<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเชือดคกก.สอบวินัย &#039;อดีตผู้การเมืองเลย&#039; ทำงานช้าสรุปผลไม่ทันจนมีคำสั่งกลับเข้ารับราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมชงเรื่องเข้า ก.ตร.ไล่ออก &amp;quot;สุทิพย์&amp;quot; อดีตผู้การเมืองเลยโกงเงินลูกน้อง แม้จะได้กลับเข้ารับราชการตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ที่สอบวินัยยังไม่เสร็จสิ้น แต่ความผิดทางอาญาชัดเจนเข้าสู่กระบวนการอัยการแล้ว

20 ส.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการจังหวัดเลย(ผบก.ภ.จว.เลย) พร้อมพวกรวม 5 คน กลับเข้ารับราชการว่า หลังจากมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 5 ราย ที่เข้าข่ายกระทำความผิดการทุจริตในโครงการกู้ร่วมหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ ในพื้นที่บก.ภ.จว.เลย เข้ากลับมารับราชการ ซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ.ตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำความเห็นยืนตามความเห็นของกองวินัย จากนี้จะส่งเรื่องเข้าที่ประชุมก.ตร. เพื่อให้ดำเนินการไล่ออกตามระบบต่อไป สำหรับข้าราชตำรวจชั้นประทวน ที่ได้รับเสียหายจากเรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนรีบดำเนินการเยียวยามาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกรณีดังกล่าว&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง ตร.ที่ 421/2563 ให้ข้าราชการตำรวจกลับคืนสู่ฐานะเดิมและกลับเข้ารับราชการ นั้นเนื่องจากการดำเนินการทางวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.เลย กับพวกรวม 5 นาย กรณีถูกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยต้องหาคดีอาญาข้อหา ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4,5 และ 12 และ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 15 ส.ค. 2563 คณะกรรมการสอบสวน ได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้น มีความเห็นมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจากการพิจารณา โดยกองวินัยพบว่าข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอต่อการพิจารณาสั่งการ จึงได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการสอบสวน ทำการสอบสวนเพิ่มเติม และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน แต่การพิจารณาสั่งการดังกล่าว ล่วงเลยตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ตาม มาตรา 87 วรรคสอง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยเหตุจำเป็นไปในการขยายระยะเวลาการพิจารณาสั่งการทางวินัย พ.ศ.2547 ข้อ 5 เนื่องด้วยกฎหมายกำหนดไว้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ กับพวก รวม 5 นาย กลับคืนสู่ฐานะเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีอาญาทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน มีความเห็นสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาในความผิดฐาน &amp;quot;ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน&amp;quot; ต่อพนักงานอัยการ โดยคดียังอยู่ในชั้นพิจารณาของพนักงานอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการสอบ พล.ต.ต.สุทิพย์ ทำไมถึงดำเนินการล่าช้าไม่สามารถสรุปผลการสอบสวนได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด เป็นเหตุให้ต้องมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 5 นายนี้กลับเข้ามารับราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75044</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., จ.เลย, ทุจริตเงินสหกรณ์, บิ๊กสีกากี, ผู้การสุทิพย์, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, ไล่ออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3beb700bf33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กแป๊ะร้อน!สั่งเค้นคณะตรวจสอบอดีตผู้การเลยทำงานอืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เรียกประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลยกับพวก รวม 5 นาย กลับเข้ารับราชการหลังถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน ในฐานความผิดวินัยร้ายแรง จากกรณีทุจริตโครงการกู้รวมหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย โดยจะมีการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ถึงเหตุผลที่มีการดำเนินการล่าช้า จนไม่สามารถสรุปผลการสอบสวนได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด จึงเป็นเหตุให้ต้องมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 5 นายนี้กลับเข้ามารับราชการ แต่ยืนยันว่า พล.ต.ต.