<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.เรียก&#039;ตร.ฝ่ายกำลังพล&#039;ทั่วปท.ร่วมทำคำสั่งแต่งตั้ง&#039;สว.-รองผบก.&#039;แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.62-พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ปฎิบัติราชการแทน ผบช.สกพ. มีบันทึกข้อความถึง ผบช.น.,ผบช.ก.,ผบช.ภ.1-9,ผบช.สตม.,ผบช.ทท.,ผบช.ตชด.,ผบช.ปส.,ผบช.ส.,ผบช.ศ.,ผบช.สทส.,ผบช.สพฐ.ตร.,ผบช.รร.นรต.,และพตร. เรื่อง ส่งรายชื่อข้าราชการตำรวจร่วมแก้ไขทำเนียบและจัดทำคำสั่งแต่งตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือระบุ ตามหนังสือ ตร.ที่ 0009.231/ว 4 ลงวันที่ 11 ม.ค.62 กำหนดแนวทางการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับ สว.ถึง รองผบก.วาระประจำปี 2561 ให้ทุกหน่วยทราบและถือปฎิบัติโดยให้จัดส่งบัญชีพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจมายัง ตร.(ผ่านทพ.)ภายใน 25 ม.ค.62 นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งระดับ สว.ถึง รองผบก.วาระประจำปี 2561 นี้ ตร.จะต้องพิจารณามีคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจทุกหน่วย ซึ่งจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้ข้าราชการตำรวจ ซึ่งปฎิบัติหน้าที่ด้านกำลังพลของหน่วยงานต่างๆ ที่มีความรู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสถานภาพกำลังพลของหน่วยตลอดจนการตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของข้าราชการตำรวจมาร่วมในการตรวจสอบและจัดทำคำสั่งแต่งตั้งก่อนที่จะนำเสนอ ผบ.ตร.พิจารณาออกคำสั่งแต่งตั้ง ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงเรียนประสานมายังท่านโปรดแจ้งรายชื่อข้าราชการตำรวจจำนวน 2 นาย โดยจะต้องเป็นข้าราชการตำรวจระดับ สว.ขึ้นไปอย่างน้อยจำนวน 1 ราย ไปยัง สกพ.(ผ่าน ทพ.) ภายในวันที่ 16 ม.ค.62 ซึ่ง สกพ.จะได้นำเสนอ ตร.เพื่อพิจารณามีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจดังกล่าวมาปฎิบัติราชการต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26732</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม, สว.-รองผบก., สีกากี, แต่งตั้งตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa626f554dad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.หมดท่า!เปิดรับเนติบัณฑิต1พันตำแหน่งเป็นพงส.หลังคลิปจับสลากว่อนโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28ธ.ค.61-พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (ผบช.นรต.) ได้มีหนังสือด่วนที่สุด เลขที่ 0035.72/3084 ลงวันที่ 26 ธ.ค.61 เรื่อง สรุปผลการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับนักเรียนนายร้อยอบรมหลักสูตร กอต.ประจำปีงบประมาณ 2562 จำนวน 1,000 นาย ถึง ผบก.อก. ปค. ศผต. และศบศ คณบดี ตศ. นว. รอง ผบก.สทว. ผกก.สลก.
