<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับสปาค้ากามเด็ก ขรก.วิศวกรลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปคม.บุกทลายสปาค้ากามย่านนนทบุรี ประกาศรับสมัครเด็กสาวทำงานเป็นพริตตี้ ก่อนล่อลวง-บังคับขายตัว จับ 11 ผู้ต้องหาพร้อมช่วยเยาวชนได้ 9 คน พบรายชื่อลูกค้ากว่าร้อยคน เป็นวีไอพี 25 ราย มีทั้งข้าราชการและวิศวกร รายหนึ่งเป็นครูพละขอซื้อบริการลูกศิษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก., พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.), พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา ผกก.2 บก.ปคม. และนางวรรณภา สุขคง ผู้อำนวยการกองต่อต้านการค้ามนุษย์ แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายค้ามนุษย์ ลอบเปิดร้านสปาค้าประเวณีเยาวชนหญิงอายุระหว่าง 15-18 ปี ในพื้นที่ จ.นนทบุรี พร้อมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 11 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า จากการสืบสวนหาร้านนวดที่แฝงการค้าบริการของเจ้าหน้าที่ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้พบร้านสปาที่นำเยาวชนมาให้บริการ ก่อนจับกุมและขยายผลสืบสวนทางออนไลน์จนพบเพจเฟซบุ๊กร้านนวดชื่อ A-Spa เปิดบริการใน อ.เมือง จ.นนทบุรี รับสมัครหญิงอายุ 15-25 ปี ในกลุ่มหางานพริตตี้ โดยแจ้งว่ามีค่าแรงดี ก่อนจะนัดมาดูตัวและทำประวัติที่ร้าน และอ้างว่าไม่มีการค้าประเวณี แต่ระหว่างเหยื่อถ่ายรูปทำประวัติก็จะถูกหว่านล้อมให้ขึ้นห้องพักข้างบนของร้านไปพบลูกค้าที่ซื้อบริการไว้ โดยล่อลวงว่าเป็นงานโชว์ตัวได้เงินน้อย แต่หากอาบน้ำและบริการนวดลูกค้าโดยไม่ร่วมเพศ จะได้เงินวันละ 5,000-8,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเหยื่อคล้อยตาม ลูกค้าจะขอซื้อบริการร่วมเพศและมาตกลงราคากับเหยื่อเอง หากเหยื่อหลงเชื่อยอมขึ้นมาชั้นบน ก็จะถูกบังคับให้ร่วมประเวณีเท่านั้น ซึ่งร้านสปาแห่งนี้ก็จะชักชวนเหยื่อมาทำงานอีกเมื่อจบงาน โดยร้านจะส่งรูปถ่ายและประวัติของเหยื่อไปให้ลูกค้าผ่านกลุ่มลับที่ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือเหยื่อเยาวชนหญิงได้ 9 ราย อายุไม่เกิน 18 ปี ก่อนพามาสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ แล้วนำเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามขั้นตอน&amp;quot; พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สยามกล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มร้านสปา ประกอบด้วย โมเดลลิ่งจัดหาเด็กผ่านโซเชียลมีเดีย และผู้ที่คอยรับเหยื่อมาทำประวัติมีทั้งหมด 7 คน 22 หมายจับ ฐานสมคบกันค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และข้อหาอื่นๆ ส่วนอีกกลุ่มที่เป็นลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ รวม 7 คน 13 หมายจับ ฐานพรากผู้เยาว์, กระทำชำเราบุคคลอายุเกินกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี และร่วมกันชักจูง ส่งเสริมให้เด็กกระทำผิดฯ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา นอกจากนี้ยังสืบพบว่าร้านสปาแห่งนี้มีกลุ่มลูกค้าวีไอพี เป็นพวกที่ใช้บริการเกิน 5 ครั้ง มีทั้งหมด 25 ราย ส่วนผู้ซื้อบริการอื่นๆ อีกประมาณ 125 ราย และยังพบสลิปการโอนเงินไปให้เหยื่ออีกหลายสิบราย จึงจะต้องขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ร้านสปาแห่งนี้เปิดมานานนับปี พบว่าเริ่มกระทำผิดมาตั้งแต่เดือน มิ.ย.62 จนถึงปัจจุบัน โดยเหยื่อบางส่วนจะหมุนเวียนเปลี่ยนเข้ามาทำงานตลอด และเมื่อตรวจสอบจากโทรศัพท์ของผู้ต้องหา พบหลักฐานการโอนเงินและพูดคุยกับเหยื่อหลายสิบราย ตอนนี้เชื่อว่ายังมีเหยื่อเป็นเยาวชนอีกมาก อีกทั้งลูกค้าที่พบเป็นทั้งข้าราชการและวิศวกรด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า การจับกุมครั้งนี้มีกรณีหนึ่งที่น่าสนใจ โดยในกลุ่มของลูกค้าที่เป็นข้าราชการ พบว่ามีรายหนึ่งเป็นครูพละ โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง ที่ทราบว่าลูกศิษย์ของตนเองมาทำงานลักษณะนี้ ได้พยายามขอซื้อบริการเด็กคนดังกล่าว แต่เมื่อมาถึงที่ร้าน ปรากฏเหยื่อจดจำใบหน้าครูคนดังกล่าวได้ และพยายามบ่ายเบี่ยงเพื่อไม่ขอให้บริการ ซึ่งเบื้องต้นครูพละคนนี้ถูกจับกุมแล้ว และเมื่อทางกระทรวงศึกษาธิการพร้อมต้นสังกัดรับทราบ จึงทำหนังสือมายังตำรวจเพื่อคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวนด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84897</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา, พล.