<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบโครงกระดูก ศพที่3เหยื่อไอซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประดาน้ำลงงมอีกรอบในบ่อบ้านไอซ์ หีบเหล็ก พบหีบเหล็กอีกใบถ่วงด้วยดัมเบลล์มีโซ่พัน นำขึ้นมาเปิดถึงผงะ เจอโครงกระดูกมนุษย์เป็นศพที่ 3 คาดอายุเกิน 18 ปี ชี้น่าจะเป็นหญิงสาวที่พยานระบุหายตัวไปเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มกราคมนี้ ตำรวจโดยการนำของ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รองจเรตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่รอง ผบช.น., พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. และ พ.ต.อ.ศุภรัช ปานแดง ผกก.สน.เพชรเกษม ย้อนกลับไปตรวจสอบบ่อน้ำหลังบ้านเลขที่ 59 ถนนเพชรเกษม ซอย 47 แขวงและเขตบางแค กทม. ของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือไอซ์ หีบเหล็ก อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด อาวุธปืน และพัวพันการฆ่าอำพรางศพหญิงสาวหลายราย รวมทั้ง น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี โดยก่อนหน้านี้มีการงมพบกระดูกมนุษย์ในบ่อดังกล่าวอีกจำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำแบ่งเขตการค้นหาโดยรอบบริเวณ แล้วพบหีบเหล็กในสภาพผุพัง ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจจมอยู่ใต้กอหญ้าท้ายขอบบ่อ และยังมีลูกเหล็กดัมเบลล์ 1 ลูก พันด้วยโซ่ใส่กุญแจถ่วงน้ำหนักจมอยู่ข้างกัน รวมถึงชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์จมอยู่ใกล้กับจุดแรกที่พบกระดูกถูกประตูเหล็กทับและมีดพร้า จากนั้นเมื่อเปิดดูภายในหีบ พบว่ามีชิ้นส่วนกระดูกหลายสิบชิ้น มีกะโหลกศีรษะมนุษย์และกรามล่าง กระดูกเชิงกราน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างทำความสะอาดสิ่งของที่พบทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า การค้นพบหลักฐานต่างๆ ในวันนี้นับเป็นข่าวดี หลังจากปรับแผนการค้นหา แบ่งพื้นที่ทำงานเป็นจุดแล้วพบชิ้นส่วนกระดูก ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นของมนุษย์ทั้งหมดหรือไม่ โดยจุดที่พบมากสุดอยู่บริเวณกอพืชที่มีกล่องจมอยู่ ซึ่งภายในมีกระดูกต้นขา สะโพก และกะโหลก โดยแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช ได้ตรวจสอบด้วยสายตาแล้วคาดว่าเป็นของมนุษย์แน่นอน และเมื่อดูสะโพกแล้วคาดว่าเป็นของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ซึ่งพอที่จะนำไปเชื่อมโยงข้อมูลคนหายที่มีผู้แจ้งความได้ จากพยานหลักฐานตอนนี้คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย แต่ภารกิจยังไม่จบสิ้น ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบชิ้นส่วนที่พบในหีบ เชื่อว่าเป็นของเพศหญิงอายุมากกว่า 18 ปี ส่วนชิ้นส่วนกระดูกที่พบก่อนหน้านี้กว่า 300 ชิ้น มีบางชิ้นพออนุมานได้ว่าน่าจะเป็นของเด็กหญิงอายุ 12-15 ปี ส่วนหีบเหล็กที่พบบรรจุชิ้นส่วนในวันนี้ที่ดูว่ามีลักษณะใบเล็ก ก็เป็นไปได้ว่าผู้ตายอาจร่างเล็กมาก หรือถูกฆ่าหั่นแยกชิ้นส่วนยัดลงไป โดยคดีนี้น่าจะเกิดขึ้นในปี 2554-2555 ซึ่งสอดคล้องกับการที่มีพยานบอกเล่าเข้ามาให้การว่า มีหญิงสาวรายหนึ่งอายุประมาณ 18-20 ปี หายไปในช่วงนั้น ทางพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษมได้ประสานกับกองพิสูจน์หลักฐานสเกตช์ภาพผู้สูญหายออกมาเพื่อให้สื่อมวลชนนำไปประชาสัมพันธ์ เพื่อติดตามญาติมาพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลยืนยันศพผู้เสียชีวิตต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.