เนื้อหาหนังสือสั่งการดังกล่าว ระบุว่า ตามที่ ตร. มีนโยบายเปิดรับสมัครบุคคลภายนอกผู้มีวุฒิด้านนิติศาสตร์( เนติบัณฑิตฯ) เพื่อบรรจุ แต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ตำแหน่ง รอง สส.(สอบสวน) จำนวน 1,000 นาย โดยมอบหมาย รร.นรต. รับผิดชอบดำเนินการฝึกอบรมจึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับการฝึกอบรม เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางในการเตรียมความพร้อมรองรับการฝึกอบรมในวันที่ 21 ธันวาคม 2561 เวลา 13.30 น ณห้องประชุม ศปก.รร.นรต. ความละเอียด แจ้งแล้วนั้น
1. การฝึกอบรมโดยใช้หลักสูตร กอต. มีระยะเวลาการฝึกอบรมตามโครงการสร้างหลักสูตร จำนวน 30 สัปดาห์ รร.นรต. สามารถรองรับการฝึกอบรมในรุ่นแรกได้ระหว่างวันที่ 1 พ.ค.-19 พ.ย.62 ( ระยะเวลา การฝึกอบรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงหากมีการเปลี่ยนแปลงวันเปิดรับสมัคร)
2. การฝึกอบรมจะแบ่งออกเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 500 นาย โดยให้สลับกับการฝึกอบรม ประกาศนียบัตรวิชาชีพสอบสวน(สบส. รับผิดชอบดำเนินการ)
3. อาคารที่พักสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมแบ่งออกเป็น 2 อาคารคืออาคารในโรงนอน นรต. ชั้นปีที่ 1 จำนวน 300 นายและอาคารหลวงพ่อรุ่งจำนวน 200 นาย โดยให้ บก.ปค. เสนอความต้องการในการจัดซื้อที่นอนเพิ่มเติมไปยัง บก.อก
4. ห้องเรียนแบ่งออกเป็น 2 ห้องคือห้องเรียนอาคารกาญจนาภิเษก(Hall2) และอาคาร สโมสรสัญญาบัตรชั้น 3 โดยให้ ศบศ. ตรวจสอบความพร้อมของห้องเรียนห้องน้ำและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เกี่ยวข้อง และให้ สทว. ดำเนินการตรวจสอบสัญญาณอินเตอร์เน็ต(Wi-Fi) ให้มีความพร้อม สามารถใช้งานได้ก่อน เปิดการฝึกอบรม
5. การจัดประกอบเลี้ยงให้จัด ที่อาคารสโมสรสัญญาบัตรชั้น&amp;nbsp; 2 โดยดำเนินการจ้างเหมาผู้ประกอบการภายนอก
6.ศบศ. ดำเนินการจัดทำตารางการฝึกอบรมตามหลักสูตร
7. ให้ทุกหน่วยตรวจสอบความต้องการ และการประมาณการค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องส่งให้ บก.อก. ภายในวันที่ 25 ธ.ค.61
จึงแจ้งมาเพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
มีรายงานว่าการเตรียมแผนรับบุคคลภายนอกเข้าอบรมเป็นพนักงานสอบสวนดังกล่าว&amp;nbsp; เนื่องจากปัญหาทั้งการขาดแคลนพนักงานสอบสวน(พงส.) รวมทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก็เกิดความเครียดจากการปฏิบัติหน้าที่ กระทั่ง พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รองผบช.สกพ. ปฎิบัติราชการแทน ผบช.สกพ. ทำบันทึกข้อความเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งถึง ผบช.น.และผบช.ภ.1-9 เรื่อง การกำหนดตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน)-รองผกก.(สอบสวน) ให้กับสถานีตำรวจต่างๆในสังกัด บช.น.,บช.ภ.1-9&amp;nbsp; สั่งการให้ทุกหน่วยปรับเกลี่ยตำแหน่ง รอง สวป.ที่มีคุณวุฒินิติศาสตร์มาเป็นพนักงานสอบสวน แต่ก็ไม่มีใครสมัครใจแม้จะได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นอีกมากกว่าสายงานอื่น&amp;nbsp; จนต้องมีการจับฉลากเพื่อเป็นพนักงานสอบสวน ถูกแชร์คลิปกันในโลกออนไลน์&amp;nbsp; เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเสียหาย
ปัญหาดังกล่าวเกิดจากคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 7/2559 ที่ให้ยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; ทำให้พนักงานสอบสวนผู้มีความชำนาญเกือบ 800 คน ถูกย้ายไปแขวนประจำอยู่ที่กองบัญชาการโดยไม่มีงานการอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้พนักงานสอบสวนสถานีต้องทำงานหนักขึ้น&amp;nbsp; และไร้อนาคตยิ่งกว่าเดิม เพราะสายงานอื่นมาแย่งตำแหน่งสายสอบสวนได้&amp;nbsp; และต่างต้องการย้ายหนีไปอยู่สายอื่น แม้กระทั่งผู้มีคุณวุฒิเนติบัณฑิตที่บช.น เคยรับสมัครมาเป็น พงส.จำนวนเกือบ 480 คนเมื่อ&amp;nbsp; 8-9 ปีที่แล้ว เมื่อทำงานมาได้ระยะหนึ่ง&amp;nbsp; ต่างก็ต้องการย้ายออกจากสายงานสอบสวนหรือไปทำงานสอบสวนในหน่วยตำรวจเฉพาะทางด้วยกันทั้งสิ้น
ทำให้สุดท้าย ต้องแก้ปัญหาด้วยการเตรียมประกาศรับสมัครบุคคลภายนอกวุฒิปริญญาตรีและเนติบัณฑิต 1,000 ตำแหน่ง เข้ารับการบรรจุเป็นพนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนส่วนใหญ่มองว่าถ้างานสอบสวนของตำรวจยังคงอยู่ในระบบยศและวินัยแบบทหารเช่นนี้&amp;nbsp; แม้จะรับผู้มีคุณวุฒิเนติบัณฑิตมาอีก 1,000 ตำแหน่ง ก็คงอยู่ได้ไม่นาน สุดท้ายเมื่อมีโอกาสก็จะดิ้นรนหาทางโอนไปอยู่หน่วยงานอื่นหรือย้ายออกจากสายงานสอบสวนเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25283</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ึ7/2559, จับสลากเป็นพนักงานสอบสวน, ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (ผบช.นรต.), พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม, พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต, รับสมัครพนักงานสอบสวน, เนติบัณฑิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181228/image_big_5c259838ba249.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองสวป.โอนไปสอบสวน หวั่นถูกเกณฑ์เสียกำลังใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รอง สวป.&amp;quot; ลุ้นระทึก! โอนไปงานสอบสวน 3.5 พันตำแหน่ง รอง ผบช.สกพ.แจงปรับเกลี่ยตำแหน่งให้เหมาะสมกับปริมาณงานรับ รอง สวป.ล้นงาน ฟุ้งตอบโจทย์การปฏิรูป ตร.เติบโตได้ตามสายงาน &amp;quot;วิรุตม์&amp;quot; ชี้เกณฑ์รอง สวป.ไปเป็น พงส.ด้วยความไม่สมัครใจจะมีปัญหาไม่พร้อมทำงาน ส่งผลต่อขวัญกำลังใจและกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (รอง ผบช.สกพ.) ปฏิบัติราชการแทน ผบช.สกพ.ทำบันทึกข้อความเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมาส่งถึง ผบช.น.และ ผบช.ภ.1-9 &amp;nbsp;เรื่องการกำหนดตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน)-รอง ผกก.(สอบสวน) ให้แก่สถานีตำรวจต่างๆ ในสังกัด &amp;nbsp;บช.น., บช.ภ.1-9&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือระบุว่า ตามที่ได้มีการประชุมเรื่องการพิจารณาแนวทางการกำหนดตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน)-รอง ผกก.(สอบสวน) ให้แก่สถานีตำรวจต่างๆ ในสังกัด บช.น., ภ.1-9 เมื่อวันที่ 20 ก.ย.61 ณ &amp;nbsp;ห้องประชุม สกพ. ชั้น 6 อาคาร 5 ตร. โดยมี พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รอง ผบช.สกพ.เป็นประธาน และมีผู้แทนหน่วยงานเข้าร่วม ผลการประชุมสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 1.การกำหนดตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) ให้แก่สถานีตำรวจต่างๆ ในสังกัด บช.น., ภ.1-9 จำนวน 3,502 ตำแหน่ง ตามกรอบที่วิเคราะห์ตำแหน่งได้ โดยใช้วิธีการดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.1 ปรับเกลี่ยตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) จากสถานีตำรวจที่มีตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) เกินกรอบตำแหน่งที่วิเคราะห์ได้ไปให้สถานีตำรวจที่มีตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) ไม่ครบตามกรอบตำแหน่งที่วิเคราะห์ได้ไปให้แก่สถานีตำรวจต่างๆ ในสังกัด ภ.1-9 จำนวน 443 ตำแหน่ง แยกเป็น ภ.1 &amp;nbsp;จำนวน 77 ตำแหน่ง ภ.2 จำนวน 13 ตำแหน่ง ภ.3 จำนวน 3 ตำแหน่ง ภ.4 จำนวน 10 ตำแหน่ง ภ.5 จำนวน 19 ตำแหน่ง ภ.6 จำนวน 22 ตำแหน่ง ภ.7 จำนวน 63 ตำแหน่ง ภ.8 จำนวน 18 ตำแหน่ง ภ.9 &amp;nbsp;จำนวน 218 ตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.2 เปลี่ยนแปลงการกำหนดตำแหน่ง รอง สวป.