<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กวาดล้างครั้งใหญ่ ยึดจยย.ซิ่งนับหมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจแถลงไล่จับเด็กแว้นทั่วประเทศ ยึดจักรยานยนต์ได้นับหมื่นคัน เรียกพ่อแม่ทำทัณฑ์บนปล่อยลูกหลานสร้างความเดือดร้อน ร้านแต่งซิ่งโดนด้วย รวมทั้งแอดมินเพจที่ชวนคนมาแข่งและศาลสั่งจำคุก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. แถลงผลระดมกวาดล้างปราบปรามเด็กแว้นระหว่างวันที่ 20-30 มิถุนายน ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า เพื่อป้องกันการรวมตัวของเด็กแว้น หลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการในสถานการณ์โควิด-19 และยกเลิกเคอร์ฟิว ตำรวจได้ระดมกำลังกวาดล้างแก๊งเด็กแว้นอย่างจริงจัง โดยเน้นการดำเนินการกับร้านซ่อมที่มีพฤติกรรมแต่งซิ่ง และร้านหรือโรงงานที่มีการลักลอบจำหน่ายท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม และผู้มีพฤติกรรมชักจูง สนับสนุน ส่งเสริมให้มีการแข่งรถในทางโซเชียลมีเดีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการจับกุม แข่งรถในทางและขับโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และสนับสนุนให้มีการแข่งขันหรือให้ขับรถโดยไม่คํานึงถึงความปลอดภัย จำนวน 109 ราย, ทำทัณฑ์บนบิดามารดา ผู้ปกครอง ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. 668 ราย, ดำเนินคดีร้านค้าดัดแปลงหรืออุปกรณ์ 3,088 ราย, ตรวจร้านขาย ดัดแปลงรถหรืออุปกรณ์ 12,601 ราย, ตรวจพบท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐาน 2,356 ราย, ความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.รถยนต์ที่เกี่ยวข้อง 34,715 ราย, ดำเนินคดีกับแอดมินเพจทางยูทูบ จำนวน 93 ราย, ตรวจยึดรถยนต์ 208 คัน รถจักรยานยนต์ 11,743 คัน จัดทำประวัติผู้กระทำความผิดและมีพฤติกรรมเสี่ยงในการแข่งรถ 8,946 ราย และจับกุมผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลและศาลมีคำสั่งให้ริบของกลาง 11 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า มีคดีที่น่าสนใจในกรณีจับกุมแอดมินเพจ ประกอบด้วย 1.จับกุมแอดมินเพจ รหัส เรสซิ่ง ที่นำรถยนต์รวมตัวกลุ่มเบิร์นยางและแข่งขันกันบนทางถนนลาดหวาย พื้นที่ สภ.คลองด่าน เจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมยึดรถของกลางจำนวน 5 คัน แจ้งข้อหาแข่งขันในทางรถและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และห้ามการชุมนุมการกิจกรรมหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค ส่งฟ้องศาลมีคำพิพากษาจำคุก 15 วัน โทษจำรอลงอาญา 2 ปี ปรับ 20,000 บาท ริบรถยนต์ของกลาง จำนวน 2 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่ 2 จับกุมแอดมินเพจ รถซิ่งรามอินทรา ชักชวนสมาชิกในกลุ่มไปมั่วสุมรวมตัวกันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในสถานีน้ำมันย่านลำลูกกา จำนวน 147 คน รถยนต์ที่เข้าร่วม 97 คัน รายที่ 3 จับกุมนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง ในพื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมกับพวก 8 คน รวมกลุ่มขับรถจักรยานยนต์โดยประมาทหวาดเสียวโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่นบนถนนวิภาวดี รายที่ 4 จับกุมแอดมินเพจทีเด็ดสิงห์บุรี พื้นที่ สภ.อินทร์บุรี จ.สิงบุรี ชักชวนสมาชิกในกลุ่มออกมาแข่งรถในทางสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนบริเวณถนนสายเอเชีย จึงแจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้สนับสนุนให้มีการแข่งขันรถในทางสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน บช.ภ.8 โดย พล.ต.ท.จิรวัฒน์ ทิพยจันทร์ ผบช.ภ.8 แถลงข่าวผลการปฏิบัติการปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดที่เกี่ยวข้อง ช่วงวันที่ 20-30 มิ.ย. จับกุมผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.