<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อยิงเจ้าของปั๊ม ผัวตาย-เมียสาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุกจ่อยิงเจ้าของปั๊มน้ำมันในตัวเมืองสระแก้วเสียชีวิต ส่วนเมียบาดเจ็บสาหัส ตำรวจตั้งปมขัดแย้งธุรกิจ เรื่องส่วนตัว ผบ.สระแก้วสั่งคุ้มครองเมียเพราะเป็นพยานปากสำคัญ ส่วนที่ปัตตานี คนร้ายใช้ปืนสงกรามกราดยิงชาวบ้าน 1 ศพ ระบุเป็นความขัดแย้งในครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 30 กันยายนนี้ พ.ต.อ.ภิรมย์ จันทราภิรมย์ ผกก.สภ.เมือง จ.สระแก้ว รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันตายที่ปั๊มน้ำมันศรีสุวรรณรุ่งเรือง ในซอยโรงเลื่อย ถนนเทศบาล 6 อ.เมืองสระแก้ว จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบปั๊มน้ำมันดังกล่าว เป็นบ้านพัก 2 ชั้น ด้านล่างดัดแปลงเป็นปั๊มขนาดเล็ก พบศพนายประชา วรทัศน์ อายุ 52 ปี เจ้าของปั๊มน้ำมันดังกล่าว ถูกยิงที่บริเวณท้ายทอยทะลุเบ้าตา โดยมีปลอกกระสุนปืนขนาด .380 ตกอยู่หลายปลอก นอกจากนี้นางปรีดา วรทัศน์ ภรรยา ถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันรวม 4 นัด ที่แขนและหลัง ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว แพทย์นำเข้าห้องผ่าตัด ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ได้ลงพื้นที่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภิรมย์ พ.ต.ต.พูลทรัพย์ เสร็จสิ้น สว.งานพิสูจน์หลักฐาน จ.สระแก้ว และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ก่อนเปิดเผยว่า มือปืนบุกจ่อยิงผู้ตายและภรรยาอย่างใจเย็น คาดว่าเป็นมือปืนอาชีพ ส่วนสาเหตุ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องความแค้นด้านธุรกิจและผลประโยชน์ส่วนตัว ได้ให้ตำรวจตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งตลอดเส้นทางที่เกิดเหตุที่มีอยู่ จำนวน 11 ตัว ซึ่งกล้องสามารถจับภาพผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน จึงเชื่อว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ปัทมาภรณ์ วรทัศน์ อายุ 30 ปี ลูกสาวของ 2 สามีภรรยา ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุพร้อมญาติ ต่างพากันร้องไห้หลังทราบว่าบิดาเสียชีวิต พร้อมร้องขอให้ พล.ต.ต.สุรจิตเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว และบอกว่า ครอบครัวตนย้ายมาจาก จ.ฉะเชิงเทรา ซื้อที่ดินและปั๊มน้ำมันต่อจากเจ้าของเดิมเมื่อ 5 ปีก่อน ไม่เคยบาดหมางกับใคร พ่อแม่ก็ไม่เคยเล่าว่ามีปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายดำรงค์ฤทธิ์ กิตติวราภรณ์ อายุ 67 ปี เพื่อนบ้านซึ่งเป็นคนไข้ติดเตียง เปิดเผยว่า ช่วง 05.00 น. ตนนอนอยู่หน้าบ้าน ฟ้าเริ่มสางแล้ว จู่ๆ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4-5 นัด สิ้นเสียงปืน นางปรีดา หรือโอ๋ ก็มาเคาะประตูเรียกขอความช่วยเหลือ ตะโกนว่า &amp;quot;หนูถูกยิงๆ&amp;quot; จากนั้นก็ฟุบกับพื้น ตนจึงเรียกแม่บ้านให้ไปดูและพานางโอ๋ไปส่ง รพ. ส่วนตัวสามีได้ให้รถกู้ชีพมารับตัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรจิตเปิดเผยว่า ที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด แต่ได้ให้ชุดสืบสวนไล่ดูกล้องบริเวณใกล้เคียงแล้ว และไม่พบทรัพย์สินถูกรื้อค้นหรือสูญหายไป คาดว่าคนร้ายไม่ประสงค์ต่อทรัพย์ ตั้งปมไว้หลายประเด็นทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องธุรกิจ และเรื่องชู้สาว ตอนนี้ได้ส่งตำรวจมาคุ้มครองนางปรีดาอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นพยานปากสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัตตานี ร.ต.ท.ศุภวัฒน์ รินสาร รอง สว. (สอบสวน) สภ.กะพ้อ พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และกำลังทหารพราน ฉก.ทหารพรานที่ 43 เดินทางเข้าตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 1 คน ที่หน้าบ้านเลขที่ 22/1 หมู่ 2 ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ทั้งนี้เมื่อค่ำวันเสาร์ ขณะที่นายมะสกรี สาแม อายุ 46 ปี เจ้าของบ้านดังกล่าวพร้อมภรรยาและลูก รวม 6 คน กำลังเก็บลูกสะตอบริเวณหน้าบ้านซึ่งเป็นที่มืด ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ใช้จักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ &amp;nbsp;มาจอดอยู่ใกล้ๆ และใช้อาวุธปืนสงครามไม่ทราบชนิด ยิงใส่นายมะสกรีประมาณ 8 นัด ขณะนายมะสกรีกำลังแหงนหน้าสอยลูกสะตอที่ต้นหน้าบ้าน กระสุนถูกนายมะสกรีที่บริเวณหน้าท้อง ลำตัว ได้รับบาดเจ็บสาหัส และกระสุนถูก น.