<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แกะรอยอดีตพนง. ภาพชัดชิงเงินธกส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตร.แกะรอยโจรฉายเดี่ยวควงปืนชิงเงิน ธ.ก.ส.ย่านประเวศ เริ่มได้เค้าแล้ว จ่อขอหมายจับตามภาพกล้องวงจรปิด พบเส้นทางคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้ากิ่งแก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 เมษายน มีความคืบหน้ากรณีคนร้ายเป็นชายใช้ปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาย่อยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เลขที่ 83 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงและเขตประเวศ กทม. ได้เงินสดไป 106,000 บาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก สีดำ ทะเบียน วทล 683 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สั่งชุดสืบสวนทำการแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้าย โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่จุดเกิดเหตุไปยังปลายทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะเป็นข้อมูลเชิงสืบสวนที่อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคล แต่จากการตรวจสอบทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายก่อเหตุพบว่าเป็นทะเบียนจริง และต้องทำการตรวจสอบเพิ่มเติมว่าทะเบียนดังกล่าวเป็นของใคร ยังเชื่อว่าได้ก่อเหตุเพียงคนเดียว ยังไม่ยืนยันว่ามีการมาดูลาดเลาก่อนหรือไม่ เพราะวันที่ 13 เม.ย.เป็นวันแรกที่ธนาคารปิดเวลาบ่าย 3 โมง ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุจะเป็นโจรมืออาชีพ หรือโจรฉวยโอกาสช่วงโควิด-19 หรือไม่นั้น ก็ยังไม่ยืนยัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.สมโภชกล่าวอีกว่า เบื้องต้นได้มีการสอบปากคำพยานแวดล้อมทั้งหมด 5 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร พนักงานรักษาความปลอดภัย คาดว่าวันนี้จะเตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุตามภาพในกล้องวงจรปิด ในข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านสาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชลาธิป วงศ์จำปา พนักงานรักษาความปลอดภัยของธนาคาร เชื่อว่าคนร้ายน่าจะมาดูลาดเลาก่อนเพราะรู้ความเคลื่อนไหวและเวลาปิด-เปิดของธนาคารเป็นอย่างดี ถ้าหากมาในช่วงธนาคารเปิดทำการก็จะเจอจุดคัดกรองโควิด-19 จะถูกตรวจวัดอุณหภูมิ ตรวจอาวุธ ไม่สามารถเข้าไปภายในธนาคารได้ง่ายๆ คนร้ายจึงเลือกลงมือในช่วงที่ธนาคารใกล้ปิด ก็คือเวลาประมาณบ่าย 3 โมง ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพของคนร้ายได้อย่างชัดเจน ซึ่งมีทั้งหมด 8 ตัว อยู่บริเวณด้านหน้าธนาคาร 2 ตัว ด้านหลังธนาคาร 1 ตัวและภายในธนาคารอีก 5 ตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 5 นาที ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้หน้าธนาคาร หลบหนีไปตามถนนเฉลิมพระเกียรติซอย 9 มุ่งหน้าลาดกระบัง ซึ่งจะมีเส้นทางแยกย่อยที่สามารถออกไปได้หลายเส้นทางทั้งบางนา ราม 2 กิ่งแก้ว พัฒนาการ ศรีนครินทร์ ประเวศ โดยยอมรับว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตัวเองอยู่ในเหตุการณ์และได้เผชิญหน้ากับคนร้าย เพราะช่วงเวลานั้นคนร้ายใช้อาวุธปืนข่มขู่ ปืนขึ้นลำกล้องยืนห่างกันไม่ถึง 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. ระดมกำลังตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.บช.น. ตำรวจ กก.สส.บก.น.4 และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย รวมไปถึงภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งก่อเกิดเหตุ และหลังก่อเหตุ ซึ่งพบว่าหลังจากคนร้ายก่อเหตุแล้วนั้น พบว่ามีกล้องวงจรปิดบริเวณซอยกาญจนาภิเษก 39 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ระบุเวลา 15.00 น. วันที่ 13 เม.ย. สามารถจับภาพขณะคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหลบหนีมาจากคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ฝั่งเขตประเวศ ลอดใต้มอเตอร์เวย์เลี้ยวซ้ายคู่ขนานมอเตอร์เวย์ฝั่งกิ่งแก้ว แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยกาญจนาภิเษก 39 มุ่งหน้าถนนกิ่งแก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า รถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุถูกขโมยมาก่อนนำมาใช้ก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ประเวศ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงเงิน ธ.ก.ส.ว่า ขณะนี้ทราบเพียงตำหนิรูปพรรณของคนร้าย เดินทางมาจากไหน ใช้ยานพาหนะอะไร และได้ทรัพย์สินอะไรไปบ้าง อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่าเป็นใคร และหาจุดสุดท้ายของเส้นทางหลบหนี เนื่องจากคนร้ายใช้เส้นทางที่ค่อนข้างไกลจากจุดเกิดเหตุ พร้อมสั่งตรวจกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ย้อนหลังไป 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการตรวจสอบทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายก่อเหตุพบว่าเป็นทะเบียนจริง ทราบตัวเจ้าของเเล้ว แต่พบว่าป้ายดังกล่าวถูกขโมยจากเจ้าของตัวจริงไปตั้งแต่เมื่อ 2-3 วันก่อน และเพิ่งมีการแจ้งความไปหลังเกิดเหตุแล้ว ยังไม่ได้ตัดประเด็นว่าเจ้าของทะเบียนเกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าวหรือไม่ แต่ตำรวจมีกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัยขณะถอดป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์แล้ว เช่นเดียวกับลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างเทียบเคียงหาตัวบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลผู้ที่เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันและเพิ่งพ้นโทษออกมา เพื่อเทียบเคียงข้อมูลด้วย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าคนร้ายไม่เชี่ยวชาญการใช้อาวุธปืน และยังไม่สามารถออกหมายจับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้เรียกพนักงาน ธ.ก.ส.มาสอบปากคำเพิ่ม โดยเฉพาะประเด็นบุคคลที่เคยทำงานในธนาคารหรือบุคคลที่อยู่ละแวกใกล้เคียงที่รู้ความเคลื่อนไหวธนาคาร และสั่งการให้ตรวจสอบประวัติพนักงานที่เคยทำงาน ธ.ก.ส.ย้อนหลัง อีกทั้งยอมรับว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าคนร้ายจะเป็นบุคคลกลุ่มนี้ รวมทั้งมีการนำการเเต่งกายของคนร้ายที่ใส่ในวันก่อเหตุไปจำลองเพื่อหาแหล่งที่มา โดยอิงจากเหตุการณ์ชิงทอง จ.ลพบุรี แต่ยืนยันว่าการชิงทรัพย์ครั้งนี้ไม่เหมือนกับเหตุที่ จ.ลพบุรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63140</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลาธิป วงศ์จำปา, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e95acaed4eb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบโครงกระดูก ศพที่3เหยื่อไอซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประดาน้ำลงงมอีกรอบในบ่อบ้านไอซ์ หีบเหล็ก พบหีบเหล็กอีกใบถ่วงด้วยดัมเบลล์มีโซ่พัน นำขึ้นมาเปิดถึงผงะ เจอโครงกระดูกมนุษย์เป็นศพที่ 3 คาดอายุเกิน 18 ปี ชี้น่าจะเป็นหญิงสาวที่พยานระบุหายตัวไปเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มกราคมนี้ ตำรวจโดยการนำของ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองจเรตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่รอง ผบช.น., พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. และ พ.ต.อ.ศุภรัช ปานแดง ผกก.สน.