<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบดต.รีดเงินหมื่น เหยื่อถ่ายคลิปมัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งามหน้าสีกากี ดาบตำรวจตั้งด่านจับรถบรรทุกมันน้ำหนักเกิน 30 กก.รีดหมื่นสอง อ้างต้องส่งให้นาย พร้อมลูบหลังส่งคืนให้คนขับ 1 พัน บอกเป็นค่าน้ำมันรถ แต่หารู้ไม่ อีกฝ่ายแอบถ่ายคลิปนำมาเผยแพร่จนเต้นกันไปตามๆ ผบก.รับเป็นตำรวจจริง สั่งสอบรายงานผลใน 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 22 กันยายนนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีมีการแชร์คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับเงินจากคนขับรถบรรทุก เหตุเกิดในท้องที่ สภ.หนองสรวง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา ว่า ได้รับรายงานจาก ภ.จว.นครราชสีมาว่าจากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าบุคคลที่ปรากฏตามคลิปเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจริง ยศดาบตำรวจ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ป. สภ.หนองสรวง โดยได้มีคำสั่งให้ สภ.หนองสรวงทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น และรายงานผลให้ทราบภายใน 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ อย่าเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเสียเอง ทั้งนี้ได้กำชับคณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงไปมา เร่งคลี่คลายข้อสงสัยและให้ความกระจ่างแก่สังคม และหากพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวได้กระทำผิดจริง ให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์ เพจเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ &amp;quot;เกรียงไกร ไทยอ่อน&amp;quot; เผยแพร่คลิปพร้อมระบุว่า &amp;quot;สภ.หนองสรวง โคราช รีดเงินรถแบกน้ำหนักเกิน 30 กก. 12,000 บาท สุดท้ายต้องเอามาคืน ก่อนจบไม่สวย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจ &amp;ldquo;เจ๊ม้อยV+&amp;rdquo; ได้นำคลิปบุคคลแต่งตัวในเครื่องแบบตำรวจ กำลังรับเงินจากชายคนหนึ่ง พร้อมกับนับเงินและให้คืนกับชายผู้นั้นจำนวน 1,000 บาท โดยมีเสียงระบุว่าให้คืนเป็นค่าน้ำมัน โดยจะบอกกับนายว่ารับมาเพียง 11,000 บาทเท่านั้น เพราะรู้สึกเห็นใจลูกหลานบ้านเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่แค่ด่านตำรวจนะ ไม่ใช่วิ่งไปหาด่านเลย จอดอยู่ ร้านแตงโม #พิกัดหนองสรวง คุณตำรวจมาถามใบขับขี่ ตรวจฉี่ ไม่มีอะไรให้เจอแล้ว นี่ก็บิลออกจากโรงงาน เกิน 30 โล ซึ่งเราไม่ได้ตั้งใจในการชั่งให้เกิน เพราะใช้รถตักขึ้นให้ #เอาจิงๆ นะแค่น้ำหนักตัวคนขับก็เกินแล้ว 30 โล &amp;nbsp;#ถ้าคุณมีตาชั่งลอย มาชั่งอีกจะไม่ว่าเลย #แต่คุณไม่มีตาชั่งไง เอะอะจะขังคุก ฟ้องศาล บอกคุยกันนอกรอบ #ข่มเหงขูดรีดเข้าไปประชาชน กว่าจะได้แต่ละบาท #เงินหมื่นเอ็ดก็ลอยไปกับตาไม่มีใบเสร็จ มีหน้าคืนมาให้ค่าน้ำมัน&amp;hellip; #ดูเอาเด้อพี่น้องงึดหลาย #พิกัดหนองสรวง #ประเทศชาติจงเจริญ&amp;quot; เพจระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยถึงพฤติการณ์ของตำรวจนายนี้ระบุด้วยว่า ดาบตำรวจอ้างเงินที่ได้มาจะส่งให้นาย 1 หมื่นบาท ส่วนตนเองรับแค่ 1 พันบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้แล้ว เบื้องต้นทราบว่าบุคคลที่แต่งกายชุดตำรวจในภาพเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศดาบตำรวจในสังกัด สภ.หนองสรวง จริง แต่เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วันนี้ พร้อมทั้งย้ายดาบตำรวจคนดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ในสถานีตำรวจหนองสรวง ไม่ให้ออกไปปฏิบัติงานภายนอก เพื่อให้คณะกรรมการได้ทำงานอย่างเต็มที่ และทราบว่าทางเจ้าทุกข์ได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.