<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อค้าเยาวราช ยิงเพื่อนวัย74 แล้วฆ่าตัวตาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อค้าวัย 67 ย่านเยาวราชก่อเหตุสยอง บุกยิงเพื่อนรุ่นพี่วัย 74 ดับคาร้านขายผ้าก่อนยิงตัวตายตาม คาดปมหนี้สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมนี้ ตำรวจ สน.จักรวรรดิ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันภายในร้านจำหน่ายผ้าตัดเสื้อ ซอยเยาวราช 23 แขวงและเขตสัมพันธวงศ์ กทม. หลังได้รับแจ้งมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คนภายในร้านดังกล่าว จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 74 ปี เจ้าของร้าน และชายอายุ 67 ปี เสียชีวิตบนโต๊ะอาหารชั้นล่างของร้าน ใกล้กันพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่ 1 กระบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามลูกสาวเจ้าของร้านให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเพื่อนของพ่อเข้ามาชวนพ่อพูดคุยตามปกติ ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นเพื่อนรักกันมานาน บ้านอยู่เยื้องกับร้าน จึงไม่ได้เอะใจอะไร และไม่ทราบว่าทั้ง 2 คนคุยอะไรกัน ตนก็เข้าไปล้างจานหลังบ้าน จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น เมื่อรีบออกมาดูก็เห็นพ่อถูกยิงบาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนเพื่อนพ่อที่ก่อเหตุพบว่ายิงตัวเองเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุพล เวียงทอง พนักงานของร้าน บอกว่า ได้ยินเสียงปืน 3-4 นัด ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นว่าทั้ง 2 คนมีปัญหาอะไรกัน รู้แค่ว่าทั้งสองรักกันมาก เคยซื้อข้าวมากินด้วยกันบ่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 กล่าวว่า ทั้ง 2 คนเป็นเพื่อนกัน และจากการสอบสวนสันนิษฐานว่าปมเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องหนี้สิน โดยนายวัฒนา (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ใช้ปืนลูกโม่ยิงนายกร อายุ 74 ปี เจ้าของร้านเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ก่อนจะยิงตัวตายตาม ซึ่งขณะเกิดเหตุมีพยานเป็นลูกสาวเจ้าของร้าน ได้ยินการสนทนาระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย แต่ไม่ชัดเจนว่าคุยเรื่องอะไร ซึ่งในรายละเอียดฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86320</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf72050cadb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.อ้างฉีดน้ำเพื่อเตือนไม่อยากให้น้องๆฝ่าแนวกั้นกลัวทำผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.63-พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 ในฐานะผบ.คุมสถานการณ์ กล่าวชี้แจงกับผู้ชุมนุมว่า เรากั้นแนวไว้เพื่อไม่ต้องการให้น้องๆ ทำผิดกฎหมาย แม้อยู่นอกรั้วก็เจรจาได้ ถ้าน้องๆ ยังจะเข้ามา เราจึงต้องฉีดน้ำเพื่อเตือน ขอร้องน้องๆ อย่าฝ่าแนวกั้นเข้ามา เราเสียใจ แต่เราไม่ต้องการให้น้องๆ ฝ่าแนวกั้นเข้าไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระหว่างที่ พล.ต.ต.เมธีกล่าวชี้แจงผู้ชุมนุม ส่งผลให้ผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจ ตะโกนด่าทอสวนขึ้นมาเป็นระยะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83206</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุม, ฉีดน้ำใส่ม็อบ, ตำรวจ, พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df5e1cdf03e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83114</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2020 21:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วน&#039;พระราชฐาน&#039;! แฉม็อบ3นิ้วเคลื่อนประชิด/ระดมตร.15กองร้อยคุมเข้ม150ม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฉม็อบ 3 นิ้วมีแผนเคลื่อนมวลชนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเข้าพระลานพระราชวังดุสิตและสวนอัมพร เขียนข้อความพับเป็นเครื่องร่อน พุ่งเข้าเขตพระราชฐาน 23 พ.ย. กระตุ้นชุมนุมทั่วประเทศ ปิดศูนย์ราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคงจับตา ส่งตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจำนวน 15 กองร้อยประจำจุด ห้ามเข้าใกล้รัศมี 150 เมตร &amp;quot;ม็อบตุ้งติ้ง&amp;quot; ปิดถนนย่านดาวน์ทาวน์ เรียกร้องเสรีภาพทางเพศ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;หลวงปู่พุทธะอิสระ&amp;quot; ได้โพสต์ข้อความระบุว่า มีข่าวลับมาบอก ข่าวแจ้งมาว่า แกนนำรุ่นสองของกลุ่มคณะราษฎร คือ นายณัฐชนน ไพโรจน์ มีการนัดประชุมกันที่โรงแรมนิมิต บูทีค โฮเทล คอลเลคชั่น เขตวัฒนา กรุงเทพ โดยมีนายณัฐชนน และนายอรรถพล บัวพัฒน์ เป็นประธานในที่ประชุม ได้มีการกำหนดแผนการการขับเคลื่อนของม็อบวันที่ 8 พ.ย. ที่วงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยใช้รถบรรทุกขยายเสียงขนาดใหญ่พร้อมมีเวทีปราศรัยในตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนัดประชุมใหญ่ในครั้งนี้ก็เพื่อเช็กจำนวนมวลชน หากมีมวลชนมากันจำนวนมาก ก็จะมีการนำพามวลชนขับเคลื่อนไปยังพระลานพระราชวังดุสิตและสวนอัมพร เพื่อทำกิจกรรมให้มวลชนเขียนข้อความใส่กระดาษ แล้วพับเป็นรูปเครื่องบินร่อน พุ่งให้เข้าไปในเขตพระราชฐาน นอกจากนั้นในที่ประชุมยังมีการกำหนดวันนัดการชุมนุมในรอบต่อจากวันที่ 8 พ.ย. คือวันที่ 23 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยวันที่ 23 พ.ย.นี้ จะกระตุ้นให้มีการจัดชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ ในบริเวณพื้นที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของสถาบันหรือศูนย์ราชการ เพื่อปิดการดำเนินงานของข้าราชการ กิจกรรมทั้งหมดนี้แกนนำในแต่ละจังหวัดสามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากส่วนกลางได้ แต่มีการกำชับกันในที่ประชุมว่า ข้อเรียกร้อง 3 ข้อจะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงคือ นายกฯ ลาออก แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ปฏิรูปสถาบัน จึงขอแจ้งข่าวลับนี้ให้ท่านทั้งหลายทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในทำนองเดียวกันว่า กาเหว่ากำลังกลายพันธุ์ อ้างปฏิรูปสถาบันบังหน้า แต่วันที่ 8 พ.