กล่าวว่า จนถึงบัดนี้ นายอภิชัยเกี่ยวพันกับคดีอาญามากถึง 6 คดี คือ 1.ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และมียาเสพติดไว้ในความครอบครองขณะถูกจับกุม 2.คดีตรวจยึดยาบ้า 2,200 เม็ด ในห้องพักภายหลังถูกจับกุม 3.คดีฆาตกรรม น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี ที่พบถูกฝังดินไว้ 4.คดีที่พบโครงกระดูกกว่า 300 ชิ้น ในบ่อน้ำก่อนหน้านี้ 5.คดีที่พบโครงกระดูกบรรจุหีบเหล็กในวันนี้ และ 6.คดีข่มขืนที่มีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติมโดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ผู้สูญหายทั้ง 3 ราย ที่ชุดคลี่คลายคดีนำมาเป็นธงในการสอบสวนก่อนดำเนินการแจ้งข้อหานายอภิชัย หรือไอซ์ หีบเหล็ก ประกอบด้วย 1.น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี ที่พบถูกฝังดินไว้และขุดพบเป็นศพแรก 2.คดีผู้ปกครองของน้องแพรว อายุ 12 ปี เข้าแจ้งความว่าสูญหายในบ้านหลังนี้ตั้งแต่ช่วงปี 2554-2555 และ 3.คดีที่มีพยานบุคคลบอกเล่าว่า น.ส.ออย อายุประมาณ 18-20 ปี สูญหายไปในช่วงเดียวกัน โดยเจ้าหน้าได้ทำการสเกตช์ภาพ น.ส.ออย ซึ่งมีลักษณะเป็นหญิงสาวร่างเล็ก ไว้ผมบ็อบแสกข้าง หน้ารูปไข่ โดยภาพดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนช่วยกันหาเบาะแสญาติพี่น้องของ น.ส.ออยเเล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือตรีมาโนช ผลยังส่ง อดีตนักประดาน้ำกองทัพเรือ ซึ่งนำอุปกรณ์กล้องส่องใต้น้ำมาช่วยค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม กล่าวว่า อุปกรณ์ที่นำมาใช้ในวันนี้เรียกว่า หน้ากาก KIRBY MORGAN ใช้สำหรับดำน้ำลึกตามแท่นขุดเจาะกลางทะเล มีกล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์สื่อสารรายงานขึ้นมาที่มอนิเตอร์บนบกได้ ที่สำคัญหน้ากากตัวนี้สามารถต่อท่อทางเดินอากาศลงไปกับชุดได้ตรงๆ โดยใช้เครื่องปั่นอากาศจ่ายลงไปให้นักประดาน้ำทำงานไม่ต้องสะพายถังอากาศ ทำให้เจ้าหน้าที่ประดาน้ำปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องไม่ต้องพักบ่อยๆ ซึ่งวันนี้เราจะทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้การขยายผลของตำรวจเดินหน้าต่อไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55342</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พ.ต.อ.ศุภรัช ปานแดง, พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, วรินทร์ธรณ์ ไชยเชษฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิชัย องค์วิศิษฐ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e299ce5e21da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55262</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สแกนซ้ำบ้าน&#039;ไอซ์&#039; ควานหลักฐานเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมีย ไอซ์ หีบเหล็ก เข้าให้ข้อมูลตำรวจกรณีพบโครงกระดูกในบ่อน้ำ ยันไม่ได้ร่วมก่อเหตุ แต่รู้เห็นการกระทำ ผบช.น.เผยเตรียมให้บริษัทค้นหาของใต้ทะเลสำรวจพ้นบ่อหาหลักฐานเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มกราคมนี้ ที่ สน.เพชรเกษม พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อม พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 (ผบก.