<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหมล้างมรดกคสช. ม็อบหอบแสนชื่อจี้รื้อรธน. มติวิปวุฒิฯปล่อยฟรีโหวต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นับหนึ่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ! รัฐสภานัดประชุมสมาชิกถกแก้ 6 ญัตติ ให้เวลารัฐบาล-ฝ่ายค้าน-ส.ว. ฝ่ายละ 7 ชั่วโมง 20 &amp;nbsp;นาที &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ขีดเส้นห้ามฟุ้งเกินเที่ยงคืน 24 ก.ย. ก่อนขานชื่อลงมติเรียงคน &amp;ldquo;พรเพชร&amp;rdquo; นั่งประชุมวิปวุฒิฯ 2 ชั่วโมงก่อนไฟเขียวฟรีโหวต ลือหึ่ง! รอรัฐบาลส่งซิกหนุนญัตติเดียว ส่วนของฝ่ายค้านถีบทิ้ง &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; กำชับทั่นผู้ทรงเกียรติเข้าประชุมพร้อมเพรียง &amp;ldquo;ปชป.&amp;rdquo; มาแต่ไก่โห่ ชงชื่อ กมธ.แล้ว &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ย้ำไม่ใช่คู่ขัดแย้ง บช.น.ปูดมีผู้เข้าข่ายความผิดชุมนุม 19 ก.ย. 3 กลุ่ม อดีตเด็ก รปช.ฟ้องฟันท่อน้ำเลี้ยงแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธที่ 23 กันยายน รัฐสภาได้นัดประชุมตามที่นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการรัฐสภา ได้มีหนังสือด่วนมากที่ &amp;nbsp;สผ 0014/ร 9 ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เรื่องการประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 4 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) จะพิจารณาเรื่องด่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 6 ญัตติ ประกอบด้วย 1.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กับคณะเป็นผู้เสนอ) 2.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1) (นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กับคณะ เป็นผู้เสนอ) &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
3.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช .... (ยกเลิกมาตรา 270 และมาตรา 271 ที่นายสมพงษ์กับคณะเป็นผู้เสนอ) 4.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 และยกเลิกมาตรา 272 ที่นายสมพงษ์กับคณะเป็นผู้เสนอ) 5.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช .... (ยกเลิกมาตรา 279 ที่นายสมพงษ์กับคณะเป็นผู้เสนอ) และ 6.ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 91 มาตรา 92 และมาตรา 94 และยกเลิกมาตรา 93 มาตรา 101 (4) และมาตรา 105 วรรคสาม ที่นายสมพงษ์กับคณะเป็นผู้เสนอ)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีการประชุมวิป 3 ฝ่าย ระหว่างวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา เพื่อเตรียมความพร้อมการประชุมดังกล่าวในระหว่างวันที่ 23-24 ก.ย. โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การพิจารณาแต่ละวันจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น. โดยคืนแรกจะจบที่เวลา 01.30 น. ส่วนคืนที่ 2 จะอภิปรายให้เสร็จภายในเวลา 18.00 น. โดยวิธีพิจารณาจะพิจารณารวมกันทั้ง 6 ญัตติ และทั้ง 3 ฝ่ายจะได้เวลาอภิปรายแต่ละฝ่าย 7 ชั่วโมง 20 นาที แล้วลงมติในคราวเดียวด้วยวิธีการขานชื่อ และสมาชิกรัฐสภาจะลงมติด้วยวาจาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับญัตติใดบ้าง ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สัดส่วนคนนอก ก็แล้วแต่โควตาของแต่ละฝ่ายว่าจะให้คนนอกเข้ามาเป็น กมธ.จำนวนเท่าใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กล่าวถึงวิธีการลงมติว่า จะเรียกชื่อสมาชิกรัฐสภา แล้วให้ลงมติด้วยวาจาว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยรายฉบับ โดยจะพิจารณาให้เสร็จสิ้น และลงมติไม่เกินเที่ยงคืนวันที่ 24 ก.ย. หากผ่านรับหลักการ ก็จะมีการตั้ง กมธ. 45 คน ประกอบด้วย สัดส่วน ส.ว. 15 คน พรรคการเมืองขนาดใหญ่ 8 คน และลดหลั่นกันตามสัดส่วนจํานวนสมาชิกรัฐสภาของแต่ละพรรคการเมือง ส่วนกำหนดวันแปรญัตติก็แล้วแต่ที่ประชุมตกลงร่วมกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วิปวุฒิฯ ไฟเขียว ส.ว.ฟรีโหวต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนยังกล่าวถึงกลุ่มไอลอว์ที่เข้าชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เจ้าหน้าที่สภาพยายามตรวจให้เร็วกว่ากรอบเวลา 45 วัน แต่ก็ไม่สามารถบรรจุในระเบียบวาระได้ทันวันที่ 23-24 ก.ย.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีการประชุมวิปวุฒิสภา โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน ส.ว. เป็นประธาน โดยเป็นการประชุมลับเพื่อวางกรอบการพิจารณาของ ส.ว.ในเรื่องดังกล่าว โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งนายพรเพชรให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ที่ประชุมวิปวุฒิฯ ให้สิทธิ์ ส.ว.โหวตอิสระในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าไม่มีใบสั่งมาจากฝ่ายใด แต่ยอมรับว่าขณะนี้ ส.ว.มีความเห็นต่างกันในเรื่องการลงมติ ส่วนกรณีกลุ่มนิสิต-นักศึกษามาชุมนุมหน้ารัฐสภาในวันที่ 24 ก.ย.นั้น ยอมรับเป็นความกดดัน แต่ไม่มีผลต่อการลงมติของ ส.ว. เพราะแต่ละคนมีความคิดเป็นของตัวเอง โดยอยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมติดตามการอภิปรายอยู่ที่บ้านจะดีกว่า หากไม่เห็นด้วยกับประเด็นใด สามารถแสดงความคิดเห็นมาได้ และเป็นการช่วยเหลือ ส.ว.ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรกล่าวต่อว่า ในการประชุมวิปวุฒิฯ ยังมีการรายงานให้ทราบถึงข้อเสนอจากที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ก.ย. ที่เสนอไม่ให้ลงมติในวันที่ 24 ก.ย. โดยให้ใช้วิธีการตั้ง กมธ.เพื่อศึกษาญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด เพื่อความรอบคอบ ซึ่งตามระเบียบระยะเวลาการศึกษา 45 วัน สามารถใช้เวลาช่วงที่ปิดสมัยประชุม และนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งช่วงเปิดสมัยประชุมวันที่ 1 พ.ย. ซึ่งข้อเสนอไม่ใช่มาจาก ส.ว.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแนวทางการเสนอให้ตั้ง กมธ.ขึ้นมาศึกษาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ญัตติ เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ข้อที่ 121 วรรค 3 โดยแนวทางดังกล่าวเป็นข้อเสนอจากทางวิปรัฐบาล เพื่อยืดเวลาไม่ให้ลงมติในวันที่ 24 ก.ย. เพราะขณะนี้เสียงของ ส.ว.มีความเห็นต่างเป็นอย่างมากในเรื่องของการแก้หรือไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาในแนวทางใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายไม่มีการเสนอเรื่องดังกล่าว เป็นเพียงการเสนอทางออกเท่านั้นว่าควรเป็นอย่างไรบ้าง แต่ทำอย่างนั้นไม่ได้ อย่างไรก็ต้องมีการโหวต เพราะทุกคนก็ลงชื่อสนับสนุนในญัตติแล้ว&amp;nbsp;