ย. จะชักชวนกันไปเขียนข้อความใส่กระดาษ พับเป็นนกร่อนเข้าไปในพระราชวังสวนดุสิต-สวนอัมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือการระรานรังแกพระมหากษัตริย์มากไปแล้ว!!!! &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกเด็กเล็กๆ นักเรียนนิสิตนักศึกษา คอยติดตามเหตุการณ์อยู่ที่บ้านเถิด แล้วปล่อยให้พวกหัวโจกแกนนำเปิดหน้าเป็นอริราชศัตรูให้ชัดไปเลย!!!! เห็นชัดหรือยังว่าเขาหลอก &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปากว่าปฏิรูป แต่กำลังทำการล้มเจ้า!!!!&amp;quot; นายไพศาลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงเปิดเผยถึงกรณีกลุ่มราษฎรประกาศนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 พ.ย. เวลา 16.00 น. เพื่อทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน รวมทั้งจะมีการเคลื่อนขบวนด้วยว่า เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์ จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่เป็นหลักปฏิบัติตามกรอบกฎหมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 โดยในวันดังกล่าวจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจำนวน 15 กองร้อย คอยสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาทำหน้าที่ประจำจุดต่างๆรอบพื้นที่การชุมนุม เพื่อดูแลความปลอดภัย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรคอยดูแลอำนวยความสะดวกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะเน้นย้ำผู้ชุมนุมถึงข้อสำคัญว่า ห้ามชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานในรัศมี 150 เมตรอย่างเด็ดขาด เพราะคาดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปยังลานพระบรมรูปทรงม้า
ผบ.ทบ.เกาะติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า กรณีที่มีข้อกังวลว่าจะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มคณะราษฎรกับกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ที่สวมใส่เสื้อเหลืองนัดชุมนุมในวันเดียว และจุดเดียวกัน แต่จะใช้บริเวณด้านฝั่งหน้าร้านเมธาวลัยศรแดง ขณะที่กลุ่มราษฎรจะใช้ฝั่งหน้าร้านแมคโดนัลด์และโรงเรียนสตรีวิทยานั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำแผงเหล็กไปกั้นระหว่างกลาง พร้อมทั้งนำกำลังไปตั้งแถวเพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างกัน ถ้าเป็นไปได้ จะพยายามพูดคุยขอให้ทางกลุ่ม ศปปส.ขยับออกห่างจุดชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร แต่คาดว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะทั้งสองกลุ่มก็ถือว่าเป็นปัญญาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันที่ &amp;nbsp;8 พ.ย. ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหาร พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ., พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้ช่วยผบ.ทบ. และ พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์ แม่ทัพภาคที่ 1 จะร่วมกันติดตามสถานการณ์ด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) มอนิเตอร์การชุมนุมตั้งแต่ก่อนเริ่มจนถึงหลังประกาศยุติการชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว ว่า ในส่วนการเตรียมรับมือของรัฐบาลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไม่ได้มีการกำชับหรือสั่งการอะไรเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่นายกฯ กังวลคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อีกทั้งอยากให้เข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อย และไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากัน โดยดูเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ขณะเดียวกันขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมชุมนุมโดยสงบ และขอให้เข้าใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี ศปปส.จะเข้าไปสังเกตการณ์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน ห่วงว่าจะเกิดการเผชิญหน้ากันหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า ในเรื่องนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยพยายามใช้วิธีการเพื่อไม่ให้แต่ละฝ่ายมีการยั่วยุหรือเผชิญหน้ากัน จนอาจเกิดเหตุความรุนแรงได้ และทำให้เกิดภาพความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งรัฐบาลได้กำชับให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ กองสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เผยแพร่แผนการประกาศจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ 2564 โดยมีแผนจัดซื้อจัดจ้างเครื่องมือควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะหลายรายการ ที่น่าสนใจ อาทิ ลวดหนามหีบเพลง จำนวน 1,000 ชุด งบประมาณ 2,664,000 บาท, รถปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในการชุมนุม จำนวน 5 คัน งบประมาณ 87,950,000 บาท, โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการโล่ใส จำนวน 18,534 โล่ งบประมาณ 60,050,160 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการชุดป้องกันสะเกิ้ด จำนวน 16,620 ชุด งบประมาณ 54,181,000 บาท, โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการหมวกปราบจลาจล จำนวน 15,781 ใบ งบประมาณ 59,336,560 บาท, โครงการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในการชุมนุมสาธารณะ รายการกระบองยาง หรืออุปกรณ์ใช้ตี (Baton) จำนวน 16,620 อัน งบประมาณ 17,617,200 บาท, เครื่องรบกวนสัญญาณคลื่นความถี่วิทยุแบบติดตั้งบนยานพาหนะ จำนวน 7 เครื่อง งบประมาณ 34,828,500 บาท