น.9), พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผู้กำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผกก.ดส.บช.น.) และ พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม ได้ประชุมติดตามแนวทางการสืบสวนของคดี พร้อมเชิญตำรวจน้ำ ตัวแทนสำนักงานเขตบางแค เจ้าหน้าที่เทศกิจ นักประดาน้ำ อาสาสมัครกู้ภัย และบริษัทเอกชนเข้าร่วมหารือในการค้นหาพยานหลักฐานต่างๆ เพราะเชื่อว่าจะมีเหยื่อที่ถูกนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ อายุ 40 ปี หรือไอซ์ หีบเหล็ก ฆาตกรรมซ่อนเร้นอำพรางอยู่อีก เนื่องจากพบกระดูกหลายชิ้นภายในบ่อหลังบ้าน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จิรกฤตกล่าวก่อนการประชุมว่า เมื่อวันอังคาร น.ส.จันทร์ แฟนเก่านายอภิชัย มามอบตัวกับตำรวจ สน.เพชรเกษม ในคดีลักทรัพย์ที่ถูกนายอภิชัยแจ้งความไว้ ก่อนประกันตัวออกไป พร้อมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคดี เพราะเจ้าตัวมีความสนิทกับผู้ต้องหามากกว่าหญิงสาวรายอื่นที่นายอภิชัยเคยคบหาด้วย จึงรับรู้พฤติกรรมการกระทำต่างๆ ของนายอภิชัยเป็นอย่างดี แต่ น.ส.จันทร์ไม่ได้ร่วมลงมือก่อเหตุฆาตกรรมด้วย จึงไม่ทราบว่ามีผู้เสียชีวิตจริงๆ กี่ศพที่ถูกซ่อนไว้ภายในบริเวณบ้าน ส่วนการสูบน้ำออกจากบ่อที่พบโครงกระดูกนั้น ต้องรอหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เบื้องต้นผู้แทนสำนักงานเขตแจ้งว่าน้ำในบ่อไม่ใช่น้ำขัง แต่มีช่องทางเชื่อมต่อมาจากข้างนอก จึงต้องหาข้อสรุปว่าจำเป็นต้องสูบน้ำออกหรือไม่ และจะปล่อยน้ำทิ้งยังช่องทางใดไม่ให้กระทบกับบ้านเรือนประชาชนในบริเวณรอบข้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งข้อหานายอภิชัยรวม 4 ข้อหา คือ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และมียาเสพติดไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีคดีการตรวจยึดยาบ้าได้อีก 2,000 เม็ด และคดีฆาตกรรม น.ส.กุ๊กกิ๊ก ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ว่าเสียชีวิตจากสาเหตุใด รวมถึงคดีที่พบโครงกระดูกเพิ่มเติม ที่ยังต้องรอแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช รายงานผลการพิสูจน์กระดูกที่พบอีกครั้งว่าเป็นของผู้ใด และเป็นของคนเดียวกันทั้งหมดหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในวันพรุ่งนี้ (23 ม.ค.) เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่จะเข้าค้นหาพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยมีบริษัทค้นหาสิ่งของใต้ทะเลลึก ที่เจ้าของเป็นอดีตทหารเรือที่มีความชำนาญและมีเทคโนโลยีค้นหาทันสมัย ใช้กล้องส่องใต้น้ำจากบนบก ตรวจสอบบริเวณบ่อน้ำที่พบกระดูกว่ามีพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้ หากพบว่ามีผู้กระทำผิดร่วมด้วยก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นจากการหารือมองว่ายังไม่จำเป็นต้องสูบน้ำออก เพราะ กทม.ประเมินว่าต้องใช้เวลาถึง 7 วัน&amp;rdquo; ผบช.น.กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55262</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e284ccc7d278.