<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบเช่าแฟลตดินแดงป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.น.คนใหม่ประกาศรับไม้ต่อ &amp;quot;บิ๊กอู๊ด&amp;quot; ใช้กฎหมายจัดการม็อบ ตร.จับทะลุแก๊ส 22 รายยึดระเบิดเพียบ พบเช่าแฟลตดินแดงหลบซ่อนตัว ขยายผลสาวตัวการเบื้องหลัง รวบมือปืนยิงเด็ก 15 ใกล้ สน.ดินแดง ยันไม่มีความเชื่อมโยงกับตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อวันที่ 30 กันยายน พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คนที่ 51 เข้าสักการะพระอนุสาวรีย์พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศวรฤทธิ์ อนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายใน บช.น. ก่อนมีพิธีรับ-มอบหน้าที่จาก พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ที่จะเกษียณอายุราชการ โดย พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่มีโอกาสรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และจะสานงานต่อจาก พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ จนงานหลายอย่างสำเร็จลุล่วงด้วยดี ซึ่งส่วนตัวจะคงแนวทางที่ดีดังเดิม รวมถึงการดูแลบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่มีแนวทางไว้อยู่แล้ว พร้อมมุ่งมั่นพัฒนางานด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ในการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้า บริเวณแยกนางเลิ้ง เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา พบมีการปาถุงสี ยิงจรวดน้ำ ขึงป้ายผ้า จุดเพลิง ขว้างปาสิ่งต่างๆ ที่เป็นอันตรายใส่เจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะที่บริเวณแยกดินแดงมีการรวมตัวของกลุ่มทะลุแก๊ส และมีการกระทำผิดในลักษณะเดียวกับช่วงที่ผ่านมา ทำให้ตำรวจต้องเข้าบังคับใช้กฎหมาย และจับผู้ก่อเหตุได้ 22 คน ในจำนวนนี้กว่า 10 คน เป็นกลุ่มคนที่หลบหนีขึ้นไปบนแฟลตดินแดง ซึ่งตำรวจได้ร่วมกับชาวแฟลตดินแดงล้อมจับได้ พร้อมจับตาอีกส่วนหนึ่งที่พยายามแฝงตัวเป็นชาวแฟลต ด้วยการเช่าห้องว่างภายในแฟลตมาระยะหนึ่งแล้ว โดยมีบางส่วน เป็นเด็กอายุ 13-14 ปี จึงตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งอยู่ระหว่างประสานฝ่ายสืบสวน เตรียมเข้าตรวจค้นห้องพักเป้าหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ มีการยึดพลุเพลิง ระเบิดขวด ระเบิดแสวงเครื่อง และระเบิดเพลิงอีกกว่า 70 ลูก ซึ่งจะมีการสืบสวนขยายผลว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดมีส่วนวางเพลิงเผาทรัพย์ และรถตำรวจในช่วงที่ผ่านมาหรือไม่ แต่เชื่อว่าขณะนี้สถานการณ์การชุมนุมเบาลงมาก และมีการจำกัดพื้นที่ก่อเหตุ อาจทำให้บางส่วนเปลี่ยนสถานที่ชุมนุม แต่ตำรวจพร้อมดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวถึงการจับกุมนายชุติพงษ์ หรือแบงค์ ทิศกระโทก อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับฐานพยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน จากการถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเยาวชนชายอายุ 15 ปี ระหว่างการชุมนุมบริเวณหน้า สน.ดินแดง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังอยู่ในอาการโคม่าขณะนี้ ว่าหลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้หลบหนีไปหลบซ่อนตัวที่จังหวัดกาญจนบุรี จนวันที่ 30 ก.ย. ตำรวจสืบสวนสอบสวน บช.น. ได้ติดตามจับกุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามภาพวงจรปิดที่เป็นหลักฐานสำคัญในคดี โดยตำรวจมีประจักษ์พยานยืนยันว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ร่วมก่อเหตุกับบุคคลอื่นอีก 3-4 คน ที่กำลังถูกขยายผลการจับกุมในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุนั้น เกิดจากความไม่พอใจกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาชุมนุมก่อความวุ่นวาย ซึ่งตัวผู้ต้องหามีที่พักอยู่ในย่านดินแดง จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงสุ่มเข้าไปยังกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ยืนยันว่าผู้ต้องหาไม่ได้มีความใกล้ชิดหรือเชื่อมโยงไปถึงตำรวจ สำหรับขั้นต่อไปพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง จะสอบปากคำพร้อมนำตัวไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาและผู้ใกล้ชิดทุกคนเพื่อหาหลักฐาน โดยเฉพาะอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118381</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบช.น.คนใหม่ประกาศรับไม้ต่อ, ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.สำราญ นวลมา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_614732453ba7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สำราญ นวลมา&#039; รับมอบหน้าที่ &#039;ผบช.น.&#039; คนที่ 51 ยันมีแนวทางบังคับใช้กฎหมายกับม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คนที่ 51 เข้าสักการะพระอนุสาวรีย์พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศวรฤทธิ์ อนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ก่อนมีพิธีรับ - มอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จาก พล.ต.ท.ภัคพงษ์ พงศ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่จะเกียษณอายุราชการ โดยมีการส่งมอบธงประจำหน่วย และแฟ้มภารกิจให้กับพล.ต.ต.สำราญ

พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่มีโอกาสรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และจะสานงานต่อจากพล.ต.ท.ภัคพงษ์ ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ จนงานหลายอย่างสำเร็จลุล่วงด้วยดี ซึ่งส่วนตัวจะคงแนวทางที่ดีดังเดิม รวมถึงการดูแลบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุม ที่มีแนวทางไว้อยู่แล้ว พร้อมมุ่งมั่นพัฒนางานด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสนี้ พล.ต.ท.ภัคพงษ์ กล่าวอำลากำลังพล พร้อมแสดงความยินดีและเชื่อมั่นว่า พล.ต.ต.สำราญ ที่เติบโตมาในตำแหน่งหน้าที่ภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ ทุ่มเท ตั้งใจทำงาน มีผู้ความเป็นผู้นำ เข้าใจผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมทำงานได้ทันที รวมถึงขอบคุณสื่อที่นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา โดยส่วนตัวดีใจ และโชคดี ได้รับความเชื่อใจให้ดำรงตำแหน่งนี้ มาตลอด 2 ปี และหากมีส่วนใดบกพร่อง ก็ต้องขออภัยด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118311</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจนครบาล, บช.น., ผบช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61553a83a0162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยันอีกไม่กี่วันเตรียมจัดหนักสารพัดม็อบป่วนกรุง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.64 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงการชุมนุมวันนี้ว่า ยังคงมีการนัดชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้า บริเวณแยกนางเลิ้ง ในเวลา 16.00 น. เพื่อจะเคลื่อนตัวไปทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันที่ 28 ก.ย.มีการชุมนุมบริเวณดังกล่าวเช่นกัน โดยมีการปิดการจราจร พยายามตัดรั้วลวดหนาม และพยายามฝ่าแนวกั้นของตำรวจ เพื่อจะไปทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ และมีการจับกุมผู้กระทำผิด 9 คน ในข้อหาสมคบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นางวรวรรณ แซ่อั้ง หรือป้าเป้า เปลื้องผ้าเปลือยต่อหน้าแนวตำรวจนั้น ตำรวจอยู่ระหว่างเตรียมออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อหาตามมาตรา 388 ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มทะลุแก๊สจำนวนหนึ่ง รวมตัวปิดถนนมิตรไมตรี ใกล้แยกดินแดง จุดเพลิง เผาสถานที่ต่าง ๆ ขว้างปาพลุเพลิงใส่ตำรวจที่เข้าบังคับใช้กฎหมาย และปาระเบิดเพลิงใส่รถตำรวจ ได้รับความเสียหายรวม 8 คัน ในจำนวนนี้มี 2 คัน ได้รับความเสียหายทั้งคัน ส่วนอีก 1 คัน เสียหายบางส่วน ซึ่งฝ่ายสืบสวน อยู่ระหว่างสืบหาพยานหลักฐาน โดยพอรู้ตัวผู้กระทำผิด เบื้องต้น 15-20 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะ ประเมินว่า จากนี้แนวโน้มการชุมนุมอาจเกิด 2 จุด คือบริเวณแยกนางเลิ้ง และดินแดง แต่จำนวนผู้ชุมนุมไม่มาก คาดอีกไม่กี่วันจะมีการใช้มาตรการทางกฎหมายให้เข้มข้นมากขึ้น หลังมีการประสานหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมอื่น ๆ ควบคู่กับการปรับยุทธวิธีให้เข้ากับสถานการณ์ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้คำแนะนำกับ พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น. ว่าที่ ผบช.น.