<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง5เสือบางเขน ปล้นบ่อนผกก.รอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด้งแล้ว 5 เสือบางเขน เซ่นคดีปล้นบ่อนไฮโลโพสต์ลงสื่อออนไลน์ ผกก.รอดเฉียดฉิวเพราะลาพักร้อน หญิง-ชายเข้ามอบตัวรับเป็นเจ้าของสถานที่และเจ้ามือ ตำรวจขึงขังเอาผิดถึงผู้บงการ &amp;quot;เสือ ดุสิต&amp;quot; อ้างแค่เอาเงินคืนเพราะถูกโกง ตรวจสถานที่ตั้งบ่อน เหลือเศษกระดาษให้ดูต่างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงเหตุคนร้ายปล้นทรัพย์บ่อนพนันพื้นที่ สน.บางเขน ว่า พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบ.ก.น.2 ได้ยอมรับมีการลักลอบเล่นการพนันจริงในพื้นที่ สน.บางเขน ซึ่งจะได้ดำเนินคดีเจ้าของบ่อนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ สน.บางเขน ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการเปิดบ่อน เบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีคำสั่งย้าย 5 เสือ สน.บางเขน ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ บก.น.2 (ศปก.บก.น.2) เพื่อรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้แล้วจำนวน 4 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการตรวจตราแหล่งอบายมุข สถานบริการ โดยเฉพาะบ่อนการพนันต้องเข้มข้น ขยันตรวจ ส่วนที่มีการโยกย้ายเพียง 5 เสือ เพราะทราบว่า พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน อยู่ระหว่างพักร้อน ขณะนี้ต้องเข้าใจว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ได้หมายความว่าจะมีใครโดนหรือไม่โดน ต้องว่าไปตามพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่จะทราบมีการเปิดบ่อนหรือไม่ต้องรอผลการตรวจสอบ ถ้ามีการปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจก็ดำเนินคดีกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าไม่มีการช่วยเหลือกัน การตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ได้หยุดเฉพาะเพียงโรงพัก ทางกองบังคับการ กองบัญชาการ ได้มีการลงไปตรวจสอบกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจตามลำดับชั้นหรือไม่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำสั่งย้าย 5 เสือ ลงนามโดย พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ บก.น.2 โดยให้ พ.ต.ท.ธนาพันธ์ ผดุงการ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.บางเขน รักษาราชการแทน ผกก.สน.บางเขน, พ.ต.ท.นิรุชพล โยธามาตย์ รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.ไชโย สำเนียงงาม สว.ป.สน.บางเขน และ พ.ต.ต.สรายุทธ ปัญญาศรีวิชัย สว.สส.สน.บางเขน มาปฏิบัติราชการที่ ศปก. บก.น.2 ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.นี้ เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.บางเขน พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน และนายตำรวจในสังกัด ร่วมแถลงจับกุมนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือเสือ อายุ 33 ปี, นายวัชระ มากจงดี หรือโจ๊ก อายุ 22 ปี, นายอนนต์เศรษฐ์ อวยพร หรือตั้ม อายุ 20 ปี และนายสัมภาษณ์ โสภี หรือโอ๋ อายุ 27 ปี ข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์ พร้อมด้วยของกลาง ปืนบีบีกันชนิดออโตเมติก สีดำ 2 กระบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. น.ส.ปัญภรณ์ อินทรจันทร์ และนายมานิตย์ ใช้ประทุม ได้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ให้การว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค. เวลาประมาณ 21.00 น. ต่อเนื่องไปจนถึงเวลาเกิดเหตุ ทั้งสองคนได้จัดให้มีการเล่นการพนันไฮโลพนันเอาทรัพย์สินกันที่อาคารไม่มีเลขที่ ในซอยพหลโยธิน 50 แยก 1 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โดย น.ส.ปัญภรณ์รับเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ ส่วนนายมานิตย์รับเป็นเจ้าของสถานที่ ขณะเกิดเหตุเป็นเวลา 03.00 น. วันที่ 24 ส.ค. มีชาย 2 คน ทราบชื่อภายหลังว่า นายสัมฤทธิ์ และนายวัชระ ได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่นายมานิตย์ และ น.