ส.นาเดีย โกะเล๊าะ อายุ 15 ปี บุตรสาว บริเวณขา ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่ง รพ.กะพ้อ แต่ปรากฏว่านายมะสกรี &amp;nbsp;ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า &amp;nbsp;คดีนี้มีข้อสันนิษฐานในเบื้องต้นคาดว่าเป็นปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว แต่ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้งไป ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;รอผลการตรวจวัตถุพยานจากพิสูจน์หลักฐาน และผลการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ และในส่วนของชุดสืบสวนก็จะเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องมาทำการสืบสวนขยายผลและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18745</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชา วรทัศน์, ปัทมาภรณ์ วรทัศน์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.ภิรมย์ จันทราภิรมย์, พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์, ร.ต.ท.ศุภวัฒน์ รินสาร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180930/image_big_5bb0d3ab3db32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ล่าเสี่ยอ้วน รอดหวุดหวิด มุ่งสู่ชายแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุมตัว &amp;quot;สายันต์&amp;quot; คนชี้เป้าฆ่า 2 ศพที่เขาชีจรรย์ทำแผน ตำรวจร่วมร้อยตรึงกำลังหวั่นถูกประชาทัณฑ์ ขณะที่กำลังอีกส่วนไล่จับ &amp;quot;เสี่ยอ้วน&amp;quot; กับสมุน ซิ่งรถหนีจนถึงสระแก้วก่อนรถประสบอุบัติเหตุไถลตกข้างทาง แต่ตัวเสี่ยอ้วนหนีรอดไปได้หวุดหวิด ตม.ยันยังไม่หนีออกนอกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี วันที่ 1 สิงหาคมนี้ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เปิดเผยถึงคดีนายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน บงการฆ่า น.ส.ปวีณา หรือปราย นาเมืองรักษ์ กับนายอนันชัย หรือฟอส จริตรัม อย่างเหี้ยมโหด หน้าองค์พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ว่าขอให้ประชาชนไว้วางใจเจ้าหน้าที่ตำรวจชลบุรีถึงการติดตามจับกุมตัวกลุ่มคนร้าย จะเป็นไปอย่างโปร่งใสตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าอำนาจเงินไม่สามารถซื้อจิตวิญญาณ เกียรติยศ และศักดิ์ศรีของข้าราชการตำรวจจังหวัดชลบุรีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.นันทชาติกล่าวว่า ขอฝากถึงเสี่ยอ้วน ให้นำผู้ร่วมทีมสังหารเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหากมีความสามารถหนีได้ก็หนีไป เจ้าหน้าที่รับประกันว่ากัดไม่ปล่อยอย่างแน่นอน และหากมีการต่อสู้ขัดขืน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการจับตายทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.ต.ต.นันทชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน ร.ต.อ.หญิงรสิตา เณรพงษ์ รองสารวัตรสอบสวน กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจอาสาเกือบ 100 นาย ควบคุมตัวนายสายันต์ ศรีสุข อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาที่เป็นคนชี้เป้า ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่ส่งพิกัดแจ้งความเคลื่อนไหวให้กับเสี่ยอ้วน ตามสถานที่ท่องเที่ยวในเขตเมืองพัทยาและอำเภอสัตหีบ รวม 6 จุด โดยเจ้าหน้าที่ได้คุมเข้ม เพราะหวั่นจะได้รับอันตรายจากกลุ่มทีมฆ่าและญาติผู้ตายที่โกรธแค้น แต่การทำแผนก็ผ่านไปได้ด้วยดี ท่ามกลางสื่อมวลชนทุกสำนักที่มาเฝ้ารอติดตามสถานการณ์รายงานข่าวในคดีนี้อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน สั่งการให้ชุดสืบสวนควบคุมตัวนายสายันต์ไปตรวจร่างกายยังโรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม เพื่อเป็นหลักฐานชี้ชัดว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายขณะสอบสวน ก่อนนำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยาภายหลังการทำแผนเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดสระแก้ว เวลา 09.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บท 3631 ภูเก็ต บริเวณช่วงกิโลเมตรที่ 5 คลองบางใน ถนนสาย 359 เขาหินซ้อน-วัฒนานคร ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว ใกล้กับวัดคาทอลิก เส้นทางมุ่งหน้าสู่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สระแก้ว ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.