นายสุทินกล่าวเช่นกันว่า ไม่มีการเสนอว่าตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในที่ประชุมพูดกันเฉพาะเรื่องกรอบเวลาพิจารณาเท่านั้น แต่ได้ยินความคิดนี้มานานแล้ว ซึ่งจะทำให้สังคมมองว่าเป็นการแตะถ่วง ดังนั้นต้องโหวต และในที่ประชุม ส.ว.ก็รับปากชัดเจนว่าอย่างไรก็ต้องจบและต้องโหวต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจาก ส.ว.แจ้งว่า ขณะนี้เสียง ส.ว.ยังก้ำกึ่งระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญกับฝ่ายที่ต่อต้านการแก้ไข โดยฝ่ายคัดค้านการแก้มีเสียงเกือบ 100 เสียงไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ และการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพราะไม่มั่นใจว่าจะไม่แก้เนื้อหาเลยเถิดไปถึงหมวด 1 และ 2 ด้วย ขณะที่กลุ่มสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญมีอยู่ประมาณ 60 เสียง ส่วนใหญ่เป็น ส.ว.ที่มีฐานเสียงทางภาคอีสาน และมีแนวโน้มจำนวนเสียงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีเสียงจาก ส.ว.สายทหาร ตำรวจ และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เคยสงวนท่าทีมาสนับสนุน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลงมติของ ส.ว.กลุ่มนี้ จะให้ความเห็นชอบเฉพาะญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น เพื่อใช้ร่างดังกล่าวเป็นหลักในการแก้ไข ส่วนเนื้อหาที่จะแก้ไขอย่างไรให้ไปว่ากันในอนาคต ส่วนญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราอีก 4 ญัตติ จะไม่ให้ความเห็นชอบ ขณะนี้กำลังรอสัญญาณสุดท้ายจากรัฐบาลยืนยันจะให้โหวตผ่านร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ คาดว่าจะมีเสียง ส.ว.เกิน 84 เสียง สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคร่วมรัฐบาล รวมถึง ส.ว.ที่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญจะกลับลำมาสนับสนุนร่างของรัฐบาลเช่นกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ทำการพรรค พปชร.มีการประชุม ส.ส. โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาฯ วิปรัฐบาล ได้แจ้งให้ ส.ส.เข้าร่วมประชุมในการประชุมร่วมรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ฉบับ ระหว่างวันที่ 23-24 ก.ย.นี้อย่างพร้อมเพรียง โดยพรรค พปชร.จะมีเวลาอภิปราย 3 ชั่วโมง
ปชป.ชงชื่อ 3 กมธ.แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ &amp;nbsp;โฆษกพรรค พปชร. แถลงผลประชุม ส.ส.พรรคว่า พรรคยังไม่มีมติว่าจะลงมติรับร่างใดบ้าง โดยยืนยันว่าพรรคจะลงตามมติของวิปรัฐบาลแน่นนอน แต่สิ่งหนึ่งที่พรรคยืนยันคือไม่แก้หมวด 1 และ 2 แน่นอน ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่เตรียมเดินทางมาชุมนุมที่รัฐสภานั้น พรรคไม่มีความกังวลหรือกดดัน เพราะการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เรายึดตามหลักการและเหตุผล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า มี ส.ส.แสดงความจำนงที่จะอภิปรายจำนวนมาก นำทีมโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ซึ่งที่ประชุม ส.ส.พร้อมสนับสนุนร่างที่พรรคได้ยื่นต่อประธานรัฐสภา คือให้แก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มเติมให้มีส.ส.ร. โดยพรรคจะเสนอบุคคลเพื่อไปทำหน้าที่คณะ กมธ.วิสามัญในวาระที่สอง 3 คนคือ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน, นายสุทัศน์ เงินหมื่น และนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.กล่าวถึงกรณีนายสรศักดิ์ไม่ได้บรรจุญัตติ ขอให้รัฐสภาส่ง 4 ญัตติของฝ่ายค้านให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ว่ารู้สึกไม่สบายใจ ซึ่งการที่เลขาฯ สภาฯ มากล่าวว่าไม่สามารถบรรจุญัตติได้เพราะมีปัญหาทางกฎหมาย อาจเป็นการทำให้ตนเองเสียหายและเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หากญัตติไม่ได้รับการบรรจุ จะฟ้องคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเพื่อรักษาความชอบด้วยกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในช่วงบ่าย กลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ได้เดินเท้าจากสถานีรถไฟฟ้า MRT เตาปูน มายังรัฐสภา เพื่อนำรายชื่อประชาชน 100,732 รายชื่อส่งให้รัฐสภา &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยืนยันเจตจำนงของประชาชนในการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และเมื่อกลุ่มไอลอว์เดินทางมาถึง โดยมีรถเครื่องขยายเสียง รถซาเล้ง และประชาชนประมาณ 500 คน มาร่วมชุมนุมเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ หากไม่แก้รัฐบาลต้องลาออก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาได้ปิดประตูทางเข้า-ออก รัฐสภา ถนนสามเสน ขณะที่ตำรวจ สน.บางโพ นำแผงเหล็กมากั้นพื้นที่หน้ารัฐสภา เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มี ส.ส.ฝ่ายค้าน อาทิ นายสุทิน และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และสมาชิกพรรคมาร่วมให้การต้อนรับ โดยนายพิธากล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปเยี่ยมซุ้มของไอลอว์ วันนี้พวกท่านและประชาชนเดินทางมาที่รัฐสภาแห่งนี้ เป็นไปได้หรือที่จะไม่มาต้อนรับ การเข้าชื่อของประชาชนจำนวนกว่า 1 แสนรายชื่อ ใช้เวลาเพียง 43 วันเท่านั้น จึงถือเป็นอานุภาพของประชาชนอย่างแท้จริง เป็นความร่วมแรงร่วมใจของประชาชน ขอคำนับประชาชนที่ทำให้ทั้งหมดนี้เป็นไปได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ไม่ใช่เวทีของผม วันนี้เป็นเวทีของประชาชน พรุ่งนี้ผมจะใช้เวทีรัฐสภาอภิปรายเรื่องนี้อย่างเต็มที่&amp;rdquo; นายพิธากล่าวทิ้งท้าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงที่กลุ่มไอลอว์ทำกิจกรรมอยู่ ปรากฏว่าแนวร่วมไอลอว์คนหนึ่งได้ถ่ายภาพบริเวณป้ายกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ที่ตั้งอยู่เยื้องกับรัฐสภา ทำให้ทหารนอกเครื่องแบบที่อยู่ด้านในวิ่งเข้ามาล็อกตัวพร้อมขอให้ลบภาพ แต่แนวร่วมฯ ยืนยันว่าไม่ลบภาพ ขณะเดียวกัน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ที่ได้เดินทางมาร่วมได้เข้ามาสอบถามรายละเอียด จากนั้นได้โต้เถียงกับนายทหารชั้นผู้น้อยทั้ง 3 นายว่าใช้สิทธิ์อะไรมาล็อกตัว มาจากหน่วยไหน ใครสั่งมา และขอให้แสดงบัตรประจำตัวทหาร จนในที่สุดนายทหารยอมทำตามได้แสดงบัตรทหาร และอ้างว่านายสั่งมา ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมรอจะพูดคุยกับนายคนดังกล่าว ในเวลาต่อมา ตำรวจจาก สน.บางโพได้เข้ามาระงับเหตุ พร้อมกับเชิญตัวแทนทั้ง 2 ฝ่ายไปสอบสวนสาเหตุที่โรงพักต่อไป &amp;nbsp;