เพชรเกษม ย้อนกลับไปตรวจสอบบ่อน้ำหลังบ้านเลขที่ 59 ถนนเพชรเกษม ซอย 47 แขวงและเขตบางแค กทม. ของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือไอซ์ หีบเหล็ก อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด อาวุธปืน และพัวพันการฆ่าอำพรางศพหญิงสาวหลายราย รวมทั้ง น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี โดยก่อนหน้านี้มีการงมพบกระดูกมนุษย์ในบ่อดังกล่าวอีกจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำแบ่งเขตการค้นหาโดยรอบบริเวณ แล้วพบหีบเหล็กในสภาพผุพัง ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจจมอยู่ใต้กอหญ้าท้ายขอบบ่อ และยังมีลูกเหล็กดัมเบลล์ 1 ลูก พันด้วยโซ่ใส่กุญแจถ่วงน้ำหนักจมอยู่ข้างกัน รวมถึงชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์จมอยู่ใกล้กับจุดแรกที่พบกระดูกถูกประตูเหล็กทับและมีดพร้า จากนั้นเมื่อเปิดดูภายในหีบ พบว่ามีชิ้นส่วนกระดูกหลายสิบชิ้น มีกะโหลกศีรษะมนุษย์และกรามล่าง กระดูกเชิงกราน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างทำความสะอาดสิ่งของที่พบทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า การค้นพบหลักฐานต่างๆ ในวันนี้นับเป็นข่าวดี หลังจากปรับแผนการค้นหา แบ่งพื้นที่ทำงานเป็นจุดแล้วพบชิ้นส่วนกระดูก ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นของมนุษย์ทั้งหมดหรือไม่ โดยจุดที่พบมากสุดอยู่บริเวณกอพืชที่มีกล่องจมอยู่ ซึ่งภายในมีกระดูกต้นขา สะโพก และกะโหลก โดยแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช ได้ตรวจสอบด้วยสายตาแล้วคาดว่าเป็นของมนุษย์แน่นอน และเมื่อดูสะโพกแล้วคาดว่าเป็นของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ซึ่งพอที่จะนำไปเชื่อมโยงข้อมูลคนหายที่มีผู้แจ้งความได้ จากพยานหลักฐานตอนนี้คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย แต่ภารกิจยังไม่จบสิ้น ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบชิ้นส่วนที่พบในหีบ เชื่อว่าเป็นของเพศหญิงอายุมากกว่า 18 ปี ส่วนชิ้นส่วนกระดูกที่พบก่อนหน้านี้กว่า 300 ชิ้น มีบางชิ้นพออนุมานได้ว่าน่าจะเป็นของเด็กหญิงอายุ 12-15 ปี ส่วนหีบเหล็กที่พบบรรจุชิ้นส่วนในวันนี้ที่ดูว่ามีลักษณะใบเล็ก ก็เป็นไปได้ว่าผู้ตายอาจร่างเล็กมาก หรือถูกฆ่าหั่นแยกชิ้นส่วนยัดลงไป โดยคดีนี้น่าจะเกิดขึ้นในปี 2554-2555 ซึ่งสอดคล้องกับการที่มีพยานบอกเล่าเข้ามาให้การว่า มีหญิงสาวรายหนึ่งอายุประมาณ 18-20 ปี หายไปในช่วงนั้น ทางพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษมได้ประสานกับกองพิสูจน์หลักฐานสเกตช์ภาพผู้สูญหายออกมาเพื่อให้สื่อมวลชนนำไปประชาสัมพันธ์ เพื่อติดตามญาติมาพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลยืนยันศพผู้เสียชีวิตต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.กล่าวว่า จนถึงบัดนี้ นายอภิชัยเกี่ยวพันกับคดีอาญามากถึง 6 คดี คือ 1.ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และมียาเสพติดไว้ในความครอบครองขณะถูกจับกุม 2.คดีตรวจยึดยาบ้า 2,200 เม็ด ในห้องพักภายหลังถูกจับกุม 3.คดีฆาตกรรม น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี ที่พบถูกฝังดินไว้ 4.คดีที่พบโครงกระดูกกว่า 300 ชิ้น ในบ่อน้ำก่อนหน้านี้ 5.คดีที่พบโครงกระดูกบรรจุหีบเหล็กในวันนี้ และ 6.คดีข่มขืนที่มีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติมโดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ผู้สูญหายทั้ง 3 ราย ที่ชุดคลี่คลายคดีนำมาเป็นธงในการสอบสวนก่อนดำเนินการแจ้งข้อหานายอภิชัย หรือไอซ์ หีบเหล็ก ประกอบด้วย 1.น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี ที่พบถูกฝังดินไว้และขุดพบเป็นศพแรก 2.คดีผู้ปกครองของน้องแพรว อายุ 12 ปี เข้าแจ้งความว่าสูญหายในบ้านหลังนี้ตั้งแต่ช่วงปี 2554-2555 และ 3.คดีที่มีพยานบุคคลบอกเล่าว่า น.ส.ออย อายุประมาณ 18-20 ปี สูญหายไปในช่วงเดียวกัน โดยเจ้าหน้าได้ทำการสเกตช์ภาพ น.ส.ออย ซึ่งมีลักษณะเป็นหญิงสาวร่างเล็ก ไว้ผมบ็อบแสกข้าง หน้ารูปไข่ โดยภาพดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนช่วยกันหาเบาะแสญาติพี่น้องของ น.ส.ออยเเล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือตรีมาโนช ผลยังส่ง อดีตนักประดาน้ำกองทัพเรือ ซึ่งนำอุปกรณ์กล้องส่องใต้น้ำมาช่วยค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม กล่าวว่า อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในวันนี้เรียกว่า หน้ากาก KIRBY MORGAN ใช้สำหรับดำน้ำลึกตามแท่นขุดเจาะกลางทะเล มีกล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์สื่อสารรายงานขึ้นมาที่มอนิเตอร์บนบกได้ ที่สำคัญหน้ากากตัวนี้สามารถต่อท่อทางเดินอากาศลงไปกับชุดได้ตรงๆ โดยใช้เครื่องปั่นอากาศจ่ายลงไปให้นักประดาน้ำทำงานไม่ต้องสะพายถังอากาศ ทำให้เจ้าหน้าที่ประดาน้ำปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องไม่ต้องพักบ่อยๆ ซึ่งวันนี้เราจะทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้การขยายผลของตำรวจเดินหน้าต่อไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55342</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พ.ต.อ.ศุภรัช ปานแดง, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, วรินทร์ธรณ์ ไชยเชษฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิชัย องค์วิศิษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e299ce5e21da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับลูกเสี่ยฆ่าสยอง ฝังศพสาวในบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผงะ ลูกชายเจ้าของตลาดดังฆ่าแล้วฝังสาวไซด์ไลน์ ตำรวจได้เบาะแสจากการจับกุมสมุนคนสนิทมียาเสพติดก่อนสารภาพร่วมกับลูกพี่ฝังศพหญิงคนหนึ่งไว้ในรั้วบ้าน สาเหตุจากลูกพี่ติดยาจนประสาทหลอน เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพบตั้งป้อมสู้ยิงปืนใส่ แต่กระสุนขัดลำ ทั้งเตรียมถังแก๊สไว้จุดระเบิด ยังให้การวกวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 มกราคมนี้ พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 สังกัด กก.ปพ.ผบช.น. พร้อมหมายค้นศาลแขวงธนบุรี เลขที่ 1/2563 ลงวันที่ 9 มกราคม 2563 เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 58 ถนนเพชรเกษม สุดซอย 47 แขวงและเขตบางแค กทม. หลังสืบทราบว่าที่บ้านหลังดังกล่าวน่าจะมีเหตุฆาตกรรมฝังศพอำพรางคดีเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบ พบบ้านหลังนี้มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว ชั้นเดียว ปลูกในรั้วรอบขอบชิด บนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ โดยด้านหลังของตัวบ้านมีอาคารโรงพิมพ์เก่าชื่อ มณฑลการพิมพ์ และยังมีส่วนของโกดังเก็บของเก่าแวดล้อมไปด้วยพงหญ้าขึ้นรกชัฏ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 ได้เข้าล้อมตัวบ้านเอาไว้ ก่อนตะโกนเรียกให้บุคคลภายในแสดงตัว แต่ไร้การตอบรับ จึงต้องทลายประตูทางเข้าและประตูหน้าต่าง ก่อนโยนระเบิดสตั๊นบอมบ์ข่มขวัญแล้วเข้าเคลียร์พื้นที่ทุกห้อง พบนายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 40 ปี ลูกชายเจ้าของตลาดองค์วิศิษฐ์ย่านบางแค เจ้าของห้องซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนในสภาพคล้ายคนเมายา จึงเข้าชาร์จควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมของกลาง อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อซีแซด รุ่นรามี่ และเครื่องกระสุนเต็มแมกกาซีน 15 นัด โดยอาวุธปืนอยู่ในสภาพขัดลำ เนื่องจากผู้ต้องหาพยายามต่อสู้ แต่ปืนเกิดติดขัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบในห้องพัก พบของกลางยาเสพติดประเภทไอซ์ บรรจุในซองซิปใส่จำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพ 1 ชุด ถังแก๊สหุงต้มขนาด 13.5 กิโลกรัม วางอยู่ปลายเตียงนอน 1 ใบ จอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดใช้สำรวจความเคลื่อนไหวบริเวณทางเข้า-ออกภายในบ้าน ซึ่งวางอยู่ปลายเตียง 1 จอ นอกจากนี้ยังตรวจพบหีบเหล็กและหีบไม้ต้องสงสัยใส่กุญแจล็อกอย่างดี วางอยู่ในบ้านอีก 2 หีบ รวมถึงร่องรอยกระสุนปืนที่นายอภิชัยชอบยิงใส่ฝ้าเพดานบ้านตัวเองตอนเมายาอีกหลายนัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบพื้นที่ลานดินว่างในป่าหญ้าด้านหลัง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวบ้านไปประมาณ 200 เมตร จากการใช้จอบและเสียมขุดหน้าดินลงไปประมาณ 1 เมตร พบถุงดำต้องสงสัย 1 ใบ ภายในบรรจุอวัยวะชิ้นส่วนคล้ายศพมนุษย์ สวมเสื้อยืดคอกลมสีเหลือง สภาพเปื่อยผุพัง ถูกฝังอยู่ เบื้องต้น พล.