ที่เกินกรอบตำแหน่ง รอง สวป.ที่วิเคราะห์ได้ไปเป็นตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) และปรับเกลี่ยไปให้แก่สถานีตำรวจที่มีตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) &amp;nbsp;ไม่ครบตามกรอบที่วิเคราะห์ได้ จำนวน 1,041 ตำแหน่ง แยกเป็น บช.น.จำนวน 201 ตำแหน่ง ภ.1 &amp;nbsp;จำนวน 189 ตำแหน่ง ภ.2 จำนวน 89 ตำแหน่ง ภ.3 จำนวน 66 ตำแหน่ง ภ.4 จำนวน 58 ตำแหน่ง &amp;nbsp;ภ.5.จำนวน 29 ตำแหน่ง ภ.6 จำนวน 154 ตำแหน่ง ภ.7 จำนวน 80 ตำแหน่ง ภ.8 จำนวน 124 ตำแหน่ง ภ.9 จำนวน 51 ตำแหน่ง ซึ่งในกรณีดังกล่าวหลังจากการปรับเกลี่ยตำแหน่ง รอง สวป.ไปเป็นตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) แล้ว มี 2 หน่วยงานที่ได้ตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) ครบตามกรอบตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) ที่วิเคราะห์ได้ คือ บช.น., ภ.9 และยังเหลือตำแหน่ง รอง สวป.เกินกรอบตำแหน่ง รอง สวป.ที่วิเคราะห์ได้อีก 313 ตำแหน่ง แบ่งเป็น บช.น.จำนวน 258 ตำแหน่ง ภ.9 จำนวน &amp;nbsp;55 ตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.3 ตัดโอนและปรับระดับตำแหน่ง ผบ.หมู่-รอง สว.ในกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุน และสายงานปฏิบัติการป้องกันปราบปราม ซึ่งเป็นตำแหน่งว่างและมีความจำเป็นน้อย เป็นตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) เพิ่มให้แก่สถานีตำรวจในสังกัด ภ.1-9 ซึ่งยังมีตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) ไม่ครบตามกรอบตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) ที่วิเคราะห์ได้ จำนวน 2,461 ตำแหน่ง แบ่งเป็น ภ.1 จำนวน 29 &amp;nbsp;ตำแหน่ง ภ.2 จำนวน 358 ตำแหน่ง ภ.3 จำนวน 574 ตำแหน่ง ภ.4 จำนวน 541 ตำแหน่ง ภ.5 จำนวน &amp;nbsp;393 ตำแหน่ง ภ.6 จำนวน 99 ตำแหน่ง ภ.7 จำนวน 144 ตำแหน่ง ภ.8 จำนวน 363 ตำแหน่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ตัดโอนและปรับเกลี่ยตำแหน่ง รอง สวป.ของสถานีตำรวจที่มีตำแหน่งเกินกรอบที่วิเคราะห์ได้ไปให้แก่สถานีตำรวจที่มีตำแหน่ง รอง สวป.ไม่ครบตามกรอบที่วิเคราะห์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายบันทึกระบุว่า สำหรับการดำเนินการตามข้อ 1.3 ขณะนี้หน่วยต่างๆ ได้จัดบัญชีตำแหน่งให้แก่ &amp;nbsp;สกพ.แล้ว และเพื่อให้การกำหนดตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน)-รอง ผกก.(สอบสวน) ให้แก่สถานีตำรวจในสังกัด บช.น., ภ.1-9 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจัดทำบัญชีกำหนดตำแหน่งตามข้อ 1.2-1.3 และข้อ 2 ส่ง สกพ.ภายใน 5 ต.ค.61
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รอง ผบช.สกพ.ชี้แจงเรื่องนี้ว่า เนื่องจากว่าเราจะดำเนินการปฏิรูป โดยเฉพาะงานสอบสวนเราเห็นว่าเป็นงานสำคัญของ สตช. เดิมทีตำแหน่งงานสอบสวนมีไม่เพียงพออยู่แล้ว &amp;nbsp;จึงต้องมีการปรับเกลี่ยงานที่มีความจำเป็นน้อยกว่า สิ่งนี้จะเป็นการตอบโจทย์การปฏิรูปตำรวจ เนื่องจากงานสอบสวนตำรวจไม่ค่อยอยากเป็นพนักงานสอบสวน (พงส.) อีกอย่างที่มีคำสั่งยุบแท่ง พงส.จำนวนตำแหน่งยังไม่ถูกวิเคราะห์ เราก็มาวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับปริมาณงานแต่ละสถานี ได้มีการเชิญหน่วยงานต่างๆ มาร่วมกันวิเคราะห์ว่าแต่ละโรงพัก พงส.