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับลูกเสี่ยฆ่าสยอง ฝังศพสาวในบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผงะ ลูกชายเจ้าของตลาดดังฆ่าแล้วฝังสาวไซด์ไลน์ ตำรวจได้เบาะแสจากการจับกุมสมุนคนสนิทมียาเสพติดก่อนสารภาพร่วมกับลูกพี่ฝังศพหญิงคนหนึ่งไว้ในรั้วบ้าน สาเหตุจากลูกพี่ติดยาจนประสาทหลอน เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นพบตั้งป้อมสู้ยิงปืนใส่ แต่กระสุนขัดลำ ทั้งเตรียมถังแก๊สไว้จุดระเบิด ยังให้การวกวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 มกราคมนี้ พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 สังกัด กก.ปพ.ผบช.น. พร้อมหมายค้นศาลแขวงธนบุรี เลขที่ 1/2563 ลงวันที่ 9 มกราคม 2563 เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 58 ถนนเพชรเกษม สุดซอย 47 แขวงและเขตบางแค กทม. หลังสืบทราบว่าที่บ้านหลังดังกล่าวน่าจะมีเหตุฆาตกรรมฝังศพอำพรางคดีเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบ พบบ้านหลังนี้มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว ชั้นเดียว ปลูกในรั้วรอบขอบชิด บนพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ โดยด้านหลังของตัวบ้านมีอาคารโรงพิมพ์เก่าชื่อ มณฑลการพิมพ์ และยังมีส่วนของโกดังเก็บของเก่าแวดล้อมไปด้วยพงหญ้าขึ้นรกชัฏ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 ได้เข้าล้อมตัวบ้านเอาไว้ ก่อนตะโกนเรียกให้บุคคลภายในแสดงตัว แต่ไร้การตอบรับ จึงต้องทลายประตูทางเข้าและประตูหน้าต่าง ก่อนโยนระเบิดสตั๊นบอมบ์ข่มขวัญแล้วเข้าเคลียร์พื้นที่ทุกห้อง พบนายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 40 ปี ลูกชายเจ้าของตลาดองค์วิศิษฐ์ย่านบางแค เจ้าของห้องซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนในสภาพคล้ายคนเมายา จึงเข้าชาร์จควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมของกลาง อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อซีแซด รุ่นรามี่ และเครื่องกระสุนเต็มแมกกาซีน 15 นัด โดยอาวุธปืนอยู่ในสภาพขัดลำ เนื่องจากผู้ต้องหาพยายามต่อสู้ แต่ปืนเกิดติดขัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบในห้องพัก พบของกลางยาเสพติดประเภทไอซ์ บรรจุในซองซิปใส่จำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพ 1 ชุด ถังแก๊สหุงต้มขนาด 13.5 กิโลกรัม วางอยู่ปลายเตียงนอน 1 ใบ จอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดใช้สำรวจความเคลื่อนไหวบริเวณทางเข้า-ออกภายในบ้าน ซึ่งวางอยู่ปลายเตียง 1 จอ นอกจากนี้ยังตรวจพบหีบเหล็กและหีบไม้ต้องสงสัยใส่กุญแจล็อกอย่างดี วางอยู่ในบ้านอีก 2 หีบ รวมถึงร่องรอยกระสุนปืนที่นายอภิชัยชอบยิงใส่ฝ้าเพดานบ้านตัวเองตอนเมายาอีกหลายนัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบพื้นที่ลานดินว่างในป่าหญ้าด้านหลัง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวบ้านไปประมาณ 200 เมตร จากการใช้จอบและเสียมขุดหน้าดินลงไปประมาณ 1 เมตร พบถุงดำต้องสงสัย 1 ใบ ภายในบรรจุอวัยวะชิ้นส่วนคล้ายศพมนุษย์ สวมเสื้อยืดคอกลมสีเหลือง สภาพเปื่อยผุพัง ถูกฝังอยู่ เบื้องต้น พล.ต.ต.อิทธิพลจึงสั่งการให้หยุดเพื่อรอประสานแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เข้ามาร่วมทำการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.