ต.ต.สยาม บุญสม, พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับครู-อดีตนายก เสพกามเด็กหญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปคม.นำกำลังคอมมานโดเปิดปฏิบัติการกวาดจับผู้ซื้อกามเด็ก ปูพรม 10 จุดในจังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี รวบนักการเมืองท้องถิ่น อดีตนายก อบจ.-รองนายก อบต.-ผู้ใหญ่บ้าน กระทั่งครู เตรียมส่งฝากขังพร้อมค้านประกันตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ที่กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) สั่งการให้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.), พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.ปฏิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม., พ.ต.ท.มนต์ชัย เพ็งเลิศ รอง ผกก.5 บก.ปคม. นำกำลังตำรวจคอมมานโด และ กก.5 บก.ปคม. ปิดล้อมตรวจค้น 10 จุดในจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรี เพื่อจับกุมผู้ซื้อบริการเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อภิสัณฐ์กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการที่ก่อนหน้านี้ราวเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ทาง บก.ปคม.ได้เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายขบวนการค้าประเวณีเด็กรายใหญ่ ในพื้นที่กาญจนบุรีและราชบุรี โดยครั้งนั้นได้การตรวจค้นและจับกุมเอเยนต์ และผู้ร่วมขบวนการที่ทำหน้าที่เป็นธุระจัดหาเด็กมาขายบริการทางเพศ จำนวน 7 ราย และได้ช่วยเหลือเด็กผู้เสียหาย อายุระหว่าง 14-17 ปี จำนวน 4 คน ให้เข้าสู่การคุ้มครองดูแลของกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. ได้สั่งการให้ขยายผลเพิ่มเติม โดยจากการสอบปากคำบรรดาแม่เล้าเด็ก พบว่ามีการจัดหาเด็กมาเพื่อให้บริการทางเพศ ซึ่งจัดหาบ้านพัก รีสอร์ตให้เด็กหญิงมาพักเพื่อรอชายที่นิยมเสพกามเด็กหญิง โดยมีการติดต่อทางไลน์ ส่งรูปเด็กหญิงหน้าตาดีไปให้เลือก ตกลงราคา ก่อนจะขับรถมารับออกไปหาที่พักหลับนอนกัน ทั้งนี้พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นผู้ซื้อบริการทางเพศเด็ก เป็นบุคคลที่มีชื่อในพื้นที่ จึงขออนุมัติหมายจับและหมายค้นรวม 10 ราย นำไปสู่การเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ซึ่งในพื้นที่ จ.ราชบุรี มี 9 จุด ประกอบด้วย อ.เมืองราชบุรี 6 จุด อ.ดำเนินสะดวก 2 จุด อ.บ้านโป่ง 1 จุด และในจังหวัดเพชรบุรี 1 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการปิดล้อมตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย ในจำนวนนี้มีบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ จ.ราชบุรี อาทิ รองนายก อบต., อดีตนายก อบจ., สมาชิก อบต., ผู้ใหญ่บ้าน, ประธานลูกเสือชาวบ้าน และครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง พร้อมยึดของกลางเป็นอาวุธปืน 7 กระบอก กระสุนปืน 40 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังปฏิบัติการได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำที่ บก.ปคม. ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 4 อาคารบี ภายในศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โดยบรรยากาศการสอบปากคำเป็นไปด้วยความตึงเครียด ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การปฏิเสธและภาคเสธ เนื่องจากผู้ต้องหาบางรายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ อีกทั้งเกรงว่าเรื่องจะไปถึงหูของครอบครัวและภรรยา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยกระทำเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร&amp;rdquo; ในท้ายสำนวนได้คัดค้านการให้ประกันตัว ก่อนนำตัวส่งศาลอาญาเพื่อทำการฝากขังต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75065</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง, พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, พล.