<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉาวซ้ำเกาะพะงัน ข่มขืนสาวนอร์เวย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิดเหตุซ้ำรอย แหม่มชาวนอร์เวย์แจ้งความถูกไอ้โฉดลวงไปข่มขืนบนเกาะพะงัน เหตุเพราะไปเที่ยวงานฮาฟมูน ปาร์ตี้ กลับถึงที่พักพบกระเป๋าเงินหาย เลยย้อนกลับไปหา คนร้ายทำทีเป็นพลเมืองดีให้ซ้อนจักรยานยนต์พาไปดู ก่อนขี่ออกนอกเส้นทาง เหยื่อไหวตัวโดดรถ กลับถูกทำร้ายก่อนข่มขืน ตำรวจเผยได้เบาะแสแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 13 พฤษภาคมนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ &amp;nbsp;พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีคนร้ายได้ก่อเหตุข่มขืนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหญิง 1 ราย ภายหลังได้หลบหนีไป เหตุเกิดในเขตพื้นที่ สภ.เกาะพะงัน ได้รับรายงานจาก สภ.เกาะพะงัน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 62 เวลาประมาณ 08.00 น. ได้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สัญชาตินอร์เวย์ อายุ 26 ปี เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายเป็นชาย 1 ราย โดยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้เดินทางไปท่องเที่ยว และพักแรมที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในเกาะพะงัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 11 พ.ค. เวลาประมาณ 23.00 น. ผู้เสียหายได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่งานฮาฟมูน ปาร์ตี้ หมู่ 3 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน หลังจากนั้นได้กลับไปยังที่พัก พบว่ากระเป๋าเงินที่พกติดตัวได้หายไป จึงเดินไปตามถนนย้อนกลับไปยังบริเวณงานเพื่อออกตามหา ระหว่างทางได้พบกับคนร้าย ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ หมายเลขทะเบียน ทำทีเป็นพลเมืองดีอาสาขี่รถพาผู้เสียหายออกตามหากระเป๋าเงิน จนกระทั่งไปถึงบริเวณถนนลูกรัง ซอยตรงข้ามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เกาะพะงัน ซึ่งผู้เสียหายสังเกตว่าคนร้ายน่าจะขี่รถออกนอกเส้นทาง จึงบอกให้หยุดรถ แต่คนร้ายไม่ยอมหยุด ผู้เสียหายจึงกระโดดลงจากรถ จากนั้นคนร้ายได้ใช้กำลังทำร้ายและข่มขืนก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า คดีนี้ พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามกฎหมาย รวบรวมพยานหลักฐาน อีกทั้งสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง และทำการถ่ายภาพ วาดแผนที่เกิดเหตุโดยสังเขป รวมถึงตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังลงพื้นที่หาเบาะแส ข้อมูลของคนร้าย และเร่งรัดตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงได้แจ้งสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย ให้ทราบถึงพฤติการณ์กรณีที่ชาวต่างชาติตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา รวมถึงรวบรวมรายละเอียดและพฤติการณ์ของผู้เสียหาย ให้กับทางกองบังคับการกองการต่างประเทศ ที่ทำการของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า คดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว พร้อมกันนี้ได้กำชับผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่ให้กำหนดมาตรการป้องกันเหตุ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก โดยหากเกิดเหตุต้องติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้โดยเร็ว ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนต้องดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรอบครอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับผู้ที่ก่อเหตุเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในพื้นที่ เวลา 08.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมชุดสืบสวน ชุดพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี กองกำกับการสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัด เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ลงพื้นที่ อ.เกาะพะงัน เพื่อร่วมสืบสวนหาข้อเท็จจริงในคดีนักท่องเที่ยวสาวชาวนอร์เวย์แจ้งความถูกข่มขืนเมื่อกลางดึกวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อภิชาติกล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหายอ้างว่าไปเที่ยวงานปาร์ตี้ฮาฟมูน ปาร์ตี้ เมื่อกลับถึงที่พักรีสอร์ท หมู่ 1 ต.เกาะพะงัน พบว่ากระเป๋าเงินหาย จึงออกไปตามหาพร้อมกับเพื่อนชาย แต่ไม่พบกระเป๋าเงิน เพื่อนชายจึงขอตัวกลับที่พักก่อน ส่วนฝ่ายหญิงเดินไปตามทางเท้าบนถนนสู่ชายหาด เพื่อย้อนไปที่งาน จนถึงที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากที่พักประมาณ 100 เมตร พบชายไม่ทราบสัญชาติ แต่เป็นชาวเอเชีย ขี่รถจักรยานยนต์มาอาสาพาไปตามหากระเป๋า ปรากฏว่าพาไปทำร้ายร่างกายและข่มขืน นอกจากนี้ การตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง พบเบาะแสผู้ต้องสงสัย ขณะนี้อยู่ระหว่างการตามหาตัวมาสอบปากคำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35758</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd9719e10263.