ส.ปัญภรณ์ ภายในวงพนัน และมีชายอีก 2 คน ทราบชื่อภายหลังคือ นายอนนต์เศรษฐ์ และนายสัมภาษณ์ ยืนคุมเชิง โดยทั้งหมดได้หยิบเอาเงินไปจากวงพนัน 12,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.2 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายสัมฤทธิ์กับพวกรวม 4 คน ได้เข้าร่วมเล่นการพนันและเล่นเสียไปจำนวนมาก เชื่อว่านายมานิตย์และนางสาวปัญภรณ์เล่นโกง จึงได้ชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่เอาเงินคืน 12,000 บาท แต่หลังก่อเหตุได้พูดคุยตกลงกัน โดยนายมานิตย์ได้สอบถามนายสัมฤทธิ์ว่าเสียเงินไปจำนวนเท่าใด ซึ่งนายสัมฤทธิ์ตอบว่าประมาณ 15,500 บาท นายมานิตย์จึงคืนเงินให้อีกจำนวน 3,500 บาท ก่อนจะแยกย้าย จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 รับสารภาพว่าได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง เนื่องจากเข้าใจว่าถูกโกงจากการเล่นการพนัน จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัยกล่าวว่า คดีนี้จะแยกเป็น 2 คดี คือคดีร่วมกันปล้นทรัพย์ และคดีลักลอบเปิดบ่อนการพนัน ซึ่งนอกจากจะดำเนินคดีกับผู้ดูแลบ่อนพนันและเจ้าของสถานที่แล้ว ก็จะขยายผลไปยังผู้บงการเปิดบ่อนพนันต่อไป ส่วนเรื่องที่ตำรวจในพื้นที่เข้าข่ายปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเปิดบ่อนพนันหรือไม่ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปแล้ว ต้องรอผลการสอบสวนก่อนว่าเป็นความบกพร่องหรือไม่ จึงจะพิจารณาดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสัมฤทธิ์กล่าวว่า ในวันนั้นไม่ได้ตั้งใจไปปล้นบ่อนพนัน ไม่มีนาย หรือมีใบสั่งจากใคร ทราบว่ามีบ่อนพนันเปิดที่ซอยพหลโยธิน 50 จึงไปเล่น แต่เห็นพิรุธว่าเล่นเท่าไรก็เสีย จึงรู้สึกโกรธ เชื่อว่าถูกโกงพนัน จึงพาพวกมาเอาเงินคืนจากบ่อนพนัน ยืนยันว่าเงินที่ตนได้จากโต๊ะพนันแค่หมื่นกว่าบาท และยอมรับว่ารู้จักกับเจ้าของบ่อน อย่างไรก็ตาม ตนเองจะเล่นพนันแบบนี้เป็นครั้งสุดท้าย หลังพ้นโทษก็ตั้งใจจะทำมาหากินสุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังการแถลงข่าว พนักงานสอบสวน สน.บางเขน คุมตัวนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ &amp;quot;เสือ ดุสิต&amp;quot;, นายวัชระ มากจงดี, นายอนนต์เศรษฐ์ อวยพร และนายสัมภาษณ์ โสภี ไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก อนุมัติฝากขังชั่วคราว ในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ญาติของผู้ต้องหาที่ 1, 2, 3 ได้ยื่นคำร้องประกันตัวพร้อมหลักทรัพย์คนละ 60,000 บาท และขอติดกำไลอีเอ็มด้วย ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีประกันตัวพร้อมใส่กำไลอีเอ็ม โดยไม่กำหนดเงื่อนไขแต่อย่างใด ส่วนผู้ต้องหาที่ 4 ไม่มีญาติมายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัวส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในชั้นฝากขังต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการฝากขังมีกลุ่มเพื่อนของผู้ต้องหาจำนวนหนึ่งเดินทางตามมาให้กำลังใจ และรีบเข้าไปแสดงความยินดีเมื่อผู้ต้องหาได้รับประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบบ่อนพนันดังกล่าว ภายในซอยพหลโยธิน 50 แยก 1 หลังห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสะพานใหม่ เป็นอาคารชั้นเดียวล้อมสังกะสีปิดรอบ พร้อมพาตัวนายมานิตย์ ใช้ประทุม อายุ 52 ปี ผู้เช่าสถานที่ดังกล่าว พาชี้จุดต่างๆ ภายในตัวอาคารเพื่อเป็นหลักฐานประกอบคำให้การกับพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ ภายในอาคารดังกล่าว พบว่าข้าวของถูกย้ายออกทั้งหมด เหลือแต่เพียงไพ่ และเศษกระดาษโน้ต โดยนายมานิตย์ให้การว่า ตนได้เช่าสถานที่แห่งนี้มาจากเจ้าของเดิมที่เปิดโต๊ะสนุกเกอร์ และปล่อยเช่าต่ออีกทอด โดยตนทำหน้าที่เฝ้าดูแลเท่านั้น ไม่รู้จักกับเจ้าของ ส่วนที่นายเสือบอกว่าเจ้าของบ่อนชื่อ นาย ต. และนาย ก. นั้น เชื่อว่าเขาโม้ไปเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44338</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, วัชระ มากจงดี, สัมภาษณ์ โสภี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนนต์เศรษฐ์ อวยพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63daa8a4abb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบปล้นบ่อนไฮโล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เสือ ดุสิต&amp;quot; เย้ยฟ้า ท้าดิน โพสต์เหตุการณ์พาพวกบุกปล้นบ่อนไฮโลเฮีย ต.