นักเรียนไท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สนามหลวง น.ส.สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือเมนู พร้อมเพื่อนอีก 3 คน ร่วมกันอ่านแถลงการณ์เปิดตัวกลุ่ม &amp;ldquo;นักเรียนไท&amp;rdquo; เพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ของคณะราษฎร 2563 โดยตรง มีเนื้อหาสรุปได้ว่า เยาวชนเป็นกลุ่มคนที่ถูกกดทับมาตลอด ถูกลิดรอนสิทธิจากโครงสร้างรัฐและสังคม การเลี้ยงดูอย่างไร้ความรับผิดชอบจากผู้ให้กำเนิดบางคน และการไม่พยายามแก้ไขปัญหาของเยาวชนในด้านต่างๆ อย่างยั่งยืนจากรัฐ เขาคิดว่าเราไม่ควรมีสิทธิแสดงความคิดเห็นเพียงเพราะเขามองว่าเราเป็นเด็ก ห้ามคิด ห้ามถาม ห้ามวิจารณ์ มิฉะนั้นจะเป็นเด็กเนรคุณ เพราะระบอบอำนาจนิยมในสังคมไทยที่แบ่งแยกผู้น้อยผู้ใหญ่กดทับเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว ผู้มีอำนาจไม่สามารถขัดสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ จากนี้ไปเราจะไม่ทนต่อการใช้อำนาจล้าหลังมากดทับเยาวชนอีกแล้ว เสียงของพวกเราต้องถูกรับฟัง สิทธิของเยาวชนต้องถูกรับรอง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ เป็นพลเมืองที่จะร่วมพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป กลุ่มนักเรียนไทขอสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และองคาพยพต้องลาออกทันที ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เปลี่ยนประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตย และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่ใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง ข้อเรียกร้องทั้งสามเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุพิชฌาย์ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มว่า กลุ่มเรามีเป้าหมายหลักรวมแนวร่วมแกนนำจากทุกภูมิภาค คือการขยายแนวร่วมแบบแกนนอน จะเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับคณะราษฎร เพื่อประกาศตัวนักเรียนคือหนึ่งในราษฎรเหมือนกัน หน้าที่ของเราคือการรวมตัวทุกคนมาอยู่ด้วยกันด้วยอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน คอนเนกชั่นกลุ่มแนวร่วม ไม่ใช่สร้างกลุ่มแยกเพื่อสร้างชื่อเสียง เราต้องการขับเคลื่อนประชาธิปไตยอย่างแท้จริงโดยรวมแกนนำทุกคนเข้ามาอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราสลัดคราบชุดนักเรียนเพื่อประกาศว่าเราคือนักเรียนที่เป็นหนึ่งในประชาชนของประเทศนี้เหมือนกัน เรากำลังต่อสู้กับระบบอาวุโสที่ปิดกั้นความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ กระแสเรียกร้องประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งเดียวที่ประเทศไทยต้องขับเคลื่อน ต้องเอาความเชื่อบางอย่างที่ล้าหลังออกไป มิฉะนั้นประเทศเราจะเดินหน้าไม่ได้เลย ถ้าเราอยู่ในระบบความคิดเดิมๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สุพิชฌาย์ยังกล่าวว่า กลุ่มนักเรียนไทจะเป็นกลุ่มหนึ่งในพลังของนักเรียนที่พยายามขับเคลื่อนไปด้วยกัน พลังของนักเรียนในตอนนี้อ่อนแอ เราโดนกดทับจากทั้งโรงเรียน กดทับจากทั้งครอบครัว กดทับจากทางสังคมที่มองว่าเราเป็นเด็กอยู่ พลังของนักเรียนเติบโตขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ แต่ว่ายังมีความอ่อนแออยู่ ซึ่งการที่จะทำให้พลังของนักเรียนเข้มแข็งเท่ากับพลังของนักศึกษาประชาชนได้มันต้องใช้เวลา ซึ่งพลังของเรา กลุ่มนักเรียนไทจะเป็นหนึ่งในพลังที่พยายามขับเคลื่อนการเป็นนักเรียนให้ก้าวไปสู่พลังของการเปลี่ยนแปลงของประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.00 น. วันเดียวกันนี้ ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ การชุมนุมของกลุ่ม &amp;quot;ม็อบตุ้งติ้ง 2&amp;quot; แยกสามย่าน กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยรวมตัวหน้าสามย่านมิตรทาวน์ ก่อนจะเดินขบวนไปย่านสีลม แสดงสัญลักษณ์เรียกร้องของกลุ่มหลากหลายทางเพศ (LGBT) เพื่อส่งเสียงของผู้ถูกกดขี่ ว่าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว โดยผู้ที่มาร่วมชุมนุมต่างแต่งกายอย่างหลากสีสัน หลายคนแต่งชุดแฟนซี เพื่อแสดงถึงเสรีภาพทางเพศ ต่อต้านระบอบชายเป็นใหญ่ มีธงสีรุ้งซึ่งเป็นสีแห่งความหลากหลายทางเพศด้วย
สีดาลุยไฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ก่อนการเริ่มเดินขบวนได้มีการซ้อมการแสดง &amp;quot;สีดาลุยไฟ&amp;quot; ที่มีแนวคิดจากนางสีดาที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งมีเนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับความรุนแรง การถูกข่มขืน ที่ผู้หญิงต้องเผชิญเกี่ยวกับความรุนแรงทั้งทางเพศและทางร่างกาย โดยการแสดงดังกล่าวจะมีการเต้นในการเคลื่อนขบวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิรภพ อัตโตหิ หรือแรพเตอร์ แกนนำกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวว่า การจัดงานวันนี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อหนุน 3 ข้อเรียกร้องของขบวนการประชาธิปไตย ยกระดับมาตรฐานสังคมไทยด้วยความเป็นธรรมทางเพศ โดยวาระเร่งด่วนตอนนี้คือเรื่องการคุกคามทางเพศทั้งนอกและในขบวนการประชาธิปไตย เพราะท่ามกลางสังคมชายเป็นใหญ่ ยังมีนักกิจกรรมการเมืองเพศหญิงถูกคุกคามทางเพศทั้งในโลกออนไลน์และในความเป็นจริง ส่วนกิจกรรม เป็นกิจกรรมไพรด์พาเหรด เป็นการแสดงอัตลักษณ์ของตัวเอง เป็นความภูมิใจของคนหลากหลายทางเพศ แล้วเราก็จะปราศรัยเรื่องความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากประชาธิปไตยเป็นความเท่าเทียมกันในทุกมิติ ฉะนั้นการขับเคลื่อนเรื่องควรเป็นธรรมทางเพศ ก็ควรอยู่ในข้อเรียกร้องที่ไปด้วยกันกับเรื่องประชาธิปไตย จากนั้นเมื่อจบการปราศรัยก็จะชักชวนให้ประชาชนไปเที่ยวที่ย่านสีลมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิรภพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังจะเรียกร้องเรื่องการสมรสอย่างเท่าเทียมจะต้องเกิดขึ้น เพราะศักดิ์ของ พ.ร.บ.คู่ชีวิต ก็ยังไม่เท่าเทียมคู่รักชายหญิงปกติ เรายังอยากเห็นพรรคการเมืองที่ให้สัดส่วนของผู้หญิงและผู้มีความหลากหลายทางเพศได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มองว่าการที่นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็น ส.ส.