สีคิ้ว ซึ่งเป็นคนละที่กับสถานที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นตามคลิปนั้นต้องรอสรุปผลของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบว่าตำรวจก่อเหตุเช่นนี้ขึ้นก็ต้องถูกดำเนินการขั้นเด็ดขาดอย่างแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.พลพิชัย พันธ์อินทร์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.หนองสรวง กล่าวว่า ได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าชายแต่งกายชุดตำรวจในคลิปเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.หนองสรวงจริงหรือไม่ ทั้งนี้ ขอเวลาในการตรวจสอบสัก 2-3 วัน เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป
ศาลยกฟ้องสิบล้อมียาบ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีนายโสภณ วงศ์สวัสดิ์ อายุ 47 ปี ชาว จ.ชุมพร คนขับรถสิบล้อตกเป็นผู้ต้องหา หลังพนักงานสอบสวน สภ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ แจ้งข้อหาครอบครองยาบ้า 1 เม็ด อ้างว่าตรวจค้นเจอบริเวณที่วางของด้านข้างที่นั่งคนขับ ขณะบรรทุกยางพาราจาก จ.ชุมพร เพื่อไปส่งที่ จ.ระยอง แต่นายโสภณปฏิเสธและตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 13 พ.ย.62 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 ก.ย.นี้ ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 4 ศาลจังหวัดหัวหินได้นัดพร้อมพนักงานอัยการฝ่ายโจทก์และจำเลย จากนั้นผู้พิพากษาอ่านคำพิพากษาให้ยกฟ้องจำเลย ด้วยเหตุผลว่า หลังจากตำรวจนายแรกขึ้นไปค้นหายาเสพติดบริเวณหน้ารถ แต่ไม่พบยาเสพติด ต่อมาตำรวจอีกนายขึ้นไปค้นแล้วพบยาเสพติดยาบ้า 1 เม็ด ขณะที่ตำรวจนายอื่นไม่พบเห็นยาเสพติด และขณะตรวจค้นจำเลยไม่ได้อยู่ร่วมด้วย พยานหลักฐานที่ได้มาจึงไม่ชอบ คดีมีเหตุควรสงสัย ศาลพิเคราะห์แล้วจึงยกข้อสงสัยให้เป็นประโยชน์ของจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโสภณกล่าวว่า จะต้องรอดูว่าภายใน 30 วัน พนักงานอัยการจะพิจารณายื่นอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวหรือไม่ หากอัยการอุทธรณ์ก็จะต้องรอคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หากศาลมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ตนก็จะเดินหน้าฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ ยศตั้งแต่ พ.ต.ต.ถึงนายดาบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโสภณกล่าวต่อว่า คดีนี้ยืนยันว่าจะไม่มีการเคลียร์กับเจ้าหน้าที่รายใด เพราะหลังจากถูกดำเนินคดีตั้งแต่เดือน พ.ย.62 ตนได้สูญเสียโอกาสหลายอย่าง โดยเฉพาะครอบครัวอยู่ในสถานะยากลำบาก เนื่องจากขาดรายได้หลักจากประกอบอาชีพขับรถสิบล้อที่เคยได้เงินเดือน เดือนละกว่า 2 หมื่นบาท ปัจจุบันต้องลดชั้นไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้เงินเดือนเพียง 1 หมื่นบาท นอกจากนั้นยังถูกยึดใบขับขี่สาธารณะ ไม่สามารถกลับไปประกอบอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุกได้เหมือนเดิม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78274</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.พลพิชัย พันธ์อินทร์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โสภณ วงศ์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f69e9c68e8ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับช่างแอร์มือมีด ฆ่าเมียชาวสิงคโปร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้ว มือมีดฆ่าเมียนักธุรกิจสิงคโปร์ เป็นช่างแอร์อยู่ร้านใกล้บ้านเกิดเหตุ ทำทีขอเข้าไปเก็บอุปกรณ์ล้างแอร์ที่ลืมไว้ แล้วชักมีดจี้ บังคับให้โอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง 1 หมื่นบาท แต่หลังจากนั้นเหยื่อเห็นเพื่อนบ้านจึงร้องขอความช่วยเหลือเลยต้องฆ่า อ้างช่วงนี้งานน้อย เงินไม่พอใช้ ค้นประวัติเคยก่อคดีโชกโชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อบ่ายวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง นำโดย พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก รอง ผบก.