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับอดีตกำนันค้ายา ยึดทรัพย์100ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ฯ ร่วมกับทหารและตำรวจ นำกำลังบุกจับผู้ใหญ่วอ อดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังใน อ.กาญจนดิษฐ์ ตรวจค้นบ้านหรูบนเนื้อที่ 2 ไร่ และร้านขายเหล้านอกใหญ่สุดในจังหวัด อายัดทรัพย์สินรวมกว่า 100 ล้าน หลังพบพฤติกรรมเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ เผยติดตามมา 3-4 ปีแล้ว แย้มยังมีตัวใหญ่กว่านี้ อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 เมษายนนี้ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี นำกำลังตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามเยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภาค 8 นำหมายศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เลขที่ 93/6 ลงวันที่ 4 เมษายน 2562 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 9/9 หมู่ 9 ริมถนนสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช ต.กะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ตกแต่งหรูหราบนเนื้อที่ 2 ไร่ จับกุมนายวรวุฒิ รัตนภูมิธนากุล หรือผู้ใหญ่วอ อายุ 45 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ เจ้าของบ้าน แจ้งข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์และยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด สอบสวนให้การซัดทอดถึงนายวรวุฒิเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจค้นบ้าน พบอาวุธปืนลูกซองยาวและอาวุธปืน 9 มม. รวม 2 กระบอก พร้อมกระสุน รถเก๋งยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู 2 คัน รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮาร์เลย์ เดวิดสัน 1 คัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 8 จึงอายัดบ้านและทรัพย์สินทั้งหมดมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ที่ต้องสงสัยได้มาจากการค้ายาเสพติดไว้ตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กำลังอีกชุดนำโดยนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 พล.ต.มโนช จันทร์คีรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 นำกำลังเข้าตรวจค้นร้านจำหน่ายสุราชื่อ &amp;ldquo;เหล้า@สุราษฎร์ธานี&amp;rdquo; เลขที่ 258/5 ถนนชนเกษม เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 3 คูหา ของนายวรวุฒิ ที่เพิ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายสุราใหญ่ที่สุดในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี โดยจากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า ได้นำเงินจากการค้ายาเสพติดมาฟอกเงินโดยซื้อกิจการร้านจำหน่ายสุราเดิมชื่อ ไทยแสง มาตกแต่งเปิดใหม่ มีสุราไทยและสุราต่างประเทศมูลค่าถึง 36 ล้านบาท รวมทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ตรวจสองทั้ง 2 แห่งกว่า 100 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ กล่าวว่า การตรวจค้นที่บ้านไม่พบยาเสพติด แต่พฤติการณ์ผู้ต้องหาเป็นนายทุนและเป็นผู้สั่งการเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งการสืบสวนได้ติดตามพฤติการณ์นายวรวุฒิมากว่า 3-4 ปีแล้ว และได้ตรวจสอบเส้นทางการค้ายาเสพติด พบมีเบื้องหลังเป็นนายทุนให้ผู้ค้ารายอื่นที่กำลังติดตามตัวหลายเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ ภักดี ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ส.ภาค 8 กล่าวว่า นายวรวุฒิถือเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาค 8 ที่ติดตามพฤติการณ์มานาน แต่ยังมีใหญ่ที่สุดกว่านี้ ตำรวจกำลังติดตามตัวอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33154</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190407/image_big_5ca9fc75bba9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งพักงานรตอ. เหตุแล้งน้ำใจ ไม่ช่วยชาวบ้าน แถมเหน็บแนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาวแพร่คลิป น้องสาวขี่รถมอเตอร์ไซค์จะไปสอบ ตำรวจเรียกตรวจใบขับขี่ รถเกิดดับไม่มีแรงสตาร์ทด้วยเท้า ขอร้องตำรวจให้ช่วย กลับได้รับคำตอบ ถ้าสตาร์ทไม่ติดก็เดินไป ทั้งโต้เถียงกับพี่ที่ไปช่วย ผบก.สุราษฎร์ฯ ฉุนขาด สั่งพักงาน ร.ต.