สุทิพย์ และพวกมีความผิดชัดเจน จึงต้องมีการแยกสำนวนผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 นายเป็นรายบุคคล เพื่อไม่ให้การพิจารณาความผิดทับซ้อนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับให้ทำคดีนี้ให้เกิดความเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสียขวัญกำลังใจ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74905</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ, อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cb547b4c34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้การฯเลย กลับเข้ารับราชการ เหตุสอบวินัยไม่แล้วเสร็จคดีโกงสหกรณ์ตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 -&amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อให้ความสนใจสอบถามในประเด็นที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง ตร.ที่ 421/2563 ให้ข้าราชการตำรวจกลับคืนสู่ฐานะเดิมและกลับเข้ารับราชการ นั้น&amp;nbsp;ขอเรียนชี้แจงประเด็นในส่วนของการดำเนินคดีทางอาญาและการดำเนินทางวินัยของข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง จากกรณีสืบเนื่องคดีที่สังคมให้ความสนใจ เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ในกรณีของประชาชนและกลุ่มข้าราชการตำรวจ ภ.จว.เลย มีหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม การทุจริตในโครงการกู้รวมหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่หนึ่งในส่วนของการดำเนินคดีอาญาทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้ดำเนินการสอบสวนเรื่อยมา กระทั่งมีความเห็นสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาหลายราย ในความผิดฐาน &amp;quot;ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน&amp;quot;&amp;nbsp;ต่อพนักงานอัยการ โดยคดียังอยู่ในชั้นพิจารณาของพนักงานอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สองในส่วนของการดำเนินการทางวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.เลย กับพวกรวม 5 นาย กรณีถูกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยต้องหาคดีอาญาข้อหา ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4,5 และ 12 และ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2563 คณะกรรมการสอบสวน ได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้น มีความเห็นมายัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจากการพิจารณา โดยกองวินัยพบว่าข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอต่อการพิจารณาสั่งการ จึงได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการสอบสวน ทำการสอบสวนเพิ่มเติม และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน โดยคณะกรรมการสอบสวน ได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเรื่อยมาโดยตลอด หากแต่การสอบพยานบุคคลยังไม่เสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการพิจารณาสั่งการดังกล่าว ล่วงเลยตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ตาม มาตรา 87 วรรคสอง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยเหตุจำเป็นไปในการขยายระยะเวลาการพิจารณาสั่งการทางวินัย พ.ศ.2547 ข้อ 5 เนื่องด้วยกฎหมายกำหนดไว้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ กับพวก รวม 5 นาย กลับคืนสู่ฐานะเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า แต่ข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องยังคงเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญา ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการตามที่ได้นำเรียนข้างต้น&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หากผลการสอบสวนเพิ่มเติม ในคดีวินัยส่งกลับมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว กองวินัยจะพิจารณามีความเห็นตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74825</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉ้อโกงประชาชน, ผบก.ภ.จว.เลย, ผิดวินัยร้ายแรง, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3bb776dfad8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนวนถึงอัยการ ฟ้องผู้การสุทิพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจหอบสำนวนกว่า 7 หมื่นแผ่นเสนออัยการสั่งฟ้อง &amp;quot;ผู้การสุทิพย์&amp;quot; กับพวกฉ้อโกงประชาชน เสียหาย 600 ล้าน เผยต้นเหตุมาจากตั้งวงแชร์แล้วเงินชอร์ต เท้าแชร์เกลี้ยกล่อมผู้การเข้าหุ้น ให้ลูกน้องกู้เงินสหกรณ์มาร่วมลงทุน กระทั่งผู้พิพากษา 3 คนและอัยการ 2 คนยังติดร่างแห
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนนี้ ที่สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวน พร้อมคณะพนักงานสอบสวน ได้นัด น.ส.ธิญาดา หรือนุช วิภาวรกานต์ ผู้ต้องหากับพวกจำนวน 29 ราย นำความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบแฟ้มสำนวนเอกสารจำนวน 212 แฟ้ม 48 กล่อง เป็นเอกสาร 72,560 แผ่น มาส่งมอบให้นายวิชาญ ธรรมสุจริตกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร รับสำนวนไว้พิจารณา ภายหลังรับสำนวน นายวิชาญก็จะตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาสำนวนที่ได้รับมา โดยนัดผู้ต้องหาให้มาฟังคำสั่งครั้งแรกในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00 น. ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 29 คน ได้รับการปล่อยชั่วคราวไม่ต้องมีหลักทรัพย์ เนื่องจากเดินทางมาพบอัยการเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นในช่วงปี 2556 กลุ่มผู้ต้องหาได้มีการเรียกระดมทุน (แชร์) โดยอ้างว่าหากมีการนำเงินมาลงทุนจะได้รับผลตอบแทน 4% จากเงินลงทุนต่อสัปดาห์ จนมีชาวบ้านหลงเชื่อ ซึ่งการระดมทุนดังกล่าวมีการนำเงินของผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ไปส่งเป็นรายได้ให้แก่ผู้ร่วมลงทุนในรายแรกๆ ลักษณะแชร์ลูกโซ่ จนต่อมาโครงการเงินทุนดังกล่าวได้ล้ม เนื่องจากไม่มีเงินทุนจ่ายให้ผู้ร่วมลงทุน กลุ่มผู้ต้องหาจึงได้ไปชักชวน พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ในขณะนั้น ให้ชักชวนตำรวจนำเงินมาลงทุนกับกองทุนดังกล่าว โดยใช้วิธีการกู้เงินจากโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จ.เลย รวมกว่า 200 ล้านบาท เพื่อที่จะนำไปเป็นรายได้ จนภายหลังผู้เสียหายไม่ได้รับเงินคืนเกิดความเดือดร้อน ซึ่งคดีนี้ทั้งผู้เสียหายที่เป็นประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ดังกล่าวสูญทรัพย์สินเป็นเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 600 ล้านบาท เหตุเกิดในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 35 คน พนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 30 คน สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 5 คน โดยมีผู้ต้องหาหลบหนี 1 คน จึงสามารถส่งตัวผู้ต้องหาในวันนี้ได้ 29 คน ในจำนวนผู้ต้องหาที่มาในวันนี้มี พล.ต.ต.สุทิพย์ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย เดินทางมาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาที่เป็นข้าราชการในกระบวนการยุติธรรมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการ และศาล โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ต้องหาที่เป็นผู้พิพากษา 3 คน และพนักงานอัยการ 2 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37647</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธิญาดา วิภาวรกานต์, ผู้การสุทิพย์, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, วิชาญ ธรรมสุจริตกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf67146dd31e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.ภ.4 ย้ำชัดสั่งฟ้อง &#039;ผู้การสุทิพย์&#039; พร้อมพวกโกงเงินตำรวจเลยในเดือน ต.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.61 - ที่ศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้า (ศปก.) สภ.เมืองขอนแก่น พล.ต.ต.สุระชัย&amp;nbsp;ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ความคืบหน้าในการสืบสวนและสอบสวนคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย นั้นขณะนี้พนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนได้เร่งลงพื้นที่เพื่อสอบปากคำพยานครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เนื่องจากคดีความดังกล่าวนี้นั้นแม้จะเกิดขึ้นในพื้นที่ บช.ภ.4 แต่มูลความผิดและเส้นทางทางการเงินนั้นประจายอยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุระชัย กล่าวว่า การสอบสวนเส้นทางทางการเงินนั้นจะเริ่มจากเดือน ม.ค.2560 ที่เงินจากตำรวจ จ.เลย ส่งมอบให้กับ พล.ต.ต.สุทิพย์&amp;nbsp;ผลิตกุศลธัช อดีต รอง ผบช.สกพ.(อดีตรองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.เลย นั้นมีเส้นทางทางการเงินกระจายไปในหลายจังหวัด ดังนั้นการแกะรอยเพื่อนำเงินมาคืนให้กับตำรวจนั้นทั้งหมดต้องรัดกุม รอบคอบ ซึ่งพนักงานสอบสวน ร่วมของ บช.ภ.4 และที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แต่งตั้งขึ้นนั้นได้ทำงานทุกวัน ทั้งการสอบสวนที่ บช.ภ.4 จ.ขอนแก่นและการลงพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ เพื่อให้การสรุปสำนวนคดีนั้นสามารถที่จะสั่งฟ้องได้ทันภายในเดือน ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ได้มีการแจ้งข้อกล่าวให้กับผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมดรวมกว่า 40 ราย มีการสอบปากคำพยานไปแล้ว 400 ปาก ขณะที่การยึดคืนทรัพย์สินนั้นได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกวัน สำหรับเงินสดที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทยอยนำมาคืนหลังทราบว่าเงินนั้นเป็นของตำรวจเลย ก็จะมีการทยอยนำมาคืนให้กับพนักงานสอบสวนแล้วรวมกว่า 40 ล้านบาท ทั้งหมดจึงยังคงตกเป็นของกลางในคดีที่พนักงานสอบสวนต้องนำเสนอต่อศาลเพราะการคืนเงินให้กับตำรวจนั้นต้องรอการพิจารณาจากศาลเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า ในการสั่งฟ้องคดีความดังกล่าวนี้อาจจะมีการสั่งฟ้องที่ศาลอาญากลาง กรุงเทพฯ เนื่องจากฐานความผิดกระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ ส่วนการคืนทรัพย์สินและเงินสดให้กับผู้เสียหาย ชุดแรกที่เป็นข้าราชการตำรวจเลยรวม 196 รายนั้น จะต้องรอฟังคำสั่งศาลหลังการสั่งฟ้อง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้มีการตรวจสอบยอดเงินและความเสียหายของตำรวจทุกรายแล้ว เพื่อที่จะจัดลำดับขั้นตอนแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ผู้การสุทิพย์, พล.ต.ต.สุทิพย์  ผลิตกุศลธัช, พล.ต.ต.