ต.ต.สยาม บุญสม, พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้างแก๊งมังกรจีน จ้างสาวไทยอุ้มบุญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ ปคม.ร่วมกับหลายหน่วยงาน เปิดปฏิบัติการจู่โจมกวาดล้างองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแม่อุ้มบุญ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด 10 จุด จับผู้ต้องหาได้ระดับหัวหน้าแก๊งชาวจีน 2 คน สมุน และหญิงไทยที่รับอุ้มบุญอีกจำนวนหนึ่ง เผยได้ค่าจ้างรายละ 3-4.5 แสนบาท ส่งไปฝังตัวอ่อนที่ลาว อุ้มท้องในไทย ก่อนนำทารกกลับจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) และ พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 ร่วมกันสนธิกำลังปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายกลุ่มนายทุนชาวจีนและนายหน้าชาวไทยที่ว่าจ้างหญิงไทยรับจ้างอุ้มบุญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักและบริษัทต่างๆ ที่เปิดไว้บังหน้า รวมถึงสถานที่พักอาศัยของกลุ่มแม่อุ้มบุญ รวม 10 แห่ง คือ 1.บ้านเลขที่ 16 ซอยนาคนิวาส 37 แยก 2-3 ถนนนาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 2.บ้านเลขที่ 15 ซอยนาคนิวาส 37 แยก 2-3 ถนนนาคนิวาส แขวง-เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 3.บ้านเลขที่ 1647 ซอยลาดพร้าว 94 (ปัญจมิตร) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 4.บ้านเลขที่ 1659/1 ซอยลาดพร้าว 94 (ปัญจมิตร) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 5.บ้านเลขที่ 1375 ซอยลาดพร้าว 94 (ปัญจมิตร) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 6.บ้านเลขที่ 92/21 หมู่บ้านชัยพฤกษ์ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 7.บ้านเลขที่ 20/307 ซอยกำนันแม้น 23 แยก 24 ถนนเอกชัย แขวง-เขตบางบอน กรุงเทพฯ 8.บ้านเลขที่ 59/179 หมู่บ้านพนาสนธิ์ 3 ซอยนิมิตใหม่ 3/2 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 9.บ้านเลขที่ 49/38 หมู่บ้าน KC Garden Home 18 ซอยนิมิตรใหม่ 40 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ และ 10.บ้านเลขที่ 47 ม.6 ต.สามเรือน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมตัวผู้ต้องหารายสำคัญในขบวนการได้ทั้งหมด ซึ่งมีทั้งชาวจีน 2 ราย และไทย 7 ราย ตามหมายจับรวมจำนวน 9 ราย ส่วนผู้ต้องหารายที่ 10 ยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ ทั้งหมดถูกตั้งข้อหา &amp;quot;สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ&amp;quot; ข้อหา &amp;quot;ร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า&amp;quot; และข้อหา &amp;quot;ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือไขข่าวให้แพร่หลายด้วยประการใดๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์แทนว่ามีหญิงที่ประสงค์จะเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทนผู้อื่น หรือมีบุคคลที่ประสงค์จะให้หญิงอื่นเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะได้กระทำเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือไม่ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ต่อศักดิ์กล่าวว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้องทุกข์กับตำรวจ บก.ปคม. เกี่ยวกับการรับจ้างตั้งครรภ์แทนโดยผิดกฎหมาย มีลักษณะเป็นเครือข่ายขบวนการขนาดใหญ่ที่มีการกระทำผิดในลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม.จึงดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนทราบว่ากลุ่มนายทุนสัญชาติจีนเป็นหัวหน้าขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ ได้ว่าจ้างกลุ่มนายหน้าซึ่งเป็นคนไทยติดต่อแนะนำ ชักชวนให้หญิงไทยมารับจ้างตั้งครรภ์แทน โดยจะได้รับค่าจ้าง 300,000-450,000 บาทต่อการตั้งครรภ์แทน 1 ครั้ง หากหญิงไทยตกลง กลุ่มนายหน้าจะแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยพาหญิงไทยเดินทางไปปลูกฝังตัวอ่อนที่คลินิกในประเทศลาวและกัมพูชา หลังจากนั้นจะพามาฝากครรภ์และคลอดบุตรที่โรงพยาบาลในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ต่อศักดิ์กล่าวว่า บางครั้งกลุ่มนายหน้าจะพาหญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนเดินทางไปคลอดบุตรที่ประเทศจีน