ย่านสะพานใหม่ บอก &amp;quot;ชีวิตผมไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ผมแค่ไปเอาเงินคืน&amp;quot; ผบก.น.2 เต้น สั่งสอบด่วน พร้อมเรียกตำรวจบางเขนประชุมหาเบาะแส ลั่นจับไม่ไว้หน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมนี้ มีผู้โพสต์ภาพชายมีรอยสักเต็มตัว อยู่ในชุดเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้น สะพายกระเป๋าคาดเอว ถืออาวุธปืน ระบุว่า ชายผู้นี้พร้อมพวก บุกปล้นบ่อนพนันไฮโลแห่งหนึ่งย่านสะพานใหม่ และได้เงินไปจำนวนมาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เฟซบุ๊กชื่อ เสือ ดุสิต ได้โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ชีวิตผมไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ผมแค่ไปเอาเงินคืน ก็ต้องตามที่ผม ครอบครัวผมไม่เกี่ยว ตราหน้าผมไว้เลย ผมอะเด็กสายไหม เงินแค่นี้ท่านไม่สะดุ้งหรอก ท่านก็คิดซะว่าทำบุญ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ มีการปล้นบ่อนไฮโลขึ้นจริง โดยผู้ก่อเหตุเป็นเน็ตไอดอลที่ใช้ชื่อว่า &amp;quot;เสือ ดุสิต&amp;quot; นายเสือได้เข้าไปเล่นพนันไฮโลที่บ่อนเฮีย ต.ย่านสะพานใหม่ และเล่นเสียไป 4 แสนบาท จากนั้นนายเสือจับได้ว่าเจ้ามือเล่นโกง นายเสือจึงเกิดความแค้น กลับบ้านไปเอาปืนและพาพวกมา 4 คน มาปล้นเงินที่บ่อนพนันดังกล่าวคืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าน่าจะเป็นบ่อนการพนันที่มีการลักลอบเปิดให้ประชาชนเข้าไปเล่นพนันในพื้นที่ สน.บางเขน โดยช่วงเย็นวันอาทิตย์ ได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม, เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางเขน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.น.2 ประชุมเพื่อหาเบาะแสข้อมูล สถานที่มีการลักลอบตั้งบ่อนการพนัน ตลอดจนขยายผลถึงนายทุนผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และผู้ที่กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า สำหรับความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันในพื้นที่นั้นคงต้องขอเวลาตรวจสอบก่อน ซึ่งที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับทุกพื้นที่มาโดยตลอดในการป้องกันปราบปราม ไม่ให้มีการปล่อยปละละเลยอบายมุข บ่อนการพนัน สถานบริการ ยาเสพติด หรือการค้ามนุษย์เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ โดยจะพิจารณาข้อบกพร่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนาย รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบทุกระดับชั้น ตามคำสั่ง ตร.ที่ 234/2558 ลงวันที่ 27 เม.ย.2558 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปราบอบายมุข ที่ปล่อยปละละเลยให้มีอบายมุขต่างๆ เกิดขึ้นในพื้นที่ และขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน หากพบว่าพื้นที่ใดมีการปล่อยปละละเลยให้มีอบายมุข การพนัน ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และสถานบริการผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลมายังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร. หมายเลขโทรศัพท์ 1599 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนกลางลงไปกวดขัน จับกุม ปราบปรามในพื้นที่ที่มีการปล่อยปละละเลยให้เกิดอบายมุข และจะดำเนินการพิจาณาข้อบกพร่องในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องนั้นด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44247</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190825/image_big_5d62887db0d61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย่งที่จอดรถ ยิงอัณฑะขรก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับหนุ่มเพิ่งพ้นคุกคดียาเสพติด ยิงอัณฑะข้าราชการสำนักปฏิรูปที่ดิน เหตุแย่งที่จอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อ เจอข้อหาพยายามฆ่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น., พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2, พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน รอง ผบก.