ต.ต.อิทธิพลจึงสั่งการให้หยุดเพื่อรอประสานแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เข้ามาร่วมทำการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.นพศิลป์กล่าวว่า การบุกจับกุมและตรวจค้นภายในบ้านหลังที่เกิดเหตุวันนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายเฉลิมชล งะบัว อายุ 41 ปี ลูกจ้างของนายอภิชัย เจ้าของบ้าน ได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนหนึ่ง จากการสอบสวนขยายผลพบว่า นายอภิชัยเจ้าของบ้านน่าจะมีส่วนเกี่ยวพันกับยาเสพติดที่พบ นอกจากนี้ นายเฉลิมชลยังรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมด้วยว่า เมื่อช่วงปลายปี 2562 เคยช่วยนายอภิชัยฝังศพหญิงสาวหน้าตาดีรายหนึ่งเอาไว้ในที่ดินรกร้างด้านหลังบ้าน ซึ่งหญิงสาวผู้ตายรายน่าจะเป็นคู่ขาของนายอภิชัย ซึ่งนายอภิชัยเคยพามาอาศัยที่บ้านหลังนี้แล้วทรมานไว้ในบ้าน ก่อนทุบตีจนเสียชีวิต นำศพยัดใส่ถุง ก่อนช่วยกันฝังดิน จึงเป็นที่มาของการขอหมายค้นเข้าตรวจสอบ และให้นายเฉลิมชลทำการชี้จุดฝังศพก่อนขุดพบเจอศพที่ถูกฝังเอาไว้ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายหลังถูกจับกุม นายอภิชัยยังให้การภาคเสธในลักษณะวนไปวนมาเหมือนคนเมายา ว่ามียาไอซ์ของกลางเอาไว้เพื่อเสพ ขณะที่อาวุธปืนมีไว้ป้องกันตัวเท่านั้น สำหรับถังแก๊สที่วางเอาไว้ในห้องพัก ไม่ได้มีไว้เพื่อใช้ก่อวินาศกรรมยามเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นแต่อย่างใด ส่วนร่องรอยกระสุนปืนต่างๆ ที่พบภายในบ้าน ยอมรับว่าชอบยิงปืนเล่น เพราะตัวเองเกิดภาพหลอนตอนที่เสพยา แต่เรื่องการฆ่าฝังศพหญิงสาวที่พบในที่ดินหลังบ้านนั้นขอปฏิเสธ เนื่องจากไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิชัยให้การด้วยว่า ศพที่พบน่าจะเป็นศพของ น.ส.กุ๊กกิ๊ก ชาว จ.สกลนคร อายุประมาณ 22-25 ปี สาวไซด์ไลน์ที่ตนเองเคยพามานอนที่บ้านเมื่อประมาณเดือน ต.ค.62 โดยรู้จักกันผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งตอนนั้นเมื่อ น.ส.กุ๊กกิ๊กมาถึงบ้าน ได้เล่าให้ตนฟังว่า เพิ่งถูกรุมโทรมมา ตนหวังดีจะพาไปแจ้งความกับตำรวจ แต่เมื่อ น.ส.กุ๊กกิ๊กรู้ว่าตนจะพาไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าตัวก็รีบหายหน้าออกจากบ้านไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังไม่เชื่อคำให้การของผู้ต้องหา จึงประสาน พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม, พ.ต.ท.พัฐกร ปิยธิติภูวดล สว.สส.สน.เพชรเกษม เจ้าของพื้นที่ ให้นำกำลังเข้ามาควบคุมผู้ต้องหาและรักษาสภาพที่เกิดเหตุเอาไว้ ก่อนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อปี 2551 นายอภิชัยตกเป็นข่าวว่าจับเพื่อนชาย-หญิงกักขังเอาไว้ภายในบ้าน เนื่องจากเสพสิ่งเสพติดจนมึนเมา โดยมีหญิงสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกศีรษะร้าว และกระดูกซี่โครงหัก 4 ซี่ ต่อมาปี 2555 นายอภิชัยถูกแจ้งว่ากักขังหน่วงเหนี่ยวหญิงสาววัย 17 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. จากนั้นได้นำตัวไปค้นห้องพักพบอาวุธปืนอีก 5 กระบอก ยาบ้า 44 เม็ด ยาไอซ์ 4.8 กรัม เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เสื้อเกราะกันกระสุน เครื่องชอร์ตไฟฟ้า อุปกรณ์การเสพยา และกุญแจมือ 4 คู่ รวม 29 รายการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54200</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e17294dd9eb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51176</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยันคดีฆ่าหั่นศพ หลักฐานชี้ลูกลงมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจสรุปคดีฆ่าหั่นศพยัดตู้เย็น ยันลูกชายลงมือร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังมีผู้ชี้ถึงความผิดปกติ ตั้งข้อสังเกตอาจมีมือที่สาม ทั้งญาติและคนใกล้ชิดไม่เชื่อน้องกายทำร้ายแม่ได้ลง รอผลตรวจทางนิติเวชยืนยัน พยานเข้าให้ปากคำพบพิรุธและผู้ต้องสงสัยพยายามหลบหนี ก่อนยิงตัวเอง ผลชัน สูตรระบุแม่เสียชีวิตเพราะถูกแทงทะลุปอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 ชี้แจงเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ คดีฆ่าหั่นศพ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปี ขณะที่นายศิระ สมเดช อายุ 20 ปี บุตรชาย ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ว่า ตำรวจต้องอาศัยเวลาและพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ทราบว่าการเสียชีวิตของ น.ส.ยุรีย์เกิดจากผู้ใด ในเมื่อสังคมมองว่าน่าจะเป็นลูกหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่มีประจักษ์พยานยืนยัน จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีแม่กับลูกอยู่เพียง 2 คนเท่านั้น โดยมีพยานอีก 2 คนเข้ามาแล้วพบเหตุการณ์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพยาน 2 คนบอกว่าลูกชายใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.9 กล่าวว่า ในส่วนของกระแสสังคมอีกด้านหนึ่งที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของทั้ง 2 คนหรือไม่นั้น ในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่จะพยายามรวบรวมพยานหลักฐานและรับฟังอยู่ โดยตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยได้ให้ฝ่ายสืบสวนสืบในเชิงเทคนิค ได้ความชัดเจนกระจ่างแล้วจะชี้แจงให้ทราบ ทั้งนี้ สาเหตุการตายของบุคคลทั้งสองต้องให้แพทย์รายงานผลการชันสูตร และจะเรียก 2 พยานที่พบศพมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อให้สิ้นกระแสความ นอกจากนี้จะต้องไปสอบปากคำแพทย์ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา ที่จ่ายยาให้นายศิระ ว่าอาการป่วยของผู้ตายถึงขั้นไหน ส่วนประเด็นผู้ก่อเหตุมีมากกว่าหนึ่งคนหรือไม่ ทางตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ยืนยันว่าตำรวจไม่กดดันในการทำงาน โดยจะต้องคลี่คลายข้อสงสัยในทุกประเด็นให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่า กรณีที่ผู้เสียชีวิตถนัดมือซ้าย แต่ยิงตัวเองด้วยมือขวานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนอาวุธมีดนั้นไม่พบคราบเลือด แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมมีดทั้งหมดเพื่อตรวจสอบแล้ว ส่วนชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ทางแพทย์ยืนยันว่าได้ครบทุกส่วนแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า พล.ต.ต.โชคชัยได้เรียก ด.ต.บุญคิด อธิราช ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สน.ท่าข้าม ที่ไปถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรก มาสอบถามข้อเท็จจริง ด.ต.บุญคิดระบุว่า รู้จักและคุ้นเคยกับ น.ส.