ย้ำไม่ใช่คู่ขัดแย้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมจะไปเคลื่อนไหวในวันที่ 24 ก.ย.ที่หน้ารัฐสภา ว่าไม่ได้สั่งอะไรเป็นพิเศษ เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะดำเนินการ ทั้งนี้ เป็นไปตามกฎหมายต่างๆ ทุกประการที่มีอยู่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่อยากให้เป็นความขัดแย้งกันต่อไปอีก เพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร ที่ผ่านมาพยายามให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดกลั้น อดทน เสียสละ และเรื่องอื่นๆ ต้องขอบคุณบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองด้วยที่ช่วยกันดูแลลูกหลานของท่าน หลายๆ อย่างปรากฏมาให้เห็นแล้ว ก็เป็นเรื่องของสังคมจะตัดสินจะวิเคราะห์กันเอง ผมว่าวันนี้เราต้องสร้างการเรียนรู้กันให้มากขึ้น มีหลักคิด มีหลักการและเหตุผลในการที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนโดยรวม มันจะทำให้ประเทศชาติเสียโอกาส ประชาชนก็เสียโอกาสไปด้วย อันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผมอยากฝากพวกเรา ไม่มีใครแพ้ชนะหรอก แต่สิ่งที่มันจะตามมาคือประเทศชาติเราจะเสียหาย ผมเป็นกังวลตรงจุดนั้นมากกว่า&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์งานมหกรรม JOB EXPO THAILAND 2020 &amp;nbsp;ว่าวันนี้มีการรวมตัวกันของคนหลายรุ่นอยู่ที่ทำเนียบฯ โดยมีการส่งต่ออัตลักษณ์วัฒนธรรมของไทยผ่านรุ่นสู่รุ่น และด้วยความรักความสามัคคีของทุกคนในชาติจะช่วยให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าไปได้ ตอนนี้บ้านเมืองประสบกับปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19 ที่ทุกคนต้องระวังและช่วยกันตักเตือน เราทุกคนต้องช่วยกันฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปให้ได้ ในวันข้างหน้าสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวในประเด็นนี้ว่า ไม่เป็นอะไร สภามีการเตรียมความพร้อมรับอยู่แล้ว ในส่วนของฝ่ายความมั่นคงดูให้เกิดความสงบเรียบร้อยเท่านั้น จะไปทำอะไร จะไปดูอะไร และเขาก็ไม่บุกอยู่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงระบุว่า ได้ประเมินเบื้องต้นในการชุมนุมวันที่ 24 ก.ย.ว่าไม่น่ามีความรุนแรงอะไร เป็นเพียงการรวมตัวกดดัน ส.ว.และ ส.ส. เพราะในการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. ซึ่งเป็นการชุมนุมใหญ่ ภาพรวมก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อีกทั้งในวันนั้นมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวนน้อยกว่าที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินในตอนแรก ดังนั้นในวันที่ 24 ก.ย. คาดว่าคนมาร่วมชุมนุมจะไม่มากไปกว่าวันที่ 19 ก.ย. ทั้งนี้ ถ้าจะมีปัญหาก็เกรงว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการจัดการภายในของม็อบเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมได้มีการปักหมุดคณะราษฎรที่ 2 ที่ท้องสนามหลวงนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทำไม เขาปักไปแล้ว แล้วจะเอาอะไร เมื่อถามต่อว่าได้มีการประเมินสถานการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.ที่ผ่านมาว่ามีความน่าเป็นห่วงในอนาคตหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็เป็นห่วงทุกครั้ง เราห่วงลูกหลานเราด้วย และข้อสำคัญคือคนสนับสนุน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่าได้ตัวคนสนับสนุนแล้วหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้ พร้อมย้อนถามว่า &amp;ldquo;คุณรู้หรือไม่&amp;rdquo; เมื่อถามอีกว่าตรวจสอบท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มผู้ชุมนุมได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนอีกว่า &amp;ldquo;คุณตรวจสอบให้ผมหน่อย&amp;rdquo;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการกระทำความผิดในการชุมนุมในวันที่ 19-20 ก.ย. ว่ามีผู้เข้าข่ายทำความผิด 16 คน เเบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 1.กลุ่มผู้จัดการชุมนุมขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การชุมนุม 2.กลุ่มเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม ซึ่งมีทั้งประกาศปราศรัยบนเวที ก่อนหน้าจะชุมนุมจริง รวมไปถึงการโพสต์ข้อความเชิญชวนทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือเชิงสัญลักษณ์ในโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง และ 3.กลุ่มคนที่ขึ้นร่วมปราศรัยบนเวที โดยในส่วนนี้อยู่ระหว่างการแกะคำพูดปราศรัย บางช่วงบางตอนที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิด ประกอบกับนำหลักฐานจากสื่อมวลชนที่เป็นภาพการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มชุมนุมควบคู่ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดนำเข้าที่ประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ยืนยันต้องทำคดีให้ครอบคลุม ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีข้อครหาว่ากลั่นเเกล้ง ยืนยันไม่ถูกกดดันจากฝ่ายใด เพียงเเต่ทำไปตามกรอบกฎหมาย
ประเดิมฟ้องท่อน้ำเลี้ยง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุคุณยังกล่าวถึงคดีความที่ทางกรมศิลปากร และสำนักงานเขตพระนครกรุงเทพมหานคร เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ชนะสงคราม ตามความผิด พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 &amp;nbsp;มาตรา 10 ว่า บช.น.จะนำรวมเป็นสำนวนคดีเดียวกัน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ชุมนุมเดียวกัน เเละเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวในเรื่องนี้ว่า ได้มอบหมายให้กรมศิลปากรแจ้งความดำเนินคดี ยืนยันว่าเราดำเนินการตามกฎหมาย รัฐบาลไม่ได้ให้นโยบายพิเศษอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ชนะสงคราม นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ยื่นเอกสารแจ้งความร้องทุกข์ให้ตรวจสอบและดำเนินคดีผู้สนับสนุนการชุมนุมของนักศึกษา ระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย. โดยได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย นักร้องนักแสดง กรณีเป็นผู้สนับสนุนการชุมนุม และได้ฝากไปถึงไอลอว์ที่เปิดบูธรับลงชื่อผู้ประสงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นการสนับสนุนด้วยหรือไม่ ทำไมต้องมาใช้สถานที่นี้ร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ตั้งโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต อยู่บนพื้นที่อุทยานหรือไม่ ว่าตอบไม่ได้ คงต้องไปถาม รร.ศรีพันวาว่ามีโฉนดหรือไม่ ส่วนกระทรวงทรัพย์จะลงไปตรวจสอบเชิงรุกหรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่มีเหตุ ยังไม่มีใครร้องเข้ามา และไม่ใช่เครื่องมือของใคร หากศรีพันวาเขาอยู่เงียบๆ ก็ไม่มีอะไรขึ้นมา พอพูดขึ้นมาก็กลายเป็นประเด็น แต่หากใครสงสัยก็ให้ร้องเข้ามา และยืนยันอีกครั้งว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เรื่องของเรา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีโลกโซเชียลมีเดียตั้งคำถามเกี่ยวกับแนวทางในการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่เกี่ยวกับโรงแรมศรีพันวา ภายหลังนายวรสิทธิ์ อิสสระ หรือปลาวาฬ เจ้าของโรงแรม ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแกนนำม็อบนักศึกษาว่า อำนาจของ รมว.แรงงาน ไม่มีสิทธิ์ไปรู้เรื่องเกี่ยวกับการลงทุนและการบริหารเงินของ สปส. ซึ่งการลงทุนในโรงแรมศรีพันวาก็ลงทุน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเด็นของโรงแรมศรีพันวา เป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวของผู้บริหารโรงแรม ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของเขา ไม่เกี่ยวกับการลงทุน และผมคิดว่าคนที่รักสถาบันมีเยอะแยะ ก็น่าจะไปพักโรงแรมดังกล่าวนี้เยอะ ผมอยากให้มองมุมกลับ และขอย้ำว่าจะไปสั่งให้ สปส.