บก.น.2, พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง, พ.ต.ท.สุทธิพร สุกก่ำ รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง, พ.ต.ท.พิศิษฐ์ กิตติพัฒน์ธารากุล สว.สส.สน.ดอนเมือง แถลงผลจับกุมนายทรงวุฒิ ศรีร้อยเอ็ด อายุ 42 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนสั้น ยี่ห้อกล็อก 30 ขนาด .45 หมายเลขประจำปืน กท 5147672 จำนวน 1 กระบอก แมกกาซีน จำนวน 1 อัน ซองปืนสีน้ำตาล 1 ซอง ปลอกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกในที่เกิดเหตุ จำนวน &amp;nbsp;1 ปลอก รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีดำ หมายเลขทะเบียน 7 กร 3767 กรุงเทพมหานคร รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีมซูเปอร์คัพ สีขาว-น้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ส.ค. เวลาประมาณ 23.20 น. ฝ่ายสืบสวน สน.ดอนเมืองได้รับแจ้งเหตุยิงกันได้รับบาดเจ็บ ที่หน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น หมู่บ้านปิ่นเจริญ 1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. จากการตรวจสอบพบนายเฉลิมพล (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ข้าราชการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเบริเวณอัณฑะได้รับบาดเจ็บ จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโล-รังสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายทรงวุฒิ หรือหรั่ง ศรีร้อยเอ็ด หลังก่อเหตุได้ขับรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า หมายเลขทะเบียน 7 กร 3767 กรุงเทพฯ หลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปที่บ้านพักของนายทรงวุฒิ ปรากฏไม่พบตัวนายทรงวุฒิ แต่พบรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ใช้ร่วมในการก่อเหตุครั้งนี้ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กดดันให้ผู้ก่อเหตุเข้ามามอบตัว จนต่อมาวันที่ 12 ส.ค. นายทรงวุฒิได้เข้ามาแสดงตนขอมอบตัวพร้อมกับอาวุธปืนและรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา บอกว่าเพิ่งออกจากเรือนจำคดียาเสพติดและอาวุธปืนมาได้ 1 ปี สาเหตุที่ยิงนายเฉลิมพลเพราะแย่งที่จอดรถกันที่ห้างร้านสะดวกซื้อ จนมีปากเสียงกระทั่งโมโหลืมตัวก่อเหตุดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมืองได้แจ้งข้อกล่าวหานายทรงวุฒิ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควรโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีปืนติดตัว, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน, พยายามฆ่า.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงวุฒิ ศรีร้อยเอ็ด, พ.ต.ท.พิศิษฐ์ กิตติพัฒน์ธารากุล, พ.ต.ท.สุทธิพร สุกก่ำ, พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน, พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์, พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190813/image_big_5d52b5cb27725.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ10อาชีวะโหด แทงคอนศ.คาซอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจแถลงปิดคดีแทงคอ นศ.อาชีวะในซอยวงศ์สว่าง 10 เยาวชนชายสถาบันเทคโนฯ เข้ามอบตัว สาเหตุมาจากกลุ่มคนร้ายมีปากเสียงด่าทอกับวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ผู้ตายกับเพื่อนเดินผ่านคิดว่าด่าตัวเองเลยผสมโรง จนถูกรุมทำร้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่ สน.ประชาชื่น พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์ ผกก.สน.