ภ.นครราชสีมา ได้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.ณัฐริกา ชิบาฮาระ หรือไอซ์ ได้แล้ว คือ นายธีรพล ด้วงกระโทก อายุ 26 ปี ทำงานเป็นลูกจ้างร้านซ่อมแอร์ใกล้เคียงกับบ้านพักของผู้ตาย โดยสามารถติดตามจับกุมตัวได้ขณะที่ผู้ต้องหาแอบไปซ่อนตัวภายในกระท่อมกลางทุ่งนาบ้านหนองสะแก ต.แหลมทอง อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง สาเหตุเพื่อต้องการชิงทรัพย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.ณัฐริกา วัย 29 ปี สาวสวยหน้าตาดี ภรรยานักธุรกิจชาวสิงคโปร์ เสียชีวิตภายในบ้านพัก 2 ชั้น เลขที่ 479 หมู่ 2 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา เมื่อคืนวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีพยานหลักฐานส่อว่ามีการต่อสู้กัน และมีร่องรอยรื้อค้นหาทรัพย์สิน โดยกล้องวงจรปิดจับภาพชายคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นคนร้าย แต่ไม่เห็นหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมา ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สภ.โพธิ์กลาง พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก รอง ผบก.ภ.นครราชสีมา และชุดสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายธีรพล เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ลูกจ้างร้านรับซ่อมแอร์ใกล้เคียงกับบ้านผู้ตาย และเคยเข้าไปทำงานล้างแอร์ในบ้านผู้ตาย 4-5 ครั้ง ก่อนเกิดเหตุได้ออกอุบายไปเรียกผู้ตายหน้าบ้าน บอกว่าลืมอุปกรณ์ซ่อมแอร์ไว้ในบ้าน จะขอเข้าไปเก็บอุปกรณ์ซ่อมแอร์ เมื่อผู้ตายหลงเชื่อเปิดประตูให้ ผู้ต้องหาจึงใช้อาวุธมีดที่พกเตรียมมาจี้ผู้ตายเพื่อหวังชิงทรัพย์ โดยพาผู้ตายขึ้นไปค้นหาทรัพย์สินบนห้องนอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรพลให้การว่า น.ส.ณัฐริกาบอกว่าไม่มีเงินสดอยู่ในบ้าน ตนจึงให้ น.ส.ณัฐริกาโอนเงินจากบัญชีธนาคารเข้าบัญชีของตน เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท ซึ่งผู้ตายก็ยินยอมโอนให้แต่โดยดี อย่างไรก็ตาม ระหว่างนั้นผู้ตายมองออกไปเห็นเพื่อนบ้านอยู่ภายนอกบ้าน ผู้ตายจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ นายธีรพลจึงใช้อาวุธมีดจ้างแทงผู้ตายที่ลำคอจนเสียชีวิต ก่อนจะขโมยเอากุญแจรถยนต์ โทรศัพท์มือถือของผู้ตายหลบหนีไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรพลอ้างว่า สาเหตุที่ก่ออาชญากรรมเป็นเพราะระยะหลังลูกค้าร้านแอร์ลดลง ประกอบกับตัวเองมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้าน จึงตัดสินในลงมือก่อเหตุ และอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่าผู้ตายแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้แจ้งดำเนินคดีนายธีรพลในข้อหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ตามที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาอนุมัติหมายจับ ส่วนข้อหาชิงทรัพย์ และข้อหาอื่นๆ ตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในภายหลัง ซึ่งเมื่อตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบว่าเคยถูกจำคุกมาแล้วอย่างน้อย 4 คดี ทั้งคดีลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และเสพยาเสพติด โดยภายหลังแถลงข่าวชุดสืบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาไปค้นหาอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ และหลักฐานอื่นๆ พร้อมกับนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่บ้านเกิดของ น.