เลิกลงทุนนั้นผมสั่งไม่ได้ และขณะเดียวกันก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับโรงแรมด้วย เพราะถ้าเรามีธุรกิจ ก็มีสิทธิ์วิจารณ์ เรานึกถึงสิ่งที่เราเคารพนับถืออยู่และเทิดทูนในประเทศไทย เปรียบเหมือนใครด่าพ่อแม่เราก็จะโกรธใช่หรือไม่ ถือเป็นเรื่องปกติ และขอชื่นชมนายวรสิทธิ์ที่กล้าพูดในสิ่งที่คิด&amp;rdquo; นายสุชาติกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรค ก.ก.ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล แถลงถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร.ไปเเจ้งความเอาผิดตนเองกับ ส.ส.อีก 2 พรรค ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม จากการชูสามนิ้วในการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ว่าไม่ได้กังวล นายสิระจะยื่นแจ้งความหรือกระทำใดๆ ก็แล้วแต่ ขออย่างเดียวอย่าลากตนเองไปสร้างประเด็นกลบข่าวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากข้อเรียกร้องของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78291</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชินวรณ์ บุณยเกียรติ, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พัชรินทร์ ซําศิริพงษ์, ราเมศ รัตนะเชวง, วราวุธ ศิลปอาชา, สุชาติ ชมกลิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพล คุณปลื้ม, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f6a050b80352.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาผิด 16 แกนนำม็อบ 3 กลุ่ม ไม่ขออนุญาตตามพรบ.ชุมนุม-โพสต์เชิญชวนทางโซเชียล-ขึ้นเวทีปราศรัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.63 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น.ระบุว่าการกระทำความผิดในการชุมนุมในวันที่19-20กันยายนที่ผ่านมานั้น ตำรวจพบว่ามีผู้เข้าข่ายทำความผิด 16 คน&amp;nbsp;เเบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 1.กลุ่มผู้จัดการชุมนุมดังกล่าวขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตตามพ.ร.บ.การชุมนุม 2.กลุ่มเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม โดยการเชิญชวนมีทั้งที่เป็นการประกาศปราศรัยบนเวที ก่อนหน้าที่จะมีการชุมนุมจริงของวันที่ 19 และ 20 กันยายน รวมไปถึงการโพสต์ข้อความเชิญชวนทั้งทางตรงและทางอ้อมหรือเชิงสัญลักษณ์ในโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง และ 3.กลุ่มคนที่ขึ้นร่วมปราศรัยบนเวที โดยในส่วนนี้อยู่ระหว่างการแกะคำพูดปราศรัย บางช่วงบางตอนที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิด ประกอบกับนำหลักฐานจากสื่อมวลชนที่เป็นภาพการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มชุมนุมควบคู่ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดนำเข้าที่ประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ยืนยันต้องทำคดีให้ครอบคลุม ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีข้อครหาว่ากลั่นเเกล้ง ยืนยันไม่ถูกกดดันจากฝ่ายใด เพียงเเต่ทำไปตามกรอบกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคดีความที่ทางกรมศิลปากร และสำนักงานเขตพระนครกรุงเทพมหานคร เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ชนะสงคราม ตามความผิด พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504&amp;nbsp; มาตรา 10 ห้ามไม่ให้ผู้ใดซ่อมแซมแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือถอนต่อเติมทำลายหรือเคลื่อนย้ายสิ่งใดๆภายในพื้นที่โบราณสถาน และข้อหาทำลายทรัพย์สินของราชการ นั้น ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะนำรวมเป็นสำนวนคดีเดียวกัน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ชุมนุมเดียวกัน เเละเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78229</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, ม็อบ19กันยา, แกนนำม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f698f2882ba8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดเต็มม็อบทุกข้อหา ตร.ลั่นดำเนินคดีเด็ดขาดเพราะล่วงละเมิดสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ขอบคุณทุกฝ่ายทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบสันติอีกครั้ง ฝากให้นึกถึง 3 &amp;nbsp;สถาบันหลัก หมุดคณะราษฎรที่ 2 อยู่ไม่ครบ 24 ชั่วโมงดี ถูกถอดเป็นของกลางในคดีแล้ว สน.ชนะสงครามสุดคึกคัก แห่ร้องแจ้งความแกนนำธรรมศาสตร์พรึ่บ &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; เล่นบทโหดบอกจะดำเนินคดีเด็ดขาด เพราะล่วงละเมิดสถาบันอันเป็นที่รักของคนไทย เล็งฟัน 18 แกนนำ ศรีสุวรรณซัดเป็นกรรมหนักปล่อยให้ลอยนวลไม่ได้ &amp;ldquo;เพนกวิน&amp;rdquo; รับสภาพหมุดหาย โวลั่นหมุดปักในใจประชาชนแล้ว เตรียมแจกแบบให้ผลิตเพื่อปักในที่ต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 &amp;nbsp;ก.ย.ว่า สถานการณ์การชุมนุมที่ผ่านมาต้องขอแสดงความยินดีที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย &amp;nbsp;บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบสุขและสันติอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานอย่างเสียสละ &amp;nbsp;อดทนและอดกลั้น จึงขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบ้านเมืองสงบสุขอย่างนี้ก็สามารถแก้ไขปัญหาหลายๆ อย่างไปด้วยกัน ขอฝากไปถึงประชาชนโดยรวมด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นหลักสำคัญยิ่งของคนไทยทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ยุติและประกาศเคลื่อนไหวอีกครั้งในวันที่ 24 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าก็ติดตามตอนต่อไป เมื่อถามว่าการปักหมุดคณะราษฎร 2563 ถือว่าผิดกฎหมายใช่หรือไม่ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า &amp;quot;จ้ะ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะในประเด็นหมิ่นเหม่ว่า ไม่ได้ตามเรื่องจึงไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรบ้าง แต่ได้ยินข้อเรียกร้องมาบ้าง ซึ่งเขาเรียกร้องไปยังองคมนตรีผ่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ส่วนจะมาถึงรัฐบาลหรือไม่-ไม่ทราบ แต่ข้อเรียกร้อง 2-3 เรื่องถือว่าเป็นไปได้ เช่นการห้ามคุกคาม ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยคุกคาม การที่รัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายถือว่าคุกคามไม่ได้ หากคุกคามคงไม่สามารถชุมนุมกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้ฟังเนื้อหาการปราศรัยรู้สึกตกใจหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า &amp;quot;พิศวง&amp;quot; จากนั้นถามต่อว่า พิศวงในแง่ไหน นายวิษณุย้อนว่าพิศวงหมายความว่าอะไร สื่อมวลชนจึงตอบว่า &amp;quot;งง&amp;quot; นายวิษณุเลยสวนว่าก็เท่านั้น ไม่มีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความต่อเนื่องจากการชุมนุม โดยในกรณี น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำแนวร่วมฯ ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกข้อเรียกร้อง 3 ข้อเรียกร้องถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่านประธานองคมนตรี โดยมี พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.