เพศทางเลือกคนแรกที่ถูกกดดันออกจากรัฐสภา ทำให้คนที่มีความหลากหลายทางเพศถูกลดทอนความสำคัญลงไปอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของ &amp;quot;ม็อบตุ้งติ้ง 2&amp;quot; ว่าเบื้องต้นทราบว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้แจ้งขออนุญาตการชุมนุมไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว โดยตำรวจได้เตรียมกำลังไว้จำนวนหนึ่ง และพร้อมจะมีการปรับกำลังโดยประเมินจากจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก เบื้องต้นประเมินไว้ประมาณ 500-600 คน อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีการติดตามสถานการณ์การชุมนุมทุกกลุ่ม พร้อมปรับแผนในการดูแลอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้ &amp;quot;แตะโครงสร้าง 1 เทรดฟอเร็กซ์ไปกับโบรกฯ ที่มีความน่าเชื่อถือระดับโลก IC Markets 2.รูปแบบรัฐ อำนาจอธิปไตย และหลักประกันสิทธิเสรีภาพ ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญของไทยและบางประเทศมีการห้ามการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐและระบอบการปกครองไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ประเทศไทยต้องเป็นรัฐเดี่ยวและมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น ในบางประเทศมีการให้ทำประชามติได้ว่าประชาชนชอบอย่างไรเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้รัฐธรรมนูญตายตัวเกินไป พูดง่ายๆ คือฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ด้วย ดังนั้นใครอยากเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้จึงทำไม่ได้ นอกจากขอเปิดช่องให้มีการฟังเสียงประชาชนตามระยะเวลา เช่นครั้งละ 20 ปี เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ ความพยายามเรียกร้องให้ไทยเป็นสหพันธรัฐจึงเป็นไปไม่ได้ อีกทั้งขนาดของประเทศเล็ก การแยกตัวแบบนั้นจะทำให้การค้าขายยากลำบาก ต้นทุนสูง ในยุโรปนิยมรวมตัวกันเป็นรัฐขนาดใหญ่ เช่น สหภาพยุโรป เพราะอำนาจต่อรองมากกว่าและต้นทุนสินค้าในกลุ่มเดียวกันถูกลง เป็นต้น ทางออกในเรื่องนี้คือการคืนอำนาจให้ทัองถิ่นมากกว่าสหพันธรัฐ ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83114</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์, พล.ท.พงศกร รอดชมภู, พล.ท.เจริญชัย หินเธาว์, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, พล.อ.ธรรมนูญ วิถี, สิรภพ อัตโตหิ, สุพิชฌาย์ ชัยลอม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา บูรพชัยศรี, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201107/image_big_5fa6957063676.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเอาผิดกลุ่มเยาวชนปลดแอกบุกป่วน สน.สำราญราษฎร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.63 - ที่ สน.สำราญราษฎร์ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) เข้าสอบปากคำ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน พร้อมแกนที่ร่วมชุมนุมปราสัยเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเดินทาเข้ามอบตัว &amp;nbsp;พร้อมเผยว่า ตอนนี้มีผู้ชุมนุมทั้งหมด 15 คน มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างสอบปากคำ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน จากนั้นตำรวจก็จะปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นการออกหมายเรียก ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนมากจะขอไปให้การในชั้นศาล โดยตำรวจจะเร่งดำเนินการตามกฎหมายให้เร็วที่สุด และจะนัดส่งสำนวนให้อัยการวันที่ 16 ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมวันนี้ฝ่าแนวกั้นของตำรวจก่อนเข้ามาในพื้นที่ของโรงพักเมื่อช่วงเช้านั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานว่าผู้ก่อเหตุกระทำผิดในด้านใดบ้าง ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย สำหรับแกนนำชุมนุมที่ตกเป็นผู้ต้องหาอีก 2 ราย ตำรวจยังไม่ได้รับการติดต่อขอมอบตัว หากได้รับการประสานมา จะดำเนินการตามขั้นตอนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75808</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์, สน.สำราญราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f48c06dbe575.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้งสว.สส.เขย่าไฮโล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.6 สั่งเด้งด่วน สว.สส.ปทุมวัน พร้อมตั้งกรรมการสอบ หลังปรากฏคลิปในโลกออนไลน์นั่งเขย่าไฮโลในบ่อน พร้อมเอาผิดผู้บังคับบัญชาฐานละเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) วันที่ 27 สิงหาคมนี้ พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 แถลงชี้แจงกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพตำรวจนายหนึ่งนั่งเล่นพนันไฮโล พร้อมบรรยายว่า &amp;quot;พ.ต.ท.&amp;quot; พาชาวบ้านแอบเล่นการพนัน เย้ย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายและไม่สนตำรวจพื้นที่เพราะคิดว่าตัวเองใหญ่&amp;quot; จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอยู่ในขณะนี้ ภายหลังสืบทราบเป็นตำรวจยศ พ.ต.ท. ตำแหน่งสารวัตรสืบสวน สน.ปทุมวัน และมีข้อสั่งการใน 3 ประเด็นเร่งด่วน คือ 1.ให้ สน.ปทุมวันตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น โดยให้สอบปากคำตำรวจนายดังกล่าวซึ่งยังไม่ได้รับรายละเอียดว่าทำหน้าที่หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อนพนันนี้อย่างไร เนื่องจากมีเพียงภาพและคลิปที่ปรากฏออกมา นอกจากนี้จะต้องเรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำว่ามีบุคคลอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด 7 วัน หรือภายในกรอบการทำงาน 15 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เมธีกล่าวว่า ข้อที่ 2 สั่งให้ตำรวจนายดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.บก.น.6 ไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวการสืบสวนของโรงพัก หากพบมูลความผิดจะดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ไม่เลี้ยง เพราะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในหมู่ตำรวจ และข้อ 3.