ยุรีย์ จึงเดินทางไปดูในฐานะเพื่อน ซึ่งยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะอยู่ในที่เกิดเหตุตั้งแต่ก่อนมีเสียงปืนเกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียง บันทึกภาพหน้าบ้านที่เกิดเหตุ โดยมีบุคคลเดินวนเวียนอยู่หน้าบ้าน 3 คน คือ ด.ต.บุญคิด ซึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบสวมเสื้อสีเหลือง กำลังโทรศัพท์แจ้งเหตุให้ตำรวจที่อยู่เวรมาตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว น.ส.วรนุช วงษ์ชัย เพื่อนผู้ตายที่มาถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรก และนายมนต์ชัย ฉิมเอี่ยม นายจ้างของ น.ส.ยุรีย์ กำลังยืนคุยกัน จากนั้นจึงมีเสียงปืนดังขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับบ้านผู้ตายได้หอบเสื้อผ้าย้ายไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว เหตุเพราะกลัว ส่วนบ้านหลังอื่นก็จุดธูปไหว้พระ ศาลพระภูมิ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถาบันนิติเวช​ รพ.ศิริราช​ นายลอน เถาวัลย์ อายุ 63 ปี​ อาของ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ และนายวีระศักดิ์ เขียวมงคล อายุ​ 50​ ปี​ ลูกพี่ลูกน้องกับ น.ส.ยุรีย์ ได้เดินทางมาจาก จ.สุโขทัย เพื่อรับศพ น.ส.ยุรีย์นำไปประกอบพิธีที่วัดบ้านไร่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ส่วนศพนายศิระ หลานชาย ทางญาติฝั่งพ่อของนายศิระจะมารับไปประกอบพิธีที่วัดย่านดอนเมือง​&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลอนกล่าวว่า ช่วงหลานชายยังเด็กได้พบกันบ่อย กระทั่งมาเรียนที่กรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ซึ่งตอนเด็กหลานเป็นคนเรียบเฉย ไม่ก้าวร้าว ถึงตอนนี้ก็ยังไม่เชื่อว่าหลานเป็นคนทำ แต่จะเชื่อพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่มากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในใบมรณบัตรของ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ ได้ระบุสาเหตุการตายไว้ว่า มีบาดแผลถูกแทงเข้าช่องอกถูกปอด​ทำให้เสียเลือดมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ สน.ท่าข้าม นายมนต์ชัย ฉิมเอี่ยม พยานและเป็นนายจ้างของ น.ส.ยุรีย์ เปิดเผยว่า ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ในฐานะพยาน โดยตนเองรู้จักกับ น.ส.ยุรีย์มาประมาณ 9-10 ปี โดยสาเหตุที่ น.ส.ยุรีย์ต้องพกปืน เนื่องจาก น.ส.ยุรีย์ทำอาชีพด้านไฟแนนซ์ ต้องถือเงินจำนวนมาก จึงเกรงว่าจะเกิดปัญหาด้านความปลอดภัย ก่อนเกิดเหตุค่ำวันอาทิตย์ ตนได้ติดต่อมาหาผู้ตายคุยกันเรื่องงาน น.ส.ยุรีย์ก็รับโทรศัพท์ตามปกติ แต่หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงโทรศัพท์หา น.ส.วรนุช เพื่อน น.ส.ยุรีย์ ให้เข้าไปตรวจสอบก่อน เมื่อตนเองเดินทางไปถึง ก็พบว่า น.ส.วรนุชนั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่หน้าบ้านหลังดังกล่าว โดยมีตำรวจสายตรวจอยู่ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลังพยานพบศพถูกหั่นยัดตู้เย็น นายศิระเริ่มมีอาการคลุ้มคลั่ง และพยายามเดินหนีออกจากบ้าน แต่พบกับ ด.ต.บุญคิดพร้อมเพื่อนตำรวจอีก 2 นายยืนอยู่หน้าบ้าน นายศิระจึงเดินย้อนเข้าไปในบ้าน จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า คดีสะเทือนขวัญดังกล่าวมีความซับซ้อนและยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการต้องใช้ข้อมูลอื่นๆ ประกอบต่อไป อย่างไรก็ตาม สถิติจากงานวิจัยในต่างประเทศที่มีการศึกษาคดีทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิตต่างๆ พบว่า มีเพียงร้อยละ 10-15 ของคดีเท่านั้นที่เกิดจากผู้ป่วยทีมีปัญหาด้านสุขภาพจิตระดับรุนแรง ได้แก่ โรคทางจิตที่มีอาการหูแว่ว ภาพหลอน หวาดระแวงอย่างรุนแรง โรคทางจิตเวชที่ซับซ้อนหลายโรคร่วมกัน รวมไปถึงภาวะการใช้สารเสพติดร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยส่วนมากแล้ว ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตทั่วไประดับที่ไม่รุนแรง เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล แม้มีความเสี่ยงในการทำร้ายตัวเองสูงกว่าคนทั่วไปก็ตาม แต่ความเสี่ยงในการทำร้ายผู้อื่นมักไม่ต่างจากสถิติในประชากรโดยรวม การด่วนสรุปว่าคดีสะเทือนขวัญต่างๆ เกิดจากปัญหาสุขภาพจิตทั่วๆ ไปเพียงอย่างเดียวนั้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และอาจสร้างตราบาปต่อผู้ที่กำลังบำบัดรักษาด้านสุขภาพจิตอยู่ในสังคมได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ธรณินทร์ กองสุข ผอ.สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า นายศิระเคยเข้ามารับการรักษาที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา 2 ครั้ง ครั้งแรกมากับแม่ ครั้งที่ 2 มาคนเดียวในเดือน พ.ย.นี้เอง แต่ยังไม่สามารถระบุว่าป่วยเป็นโรคจิตเวชประเภทใดอย่างชัดเจน เนื่องจากคนไข้เราเยอะ ครั้งแรกที่มาจึงมีการประเมินเพียงคร่าวๆ ครั้งต่อๆ ไปถึงจะมีการตรวจรายละเอียด แต่รายนี้เกิดเหตุก่อนที่จะได้ตรวจประเมินอย่างละเอียด เลยยังไม่สามารถระบุรายละเอียดของตัวโรคได้ แต่ก็ได้มีการจ่ายยาซึมเศร้าให้ไปก่อน เพราะเท่าที่ดูจากอาการเบื้องต้นในวันที่มาพบแพทย์ครั้งที่ 2 มีอาการเครียดและมีภาวะซึมเศร้าอยู่ แต่อาการนี้ถือว่าเป็นอาการทั่วไปเหมือนการเจ็บป่วย มีไข้ ปวดศีรษะ จึงต้องรักษาตามอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธรณินทร์กล่าวว่า โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะทำร้ายตัวเองมากกว่า เพราะมีอาการมองตัวเองในแง่ลบ หดหู่ มีน้อยที่จะทำร้ายผู้อื่น อย่างไรก็ตาม การป่วยด้วยโรคจิตเวชไม่จำเป็นว่าใน 1 คนจะต้องป่วยเพียงโรคเดียว เขาอาจจะมีหลายโรคร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งเราไม่ทราบ แต่ข้อสรุปคือตัวโรคซึมเศร้านั้นน้อยมากที่จะไปทำร้ายผู้อื่น ส่วนโรคทางจิตเวชที่มีการทำร้ายผู้อื่นนั้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มจิตเวชรุนแรงที่ควบคุมอาการตัวเองไม่ได้ อาทิ หูแว่ว ประสาทหลอน มีเสียงสั่ง หรือร่วมกับการดื่มสุรา มีการใช้สารเสพติด ทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือยับยั้งชั่งใจไม่ได้ หรืออีกกลุ่มคือกลุ่มบุคลิกต่อต้านสังคม เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสังคมออนไลน์ ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นหลากหลาย เพื่อนนายศิระคนหนึ่งโพสต์ว่า ผู้ตายถนัดมือซ้าย แต่จับปืนยิงตัวเองด้วยมือขวาซึ่งเป็นไปได้ยาก และยังบอกอีกว่าลูกชายเป็นคนที่รักแม่มาก พูดจากับแม่ดี พูดจากันสนุกสนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายอานนท์ เชื้อสัตตบงกช ทนายความ ได้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตว่า &amp;ldquo;คดีนี้ดูแปลกมาก! ทั้งสองคนฆ่ากันเองจริงเหรอ หรือมีคนทำให้ตายแน่ ทำไมจากคำให้การผู้พบศพคนแรกฟังดูแปลกๆ! บอกไปตามหาคนตาย เจอลูกชายบอกแม่ไม่อยู่ แถมใส่ชุดนักเรียน แล้วลูกเอาเวลาไหนลงมือฆ่าหั่นศพ ทั้งที่ใส่ชุดนักเรียน แถมมีการเก็บกวาดบ้านล้างรอยเลือด ล้างมีดสะอาดเรียบร้อยเหมือนปกปิด ทำไมต้องปกปิดทั้งที่อยู่คนเดียว บอกลูกขอเปลี่ยนชุดนักเรียนก่อนยิงตัวเอง แต่ขณะถูกยิงยังอยู่ในชุดนักเรียน ที่สำคัญตามข่าวว่าลูกชายถนัดมือซ้าย แต่นี่ยิงขมับขวายิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ แถมโรคซึมเศร้าปกติไม่ทำร้ายคนอื่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เพื่อนของนายศิระ หรือกาย อีกคนโพสต์ว่า &amp;quot;ที่เห็น ที่มอ เขาเขียนขวาครับ มีเพื่อนร่วมหอเก่าเขาเคยบอกว่ากายอยากถนัดขวาเลยฝึกเขียนขวา ซึ่งปัจจุบันเขาเขียนขวาครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเลขที่ 17 ซอย 28 แยก 6 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งเป็นบ้านเกิดเหตุฆ่าหั่นศพ โดยฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น.ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ารวบรวมพยานหลักฐานและทำการตรวจสอบวัตถุพยานเพิ่มเติม โดยมีการรื้อชักโครกภายในห้องน้ำจุดที่พบอวัยวะชิ้นเนื้อของผู้ตายซ้ำอีกครั้ง ใช้เวลานานประมาณ 30 นาที ก่อนเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานแนวทางการสืบสวนล่าสุดขณะพบพยานซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกับผู้ตายและบุตรชาย ให้ข้อมูลว่า ในช่วงหัวค่ำวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงปั๊มน้ำของบ้านที่เกิดเหตุดังตลอดเวลา คล้ายกับมีการเปิดน้ำทิ้งไว้จนกระทั่งเสียงปั๊มน้ำสงบลงในช่วงเที่ยงคืนวันที่ 25 พ.ย. และมีผู้มาพบศพเจ้าของบ้านถูกฆ่าหั่นยัดตู้เย็นในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พยานคนเดียวกันยังระบุแม่ลูกคู่นี้มักมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งบ่นกันตามปกติ แต่ไม่เคยมีเหตุถึงขั้นรุนแรงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่าจากหลักฐานทั้ง หมดตอนนี้ยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่มีใครอื่นนอกจากลูกชายเป็นผู้ก่อเหตุ คาดว่าน่าจะมีการทะเลาะกันก่อน เพราะ น.ส.ยุรีย์มีรอยแผลช้ำที่คิ้วขวาแต่ยังไม่ทราบสาเหตุการทะเลาะ นอกจากนี้จากการที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจที่เกิดเหตุโดยใช้น้ำยาหาคราบเลือดฉีดในห้องน้ำพบรอยเรืองแสงซึ่งเป็นรอยเลือดจำนวนมาก คาดว่าเป็นจุดที่ใช้หั่นศพ แต่มีการล้างทำลายหลักฐานจนสะอาด ทาง พฐ.ได้เก็บอาวุธมีด ค้อน ที่เชื่อว่าใช้เป็นอาวุธในการชำแหละอวัยวะไปตรวจสอบ เบื้องต้นมีพยานหลักฐานค่อนข้างแน่ชัดว่าลูกชายใช้อุปกรณ์ดังกล่่าวก่อเหตุ เพราะพบรอยตอกจากค้อนบนด้ามมีดและบนพื้น คาดว่าใช้มีดวางบนร่างก่อนใช้ค้อนตอกด้านบนให้ชิ้นส่วนขาดออกจากกัน จากนั้นล้างคราบเลือดในห้องน้ำแล้วเอาชิ้นส่วนใส่ถุงนำไปแช่ตู้เย็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51176</URL_LINK>
                <HASHTAG>ด.ต.บุญคิด อธิราช, พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, ยุรีย์ เถาวัลย์, ลอน เถาวัลย์, วีระศักดิ์ เขียวมงคล, ศิระ สมเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อานนท์ เชื้อสัตตบงกช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddd295ca00d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉรับจ้างบึ้มป่วน! มั่นคงฟันธงไม่เกี่ยวไฟใต้ ตรวจ&#039;DNA&#039;2ผู้ต้องสงสัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ตร.เร่งแกะรอยล่ามือบึ้ม &amp;quot;สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี-วางเพลิงย่านประตูน้ำ&amp;quot; เพิ่มเติม หลังวงจรปิดจับภาพชัด แจงคุมตัว 2 ผู้ต้องสงสัยซุกระเบิด สตช.ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ 7 วัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; กำชับยึดพยานหลักฐานตาม กม.เคร่งครัด &amp;quot;หน่วยความมั่นคง&amp;quot; ยันไม่เกี่ยวไฟใต้ แค่จ้างคน 3 ชายแดนใต้ก่อเหตุป่วน &amp;quot;แม่หนุ่มนราฯ&amp;quot; ขึ้น กทม.ขอพบลูก &amp;quot;หัวหิน&amp;quot; ระทึก! เจอ จยย.ต้องสงสัย &amp;quot;พปชร.&amp;quot; ซัด &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; คิดได้หารัฐบาลทำหวังกลบข่าว &amp;quot;พท.&amp;quot; โวย &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ชี้นำคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) วันที่ 4 ส.ค. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. เรียกประชุมชุดสืบสวนและหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบวางระเบิดหลายจุดทั่วกรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 1-2 ส.ค.ที่ผ่านมา ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ไม่มีตำรวจนายใดให้สัมภาษณ์ โดยระบุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะเป็นผู้ให้ข้อมูลแต่เพียงผู้เดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ตอนนี้ยังไม่มีการนำตัว 2 ผู้ต้องสงสัยที่ลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถูกควบคุมตัวได้ที่ จ.ชุมพร มาสอบปากคำที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพฯ โดยทั้ง 2 คนยังถูกควบคุมตัวและสอบปากคำเพื่อเข้าสู่กระบวนการซักถาม ที่ศูนย์ซักถามภายใน ศปก.ตร.ภาค 9 ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนที่ปรากฏภาพในกล้องวงจรปิดพบผู้ต้องสงสัยลอบวางระเบิดที่สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี ทางตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้มากนัก&amp;quot; แหล่งข่าวจากตำรวจฝ่ายสืบสวนระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ 4 จุด ย่านประตูน้ำ ทั้งอาคารในตลาดไซด์วอล์ก ภายในซอยเพชรบุรี 19 ร้าน &amp;quot;ฮ็อบ&amp;quot; และร้าน &amp;quot;ปุ๋ย แฟชั่น&amp;quot; ที่เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้าและเป็นห้องแถวที่อยู่ด้านหน้าตลาดเฉลิมลาภ ต่อมากองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) พบหลักฐานจาก 3 จุดใน 4 ที่เกิดเหตุลักษณะคล้ายระเบิดเพลิง มีชิ้นส่วนของเพาเวอร์แบงก์ไหม้ไฟและตัวไทเมอร์ตั้งเวลา (แผงวงจร) ล่าสุดจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางเจ้าหน้าที่บริเวณทางเข้าศูนย์การค้าอินทรา (ซอยวังทอง) ถนนราชปรารภ ห่างจากที่เกิดเหตุแรกคือร้าน &amp;quot;ปุ๋ย แฟชั่น&amp;quot; ใต้โรงแรมอินทราประมาณ 200 เมตร สามารถจับภาพผู้ต้องสงสัยเป็นชายลักษณะการแต่งกายกางเกงขาสั้นยาวปกเข่าสีดำ เสื้อเชิ้ตสีขาว รองเท้าผ้าใบยางสีดำ สะพายกระเป๋าเป้แบบวัยรุ่นสีน้ำเงิน สวมหมวกสีน้ำตาล ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชุดคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างการหากล้องวงจรปิดอื่นๆ เพื่อเทียบเคียงบุคคลว่ามีการก่อเหตุต่อเนื่องในพื้นที่อื่นๆ อีกหรือไม่อย่างไร รวมถึงหาความเชื่อมโยงในช่วงเวลาที่เกิดเหตุด้วย&amp;quot; แหล่งข่าวจากตำรวจฝ่ายสืบสวนระบุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก สตช.) กล่าวถึงการคุมตัว 2 ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุวางระเบิดบริเวณป้ายหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า การดำเนินการทั้งหมดของตำรวจเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการให้ข้อมูลและให้ปากคำที่เป็นประโยชน์ เพื่อที่จะสอบสวนขยายผลหาตัวผู้ร่วมกระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้กำชับและสั่งการมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ยึดและปฏิบัติตามหลักกฎหมายโดยเคร่งครัด ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยมอบหมายให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ประกอบด้วย จเรตำรวจแห่งชาติและรอง ผบ.ตร.ลงไปกำกับดูแลคดีด้วยตนเองอีกชั้นหนึ่ง จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าตำรวจจะดำเนินการด้วยความถูกต้อง เที่ยงธรรม และสามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้&amp;quot; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