รับหนังสือนั้น ผบช.น.ไม่ได้ส่งหนังสือสำนักงานองคมนตรีแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีอำนาจหน้าที่ในการรับเรื่องหรือรับหนังสือถวายฎีกา โดยขั้นตอนต้องไปยื่นที่สำนักราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง และต้องลงลายมือชื่อของผู้ทำฎีกานั้นๆ รวมทั้งต้องลงเลขรับตามระเบียบ จากนั้นจึงเป็นขั้นตอนว่าเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ถ้าไม่ขัดต่อข้อกำหนดถึงจะนำฎีกาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อเรียกร้องในการให้ประชาชนเลิกใช้บริการธนาคารไทยพาณิชย์นั้น นายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโสและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้หารือกับสถาบันการเงินอย่างใกล้ชิด ซึ่งเมื่อพิจารณาสภาพคล่องตอนนี้พบว่า สินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับสถานการณ์ด้านสภาพคล่องที่มีความรุนแรงมีมากกว่าที่จำเป็นเกือบ 1 &amp;nbsp;เท่า ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับสูง จึงไม่น่าห่วง แต่ ธปท.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
หุ้นไทยพาณิชย์ผันผวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ราคาหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) นั้น พบว่าเปิดตลาดเมื่อวันจันทร์เปิดซื้อขายที่ 67.25 &amp;nbsp;บาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ระหว่างวันราคาหุ้นผันผวนขึ้นลง โดยปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 68.00 บาท &amp;nbsp;เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.11% จากนั้นมีแรงขายปรับลดลงต่ำสุดอยู่ที่ 66.25 บาท ลดลง 1.00 บาท &amp;nbsp;หรือ 1.48% และปิดที่ 66.75 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.74% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,033.68 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพื้นที่สนามหลวงนั้น หลังจากกรุงเทพมหานครได้ปิดสนามหลวงเมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ &amp;nbsp;20 ก.ย. และเปิดประตูรั้วเมื่อเวลา 05.00 น. ปรากฏว่าหมุดคณะราษฎรที่ 2 ที่แกนนำม็อบ 19 ก.ย.ได้ร่วมกันปักไว้ได้ถูกรื้อถอนออกไปแล้ว โดยพบว่าปูนซีเมนต์ที่เทปิดทับไว้ยังเปียกชื้นอยู่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าประตูทางเข้าปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องดังกล่าว เพราะเพิ่งมาเปลี่ยนเวร ต่อมาในช่วงบ่ายพบว่ามีคนนำหมุดพลาสติกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้วมาวางแทนที่หมุดทองเหลือง พร้อมมีหมวกแก๊ปสีดำปักรูปมือชู 3 นิ้ว และภาพวาดการ์ตูน น.ส.ปนัสยา, นายอานนท์ นำภา และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ชู 3 นิ้วมาตั้งไว้แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.กล่าวเรื่องนี้ว่า ตำรวจไม่ใช่ผู้รื้อถอนหมุดดังกล่าว แต่คาดว่ามีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ หลังการเข้าไปตรวจสถานที่ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร, กทม., ตำรวจ สน.ชนะสงคราม และตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามรับไปเก็บรักษา เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามที่มีการแจ้งความดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติโบราณสถานฯ ข้อหาบุกรุกโบราณสถาน หรือทําให้เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวเช่นกันว่า ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคนถอดออกไป &amp;nbsp;แต่ยอมรับว่าเป็นของกลางในคดี เป็นพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนต้องเก็บไว้ อยู่ในการดูแลของพนักงานสอบสวน ขั้นตอนต่อไปต้องตรวจสอบ หากมีความผิดก็ออกหมายเรียกหมายจับผู้ที่ทำผิดต่อไป&amp;nbsp;
ทั้งนี้ที่ สน.ชนะสงคราม นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดี ในฐานะตัวแทนจากกรมศิลปากร เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 กรณีแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จัดชุมนุมเมื่อ 19 &amp;nbsp;ก.ย. โดยมีรายงานว่าเมื่อวันที่ 20 ก.ย. กทม.และสำนักงานเขตพระนครเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามในกรณีดังกล่าว ในฐานะผู้แจ้งความที่ 1 แล้ว และมีตำรวจเป็นผู้แจ้งความที่ 2 &amp;nbsp;กรมศิลปกากรจึงถือเป็นผู้แจ้งความที่ 3&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสถาพรกล่าวภายหลังให้ปากคำว่า ได้นำเอกสารการขึ้นทะเบียนสนามหลวงเป็นโบราณสถาน และภาพการชุมนุมจากสื่อต่างๆ มาแจ้งความดำเนินคดีผู้กระทำผิดตามมาตรา 10 ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขุดค้นโบราณสถานโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 85 &amp;nbsp;จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้า ที่กรมศิลปากร นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมศิลปากรให้ดำเนินการเอาผิด 18 แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ฝ่าฝืนกฎหมายโดยบุกรุกเข้าใช้โบราณสถานสนามหลวงโดยไม่ได้ขออนุญาต และตัดทำลายรั้วและพื้นสนามหลวงเพื่อปักหมุดคณะราษฎรหมุดที่ 2 ซึ่งเป็นทรัพย์สินของทางราชการให้เกิดความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตัดทำลายรั้วเพื่อนำมวลชนบุกรุกเข้าไปตั้งเวทีชุมนุมปราศรัย และเจาะพื้นสนามหลวงให้เสียหาย โดยทำพิธีฝังหมุดคณะราษฎรหมุดที่ 2 ลงในพื้นที่สนามหลวงที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ถือเป็นกรรมหนักที่จะปล่อยให้ลอยนวลต่อไปมิได้ สมาคมฯ จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่ออธิบดีกรมศิลปากรและ ผอ.เขตพระนคร เพื่อเร่งแจ้งความดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา เพื่อเอาผิดผู้ที่บังอาจกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายทั้ง 18 รายดังกล่าวโดยเร็ว&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณระบุ
ก้าวไกลข้องใจกรมศิลป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.เขต 3 นครปฐม ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล (กก.) &amp;nbsp;ตั้งข้อสังเกตในประเด็นนี้ว่า สนามหลวงหรือทุ่งพระเมรุ ตอนขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในปี &amp;nbsp;พ.ศ.2520 อัตลักษณ์ที่ระบุในเวลานั้นคือลานสนามหญ้า การที่ กทม.มาปรับปรุงเป็นลานคอนกรีตได้ขออนุญาตจากกรมศิลปากรหรือไม่ และกรมศิลปากรได้เข้ามากำกับการเทปูนทำลานคอนกรีตหรือเปล่า &amp;nbsp;เรื่องนี้ควรเปิดเผยรายละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่า กทม.ไม่ได้กระทำผิด พ.ร.บ.โบราณสถานฯ เสียเอง แต่ถ้า กทม.ไม่ได้ขออนุญาต แสดงว่าลานคอนกรีตไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่แรก จะมาเอาผิดคนเจาะพื้นปูนที่ไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.โบราณสถานฯ ได้อย่างไร และอีกประเด็นหนึ่งคือ ปัจจุบันมีโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้วหลายแห่งถูกทำลายและสูญหาย กรมศิลปากรต้องชี้แจงให้สาธารณชนทราบด้วย เช่น อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมไม่ทำอะไรเลย ก็อาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษก ตร.แถลงถึงการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมและผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังทุกข้อหาไม่ละเว้น โดยเฉพาะการกระทำที่ไม่บังควร การปราศรัยที่หมิ่นเหม่ไม่เหมาะสม กระทบต่อความรู้สึกของคนไทย เบื้องต้นมีผู้ปราศรัยเข้าข่ายความผิดนี้ 3-4 ราย และมีข้อมูลว่ามีผู้สนับสนุนด้วย ซึ่งปรากฏข้อมูลชัดเจนในโซเชียลมีเดียก็ต้องดำเนินคดีหากหลักฐานไปถึง ครั้งนี้ยืนยันว่าตำรวจดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีประชาชนบางส่วนไปแจ้งความที่ สน.ชนะสงครามแล้ว พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีในทุกกรณี ไม่ละเว้น เรายืนยันว่ายึดมั่นการดูแลความสงบเมื่อชุมนุมตามกฎหมาย &amp;nbsp;แต่เมื่อใดก็ตามที่ทำผิดกฎหมาย กระทำการล่วงละเมิดสถาบันอันเป็นที่รักของคนไทย เป็นหน้าที่ของตำรวจทุกนายต้องพิทักษ์รักษาดำเนินการอย่างถึงที่สุด&amp;rdquo; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือไม่ พล.ต.ท.ปิยะตอบว่า ไม่ชี้ว่าเป็นกฎหมายข้อใด แต่ตำรวจจะดูอย่างละเอียดใครที่ทำผิดกฎหมาย หากเข้าข่ายข้อกฎหมายใดก็ไม่ละเว้น ตำรวจมีหลักฐานทุกอย่างหมดแล้ว รวมทั้งกรณีที่ตำรวจภูธรภาค 1 ตรวจยึดเอกสารที่จะนำมาร่วมชุมนุม หากเข้าข่ายความผิดก็ต้องดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการยื่นเอกสารเปิดผนึกถึงประธานองคมนตรีผ่าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์นั้น โฆษก ตร.กล่าวว่า &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์รับเอกสารมา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ในขณะนั้น และได้ดำเนินการตามกระบวนการ โดยส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังตรวจสอบเนื้อหา แล้วจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป หากพบว่าเนื้อหาเข้าข่ายผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีด้วย ซึ่งขณะนี้พบชัดเจนว่าผู้ชุมนุมเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ชุมนุมโดยไม่ขออนุญาต ซึ่ง ผกก.สน.ชนะสงครามดำเนินคดีแล้ว นอกจากนี้ยังเข้าข่ายความผิดอื่นๆ ตามที่กรมศิลปากร กรุงเทพมหานคร และที่ประชาชนคนอื่นๆ เข้าแจ้งความก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด เบื้องต้นกลุ่มนี้มีอย่างน้อย 10 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องขอบคุณผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบ แต่ก็มีบางส่วนที่ทำผิดกฎหมาย แกนนำหรือผู้ชุมนุมรายใดทำผิดซ้ำก็ต้องนำไปสู่กระบวนการเพิกถอนประกันต่อไป ทั้งนี้การชุมนุมต่อไปจากนี้ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่อาศัยโอกาสทำสิ่งไม่เหมาะสม หากทำผิดอีกก็ต้องดำเนินคดีซ้ำ ถือเป็นต่างกรรมต่างวาระ&amp;rdquo; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
กทม.แจงความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาที่ บช.น. พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ, พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง &amp;nbsp;ผบช.น., พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. และนายสถาพรได้ร่วมกันแถลงการชุมนุมที่สนามหลวงของกลุ่ม 19 กันยาอีกครั้ง โดย พล.ต.ท.โสภณกล่าวว่า จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้น พบแผงเหล็ก 7 แผง แม่กุญแจที่ใช้คล้องระหว่างแผงเหล็ก 92 อัน รวมถึงจุดที่เจาะพื้นเพื่อปักหมุดได้รับความเสียหาย จึงให้ ผอ.เขตพระนครในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่แจ้งความดำเนินคดี ส่วนความเสียหายอื่นๆ อาทิ ต้นไม้ สนามหญ้า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบประเมินความเสียหายมากน้อยเพียงใด
พล.ต.ต.สุคุณกล่าวว่า เรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ เบื้องต้นพบผู้ที่เกี่ยวข้อง 16 คนที่เกี่ยวข้องกับการจัดชุมนุม การโฆษณาชักชวนคนมาร่วมการชุมนุม และปราศรัยบนเวที เข้าข่ายความผิดฐานร่วมกันจัดให้ชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนความผิดอื่นๆ อยู่ระหว่างพิจารณา ซึ่งคาดว่าเมื่อรวบรวมความผิดได้ชัดเจนแล้ว &amp;nbsp;จะเริ่มออกหมายเรียกให้ผู้กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนกรณีบุกรุกเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เบื้องต้นยังไม่พบมีการแจ้งความให้ดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ สน.ชนะสงคราม นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่ น.ส.ปนัสยา, นายอานนท์ และนายพริษฐ์ ในความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 กรณีการปราศรัยบนเวทีชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร โดยนำหลักฐานเอกสารข่าว ไฟล์ภาพและเสียงการปราศรัยบนเวทีของบุคคลทั้งสามมาประกอบการแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ก็เดินทางเข้ามายัง สน.ชนะสงครามเพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีแก่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์, นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.พรรคไทรักธรรม และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในข้อหาร่วมชุมนุมในสถานที่ห้ามชุมนุม จากกรณีที่มีภาพของทั้ง 3 คนปรากฏระหว่างการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ โดยแสดงตัวด้วยการชูสามนิ้วในสถานที่ห้ามชุมนุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวอีกว่า ในวันพุธที่ 23 ก.ย.จะยื่นประธานรัฐสภาเพื่อขอให้สอบจริยธรรมของ ส.ส.ทั้ง 3 คนด้วย เพราะการชุมนุมที่เกิดขึ้นมีการโจมตีให้ร้ายต่อสถาบันอย่างต่อเนื่อง โดยส่อไปถึงการล้มล้างการปกครอง ซึ่ง ส.ส.ทั้ง 3 คนมีพฤติกรรมร่วมสนับสนุน โดยกำลังให้ทีมกฎหมายตรวจสอบอยู่ว่าจะยื่นศาลเพื่อให้ยุบพรรคการเมืองของทั้ง 3 คนหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ว่า &amp;quot;ต่อไปไม่ชู 3 นิ้วแล้ว เพราะผิดกฎหมาย งั้นชู 1 นิ้วพอ ถ้าอยากยุบพรรคยุบไปเลย จะได้ลงถนนเต็มตัว เจอกัน จำชื่อไว้เต้ พระราม 7 สะกดคำว่ากลัวไม่เป็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้งได้นัดนายอานนท์, นายพริษฐ์, นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่, &amp;nbsp;น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ &amp;nbsp;ระยอง แกนนำกลุ่มเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย มาส่งตัวพร้อมสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณาสำนวน ในคดีความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาด้วยเครื่องขยายเสียง กรณีจัดการชุมนุมปราศรัยหน้ากองบัญชาการกองทัพบกเมื่อ 20 &amp;nbsp;ก.ค.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระหว่างเดินทางมายังสำนักงานอัยการฯ นายพริษฐ์ได้คุยกับนายอานนท์ขณะเจอหน้าว่า &amp;quot;ของเราหายแล้วนะ&amp;quot; ซึ่งหมายถึงหมุดคณะราษฎร 2563 ได้ถูกถอนออกไปจากสนามหลวงแล้ว และให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ไม่แปลกใจ แต่เชื่อว่าสำหรับหมุดคณะราษฎร 2563 มันได้ถูกปักลงกลางใจกลุ่มผู้ชุมนุมทุกคน และต่อจากนี้จะทำการแจกไฟล์แบบหมุดคณะราษฎร 2563 เพื่อให้กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมนำไปหล่อ และไปปักตามที่ต่างๆ ที่อยากปัก ส่วนตัวต่อจากนี้ อาจนำหมุดไปปักตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุง สำหรับหนังสือข้อเรียกร้องที่ยื่นไป เชื่อว่าสุดท้ายแล้วไปไม่ถึงมือคนที่ตนเองตั้งใจไว้ แต่แกนนำได้อ่านคำเรียกร้องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ถึงเจตนารมณ์และข้อเรียกร้องแล้ว
หวังถอดถอนนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวต่อไปว่า หนังสือข้อเรียกร้องไม่ได้กำหนดเวลาของคำตอบที่ได้ เชื่อว่าจากข้อเรียกร้องทั้งหมดในส่วนประเด็นการถอดถอนนายกฯ น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะขณะนี้นายกฯ &amp;nbsp;ขาดเสถียรภาพทางการเมือง ถูกทอดทิ้งทางการเมืองพอสมควร ซึ่งหากนายกฯ จะลาออกก็ควรนำคนที่รับใช้ทั้งหมดออกไปด้วย ส่วนการชุมนุมครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.ย.63 ทราบว่าเป็นของกลุ่มประชาชนปลดแอก ส่วนตัวไม่ทราบเวลา แต่ทราบว่าสาเหตุที่ต้องมีการชุมนุมวันดังกล่าว เพราะรัฐสภามีการพิจารณาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องมีการแสดงพลังให้เห็นว่ามวลชนตั้งใจต้องการให้เกิดการแก้ไข และป้องกันการเพิกเฉยหรือทำให้ญัตติตกลงไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงกิจกรรมในวันที่ 14 ต.ค.นี้ว่า อยากขอเชิญชวนให้ผู้ที่เห็นด้วยกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้หยุดงาน เพื่อแสดงพลังให้เห็นถึงความไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของรัฐบาล จะหยุดงานเพื่ออยู่บ้านเฉยๆ หรือออกไปเที่ยวก็ได้ทั้งหมด ส่วนแกนนำจะมีการจัดกิจกรรมให้มวลชนเข้ามาร่วมหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างพูดคุยหารือร่วมกันซึ่งจะมีความชัดเจนต่อไป ส่วนประเด็นการเอาผิดทางกฎหมายกับแกนนำนั้น สนามหลวงเป็นสถานที่ที่ประชาชนคนไทยสามารถใช้ได้อย่างเสรีตั้งแต่อดีต ทั้งการเล่น การพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงการชุมนุมที่แสดงออกทางความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมือง ในอดีตที่ผ่านมาก็หลายครั้ง แต่มาในรัฐบาลนี้กลับพยายามยึดสนามหลวงให้เป็นทรัพย์สินส่วนตัว และปิดกั้นการเข้าถึงของประชาชน อีกทั้งปูนที่กลุ่มแกนนำมีการเจาะเพื่อฝังหมุดคณะราษฎร ก็ไม่ได้มองว่าเป็นโบราณสถานหรือโบราณวัตถุ เพราะปูนเพิ่งเทมาเพียงสามปี&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กลุ่มแกนนำกลับมองว่าตัวหมุดคณะราษฎร 2563 น่าจะเป็นศิลปวัตถุที่ทางกรมศิลปากรควรต้องเข้ามาดูแลรักษามากกว่าการดำเนินคดีกับพวกผม เพราะถือเป็นศิลปวัตถุที่จะมีผลทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยต่อไปในอนาคต เป็นหมุดที่แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญ&amp;quot; นายพริษฐ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การส่งสำนวนต่อพนักงานอัยการในครั้งนี้ พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้งไม่ได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากโทษและข้อหาที่แจ้งต่อกลุ่มแกนนำไม่ได้มีอัตราโทษสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาอีกว่า วันนี้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามได้นัดส่งสำนวนเห็นควรฟ้องพร้อมตัวผู้ต้องหาอีกสำนวน ประกอบด้วย น.ส.สุวรรณา, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, &amp;nbsp;นายชาติชาย แกดำ, นายชูเวช เดชดิษฐรักษ์ และนายณรงค์ ดวงแก้ว ผู้ต้องหาในคดี พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ จากการเป็นผู้ร่วมจัดการชุมนุม ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ, พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง ร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กรณีร่วมกิจกรรม &amp;quot;เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย&amp;quot; บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 3 ส.ค.63&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการส่งสำนวนในคดีชุดของนายอานนท์และชุดของ น.ส.สุวรรณาแล้ว พนักงานอัยการ สำนักงานคดีศาลแขวง 3 ได้เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีของผู้ต้องหาทั้งหมดไปวันที่ 24 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันครบกำหนดผัดฟ้องฝากขัง เนื่องจากเพิ่งได้รับสำนวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงต้องใช้เวลาพิจารณาสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ว่าเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น หนทางอีกยาวไกล ซึ่งมั่นใจว่ารัฐบาลได้รับความชำรุดน้อย เนื่องจากเป้าในการเคลื่อนไหวที่ชู 10 ข้อไม่ได้พุ่งเล่นงานรัฐบาล ขณะเดียวกันเป้าหมายนั้นไม่ได้ง่ายในทางปฏิบัติ และถ้ายิ่งเคลื่อนไหวรุกมากขึ้นก็จะยิ่งเกิดกระแสตีกลับเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;บอกมาแต่ต้นว่าสนับสนุน 3 ข้อ ไม่เอา 10 ข้อ มีหลายคนไม่พอใจ แต่ถ้ามองปรากฏการณ์ยาวๆ แล้ว ถึงที่สุดปลายทางต้องเจอกับอะไร เชื่อมั่นว่าถ้าเอาการต่อสู้ใน 3 ข้อ กระแสจะแรงมากที่สุด เพราะประชาชนเดือดร้อน ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อเลือกเส้นทาง 10 ข้อ แม้เป็นเสรีภาพการตัดสินใจ แต่ระยะเวลาเดินต่อไปนั้นจะถูกกล่าวโทษร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีหลากหลายเรื่องราว&amp;rdquo; นายจตุพรระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78186</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิษณุ เครืองาม, ศรีสุวรรณ จรรยา, สิระ เจนจาคะ, สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f68ab4bd9c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย่งที่จอดรถ ยิงอัณฑะขรก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับหนุ่มเพิ่งพ้นคุกคดียาเสพติด ยิงอัณฑะข้าราชการสำนักปฏิรูปที่ดิน เหตุแย่งที่จอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อ เจอข้อหาพยายามฆ่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น., พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2, พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน รอง ผบก.บก.น.2, พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง, พ.ต.ท.สุทธิพร สุกก่ำ รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง, พ.ต.ท.พิศิษฐ์ กิตติพัฒน์ธารากุล สว.สส.สน.