูเต๊ะ กำนันตำบลทรายขาว เป็นผู้แทนพี่น้องประชาชนกล่าวต้อนรับและบรรยายสรุปประวัติความเป็นมาของตำบลทรายขาว ซึ่งเป็นหนึ่งชุมชนพหุวัฒนธรรมที่มีความเข้มแข็ง พี่น้องประชาชนทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมานานหลายร้อยปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์กล่าวกับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมต้อนรับตอนหนึ่งว่า ตำบลทรายขาว ถือเป็นตำบลที่มีลักษณะพิเศษ เป็นพื้นที่ที่ทุกคนต้องมาเยือน เพราะคนที่นี่มีความยิ้มแย้มแจ่มใส ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข มีจุดเด่นเป็นศูนย์รวมจิตใจของทั้งสองศาสนา คือวัดทรายขาว และมัสยิดนัจมุดดีน วันนี้นับเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มาเยือนและชมคัมภีร์อัลกุรอาน รวมถึงเยี่ยมชมวัดทรายขาวแห่งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ได้มีการเน้นย้ำให้ภาคราชการต้องทำงานเพื่อดูแลประชาชน เชื่อว่าทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะร่วมใจกันดูแลประชาชนให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ถึงแม้ว่าจะนับถือต่างศาสนา แต่ทุกคนอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งส่วนราชการทุกฝ่ายก็ต้องอยู่กับพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น อย่าทิ้งประชาชน เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายพลเรือน จะต้องใส่ใจดูแลประชาชนมากขึ้น ขอให้ตำบลทรายขาวแห่งนี้เป็นต้นแบบ เพื่อการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ&amp;quot; พล.อ.อภิรัชต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ทบ.กล่าวช่วงท้ายด้วยว่า หากได้เดินทางมาที่ตำบลทรายขาวอีกครั้ง จะขอไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ในพื้นที่ตำบลทรายขาวในโอกาสต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (รรท.ผบช.ตชด.) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ฐานปฏิบัติการชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4412 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 447 ซึ่งตั้งอยู่บ้านมูโนะ ม.1 ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อเยี่ยมความเป็นอยู่ของกำลังพล รวมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการนำไปซ่อมแซมที่พักอาศัย และก่อสร้างเพิ่มเติมในส่วนที่ใช้สำหรับในการป้องกันฐานที่ตั้ง โดยมี พ.ต.อ.บูรหัน ตานีเห็ง ผกก.ตชด.44 ร.ต.อ.อับดุลฮากิม เจ๊ะเมาะ รอง ผบ.ศปด.441 ส่วนแยก3 ร.ต.ท.ปริวรรต หมาดลา หน.ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4412 ร้อย ตชด.447 และกำลังพลให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สมพงษ์ได้เดินตรวจสอบความเรียบร้อยบริเวณรอบฐาน และได้ชมเชยเจ้าหน้าที่ในการจัดสร้างเรือนนอนด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย สร้างบังเกอร์รอบฐานป้องกันการโจมตีของกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้อย่างดีเยี่ยม และมีความพร้อมที่จะตอบโต้หากเกิดการบุกโจมตีของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ซึ่งจะนำไปเป็นแบบอย่างให้ฐานปฏิบัติการต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เอาไปเป็นแบบอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าวว่า ขอฝากกำลังพลทุกนายอย่าตกอยู่ในความประมาท ทำงานเชิงรุก ให้เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากคนร้ายฉวยหาโอกาสที่ลอบทำลายเจ้าหน้าที่ทุกเมื่อ รวมทั้งให้การรักษาความปลอดภัยพี่น้องประชาชนมีความอุ่นใจสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20482</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcdd9d144070.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน5คนทำประมาท สาวมุดอุโมงค์ดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลสอบน้ำท่วมอุโมงค์คร่าชีวิตนักธุรกิจหญิงขับกระบะลงไปจม ตำรวจออกหมายเรียกนิติบุคคลหมู่บ้านโกลเด้นนครา และ รปภ.รวม 5 คน กระทำประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เร่งตรวจสอบอุโมงค์อีกกว่า 10 แห่งทั่วกรุงที่เสี่ยงเกิดเหตุ ด้านอธิการบดีเทคโนฯ ลาดกระบังเผยบ่อรับน้ำมีตะกอนทราย ทำให้รับน้ำได้น้อย เกิดท่วมขังในอุโมงค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 กันยายนว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมอาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริง และสาเหตุในคดีที่ น.ส.ภาณุมาศ แซ่แต้ นักธุรกิจวัย 41 ปี ขับรถจมน้ำเสียชีวิต ภายในอุโมงค์ลอดทางรถไฟทางเข้าหมู่บ้านโกลเด้นนครา ซอยอ่อนนุช 65 แยก 14 เขตประเวศ เมื่อกลางดึกวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นจะมีการแจ้งดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 5 ราย อาทิ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ที่ต้องมีหน้าที่ติดป้ายประกาศเตือนห้ามเข้า-ออกอุโมงค์แต่ไม่ปฏิบัติ, เจ้าหน้าที่ดูแลบำรุงรักษาปั๊มน้ำ แต่ไม่ปฏิบัติ และนิติบุคคลของหมู่บ้านที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลปั๊มน้ำ รักษาความเรียบร้อยของหมู่บ้าน แต่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานยืนยันเอาผิดได้อย่างชัดเจน ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ได้ออกหมายเรียกนิติบุคคลหมู่บ้านโกลเด้นนครา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่ทำหน้าที่ในช่วงที่เกิดเหตุ รวมทั้งสิ้น 5 คน ให้มารับทราบข้อกล่าวหากระทำการโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยจะยังไม่เปิดเผยรายชื่อทั้ง 5 คน เพราะยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ซึ่งขณะนี้ได้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 3 คน อีก 2 คนได้ประสานขอมารับทราบข้อกล่าวหาในภายหลัง ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาเพียงข้อกล่าวหาเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าวย้ำว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจากความประมาทของนิติบุคคลและเจ้าหน้าที่ รปภ.