<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแก๊งแฮ็กไอจีหมอ ขายกระเป๋าแบรนด์เนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตร.จับกุมแก๊งกะเทยแฮ็กไอจีหมอเสริมความงามหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง มีคนหลงโอนเงินให้แต่ไม่ได้รับสินค้า-หลอกขายหน้ากากอนามัย แต่ไม่ส่งสินค้าให้ มีผู้เสียหายจำนวนมากมูลค่าหลายสิบล้านบาท เตือนใส่ข้อมูลส่วนตัวในโซเชียลเป็นดาบสองคมเปิดช่องให้แฮกเกอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม., พ.ต.ท.สรยุทธ จิโรภาส รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.บางกรวย แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาแฮ็กอินสตาแกรม หลอกหลวงขายของแบรนด์เนม มีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายนับสิบล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า คดีแรก จับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายชัยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี และนายพายุพัศ หรือเปรี้ยว (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์ผู้ต้องหาจะสุ่มแฮ็กบัญชีเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือไลน์ โดยจะเลือกบัญชีที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก และมีการโพสต์ขายกระเป๋าแบรนด์เนมมาก่อน อย่างกรณีนี้ผู้ถูกแฮ็กไอจีเป็นแพทย์เสริมความงาม มีความสนใจสินค้าแบรนด์เนม แต่ไม่ได้มีการจำหน่ายสินค้า จากนั้นจะเริ่มแฮ็กใน 2 วิธี คือ &amp;quot;นำหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชีที่มีการโพสต์ไว้มาใส่เป็นรหัสผ่าน หรือพาสเวิร์ด&amp;quot; ถ้าตรงก็สามารถแฮ็กได้ หรืออีกวิธีโดยการกด &amp;quot;ลืมรหัสผ่าน forget password&amp;quot; ระบบจะส่งรหัส OTP เข้าไปที่หมายเลขของเจ้าของบัญชี จากนั้นผู้ต้องหาก็จะสร้างไลน์ปลอมเป็นเพื่อนเข้าไปทักและหลอกให้ผู้เสียหายส่ง OTP ให้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อแฮ็กได้แล้วก็จะทำบัญชีมาโพสต์หลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง มีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อโอนเงินให้ แต่กลับไม่ได้กระเป๋า มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความแล้ว 17 ราย แบ่งสถานีตำรวจในพื้นที่ บช.น. 12 คดี และสถานีตำรวจในต่างจังหวัดอีก 5 คดี โดยนายเปรี้ยวซึ่งเป็นสตรีข้ามเพศ หนึ่งในผู้ต้องหานี้ได้เคยถูกจับกุมมาแล้ว 2 ครั้ง โดยพฤติการณ์คือปลอมเฟซบุ๊กขึ้นมาเพื่อโพสต์ขายหน้ากากอนามัย แต่ไม่ส่งหน้ากากให้ลูกค้า มีผู้เสียหายกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาล แต่กลับมากระทำความผิดซ้ำอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า อีกคดี จับกุมตัว น.ส.กุลธิดาลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ในความผิดฐานร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน พฤติการณ์ผู้ต้องหาได้ประกาศขายสินค้าแบรนด์เนมมือสองในเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;Celebrity Brandname กระเป๋าแบรนด์เนมแท้มือ 2 ของแท้ 100% รับซื้อ ฝากขายจำนำ&amp;quot; ภายหลังมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากโอนเงินซื้อสินค้า แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับสินค้า ซึ่งน่าเชื่อว่าสินค้าไม่ได้มีอยู่จริงตั้งแต่ต้น ผู้ต้องหากระทำผิดต่อเนื่องหลายคดี จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งสองคดีมีพฤติการณ์คล้ายๆ กันคือ มีการหลอกลวงขายสินค้าทางโซเชียลมีเดีย มีผู้เสียหายจำนวนมาก ทั้งที่แจ้งความแล้วและยังไม่ได้เข้าแจ้งความ มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท ขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนเรื่องการใส่ข้อมูลส่วนตัวลงในโซเชียล ตรงนี้เป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในการขายสินค้าออนไลน์ แต่ก็เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำข้อมูล เบอร์มือถือ วันเดือนปีเกิด ใช้เป็นข้อมูลในการแฮ็กบัญชี ส่วนการโอนเงินชำระค่าสินค้าขอให้ตรวจชื่อบัญชีทุกครั้งว่าตรงกับผู้ที่เราต้องการโอนเงินให้&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93375</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.สรยุทธ จิโรภาส, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602d0ce635948.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับกุมแก๊งสาวสองแฮ็กข้อมูลโซเชียลฯหมอหลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.64 - พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. พ.