นพศิลป์กล่าวว่า การบุกจับกุมและตรวจค้นภายในบ้านหลังที่เกิดเหตุวันนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายเฉลิมชล งะบัว อายุ 41 ปี ลูกจ้างของนายอภิชัย เจ้าของบ้าน ได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนหนึ่ง จากการสอบสวนขยายผลพบว่า นายอภิชัยเจ้าของบ้านน่าจะมีส่วนเกี่ยวพันกับยาเสพติดที่พบ นอกจากนี้ นายเฉลิมชลยังรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมด้วยว่า เมื่อช่วงปลายปี 2562 เคยช่วยนายอภิชัยฝังศพหญิงสาวหน้าตาดีรายหนึ่งเอาไว้ในที่ดินรกร้างด้านหลังบ้าน ซึ่งหญิงสาวผู้ตายรายน่าจะเป็นคู่ขาของนายอภิชัย ซึ่งนายอภิชัยเคยพามาอาศัยที่บ้านหลังนี้แล้วทรมานไว้ในบ้าน ก่อนทุบตีจนเสียชีวิต นำศพยัดใส่ถุง ก่อนช่วยกันฝังดิน จึงเป็นที่มาของการขอหมายค้นเข้าตรวจสอบ และให้นายเฉลิมชลทำการชี้จุดฝังศพก่อนขุดพบเจอศพที่ถูกฝังเอาไว้ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ภายหลังถูกจับกุม นายอภิชัยยังให้การภาคเสธในลักษณะวนไปวนมาเหมือนคนเมายา ว่ามียาไอซ์ของกลางเอาไว้เพื่อเสพ ขณะที่อาวุธปืนมีไว้ป้องกันตัวเท่านั้น สำหรับถังแก๊สที่วางเอาไว้ในห้องพัก ไม่ได้มีไว้เพื่อใช้ก่อวินาศกรรมยามเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นแต่อย่างใด ส่วนร่องรอยกระสุนปืนต่างๆ ที่พบภายในบ้าน ยอมรับว่าชอบยิงปืนเล่น เพราะตัวเองเกิดภาพหลอนตอนที่เสพยา แต่เรื่องการฆ่าฝังศพหญิงสาวที่พบในที่ดินหลังบ้านนั้นขอปฏิเสธ เนื่องจากไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิชัยให้การด้วยว่า ศพที่พบน่าจะเป็นศพของ น.ส.กุ๊กกิ๊ก ชาว จ.สกลนคร อายุประมาณ 22-25 ปี สาวไซด์ไลน์ที่ตนเองเคยพามานอนที่บ้านเมื่อประมาณเดือน ต.ค.62 โดยรู้จักกันผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งตอนนั้นเมื่อ น.ส.กุ๊กกิ๊กมาถึงบ้าน ได้เล่าให้ตนฟังว่า เพิ่งถูกรุมโทรมมา ตนหวังดีจะพาไปแจ้งความกับตำรวจ แต่เมื่อ น.ส.กุ๊กกิ๊กรู้ว่าตนจะพาไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าตัวก็รีบหายหน้าออกจากบ้านไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังไม่เชื่อคำให้การของผู้ต้องหา จึงประสาน พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม, พ.ต.ท.พัฐกร ปิยธิติภูวดล สว.สส.สน.เพชรเกษม เจ้าของพื้นที่ ให้นำกำลังเข้ามาควบคุมผู้ต้องหาและรักษาสภาพที่เกิดเหตุเอาไว้ ก่อนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อปี 2551 นายอภิชัยตกเป็นข่าวว่าจับเพื่อนชาย-หญิงกักขังเอาไว้ภายในบ้าน เนื่องจากเสพสิ่งเสพติดจนมึนเมา โดยมีหญิงสาวได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกศีรษะร้าว และกระดูกซี่โครงหัก 4 ซี่ ต่อมาปี 2555 นายอภิชัยถูกแจ้งว่ากักขังหน่วงเหนี่ยวหญิงสาววัย 17 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. จากนั้นได้นำตัวไปค้นห้องพักพบอาวุธปืนอีก 5 กระบอก ยาบ้า 44 เม็ด ยาไอซ์ 4.8 กรัม เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เสื้อเกราะกันกระสุน เครื่องชอร์ตไฟฟ้า อุปกรณ์การเสพยา และกุญแจมือ 4 คู่ รวม 29 รายการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54200</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์, พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท, พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e17294dd9eb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แทงยับฆ่าพยาบาล ตร.ได้ภาพล่ามือมีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฆ่าโหดสาวใหญ่พยาบาล รพ.