ที่ควรใช้ความระมัดระวังได้ดีกว่านี้ แต่ไม่ทำ ทั้งนิติบุคคลที่เป็นผู้ดูแลอุโมงค์ และ รปภ.ที่รู้ว่าน้ำท่วมอุโมงค์ ก็ควรกันรถไม่ให้เข้าไป แต่กลับไม่เฝ้าระวังรถที่วิ่งผ่าน จนทำให้เกิดเหตุขึ้น จากนี้จะประสานตรวจสอบอุโมงค์ในกรุงเทพฯ ที่มีอีกกว่า 10 อุโมงค์เพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอีก ส่วนอุโมงค์ที่เกิดเหตุได้ประสานให้นิติบุคคลเร่งซ่อมแซมต่อไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คดีนี้จะเป็นตัวอย่างในเรื่องความปลอดภัย ความรับผิดชอบในการออกแบบ ก่อสร้าง บำรุงรักษาอุโมงค์ทางลอดต่างๆ ที่มีหลายแห่งใน กทม. ในส่วนครอบครัวผู้เสียชีวิต ก็สามารถเรียกร้องทางแพ่งได้ต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.น.กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อสงสัยของหลายฝ่ายว่าเหตุใดผู้เสียชีวิตจึงหนีออกมาไม่ได้ คาดว่าเป็นเพราะแรงดันน้ำภายในอุโมงค์ที่ท่วมจนเต็ม ซึ่งทำให้ผู้เสียชีวิตไม่สามารถเปิดประตูและกระจกรถได้ รวมทั้งอาจอยู่ในอาการตกใจ ประกอบกับผู้เสียชีวิตว่ายน้ำไม่เป็น จึงทำให้เสียชีวิตในที่สุด จากอุบัติเหตุดังกล่าว ขอแนะนำประชาชนว่า ควรพกไขควงไว้ในรถ เพราะสามารถช่วยได้ในเหตุคับขันเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ระบุว่า กำลังประสานขอแบบอุโมงค์และบ่อรับน้ำว่าได้มาตรฐานหรือไม่ เท่าที่ตรวจสอบ พบว่าบ่อรับน้ำมีตะกอนทรายติดอยู่ ทำให้น้ำไม่สามารถไหลเข้าไปยังบ่อได้ตามปกติ จนทำให้เกิดน้ำท่วมขังในอุโมงค์ขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นความผิดปกติของระบบระบายน้ำ หลังจากนี้ จะต้องมีการเปิดหน้าดินเพื่อซ่อมแซมแนวท่อสูบน้ำใหม่ ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอุโมงค์อื่น &amp;nbsp;คือต้องติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำในอุโมงค์ และตรงบ่อพักน้ำ พร้อมติดตั้งไม้กั้นหากในอุโมงค์มีน้ำท่วมขัง ขณะเดียวกันต้องมีการตรวจเช็กความพร้อมของอุโมงค์ตามวงรอบเป็นประจำ โดยเฉพาะหน้าฝน อาจต้องมีการตรวจสอบทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุสลดดังกล่าว เกิดเมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 6 ก.ย.61 น.ส.ภาณุมาศ แซ่แต้ อายุ 41 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และนำเข้าเครื่องสำอาง ขับรถกระบะโตโยต้าไฮลักซ์ สี่ประตู ออกจากบ้านพักในหมู่บ้านโกลเด้นนครา แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ เพื่อไปทำธุระ โดยใช้อุโมงค์ลอดทางรถไฟเพื่อไปออกถนนเลียบทางพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) กรุงเทพฯ-ชลบุรี ปรากฏว่าเกิดฝนตกน้ำท่วมอุโมงค์แต่ น.ส.ภาณุมาศคิดว่ารถสามารถลุยน้ำผ่านไปได้ดังเช่นที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าครั้งนี้น้ำท่วมสูง ทำให้เครื่องยนต์ดับ ประกอบกับ น.ส.ภาณุมาศว่ายน้ำไม่ได้ จึงโทรศัพท์ให้คนไปช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์ น.ส.ภาณุมาศจมน้ำเสียชีวิตอยู่ภายในรถกระบะดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่พบข้อบกพร่อง อาทิ บริเวณดังกล่าวมิได้ติดไฟส่องสว่าง รปภ.และนิติบุคคลหมู่บ้านโกลเด้นนครามิได้แจ้งเตือนลูกบ้านว่าน้ำท่วมอุโมงค์สูง ไม่ควรขับรถผ่าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18744</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180930/image_big_5bb0d398304ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บช.น.นับ1คดี&#039;พ่อโดดตึก&#039; ขีดเส้น15วันก่อนอุทธรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ยุติธรรมเตรียมถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วย &amp;ldquo;ลุงโดดตึกศาล&amp;quot; สัปดาห์หน้าพร้อมส่ง จนท.เป็นพี่เลี้ยงหากติดขัดขั้นตอนใด กสม.หวังเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ผบช.น.เผยต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ เพื่อหาพยานหลักฐานให้อัยการยื่นอุทธรณ์ ขีดเส้น 15 วันต้องชัดเจน โยนหลักฐานดีเอ็นเอเสื้อไปถาม &amp;quot;ศานิตย์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 26 กรกฎาคม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีนายศุภชัย ทัฬหสุนทร กระโดดจากชั้น 8 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ลงมาเสียชีวิต เนื่องจากผิดหวังที่ศาลพิพากษายกฟ้องกรณีของลูกชายที่ถูกแทงเสียชีวิตเมื่อปี 59 ว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) ซึ่งคาดว่าน่าจะประชุมได้ในวันที่ 31 ก.ค. หรือวันที่ 1 ส.ค. เพื่อจะติดตามประเด็นทั้งเรื่องของลุงที่โดดตึก และกรณีของครูวิภา บานเย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ที่ถูกลูกศิษย์เบี้ยวหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืนเพื่อการศึกษา (กยศ.) ทำให้ต้องชดใช้แทนในฐานะเป็นผู้ค้ำประกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่การหาทางออก แต่เป็นการประชุมเพื่อช่วยกันดูว่ากระบวนการยุติธรรมจากทั้ง 2 กรณีที่เกิดขึ้นนี้มีประเด็นอะไรที่เป็นบทเรียนที่เราจะต้องนำมาสู่การพัฒนากระบวนการยุติธรรม และอะไรที่จะไปช่วยเขาได้ หรืออะไรที่จะต้องแก้ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา กรณีของลุงที่โดดตึก อยากให้แยกว่ากระบวนการของศาลก็ทำไปตามพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการได้รวบรวมเป็นคำฟ้องมา ซึ่งศาลไม่สามารถเข้าไปล้ำเส้นได้ แต่ก็จะมีผู้แทนจากทุกหน่วยมาคุยกันว่า ทั้ง 2 เคสนี้มีบทเรียนอะไร และเราจะช่วยในปัญหาเฉพาะด้านเขาอย่างไรได้บ้าง เช่น มีปัญหาในเรื่องของทนาย ก็จะจัดหาให้ หรือหากมีปัญหาเกี่ยวกับการติดต่อประสานงาน หรือปัญหาที่ไม่สามารถขอข้อมูลจากหน่วยงานอื่นได้ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปช่วยจัดการให้ จะเป็นลักษณะของการเป็นพี่เลี้ยงให้&amp;rdquo;พล.อ.อ.ประจินกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชาติชาย สุทธิกลม กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีนายศุภชัย ทัฬหสุนทร โดดตึกศาลอาญาฆ่าตัวตายว่า กรณีดังกล่าวเป็นประเด็นการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่น่าห่วงใย เนื่องด้วยฝ่ายผู้สูญเสียเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะว่าที่ผ่านมาตนต้องเป็นหลักในการแสวงหาพยานหลักฐานจากการที่ลูกชายถูกแทงเสียชีวิตเอง อีกทั้งพยานหลักฐานที่เป็นกล้องวงจรปิด ณ สถานที่เกิดเหตุในบางจุดก็ชำรุด ทำให้ขาดพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักในการพิจารณาพิพากษาคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระบวนการยุติธรรมในชั้นการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ถือเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรมในชั้นต่อๆ ไป หากการเริ่มต้นคดีในชั้นสอบสวนมีความบกพร่องในการรวบรวมพยานหลักฐาน ขั้นตอนในชั้นต่อไปก็อาจเกิดความบกพร่องหรือไม่มีความสมบูรณ์ตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ขอชื่นชมผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่สั่งการให้ตรวจสอบรายละเอียดของสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ และหวังว่ากรณีดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ เพื่อให้การปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชาชนทุกคนได้รับความยุติธรรมภายใต้กฎหมายอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน&amp;quot; นายชาติชายกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น., พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ, พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 , พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย รอง ผบก.น.8 พร้อมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงสำนวนคดีอาญาที่ 418/2559 ของ สน.ดินแดง กรณีคนร้าย 2 คนใช้อาวุธมีดและกำลังทำร้ายนายธนิต ทัฬหสุนทร เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของเนื้อหาสำนวนคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชาญเทพเปิดเผยก่อนการประชุมว่า กรณีดังกล่าวต้องเริ่มกลับมานับหนึ่งใหม่ หากตรวจสอบแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำสำนวนคดีมีความบกพร่อง ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาก็จะดำเนินการที่อยู่ในส่วนของวินัย ตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กล่าวเอาไว้แล้ว ที่สำคัญสุดในตอนนี้ต้องการที่จะหาพยานหลักฐานให้กับพนักงานอัยการเพื่อยื่นอุทธรณ์ก่อน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีพยานเห็นคนเดียวหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนกรณีที่มีการยิงกันบริเวณวัดกุนนทีรุทธาราม พื้นที่ สน.ห้วยขวาง ได้เรียกพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ รวมถึง สน.ดินแดง มาร่วมประชุมดังกล่าว ขณะนี้ยังไม่ได้มีการเรียกคู่กรณีมา เพราะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ กรณีดังกล่าวไม่จำเป็นต้องสั่งการกำชับอะไรเลย &amp;nbsp;เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่พนักงานสอบสวนรับผิดชอบสำนวนคดี หรือ ผกก.โรงพัก ต้องรู้ สิ่งสำคัญที่สุดเรายังมีอัยการ เมื่อพนักงานสอบสวนได้ไม่ดีพอ พนักงานอัยการต้องสั่งสอบสวนเพิ่มเติมอยู่แล้ว คดีดังกล่าวพนักงานอัยการสั่งมาหลายข้อจนสามารถที่จะสั่งฟ้องได้ พนักงานอัยการเชื่อว่าพยานหลักฐานทั้งหมดเพียงพอในการสืบหรือไต่สวนพยาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประเด็นที่ว่านายณัฐพงษ์ คู่กรณีไม่ใช่ผู้กระทำความผิด จะมีการดำเนินการอย่างไร ผบช.น. กล่าวว่า ตรงนี้ขอตรวจสอบรายละเอียดดังกล่าวทั้งหมด รวมถึงการตรวจสอบหาพยานหลักฐานใหม่เพิ่มเติม &amp;nbsp;อย่างที่บอก การรื้อคดีเมื่อคดีสิ้นสุด และเมื่อถึงชั้นฎีกา หรือไม่อุทธรณ์ กรณีดังกล่าวไม่ใช่เพียงแค่การหาพยานหลักฐานใหม่อย่างเดียว อะไรที่ศาลมีคำสั่งหรือมีการพิพากษา ประโยคไหนที่จะต้องมีการพิจารณาก็จะต้องเริ่มใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน้าที่ต่อไป พล.ต.ต.สมพงษ์จะเป็นผู้รับผิดชอบทำหน้าที่ติดตามกรณีดังกล่าวต่อไป โดยหลักฐานที่แม่ผู้ตายนำมาให้ดูเป็นเพียงไฟล์ข้อมูล ยังเปิดดูไม่ได้ จึงได้ทำการอัดเก็บไฟล์ไว้ ผมย้ำว่ากรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวกับสถาบันศึกษา ใครทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด สถาบันส่วนสถาบัน บุคคลกระทำความผิดก็ต้องเป็นบุคคล อย่าเอาสถาบันเข้ามา ไม่ถูกต้อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวด้วยว่า พยานหลักฐานเสื้อผู้ตายที่หายไปหรือการตรวจดีเอ็นเอเสื้อผู้ตาย ขณะนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลาง พยาน ถ้าอยากทราบต้องถาม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ขณะนั้น ทั้งนี้ ตนได้ให้คณะทำงานไว้ 15 วัน เพื่อดำเนินการตรวจสอบที่เกี่ยวข้องต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14191</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย สุทธิกลม, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย, พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, ลุงโดดตึกศาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b59d8eca4806.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แทงธนิตโยงศึกสถาบัน จี้ปฏิรูประบบสอบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; ยันให้ความเป็นธรรมทุกคน &amp;quot;ผบช.น.&amp;quot; ขอเวลา 15 วันตรวจคดีลูกชายโดดตึกศาลโดนแทงเสียชีวิต พร้อมเรียกดูสำนวนวัยรุ่นยิงกันหน้าวัด วันงานศพ &amp;quot;ธนิต ทัฬหสุนทร&amp;quot; พื้นที่ สน.ห้วยขวาง หาความเชื่อมโยงสองคดี &amp;quot;รองโฆษก อสส.