ใช้พรก.ฉุกเฉินคุม 2 มือบึ้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก สตช.กล่าวว่า ขอฝากพี่น้องประชาชนให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งหากมีข้อมูลเพิ่มเติม สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้นำเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สตช. ชี้แจงถึงการควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหาที่ จ.ชุมพร ว่าเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ตามหมายจับที่ศาลได้อนุมัติให้ ตาม พ.ร.ก.บริหารราชในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และได้ให้อำนาจสามารถควบคุมตัวไว้ได้จำนวน 7 วัน หลังจากจับกุมตัวได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการควบคุมตัวไปเพื่อทำการสืบสวนสอบสวนและขยายผลเป็นเวลาจำนวน 7 วัน (2-8 ส.ค.62)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 2 รายถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.62 มีการตรวจร่างกาย และเข้าสู่กระบวนการซักถาม ส่วนของสิทธิผู้ต้องหาขั้นพื้นฐานที่จะได้รับการเยี่ยมของญาตินั้น บิดา-มารดาและภรรยาสามารถติดต่อเยี่ยมได้ตามปกติ โดยมีแนวทางการปฏิบัติในการเยี่ยมญาติจากเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง&amp;quot; พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก สตช.กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับมายัง ผบ.ตร.โดยตลอด ให้ทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพ ยึดหลักกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดย ผบ.ตร.ได้กำชับและสั่งการให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนสอบสวนด้วยความรวดเร็ว โปร่งใสเป็นธรรม ยึดหลักกฎหมาย สิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาที่ควรได้รับ นำพยานหลักฐานในทางนิติวิทยาศาสตร์มาเชื่อมโยงถึงการกระทำความผิดเป็นสำคัญ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ เกิดความเชื่อมั่นและตอบคำถามให้กับสังคมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอยืนยันทั้ง 2 รายปลอดภัยดี ขณะนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ และได้รับสิทธิของผู้ถูกซักถามตามปกติ ใช้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ควบคุมรายอื่น เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมโดยปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย และจัดให้ได้รับสิทธิของผู้ถูกควบคุมตามปกติ ไม่ได้เป็นไปตามข่าวลืออื่นๆ ตามที่ปรากฏในโลกโซเชียลแต่อย่างใด ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ในการทำงานขอให้เชื่อมั่น และติดตามข่าวสารที่ถูกต้องจากทางราชการเท่านั้น&amp;quot; รองโฆษก สตช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบก.พฐก.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัย 2 คนที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียบร้อยแล้ว และมีการสกัดเอาตัวอย่างดีเอ็นเอในห้องปฏิบัติการ และนำเข้าเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเคยมีความเกี่ยวข้องกับคดีในพื้นที่ภาคใต้หรือเหตุอื่นๆ หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังได้นำตัวอย่างดีเอ็นเอที่ได้ไปเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ ทั้งจากตัววัตถุระเบิดและอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันก็จะทราบว่าตัวอย่างดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัย 2 คน จะตรงกับเหตุที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ ก่อนจะส่งข้อมูลดังกล่าวให้คณะทำงานในคดีตั้งข้อหา ตามขั้นตอนกระบวนการต่อไป&amp;quot; พล.ต.ต.ทิวธวัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.พฐก.กล่าวว่า ในส่วนการเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุจากเหตุระเบิดตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ มาตรวจหาลายนิ้วมือแฝงและตัวอย่างดีเอ็นเอ โดยพบมีชุดตัวอย่างดีเอ็นเอและลายนิ้วมือจากกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่มี และต้องนำรายงานส่งให้คณะทำงานตรวจสอบเพิ่มเติม&amp;nbsp;
โจรใต้รับจ้างป่วนกรุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรวจสอบลักษณะเฉพาะของวัตถุระเบิดมีความคืบหน้าไปมาก เนื่องจากวัตถุระเบิดบางชิ้นไม่เกิดการระเบิด ทำให้สามารถตรวจสอบหาลักษณะเฉพาะของระเบิดได้ ส่วนระเบิดที่มีการทำงานไปแล้วก็จะนำมาประกอบเพิ่มเติม เพื่อหาลักษณะเทียบเคียงกับลักษณะเฉพาะของมือระเบิดในพื้นที่ต่างๆ และใช้ในการดำเนินคดีหากมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัยรายได้&amp;quot; ผบก.พฐก.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า จากการสอบสวน 2 ผู้ต้องสงสัยที่จับกุมได้ที่ จ.ชุมพร ได้รับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุที่หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติจริง โดยก่อเหตุเพียงแค่จุดเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับจุดอื่นๆ และยังไม่เปิดเผยถึงมูลเหตุจูงใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การสอบสวนในเชิงลึกพบผู้ต้องสงสัยมีชื่ออยู่ในแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบพื้นที่ชายแดนภาคใต้จริง แต่เป็นเพียงระดับปฏิบัติการ ไม่ใช่ระดับแกนนำอย่างที่มีกระแสข่าว อีกทั้งรูปแบบการก่อเหตุค่อนข้างแตกต่างจากในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่เมื่อหลังก่อเหตุแล้วจะมีการประกาศความรับผิดชอบจากทางกลุ่ม แต่เหตุการณ์ที่ กทม. ผู้ต้องสงสัยก็ไม่ทราบเกี่ยวกับการก่อเหตุในจุดอื่นๆ และไม่ประกาศความรับผิดชอบแต่อย่างใด จึงคาดว่าผู้ต้องสงสัยอาจรับจ้างจากกลุ่มอื่นที่ไม่เกี่ยวกับปัญหาในชายแดนภาคใต้มาก่อเหตุสร้างสถานการณ์เท่านั้น&amp;quot; แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นางรอฮานิง มาหะมะ แม่ของนายลูไอ แซแง พร้อมด้วยครอบครัวของนายวิลดัน มาหะ 2 ผู้ต้องสงสัยคดีลอบวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถูกจับกุมที่ จ.ชุมพร ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยใช้รถไฟขบวนรถเร็วที่ 172 สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มาลงที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อมาขอเยี่ยมลูกชาย และสอบถามข้อเท็จจริงจากปากลูกชายว่าได้ก่อเหตุจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางรอฮานิงกล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อเข้ามา และแม่กำลังรอการติดต่อจากเจ้าหน้าที่อยู่ อยากให้เจ้าหน้าที่ติดต่อมาแจ้งความปลอดภัยของลูกชาย ให้ได้ยินเสียงก็ยังดี เพราะขณะนี้ที่บ้านและเด็กนักเรียนที่ลูกชายสอนอยู่นั้นก็ยังรอการกลับมาอยู่ และหากลูกชายทำผิดหรือไม่ผิดอย่างไร ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากขอให้เจ้าหน้าที่ให้ความยุติธรรมกับลูกชาย ไม่อยากให้ทำร้ายลูกชาย เพราะตอนนี้ 3 วันแล้วยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ เลย โดยยืนยันลูกชายเป็นคนนิสัยดีมาก ซึ่งอยากให้ลงไปในพื้นที่เพื่อสอบถามคนในพื้นที่ดูได้ และตอนนี้ลูกชายกำลังจะรับปริญญาและเรียนต่อ ป.โทด้วย การเดินทางมา กทม.ของลูกชายได้บอกกับแม่ว่าขอมาเที่ยว หลังทำวิจัยเสร็จและแม่เห็นลูกเหนื่อยๆ ก็อนุญาตให้มาเที่ยว ซึ่งปกติลูกชายมาเที่ยวกรุงเทพฯ แค่ 2-3 ครั้ง และมากับครอบครัว และลูกไม่ได้บอกว่ามากี่วัน&amp;quot; นางรอฮานิงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เวลาประมาณ 11.50 น. เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟหัวหิน ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน พบรถจักรยานยนต์ 3 คัน มีลักษณะผิดปกติ เนื่องจากจอดทิ้งไว้ประมาณ 3 วันที่ลานจอดรถ จึงปิดกั้นแนวเขตเพื่อความปลอดภัย ในระยะ 50 เมตร, 100 เมตร และระยะ 300 เมตร ห้ามประชาชนเข้าในพื้นที่เด็ดขาด จากนั้นได้ทำการตรวจสอบทะเบียนรถแล้วปรากฏว่าไม่ตรงกับฐานข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน และเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าทำการตรวจสอบ โดยใช้สุนัขดมกลิ่นเข้าทำการตรวจสอบ&amp;nbsp;