สุระชัย ควรเดชะคุปต์, โกงเงินสหกรณ์ตำรวจเลย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc822fda1670.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2018 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2018 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบพยานทั่วประเทศ 300 ปาก มัดเครือข่ายอดีตผู้การเมืองเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.61 -&amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้า&amp;nbsp; กรณีกลุ่มข้าราชการตำรวจ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน ต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เรื่องการทุจริตในโครงการกู้รวมหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย ว่าหลังจากที่ ได้มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช และพวกรวม 5 นาย ออกจากราชการไว้ก่อนพร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และ ต่อมามีการตรวจสอบพบ ข้าราชการตำรวจอีกจำนวน 15 นาย มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยรับโอนเงินจากกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดในคดีนี้ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีตนเองหรือบัญชีบุคคลใกล้ชิด&amp;nbsp; ทาง ตร. จึงมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 15 นาย มาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.ตร. พร้อมตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป&amp;nbsp; โดยวันที่ 2 ต.ค. 61 ได้มีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องอีก 12 ราย ส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp; และได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติหน้าที่ยัง ศปก.ตร. พร้อมตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมประกอบด้วย ข้าราชการตำรวจ 8 นาย กรณีพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องรับโอนเงินจากกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิด และพนักสอบสวนในคดีนี้อีก 11 นาย กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ความคืบหน้าทางคดีขณะนี้ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพยาน ให้มาสอบสวนปากคำ ประมาณ 300 คน ซึ่งได้นัดหมายในสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป โดยจะกำหนดสถานที่เข้าพบ ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคตะวันออกชลบุรี ภาคอีสานขอนแก่น เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้กับพยาน

การยึดทรัพย์ ได้ยึดทรัพย์ไปแล้ว 2 ครั้ง มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 180 ล้าน บาท นำส่ง ปปง. เพื่อดำเนินการตามระเบียบ พร้อมกันนี้ ยังมีผู้นำเงินสดมาคืนแล้วประมาณ 12 ล้านบาท เพราะทราบว่าเงินที่ได้มานั้นอาจจะข่ายผิดกฎหมาย ซึ่งจะได้นำมาเฉลี่ยทรัพย์ให้กับผู้เสียหายต่อไป สำหรับผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัว ได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิด ร่วมกันกู้ยืนเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาขน ตาม พระราชกำหนด การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 12 แล้ว จำนวน 25 คน เหลืออีก 12 คน จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ทางคดีมีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าช่วงปลายเดือนตุลาคม 2561 จะแล้วเสร็จ

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า คดีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับในส่วนของการดำเนินการทั้งทางอาญา และวินัย ให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย และกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp; ตามกรอบระยะเวลา สำหรับการแก้ไขปัญหาสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับความเดือดร้อน ทางผู้บังคับบัญชา ได้มีการตกลงกับสถาบันการเงินหรือธนาคารเจ้าหนี้เพื่อขอผ่อนพันการชำระหนี้ และในส่วนของสหกรณ์เลย ได้ขยายวงเงินกู้ฉุกเฉินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประกอบกับการงดชำระเงินต้นในเบื้องต้นก่อน ซึ่งมั่นใจว่าข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยและผู้เสียหายในคดีนี้ จะได้รับความช่วยเหลือเยียวยาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19218</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารจัดการหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb22d586487d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเพิ่มอีก12คน แก๊งสุทิพย์ต้มตร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; ควงรอง ผบ.ตร.สอบคดีเครือข่าย &amp;quot;สุทิพย์&amp;quot; โกงตำรวจเลยกว่า 200 ล้าน เผยจับเพิ่มอีก 12 คน มี จนท.ส่วนยุติธรรมร่วมด้วย ขณะเดียวกัน ผบ.ตร.มีคำสั่งเด้งพนักงานสอบสวนที่ทำงานบกพร่อง 11 นาย ยันไม่เกิน 2 อาทิตย์สรุปสำนวนส่งอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 2 ตุลาคมนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รรท.ผบช.