&amp;quot; แจงเยาวชนร่วมฆ่าไม่ยืนยันเห็นตอนแทง &amp;quot;ทนาย&amp;quot; แย้มปมก่อเหตุเกี่ยวข้องศึกสถาบันอุเทนฯ-ปทุมวัน &amp;quot;โปลิศวอตช์&amp;quot; จี้นายกฯ เร่งปฏิรูประบบงานสอบสวน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการตรวจสอบสำนวนคดีนายธนิต ทัฬหสุนทร นักศึกษาถูกแทงเสียชีวิต หลังศาลมีคำสั่งยกฟ้องผู้ต้องหาจนทำให้นายศุภชัย ทัฬหสุนทร พ่อของนายธนิต ตัดสินใจกระโดดจากชั้น 8 ศาลอาญารัชดาฯ ลงมาเสียชีวิต เหตุไม่พอใจการทำคดีของตำรวจ สน.ดินแดง ว่าได้สั่งให้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสละเวช ผบช.น. ไปดำเนินการและรายงานขึ้นมา โดยเบื้องต้นทราบว่าพนักงานสอบสวนได้สั่งฟ้อง ส่วนรายละเอียดกว่านี้รอการชี้แจงอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในทุกๆ คดีตำรวจจะเป็นผู้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนอยู่แล้ว มีการดำเนินการเต็มที่ ให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ทุกคดีทำอย่างเต็มที่ คดีนี้ต้องกลับไปดูว่ามีความบกพร่องตรงไหน ได้ฝากประเด็นต่างๆ ไปยัง บช.น.แล้ว&amp;quot; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ขณะนี้ได้เรียกหัวหน้างานสอบสวน สน.ดินแดงมาพบแล้ว และได้มีการตรวจสอบสำนวนเพื่อตรวจสอบว่าขาดตกบกพร่องตรงไหนบ้าง โดยต้องใช้เวลา ต้องไปดูคำพิพากษาของศาลว่าเป็นอย่างไร ซึ่งได้ตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลคดีว่าจะช่วยเหลือผู้เสียหายได้อย่างไรบ้าง ยังมีส่วนไหนที่ยังบกพร่อง ก่อนที่คดีจะเข้าสู่ขั้นตอนอุทธรณ์ โดยให้เวลาทำงานประมาณ 15 วัน ก่อนจะมารายงานผลเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้เราไม่ได้หาคนผิด แต่มาหาทางในการช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกกระทำ เพราะทุกคดีพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน และพนักงานอัยการเห็นสมควรสั่งฟ้อง&amp;quot; พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ทางผู้เสียหายระบุผู้ต้องหาอาจจะมีความใกล้ชิดกับผู้มีอิทธิพล อาจทำให้ตำรวจเข้าไปช่วยเหลือ พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า คดีที่ศาลยกฟ้องมีคดีเดียวหรือไม่ แต่บังเอิญพ่อของเด็กที่เสียชีวิตคาดหวังมาก และผิดหวังในคำตัดสิน จึงเกิดเหตุเศร้าสลดขึ้น ถามว่า 100 คดี จะสามารถหาพยานหลักฐานให้ครบทั้งหมดก็ไม่ใช่ง่าย เราต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยังได้เรียกสำนวนคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่ สน.ห้วยขวาง กรณีวันสวดศพนายธนิต ทัฬหสุนทร และได้มีกลุ่มวัยรุ่นยกพวกมาทะเลาะวิวาทและยิงกันหน้าวัด จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย มาตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อหาความเชื่อมโยงของทั้งสองคดีต่อไป&amp;quot; ผบช.น.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบสำนวนคดีนี้ กล่าวว่า ได้ให้พนักงานสอบสวนไปขอคัดคำพิพากษามาตรวจสอบ ตามหลักกฎหมาย หากไม่มีพยานหลักฐานใหม่ การรื้อฟื้นคดีค่อนข้างยาก ต้องขอเวลาตรวจสอบก่อนว่าการดำเนินการที่ผ่านมามีข้อบกพร่องอย่างไร จากนั้นจะเรียกชุดพนักงานสอบสวนมาประชุมเพื่อกำหนดทิศทางในการทำงานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงคดีที่เยาวชนร่วมกระทำความผิดกับนายณัฐพงษ์ เงินคีรี ที่เป็นจำเลยคดีฆ่านายธนิตว่า แม้คดีนี้ในสำนวนเยาวชนให้การรับสารภาพ แต่ก็ต้องดูว่ารับสารภาพในฐานอะไร ซึ่งตัวเยาวชนดังกล่าวไม่ยืนยันว่าได้เห็นจำเลยแทงนายธนิต ผู้เสียชีวิตจริง โดยรับว่าร่วมทำร้ายในเหตุชุลมุน เป็นผู้เข้าไปร่วมชกผู้เสียชีวิตแต่ไม่ได้แทง และไม่รู้ว่าใครแทง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นางเรวดี ทัฬหสุนทร ภรรยาของนายศุภชัย พร้อมด้วย น.ส.ปทุมมา เนตรเชวียง น้องสาว และบุตรชายคนเล็ก รวมทั้งญาติพี่น้อง นิมนต์พระสงฆ์จากวัดกุนนทีรุทธาราม เดินทางมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของนายศุภชัยไปทำพิธีฌาปนกิจ บริเวณจุดที่นายศุภชัยกระโดลงมาเสียชีวิตภายในศาลอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเรวดีได้จุดธูปสักการะเจ้าที่ ก่อนมีการนำตุ๊กตาผู้ชายเป็นเสมือนตัวแทนนายศุภชัยมาวางยังจุดที่นายศุภชัยเสียชีวิต ผูกโยงสายสิญจน์และกล่าวคำเชิญดวงวิญญาณนายศุภชัยจากศาลอาญาไปทำพิธีฌาปนกิจที่วัดกุนนทีฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเสร็จพิธี นางเรวดีหันมากราบขอบคุณสื่อมวลชน พร้อมกล่าวว่า ขอให้สื่อเมตตาเราด้วย ขอบคุณทุกสื่อที่มีพระคุณกับครอบครัวเรามาก ขอบคุณจากใจจริง และขอบคุณผู้ใหญ่ที่ดูแลคดีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงที่ระบุจำเลยในคดีนี้มีอิทธิพล นางเรวดีกล่าวว่า มีเพื่อนๆ เขาบอกว่าแม่เขาปล่อยเงินกู้ ตอนนี้เริ่มสบายใจขึ้น ดิฉันร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะร้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ธนพร ศิริบานเย็น ทนายความของนางเรวดี กล่าวว่า ทางญาติมองว่าตัวจำเลยมีพรรคพวก มีเงินประกันตัว โดยในการจัดงานศพนายธนิตวันแรกนั้น ถึงขนาดเกิดเหตุพรรคพวกมายิงกันที่วัด ซึ่งอยู่ในท้องที่สุทธิสาร น่าจะมีความขัดแย้งเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา ซึ่งนายธนิตเป็นศิษย์อุเทนถวาย ส่วนฝ่ายจำเลยเป็นศิษย์ปทุมวัน เพื่อนของนายธนิตที่เป็นศิษย์อุเทนถวายด้วยก็มาก่อเกิดเหตุยิงกันที่วัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงประจักษ์พยานที่ป่วยทางจิตเป็นใคร ทนายความระบุว่า เป็นเพื่อนของเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีและนายธนิตด้วย ซึ่งเห็นเหตุการณ์ แต่ตนไม่เคยพบเจอตัวจริงว่าเป็นอย่างไร ป่วยแค่ไหน บิดาของประจักษ์พยานดังกล่าวนำใบรับรองแพทย์มาเบิกความต่อศาลว่าวิกลจริต และไม่หาย จากหลักฐานตรงนี้จึงหมดสิทธิ์เอามาเป็นพยาน ส่วนคดีที่เยาวชนร่วมก่อเหตุรับสารภาพที่จะเอามาเป็นหลักฐาน ก็ไม่ยืนยันว่าเห็นจำเลยเป็นผู้แทง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) หรือ Police Watch ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 12/2561 เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ และนายอัชพร จารุจินดา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เร่งแก้ปัญหาตำรวจและปฏิรูประบบงานสอบสวน ด้วยการให้พนักงานอัยการเข้าตรวจสอบการสอบสวนคดีสำคัญตั้งแต่เกิดเหตุ และกำหนดให้มีการบันทึกภาพและเสียงการสอบปากคำพยานบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ตอนหนึ่งระบุว่า ปัญหาและความบกพร่องของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาประเทศไทยในชั้นสอบสวนที่สร้างความเดือดร้อนคับแค้นใจให้กับผู้คนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการสอบสวนยัดข้อหาอย่างไม่เป็นธรรม หรือการสอบสวนที่ไม่สุจริตเพื่อล้มคดีหรือไม่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14128</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพงษ์ เงินคีรี, ธนพร ศิริบานเย็น, ธนิต ทัฬหสุนทร, ปทุมมา เนตรเชวียง, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสละเวช, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มีชัย ฤชุพันธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรวดี ทัฬหสุนทร, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b588db10b125.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.-อัยการซดเกาเหลาโดดศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจ-อัยการ&amp;quot; ต่างยันทำคดีลูกชายพ่อโดดตึกศาลอาญาดับยึดตามกฎระเบียบ &amp;quot;รองโฆษก สตช.&amp;quot; ชี้สำนวนไม่อ่อนเหตุอัยการสั่งฟ้อง ส่วน &amp;quot;รองโฆษก อสส.&amp;quot; ก็แจงปมกล้องวงจรปิด สั่ง พงส.สอบเพิ่มแล้ว แต่สำนวนกลับมาไม่ปรากฏว่าได้ภาพดังกล่าว &amp;quot;ผบ.ตร. &amp;quot;ลั่นให้ความเป็นธรรม มอบ &amp;quot;ผบช.น.&amp;quot; รื้อคดีเก่าดูความบกพร่อง &amp;quot;อธิบดีอัยการคดีอาญา&amp;quot; เล็งยื่นอุทธรณ์ต่อ &amp;quot;ภรรยา&amp;quot; เศร้ารับศพสามี บอกถ้ายังไม่ได้รับความยุติธรรมอาจคิดสั้นตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณี นายศุภชัย ทัฬหสุนทร อายุ 52 ปี กระโดดจากชั้น 8 อาคารศาลอาญาลงมาเสียชีวิต หลังศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องผู้ต้องหา คดีใช้อาวุธสนับมือและมีดแทงนายธนิต ทัฬหสุนทร บุตรชายเสียชีวิตช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2559 เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ทำให้เกิดความเครียดและน้อยใจการทำคดีของพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง เหตุเกิดเวลา 10.15 น. วันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 ก.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เป็นเรื่องของศาลต้องไปถามศาล ซึ่งขณะนี้ทาง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการนครบาล (บช.น.) กำลังรื้อคดีว่าการสอบสวนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจนครบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ตนจะไปดูสำนวนเก่าว่ามีความเป็นมาอย่างไร เราให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลก็รับปากแล้วจะไปดูสำนวนเก่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจำเป็นต้องตรวจสอบพนักงานสอบสวนชุดที่เคยทำคดีนี้หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า แน่นอน เราต้องให้ความเป็นธรรมว่าการทำสำนวนเป็นอย่างไร มีความรอบคอบทุกอย่างหรือไม่ หากมีตรงไหนบกพร่องทางสำนวนก็ค่อยว่ากัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะถือเป็นตัวอย่างก็ได้ว่าการทำสำนวนมีที่มาที่ไปอย่างไร แต่เรื่องนี้เป็นกรณีคำตัดสินของศาลชั้นต้น ซึ่งเรื่องการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน พล.อ.ประวิตรได้กำชับมาตลอดให้ความเป็นธรรมและความยุติธรรมเกิดขึ้นให้ได้ เพราะตำรวจกับประชาชนอยู่ใกล้กัน เราก็ทำมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ถ้าตำรวจผิดไม่ต้องห่วงก็ดำเนินการอยู่แล้ว เพราะถือเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo; ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบสำนวนคดีมีข้อบกพร่องหรือไม่ แต่ยังไม่มีการพิจารณาข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดี และได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อตรวจสอบสำนวนคดีว่าจะสามารถหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากเดิมได้หรือไม่ โดยให้ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และมีกลุ่มงานสอบสวน บก.น.1 ร่วมด้วย อีกทั้งจะประสานงานกับสำนักอัยการเจ้าของคดีเพื่อทำการยื่นอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า คณะทำงานต้องไปตรวจสอบสำนวนคดี ซึ่งมี 2 สำนวน ผู้ต้องหา 2 คน รายแรกคือ นายณัฐพงษ์ เงินคีรี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ผู้ต้องหาปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด ส่วนอีกรายเป็นเยาวชน ให้การรับสารภาพว่าได้ชกต่อยผู้ตาย แต่เหมือนเป็นการภาคเสธ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ซึ่งพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีบางส่วนยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ สน.ดินแดง มีบางส่วนย้ายไปแล้ว