ส.ณัฐริกา เลขที่ 170 หมู่ที่ 10 ต.โนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา แม่ของ น.ส.ณัฐริกา พร้อมด้วยบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน ช่วยกันจัดเตรียมงานศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทัศนันท์ ภูษา แม่ของ น.ส.ณัฐริกา กล่าวว่า ลูกสาวเป็นคนกตัญญูอย่างมาก และเป็นเสาหลักของครอบครัว หาเงินส่งทางบ้านและส่งเสียน้องเรียนไม่เคยขาด ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากจะถามคนที่ลงมือก่อเหตุว่าอยากได้อะไรทำไมไม่เอาไป ทำไมต้องมาฆ่าลูกสาวด้วย ตนเองไม่มีทางที่จะให้อภัย ไม่อโหสิแก่ผู้ที่ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด แม้แต่หน้าก็ไม่อยากเห็น นอกจากนี้อยากชี้แจงว่าลูกสาวเป็นคนรักครอบครัว ไม่เคยข้องแวะกับผู้ชายคนอื่น แม้จะเคยแต่งงานมาแล้วหนึ่งครั้ง แต่ก็เลิกรากันอย่างถูกต้องตามกฎหมายและจากกันด้วยความเข้าใจ ก่อนที่จะมามีครอบครัวใหม่อย่างเปิดเผย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศพของ น.ส.ณัฐริกา จะตั้งบุญเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดเป็นเวลา 3 วัน และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 15 ส.ค.นี้ ที่วัดโนนสมบูรณ์ บ้านบ่อลิง หมู่ที่ 10 ต.โนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74350</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐริกา ชิบาฮาระ, ทัศนันท์ ภูษา, ธีรพล ด้วงกระโทก, พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก, พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f3530e67349d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ๊วยนำขอขมาย่าโม บริจาค1.8ล.ไถ่โทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจ 150 นายตรึงรอบอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อารักขาทีมงานช่องส่องผีทำพิธีขอขมา อ.เรนนี่ถึงกับปากสั่นพูดผิดพูดถูก บ๊วยประกาศไถ่โทษด้วยการบริจาคห้องแอดมิทความดันลบเคลื่อนที่มูลค่า 1.8 ล้านให้ รพ.มหาราชนครราชสีมา นิด้าโพลระบุประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อเรื่องผีสางทางโทรทัศน์ แต่ก็เห็นควรให้หน่วยงานรับผิดชอบเข้ามาควบคุมกันหลอกลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ บรรยากาศบริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และวัดศาลาลอย อ.เมือง จ.นครราชสีมา เต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนจำนวนมากทยอยไปชุมนุมเนื่องจากเป็นกำหนดนัดที่ทีมงานรายการช่องส่องผีจะเดินทางไปทำพิธีขอขมาท้าวสุรนารี หรือย่าโม และย่าบุญเหลือ ที่ได้ลบหลู่ล่วงเกินไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;ตำรวจได้ระดมกำลังราว 150 นายประจำตามจุดต่างๆ เพื่อรักษาความสงบ ขณะที่มีการจัดเตรียมโต๊ะและเครื่องบวงสรวง พร้อมกับติดตั้งเต็นท์ขนาดใหญ่บริเวณด้านข้างลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีไว้ให้ประชาชนได้ร่วมสังเกตการณ์ และให้ส่วนราชการต่างๆ มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ขณะที่บริเวณด้านบนลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เจ้าหน้าที่จะกันพื้นที่ให้เฉพาะทีมงานรายการช่องส่องผีและพราหมณ์ที่ทำหน้าที่ประกอบพิธีขอขมาลาโทษเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า งานขอขมาท้าวสุรนารีเป็นการเรียกร้องจากชาวโคราชที่อยากจะให้ทาง 3 พิธีกรช่องส่องผีสำนึกผิดขอขมา แต่ในส่วนเรื่องของคดีความก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งทาง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมาก็บอกว่าอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนพยานต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่วัดศาลาลอย นายเชษฐวุฒิ วัชรคุณ หรือบ๊วย พร้อมด้วยนางเรนนี่ สุระประภาคำขจร หรืออาจารย์เรนนี่ และนายศราวุฒิ วรพัทธ์ทวีโชติ หรือเจมส์ พิธีกรผู้ดำเนินรายการช่องส่องผี ได้เดินทางมาตามนัดหมายพร้อมทีมงานกว่า 10 คน มีการจัดการ์ดเป็นชายฉกรรจ์คุ้มครองแน่นหนา ซึ่งในคำกล่าวขอขมา ปรากฏว่า อ.