ภาชี ฆาตกรแทงยับที่อก ปาดคอเป็นแผลลึก ทิ้งศพไว้ในรถเก๋งหน้า รพ. วิศวกรโรงงานผู้เป็นสามีเผยไม่มีลางบอกเหตุ ตำรวจตรวจภาพกล้องวงจรปิดพบชายต้องสงสัยลงจากรถผู้ตายกลางดึก ตั้งประเด็นทั้งชู้สาว เรื่องส่วนตัว เร่งหาเบาะแส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 10 มีนาคมนี้ พ.ต.ท.ธวัชชัย จันทร์เรือง สารวัตรสอบสวน สภ.ภาชี รับแจ้งเหตุพบศพหญิงภายในรถเก๋งบริเวณหมู่บ้านตรงข้ามกับ รพ.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมกับ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ธีระวุฒิ แสงมณี ผกก.สภ.ภาชี &amp;nbsp;และฝ่ายสืบสวน พบรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน ญฉ 5426 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ ภายในรถพบศพ นางศรีสุภางค์​ สุวรรณศิลป์​ อายุ 48 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่ที่เบาะหลัง ขาพาดอยู่ที่ช่องกลางซึ่งเป็นที่พักแขน ตามร่างกายพบบาดแผลคล้ายของมีคมแทงเข้าที่หน้าอกจำนวนหลายแผล ที่บริเวณลำคอถูกของมีคมปาดยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงเส้นเลือดใหญ่ ตรวจสอบภายในรถพบร่องรอยการต่อสู้ข้าวของกระจัดกระจาย บริเวณประตูฝั่งซ้ายด้านหน้าพบคราบเลือด และพบแหวนของผู้ชายตกอยู่ 1 วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐเอก ครามวิชิต อายุ 53 ปี ผู้พบศพ เปิดเผยว่า ขณะขับรถจะไปธุระ พบรถเก๋งของผู้ตายจอดขวางทางอยู่ จึงบีบแตรเพื่อขอทาง แต่รถไม่มีการเคลื่อนไหว ตนจึงขับรถมาจอดเทียบแล้วดึงประตูรถฝั่งคนขับ ปรากฏว่าไม่ได้ล็อก เมื่อเปิดออกถึงกับตกใจเมื่อพบหญิงนอนคว่ำหน้ามีเลือดนอง จึงรีบโทรศัพท์แจ้ง 1669 ให้มาตรวจสอบ ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพัฒนา อ่วมเทพ อายุ 53 ปี วิศวกรโรงงานใน จ.เพชรบูรณ์ สามีผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน EMS โรงพยาบาลภาชี ก่อนหน้านี้ได้ขับรถออกจากบ้านไปเข้าเวรทำงานปกติในช่วงบ่ายวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยตนเองมาส่งที่รถ และจะออกเวรช่วงเที่ยงคืน ถึงบ้านไม่เกินเที่ยงคืนครึ่ง แต่วันนี้ตนตื่นมาประมาณตี 4 ไม่พบภรรยา จึงรีบออกมาตามหาที่โรงพยาบาลภาชี ก็พบว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนเองไม่ทราบว่าคนที่ฆ่าภรรยาต้องการอะไร ถึงได้ลงมือฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ ทั้งนี้ตนอยู่กินกับภรรยามา 16 ปี ไม่มีบุตรด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ รพ.และจุดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบว่า เวลา 01.10 น. วันที่ 10 มี.ค. รถของผู้ตายได้ขับมาจอดบริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นมีชายรูปร่างสูงใหญ่ อายุประมาณ 40-50 ปี สวมเสื้อสีขาว กางเกงขายาวสีครีม มีกระเป๋าสะพายคาดอก เดินถือผ้าเช็ดหน้าคล้ายอำพรางลายนิ้วมือและเช็ดเลือดที่มือ ลงจากรถของผู้ตาย ก่อนจะหลบเดินหนีไป เชื่อว่าคนร้ายน่าจะรู้จักกับผู้ตาย และคงจะมีการวางแผนลงมือก่อเหตุฆ่าผู้ตายมาจากที่อื่น จากนั้นนำศพผู้ตายใส่รถแล้วขับมาจอดที่จุดพบศพ ส่วนปมสังหารขณะนี้ตำรวจตั้งไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องชู้สาว ขัดแย้งส่วนตัว และอยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของ รพ.