จากนั้นสุนัขได้และแสดงท่าทีผิดปกติกับรถต้องสงสัยโดยการนั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่อีโอดีตัดสินใจใช้ปืนยิงน้ำแรงดันสูง ยิงก่อนเข้าตรวจสอบรถจำนวน 3 คัน ผลการตรวจไม่พบว่ามีวัตถุระเบิดแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้สุนัขดมกลิ่นตอบสนองต่อรถทั้ง 3 คัน คาดว่าอาจมีกลิ่นของปุ๋ยยูเรียผสมกับกลิ่นน้ำมัน แต่ยืนยันว่ารถทั้ง 3 คันไม่พบสารตั้งต้นในการประกอบระเบิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุรัฐบาลอาจจะอยู่เบื้องหลังสถานการณ์วางระเบิดป่วนกรุงเทพฯ เพื่อกลบข่าว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวคำถวายสัตย์ฯ ไม่ครบว่า ตนรู้สึกผิดหวังกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มาก ทั้งที่ตัวเองเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และเคยเป็นถึง ผบ.ตร. แต่กลับคิดได้แค่นี้ เพราะไม่มีรัฐบาลที่ไหนที่คิดทำร้ายประเทศและประชาชนแบบนี้ และไม่มีใครเอาชีวิตพี่น้องประชาชนมาเล่นเกม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาบ้านเมืองสงบ ประชาชนมีความสุขมากว่า 5 ปีแล้ว ขอสาปแช่งให้คนทำและคนที่อยู่เบื้องหลัง ให้ได้รับกรรมที่ก่อโดยเร็วด้วย ประเทศไทยมีพระสยามเทวาธิราชปกป้องดูแล ใครที่คิดร้ายประเทศมีจุดจบที่ไม่ดีแน่นอน เพราะการกระทำดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย โดยเฉพาะเป็นการกระทำในช่วงการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก พปชร.กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น รัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศสงบ ปลอดภัย และเชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถคลี่คลายคดีได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญหากพี่น้องคนไทยมีความรักความสามัคคีกัน ก็จะไม่มีใครมาทำลายประเทศเราได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรู้สึกหดหู่กับพฤติกรรมของ ส.ส.บางคน และนักการเมืองพรรคเพื่อไทยบางคนที่ขาดวุฒิภาวะ ขาดจิตสำนึก ไร้มนุษยธรรม กรณีที่ออกมาแสดงคิดเห็นโดยเอาชีวิตประชาชนมาล้อเล่น มาเยาะเย้ย มาสะใจกับความเจ็บปวดของประชาชน ขอให้กลับตัวกลับใจเสียใหม่ ไม่เช่นจะไม่มีที่ยืนในสังคม&amp;quot; รองโฆษก พปชร.กล่าว
พท.โวย&amp;#39;บิ๊กแดง&amp;#39;ชี้นำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า เหตุการณ์วางระเบิดในหลายจุดที่ผ่านมา ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ อย่าพยายามพูดให้เป็นเรื่องของการเมืองทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องของประเทศที่ทุกคนต้องช่วยกันปกป้องคุ้มครองไม่ให้ใครมาคิดร้ายต่อบ้านเมือง และให้กำลังใจในการทำหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่หลายฝ่ายพยายามชี้นำถึงสาเหตุนั้น คงไม่ใช่หลักการที่ถูกต้อง ควรให้เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายความมั่นคง เชื่อว่ารัฐบาลสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหา แต่การสื่อสารของรัฐบาลต้องมีความชัดเจน โดยให้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหลักในการตั้งศูนย์บัญชาการสื่อสารเฉพาะกิจขึ้นในทันที เพื่อรวบรวมข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเพื่อสื่อสารไปยังประชาชนอย่างถูกต้องแม่นยำ เพราะไม่เช่นนั้นอาจมีข่าวเท็จ ที่พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลจนทำให้เกิดความสับสนได้&amp;quot; โฆษก ปชป.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.รมน.) ระบุถึงเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯเป็นฝีมือกลุ่มเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุว่า หากข้อมูลที่ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 รายที่ถูกจับกุมตัวรับสารภาพว่าสาเหตุสำคัญที่มาก่อเหตุป่วนกรุงในครั้งนี้ เนื่องจากต้องการแก้แค้น เพราะไม่พอใจทหารจนเป็นปัจจัยให้มาก่อเหตุดังกล่าวเป็นความจริง ไม่แน่ใจว่าคำให้การดังกล่าวจะขัดแย้งกับสิ่งที่ ผบ.ทบ.พูดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ ที่ระบุนั้น หมายถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุกลุ่มนี้หรือไม่ เพราะถ้าย้อนกลับไปเวลาเกิดเหตุสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายแทบทุกครั้ง ประชาชนก็มักจะได้รับคำตอบในลักษณะนี้มาโดยตลอด จึงไม่แน่ใจว่ากลุ่มเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ ในความหมายของ ผบ.ทบ.นั้น หมายถึงกลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุยังคงเป็นกลุ่มเดิม หรือกลุ่มที่เป็นต้นตอของปัญหาประเทศยังเป็นกลุ่มเดิมๆ แนวคิดเดิมๆ&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรค พท.กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจเบ็ดเสร็จคุมทั้งทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ เป็นแม้กระทั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้วยตัวเอง ควรพิจารณาว่างบประมาณที่ใช้ไปกับจัดซื้ออาวุธ รวมถึงเรือดำน้ำที่จะขอซื้อเพิ่มนั้น หากปรับเปลี่ยนมาเป็นการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพหน่วยงานด้านการข่าว ยกระดับคุณภาพเครื่องมืออุปกรณ์การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาดูแลพี่น้องประชาชนให้มีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนจะดีกว่าหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรค พท. ก็โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งระบุว่า คนไทยเป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย และเป็นหนี้ยาวนานยันแก่ ผิดกับทหารไทย ซึ่งร่ำรวยจนมีเงินซื้อเรือดำน้ำและรถถังรุ่นใหม่ๆ เป็นว่าเล่น แต่พอเกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองขึ้น ก็ไม่เห็นว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทุ่มเงินซื้อมาจะช่วยป้องกันเหตุร้ายใดๆ ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้มีอำนาจฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะ ผบ.ทบ. ก็ใช้วิธีการทำงานแบบคร่ำครึในการคาดเดาว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด โดยใช้สมมติฐานแบบเลื่อนลอย และไม่มีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักมารองรับ ซึ่งทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อภิรัชต์ ควรใช้ความระมัดระวังให้มากในการเชื่อมโยงผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด อย่าทำให้บุคคลอื่นเสียหายโดยไม่เป็นธรรม และระวังอย่าให้ความเห็นของพวกท่านกลายเป็นการชี้นำการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย&amp;quot; ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว และว่า หวังว่ารัฐบาลจะไม่ถือโอกาสใช้สถานการณ์ระเบิดป่วนเมืองเหล่านี้เป็นข้ออ้างในการซื้ออาวุธเพิ่มหรือหาเรื่องออกกฎหมายพิเศษเพื่อละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยไม่จำเป็น&amp;rdquo; ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42706</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนนท์ พรรพีภาส, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง, ราเมศ รัตนะเชวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46e0fc09bc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแว้นวัดพระแก้ว ให้พ่อทำทัณฑ์บน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับแล้ว เยาวชนแข่งรถข้างวัดพระแก้ว ส่งตัวเข้าสถานพินิจ เรียกพ่อมาทำทัณฑ์บน หากลูกทำผิดซ้ำ เจอคุก 3 เดือน บช.