รถยนต์ จำนวน 3,495 ราย, จับกุมแข่งรถในทาง 1 ราย, ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 237 คัน และรถยนต์ 1 คัน, ตรวจยึดท่อไอเสีย ไม่ได้มาตรฐาน จำนวน 311 ชิ้น, จัดทำประวัติผู้กระทำผิดและที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะแข่งรถในทาง 175 คน และว่ากล่าวตักเตือน/ทำทัณฑ์บนบิดามารดาและผู้ปกครอง 28 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครราชสีมา พล.ต.ต.อภิศักดิ์ เดชะคำภู รักษาราชการแทน ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา แถลงผลการระดมกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ซิ่งบนท้องถนนในช่วงเวลาเดียวกัน ตรวจค้นร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ 194 ร้าน ยึดท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้มาตรฐาน 204 ชิ้น และตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 665 คัน พร้อมจัดทำประวัติผู้กระทำผิดที่มีพฤติกรรมแข่งรถในทาง จำนวน 476 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ บช.ภ.6 พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.6 แถลงว่า ดำเนินคดีกับผู้ขับขี่แข่งรถในทาง 6 ราย ขับรถโดยไม่คำนึงความปลอดภัย 7 ราย ดำเนินการกับบิดามารดาหรือผู้ปกครอง โดยการว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน 212 ราย ตรวจค้นและประชาสัมพันธ์กับร้านขายที่ดัดแปลงรถ จำนวน 2,898 ราย ตรวจพบท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐาน 25 ชิ้น ดำเนินความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.รถยนต์ที่เกี่ยวข้อง 3,923 คัน ตรวจยึดรถยนต์ 18 คัน รถจักรยานยนต์ 1,306 คัน จัดทำประวัติผู้กระทำความผิดและผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะแข่งรถในทาง 1,921 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บช.ภ.4 พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุฒิพงษ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น แถลงว่า ตรวจยึดท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐาน 278 รายการ จัดทำประวัติผู้กระทำความผิด และผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการกระทำความผิด 500 ราย ว่ากล่าวตักเตือนและทำทัณฑ์บนผู้ปกครอง 92 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ชลบุรี พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 แถลงกวาดล้างจับกุมเด็กแว้น 1,242 คน ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บนบิดามารดาหรือผู้ปกครอง 82 ราย จับร้านขายดัดแปลงรถหรืออุปกรณ์ติดรถ ผิด พ.ร.บ.ขนส่งทางบก จำนวน 8 ร้าน ยึดท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ยังเอารถบดถนนมาทำการบดท่อไอเสียและอุปกรณ์ติดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อไม่ให้นำกลับมาใช้ใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70352</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ, พล.ต.ต.พุฒิพงษ์ มุสิกูล, พล.ต.ต.อภิศักดิ์ เดชะคำภู, พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม, พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efdd734b5ff4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยาวชนหญิงวางยาหวังฆ่าแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เยาวชนหญิงวัย 15 ปีก่อคดีสะเทือนสังคม เทยาฆ่าแมลงผสมน้ำใส่กระติกหวังให้แม่ดื่ม เพราะแค้นใจหนีไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่ตัวเองยังเล็ก แต่กลายเป็นน้องสาวต่างพ่อวัย 4 ขวบรับเคราะห์แทนเสียชีวิตอนาถ ถูกเค้นสอบยอมรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนนี้ พล.ต.ต.อภิศักดิ์ เดชะคำภู ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย พ.ต.อ.พานทอง สุวรรณจูฑะ รอง ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม เดินทางไปยัง สภ.