อ. 30 วัน พร้อมเข้ารับการอบรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @Niw Pattaraporn ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจรถจักรยานยนต์ โดยให้รายละเอียดว่า น้องสาวได้ยืมรถจักรยานยนต์ของพี่ชายขี่จะไปสอบที่วิทยาลัย ถูกตำรวจเรียกตรวจใบขับขี่ที่บริเวณสี่แยกบางใหญ่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ก็มีให้ตรวจ แต่ปรากฏว่ารถเกิดดับและต้องสตาร์ทด้วยเท้า จึงขอร้องให้ตำรวจนายนั้นช่วยสตาร์ทให้ แต่นอกจากจะไม่ช่วยแล้ว ยังบอกว่าถ้าสตาร์ทไม่ติดก็เดินไป ซึ่งน้องก็พยายามสตาร์ท แต่ไม่ติด จึงโทรศัพท์ให้ตนไปช่วย และพอถามว่าทำไมแค่นี้ช่วยไม่ได้ ตำรวจก็บอกว่าไม่ได้ยิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้มีวิทยุด่วนที่สุดถึง พ.ต.อ.ศิริชัย ทรงวศิน ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เรื่อง กำชับการปฏิบัติหน้าที่ ตามแนวทางการยกระดับการบริการประชาชนระดับสถานีตำรวจ โดยมีข้อความว่า ด้วยปรากฏว่ามีการเผยแพร่คลิปวิดีโอทางสื่อโซเชียลออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ที่ได้แสดงกิริยาวาจาไม่เหมาะสม และไม่ให้ความช่วยเหลือประชาชนตามสมควร เหตุเกิดที่บริเวณสี่แยกบางใหญ่ ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น ทำให้เสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจโดยส่วนรวม และไม่เป็นการปฏิบัติการตามแนวทางการยกระดับการบริการประชาชนระดับสถานีตำรวจ จึงให้ดำเนินการดังต่อไปนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1) ให้ ร.ต.อ.วรรณะ รอดศรีนาค รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฏตามคลิปวิดีโอ ตามที่มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลออนไลน์ หยุดการปฏิบัติหน้าที่ด้านการจราจรเป็นเวลา 30 วัน 2) จัดให้มีการอบรม ร.ต.อ.วรรณะ รอดศรีนาค เพื่อเป็นการเสริมสร้างความประพฤติและระเบียบวินัยตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2537 เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติ ระเบียบวินัยของข้าราชการตำรวจทุกสัปดาห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;3) กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีทุกนายในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ถือปฏิบัติตามแนวทางการยกระดับการบริการประชาชน ระดับสถานีตำรวจโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก จะพิจารณาข้อบกพร่องผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นต่อไป 4.ให้รายงานผลดำเนินการ พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ให้ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีทราบภายในวันที่ 4 มี.ค. ส่วนการดำเนินการอบรมให้รายงานผลการปฏิบัติพร้อมภาพถ่ายให้ภูธรจังหวัดทราบทุกสัปดาห์ จนกว่าจะครบระยะเวลาการหยุดปฏิบัติหน้าที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30110</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ศิริชัย ทรงวศิน, พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, ร.ต.อ.วรรณะ รอดศรีนาค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c76949f0effb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งสว.ตม.ชลบุรี บิ๊กโจ๊กฉุนทิ้งงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; ฉุนขาด ตม.ชลบุรีไม่ใส่ใจงานในหน้าที่หลังพ่อชาวเนเธอร์แลนด์ร้องลูกชายออกจากพัทยาไปเที่ยวเกาะเต่าแล้วหายตัว ปล่อยตำรวจท่องเที่ยวกับท้องที่ทำงาน สั่งเด้งด่วน สว.กับรอง สว.เข้ามาปรับทัศนคติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้โพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;ย้ายฟ้าฝ่า! สารวัตร ตม.ชลบุรี 2 นาย รองสารวัตร 1 นาย ไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ตัวเอง ไม่รู้จักหน้าที่ตัวเองได้อย่างไร เปรียบเทียบกับการทำงาน &amp;ldquo;สารวัตรท่องเที่ยว&amp;rdquo; ความกระตือรือร้นคนละชั้น ตม.ชลบุรีไม่ใส่ใจปัญหานักท่องเที่ยว ไม่มาตรวจสอบใดๆ ต้องให้ผู้บัญชาการยกหูโทรไปตาม จากนี้ไป ตำรวจ ตม.ต้องทำงานควบคู่กับตำรวจท่องเที่ยว วัดมาตรฐานให้อยู่ในระดับความกระตือรือร้นใส่ใจในระดับเดียวกัน ไม่เอาเปรียบกันและกันเช่นที่ผ่านมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากโพสต์ดังกล่าวยังมีข้อความ &amp;ldquo;สั่งช่วยราชการ &amp;ldquo;สารวัตร&amp;rdquo; ตม.ชลบุรี ไม่มีความกระตือรือร้นในหน้างาน นักท่องเที่ยวขอความช่วยเหลือ เฉยเมย มาสาย ล่าช้า ในขณะที่สารวัตรท่องเที่ยวถึงที่หมายเข้าถึงปัญหาทันท่วงที สารวัตร ตม.ชลบุรีไม่มีประสิทธิภาพ&amp;quot; ขณะเดียวกันได้มีแฟนเพจเข้ามาแสดงความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่มีปัญหาสะสมกันมานานหลายสถานที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถามไปยัง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ รรท.ผบช.