ต.ท.สรยุทธ จิโรภาส รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางกรวย แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาแฮกอินสตาแกรม หลอกหลวงขายของแบรนด์เนม มีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายนับสิบล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ระบุว่า คดีแรกจับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายชัยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี และ นายพายุพัศ หรือ เปรี้ยว (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับพฤติการณ์ผู้ต้องหาจะสุ่มแฮ็กบัญชีเฟซบุ๊กอินสตราแกรม หรือไลน์ โดยจะเลือกบัญชีที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก และมีการโพสต์ขายกระเป๋าแบรนด์เนมมาก่อน อย่างกรณีนี้ผู้ถูกแฮ็กไอจีเป็นแพทย์เสริมความงาม มีความสนใจสินค้าแบรนด์เนมแต่ไม่ได้มีการจำหน่ายสินค้า จากนั้นจะเริ่มแฮ็กใน 2 วิธี คือ &amp;quot;นำหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของบัญชีที่มีการโพสต์ไว้ มาใส่เป็นรหัสผ่าน หรือ พาสเวิร์ด&amp;quot; ถ้าตรงก็สามารถแฮ็กได้ หรืออีกวิธี โดยการกด &amp;quot;ลืมรหัสผ่าน forget password&amp;quot; ระบบจะส่งรหัส OTP เข้าไปที่หมายเลขของเจ้าของบัญชี จากนั้นผู้ต้องหาก็จะสร้างไลน์ปลอมเป็นเพื่อน เข้าไปทักและหลอกให้ผู้เสียหายส่ง OTP ให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อแฮ็กได้แล้ว ก็จะทำบัญชีมาโพสต์หลอกขายกระเป๋าแบรนด์เนมมือสอง มีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อ โอนเงินให้แต่กลับไม่ได้กระเป๋า มีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความแล้ว 17 ราย แบ่งสถานีตำรวจในพื้นที่ บช.น. 12 คดี และสถานีตำรวจในต่างจังหวัดอีก 5 คดี โดยนายเปรี้ยว ซึ่งเป็นสตรีข้ามเพศ หนึ่งในผู้ต้องหานี้ได้เคยถูกจับกุมมาแล้ว 2 ครั้ง โดยพฤติการณ์คือปลอมเฟซบุ๊ก ขึ้นมาเพื่อโพสต์ขายหน้ากากอนามัย แต่ไม่ส่งหน้ากากให้ลูกค้า มีผู้เสียหายกว่า 50 รายมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างประกันตัวในชั้นศาล แต่กลับมากระทำความผิดซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกคดีจับกุมตัว น.ส.กุลธิดาลักษณ์ สงวนนามสกุล อายุ 34 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน พฤติการณ์ผู้ต้องหา ได้ประกาศขายสินค้าแบรนด์เนมมือสอง ในเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;Celebrity Brandname กระเป๋าแบรนด์เนมแท้มือ 2 ของแท้ 100% รับซื้อ ฝากขาย จำนำภายหลังมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากโอนเงินซื้อสินค้า แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับสินค้า ซึ่งน่าเชื่อว่าสินค้าไม่ได้มีอยู่จริงตั้งแต่ต้น ผู้ต้องหากระทำผิดต่อเนื่องหลายคดี จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งสองคดี มีพฤติการณ์คล้าย ๆ กัน คือมีการหลอกลวงขายสินค้าทางโซเชียลมีเดีย มีผู้เสียหายจำนวนมาก ทั้งที่แจ้งความแล้วและยังไม่ได้เข้าแจ้งความ &amp;nbsp;มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนเรื่องการใส่ข้อมูลส่วนตัว ลงในโซเชียล ตรงนี้เป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในการขายสินค้าออนไลน์ แต่ก็เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำข้อมูล เบอร์มือถือ วันเดือนปีเกิด ใช้เป็นข้อมูลในการแฮกบัญชี &amp;nbsp;ส่วนการโอนเงินชำระค่าสินค้าทุกครั้งขอให้ตรวจชื่อบัญชีทุกครั้งว่าตรงกับผู้ที่เราต้องการโอนเงินให้&amp;quot; รองผบ.ตร.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่า การปราบปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่ง ศปอส.ตร. ให้ความสำคัญทั้งในด้านการปราบปราม และการสร้างภูมิกันให้กับประชาชนโดยการผลิตคลิป เตือนภัย เช่น คลิป &amp;quot;รู้ทัน แชร์ลูกโซ่&amp;quot;, &amp;quot;รู้ลึก พนันออนไลน์ ภัยใกล้ตัว กับติ๊ก บิ๊กบราเธอร์&amp;quot;, &amp;quot;ลงทุนแค่ 100 ได้เงินเป็น 1,000,000&amp;quot; , &amp;quot;3 กระบวนยุทธ์ สกัดหยุด การโจรกรรมข้อมูลออนไลน์&amp;quot; &amp;nbsp;ล่าสุดได้เผยแพร่คลิป &amp;quot;ภัยใกล้ตัว ระวัง เงินหายหมดบัญชี&amp;quot; ซึ่งเป็นการเตือนภัยจากการหลอกขอ OTP โดยสามารถเข้าไปดูได้ที่เฟซบุ๊ก และยูทูป @PCTPOLICE &amp;nbsp;และจะมีการผลิตคลิปเตือนภัยทุกเดือน &amp;nbsp;เพื่อให้ทันต่อรูปแบบของอาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากพบพฤติการณ์ดังกล่าวสามารถโทรแจ้งเบาะแสมาที่สายด่วน ตร. 1599 ตลอด 24 ชม. หรือสายตรง ศูนย์ PCT 081-8663000 เฉพาะเวลาราชการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร., ศปอส.