ประชาชื่น และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น กก.สส.บก.น.2 แถลงจับกุมนักศึกษาอาชีวะและศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีแห่งหนึ่งย่านพระราม 7 เป็นชาย 10 คน หญิง 4 คน โดยเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 16-17 ปี ทั้งหมดได้ร่วมกันฆ่านายวิชชา หนูอุดม อายุ 20 ปี ชาว อ.ป่าบอน จ.พัทลุง นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เสียชีวิตภายในซอยวงศ์สว่าง 11 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร หลังจากผู้ตายพร้อมเพื่อนอีก 2 คน นั่งดื่มกินอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งภายในซอยดังกล่าว ระหว่างเดินกลับที่พัก ได้สวนกับกลุ่มคนร้ายที่ขี่รถจักรยานยนต์มากันเป็นกลุ่มประมาณ 10 คน เมื่อมาพบเห็นกลุ่มผู้ตายก็ได้ตรงเข้ารุมทำร้ายทันที ก่อนจะหลบหนีไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัยเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.10 น. ที่บริเวณถนนภายในซอยวงศ์สว่าง 11 หน้าร้านอาหารตามสั่ง บ้านเลขที่ 121 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. ได้มีเหตุทะเลาะวิวาทกัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตคือนายวิชชา ถูกแทงเข้าบริเวณลำคอเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือนายณัฐพนธ์ รักษาชล อายุ 21 ปี และนายเด่นภูมิ พวงมณี อายุ 21 ปี ถูกชกต่อยบริเวณใบหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น กก.สส.บก.น.2 ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว จนพบว่าตามวันเวลาเกิดเหตุ กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวเป็นนักศึกษาอาชีวะ ปี 1-ปี 3 ย่านพระนครเหนือ และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งหนึ่งย่านพระราม 7 จำนวน 15 คน เป็นชาย 11 คน หญิง 4 คน เป็นเยาวชนอายุตั้งแต่ 16-17 ปี ใช้ยานพาหนะเป็นจักรยานยนต์ 7 คัน ขณะนี้ได้รับตัวมาแล้วทั้งหมด 14 คน เหลือ 1 คนอยู่ระหว่างเข้ามอบตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัยกล่าวว่า สาเหตุเกิดจากหลังกลุ่มผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์กลับจากดื่มสุราจากร้านขายสุราภายในซอยวงศ์สว่าง 11 ผ่านมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีกลุ่มวัยรุ่น 3-4 คน ตะโกนด่าทอจึงเกิดมีปากเสียงกัน ต่อมากลุ่มผู้เสียหายจำนวน 3 คน เดินออกมาจากร้านมาประมาณ 20 เมตร เข้าใจผิดว่าได้ตระโกนด่าตนเองจึงได้ร่วมด่าทอด้วย โดยไม่ได้รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุและกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มแต่อย่างใด ทำให้กลุ่มผู้ต้องหาไม่พอใจ คิดว่ามาด่าพวกของตนเอง จึงได้ลงจากรถจักรยานยนต์ตรงไปทำร้ายผู้เสียหายทั้ง 3 คน โดยใช้หมวกกันน็อกทุบตีและใช้อาวุธมีดทำร้ายผู้เสียหายดังกล่าว โดยผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชายทั้งหมด 11 คน ส่วนผู้หญิงอีก 4 คน ไม่ได้ร่วมก่อเหตุด้วยแต่อย่างใด หนึ่งในกลุ่มคนร้ายคือ นาย น. (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี พกอาวุธมีดยาวประมาณ 8 นิ้ว แทงที่คอผู้เสียหายจนเสียชีวิต จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดได้แยกย้ายกันหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.2 กล่าวว่า คดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งสืบสวนจนติดตามตัวคนร้ายมาได้ทั้งหมด จากการสอบปากคำผู้ก่อเหตุทั้งหมด ทราบว่า นาย น. นักศึกษาอาชีวะ ปี 1 สถาบันแห่งหนึ่งย่านพระราม 7 เป็นคนแทง จากนั้นได้ติดตามอาวุธมีดของกลางที่ผู้ต้องหานำไปทิ้งบริเวณเกาะกลางถนนใต้สะพานข้ามแยกใกล้บิ๊กซีวงศ์สว่าง ส่วนการดูแลกรณีดังกล่าว พบว่ามีนักศึกษาอาศัยอยู่หอพักบริเวณดังกล่าว จึงได้สั่งการให้ตำรวจพื้นที่ทำการตรวจสอบดูแลเฝ้าระวังเหตุที่จะเกิดขึ้นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นได้ดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาเยาวชนชายที่ลงมือก่อเหตุทั้งหมด 11 คน ว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนสอบปากคำกับสหวิชาชีพ ส่วนเยาวชนหญิง 4 คนที่ไม่ได้ร่วมก่อเหตุได้สอบปากคำไว้เป็นพยาน และนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อฝากขังต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42153</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพนธ์ รักษาชล, พ.