สตม. เปิดเผยว่า ในกรณีดังกล่าวมีพ่อชาวเนเธอร์แลนด์ได้โพสต์เฟซบุ๊กหาตัวลูกชายไม่เจอ ขณะเดินทางมาเที่ยวที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้สั่งการให้สารวัตร ตม.-สารวัตรท่องเที่ยว ร่วมกันตรวจสอบว่านักท่องเที่ยวคนดังกล่าวอยู่ที่ไหน กระทั่งสารวัตรท่องเที่ยวได้ตรวจสอบพบว่า นักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์ที่พ่อเขากำลังตามหาได้พักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่เกาะเต่า แต่พบว่าสารวัตร ตม.พัทยาที่เข้าเวรอยู่ขณะนั้น ไม่ได้เข้ามาดูที่เกิดเหตุ ไม่ได้ติดตามงานในหน้าที่ของตัวเอง แต่กลับโยนภาระให้ตำรวจท้องที่และตำรวจท่องเที่ยว จึงมีคำสั่งย้าย พ.ต.ท.สัมพันธ์ บุตรโพธิ์ สว.ตม.ชลบุรี, ว่าที่ พ.ต.ต.ศตวรรษ ศรีรัตนพงศ์ สว.ตม.ชลบุรี และ ร.ต.อ.ธนดิท เถื่อนชำนาญ รอง สว.ตม.ชลบุรี ให้มาปรับทัศนคติและเรียนรู้งานใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากนายฮานส์ เวลลาร์ด ชาวเนเธอร์แลนด์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ประกาศตามหานายเดนนิส บุตรชายวัย 45 ปี ที่เข้ามาเที่ยวไทย ล่าสุดอยู่ที่เกาะเต่าแล้วหายตัวไป ซึ่งต่อมา พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ได้รับประสานจากตำรวจ สภ.พัทยา จ.ชลบุรี พบตัวนายเดนนิสแล้ว พักอยู่ที่โฮสเทลในพัทยา ปลอดภัยดี จึงแจ้งให้ สภ.เกาะเต่ายุติการค้นหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.วันชนะ บวรบุญ ผกก.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตม.พัทยาพบนายเดนนิสพักอยู่ที่โฮสเทล ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จากการตรวจสอบพบว่านายเดนนิสไม่เคยเดินทางมาที่เกาะเต่า และพบเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 ก.ย.2561 พักแรมที่กรุงเทพฯ แล้วไป จ.เชียงใหม่ เข้าพักเมื่อวันที่ 10 ต.ค.2561 จากนั้นเดินทางมาพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี เข้าพักเมื่อวันที่ 14 และ 17 ต.ค.2561 โดยมีกำหนดเช็กเอาต์จากโฮสเทลวันที่ 22 ต.ค. ทาง ตม.พัทยาได้เชิญตัวมาสอบถามข้อมูล จึงทราบว่าไม่เคยมาที่สุราษฎร์ธานี หรือเกาะเต่า แค่เพียงพูดกับเพื่อนว่าอยากมาเท่านั้น ซึ่งได้ประสานสถานทูตเนเธอร์แลนด์แจ้งให้บิดาและญาติทราบแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20389</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สัมพันธ์ บุตรโพธิ์, พ.ต.อ.วันชนะ บวรบุญ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, ร.ต.อ.ธนดิท เถื่อนชำนาญ, ว่าที่ พ.ต.ต.ศตวรรษ ศรีรัตนพงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ฮานส์ เวลลาร์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc7ebf23dab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจ๊กรายงานกงสุล สรุปไม่มีเหตุข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; เข้ารายงานกงสุลอังกฤษสรุปผลสอบแหม่มผู้ดีอ้างถูกมอมยา-ข่มขืนที่หาดทรายรี เกาะเต่า ยืนยันเป็นการกุเรื่องขึ้นมา 100% ยกหลักฐานเด็ดคืนเกิดเหตุขึ้น 14 ค่ำ น้ำท่วมหาดนั่งไม่ได้ และหากจะอุ้มไปข่มขืนที่โขดหินก็ต้องลุยน้ำไป ทั้งวันดังกล่าวมีการถ่ายสดบอลโลก นักท่องเที่ยวขวักไขว่ เจ้าหน้าที่รักษาการณ์เต็มพิกัดก็ย่อมมีคนเห็น 2 เพจดังซวย เจอดำเนินคดีฐานแพร่ข่าวเท็จ คนแชร์ก็ผิดด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมนี้ กรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษร้องผ่านสื่อถูกวางยาข่มขืนที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ ว่า ในเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทำความจริงให้ปรากฏ ส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ขณะนี้สอบพยานผู้เกี่ยวข้องไปแล้วประมาณ 20 ปาก ถ้าพบว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามข่าวที่เกิดขึ้นจริง ผู้เสียหายยังสามารถเข้าแจ้งความได้ แต่ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยอะไรมาก ถ้าพูดไปอาจจะคาดเคลื่อนได้ อีกไม่กี่วันคงเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบ.ตร.กล่าวว่า การลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเเที่ยว ตนได้รับรายงานเบื้องต้นแล้ว ได้ผลหลายอย่าง เบื้องต้นต้องพิสูจน์ให้ทราบก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร หลังจากเรื่องนี้เกิดขึ้น ประเทศไทยได้รับผลกระทบเรื่องชื่อเสียง ซึ่งหากไม่มีมูล ในส่วนของเว็บไซต์หรือโซเชียลที่นำเสนออะไรก็แล้วแต่ที่กระทบต่อความเสียหายของประเทศหรือภาพลักษณ์ของประเทศ ต้องดำเนินคดีอยู่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้เราให้ความสำคัญ จึงได้ประสานกับสถานทูตเพื่อติดต่อกับผู้เสียหาย ต้องพิสูจน์กันต่อไป เราทำงานเต็มที่ ไม่ได้นิ่งนอนใจ&amp;quot;