คนใหม่ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างเข้มแข็งต่อเนื่อง และยืนยันว่า ตำรวจสามารถควบคุมได้ ยังไม่จำเป็นต้องขอกำลังทหารเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงปัจจุบันมีคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุม 236 คดี มีผู้อยู่ในข่ายจะต้องถูกดำเนินคดี 878 คน สามารถจับได้แล้ว 633 คน&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118202</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สำราญ นวลมา, รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ว่าที่ ผบช.น.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153f67b3698c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบพ่อค้าปืนเถื่อนขายทางไลน์100กระบอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับพ่อค้าปืนเถื่อน ติดต่อลูกค้าทางไลน์ ตำรวจ 191 ล่อซื้อก่อนแสดงตัวจับกุมพร้อมของกลาง สารภาพรับจากผู้ผลิตมาขายต่อ ช่วง 2 ปีส่งให้ลูกค้าแล้วกว่า 100 กระบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (บก.สปพ.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เพตรา บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม, พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี, พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบก.สปพ. ร่วมแถลงการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด รวมของกลาง ไอซ์ 64 กิโลกรัม ยาบ้า 42 เม็ด อาวุธปืน 10 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 9 นัด และรถยนต์อีก 1 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สำราญกล่าวว่า คดีแรก จับกุมนายชัยณรงค์ หรือกุ๊ก อินทะ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดี &amp;ldquo;มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์หรือเมตแอมเฟตามีน) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย&amp;rdquo; จับกุมได้หน้าชุมชนแออัดซอยเสนานิเวศน์ 120/3 ถนนเสนานิคม 1 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ภายหลังชุดจับกุมขยายผลจากคดีที่มีกลุ่มวัยรุ่นลักลอบลำเลียงยาเสพติด หน้าถนนอิสรภาพ ซึ่งจับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 1 แสนเม็ด จนทราบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดที่ลักลอบจำหน่ายยาให้กับลูกค้าย่านเกษตรนวมินทร์ และย่านอาร์ซีเอ พระรามเก้า โดยจะซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี ทะเบียน 8 กด 3753 กทม. เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนและพบรถยนต์ต้องสงสัยมาจอดภายในชุมชนแออัดดังกล่าว เมื่อตรวจค้น พบนายชัยณรงค์และของกลางไอซ์ 64 กก.ซุกซ่อนอยู่ จึงคุมตัวพร้อมของกลางดำเนินคดี ก่อนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่สอง จับกุมนายสุรัติ เสี่ยงตรง ผู้ต้องหาคดี &amp;ldquo;มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาต, มีหรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; พร้อมยึดอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 รวม 9 กระบอก จับกุมได้ในลานจอดรถจักรยานยนต์ในสถานีขนส่งหมอชิต แขวงบางซื่อ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้งานสายตรวจ 1 พบการซื้อขายอาวุธปืนผ่านทางไลน์ ก่อนนัดหมายสถานที่รับสินค้า จึงสืบสวนนานกว่า 6 เดือน จนทราบว่าผู้ค้าคือนายสุรัติ เจ้าหน้าที่จึงตกลงซื้อขายและนัดส่งของที่สถานีขนส่งหมอชิต ต่อมานายสุรัตน์ขี่จักรยานยนต์ฮอนด้า ฟอร์ซ่า ป้ายทะเบียน กทม. เข้ามายังลานจอดรถพร้อมหยิบถุงอาวุธปืนออกมาจากใต้เบาะจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้นและยึดปืนดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนนายสุรัติรับว่าซื้ออาวุธปืนมาในราคากระบอกละ 3,500 บาท ก่อนนำมาขายราคากระบอกละ 5,500 บาท ซึ่งได้ซื้อขายอาวุธปืนไทยประดิษฐ์มากว่า 2 ปี รวมขายปืนประมาณ 100 กระบอก ทั้งปืนที่ใช้กระสุนลูกซอง และกระสุน .38 โดยนายสุริติรับด้วยว่าที่บ้านพักมีถังสำหรับทดสอบยิงปืน เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบก็พบของกลางเป็นถังทดสอบยิงอยู่ในสภาพดี ภายในบุด้วยผ้า จึงจับกุมพร้อมนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.สปพ.