จะมีการพิจารณาความบกพร่องระดับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นต่อไป ว่าเหตุใดจึงมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับผู้ใต้บังคับบัญชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับบ่อนพนันที่พบนั้น ได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวนไปทำงานเชิงลึก ทราบว่าบ่อนดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตกองบัญชาการตำรวจนครบาล แต่อยู่ในช่วงเขตติดต่อปริมณฑล โดยจะประสานไปยังท้องที่เกิดเหตุดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&amp;quot; ผบก.น.6 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สว.สส.สน. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรักษาการรอง ผกก.สืบสวน สน.ปทุมวัน เนื่องจากรอง ผกก.สืบสวน ไปอบรมหลักสูตรผู้กำกับการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75743</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200827/image_big_5f47a3abddf2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัดสิทธิ์ม็อบทั่วปท. ปิยบุตรแบไต๋โยงคดี/บิ๊กตู่ติงอย่าทำบ้านเมืองป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์โพลเผยหาก อนค.ถูกยุบ ส.ส.ควรเข้าร่วมกับพรรคฝ่ายรัฐบาล ห่วงความขัดแย้งทำให้ ศก.แย่ลงไปอีก ยังไม่เห็นคนอื่นทำให้บ้านเมืองสงบนอกจาก &amp;quot;ประยุทธ์-ประวิตร&amp;quot; ผบก.น.6รวบรวมหลักฐานฟันแกนนำแฟลชม็อบผิด พ.ร.บ.ชุมนุมฯ นายกฯเตือนอันไหนเกิดปัญหาอย่าทำ บ้านเมืองจะสงบ โฆษกรัฐบาลระบุนายกฯ ห่วงความปลอดภัย ปชช. แนะ อนค.ไปสู้ในศาล พปชร.จัดกิจกรรมเดินลงถนนลงชุมชน ถามปัญหา ปชช. &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ฟุ้งไฟแห่งความหวังถูกจุดขึ้นแล้ว ปลุกสาวกเตรียมตัววิ่งไล่ลุงไล่รัฐบาลพร้อมกันทั่วประเทศ &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ซัดผู้มีอำนาจต้องการให้ อนค.แตกหวังดูด ส.ส. ลั่นหากถูกตัดสิทธิ์จะรณรงค์ทุกพื้นที่ประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนามเรื่อง ทางรอดอนาคตใหม่ กับเสียงประชาชน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ผ่าน &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; จำนวน 2,737 ตัวอย่าง และ&amp;ldquo;เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม&amp;rdquo; จำนวน 1,144 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 11-14 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา เมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีถ้าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจริง ส.ส.ควรทำอย่างไรเพื่อความอยู่รอดของตนเองและช่วยแก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชนได้ด้วย พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.5 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 34.3 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และร้อยละ 14.2 ยังไม่รู้ ไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ ร้อยละ 40.0 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย รองลงมาคือร้อยละ 18.3 ระบุควรเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย, ร้อยละ 15.9 ระบุพรรคชาติไทยพัฒนา, ร้อยละ 13.5 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 12.3 ระบุพรรคพลังประชารัฐ ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.5 ระบุความขัดแย้งทางการเมืองมีผลทำให้เศรษฐกิจแย่ลงไปอีก มากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 17.5 ระบุน้อยถึงไม่มีผลเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนว่ามีคนอื่นอีกหรือไม่ที่จะทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยนอกเหนือไปจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 53.3 ระบุไม่มี &amp;nbsp;ในขณะที่ร้อยละ 10.0 ระบุว่ามี ได้แก่ ธนาธร ร้อยละ 4.5, ปิยบุตร ร้อยละ 1.6 และคนอื่นๆ ร้อยละ 3.9 และที่เหลือร้อยละ 36.7 ระบุ ยังไม่รู้ใครจะทำได้ ไม่ตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; พบว่า เรื่องของพรรคอนาคตใหม่กำลังเข้าถึงคนในโลกโซเชียลทั้งหมด 32,109,909 คน แต่มีคนที่สนใจพูดถึงเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ในโลกโซเชียลจำนวน 165,937 คน อย่างไรก็ตาม เสียงตอบรับต่อเรื่องของพรรคอนาคตใหม่ที่ค้นพบครั้งนี้เป็นเสียงตอบรับเชิงบวกร้อยละ 52.3 และเสียงตอบรับเชิงลบมีร้อยละ 47.7
งัด พรบ.ชุมนุมฟันแกนนำม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดกิจกรรมแฟลชม็อบเชิญชวนประชาชนลุกขึ้นต่อสู้ทวงคืนความยุติธรรม หลังถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เสนอยุบพรรค ที่บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน ว่าในเบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและพนักงานสอบสวนในพื้นที่รับผิดชอบกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ต้องดูต่อไปว่าใครกระทำความผิดกฎหมายตัวไหน ก็จะดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ เพราะก่อนที่จะจัดกิจกรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งเตือนไปแล้วว่าจะสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายข้อใด ส่วนที่ถามว่าต้องให้ทหารเป็นคนร้องทุกข์หรือไม่ ต้องไปดูก่อนว่าเข้าข้อกฎหมายใดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 กล่าวว่า ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐานว่าการกระทำของแกนนำม็อบผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร การชุมนุมเมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 ธ.