เรนนี่มีอาการประหม่าถึงกับพูดผิด จากจังหวัดนครราชสีมา เป็นนครศรีธรรมราช ก่อนจะขอโทษแล้วพูดใหม่ ทั้งนี้ สักขีพยานประกอบด้วย ผวจ.นครราชสีมา พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา หัวหน้าส่วนราชการ พี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ตัวแทนสมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนกลุ่มสตรีโคราช รวมกว่า 300 คน ทุกคนต่างสวมหน้ากากอนามัย หรือเฟซชิลด์ ตรวจวัดอุณหภูมิ และล้างมือด้วยเจล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเครื่องเซ่นไหว้บวงสรวง ประกอบด้วย พานบายศรี 5 ชั้น หัวหมู เห็ด เป็ด ไก่ ไข่ต้ม ของหวานและผลไม้ 9 อย่าง ธูป เทียน พวงมาลัยดอกดาวเรือง เทียนเอก เทียนชัย &amp;nbsp;โดยพราหมณ์เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นครราชสีมา อ่านพิธีกรรมโองการ ซึ่งหลังจากพิธีกรช่องส่องผีทั้ง 3 คนกล่าวขอขมาแล้ว จากนั้นทั้งหมดได้เดินไปยังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีร่วมกันประกอบพิธีกรรมขอขมาลาโทษ โดย อ.เรนนี่เป็นคนกล่าวผ่านเครื่องขยายเสียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราทั้งหมดขอเป็นตัวแทนครอบครัวช่องส่องผีเดินทางมาเพื่อกราบขอขมาดวงทิพย์ พระยาปลัดทองคำ ดวงทิพย์ท่านท้าวสุรนารี ดวงทิพย์คุณย่าบุญเหลือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกดวงจิตสถิต ณ สถานที่แห่งนี้ ต่อหน้าผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา ที่เคารพทุกท่าน ที่มีความเคารพและศรัทธาดวงทิพย์ของท่านทั้งสาม ข้าพเจ้าในนามช่องส่องผี ยอมรับผิดในความเข้าใจผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากประวัติศาสตร์ บัดนี้ข้าพเจ้าได้เข้าใจแล้ว ข้าพเจ้าต้องกราบขอขมาลาโทษที่ได้เผยแพร่รายการช่องส่องผีเกี่ยวกับประวิติศาสตร์ของท่านพระยาปลัดทองคำ ท่านท้าวสุรนารี ท่านย่าบุญเหลือ ที่ได้สร้างความไม่สบายใจให้กับพี่น้องชาวจ.นครราชสีมา ได้โปรดรับทราบและเป็นพยานว่า ข้าพเจ้าเหล่าพิธีกรและทีมงานรายการช่องส่องผี มีความสำนึกผิด พร้อมกันนี้ได้จัดเครื่องบวงสรวงสักการะอันเป็นมงคลทั้งหลายทั้งปวงนี้ถวายแด่ดวงทิพย์ทั้งสามท่าน ขอให้ดวงทิพย์ของท่านทั้งสามโปรดยกโทษอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าและทีมงานช่องส่องผี ณ บัดนี้เทอญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น อ.เรนนี่ได้กล่าวซ้ำเป็นภาษาโคราช โดยนายเชษฐวุฒิเปิดเผยว่า อ.เรนนี่ก็เป็นคนโคราช &amp;nbsp;ต้องขอขอบคุณ ผวจ.นครราชสีมา ที่ทำให้เกิดงานนี้ขึ้น ทำให้ชาวโคราชเข้าใจเจตนารมณ์ของพวกเรา สิ่งที่พวกเราทำเพื่อต้องการให้เกิดความสามัคคี และเชิดชูสถาบันหลักของชาติ และเพื่อเป็นการต่อยอดเจตนารมณ์ของรายการ จะมอบห้องแอดมิทความดันลบเคลื่อนที่ ให้กับ รพ.