ต.อ.ชนะวรศิณธุ์ ศุภพนารักษ์, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เด่นภูมิ พวงมณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190728/image_big_5d3d9dd23aa41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับผับท้องที่ไม่เด้ง นักเที่ยวฉี่ม่วง120</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุกทลายสเปซผับถนนประดิษฐ์มนูธรรม จัดปาร์ตี้ชุดนักเรียนมั่วยาเสพติด นักเที่ยวกว่า 200 แตกฮือทิ้งยาเกลื่อนกลาด พบฉี่ม่วง 120 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 29 พฤษภาคมนี้ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส.บช.น.) พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.โคกคราม นายบัณฑิต ลีลาพตะ ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ส. กทม. นำกำลังเข้าค้นผับสเปซ ริมถนนถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาเข้า แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ หลังสืบทราบว่ามีการจัดปาร์ตี้ชุดนักเรียน และเสพยาเสพติด พบนักเที่ยวทั้งหญิงชายกว่า 200 คน กำลังดื่มกิน เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ยุติและเปิดไฟ ปรากฏว่ามีนักเที่ยวส่วนหนึ่งแตกตื่นวิ่งหนีการจับกุมชนจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านล้มระเนนระนาด ขณะที่มียาอี เยาเค และบุหรี่ไฟฟ้าถูกทิ้งไว้ตามโต๊ะและพื้นเกลื่อนกลาด โดยมีนายสุเมธ รามแก้ว อายุ 28 ปี รับเป็นผู้จัดการร้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อลงกรณ์กล่าวว่า ร้านดังกล่าวเปิดมาได้ 2 เดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงประสานหน่วยงานเข้าตรวจค้น ไม่พบเยาวชนต่ำกว่า 18 ปีมาใช้บริการ จากการตรวจปัสสาวะนักเที่ยว พบปัสสาวะสีม่วง 120 คน แยกเป็นชาย 70 คน หญิง 50 คน จากนี้จะทำเรื่องเสนอ บช.น.สั่งปิดร้าน 5 ปี ตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ตั้งข้อหาผู้จัดการร้าน เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดสถานบริการเกินเวลา จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 และอยู่ระหว่างติดตามเจ้าของร้านมาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.อลงกรณ์เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำและจัดทำประวัติผู้ที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ซึ่งหลังดำเนินการเสร็จสิ้นหากไม่พบว่ามีหมายจับติดตัวในคดีใด ก็จะปล่อยตัวกลับบ้านไปก่อน ระหว่างรอผลการตรวจปัสสาวะของนักท่องเที่ยวแต่ละคน พิสูจน์ว่ามีการใช้สารเสพติดประเภทใด จากนั้นจะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา และพาตัวไปส่งฟ้องศาลตามขั้นตอน และจากการขยายผลล่าสุด ตำรวจสามารถจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดประเภทยาเคให้กับนักท่องเที่ยวได้แล้ว 1 คน และกำลังขยายผลหาผู้จำหน่ายยารายย่อยรายอื่นๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 กล่าวว่า สน.โคกครามซึ่งเป็นท้องที่รับผิดชอบ ไม่ได้ปล่อยปละละเลยการปฏิบัติหน้าที่ โดยการตรวจค้นครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน &amp;nbsp;ดังนั้น 5 เสือโรงพักจึงไม่มีความผิดฐานบกพร่องต่อหน้าที่แต่อย่างใด อีกทั้งการเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นข้อมูลจากฝ่ายสืบสวน สน.โคกคราม ที่แจ้งข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังเข้าตรวจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37165</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์, พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee840fa5417.