ค. ผิดกฎหมายแน่นอน คือ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ &amp;nbsp;เพราะไม่มีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ จะทำอะไรต้องทำตามกฎหมายบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เย็นวันเดียวกัน ที่ถนนสีลม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดโครงการนําร่องถนนคนเดิน (Walking Street) โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ทุกคนต้องเริ่มแก้ที่ตัวเราเอง เหมือนตนก็แก้ที่ตัวเองว่าจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น โดยแก้ไขปรับปรุงตนเอง ดังนั้นอยากให้ทุกคนคิดด้วยว่าอันไหนดีก็ให้ช่วยกันทำต่อ อันไหนเกิดปัญหาอย่าทำ บ้านเมืองก็จะสงบเรียบร้อย และมีคนมาท่องเที่ยว วันนี้ถึงเวลาที่พวกเราต้องร่วมมือกัน ช่วยทำคุณงามความดีเพื่อเแผ่นดินนี้ แผ่นดินที่เราเกิดมาเป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังจากพิธีเปิด นายกฯ เยี่ยมชมร้านจำหน่ายสินค้าและกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน โดยมีประชาชนให้ความสนใจขอถ่ายรูปเซลฟีเป็นที่ระลึกตลอดทาง ทั้งนี้ นายกฯ ได้ร่วมร้องเพลง &amp;ldquo;คนดีไม่มีตาย&amp;rdquo; ของศิลปินธีร์ ไชยเดช พร้อมกล่าวด้วยว่า &amp;ldquo;ขอให้ร่วมกันทำความดี เพื่อประเทศชาติ เพราะการทำความดี ไม่มีวันตาย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมแฟลชม็อบ นำโดยนายธนาธรเมื่อเย็นวันที่ 14 ธ.ค. ว่านายกรัฐมนตรีได้มีการติดตามสถานการณ์การชุมนุมดังกล่าวโดยตลอดจากการรายงานของฝ่ายความมั่นคง แต่ไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่เป็นห่วงคือเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่โฆษกกระทรวงกลาโหมได้ย้ำแล้วว่าจะต้องเป็นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่การยั่วยุ เพราะตามข้อมูลข้อเท็จจริงที่ กกต.มีมตินั้น เงินที่ให้กู้ไม่ได้อยู่ในหมวดของที่จะเป็นรายได้พรรคได้ เมื่อมีข้อสรุปว่าส่งศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ ทางพรรคเองก็ต้องไปชี้แจงโต้แย้ง สู้ด้วยหลักการบนชั้นศาล ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเองก็ต้องให้โอกาสในการส่งเอกสารหลักฐานเพื่อชี้แจงได้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ทางตำรวจกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อแจ้งเอาผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ นางนฤมลกล่าวว่า ตรงนั้นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ในส่วนของนายกฯ ก็เป็นเรื่องของการได้รับรายงานเรื่องสถานการณ์ความปลอดภัย ซึ่งไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเสียหายอะไรของประชาชน เมื่อเชื่อว่าตัวเองใช้สิทธิหน้าที่ในการออกมาชุมนุม นายกฯ ก็ไม่ได้ว่าอะไร เว้นแต่ถ้าออกมาทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราต่างเห็นแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งแต่ละครั้งปัจจัยก็ต่างกัน เราควรไปว่ากันในระบบในศาล ส่วนความไม่พอใจอะไรเกี่ยวกับรัฐบาล ก็ไปว่ากันในรัฐสภา ทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่แล้ว
พปชร.เดินลงถนนลงชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่นายธนาธรและกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศรวมตัวชุมนุมอีก โดยการลงถนนในช่วงเดือนม ม.ค.นั้น นางนฤมลกล่าวว่า ก็ต้องติดตามดูต่อไป อยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า ขอให้รับฟังข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้ครบถ้วน เพราะเพียงแค่ฟังการรายงานของแต่ละฝ่ายนั้นก็ไม่ตรงกันแล้ว และต้องนำมาพิจารณาวิเคราะห์ถึงเหตุผลว่าจะลงมาร่วมชุมนุม เหตุผลนั้นสมควรแล้วหรือยัง หากทุกอย่างเข้าสู่ระบบ ก็ไม่จำเป็นต้องมาชุมนุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า รัฐบาลและพรรค พปชร.มีนโยบายเร่งด่วน โดยขอความร่วมมือ ส.ส. และอดีตผู้สมัครของพรรค เดินลงถนน ลงในชุมชน &amp;nbsp;ถามปัญหาประชาชน และให้ช่วยประสานเร่งแก้ไขโดยด่วน ยังมีหลายปัญหาของประชาชนที่ต้องการให้แก้ไข เขาหวังพึ่งพานักการเมืองที่พวกเขาลงคะแนนเลือกตั้งไปเป็นผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ในสภา แต่สิ่งที่เราเห็นกันอยู่ในตอนนี้คือนักการเมืองกำลังเอาปัญหาของตนเองไปเป็นปัญของประชาชน และกำลังใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาของตนเอง นายธนาธรเคยปราศรัยหาเสียงว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจผ่านกลไกสภา แต่กลับชวนประชาชนมาลงถนน ซึ่งทำให้เกิดภาพและบรรยากาศที่น่าวิตกกังวล และความไม่เชื่อมั่นต่อสายตาของชาวต่างชาติว่าอาจจะเกิดความไม่สงบขึ้น และอาจมีเป็นเหตุในการขัดขวางหรือทำลายเศรษฐกิจอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ประชาชนต้องการให้แก้ไขปัญหาปากท้องเป็นหลักนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ดีควรมุ่งแก้ไขปัญหาเพื่อประชาชนและส่วนรวมก่อน ควรร่วมเดินหน้าพัฒนาประเทศไปข้างหน้า ไม่ใช่ระดมมวลชลมาแก้ไขปัญหาของพรรคการเมืองของตนเอง ที่พลาดพลั้งเอง ผิดกฎหมายเอง หรือจงใจที่จะเลี่ยงบาลีในกฎหมาย เมื่อถูกจับได้ก็กล่าวโทษคนอื่น และยกพวกมาข่มขู่ องค์กรอิสระคล้ายแก๊งอันธพาลเช่นนี้&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เฟซบุ๊กไลฟ์ว่า รู้สึกโล่งใจและสบายใจที่เห็นการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้การจัดการชุมนุมของพรรคอนาคตใหม่จะเป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ไม่อยากให้ด่วนตัดสินใจนำประชาชนออกมาสู่ท้องถนน อยากให้ไปต่อสู้ในแนวทางรัฐสภาให้ถึงที่สุดเสียก่อน พรรคการเมืองต้องเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภา พรรค อนค.ยังมีเวทีที่จะต่อสู้ในเวทีรัฐสภาได้อย่างเต็มที่ ส่วนตัวพร้อมสนับสนุนแนวทางการต่อสู้ในระบอบรัฐสภาของทุกพรรค พรรค อนค.