<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตม.จับผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายแล้ว 295 รายในรอบ 10 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ค.64&amp;nbsp; พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รองผบช.สตม.ในฐานะโฆษก สตม. กล่าวถึงการเพิ่มความเข้มในการป้องกันผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ว่า ทางพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ได้คุมเข้มให้คณะทำงานสืบสวนปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองบูรณาการการข่าวกับหน่วยงานความมั่นคง และให้แต่ละบช.ทำแผนสกัดกั้นตามแนวพรมแดนโดยเฉพาะพรมแดนธรรมชาติที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน และให้ดูเรื่องด่านต่างๆ ที่เป็นเส้นทางในการลำเลียงเข้ามายังพื้นที่ชั้นในให้มีความเข้มเรื่องการปฏิบัติ ส่วนแผนต่างๆ ให้มีการประสานงานกับทหาร ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ส่วนพื้นที่ชั้นในให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ข่วยประสานงานกับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ในเรื่องการหลบหนีเข้ามาอยู่ในที่ต่างๆ ซึ่งอาจมีการเผยแพร่เชื้อให้กับประชาชนได้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สตม. ตชด. และตำรวจภูธร ได้ทำงานกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.อาชยน กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เฝ้าระวังพื้นที่แนวชายแดนในทุกด้านทั่วประเทศ ซึ่งมีความแตกต่างกันด้านกายภาพ จำเป็นต้องใช้วิธีการที่ไม่เหมือนกัน และลักษณะของพื้นที่แต่ละแห่งใช้กำลังพลไม่เท่ากัน ส่วนการจับกุมผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจะต้องพิจารณาไปแล้วแต่ละกรณีถึงผลการจับกุมว่าได้เข้ามาผ่านช่องทางไหน และมีการติดตามว่าใครเป็นคนพาเข้ามา เมื่อเข้ามาแล้วปลายทางจะไปอยู่ที่จุดใด ซึ่งจะมีการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับคนที่นำพา ซ่อนเร้น ปกปิดที่อยู่ของบุคคลที่ลักลอบเข้ามาทุกกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการจับกุมผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ลักลอบเดินเท้าเข้ามาตามแนวชายแดน ในช่วงวันที่ 1-10 พ.ค. จำนวน 295 ราย เดือนมี.ค. จำนวน 1,314 ราย เดือนเม.ย. 1,369 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102540</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนต่างด้าวหนีเข้าเมือง, พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง, ลักลอบข้ามแดน, ลักลอบเข้าเมือง, สตม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a55e0b44ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซิวแก๊งตุ๋นต่างด้าว หลอกโอนเงินอื้อ!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตม.ตรวจค้น-จับแก๊งตุ๋นคนต่างด้าวทำวีซ่า-ลอบขนแรงงานกัมพูชาเข้ากรุงเทพฯ เผยผู้ต้องหาที่ถูกจับหลอกให้โอนเงินค่าดำเนินเอกสารก่อนเชิดเงิน เดินหน้าขยายผลทลายเครือข่ายใหญ่ ย้ำนายกฯ กำชับควบคุมชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยในไทย ห่วงคนร้ายข้ามชาติแฝงตัวก่อเหตุ ใช้ไทยเป็นฐานทำชั่ว ระบุมีมาตรการกวดขัน และประสานกับเพื่อนบ้านช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 25 ก.พ. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 และว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงผลการจับกุมคดีสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีแรก กก.สส.บก.ตม.3 ตรวจพบว่ามีผู้เสียหายได้โพสต์ข้อความลงในโซเชียลมีเดีย ว่ามีผู้ประกอบการและแรงงานคนต่างด้าวถูกนายหน้ารับจ้างทำเอกสารคนต่างด้าว มีพฤติกรรมหลอกให้ผู้ประกอบการหรือแรงงานต่างด้าวหลงเชื่อว่าสามารถดำเนินการเรื่องเอกสารคนต่างด้าวได้ จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินค่าดำเนินการให้เพื่อไปดำเนินการเอกสารคนต่างด้าว จำนวน 20 คน รวมค่าใช้จ่ายที่โอนให้ 120,000 บาท ต่อมานายหน้าดังกล่าวได้นำเอกสารคนต่างด้าวมาคืนให้พร้อมแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ไม่ยอมคืนเงินค่าใช้จ่ายที่ผู้เสียหายโอนให้ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี ให้ดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ และศาลแขวงนครปฐมได้อนุมัติหมายจับที่ 120/2563 ให้จับกุมผู้ต้องหาซึ่งกระทำผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์ โดย กก.สส.บก.ตม.3 ได้สืบสวนติดตามจับกุมตัว แต่ผู้ต้องหาเปลี่ยนแปลงสถานที่พักอาศัยตลอด ต่อมาชุดจับกุมสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้เดินทางมาในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงได้เฝ้าติดตามและจับกุมตัวตามหมายจับได้ จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนความเสียหายของรายอื่นๆ กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการขยายผลติดตามผู้เสียหาย และสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 2 กก.สส.บก.ตม.3 ได้รับแจ้งว่า กลุ่มแก๊งลักลอบขนชาวกัมพูชาเข้า-ออกพื้นที่ จ.สระแก้ว เข้าสู่พื้นที่ชั้นในทั้ง จ.ชลบุรีและกรุงเทพฯ จึงได้ทำการสืบสวน จนกระทั่งทราบว่ากลุ่มคนร้ายจะนำรถยนต์กระบะมีหลังคา ทะเบียน 9 กง xxxx กทม. มีพฤติกรรมวิ่งรับ-ส่งขนคนต่างด้าว จึงได้วางแผนจับกุม จนกระทั่งพบรถยนต์คันดังกล่าวพร้อมด้วยรถยนต์ทะเบียน ฌป xxxx กทม. ลักษณะพิรุธ จึงได้ติดตามสกัดจับได้ที่บริเวณริมถนน สก.3086 ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบนายวีระวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี และนายชูชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี แสดงตนเป็นคนขับรถยนต์ทั้ง 2 คันดังกล่าว ภายในรถตรวจพบคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา 12 คน สอบถามรับว่ารับคนต่างด้าวดังกล่าว โดยนายวีระวัฒน์รับมาจากบริเวณช้างสามเศียร จ.สมุทรปราการ จำนวน 7 คน ส่วนนายชูชาติรับจากพื้นที่ชลบุรี จำนวน 5 คน เพื่อไปส่งให้นายหน้ากัมพูชาที่บริเวณชายแดนเพื่อส่งออก ขณะเดียวกันก็จะรับคนต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่ชั้นอีกทีต่อหนึ่ง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ขัดคำสั่ง จว.สระแก้วที่ 944/2563 เรื่องห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้ามาในจังหวัดสระแก้ว และกระทำการมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ในสถานที่แออัด อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. ในฐานะโฆษก สตม. เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ที่มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุข และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อาชยนกล่าวต่อว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และการกระทำความผิดในกฎหมายอื่น การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประเทศเพื่อนบ้าน ให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดกฎหมาย การก่อเหตุอันตรายใดๆ อันกระทบต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อันอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ กรุณาแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 หรือหมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94266</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ, พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด, พ.ต.อ.ศุภชัชจ์ เปี่ยมมนัส, พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ, พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ, พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง, พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง, ว่าที่ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603798f767990.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