บิ๊กโจ๊กพบกงสุลอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท., พล.ต.ต.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์ รอง ผบช.สพฐ., พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ., พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รอง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. และตำรวจกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้าพบนายพอล เคย์ กงสุลใหญ่ประจำสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เพื่อรายงานข้อเท็จจริง ชี้แจงกรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษปรากฏเป็นข่าวถูกข่มขืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ และคณะ ได้นำรายงานข้อเท็จจริงที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และการจำลองเหตุการณ์ ตลอดจนการสอบปากคำพยานแวดล้อม เสนอต่อนายพอล เคย์ โดยใช้เวลาในการหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการเข้าพบ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ตนนำหนังสือจาก ผบ.ตร. ซึ่งเป็นรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดเสนอต่อกงสุลใหญ่ สรุปว่า การตรวจสอบตามคำสั่งของ ผบ.ตร.ถือว่าจบสมบูรณ์แบบ สามารถยืนยันได้ว่าจากร่องรอยวัตถุพยาน การสอบปากคำพยาน และการจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงตามสภาพแวดล้อม รวมทั้งตรวจสอบในที่เกิดเหตุเพื่อหาพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มีการจำลองเหตุการณ์ตามรายละเอียดที่ทางผู้เสียหายระบุว่า รู้สึกเหมือนถูกมอมยาอยู่ที่ร้านลีโอ บาร์ ถูกอุ้มมาข่มขืนที่บริเวณลานหิน จปร. โดยจุดดังกล่าวมีระยะห่างจากบาร์ 300 เมตร &amp;nbsp;
ผลสอบสรุปชัดไม่มีเหตุข่มขืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้จำลองเหตุการณ์เสมือนจริง มีการตรวจสอบน้ำขึ้น-น้ำลง ปรากฏว่า ในคืนวันเกิดเหตุ วันที่ 25-26 มิถุนายน เป็นวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลบอลโลก ซึ่งทางผู้เสียหายอ้างว่าได้นั่งดื่มกินอยู่ที่ริมหาด แต่จากการสอบปากคำพยาน ตรวจสอบระดับน้ำขึ้น-ลง พบว่าห้วงเวลาดังกล่าวระดับน้ำสูงถึง 400 เมตร ขึ้นมาจนถึงฝั่ง ไม่มีใครสามารถนั่งดื่มที่บริเวณนั้นได้ ซึ่งหากเป็นไปตามที่ผู้เสียหายอ้างว่ามีการอุ้มไปที่โขดหิน จปร.จริง ก็ต้องเป็นการอุ้มไปในน้ำ ซึ่งถ้าเดินในน้ำถือว่าผิดปกติมากถ้าเทียบกับสถานการณ์ขณะนั้น เนื่องจากในวันดังกล่าวมีประชาชนนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณดังกล่าวจำนวนมาก การเดินไปยังจุดเกิดเหตุจะต้องเดินลุยน้ำทะเลไปยังโขดหินซึ่งจะเป็นจุดสนใจ และมีการตรึงกำลังของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยบริเวณริมชายหาด จึงไม่สามารถเป็นไปตามคำกล่าวอ้างนั้นได้ ทำให้สรุปได้ว่าไม่มีการวางยาและการข่มขืนเกิดขึ้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ทท.กล่าวว่า นอกจากนี้ยังสอดรับกับทางกงสุลใหญ่ที่ระบุว่า หลังเกิดเหตุไม่ได้รับแจ้งเหตุจากผู้เสียหายแต่อย่างใด มีเพียงแค่ผู้เสียหายเดินทางกลับไปให้ข้อมูลกับทางหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของประเทศอังกฤษ ซึ่งการที่เรานำข้อมูลเป็นรายงานนำเสนอต่อทางกงสุลใหญ่ ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าทางการไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เรามีความตั้งใจจริง และไม่ตำหนิฝ่ายใดทั้งสิ้น สิ่งที่เราทำก็คือการทำความจริงให้ปรากฏ ทำให้สถานทูตอังกฤษเห็นถึงความตั้งใจจริงของทางการไทยที่จะค้นหาความจริง โดยหลังจากนี้ทางสถานทูตอังกฤษจะประสานไปทางประเทศอังกฤษ เพื่อที่จะขอคำให้การของผู้เสียหายที่ไปให้ปากคำกับตำรวจอังกฤษ รวมทั้งขอร่องรอยวัตถุพยาน เช่น เสื้อผ้าที่มีคราบอสุจิติดอยู่ที่ทางผู้เสียหายให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ ส่งกลับมาให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานดำเนินการตรวจสอบต่อไป ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาอย่างเร็วที่สุดภายใน 1 เดือน ก่อนที่จะประสานทางสถานทูตอีกครั้ง&amp;nbsp;
ออกหมายจับ 2 เพจดัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ประเด็นพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความนั้น จากการตรวจสอบไม่มีการแจ้งว่าถูกข่มขืน มีแต่การแจ้งเรื่องทรัพย์สินสูญหาย เพราะฉะนั้นการดำเนินการทั้งหมด ทาง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รวมถึงตน ขอยืนยันว่าเราจะไม่ปกป้องเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่แม่ของผู้เสียหายบอกจะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีนั้น ทางแม่ของผู้เสียหายไม่ใช่พยานบุคคลสำคัญ จึงไม่มีผลต่อรูปคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะมีการออกหมายจับเจ้าของเพจ 2 เพจ คือเพจสมุยไทม์ และเพจ CSI LA