ได้เสนอญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญส่วนการแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น ตนก็พร้อมที่จะลงชื่อสนับสนุนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เห็นว่าการเมืองยังไม่ถึงทางตัน นักการเมือง พรรคการเมือง ยังมีเวทีการต่อสู้ในระบบรัฐสภาได้ ถ้าทุกคนเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภาจริง บ้านเมืองก็สามารถเดินต่อไปได้ ขอให้การเปลี่ยนแปลงใดๆ ทางการเมือง เป็นการเปลี่ยนแปลงในวิถีทางประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภา อย่าให้อำนาจนอกระบบมาเกี่ยวข้อง ประชาธิปไตยของประเทศไทยก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง&amp;quot; นายเทพไทกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความแสดงความเห็นกรณีแฟลชม็อบของนายธนาธรว่า คงต้องติดตามดูว่าม็อบที่จะเรียกมวลชนมาแก้ปัญหาให้ตนเอง เพราะความไร้ประสบการณ์ของฝ่ายกฎหมายจะเป็นอย่างไร ปราบลัทธิชังชาติด้วยความจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความ ระบุว่า Save คนรุ่นใหม่ ไม่เป็นเครื่องมือนักการเมือง??? ถ้าเป็นผมถูกยุบพรรค-ตัดสิทธิ์การเมือง เพราะความไม่รอบคอบของตนเอง จะไม่ไปโทษใคร ถ้าตนเองไปทำในสิ่งที่กฏหมายห้ามไว้ จะไม่ไปชวนแนวร่วมหรือสมาชิกพรรคหรือคนรุ่นใหม่ไปทำผิดกฎหมายบ้านเมือง จะไม่ให้ใครไปเดือดร้อนบาดเจ็บ ล้มตายเพื่อตนเอง เพื่อให้เกิดเงื่อนไขทางการเมืองเพื่อต่อรองกับผู้มีอำนาจ ผมก็จะยอมรับผิดเลิกเล่นการเมืองทันที&amp;nbsp;
เตือนจากขุนกลายเป็นหมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์ข้อความว่า การชุมนุมที่สกายวอล์กสยาม มีความผิดตาม พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ 2558 แม้จะอ้างสารพัด แต่อีกไม่กี่วันสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงต้องมีหมายเรียกให้นายธนาธรและ น.ส.พรรณิการ์ไปรับทราบข้อกล่าวหาผิด พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ส่วนนายปิยบุตรนั้น ไม่เห็นหลักฐานยืนยันในสื่อว่าเป็นผู้เข้าข่ายจัดการชุมนุม นอกจากการไปเข้าร่วมปราศรัย หลายคนมองว่าคงหลบรอดพลิ้วไปได้ตามประสานักกฎหมายอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชิต ไชยมงคล อดีตโฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และเคยร่วมเคลื่อนไหวกับนายธนาธร สมัยเป็นนักศึกษาในสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กว่า กรณีชุมนุมราชประสงค์ปีนั้นจากช่วยทักษิณ พยายามยกระดับเป็นเพื่อประชาธิปไตย ท้ายสุดก็ก้าวข้ามไม่ได้ ทั้งนี้เพราะว่าจุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากส่วนรวม ความชอบธรรมในการอธิบายไม่มากพอ ได้แค่ความชอบใจ เกมนี้เพื่อไทยและทักษิณ ชินวัตร ได้ประโยชน์เต็มๆ เพราะนี่คือการขับเคี่ยวของพรรคการเมือง ไม่มีมิตรแท้ในหมู่นักการเมือง ผลักเพื่อนเป็นหมากลงถนน สุดท้ายเอกจะเป็นผู้ชนะในความพ่ายแพ้ ธนาธร คุณกำลังเดินตามเกมเขาแล้วละ เกมของเพื่อน (พรรคร่วม) และเกมของฝั่งตรงข้าม จากขุนกลายเป็นหมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ความท้าทายอยู่ที่ก้าวต่อไป อนค.ต้องเข้าใจชัดเจนว่าคนที่ออกมาในวันนี้คือคนที่ไม่พอใจกับรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจมาจากคณะรัฐประหาร ที่ร่างกติกาบิดเบี้ยวและสร้างวัฒนธรรมการเลือกปฏิบัติอย่างเข้มข้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อนค.หรือผู้นำการชุมนุมตามจุดต่างๆ ต้องไม่เข้าใจผิดว่าทุกคนที่ออกมาคือกองเชียร์ธนาธร หรือ อนค. แม้จะเป็นแนวร่วม แต่หากสารที่สื่อในการชุมนุมหรือการส่งเสียงนำมวลชนไขว้เขวไปเป็นเรื่องของพรรคจะเป็นการจำกัดกลุ่มผู้เข้าร่วมและขยายตัวยาก ก้าวต่อไปจึงต้องเป็นก้าวที่ชัดเจนในเป้าหมายส่งเสริมการยืนระยะ และการขยายตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ร้านกาแฟพีซคอฟฟี่แอนด์ไลบรารี่ อิมพีเรียลลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า เป็นดังที่เคยวิเคราะห์ไว้ นายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่รอดยาก นายธนาธรมีอย่างน้อย 4 ดาบที่ต้องเจอ ตนเชื่อว่าไม่รอด กรณีการจัดแฟลชม็อบ ขอแนะนายธนาธรว่าการจัดชุมนุมครั้งต่อไปต้องระวังมากกว่านี้ ด้วยการจัดชุมนุมเช่นนี้ โอกาสที่จะถูกแทรกแซง สร้างสถานการณ์เป็นไปได้ง่าย หากจะเลือกเดินทางนี้ ก็ขอให้เตรียมตัวให้ดี หากยังคงจัดชุมนุมเช่นเดียว เกรงว่าจะสุ่มเสี่ยง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมแฟลชม็อบบริเวณสกายวอล์ก จะเห็นว่ามีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก และได้แสดงออกให้เห็นถึงความอัดอั้นต่อการบริหารประเทศและการใช้อำนาจของรัฐ ไม่พอใจผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจเกินขอบเขต ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลว่าหากใช้อำนาจที่ได้มาแบบไม่ชอบธรรม ไม่ยุติธรรม เอื้อประโยชน์ให้แต่กับพวกพ้อง ก็จะสร้างวิกฤติขึ้นได้&amp;nbsp;
ไฟแห่งความหวังถูกจุดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายธนาธรโพสต์ข้อความแสดงความเห็นหลังการจัดแฟลชม็อบประสบความสำเร็จ มีคนเข้าร่วมจำนวนมาก เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าขอบคุณทุกคนจากใจจริง ร่วมรักษาไฟแห่งความหวังนี้อย่าให้ดับลง ขอบคุณที่ทุกคนออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านระบอบที่ฉุดรั้งแช่แข็งประเทศไทยไม่ให้ไปข้างหน้าร่วมกันเมื่อวานที่สกายวอล์กแยกปทุมวัน กรุงเทพฯ และที่จัดกันเองอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ เช่น เชียงใหม่, ลำพูน, สมุทรปราการ, ขอนแก่น และอุดรธานี พลังที่เราแสดงออกมาร่วมกัน เปิดให้เห็นถึงความหวังและความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่หลายคนไม่กล้าหวังมาก่อน จึงยอมจำนนก้มหน้ารับชะตากรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อวานนี้ไฟแห่งความหวังได้ถูกจุดขึ้นแล้ว เพราะเรากล้าที่จะฝัน กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมร่วมกันเดินหน้าต่อไป แม้พวกเขาจะทำลายเราทุกรูปแบบ ยัดเยียดคดีเพิ่มเติม, ลดความน่าเชื่อถือของการเคลื่อนไหวผ่านข่าวปลอม, จุดไฟโหมกระพือความเกลียดชังในหมู่ประชาชน, สร้างมวลชนปะทะ, คุกคาม และลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และเกมสกปรกอีกหลายรูปแบบที่เราอาจคิดไม่ถึง แต่นั่นจะไม่ทำให้เราย่อท้อ เขาต้องการให้เรากลัว ดังนั้นเราจะไม่กลัว ผมทำคนเดียวไม่ได้ จึงต้องการกำลังและแรงสนับสนุนของทุกคนมาร่วมกันทำ ให้กำลังใจกันและกัน ก้าวเดินไปด้วยกันด้วยความหนักแน่น นี่เป็นการทวงอนาคตของเราทุกคนคืนมา ขอบคุณทุกคนจากใจจริง รักษาไฟแห่งความหวังนี้ อย่าให้มันมอดดับลง #ไม่ถอยไม่ทน Keep the fire burning&amp;quot; นายธนาธรระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. กล่าวว่า การชุมนุม เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแล้วว่าประชาชนที่มารวมตัวกันนั้น ไม่ได้มาเพื่อสร้างความวุ่นวายตามที่มีบางคนแสดงความกังวล คนที่ออกมาชุมนุมล้วนทำกิจกรรมอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แสดงให้เห็นว่าเราออกมารวมตัวกันด้วยความสงบ โดยไม่สร้างความเดือดร้อน ขณะที่จำนวนคนที่ออกมานั้นมากกว่าที่เราคิดไว้แต่แรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจุดยืนของคนที่ออกมา ออกมาเพื่อปกป้องนายธนาธรหรือไม่ นส.