บรบือ จ.มหาสารคาม เพื่อติดตามคดีเด็กหญิง 4 ขวบ กินน้ำจากกระติกแล้วเสียชีวิตภายในบ้านพักที่หมู่ 10 ต.หนองโก อ.บรบือ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วน น.ส.นุชจรี ผู้เป็นแม่ กับหลานอีก 2 คน ปลอดภัย ล่าสุดทราบว่าเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำเยาวชนหญิง อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของเด็กที่เสียชีวิต แต่ต่างพ่อ ให้การเบื้องต้นว่าเป็นผู้ก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อภิศักดิ์กล่าวว่า ในชั้นแรก ชุดสืบสวนได้สอบปากคำเยาวชนต่อหน้าผู้ปกครองซึ่งเป็นตากับยาย ทราบว่าวันเกิดเหตุได้นำขวดยาฆ่าแมลงที่วางอยู่ในยุ้งข้าวมาผสมน้ำเปล่าแล้วใส่กระติก ก่อนนำไปตั้งไว้ใต้ถุนบ้าน หวังที่จะให้แม่ดื่ม เพราะคิดว่าแม่ไม่สนใจและทิ้งไปตั้งแต่ตนเองยังเล็กๆ อีกทั้งแม่ได้ไปมีครอบครัวใหม่ จึงเก็บความน้อยใจมาตลอด กระทั่งแม่มาเยี่ยมตาที่ป่วยนอนโรงพยาบาล และก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ไม่คิดว่าน้องต่างพ่อจะดื่มน้ำเข้าไปจนเสียชีวิต รู้สึกเสียใจเช่นกัน ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำเยาวชนอีกครั้งร่วมกับสหวิชาชีพ มีทั้งอัยการ นักสังคมสงเคราะห์ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากผู้กระทำผิดเป็นเยาวชน และเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าบุพการีโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และปลอมปนสิ่งเจือปนหรือสารพิษลงในอาหารและเครื่องดื่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายละเอียดของคดีนี้ น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ย้ายไปอยู่กับสามีที่ อ.นายูง จ.อุดรธานี ซึ่งช่วงนี้ได้กลับมาเยี่ยมพ่อที่ป่วยนอนโรงพยาบาล ก่อนเกิดเหตุได้กินส้มตำร่วมกับแม่ พี่ชายและลูกหลาน รวมทั้งหมด 5 คน ด้วยความเผ็ดจึงดื่มน้ำในกระติก ปรากฏว่าตนเองกับลูกวัย 4 ขวบ และหลานอีก 2 คน อายุ 3 ขวบกับ 7 ขวบ มีอาการจากสารพิษ ซึ่งต่อมาลูกสาววัย 4 ขวบเสียชีวิต ตนเองอาการปลอดภัย ขณะที่หลานอีก 2 คนยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ ส่วนลูกชายไม่ได้ดื่มน้ำในกระติกจึงไม่เป็นอะไร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้นำน้ำในกระติกที่คาดว่าจะปนเปื้อนสารพิษไปตรวจสอบ โดยนายแพทย์ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ทั้ง 4 คนมีอาการของการได้รับสารพิษกลุ่มออร์กาโนเฟสเฟต ซึ่งเป็นสารพิษกลุ่มยากำจัดศัตรูพืช ภายหลังจากที่ได้รับยาแก้พิษ&amp;nbsp;ทั้ง 3 คนมีอาการที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนจนอาการพ้นวิกฤติ&amp;nbsp;ยกเว้นเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ ซึ่งมีอาการหัวใจหยุดเต้น&amp;nbsp;เนื่องจากสารพิษทำลายระบบอวัยวะภายในหลายระบบจนทำให้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวอย่างน้ำและส้มตำไปตรวจสอบที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข&amp;nbsp;กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;คาดว่าจะทราบผลอีก 10 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.มงคล ไหวดี รอง ผกก.สส.สภ.บรบือ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำแม่ของเด็กที่เสียชีวิต ยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร เพราะได้ย้ายไปอยู่กับสามีใหม่ที่ อ.นายูง จ.อุดรธานี จนมีลูก 2 คน คือ น้องไบกอน ลูกชาย อายุ 10 ขวบ และน้องกะเพรา อายุ 4 ขวบ คนที่เสียชีวิต ซึ่งนานๆ จะกลับมาเยี่ยมบ้าน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12258</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.พานทอง สุวรรณจูฑะ, พล.ต.ต.อภิศักดิ์ เดชะคำภู, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b339718379a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