ที่โพสต์ข้อความเหตุการณ์ดังกล่าวจนสร้างความเสื่อมเสียทางด้านการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งขณะนี้สามารถพิสูจน์ตัวตนของเจ้าของเพจได้แล้ว และคาดว่าน่าจะมีการออกหมายจับได้ภายในวันเดียวกัน ในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมทั้งคนแชร์ข้อมูลก็มีความผิดด้วย ก็จะออกหมายเรียกเข้ามาให้ข้อมูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้พบการแจ้งความเท็จของชาวต่างชาติ ทำให้เกิดความเสื่อมเสียทางด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวม 4 คดี ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เกาะสมุย และเกาะเต่า ซึ่งทางตำรวจได้ดำเนินการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเป็นที่แน่ชัดว่าไม่มีเหตุจริงตามกล่าวอ้าง จึงได้ดำเนินคดีไปตามขั้นตอน ในฐานความผิดแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ก่อนยกเลิกวีซ่าขึ้นแบล็กลิสต์ถาวรไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการพูดคุยในครั้งนี้ ทางกงสุลใหญ่ท่านก็ได้ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการหาข้อเท็จจริงดังกล่าว ที่ตำรวจของไทยสามารถหาพยานหลักฐานมาหักล้างและทำงานอย่างเต็มที่ สำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงขณะนี้ถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์ 100% แล้ว รอเพียงพยานหลักฐานใหม่เท่านั้น&amp;quot; รอง ผบช.ทท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อคืนวันพุธ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีที่ สภ.เกาะเต่า ก่อนจะแถลงว่า จากการประชุมร่วมกับตำรวจ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และจากการตรวจสอบลงพื้นที่เก็บข้อมูล เก็บหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ พร้อมสอบปากคำพยานไปกว่า 20 ปาก ได้ข้อสรุปเบื้องต้นยังไม่พบข้อบ่งชี้ใดๆ ว่าภายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์มอมยาและข่มขืนนักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษในพื้นที่หาดทรายรี บนเกาะเต่าแต่อย่างใด และได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว พร้อมกันนี้ ภายใน 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 30-31 ส.ค.61 คดีนี้จะสามารถสรุปและปิดคดีให้ได้ ไม่ว่าคดีนี้จะมีมูลหรือไม่มีมูลก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี ว่า พนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่ากำลังพิจารณาจะออกหนังสือผ่านกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 แจ้งไปยังสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยให้ช่วยประสานผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำ&amp;nbsp;โดยได้อธิบายถึงข้อกฎหมายของไทยเกี่ยวกับอายุความของคดีที่จะครบกำหนดในวันที่ 25 ก.ย.นี้ นับตั้งแต่วันเกิดเหตุที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างกับสื่อประเทศอังกฤษ ทางไทยจึงมีความจำเป็นต้องสอบปากคำผู้เสียหาย รวมทั้งตรวจร่างกายทางการแพทย์&amp;nbsp;แต่หากผู้เสียหายไม่สะดวกจะเดินทางมาภายในอายุความ สามารถให้ทางสถานทูตอังกฤษเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้คดีความหมดอายุ ซึ่งหากเหตุเกิดขึ้นจริง การไปแจ้งความแล้วพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้ง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16502</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87edc86f7ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่สาวอังกฤษเผย ลูกยืนยันถูกข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษให้สัมภาษณ์ &amp;quot;สุทธิชัย หยุ่น&amp;quot; ผ่านเฟซบุ๊ก ยันลูกถูกข่มขืนที่เกาะเต่าจริง เตรียมเดินทางมาไทยเพื่อแจ้งความพร้อมหลักฐานสำคัญเสื้อผ้าที่มีดีเอ็นเอของคนร้ายติดอยู่ แต่จะไม่ให้ลูกมาอีกแล้ว &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; ฟันธงกุเรื่องหลังได้ข้อมูลจากเจ้าของที่พัก สาวอังกฤษรับเมาหนัก มีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนชาย เกรงแฟนหนุ่มที่จะบินมาหารู้เรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังคงเสาะหาพยานหลักฐานเพื่อคลี่คลายข้อกังขากรณี น.ส.วิกตอเรีย นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี เปิดเผยกับสื่อในอังกฤษว่า เธอถูกมอมยาและข่มขืนขณะมาท่องเที่ยวที่เกาะเต่าเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อไปแจ้งความ ตำรวจกลับรับแจ้งเพียงของหาย แต่ไม่รับแจ้งความเหตุข่มขืน ทั้งนี้ นายตำรวจหลายนายระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจริง และตำรวจท้องที่ก็รายงานว่าผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพียงของหาย คือโทรศัพท์ไอโฟน และเงินสด 3 พันบาท กับบัตรอีก 4 ใบ โดยมิได้แจ้งความถูกข่มขืนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีประเด็นน่าสนใจ เมื่อนายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส ได้สัมภาษณ์นางซารา มารดาของ น.