ชลบุรี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกันติดตามไล่ล่ารถยนต์ 3 คัน ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา กระทั่งพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวประสบอุบัติเหตุในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่ออกมาถีบจักรยานพบเห็น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบ กระทั่งทราบว่ารถคันนี้เกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมที่ จ.ชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นของนายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน ซึ่งตำรวจได้ออกหมายจับพร้อมกับนายจิรศักดิ์ อุนัยบัน และนายสายันต์ ศรีสุข ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และสามารถจับกุมนายสายันต์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุไว้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรจิตกล่าวว่า ขณะนี้ได้วางมาตรการป้องกันเสี่ยอ้วนหลบหนีออกนอกประเทศไว้แล้ว โดยมีด่านของนายทหารทุกหน่วยงาน ด่านของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และด่านของตำรวจท้องที่ ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ตั้งสกัดอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเชื่อว่าไม่สามารถออกไปประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างง่ายดาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวัสดิ์ ผกก.ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ขณะนี้ ตม.อรัญประเทศ และพื้นที่ชายแดนได้รับหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายแล้ว โดยได้สั่งการให้มีการวางมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยอย่างเคร่งครัด แต่ยังไม่พบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า กลุ่มคนร้ายชุดนี้นั่งรถหลบหนีมาด้วยกัน 3 คัน โดยรถคันที่ประสบอุบัติเหตุขับผ่านด่านตรวจยาเสพติด อ.วัฒนานคร ตั้งแต่ช่วงเวลา 13.58 น. วันที่ 31 ก.ค. คาดว่าจะใช้เส้นทางถนนสาย 317 สระแก้ว-จันทบุรี ก่อนจะขับเสียหลักลงข้างทางช่วงเวลาประมาณ 05.00-06.00 น. ซึ่งคาดว่าเสี่ยอ้วนอาจจะเดินทางมากับรถคันนี้ และมีรถคันอื่นมารับหลบหนีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.สระแก้ว นำโดย พ.ต.ต.พูลทรัพย์ เสร็จสิ้น เข้าเก็บหลักฐานภายในรถ พบกล้องติดรถยนต์ จึงนำไปตรวจสอบขยายผล พร้อมทั้งลากรถยนต์คันดังกล่าวไปเก็บไว้ที่ สภ.เมืองสระแก้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อกลางดึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าตอง นำโดย พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผกก.สภ.ป่าตอง พร้อมกำลังทหาร บก.ควบคุม พล.ร.5 (ชป.รส.ร.25) และฝ่ายปกครองอำเภอกะทู้ เข้าตรวจสอบสถานบันเทิง &amp;quot;ปุ้มปุ้ยบาร์&amp;quot; (Pum Pui Bar) เลขที่ 7 ล็อก B ซอยบางลา หาดป่าตอง อ.กะทู้ ของนายปัญญา หรือเสี่ยอ้วน พบว่ายังเปิดให้บริการตามปกติ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจสอบ พบว่าไม่มีใบอนุญาตสถานประกอบการ จึงควบคุมตัว น.ส.จารุพักตร์ นันตนะ อายุ 29 ปี ที่แสดงตัวเป็นผู้จัดการร้าน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตองดำเนินคดีในข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และสั่งปิดไม่มีกำหนดเพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักของเสี่ยอ้วน เลขที่ 169/52 ซอยพระเมตตา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ เป็นบ้านชั้นเดียว พื้นที่กว้างขวาง พบว่าใส่กุญแจไว้ จึงใช้เครื่องมือตัดกุญแจ ตรวจสอบพบเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง ใบทะเบียนการครอบครองอาวุธปืน 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ 1 คัน ทะเบียนรถจักรยานยนต์ 2 คัน สมุดบัญชีธนาคาร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14529</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง, พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี, พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวัสดิ์, พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล, พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์, ร.ต.อ.หญิงรสิตา เณรพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61b33ee82fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