ตร.ยันสำนวนไม่อ่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะทำงานต้องหาพยานหลักฐานเพิ่ม เหมือนเป็นการรื้อฟื้นคดี คณะทำงานต้องไปแสวงหาทุกอย่าง เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ในส่วนของเหตุการณ์ทราบว่าวันเกิดเหตุ ช่วงเย็นมีการชุลมุนชกต่อยกันก่อนประมาณ 2 ทุ่ม จึงมีการก่อเหตุ ซึ่งหน้าปากซอยมีกล้องวงจรปิด เห็นว่ามีการทำร้ายร่างกายกัน แต่ตอนผู้ตายเข้าไปในซอยและถูกทำร้ายจนเสียชีวิต กล้องไม่สามารถจับภาพได้ ส่วนประจักษ์พยานในครั้งนั้นมีเพียงปากเดียว ก็ได้เสียสติอยู่ระหว่างรักษาตัว&amp;quot; ผบช.น.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า พนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวนพบพยานหลักฐานที่เป็นดีเอ็นเอของผู้ตายบนตัวผู้ต้องหาหรือไม่ ผบช.น.กล่าวว่า ตอนนี้ขอไม่ลงรายละเอียดตรงนั้น ขั้นตอนต่อไปต้องรอให้ศาลเขียนคำพิพากษาให้เสร็จ ระยะเวลาประมาณ 30 วัน ซึ่งตนจะไปขอคำพิพากษามาดู เพื่อประกอบการตรวจสอบสำนวนคดีที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงคดีนี้ว่า เบื้องต้นทราบว่าคดีดังกล่าวในชั้นพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา และส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ ชั้นพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องตามพนักงานสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ขอเรียนว่าในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น มีการสอบสวนและตรวจสอบสำนวนคดีอย่างครบถ้วน ซึ่งการสอบสวนของพนักงานสอบสวนยึดตามกฎหมายระเบียบ โดยอาศัยพยานหลักฐานทางคดี ในประเด็นที่สังคมมองว่าพนักงานสอบสวนทำสำนวนอ่อนนั้น ต้องขอเรียนว่าพนักงานสอบสวนดำเนินการตามพยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุอยู่แล้ว ซึ่งเห็นได้ว่าพนักงานอัยการมีความเห็นควรสั่งฟ้องตามพนักงานสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อป้องกันความสับสนของสังคม ในประเด็นที่ว่าสำนวนในชั้นพนักงานสอบสวนอ่อนนั้น เรียนว่าหากสำนวนในชั้นพนักงานสอบสวนอ่อนจริง ชั้นพนักงานอัยการก็คงสั่งไม่ฟ้องและคงไม่ถึงชั้นพิจารณาของศาลแล้ว ถึงอย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความยุติธรรม และสามารถตอบคำถามสังคมได้ ผบช.น.ได้เรียกตรวจสอบสำนวนคดีดังกล่าวว่าการสอบสวนมีความรอบคอบรัดกุมเพียงใด หรือมีข้อบกพร่องหรือไม่อย่างไร&amp;quot; รองโฆษก สตช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (รองโฆษก อสส.) กล่าวว่า ได้เข้าพบอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 และนายนพพล เปียงใจ อัยการเจ้าของสำนวน พบว่าอัยการได้รับสำนวนมาสั่งคดีและฟ้องคดีไปโดยครบถ้วนตามหน้าที่ ไม่มีข้อบกพร่อง นายศุภชัยยังเคยมายกมือไหว้อัยการที่ว่าคดีอย่างเต็มที่ แม้อัยการจะเสนอพยานไป 7 ปาก แต่นำมาเบิกความได้ไม่ครบ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ป่วยไม่สามารถมาให้การได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ญาติระบุมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นคนร้าย แต่เมื่อไปขอเจ้าหน้าที่กลับบอกว่ากล้องเสีย นายโกศลวัฒน์กล่าวว่า ภาพกล้องวงจรปิด สำนักงานอัยการได้ทำหนังสือสั่งให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว แต่ก็ไม่ปรากฏว่าได้ภาพดังกล่าว อัยการได้ทำตามที่ญาติผู้เสียชีวิตร้องขอมาอย่างเต็มที่&amp;nbsp;
อัยการพร้อมอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สงสัยอะไรก็ให้รวบรวมเข้าในสำนวนคดีให้เสร็จสิ้นกระแสความ เมื่อไม่ได้ก็สืบเต็มที่เท่าที่มี ส่วนพยานที่ป่วยนั้น บิดาของพยานผู้ป่วยเป็นคนยื่นคำแถลงเข้ามาเอง มีใบรับรองแพทย์มาประกอบ เมื่อเกิดเหตุที่น่าสลดใจเกิดขึ้น สำนักงานอัยการสูงสุดขอแสดงความเสียใจ&amp;quot; นายโกศลวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก อสส.กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีเยาวชนที่ร่วมกระทำความผิดกับนายณัฐพงษ์ เงินคีรี จำเลยคดีฆ่านายธนิตว่า คดีที่ฟ้องนายอาร์รีชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 16 ปี คดีอยู่ระหว่างสืบพยานในมูลคดีความผิดกรรมเดียวกันกับคดีนี้ อัยการจะทำอย่างสุดความสามารถ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวเสริมถึงคดีเยาวชนดังกล่าวว่า คดีเข้าสู่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเมื่อปี 2560 ซึ่งศาลได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไปแล้วช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.2561 ที่ผ่านมา โดยจำเลยให้การรับสารภาพ และโจทก์ได้สืบพยานประกอบคำรับสารภาพแล้ว ศาลจึงได้นำมาตรการแทนการพิพากษาคดีกับจำเลย ตามกระบวนพิจารณาคดี พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาใช้บังคับกับจำเลย โดยมีการกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยและครอบครัวต้องปฏิบัติ และให้ตั้งนักจิตวิทยาของศูนย์ให้คำปรึกษา เป็นผู้จัดทำตามแผนที่ศาลกำหนดไว้ ซึ่งศาลนัดพร้อมเพื่อฟังผลการปฏิบัติตามแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู ในวันที่ 23 เม.ย.2562 ต่อไป ซึ่งระหว่างนี้เยาวชนต้องไปปฏิบัติตามแผนดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิทักษ์ อบสุวรรณ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวถึงการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาคดีฆ่านายธนิตว่า ทางอัยการสำนักงานคดีอาญายืนยันจะยื่นอุทธรณ์ให้คดีขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์พิจารณาอีกครั้งแน่นอน โดยระหว่างนี้เราอยู่ระหว่างยื่นขอคัดคำพิพากษาฉบับเต็มมา ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นาน หลังจากนั้นเราจะทำความเห็นไปยังอัยการสำนักงานคดีศาลสูงว่า เรามีความประสงค์ที่จะอุทธรณ์สู้คดีนี้ต่อในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งอัยการศาลสูงก็จะเป็นผู้พิจารณา โดยต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน คาดว่าจะไม่มีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แนวทางการยื่นอุทธรณ์คดีตรงนี้ เบื้องต้นที่ศาลยกฟ้อง เนื่องจากเราไม่ได้ประจักษ์พยานไปเบิกความในชั้นพิจารณาคดี ประจักษ์พยานที่ว่านี้ป่วยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทางคณะทำงานเราก็จะดูว่ามีช่องทางขั้นตอนที่จะสู้คดีตรงนี้อย่างไร ส่วนจะสามารถเอาประจักษ์พยานปากที่ว่านี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ จะต้องขอประชุมกับคณะทำงานก่อน&amp;quot; อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางเรวดี ทัฬหสุนทร ภรรยานายศุภชัย พร้อมด้วย น.ส.