เผยว่า สำหรับอาวุธปืนดังกล่าวนั้นมาจากผู้ผลิตรายเดียวกัน เนื่องจากอาวุธปืนแต่ละกระบอกมีลักษณะเฉพาะที่ใกล้เคียงกัน ทั้งลายไม้ที่ด้ามจับ ลักษณะลำกล้อง ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่ตำรวจติดตามตัวมาตั้งแต่ช่วงการกวาดล้างจับกุมอาวุธปืนออนไลน์ก่อนหน้านี้ที่ จ.นครสวรรค์ โดยปืนดังกล่าวมีต้นตอแหล่งผลิตมาจาก จ.อุทัยธานี และถือว่าเป็นปืนที่สามารถใช้ก่อเหตุได้ แต่อาจเกิดอันตรายจากลำกล้องแตกหรือแรงสะท้อน ขณะที่ผู้สั่งซื้อเป็นบุคคลทั่วไปและกลุ่มวัยรุ่น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52201</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยณรงค์ อินทะ, พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี, พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม, พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน, พล.ต.ต.สำราญ นวลมา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5def95afec573.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2019 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2019 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยาบ้า-ไอซ์2ล็อตใหญ่มูลค่ากว่า2พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.2562 &amp;ndash; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. ,พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. และคณะแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหายาเสพติด 2 รายใหญ่ พร้อมของกลางยาบ้า 6,517,800 เม็ด ยาไอซ์ 600 กก. เฮโรอีนจำนวน 44 แท่ง หนัก 15.4 กก. ยาคีตามีน 51 กก. รถกระบะ 7 คัน รวมมูลค่าของกลางกว่า 2,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติระบุว่า คดีแรกเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม บก.สปพ. รับแจ้งว่า กลุ่มคนร้ายอยู่ในพื้นที่ นราธิวาส สงขลา มีพฤติการณ์ร่วมกันลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล นำมาส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ จ.สงขลา และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงสืบสวนข้อมูลบุคคล ยานพาหนะ เฝ้าระวัง และติดตามพฤติการณ์มาโดยต่อเนื่องมากว่า 3 เดือน โดยทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าในห้วงวันที่ 10 &amp;ndash; 12 ก.ค. 2562 จะส่งมอบยาเสพติดกันที่บริเวณร้านแมคโดนัลด์ สาขาพอร์โต้ ชิโน่ พระราม 2 จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์เรื่อยมา กระทั่ง วันที่ 12 ก.ค.พบนายสุรธี หรือ ทีม สุรรัตน์ และ นายพลรัตน์ หรือแม็ค จันทร์ศิริ ขับรถยนต์ทะเบียน 2 ฒภ-6613 กรุงเทพมหานคร บรรทุกตะกร้าผลไม้ ซึ่งภายในซุกซ่อนอำพรางยาเสพติด มาจอดที่หน้าร้านแมคโดนัลด์ โดยมีนายไพรัตน์ หรือแจ็ค จั่นสามัญ อายุ 41 ปี ขับรถยนต์ทะเบียน กฉ-1075 เพชรบูรณ์ และนายกิตติศักดิ์ หรือ แม๊ค แดงประเสริฐ ขับรถยนต์ทะเบียน 1 ฒอ-1414 กรุงเทพมหานคร เป็นรถนำขับดูต้นทาง จากนั้นมีนายมูฮัมมัด หรือมีน พุทธคุณ และนายอนุชา หรือซี บินยูโซะ ขับรถยนต์ ทะเบียน บบ-8943 บุรีรัมย์ มาจอดต่อท้าย และแลกเปลี่ยนรถยนต์กัน ตรงกับพฤติกรรมที่สืบทราบมาก่อนหน้า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบภายในทะเบียน 2 ฒภ-6613 กรุงเทพมหานคร พบยาไอซ์ 550 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์คันดังกล่าว จึงจับกุมตัวคนร้ายทั้งหมดไว้ได้ แต่นายกิตติศักดิ์ขับรถหลบหนีไปได้ จากนั้นทำการขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านย่านแสมดำ พบ น.ส.จุฑารัตน์ หรือกัน ศิริคุณ อยู่ภายในบ้าน ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์ประมาณ 50 กิโลกรัม ยาบ้า 5,619,800 เม็ด เฮโรอีนจำนวน 44 แท่ง หนัก 15.4 กก. ยาคีตามีน 51 กก. มีการขยายผลจนสามารถจับกุมนายชัยทัตร์ หรือนัม พลายแก้ว และนายกิตติศักดิ์ที่ขับรถหลบหนีไปก่อนหน้านี้ได้เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีที่สอง ชุดสืบสวนทำการตรวจยึดยาเสพติดเครือข่ายค้ายาเสพติดย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี ขณะเตรียมขนยาเสพติดส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ตำรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยจึง วางแผนสกัดจับ แต่คนขับรถยนต์คันดังกล่าวไหวตัวทัน ทิ้งรถและวิ่งหลบหนี เข้าตรวจค้นภายใน พบยาบ้าจำนวนกว่า 8 .9 แสนเม็ด อยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว จึงตรวจยึดของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน ก่อนเตรียมขยายผลจับกุมผู้กระทำความผิดต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40935</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ, พล.