ส.วิกตอเรีย และไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Suthichai Yoon เมื่อวันจันทร์ โดยนางซารากล่าวว่า ลูกสาวของนางยืนยันว่าถูกข่มขืนจริง แต่วันเกิดเหตุไม่ได้ไปแจ้งความ เพราะขณะนั้นลูกสาวยังอยู่ในภวังค์ของฤทธิ์ยาที่ถูกใส่ไว้ในเครื่องดื่ม ประกอบกับต้องรีบเดินทางไปเกาะพะงันเพื่อไปร่วมฟูลมูนปาร์ตี้กับเพื่อนชาย และลูกสาวคิดว่าถ้าจะแจ้งความสามารถแจ้งที่ไหนก็ได้ จึงตัดสินใจไปแจ้งที่ สภ.เกาะพะงัน เพราะได้จองตั๋วเรือไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซารากล่าวว่า ตนมีหลักฐานคือดีเอ็นเอของคนร้ายที่อยู่ในเสื้อของลูกสาว ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญและเชื่อว่าเพียงพอแล้ว โดยหลังจากนี้ตนจะเดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อแจ้งความ ซึ่งได้รับคำยืนยันจากเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยว่าจะดูแลความปลอดภัย แต่จะไม่ยอมให้ลูกสาวกลับมาประเทศไทยอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารดาของ น.ส.วิกตอเรียยังกล่าวว่า ไม่มีเหตุผลใดที่ลูกสาวจะสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อทำลายชื่อเสียงประเทศไทย เพราะนี่เป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ลูกสาวได้ไปเที่ยวที่เกาะพีพีอย่างมีความสุขมาก แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ทุกสิ่งในชีวิตของลูกสาวเปลี่ยนไปในทางที่แย่มาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจาก พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ว่าเหตุดังกล่าว ตำรวจท้องที่ลงบันทึกรับแจ้งเพียงทรัพย์สินของผู้เสียหายที่หายไป ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ให้เวลาเขาหน่อย อีก 2 วันคงทราบเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ที่ได้รับคำสั่งจาก ผบ.ตร.ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ได้เดินทางไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วเดินทางต่อไปยังเกาะเต่า ก่อนเปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดยังไม่พบว่ามีเหตุการณ์ข่มขืนเกิดขึ้น แต่หากผู้เสียหายมาพบ มาแจ้งความ มีหลักฐานใหม่อื่นๆ ว่ามีการข่มขืนเกิดขึ้นจริง ตำรวจจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขณะนี้ได้ประสานสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยให้ติดต่อผู้เสียหายเพื่อเดินทางกลับมาแจ้งความ ก็ระบุว่ายังติดต่อกับผู้เสียหายไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า น.ส.ภัทรา แจ่มตระกูล เจ้าของที่พักที่นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษพักอยู่ ให้ข้อมูลว่า วันเกิดเหตุชาวอังกฤษได้นั่งร้องไห้หน้าที่พัก และบอกว่าได้พลาดไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนชายที่มาเที่ยวด้วยกัน คือนายมาร์ติน เนื่องจากดื่มสุรามึนเมา ประคองสติไม่อยู่ แต่กลัวแฟนหนุ่มที่กำลังจะเดินทางมาในอีกไม่กี่วันรู้เข้า ไม่รู้จะทำอย่างไรดี น.ส.ภัทราจึงแนะนำให้ไปร้องทุกข์ แต่สุดท้ายก็ไม่ไป กระทั่งรู้ภายหลังว่าสาวอังกฤษไปแจ้งความของหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ทท.กล่าวว่า ยังมีข่าวนายมาร์ตินมีปากเสียงกับแฟนสาวอังกฤษถึงขั้นชกต่อยกัน สรุปได้ว่าไม่มีเหตุการณ์ข่มขืนเกิดขึ้นจริง แต่หากครอบครัวสงสัยก็ขอให้กลับมาไทยเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนเว็บที่ปล่อยข่าวบิดเบือนข้อมูล ในส่วนนี้เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุก 5 ปี จากการตรวจสอบพบว่ามี 14 คน ที่วิจารณ์สร้างความเสียหายให้กับประเทศด้านการท่องเที่ยว อยู่ระหว่างดำเนินการเอาผิด&amp;quot; พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ผู้เสียหายไม่ยอมแจ้งความตั้งแต่วันแรก เพียงแต่ไปเล่าให้เจ้าของที่พักทราบ ซึ่งเจ้าของที่พักพยายามชักชวนให้ไปแจ้งความ แต่ผู้เสียหายก็ปฏิเสธ กลับไปเที่ยวงานฟูลมูนปาร์ตี้ที่เกาะพะงัน และไปแจ้งความทรัพย์สินสูญหายที่ สภ.เกาะพะงัน ในช่วงบ่ายวันที่ 27 มิ.ย.61 สภ.เกาะพะงันยืนยันชัดเจนว่าผู้เสียหายไม่ได้เล่าเรื่องข่มขืนให้ฟัง ซึ่งเชื่อว่าหากบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนคงไม่กล้าปกปิดเอาไว้ เนื่องจาก สภ.เกาะพะงันไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบการสอบสวนสืบสวนเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ หากไม่รับแจ้งก็จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถูกดำเเนินคดีอาญาและสอบวินัยร้ายแรงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อภิชาติกล่าวว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการออกหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายรายนี้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำ โดยคดีข่มขืนมีอายุความ 3 เดือนนับจากวันเกิดเหตุ หรือภายในวันที่ 25 ก.