ปทุมมา เนตรเชวียง น้าสาว &amp;nbsp;เดินทางมารับศพนายศุภชัย ที่กระโดดลงมาจากชั้น 8 ศาลอาญารัชดา เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเรวดีกล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนไม่เคยคิดมาก่อนว่าสามีจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย เพราะก่อนเดินทางไปฟังคำพิพากษา สามีอารมณ์ดีร่าเริง ไม่คิดว่าศาลจะยกฟ้อง อีกทั้งไม่มีลางร้ายบอกเหตุใดๆ จนกระทั่งสิ้นคำพิพากษา คิดว่าสามีขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่ก็ไม่คิดว่าจะคิดสั้น ตอนนั้นตนก็คิดจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายเหมือน แต่มีคนมาดึงไว้ทัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วอนขอความเป็นธรรมกับผู้มีอำนาจ เนื่องจากครอบครัวต้องสูญเสียทั้งสามีและบุตร หากถึงที่สุดแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนเองก็มีสิทธิ์ที่จะคิดสั้น แม้ว่าคนอื่นจะมองว่าตัวเองเป็นคนโง่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม จะนำร่างของสามีไปบำเพ็ญกุศลที่วัดกุนนทีรุทธาราม ย่านห้วยขวาง&amp;quot; นางเรวดีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภรรยานายศุภชัยกล่าวว่า แนวทางการต่อสู้หลังจากนี้ ยืนยันจะเดินหน้าต่อทั้งในชั้นศาลอุทธรณ์และฎีกา โดยขอขอบคุณผู้มีอำนาจที่สั่งให้มีการรวบรวมหลักฐานเพื่อตรวจสอบว่าคดีมีความบกพร่องส่วนใด เพราะที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ครอบครัวหาหลักฐานฝ่ายเดียว ถึงขั้นสามีลาออกจากงานประจำ เพื่อติดตามคดีและหาหลักฐาน จึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากคู่กรณีเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นคนมีฐานะในท้องถิ่น จนทำให้พยานจำนวนมากไม่กล้าบอกว่าใครเป็นคนร้ายที่แท้จริง เพราะเขาก็ไม่อยากเดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากพยานหลักฐานที่เป็นกล้องวงจรปิดไม่สามารถนำมาใช้ในการหักล้างกับคู่กรณีได้ เนื่องจากมีกล้องบางตัวในจุดเกิดเหตุไม่สามารถใช้การได้ แต่ยืนยันหากตำรวจมีความพยายามในการหาหลักฐานด้วย เชื่อว่าจะสามารถหาคนร้ายตัวจริงมาลงโทษได้ บางคดีศพถูกเผายังหาคนร้ายมาลงโทษได้เลย&amp;quot; ภรรยานายศุภชัยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14048</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพงษ์ เงินคีรี, นพพล เปียงใจ, ปทุมมา เนตรเชวียง, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พิทักษ์ อบสุวรรณ, ศุภชัย ทัฬหสุนทร, สุริยัณห์ หงษ์วิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรวดี ทัฬหสุนทร, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b573e2eb26fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับทอมโหดอ้างเมา ทำแผน-รอฝากขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุมตัวสาวทอมทำแผนทำร้ายแฟนสาวเจ็บหนัก อ้างเมา หลังก่อคดีหนีไปกบดานที่บ้านเกิดสุโขทัย แต่ไม่รอด ชาวบ้านฮือตะโกนด่าทอ ตำรวจเตรียมส่งฝากขังต่อศาล 25 ก.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พหลโยธิน วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล ผกก.สน.พหลโยธิน ได้นำตัว น.ส.กาญจนา สินประเสริฐ สาวทอม ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย น.ส.พิมพิไล ปักษี แฟนสาวจนได้รับาดเจ็บสาหัส ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่เอพีเพลส ซอยรัชดา 36 แยก 9 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. หลังถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน และตำรวจ สภ.ศรีสัชนาลัย ติดตามจับกุมได้ขณะหลบหนีไปอยู่ที่บ้านเกิด อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ได้มีประชาชนจำนวนมากมารอดูโฉมหน้าสาวทอม พร้อมตะโกนด่าทอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้กำลังประมาณ 20 นาย กันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งใช้เชือกกั้นที่หน้าอพาร์ตเมนต์ไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ตัวอาคาร เพื่อความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่ จุดแรกในการทำแผนขณะที่ น.ส.กาญจนา และ น.ส.พิมพิไล ทะเลาะกันที่ลานจอดรถใต้อาคาร ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้หมวกกันน็อกฟาดที่ใบหน้าและเตะซ้ำหลายครั้ง ส่วนจุดที่ 2 บริเวณหน้าประตูทางเข้าตัวอาคาร ที่ผู้ต้องหาลงจากรถจักรยานยนต์มาตบซ้ำก่อนจะขี่รถหลบหนีไป การทำแผนครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจึงแล้วเสร็จ จากนั้นตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหากลับไปสอบสวนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สมพงษ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างเกิดจากความมึนเมาสุรา หลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะว่ามีสารเสพติดหรือไม่ และจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลในวันที่ &amp;nbsp;25 ก.ค. ช่วงเช้า พร้อมคัดค้านการประกันตัว เหตุที่ต้องคัดค้านเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เพราะดูจากคลิปแล้วมีการข่มขู่ผู้เสียหาย และเกรงว่าจะหลบหนี เพราะพฤติกรรมหลังก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปต่างจังหวัด เข้าข้อกฎหมายในการคัดค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ต้องออกหมายจับ ไม่ออกหมายเรียก เพราะหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธินได้รับแจ้งได้มาตรวจที่เกิดเหตุ ไม่พบผู้ต้องหา พบเพียงผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจจึงให้หน่วยกู้ภัยนำตัวส่ง รพ.มงกุฎวัฒนะ เนื่องจาก น.ส.พิมพิไลได้รับบาดเจ็บมาก หลังจากนั้นผู้เสียหายได้มาที่ สน. แต่ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าและยังไม่มีหมายจับ แต่หลังจากผู้เสียหายมาแจ้งความ ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขอใบรับรองแพทย์ ขอออกหมายจับ เมื่อได้หมายจับจึงให้ฝ่ายสืบสวนประสานพื้นที่เข้าทำการจับกุม ส่วนที่ต้องตรวจสอบสารเสพติดเนื่องจากเขาอ้างเมา แต่จะเมาอะไรไม่ทราบ จึงต้องตรวจ ถ้าพบสารเสพติดต้องแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ล่าสุดแจ้งเพียงข้อหาเดียวคือทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ โทษจำคุก 6-10 ปี เรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากอารมณ์ ถ้าใช้สติใจเย็นหน่อยคงไม่เกิดขึ้น จึงฝากไปยังประชาชนขอให้ใช้สติอย่าใช้อารมณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.