พรรณิการ์กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องการปกป้องหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่อย่างแน่นอน เพราะตอนนี้เรามาถึงจุดที่ไกลกว่านั้นไปแล้ว ขณะที่ความตั้งใจของเราเองก็ไม่ได้ต้องการแสดงออกเรื่องนี้เช่นกัน แต่บรรดาคนที่มาร่วมชุมนุมคือคนที่ไม่อาจทนกับความไม่ยุติธรรมและการดำเนินงานของรัฐบาลชุดนี้ สิ่งที่พวกเขาต้องการแสดงออกคือเราจะไม่ทนอีกแล้ว การชุมนุมดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นการทำผิดกฎหมาย แต่เป็นสิทธิที่ประชาชนพึงมี ตามรัฐธรรมนูญที่ คสช.ร่างขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่นายธนาธรบอกว่า เดือนหน้าเจอกัน หมายถึงไปร่วมงานวิ่งไล่ลุงใช่หรือไม่ น.ส.พรรณิการ์บอกว่า เรื่องนี้นายธนาธรเองประกาศไปแล้ว ว่าจะไปร่วมงานวิ่งไล่ลุง เช่นเดียวกับแกนนำพรรคคนอื่นๆ แต่ในส่วนของกิจกรรมของพรรคต่อไปนั้น ขอให้รอดูแล้วกัน &amp;nbsp;
ปลุกวิ่งไล่ลุงไล่รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เปิดเวทีบรรยายหัวข้อ สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน การทำงานในสภา และก้าวต่อไปของพรรค อนค.ที่โรงเรียนปะตงวิทยาคม อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ก่อนจะเดินทางไปยังโรงแรมนิวดิโอวี เพื่อบรรยายในหัวข้อเดียวกัน โดยกิจกรรมในวันนี้ น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.เขต 3 จันทบุรี เป็นผู้จัดงาน ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจร่วมงานทั้งสองสถานที่เป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายปิยบุตรกล่าวว่า กิจกรรมการรวมตัวกันของประชาชนที่ทนไม่ไหวกับรัฐบาลชุดนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยสื่อต่างประเทศใช้พาดหัวว่า Thai Opposition Leader และยังบอกอีกว่าถือเป็นการจัดกิจกรรมทางการเมืองที่มีประชาชนมาร่วมมากที่สุดนับตั้งแต่มีรัฐประหารปี 2557 ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมก็ไม่ได้มีแต่ผู้ที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีผู้คนที่ไม่พอใจกับรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี พรรคการเมืองอาจเปรียบเหมือนร่างกาย และมีจิตวิญญาณคืออุดมการณ์ของพรรคถ้าหากพวกเขาจะยุบพรรคอนค.ด้วยเรื่องหยุมหยิม ก็ยุบได้แต่ร่างกาย แต่จิตวิญญาณ ความคิดและอุดมการณ์แบบอนาคตใหม่ จะยังคงมีชีวิต และจิตวิญญาณนี้ก็จะไปสถิตในร่างกายใหม่ได้ ขอให้ประชาชนที่สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่อย่าได้กังวลใจไป อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด &amp;nbsp;เกิดแล้วเรามีทางแก้ได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้มีอำนาจที่ต้องการยุบพรรคอนาคตใหม่นั้น เพื่อต้องการให้พรรคแตก เพื่อต้องการดูด ส.ส.ไปเป็นพวก ยืนยันว่า ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ยังจับมือกันเหนียวแน่น และพร้อมสู้ไปด้วยกัน ทุกวิกฤติเป็นโอกาสเสมอ วิกฤติครั้งนี้ที่เรากำลังเผชิญ เป็นโอกาสที่เราจะทำให้ผู้มีอำนาจเห็นว่า เมื่อเขาจะฉายหนังม้วนเก่าซ้ำอีกรอบหนึ่ง แต่เราจะทำให้หนังม้วนนี้จบไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน หากเขาไม่ต้องการให้ผมอภิปรายในสภา ผมจะจัดเวทีบรรยายแบบนี้ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย จะไปให้ได้เกือบทุกวัน &amp;nbsp;หากเขาจะตัดสิทธิ์ทางการเมืองของผม ผมจะเดินรณรงค์ไปยังทุกพื้นที่ทั่วประเทศ พื้นที่ทางการเมืองมีเยอะแยะมากมาย ไม่ให้ผมทำในสภา ผมไปทำข้างนอกก็ได้&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดป่าสระแก้ว ต.กุดเชียงหมี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร พรรคอนาคตใหม่จัดเวทีรับฟัง &amp;ldquo;ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;quot; โดยนายธนาธรกล่าวตอนหนึ่งว่า เรามีข้อเสนอการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 3 เรื่อง ซึ่งต้องทำให้ได้ นั่นคือ 1.พาประเทศไทยกลับเป็นประชาธิปไตย แก้รัฐธรรมนูญให้มีที่มาจากประชาชน 2.ปฏิรูปกองทัพ ให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทำงานรับใช้ประชาชน และ 3.ยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ คืนอำนาจให้กับท้องถิ่นจัดการตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่จะเกิด 3 ข้อนี้ได้ อย่างแรกสุดที่ต้องทำคือไล่รัฐบาลที่มาจากการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ซึ่งในเดือนหน้าจะมีกิจกรรมใหญ่ นั่นคือวิ่งไล่ลุง ให้พ่อแม่พี่น้องเตรียมตัวไว้ เพื่อที่จะออกมาวิ่งพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อบอกว่าพอกันทีกับอำนาจอยุติธรรม บอกว่าเราจะไม่ถอยไม่ทนอีกแล้ว เอาอำนาจของเรากลับคืนมา&amp;quot; นายธนาธรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52547</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐา มหัทธนา, ทิพานัน ศิริชนะ, นพดล กรรณิกา, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พรรณิการ์ วานิช, พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์, ภูมิธรรม เวชยชัย, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, สมชาย แสวงการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191215/image_big_5df63e401622d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