ย.นี้ ซึ่งตำรวจจะส่งหนังสือผ่านไปยังสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยให้ผู้เสียหายมาให้ปากคำ เพราะหากผู้เสียหายไม่เข้าแจ้งความ ให้ปากคำ หรือนำชี้ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถดำเนินการในเรื่องที่ผู้เสียหายให้ข่าวได้ ตอนนี้ทำได้เพียงรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำพยานแวดล้อมในส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4 (ผบ.บชร.4) กล่าวว่า พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบร่วมกับตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่เกาะเต่า ขอยืนยันและให้มั่นใจกระบวนการตรวจสอบดังกล่าว ซึ่งทหารมีหน้าที่ในการบูรณาการกำลังที่มีอยู่ในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และที่ผ่านมาอย่างที่ทราบว่า ที่เกาะเต่าเรื่องปัญหาอาชญากรรมไม่เคยเกิดขึ้น ฉะนั้นท้องที่สามารถดูแลนักท่องเที่ยวให้ปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุละเมิดทางเพศนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ พร้อมพนักงานสอบสวน กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8, ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ธานี สอบปากคำพยานแวดล้อมที่อยู่บริเวณแหลม จปร.หาดทรายรี หมู่ 1 ต.เกาะเต่า โดยเชิญผู้ประกอบการบาร์, ร้านอาหารและที่พัก รวมถึงประชาชนที่มีที่พักอาศัยอยู่บริเวณที่ถูกอ้างเป็นที่เกิดเหตุ ตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 21-26 มิ.ย.61 และช่วงเวลา 01.00-05.00 น. วันที่ 25-26 มิ.ย.61 มาให้ปากคำ เพื่อประมวลข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิชอบกล่าวว่า ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานีได้มอบให้ตนในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ร่างหนังสือเพื่อแจ้งถึงนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ โดยมีประเด็นการสอบปากคำ 1.รายละเอียดทรัพย์สินที่สูญหาย 2.กรณีการถูกล่วงละเมิดทางเพศ 3.การนำส่งพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายอ้างว่าได้เก็บเสื้อผ้าที่มีคราบอสุจิไว้ รวมถึงการเรียกตัวนายมาร์ติน อายุ 20 ปี เพื่อนชายชาวอังกฤษ มาสอบปากคำในฐานะพยานด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16366</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ภัทรา แจ่มตระกูล, พ.ต.อ.วิชอบ เกิดเกลี้ยง, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สุทธิชัย หยุ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b854ec57c5eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;จักรทิพย์&#039;ส่งพฐ.ลงเกาะเต่าหาหลักฐานสาวผู้ดีโดนข่มขืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.61- พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีหญิงสาวชาวอังกฤษ วัย 19 ปี เดินทางมาท่องเที่ยวกับเพื่อนที่หาดทรายรี เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี แล้วโพสต์อ้างถูกวางยาจนไม่รู้สึกตัวและถูกข่มขืนบนเกาะเต่าว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่จุดเกิดเหตุไปตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้เกิดความกระจ่างไม่มีคลุมเครือ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงอาจจะเกิดความเสียหาย จึงต้องขอให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากส่งเจ้าหน้าที่ พฐ.ลงไปเก็บพยานหลักฐานต่างๆแล้ว ยังได้กำชับพล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 และพล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ให้เร่งคลี่คลายเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเราได้ทำทุกมิติไปแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า หากมีการแจ้งของหายเพื่อเครมประกัน เราตรวจสอบหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า เราดำเนินการหมด ทุกเรื่องที่สื่อรู้ ตำรวจก็รู้ เราก็ทุกด้านต้องขอเวลาในการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16234</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองพิสูจน์หลักฐาน, ผบ.ตร., ผบช.ภ.8, พฐ., พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์, พล.ต.ท.สรศักดิ์  เย็นเปรม, พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา, สาวผู้ดีอังกฤษ, สุราษฎร์ธานี, อังกฤษ, เกาะเต่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b839779c1601.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