น.กล่าวด้วยว่า ในส่วนพยานแวดล้อมที่ไม่เข้าไปช่วยเหลือ เท่าที่มีการพูดคุย จากการซักถามเบื้องต้น พยานก็พยายามทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี รปภ.ก็ได้มาห้าม และโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ส่วนหญิงสาวชุดดำในคลิปให้แฟนถ่ายคลิป แล้วมาช่วยพูดทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ส่วนคนที่อยู่ข้างในอาคารไม่มีคีย์การ์ดออกมา พยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุยังไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 374
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม ชั้น 1 ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา น.ส.พิมพิไล หรือน้องฟาง ผู้เสียหายถูกแฟนสาวทอมทำร้ายร่างกาย มารับเงินเยียวยาเหยื่ออาชญากรรม โดยมีนายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และนายวรวุฒิ อรุณศิริวัฒนา หัวหน้าประชาสัมพันธ์ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มารับเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนน้องฟาง แพทย์ตรวจพบมีอาการใบหน้าซีกขวาชา และกระดูกเบ้าตาแตก อยู่ระหว่างพักรักษาตัวที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยมีนัดผ่าตัดเส้นประสาทตาในวันที่ 27 ก.ค. ซึ่งจะต้องรอผลการผ่าตัดและอาการข้างเคียงอื่นๆ ว่าจะต้องพักรักษาตัวกี่วัน จะต้องรอใบรับรองแพทย์ออกมาก่อน จากนั้นคณะกรรมการจ่ายเงินเยียวยาจะให้เงินเยียวยาตามสภาพของผู้เสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14037</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนา สินประเสริฐ, ปวีณา หงสกุล, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงศ์หอมหวล, พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, พิมพิไล ปักษี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b5731efd01bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับอ้างชื่อร้านดัง ขายหมูกระทะเน่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2 หนุ่มญวนสุดแสบ อ้างชื่อร้านดัง แต่ติดเบอร์โทร.ของตัวเองตระเวนติดป้ายโฆษณา ขายหมูกระทะเดลิเวอรี ลูกค้าโวยลั่นเจอหมูเน่า สกปรก จนมีผู้เข้าแจ้งความ ตำรวจตามรวบได้ทั้งคู่ พบน้ำซุปใช้น้ำในห้องน้ำละลายผงปรุงรส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนนี้ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงจับกุมนายเหงียน วาน อัน อายุ 26 ปี และนายฮอง วัน หมั่น อายุ 30 ปี ชาวเวียดนาม ที่ร่วมกันลักลอบส่งหมูกระทะโดยแอบอ้างชื่อร้านผู้อื่น ส่งหมูเน่า สกปรก ไม่ได้มาตรฐานไปขายให้ลูกค้าทั่วกรุงเทพฯ โดยสืบเนื่องจากมีผู้โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งเตือนภัยหมูกระทะปลอมระบาดทั่วกรุง อาทิ เขตดอนเมือง ห้วยขวาง สมุทรปราการ ตำรวจ สน.ห้วยขวางจึงสืบสวนและเข้าจับกุมทั้งสองได้ที่ห้องเช่าซอยประชาสงเคราะห์ 26 เขตดินแดง ขณะจัดเตรียมของส่งลูกค้า พบหมูหมักในถุงพลาสติกแช่ถังน้ำแข็ง และถังพลาสติกบรรจุน้ำจิ้มขนาดใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์ของแก๊งนี้ จะนำชื่อร้านหมูกระทะชื่อดังในพื้นที่ต่างๆ มาทำป้ายโฆษณาปลอม แล้วเปลี่ยนเป็นเบอร์โทรศัพท์ของตน ก่อนจะนำป้ายไปติดตามสถานที่ต่างๆ เมื่อมีลูกค้าหลงเชื่อโทรศัพท์สั่ง ก็จะนำเนื้อหมูเน่า สกปรก ไม่มีคุณภาพ ไปส่งให้ลูกค้า สร้างความเดือดร้อนให้ผู้บริโภค จนมีกระแสร้องเรียนอย่างมากทางสื่อโซเชียล และมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพ และว่าเคยเป็นลูกจ้างร้านหมูกระทะย่านดอนเมือง เรียนรู้วิธีการทำและขาย จึงมาเช่าห้องพักผลิตและขายเอง โดยใช้ชื่อร้านผู้อื่น แต่ใช้เบอร์โทรศัพท์ของตน ส่วนน้ำจิ้มทำครั้งละมากๆ ขายได้เป็นเดือน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวลภัสรินทร์ บูราณ และนางสาวอรทัย สาทิพจันทร์ เจ้าของร้านหมูกระทะใน จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า พี่ชายไปส่งสติกเกอร์โฆษณาที่ตึกซึ่งผู้ต้องหาชาวเวียดนามอาศัยอยู่ พบใช้เท้าเตะกองเนื้อหมูไปมา ส่วนน้ำซุปที่ใส่ พบว่าตักน้ำเปล่าจากห้องน้ำมาผสมผงปรุงรส ไม่มีการต้มน้ำให้เดือดแต่อย่างใด ส่วนกระทะก็สกปรก ไม่มีการล้างทำความสะอาด วางซ้อนๆ กันอยู่ และตนได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าหลายรายว่ามีคนมาส่งหมูสกปรก เน่า เขียว เหม็น จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางสุพิศ กิจปาโล จากร้านหมูกระทะย่านสุทธิสาร เล่าว่า มีลูกค้าโทร.มาต่อว่า โทร.สั่งหมูกระทะที่ร้านไป แต่กลับได้หมูเน่า สกปรก จึงตรวจสอบแผ่นโฆษณาของร้านตามสถานที่ต่างๆ พบมีการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์หลายเบอร์ไม่ซ้ำกัน สร้างความเสียหายให้ทางร้านอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ ตำรวจได้แจ้ง 5 ข้อหาแก่นายเหงียน วาน อัน และนายฮอง วัน หมั่น คือเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต, จัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารไม่แจ้งเจ้าพนักงาน, โฆษณาในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และขายของหลอกลวงให้ผู้ซื้อหลงเชื่ออันเป็นเท็จ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12101</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง, สุพิศ กิจปาโล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมูกระทะเดลิเวอรี, หมูเน่า, ฮอง วัน หมั่น, เวียดนาม, เหงียน วาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b30f79003bbd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