มหาราชนครราชสีมา&amp;nbsp;มูลค่าประมาณ 1.8 ล้านบาทเศษ สามารถใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ เพื่อป้องกันการสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งการมอบครั้งนี้ทางครอบครัวช่องส่องผี โดยประชาชนทั่วประเทศร่วมใจกันมอบให้เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ และขอให้ชื่อว่า &amp;quot;ห้องย่าโม&amp;quot; และ &amp;quot;ห้องย่าบุญเหลือ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้ได้มีกลุ่มข้าราชการบำนาญ นำโดยนายธีรพล ฤทธิพรพงศ์ ข้าราชการครูมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน สาขานครราชสีมา ตัวแทนลูกหลานย่าโม ย่าบุญเหลือ ประมาณ 3 คน ได้แหวกวงล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและการ์ดของช่องส่องผี เข้าประชิดตัวกล่าวกับนายเชษฐวุฒิ หรือบ๊วย ว่า อยากให้ลบคลิปช่องยูทูบออกให้หมดด้วย ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มลูกหลานย่าโมพยายามกรูขึ้นมาหานายเชษฐวุฒิ ทำให้นายเชษฐวุฒิรีบเดินแหวกฝูงชนลงบันไดไปขึ้นรถตู้ทันที เกิดการชุลมุนเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งหมดจะสลายตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;รายการโชว์ การสื่อสารกับวิญญาณ&amp;rdquo; รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,256 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความเชื่อที่มีผู้สามารถสัมผัส มองเห็นหรือสื่อสารกับวิญญาณได้จริง เมื่อถามถึงการรับชมรายการโชว์ทางโทรทัศน์หรือทางอินเทอร์เน็ต ในเรื่องเกี่ยวกับการที่มีผู้อ้างว่าสามารถสัมผัส มองเห็น หรือสื่อสารกับวิญญาณได้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.94 ระบุว่าไม่เคยรับชม ขณะที่ร้อยละ 45.06 ระบุว่าเคยรับชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามความเชื่อของผู้ที่เคยรับชมรายการโชว์ทางโทรทัศน์หรือทางอินเทอร์เน็ต ในเรื่องเกี่ยวกับการที่มีผู้อ้างว่าสามารถสัมผัส มองเห็นหรือสื่อสารกับวิญญาณได้จริง พบว่า ร้อยละ 5.83 ระบุว่าเชื่อมาก เพราะประสบการณ์พบเจอจริงมากับตัวเอง และเป็นความเชื่อส่วนบุคคล, ร้อยละ 23.67 ระบุว่าค่อนข้างเชื่อ เพราะดูรายการแล้วรู้สึกว่ามีผู้สามารถสัมผัส มองเห็นหรือสื่อสารกับวิญญาณได้จริง และมีประสบการณ์พบเจอจริงมากับตัวเอง, &amp;nbsp;ร้อยละ 37.46 ระบุว่าไม่ค่อยเชื่อ เพราะมองว่าเป็นเรื่องโกหก มีการเตี๊ยมกันก่อนทำรายการ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล และเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ และร้อยละ 33.04 ระบุว่าไม่เชื่อเลย เพราะมองว่าเรื่องเหล่านี้ไม่มีอยู่จริง รายการไม่ค่อยมีความน่าเชื่อถือ เป็นการสร้างเรื่องสมมติขึ้นมา และเป็นเรื่องที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 72.69 ยังเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐควรเข้ามาควบคุมรายการโชว์ทางโทรทัศน์หรือทางอินเทอร์เน็ต ที่เกี่ยวกับการอ้างว่าสามารถสัมผัส มองเห็นหรือสื่อสารกับวิญญาณได้ เพื่อป้องกันการหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ เนื่องจากรายการประเภทนี้เริ่มมีจำนวนมากขึ้น และควรทำการตรวจสอบอย่างเข้มงวดกับรายการประเภทนี้ในการนำเสนอเรื่องราวบิดเบือนความเป็นจริงหรือให้ข้อมูลเท็จกับประชาชน ขณะที่ร้อยละ 21.58 ระบุว่าไม่ควรเข้ามาควบคุม เพราะไม่มีความจำเป็น เนื่องจากเป็นความเชื่อส่วนบุคคล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71921</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์, วิเชียร จันทรโณทัย, ศราวุฒิ วรพัทธ์ทวีโชติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f143e4fd296b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลาวแจ้งจับ นันกิ่งเพชร ล่อซื้อรีดเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจโคราชมั่นใจ อาทิตย์นี้ขอหมายจับแก๊งกรรโชกทรัพย์คดีละเมิดลิขสิทธิ์ สาวลาวโผล่แจ้งความถูก &amp;quot;นัน กิ่งเพชร&amp;quot; จ้างทำแก้วเก็บความเย็นลายการ์ตูนรีด 3 หมื่น &amp;quot;อัจฉริยะ&amp;quot; นัดเหยื่อรวมตัวร้อง ผบช.น.