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ต้องหาผูกคอคาห้องขัง สั่งตั้งกก.สอบกราวรูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาผูกคอตายในห้องขัง สน.ดอนเมือง ผบก.น.2 สั่งตั้งกรรมการสอบตั้งแต่สิบเวรจนถึงนายตำรวจที่เข้าเวร พบผู้ตายต้องคดีลักทรัพย์ในสนามบินดอนเมืองแถมมีคดีฉ้อโกงติดตัว ใช้ผ้าผืนยาวคล้ายผ้าพันคอ ผูกคอกับลูกกรง สงสัยได้ผ้ามาจากไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา มีผู้ต้องหาผูกคอเสียชีวิตภายในห้องขัง สน.ดอนเมือง ต่อมาเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ภูมิพล และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบ พบว่าที่เกิดเหตุอยู่ภายในห้องขังชั้น 2 สน.ดอนเมือง ผู้เสียชีวิตคือนายสัญญา คล้ายนิลห้าว อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดสระบุรี สวมเสื้อสีเหลือง กางเกงขายาวสีดำ ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอกับลูกกรงห้องขังในท่ายืน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.รังสรรค์ สอนสิงห์ รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง สอบสวนสิบเวรหน้าห้องขัง ทราบว่า ผู้เสียชีวิตถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวมาส่งที่ สน.ดอนเมือง ช่วงค่ำวันที่ 8 มีนาคม ในข้อหาลักทรัพย์ภายในสนามบินดอนเมือง แต่ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ จากการตรวจสอบประวัตินายสัญญา พบมีหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานีในคดีฉ้อโกงเมื่อปี 2552 จึงควบคุมตัวไว้ ก่อนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ล้างหน้าและขอผ้าเช็ดหน้ากับสิบเวรหน้าห้องขัง สิบเวรจึงให้ผ้าขาวม้าไปเพื่อเช็ดหน้า โดยไม่คิดว่าผู้ต้องหาจะนำไปผูกคอกับลูกกรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ต้องหาน่าจะเกิดความเครียดจากการถูกจับ ทำให้คิดฆ่าตัวตาย ซึ่งตำรวจได้ส่งศพให้นิติเวช รพ.ภูมิพล ชันสูตร และประสานให้ญาติมารับศพเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ ผกก.สน.ดอนเมือง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนสิบเวรที่ดูแลห้องขัง รวมถึงตำรวจนายอื่นๆ ที่เข้าเวรในช่วงเวลาดังกล่าว ว่าเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นได้ และหาที่มาของผ้าผืนดังกล่าว เพราะจากการสอบถามล่าสุดทราบว่า ผ้าที่ผู้ต้องหาใช้ผูกคอเสียชีวิตไม่ใช่ผ้าขาวม้าอย่างที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ แต่เป็นลักษณะคล้ายกับผ้าขนหนูแบบยาว ซึ่งเป็นลายตารางมีลักษณะคล้ายกับผ้าพันคอ จึงทำให้อาจเข้าใจผิดว่าผ้าผืนดังกล่าวเป็นผ้าขาวม้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.2 กล่าวว่า ที่มาของผ้าผืนดังกล่าวเป็นของตำรวจมอบให้ หรือผู้ต้องหาแอบลักลอบนำเข้าไป ยังสรุปไม่ได้ ต้องรอให้ผลการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อน จึงสั่งการให้สอบสวนเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และส่งกลับมาให้ตรวจสอบ หากพบว่ามีใครที่ทำผิดตามระเบียบข้อบังคับก็จะดำเนินการลงโทษทางวินัยหรือทางอาญาทันที ส่วนด้านคดีความขณะนี้อยู่ระหว่างการรอให้ญาติผู้ต้องหามาแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอน ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุของกองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมหลักฐานการชันสูตรของแพทย์ ความเห็นของอัยการ รวมทั้งผลตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง มาประกอบในสำนวนคดี เบื้องต้นคาดว่าผู้ต้องหาน่าจะผูกคอตนเองเสียชีวิต เนื่องจากเครียดจากคดีเดิมที่ปรากฏตามหมายจับในข้อหาฉ้อโกงแรงงาน และคดีใหม่ลักทรัพย์ในท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนจะถูกนำมาควบคุมตัวที่ สน.ดอนเมือง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30991</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.