ดอนเมือง แถลงผลจับกุมนายทรงวุฒิ ศรีร้อยเอ็ด อายุ 42 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนสั้น ยี่ห้อกล็อก 30 ขนาด .45 หมายเลขประจำปืน กท 5147672 จำนวน 1 กระบอก แมกกาซีน จำนวน 1 อัน ซองปืนสีน้ำตาล 1 ซอง ปลอกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกในที่เกิดเหตุ จำนวน &amp;nbsp;1 ปลอก รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีดำ หมายเลขทะเบียน 7 กร 3767 กรุงเทพมหานคร รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีมซูเปอร์คัพ สีขาว-น้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ส.ค. เวลาประมาณ 23.20 น. ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมืองได้รับแจ้งเหตุยิงกันได้รับบาดเจ็บ ที่หน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น หมู่บ้านปิ่นเจริญ 1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. จากการตรวจสอบพบนายเฉลิมพล (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ข้าราชการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเบริเวณอัณฑะได้รับบาดเจ็บ จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโล-รังสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายทรงวุฒิ หรือหรั่ง ศรีร้อยเอ็ด หลังก่อเหตุได้ขับรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า หมายเลขทะเบียน 7 กร 3767 กรุงเทพฯ หลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปที่บ้านพักของนายทรงวุฒิ ปรากฏไม่พบตัวนายทรงวุฒิ แต่พบรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ใช้ร่วมในการก่อเหตุครั้งนี้ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กดดันให้ผู้ก่อเหตุเข้ามามอบตัว จนต่อมาวันที่ 12 ส.ค. นายทรงวุฒิได้เข้ามาแสดงตนขอมอบตัวพร้อมกับอาวุธปืนและรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา บอกว่าเพิ่งออกจากเรือนจำคดียาเสพติดและอาวุธปืนมาได้ 1 ปี สาเหตุที่ยิงนายเฉลิมพลเพราะแย่งที่จอดรถกันที่ห้างร้านสะดวกซื้อ จนมีปากเสียงกระทั่งโมโหลืมตัวก่อเหตุดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมืองได้แจ้งข้อกล่าวหานายทรงวุฒิ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควรโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีปืนติดตัว, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน, พยายามฆ่า.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงวุฒิ ศรีร้อยเอ็ด, พ.ต.ท.พิศิษฐ์ กิตติพัฒน์ธารากุล, พ.ต.ท.สุทธิพร สุกก่ำ, พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน, พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52b5cb27725.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครบาลแถลง จับยาบ้า5ล.เม็ด ของแก๊งต่ำเอี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บช.น.แถลงจับยาบ้าหลายคดีรวมกว่ากว่า 6 ล้านเม็ด รวบสมุนแก๊งต่ำเอี่ยว เผย เสี่ย อ.-เสี่ย จ.ตัวการใหญ่ อีกรายได้ตัวนักค้ายาเสพติดรายใหญ่วัย 19 ปี พบเงินหมุนเวียนในบัญชีถึง 1.4 พันล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ วันที่ 22 พฤษภาคมนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น., พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบ.ช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดหลายคดี พร้อมด้วยของกลางยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 1 จับกุมนายสมภพ คำจันทร์ อายุ 20 ปี นายมนัส หรือแบงค์ สาระบุตร อายุ 30 ปี นายศรายุทธ หรือบิ๊ก วงค์ต่อม อายุ 24 ปี และนายสุรชาติ หรืออุ้ย ควรบุปผา อายุ 32 ปี พร้อมยาบ้าจำนวน 5,444,200 เม็ด ยาไอซ์ 876.8 กรัม รถกระบะ 1 คัน รถตู้ 1 คัน รถยนต์ 4 คัน และปืนพกสั้น ยี่ห้อกล็อก 19 ขนาด 9 มม. 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ 3 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากชุดสืบสวนได้ขยายผลการจับกุมคดียาเสพติด จนสืบทราบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้ที่บ้านเลขที่ 199/14 หมู่บ้านโกลเด้นทาวน์ ม.1 ต.บางรักใหม่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงได้ทำการตรวจค้น พบยาบ้า 1.4 ล้านเม็ด ต่อมาได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาทั้งสี่ได้ที่ริมถนนรังสิต-นครนายก คลองสามต่อเนื่องคลองสี่ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พร้อมยึดยาบ้าอีก 4 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ สนธิกำลังจับกุมนายธนานนท์ หรือนนท์ เอกวรานนท์ อายุ 29 ปี นายหย่าชู หรือทัศน์ ขะล่ากู่ อายุ 28 ปี นายศรันย์ หรือป๊อป จิตต์ประภา อายุ 29 ปี และนายณัฐวัฒน์ หรือซัน แสงชู อายุ 33 ปี พร้อมยาบ้า 240,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง จับกุมได้ที่ถนนบางนา-ตราด แขวงและเขตบางนา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นของเครือข่ายทางภาคเหนือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกคดี เจ้าหน้าที่งานสายตรวจจับกุมนายนลทวัฒน์ พะสุธาวงศ์ อายุ 19 ปี ในฐานความผิดร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ยาบ้า, ไอซ์, ยาอี หรือเมตแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางเงินสด 3.7 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 61 ตำรวจ 191 ตรวจพบยาบ้า 1.5 ล้านเม็ด ก่อนจะติดตามจับกุมผู้ต้องหา 4 คน คือนายฐิติรัตน์ มาลัยทอง อายุ 24 ปี นายวีระพงษ์ คงใหญ่ อายุ 23 ปี นายพงศกร หรือกร แดงสุก อายุ 23 ปี ได้ เหลือเพียงนายนลทวัฒน์ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมได้ที่ย่านฝั่งธนฯ พร้อมของกลางเป็นเงินสด 3.7 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม-5 พฤษภาคม นายนลทวัฒน์มีเงินหมุนเวียนในบัญชี 1,410 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการ อีกทั้งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของ บช.ปส.อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายยาเสพติดทั้งหมดนี้เป็นการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน และถือเป็นการจับกุมยาเสพติดที่มากที่สุด โดยจับกุมยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า 1 พันกรัม อาวุธปืน และอื่นๆ ซึ่งจากนี้ได้สั่งการให้ขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและผู้สั่งการทั้งหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.สำราญกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่งานสายตรวจอยู่ระหว่างการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด โดยคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ราย ซึ่งเป็นระดับสั่งการ มีทั้งอยู่ในประเทศและต่างประเทศ โดยในคดียาบ้า จำนวน 5,444,200 เม็ด พบว่าเป็นเครือข่ายของแก๊งต่ำเอี่ยว มีเสี่ย อ.และเสี่ย จ. เป็นตัวการใหญ่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36537</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิติรัตน์ มาลัยทอ, พงศกร แดงสุก, พล.ต.ต.สำราญ นวลมา, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, วีระพงษ์ คงใหญ่, สมภพ คำจันทร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce55145ce4f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