น.ตั้งกรรมการสอบ สน.ชนะสงครามเจ้าของท้องที่ บกพร่องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ชนะสงคราม วันที่ 30 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นแข่งรถบนถนนหน้าพระลาน ใกล้กับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เมื่อกลางดึกวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถจับกุมเยาวชนอายุ 16 ปี ได้ 1 คน ที่ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ติดแผนป้ายทะเบียน แข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังได้เชิญผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บนคาดโทษ จากการสอบปากคำเยาวชนสารภาพว่า ได้รวมกลุ่มเพื่อน 7-8 คน ขับขี่มาจากมีนบุรี เพื่อมาดูไฟและถ่ายรูปกัน ก่อนที่จะมาเจอวัยรุ่นอีกกลุ่มในพื้นที่ และได้มีการท้าทาย เกิดความคึกคะนองประลองความเร็วกันบนถนนตามคลิปวิดีโอโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ขณะนั้นไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม ส่วนรถที่ใช้แข่งขันก็เป็นของเพื่อนในกลุ่มที่ยืมมา ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อหา เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 5 ข้อหาแก่เยาวชน ประกอบด้วย แข่งรถโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น, ขับรถในลักษณะผิดวิสัย, ขับรถโดยประมาทหวาดเสียว และขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต &amp;nbsp;หลังจากนี้จะนำตัวส่งตัวไปยังสถานพินิจ ส่วนผู้ปกครองถูกทำทัณฑ์บน ตามคำสั่งของ คสช.ที่ 22/2558 หากบุตรหลานกระทำความผิดซ้ำจะถูกจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในเหตุครั้งนี้ไม่มีกองเชียร์ หากมีก็จะเข้าข่ายมีความผิดเดียวกับผู้ขับขี่ด้วย และหลังจากนี้จะมีการขยายผลไปถึงร้านขายอุปกรณ์แต่งรถให้ ฐานสนับสนุนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์เผยต่อว่า ยืนยันที่ผ่านมามีการปราบปรามเด็กแว้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ทำให้ปัจจุบันสถิติการร้องเรียนลดลงร้อย 80 แต่ยอมรับว่าพื้นที่ สน.ชนะสงครามไม่เคยเกิดการร้องเรียนเรื่องดังกล่าวมาก่อน ส่วนครั้งนี้ตำรวจ สน.ชนะสงครามจะมีความบกพร่องหรือไม่ อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง แต่เบื้องต้นต้องให้ความเป็นธรรม เพราะภายหลังเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ตำรวจ สน.ชนะสงครามเข้าร่วมจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินการทันที ยืนยันหากพื้นที่ใดปล่อยปละ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีมาตรการเด็ดขาดตามคำสั่ง คสช.ที่จะเอาผิดผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ ตั้งแต่ผู้บังคับการ-ผู้กำกับการ พร้อมฝากเตือนผู้ปกครองที่ยังไม่รู้ข้อกฎหมายว่า การปล่อยให้บุตรหลานกระทำแบบนี้จะมีอัตราโทษสูงและผู้ปกครองต้องรับผิดชอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพ่อของเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี ยอมรับผิดและพร้อมรับโทษตามกฎหมาย หรือผลกระทบที่จะตามมา ทั้งยังฝากไปถึงผู้ปกครองคนอื่น ขอให้ดูแลบุตรหลาน ไม่ให้ออกมาทำเหมือนกับลูกของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.อิทธิพลเปิดเผยถึงภาพปรากฏในคลิปวิดีโอ มีรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดง อีกคันร่วมแข่งขันด้วยนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี หากประชาชนท่านใดหรือผู้ปกครองมีข้อมูลเบาะแส สามารถแจ้งมายังกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือหมายเลข 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่ถ่ายคลิปวิดีโอและนำมาเผยแพร่ จากการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นผู้หวังดี ไม่ใช่ 1 ในกลุ่มแข่งรถแต่อย่างใด ที่ผ่านมา บช.น.มีศูนย์เฝ้าระวังกลุ่มที่เตรียมการนัดแข่งรถในทางอยู่แล้ว หากพบก็จะดำเนินคดีทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42330</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, วัดพระศรีรัตนศาสดาราม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d404262aa817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับโทนี่คู่หูมหามุนี โพสต์คลิปลามก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครบาลบุกเพชรบูรณ์ รวบ &amp;quot;โทนี่ บุหรี่ทำเอง&amp;quot; คู่หู &amp;quot;ปู่มหามุนี&amp;quot; โพสต์คลิปลามกนัวเนียพริตตี้ในชุดบิกินี หลังสองคนหลังถูกจับไปก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิ จิตปลอดโปร่ง สารวัตรสืบสวนกองกำกับการ 5 กองบังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.ต.อาทิตย์ ชาตินักรบ สว.กก.สส.5, พ.ต.ท.วิสุทธิ์ ภิมาลย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ร่วมกันจับกุมตัวนายเจริญศักดิ์ โพธิ์ศรีชัย หรือโทนี่ บุหรี่ทำเอง ผู้ต้องหาตามหมายจับ &amp;ldquo;ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ หรือร่วมกันเผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และร่วมกันช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา กก.สส.5 สืบสวนพบว่า มีกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่าปู่มหามุนี อริยดาบส และโทนี่ บุหรี่ทำเอง ได้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก ถ่ายทอดสดโชว์ลามกอนาจารนัวเนียพริตตี้สาวชุดบิกีนี โดยใช้ถ้อยคำรุนแรง หยาบคาย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกโซเชียล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บก.สส.บช.น. จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิสืบสวนบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าว และรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน ประสานข้อมูลกับกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) จนเป็นเหตุให้ บก.ปอท.ออกหมายจับและจับกุมนายชัยรัตน์ ยอดพรม หรือปู่มหามุนี อริยดาบส และพริตตี้สาวชุดบิกินี เมื่อวันที่ 15 พ.ค.62 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 16 พ.ค. เจ้าหน้าที่ กก.สส.5 ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ บก.ปอท. ว่า 1 ในบุคคลที่อยู่ในคลิป คือนายเจริญศักดิ์ โพธิ์ศรีชัย หรือโทนี่ บุหรี่ทำเอง เจ้าหน้าที่ กก.สส.5 จึงได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลของนายเจริญศักดิ์ จนทราบว่ามีการเคลื่อนไหวอยู่ที่ จ.เพชรบูรณ์ จึงได้ร่วมกับ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ นำกำลังตั้งจุดตรวจ จุดสกัดบริเวณถนนสายท่าพล-บ้านโพธิ์ทอง พบบุคคลลักษณะตรงกันกับที่ได้รับแจ้งไว้ ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆย 2302 กรุงเทพฯ ผ่านมา จึงจับกุมไว้ได้ นำตัวมาพบพนักงานสอบสวน บก.ปอท.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36237</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.อาทิตย์ ชาตินักรบ, พ.ต.ท.เสฏฐวุฒิ จิตปลอดโปร่ง, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190519/image_big_5ce15d68d8301.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