รังสรรค์ สอนสิงห์, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190310/image_big_5c85248694d63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้เวลาเด้งทั้งชุด 5เสือโคกคราม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.2 เซ็นคำสั่งย้าย 5 เสือโคกครามเซ่นกองปราบฯ จับผับนาซ่าปาร์ตี้ยาเสพติด เผยได้รับรายงานอ้างประสานงาน ป. แต่มีข้อสงสัย หากมีข้อมูลการมั่วสุมเสพยาก็ควรเข้าจับกุมเอง แสดงให้เห็นปล่อยปละละเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ว่า หลังตำรวจกองปราบปรามบุกทลายปาร์ตี้ยาในสถานบันเทิง &amp;quot;นาซ่าผับ&amp;quot; ย่านเกษตร-นวมินทร์ ในพื้นที่ สน.โคกคราม เมื่อกลางดึกวันพุธที่ผ่านมา พบยาเสพติดและนักท่องเที่ยวมีปัสสาวะสีม่วงจำนวนมาก ล่าสุด ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการที่มี พ.ต.อ.ภาณุเดช สุขวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นประธาน ได้รายงานผลการตรวจสอบ ระบุ แม้ท้องที่ได้รายงานว่ามีการประสานงานร่วมกับกองปราบปราม แต่ยังไม่สิ้นข้อสงสัยในหลายประเด็น อาทิ หากมีเบาะแสการมั่วสุมเสพยาเสพติดในสถานบันเทิงดังกล่าวมาก่อนหน้านี้ ก็ควรจะนำกำลังเข้าจับกุมเอง ไม่ควรประสานงานหน่วยงานภายนอกในการเข้าจับกุม และจำนวนนักเที่ยวและยาเสพติดที่พบมีจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงการปล่อยปละละเลย ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งในเรื่องการให้กวดขันป้องกันปราบปรามปัญหายาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบก.น.2 กล่าวว่า ล่าสุดได้ลงนามคำสั่งที่ 319/2561 ย้าย 5 เสือโคกครามออกจากพื้นที่แล้ว ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวระบุว่า เพื่อให้การบริหารงานในภาพรวมตลอดจนการปฏิบัติตามนโยบายของ บก.น.2 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดความเสียหายต่อทางราชการ และเพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ดังนั้นอาศัยอำนาจตามมาตรา 15 มาตรา 72 (4) และมาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และระเบียบ ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการตำแหน่งต่างๆ และรักษาราชการแทน ภายในสังกัด บก.น.2 ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผกก.สน.โคกคราม, พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.คมสพัสส์ ทองคำนิธิวิลากุล รอง ผกก.ป., พ.ต.ต.ภาณุพงศ์ จินดาหลวง สว.สส. และ ร.ต.อ.กษิณสุข ไชยโคตร รอง สวป. ไปประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (ศปก.บก.น.2) โดยมีคำสั่งให้ พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ รอง ผบก.น.2 รักษาราชการแทน ผกก.สน.โคกคราม และให้พิจารณามอบหมายหน้าที่ให้ข้าราชการตำรวจสังกัด สน.โคกคราม รักษาราชการแทนในตำแหน่งที่ว่างตามความเหมาะสมต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ปริยวรรธน์ วัฒนะนาวิน รอง ผกก.อก.บก.น.2 รักษาราชการแทนรอง ผกก.สส.สน.โคกคราม และ พ.ต.ท.สมิทธิกิจ อินทรหอม สว.อก.บก.น.2 รักษาราชการแทนรอง ผกก.ป.สน.โคกคราม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 28 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ร่วมกับ ป.ป.ส. นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 60 นาย บุกเข้าตรวจค้นสถานบันเทิงนาซ่าผับ ถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. พบยังเปิดให้นักเที่ยวดื่มกินเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน จากการตรวจค้นพบไอซ์ ยาอี ยาเค จำนวนมาก ตรวจปัสสาวะนักเที่ยวและพนักงานร้านรวม 349 คน พบปัสสาวะสีม่วง 247 คน ซึ่งต่อมามีคำสั่งปิดสถานบันเทิงดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23124</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.ภาณุพงศ์ จินดาหลวง, พ.ต.ท.คมสพัสส์ ทองคำนิธิวิลากุล, พ.ต.ท.ทัสสุมิ ยอดประทุมวัน, พ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์, พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์, ร.ต.อ.กษิณสุข ไชยโคตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bfff0916f35f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