ต.ต.สำราญ นวลมา, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาบ้า, ยาไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2af143dc40f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครบาลแถลง จับยาบ้า5ล.เม็ด ของแก๊งต่ำเอี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บช.น.แถลงจับยาบ้าหลายคดีรวมกว่ากว่า 6 ล้านเม็ด รวบสมุนแก๊งต่ำเอี่ยว เผย เสี่ย อ.-เสี่ย จ.ตัวการใหญ่ อีกรายได้ตัวนักค้ายาเสพติดรายใหญ่วัย 19 ปี พบเงินหมุนเวียนในบัญชีถึง 1.4 พันล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ วันที่ 22 พฤษภาคมนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น., พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบ.ช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดหลายคดี พร้อมด้วยของกลางยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 1 จับกุมนายสมภพ คำจันทร์ อายุ 20 ปี นายมนัส หรือแบงค์ สาระบุตร อายุ 30 ปี นายศรายุทธ หรือบิ๊ก วงค์ต่อม อายุ 24 ปี และนายสุรชาติ หรืออุ้ย ควรบุปผา อายุ 32 ปี พร้อมยาบ้าจำนวน 5,444,200 เม็ด ยาไอซ์ 876.8 กรัม รถกระบะ 1 คัน รถตู้ 1 คัน รถยนต์ 4 คัน และปืนพกสั้น ยี่ห้อกล็อก 19 ขนาด 9 มม. 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ 3 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากชุดสืบสวนได้ขยายผลการจับกุมคดียาเสพติด จนสืบทราบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ที่บ้านเลขที่ 199/14 หมู่บ้านโกลเด้นทาวน์ ม.1 ต.บางรักใหม่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงได้ทำการตรวจค้น พบยาบ้า 1.4 ล้านเม็ด ต่อมาได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาทั้งสี่ได้ที่ริมถนนรังสิต-นครนายก คลองสามต่อเนื่องคลองสี่ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พร้อมยึดยาบ้าอีก 4 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ สนธิกำลังจับกุมนายธนานนท์ หรือนนท์ เอกวรานนท์ อายุ 29 ปี นายหย่าชู หรือทัศน์ ขะล่ากู่ อายุ 28 ปี นายศรันย์ หรือป๊อป จิตต์ประภา อายุ 29 ปี และนายณัฐวัฒน์ หรือซัน แสงชู อายุ 33 ปี พร้อมยาบ้า 240,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง จับกุมได้ที่ถนนบางนา-ตราด แขวงและเขตบางนา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของเครือข่ายทางภาคเหนือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคดี เจ้าหน้าที่งานสายตรวจจับกุมนายนลทวัฒน์ พะสุธาวงศ์ อายุ 19 ปี ในฐานความผิดร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ยาบ้า, ไอซ์, ยาอี หรือเมตแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางเงินสด 3.7 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 61 ตำรวจ 191 ตรวจพบยาบ้า 1.5 ล้านเม็ด ก่อนจะติดตามจับกุมผู้ต้องหา 4 คน คือนายฐิติรัตน์ มาลัยทอง อายุ 24 ปี นายวีระพงษ์ คงใหญ่ อายุ 23 ปี นายพงศกร หรือกร แดงสุก อายุ 23 ปี ได้ เหลือเพียงนายนลทวัฒน์ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมได้ที่ย่านฝั่งธนฯ พร้อมของกลางเป็นเงินสด 3.7 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม-5 พฤษภาคม นายนลทวัฒน์มีเงินหมุนเวียนในบัญชี 1,410 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการ อีกทั้งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของ บช.ปส.อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายยาเสพติดทั้งหมดนี้เป็นการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน และถือเป็นการจับกุมยาเสพติดที่มากที่สุด โดยจับกุมยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า 1 พันกรัม อาวุธปืน และอื่นๆ ซึ่งจากนี้ได้สั่งการให้ขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและผู้สั่งการทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.สำราญกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่งานสายตรวจอยู่ระหว่างการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด โดยคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ราย ซึ่งเป็นระดับสั่งการ มีทั้งอยู่ในประเทศและต่างประเทศ โดยในคดียาบ้า จำนวน 5,444,200 เม็ด พบว่าเป็นเครือข่ายของแก๊งต่ำเอี่ยว มีเสี่ย อ.และเสี่ย จ. เป็นตัวการใหญ่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36537</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิติรัตน์ มาลัยทอ, พงศกร แดงสุก, พล.ต.ต.สำราญ นวลมา, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, วีระพงษ์ คงใหญ่, สมภพ คำจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce55145ce4f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบบังนัทเมายา ลวงเด็กไปข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้ว &amp;quot;บังนัท&amp;quot; ลวงเด็กหญิงอายุ 12 ข่มขืนในตึกร้างย่านรามคำแหง 81 หลังหนีไปกบดานในเพิงพักชุมชนบึงสำราญ เผยรู้จักกับครอบครัวผู้เสียหายดี เคยไปรับไปส่งเด็กที่โรงเรียน อ้างเมายาบ้าเกิดอารมณ์ทางเพศ ประวัติก่อคดีทั้งลักทรัพย์ เสพยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ 191 วันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. แถลงข่าวการจับกุมตัวนายสำรวย จิตรชื้น หรือบังนัท อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/7 หมู่ที่ 2 ต.ผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุล่อลวง ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี ไปข่มขืนภายในตึกร้าง ถนนรามคำแหง 81 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. โดยกล่าวหาว่า พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร, ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สำราญกล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.00 น. นายสำรวย หรือบังนัท ได้พา ด.ญ.เอ อายุ 12 ปี ไปข่มขืนกระทำชำเราที่บริเวณอาคารร้างย่านถนนรามคำแหง 81 ซึ่งเคยเปิดเป็นสถานบันเทิง แต่ปัจจุบันปิดตัวไปนานแล้ว หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการ สปพ.เร่งดำเนินการจับกุมตัวคนร้าย ตนจึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. สืบสวนสอบสวนเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.ท.จักรกริช เวียงสมุทร สว.งานสายตรวจ 2 ได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวตามสถานที่ต่างๆ ที่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุจะหลบหนีไปซุกซ่อนตัวอยู่ กระทั่งสืบทราบว่านายสำรวยผู้ก่อเหตุได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่เพิงพักปลูกเองไม่มีเลขที่ ในชุมชนบึงสำราญ ถนนนวมินทร์ 26 แยก 1 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมผู้ก่อเหตุได้ จากการสอบสวนเบื้องต้นนายสำรวยรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุข่มขืน ด.ญ.เอ เนื่องจากในวันดังกล่าวได้เสพยาเสพติดมาก่อน ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ จึงได้ล่อลวงเด็กหญิงมาข่มขืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.สปพ.เผยต่อว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายสำรวย มีหมายจับติดตัว 2 หมาย ข้อหาลักทรัพย์ของ สน.สายไหม และ สน.มีนบุรี ก่อนหน้านี้ยังเคยถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติดในพื้นที่ สน.โชคชัย สน.โคกคราม และ สน.บึงกุ่ม เมื่อปี 2555 และ 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบังนัท ผู้ก่อเหตุ รู้จักกับทางครอบครัวของผู้เสียหายเป็นอย่างดี เคยไปรับไปส่งผู้เสียหายที่โรงเรียนเป็นประจำ จนแม่ของผู้เสียหายไว้ใจ ก่อนจะหายไปนานกว่า 1 เดือน และกลับมาที่บ้านเด็ก วันเกิดเหตุขณะที่เด็กอยู่บ้านคนเดียว บังนัทได้พูดจาหว่านล้อมผู้เสียหาย ชักชวนออกข้างนอก ก่อนจะก่อเหตุดังกล่าว กระทั่งแม่ของผู้เสียหายกลับมาบ้านไม่เจอลูก และออกตามหาจนพบลูกสาวเดินอยู่ใกล้บ้าน ก่อนจะสอบถามจนทราบเรื่อง จึงพาลูกสาวเข้าแจ้งความ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29317</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.จักรกริช เวียงสมุทร, พล.ต.ต.สำราญ นวลมา, สำรวย จิตรชื้น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190217/image_big_5c6966fa35a57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