โดยกลุ่มนายหน้าเหล่านี้จะเป็นผู้ดำเนินการเอกสารการคลอด ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด หลังจากนั้นจะพาเด็กที่เกิดจากการรับจ้างอุ้มบุญเดินทางไปส่งให้กับบุคคลที่อ้างว่าเป็นพ่อที่ประเทศจีน และเมื่อตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของเด็กที่นำไปส่งที่ประเทศจีน ก็ไม่พบข้อมูลการเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดแล้วหญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนจึงจะได้รับค่าตอบแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสืบสวนพบกลุ่มผู้กระทำความผิดเปิดบริษัทบังหน้า เพื่อปกปิดการกระทำความผิดในการว่าจ้างหญิงไทยตั้งครรภ์แทน ตั้งแต่ปี 2555 โดยพบข้อมูลหญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนจำนวนมาก ซึ่งกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 100 ราย และในวันนี้ก็ได้นำหญิงที่รับจ้างอุ้มบุญในเขต จ.ปทุมธานี มาสอบสวนขยายผล 8 ราย และยังพบอีกว่ามีเด็กอุ้มบุญถูกแจ้งเกิด นำรายชื่อไปใส่ในทะเบียนบ้านของผู้ต้องหา 15 ราย สำหรับเด็กที่คลอดมาแล้วตรวจสอบพบว่าถูกส่งไปให้พ่อที่ประเทศจีนแล้ว เบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 50 ราย&amp;quot; รอง ผบช.ก.ระบุ และว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจยึดทรัพย์สินของกลุ่มผู้กระทำผิด รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตดำเนินการอุ้มบุญมีทั้งหมด 94 แห่งทั่วประเทศ คดีนี้พบว่าสถานพยาบาลเกี่ยวข้อง 9 แห่ง มีทั้งโรงพยาบาลและคลินิก จะตรวจสอบขยายผลและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับการจับกุมครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โรคปอดอักเสบระบาดในประเทศจีน จากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุใหม่ 2019 หรือไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้เด็กอุ้มบุญบางส่วนยังไม่ถูกนำตัวส่งไปให้พ่อที่ประเทศจีน เนื่องจากมีมาตรการสั่งปิดเมืองที่เข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวถึงการจับกุมขบวนการรับจ้างอุ้มบุญซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องทั้งชาวจีนและชาวไทย ว่า เรื่องนี้แพทยสภาเพิ่งรับทราบ อยู่ระหว่างการขอข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ว่ามีแพทย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้หรือไม่ ขัดกับ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 (กฎหมายอุ้มบุญ) หรือไม่ เบื้องต้นทราบว่ามีการไปทำอุ้มบุญที่ต่างประเทศ แถบประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหากพบว่ามีแพทย์เข้าไปเกี่ยวข้อง ในส่วนของแพทยสภาก็จะพิจารณาลงโทษได้ในลักษณะภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ โดยพิจารณาเป็นรายกรณี นอกจากนี้ก็จะไปเกี่ยวข้องกับความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำทั้งปรับด้วย แต่ปัญหาคดีพวกนี้สอบสวนเอาผิดยาก เพราะส่วนใหญ่สมยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อิทธพรกล่าวว่า ก่อนจะมีการแก้ไขกฎหมายอุ้มบุญ พบว่ามีการกระทำความผิดและเข้าสู่การพิจารณาของแพทยสภาจำนวนหนึ่ง และมีการลงโทษโดยการเพิกถอนใบอนุญาต เนื่องจากมีพฤติกรรมรู้อยู่แก่ใจ เจตนา และมีผลประโยชน์ร่วมด้วย นอกจากนี้ ก็มีเคสที่พักใช้ใบอนุญาต เนื่องจากทำอุ้มบุญ แต่ไม่รู้ว่ามีกระบวนการรับจ้างอุ้มบุญอยู่ และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของแพทยสภา 5 ราย ในจำนวนนี้มี 2 รายที่การพิจารณาใกล้จะแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม หลังมีการปรับแก้กฎหมายอุ้มบุญแล้วคดีเหล่านี้น้อยมาก ส่วนตัวมองว่ากฎหมายค่อนข้างเข้มแข็ง และคุ้มครองเด็ก การจะอุ้มบุญต้องขออนุญาต ต้องมีคนรับดูแลเด็กที่ชัดเจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57123</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล, พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา, พล.ต.ต.สยาม บุญสม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e454bcc5071f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