สตม.) กล่าวถึงการดำเนินคดีกับเครือข่าย พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่ร่วมกันฉ้อโกงเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ จ.เลย มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท ว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 12 คน ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ส่วนยุติธรรมรวมอยู่ด้วยประมาณ 6-7 คน ซึ่งทั้ง 12 คนเป็นแถวที่ 3 มีเงินไหลเวียนในบัญชี 50-60 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เรื่องการฉ้อโกงเงินสหกรณ์ออมทรัพย์จังหวัดเลย ตั้งแต่มีการดำเนินการมาจนถึงวันนี้แยกเป็น 2 ส่วน ทั้งการสืบสวนและสอบสวน มี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนสืบสวน ในส่วนของสำนวนสอบสวนขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก หลังจากนี้น่าจะไม่เกิน 2 สัปดาห์ คงสามารถสรุปสำนวนการสอบสวนทั้งหมดส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องได้ ส่วนการจับกุมจนถึงขณะนี้ มีการจับกุมผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปแล้ว 44 ราย อายัดทรัพย์ไปแล้วกว่า 200 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้จะเห็นได้ว่าความเสียหายเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย 200 กว่าล้าน ส่วนประชาชนทั่วไปถูกหลอกลวงประมาณ 700 ล้านบาท แต่ประเด็นขณะนี้ประชาชนผู้เสียหายที่มาแจ้งความยังไม่มากนัก ฝากไปยังประชาชนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ให้มาแจ้งความที่พนักงานสอบสวนภูธรภาค 4 และในเย็นนี้ผมจะลงไปสอบสวนพร้อมด้วย&amp;quot; พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เปิดเผยต่อว่า ผู้เสียหายที่เป็นตำรวจชั้นผู้น้อยขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วง เราสามารถนำเงินมาคืนได้เกือบทั้งหมด เพราะทรัพย์สินที่ยึดมาได้แล้วกว่า 200 ล้านบาท เราจะเอาความเป็นธรรมทั้งหมดคืนให้ตำรวจชั้นผู้น้อย ขณะเดียวกันวันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนชุดเดิมที่พบความบกพร่องจำนวน 11 นาย ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) วันนี้ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ในส่วนตำรวจชุดใดก็ตามที่ทำคดีแล้วไม่มีการอายัดเงิน แจ้งการจับกุม หรือปล่อยปละละเลย เป็นความผิด การทำหน้าที่เราไม่ปกป้องใคร ให้ความเป็นธรรมกับทุกส่วนอย่างแท้จริง ส่วนของเจ้าหน้าที่ยุติธรรมที่ร่วมกระทำความผิดเครือข่าย พล.ต.ต.สุทิพย์นั้น เราได้มีการประสานต้นสังกัดและผู้บังคับบัญชาระดับสูงทุกด้าน ทั้งหมดที่ถูกจับกุมเรามีหลักฐานชัดเจน มีเส้นทางการเงินที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นำมาแสดง และเจ้าตัวก็รับสารภาพ โดยรับว่ามีการชักชวนให้มาลงทุนจริง เอาเงินคนอื่นมาลงทุนโดยได้เปอร์เซ็นต์ 10 เปอร์เซ็นต์ต่อสัปดาห์ เงินที่นำมาลงทุนคือเงินของสหกรณ์จังหวัดเลยนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.30 น. พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หน.กองข่าว มทบ.23 พร้อมด้วย พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.สภ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวนสอบสวนคดีสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารเข้ายึดอายัดทรัพย์ผู้ต้องหาในคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยเพิ่มเติม โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย 2 จุด ประกอบด้วย บ้านเลขที่ 888/71 หมู่บ้านสปริงเพลส ริมบึงหนองโคตร ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในสังกัดกระทรวงยุติธรรม รวมมูลค่า 15 ล้านบาท และจุดที่สองคือ ห้องชุด เลขที่ 123/131 ชั้น 16 เดอะเฮาส์คอนโด ตั้งอยู่ใจกลางเมืองขอนแก่น เป็นคอนโดฯ ที่ น.ส.หทัยภัทร ผลิตกุศลธัช บุตรสาวของ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงเงินของข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดเลยจำนวน 196 ราย รวม 240 ล้านบาท นอกจากนี้กำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดยังได้ลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินของนายแพทย์รายหนึ่ง ซึ่งเปิดเป็นคลินิกแอนด์สปา ใจกลางเมืองร้อยเอ็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.แดนไพรกล่าวว่า คดีนี้มีการแจ้งข้อหา พล.ต.ต.สุทิพย์ พร้อมพวกรวม 17 คน ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และข้อหาร่วมกันฉ้อโกงไปแล้ว ขณะนี้มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนอีก 12 คน จากการสอบสวนบางคนยอมรับว่ามีการถ่ายโอนเงินจริงและนำเงินไปซื้อทรัพย์สิน จึงยอมให้ยึดอายัดบ้านเพื่อขายนำเงินมาคืนผู้เสียหายตามกระบวนการต่อไป เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดอายัดทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว โดยการยึดอายัดทรัพย์สิน 3 แห่งวันนี้ รวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18949</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb376225ddc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