สอบตำรวจท้องที่มีเอี่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ การสืบสวนสอบสวนคดีกรรโชกทรัพย์ละเมิดลิขสิทธิ์มีความคืบหน้าไปมาก และพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด โดยรอเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนที่เกี่ยวข้อง มั่นใจว่าภายในสัปดาห์นี้จะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พญาไท น.ส.พมหอม หลวงทิลาด อายุ 31 ปี สัญชาติลาว ผู้เสียหายซึ่งเคยถูกจับกุมในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น เข้าแจ้งความ ร.ต.อ.พีรพงษ์ โพธิ์ศรี รอง สว. (สอบสวน) หลังถูกนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนายนัน กิ่งเพชร ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ปราบปรามคดีทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท นิว สตาร์ มีเดีย จำกัด จับกุมและข่มขู่กรรโชกทรัพย์ จำนวน 30,000 บาท หลังถูกล่อซื้อถุงใส่แก้วน้ำลายการ์ตูนเรื่องวันพีซ จำนวน 10 ชุด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2561&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พมหอมกล่าวว่า ช่วงประมาณวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ตนได้โพสต์ภาพแก้วเก็บความเย็นลายลิขสิทธิ์วันพีซที่พี่มอบให้เป็นของขวัญวันเกิด จากนั้น 1-2 วัน มีผู้ใช้เฟซบุ๊กใช้รูปโปรไฟล์ขายเครื่องสำอางทักข้อความติดต่อขอซื้อ โดยระบุว่าต้องการลายการ์ตูนเรื่องวันพีซ จำนวน 10 ชุด พร้อมโอนเงินมัดจำมา 500 บาท แต่ตอนนั้นยังไม่มีของเพราะไม่ได้ขายเป็นอาชีพ ทำเพียงเป็นรายได้เสริม จึงติดต่อไปว่าจะขอโอนเงินคืน แต่ทางผู้ล่อซื้อต้องการสินค้า ญาติพยายามช่วยหาจนพบลายการ์ตูนเรื่องวันพีซ ซึ่งลายที่ได้เป็นลายการ์ตูนตัวละคร &amp;ldquo;ลูฟี่&amp;rdquo; แต่เป็นคนละลายกับที่โพสต์ไว้ จึงได้ถ่ายภาพส่งไปให้ ก่อนจะนัดส่งมอบกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยครั้งแรกนัดส่งมอบวันที่ 14 สิงหาคม 2561 ช่วงบ่าย แต่อีกฝ่ายขอเลื่อนนัดส่งมอบเป็นช่วงเช้าวันที่ 15 สิงหาคม 2561 นัดส่งมอบกันบริเวณอาคารใกล้เคียงบีทีเอสพญาไท ตนจึงว่าจ้างวิน จยย.มาส่งของ ก่อนจะถูกจับกุม โดยวิน จยย.ได้ติดต่อมาหาตนพร้อมบอกว่าถูกล่อซื้อ สำหรับของที่ถูกล่อซื้อเป็นแก้วเก็บความเย็นลายคิตตี้ ถุงใส่แก้วลายละครเรื่องวันพีซ จำนวน 10 ชุด ราคาชุดละ 390 บาท โดยผู้ซื้อได้โอนมัดจำ 500 บาท ก่อนในวันจับกุมจะเอาเงินมาให้ 1000 บาท พร้อมยึดแก้วและถุงใส่แก้วเป็นของกลาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พมหอมกล่าวว่า จากนั้นตนจึงเดินทางมาที่ สน.พญาไท พบนายนัน บุคคลที่เป็นข่าวล่อซื้อกระทงลายลิขสิทธิ์เด็ก 15 ปี ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้พูดคุย โดยนายนันได้ให้เอกสารกระดาษ A4 เป็นปึกหนาๆ พร้อมอ้างเป็นตัวแทนบริษัท แต่ไม่ยินยอมให้ตนถ่ายภาพเก็บไว้ พร้อมเรียกเงินค่าลิขสิทธิ์จำนวน 60,000 บาท ก่อนพูดข่มขู่โดยอ้างกฎหมายว่าจะต้องอยู่ในห้องขังและจะติดคุก 5-6 เดือน หากไม่นำเงินมาจ่าย และจะต้องโดนยึดหนังสือเดินทาง แต่ตนไม่มีเงินจ่ายจริงๆ เพราะติดต่อญาติไม่ได้ ต่อรองขอจ่าย 10,000 บาท ก่อนที่นายนันและพวกจะพาตนไปพูดคุยด้านข้าง สน.พญาไท พยายามพูดต่อรองจนตนต้องจ่ายเงินจำนวน 30,000 บาท โดยได้มีการจ่ายเงินต่อหน้าพนักงานสอบสวนและได้มีการลงบันทึกไว้ ซึ่งก่อนจะถอนแจ้งความ นายนันให้ตนลบข้อมูลการติดต่อซื้อขาย รวมถึงภาพต่างๆ ออกจนหมดถึงจะยอมถอนแจ้งความ ทั้งนี้ ขั้นตอนการเจรจาค่าลิขสิทธิ์ ทางตำรวจไม่ได้เกี่ยวข้อง ให้ตนและนายนันไปพูดคุยตกลงกันเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.อ.