ตร., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602cb25c196b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2นศ.สาวถูกฆ่าในสหรัฐยืนยันได้ศพเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กงสุลใหญ่นครลอสแองเจลิส ระบุ 2 นักศึกษาไทยที่ถูกฆาตกรรม ยืนยันได้แล้ว 1 คนคือ &amp;quot;ฐิติอร&amp;quot; ส่วนอีกคนยังไม่ยืนยันว่าเป็น &amp;quot;กรกมล&amp;quot; หรือไม่ ส.จ.ปทุมธานี พี่ชาย &amp;quot;กรกมล&amp;quot; เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่พ่อได้ข่าวก็เสียใจอย่างที่สุด เผยน้องสาวเป็นลูกคนเล็ก เรียนเก่ง จบนิติฯ มธ.เกียรตินิยม จบเนฯ และจบปริญญาโท ก็ยังเรียนไม่หยุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณี น.ส.กรกมล หลีนวรัตน์ หรือ &amp;quot;น้องแอ๋ม&amp;quot; อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโทรัฐบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกฆ่าพร้อมเพื่อนสนิทภายในอพาร์ตเมนต์ที่รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ซึ่ง น.ส.กรกมลเป็นลูกสาวคนเล็กของนายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ &amp;quot;เฮียย้ง&amp;quot; อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี และเป็นหลานของนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เฟซบุ๊ก Weerasak Leenavarat หรือนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ ส.จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นพี่ชาย น.ส.กรกมล ได้โพสต์ข้อความประกอบรูปว่า &amp;ldquo;สำหรับน้องแอ๋ม...ในความรู้สึกของพี่ เมื่อยามเป็นเด็ก หนูเป็นเทพธิดาองค์น้อยๆ ของพ่อ พอโตขึ้นมาก็เป็นนางฟ้าของครอบครัว เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส ฉลาด เก่ง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองสูง อยากเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทำได้ น้องกับพ่อวางแผนกันไว้ว่า หนูเรียนจบแล้วจะขอไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็จบภายใน 1 ปี แล้วขอไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายยังต่างประเทศ ก็สำเร็จมา 1 ใบ เดินทางต่อไปเพื่อเรียนต่ออีกใบ อีกเพียงแค่ 7เดือนจะกลับมาสอบเป็นผู้พิพากษาสนามจิ๋ว... แต่สุดท้ายความตายที่พวกเราไม่เคยคาดคิดก็มาพรากหนูไปจากพวกเรา ทุกคนเสียใจ และเป็นทุกข์มาก ตลอดระยะเวลาที่หนูอยู่บนโลกนี้ 24 ปี 9 เดือน ช่างสั้นเหลือเกิน แต่คงถึงเวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์ ไปเถอะนางฟ้าของพวกเรา&amp;rdquo; #แก้วตาดวงใจของครอบครัว...น้องแอ๋ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับนายวีระศักดิ์ เขาเปิดเผยว่า ได้ข่าวน้องสาวเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนร่วมห้อง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งระหว่างนี้ได้ให้ญาติๆ ที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเดินทางไปตรวจสอบแล้ว แต่ก็คงต้องรอเจ้าหน้าที่ที่สหรัฐสอบสวนให้ชัดเจนก่อน น้องเพิ่งไปเรียนต่อเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็มาเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งทางพ่อและครอบครัวเสียใจมาก เตรียมจะนำศพกลับประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์สยามทาวน์ยูเอสระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา พบศพหญิงสองรายเสียชีวิตในห้องพักของมอลลอย อพาร์ตเมนต์ ย่านฟิฟทีน อเวนิว ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเวลา 09.30 น.ของเช้าวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น สภาพศพถูกแทงตามร่างกาย หลังขาดการติดต่อไปนานถึง 72 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุด้วยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีนักศึกษาไทยโทร.หาเพื่อนที่ไทย และเล่าว่ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง แต่ยังไม่มีการสรุปว่าเป็นนักศึกษาที่เสียชีวิตหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งด้วยว่า นักศึกษาสองรายที่ถูกแทงเสียชีวิต คือ น.ส.กรกมล หลีนวรัตน์ อายุ 25 ปี บุตรสาวนายปภาวิน หลีนวรัตน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จ.ปทุมธานี ครอบครัวเคยทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์ทางการเกษตร กระทั่งมารดาของ น.ส.กรกมล เสียชีวิต จึงได้เลิกกิจการไป 4-5 ปีแล้ว โดย น.ส.กรกมลจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 35 ก่อนศึกษาต่อปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ จนสำเร็จการศึกษา จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาอีกใบที่ซีแอตเทิล ส่วนอีกรายหนึ่งคือ น.ส.ฐิติอร โชติช่วงทรัพย์ เป็นชาวอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศและกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ยืนยันว่า 1 ใน 2 ศพ คือ น.ส.ฐิติอร ส่วนอีกหนึ่งศพยังไม่ยืนยันว่าเป็น น.ส.กรกมล ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนของซีแอตเทิลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานที่อยู่ห้องใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทย พบว่า น.ส.ฐิติอรเดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วน น.ส.กรกมลเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่าหญิงสาวทั้งสองคนเดินทางออกนอกประเทศพร้อมกับบุคคลใดหรือไม่ และจะติดตามข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในซีแอตเทิลจากกงสุลใหญ่อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง เท่าที่สอบถามข้อมูลพบว่าเพื่อไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับคดีโดยตรง แต่จะประสานใช้ความสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เคยประสานงานกัน เพื่อสอบถามช่วยเหลือ ประสานข้อมูลต่างๆ และพร้อมอำนวยความสะดวกให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตหากประสงค์เดินทางไปสหรัฐอเมริกา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16984</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.กรกมล หลีนวรัตน์, ปภาวิน หลีนวรัตน์, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b9131977afaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตม.ติวเข้มหัวหน้าด่านรับมือคนร้ายข้ามชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.61-พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(รองผบช.สตม.) และโฆษก สตม. กล่าวถึงการจัดสัมมนาระดมความคิดเห็น(workshop) หัวหน้าด่าน ตม.ทั่วประเทศระหว่างวันที่ 21-25 พ.ค.61ว่า &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. มองว่าผู้บริหารระดับ หน.ด่าน เป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ และเป็นจุดแตกหักของงาน ตม.ประเทศไทย ในฐานะผู้คุมเกมส์ในระดับพื้นที่ ซึ่งต้องเผชิญการตัดสินใจกับสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงการบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ตม.ให้ทำงานสนองนโยบายความมั่นคงในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องนำมาทำความเข้าใจ และใช้ช่วงเวลา 5 วัน กระตุ้นความคิด ความรู้ ประสบการณ์ ออกมาเป็นข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ นำไปสู่พันธสัญญาในการปฏิบัติต่อไป อย่างมีระบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวว่า ในการติวเข้มครั้งนี้ มีครบทุกมิติ ตั้งแต่ การให้ความรู้เกี่ยวกับงาน Border protection ทั้งทาง บก น้ำ และอากาศ รวมถึงทางรถไฟ ในอนาคต &amp;nbsp;สถานการณ์อาชญากรรมข้ามชาติ และความท้าทาย ของ ตม.ไทยยุค 4.0 โดยเฉพาะช่วง ระยะเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาล 2561-2564 &amp;nbsp;ความรู้แนวคิดด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริต เพื่อกลับไปสร้างความโปร่งใสในการทำงานในพื้นที่อย่างจริงจัง &amp;nbsp;ข้อคิดทางจริยธรรมคุณธรรม การฝึกความสามารถทางร่างกาย ให้แข็งแรง พร้อมรับการทำงานอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;การจัดกลุ่ม ระดมความคิดเห็น โดยให้ รอง ผบช.สตม.กำกับดูแล ซึ่งจะเน้น ข้อเสนอ แนวคิด ในการป้องกัน สกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีความเสี่ยงจะเข้ามาก่อเหตุในประเทศ และการวางมาตรการป้องกันชาวต่างชาติที่ฉวยโอกาส over stay โดยผิดกฏหมาย เพื่อกลั่นออกมาเป็นมาตรการในการปฏิบัติร่วมกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังการติวเข้มครั้งนี้ ทาง สตม.จะติดตามประเมินผล และคาดว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จะเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน สมกับที่รัฐบาลและสังคมให้ความคาดหวังไว้อย่างเต็มที่&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9629</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนร้ายข้ามชาติ, ด่านตม., พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, สตม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b024b9057577.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