ควรจะมีเท่าไหร่เพื่อให้สอดคล้องกัน แต่เรื่องนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการยังไม่ถึง ตร. แต่พยายามจะเร่งให้แล้วเสร็จโดยเร็วจะได้ประโยชน์ต่อราชการอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงตำแหน่งรอง สวป.ที่ต้องถูกปรับเกลี่ยมาเป็นรอง สว.(สอบสวน) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่มีใครอยากจะมา เพราะขนาด พงส.เองยังพยายามจะย้ายออกสายงาน พล.ต.ต.สรไกรกล่าวว่า ต่อ ไปจะต้องสร้างตำรวจที่อยู่ในสายงานปราบปรามให้มีความรู้เรื่องสอบสวน เนื่องจากทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน เมื่อตำรวจสาย ป.ไปจับกุม บางคนไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายที่ดีพอก็มีปัญหาอาจถูกฟ้องร้องได้ และตำแหน่งรอง สวป.ที่มีอยู่ในปัจจุบันมันล้นงาน ต้องมีการปรับเปลี่ยน เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การปรับเปลี่ยนต้องมาดูอีกทีว่าเราต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความกระทบกระเทือน เหมือนข้าราชการตำรวจที่มีอายุเยอะแล้วเราก็ไม่เอาเขามา ต่อไปนี้คนที่เป็น พงส.ก็เติบโตได้ตามสายงาน สร้างความภูมิใจให้เขา คุณสมบัติต่างๆ คนที่อยู่โรงพักต้องรู้ เรื่องงานสอบสวนจะตอบโจทย์เรื่องการบริการประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ และอดีตที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการปฏิรูปตำรวจ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ปัญหางานสอบสวนที่แท้จริงปัจจุบันไม่ใช่เรื่อง พงส.มีน้อย หัวใจสำคัญเกิดจากระบบงานและการบังคับบัญชาที่มีชั้นยศและวินัยแบบทหาร ที่ไม่เอื้อต่อการปฏิบัติงานสอบสวนในฐานะเจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นของประเทศ อย่าง ผกก.สอบสวนหรือ ส.ผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานสอบสวนมานานจำนวน 800 คน กลับถูกแต่งตั้งไปประจำ บช.ภาคและ บก. กลายเป็น พงส.ว่างงาน โดยได้รับมอบหมายให้ตรวจสำนวนเสนอรอง ผบช.ลงนามแย้งอัยการโดยไม่มีความจำเป็นอะไรเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเกณฑ์สารวัตรหรือรองสารวัตรป้องกันฯ มาเป็น พงส.สถานีตำรวจต่างๆ โดยไม่สมัครใจ โดย แม้จะมีคุณวุฒิ นบ.หรือ นรต. นอกจากตำรวจเหล่านี้จะมีปัญหาไม่สมัครใจทำงานสอบสวนแล้ว ส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อมด้วย เนื่องจากบางคนหนีงานสอบสวนออกไปหรือทิ้งไปนานมาก ในขณะที่สังคมมีกฎหมายใหม่ๆ เกิดขึ้นสารพัดและประชาชนก็มีความรู้และความตื่นตัวมากขึ้น บางคนไม่มีประสบการณ์เลย บางคนมีอายุมาก ไม่มีความคล่องตัว โดยเฉพาะการใช้สายตาอ่านหนังสือและการพิมพ์คอมพิวเตอร์ อาจต้องมาฝึกงานกับ พงส.ที่อายุน้อยกว่า แต่ทำงานมานานและมียศต่ำกว่า เกิดความประดักประเดิดในระบบยศ นอกจากนั้นยังต้องย้ายจากอำเภอหนึ่งไปอีกอำเภอหนึ่งหรืออีกจังหวัด หรือแม้กระทั่งภูมิภาค ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในครอบครัว การเดินทางกลับบ้าน เกิดปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง และเมื่อเข้ามาสายสอบสวนแล้วก็ต้องอยู่สายงานนี้ตลอดไปอย่างไม่เต็มใจและไร้อนาคต ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของพวกเขาอย่างร้ายแรง เกิดความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างยิ่ง&amp;quot; พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18873</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร, พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb22cfdc4abf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