พีรพงษ์กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ และรับเป็นคดีความในส่วนที่ผู้เสียหายร้องทุกข์ไว้ในข้อหากรรโชกทรัพย์ ส่วนข้อหาที่ผู้เสียหายอยากแจ้งเพิ่มเติมว่าถูกข่มขู่ด้วยนั้น จะมีการนัดมาสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไลฟ์สดทางเพจเฟซบุ๊ก แจ้งว่า วันที่ 11 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. จะนำผู้เสียหายจำนวนหนึ่งที่ถูกล่อซื้อสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เข้าร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 โดยนัดรวมพลกันที่ สภ.เมืองนครราชสีมา จึงขอให้ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อสามารถมารวมตัวได้ โดยจะมีการเอาผิดขบวนการนายประจักษ์ โพธิ์ผล ที่อ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ และนายนัน กิ่งเพชร หรือนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ ที่จับกุมเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ทำกระทงรูปการ์ตูนใน จ.นครราชสีมา ในข้อหา ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ แจ้งความเท็จ ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวันอังคารที่ 12 พ.ย. เวลา 10.00 น. จะนำผู้เสียหายเข้าพบผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ขอให้มีการตรวจสอบการรีดไถ่ กรรโชกทรัพย์ จากกลุ่มคนอ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ ในพื้นที่ สน.พญาไท / สน.บางซื่อ โดยเฉพาะ สน.พญาไท มีคดีเกิดขึ้นอันดับ 1 โดยให้ตรวจสอบ รายงานประจำวัน เล่ม ข. ของ สน.พญาไท ย้อนหลัง จากข้อมูลพบว่า สน.ดังกล่าวมีการแบ่งส่วนแบ่งคดี เช่น การจับกุมที่เป็นคดี ตำรวจทำคดีจะได้รับส่วนแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ไม่เป็นคดีจะได้รับส่วนแบ่งขั้นต่ำ 1,000 บาท ชุดจับกุมได้ส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งนี้การจับกุมต้องมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ซึ่งคนไม่มีสีไม่สามารถทำได้แบบนี้ได้แน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังฝากไปถึงกระทรวงพาณิชย์ที่ดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญา ควรสั่งการให้มีการทำลายละเอียดสินค้าที่เป็นลิขสิทธิ์เผยแพร่ในเว็บไซต์ เพื่อประชาชนทราบ จะไม่ตกเป็นเหยื่อขบวนการรีดไถ และหากผู้เสียหายรายย่อยมีการรวมตัวกัน เชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า 10,000 รายทั่วประเทศ ให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับขบวนการดังกล่าว และควรตรวจสอบตัวแทนลิขสิทธิ์ที่ได้รับมอบอำนาจว่าถูกต้องหรือไม่ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความและอนุกรรมาธิการประจำคณะกรรมาธิการการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ วุฒิสภา กล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติน่าจะพิจารณาคดีเกี่ยวกับละเมิดลิขสิทธิ์, คดีเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หากมีบุคคลใดกล่าวอ้างจับกุมผู้กระทำผิดประจำสถานีตำรวจ เจ้าพนักงานตำรวจจะต้องแจ้งให้ทนายความอาสาให้บริการคำปรึกษาด้านกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันนี้ ทางสภาทนายความฯ ได้มีการจัดทนายประจำโรงพักตามแผนปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมแล้ว ฉะนั้นก็จะให้ทนายมาร่วมรับฟังและสอบถามข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้กล่าวหาและผู้ถูกจับกุม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49951</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชา ปรมีศณาภรณ์, พมหอม หลวงทิลาด, พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์, ภูมิภากร ถินสุวรรณ์, ร.ต.อ.พีรพงษ์ โพธิ์ศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc80acbd3dab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