ภาชี ในจุดอื่น เพราะคาดว่าคนร้ายอาจจะนำรถของตัวเองไปจอดไว้ใน รพ. หรือพื้นที่ใกล้เคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ให้นายพัฒนาตรวจสอบทรัพย์สินของภรรยาภายในรถ ไม่พบว่ามีอะไรหายไป นอกจากกล้องติดหน้ารถที่ถูกถอดออกไป เชื่อว่ากล้องบันทึกหลักฐานไว้ได้ส่วนหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30989</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐเอก ครามวิชิต, พ.ต.ท.ธวัชชัย จันทร์เรือง, พ.ต.อ.ธีระวุฒิ แสงมณี, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, พัฒนา อ่วมเทพ, ศรีสุภางค์​ สุวรรณศิลป์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190310/image_big_5c85246eb7044.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แทงยับฆ่าพยาบาล ตร.ได้ภาพล่ามือมีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฆ่าโหดสาวใหญ่พยาบาล รพ.ภาชี ฆาตกรแทงยับที่อก ปาดคอเป็นแผลลึก ทิ้งศพไว้ในรถเก๋งหน้า รพ. วิศวกรโรงงานผู้เป็นสามีเผยไม่มีลางบอกเหตุ ตำรวจตรวจภาพกล้องวงจรปิดพบชายต้องสงสัยลงจากรถผู้ตายกลางดึก ตั้งประเด็นทั้งชู้สาว เรื่องส่วนตัว เร่งหาเบาะแส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 10 มีนาคมนี้ พ.ต.ท.ธวัชชัย จันทร์เรือง สารวัตรสอบสวน สภ.ภาชี รับแจ้งเหตุพบศพหญิงภายในรถเก๋งบริเวณหมู่บ้านตรงข้ามกับ รพ.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมกับ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา, พ.ต.อ.ธีระวุฒิ แสงมณี ผกก.สภ.ภาชี &amp;nbsp;และฝ่ายสืบสวน พบรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาว ทะเบียน ญฉ 5426 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ ภายในรถพบศพ นางศรีสุภางค์​ สุวรรณศิลป์​ อายุ 48 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่ที่เบาะหลัง ขาพาดอยู่ที่ช่องกลางซึ่งเป็นที่พักแขน ตามร่างกายพบบาดแผลคล้ายของมีคมแทงเข้าที่หน้าอกจำนวนหลายแผล ที่บริเวณลำคอถูกของมีคมปาดยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงเส้นเลือดใหญ่ ตรวจสอบภายในรถพบร่องรอยการต่อสู้ข้าวของกระจัดกระจาย บริเวณประตูฝั่งซ้ายด้านหน้าพบคราบเลือด และพบแหวนของผู้ชายตกอยู่ 1 วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐเอก ครามวิชิต อายุ 53 ปี ผู้พบศพ เปิดเผยว่า ขณะขับรถจะไปธุระ พบรถเก๋งของผู้ตายจอดขวางทางอยู่ จึงบีบแตรเพื่อขอทาง แต่รถไม่มีการเคลื่อนไหว ตนจึงขับรถมาจอดเทียบแล้วดึงประตูรถฝั่งคนขับ ปรากฏว่าไม่ได้ล็อก เมื่อเปิดออกถึงกับตกใจเมื่อพบหญิงนอนคว่ำหน้ามีเลือดนอง จึงรีบโทรศัพท์แจ้ง 1669 ให้มาตรวจสอบ ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพัฒนา อ่วมเทพ อายุ 53 ปี วิศวกรโรงงานใน จ.เพชรบูรณ์ สามีผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน EMS โรงพยาบาลภาชี ก่อนหน้านี้ได้ขับรถออกจากบ้านไปเข้าเวรทำงานปกติในช่วงบ่ายวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยตนเองมาส่งที่รถ และจะออกเวรช่วงเที่ยงคืน ถึงบ้านไม่เกินเที่ยงคืนครึ่ง แต่วันนี้ตนตื่นมาประมาณตี 4 ไม่พบภรรยา จึงรีบออกมาตามหาที่โรงพยาบาลภาชี ก็พบว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนเองไม่ทราบว่าคนที่ฆ่าภรรยาต้องการอะไร ถึงได้ลงมือฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ ทั้งนี้ตนอยู่กินกับภรรยามา 16 ปี ไม่มีบุตรด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ รพ.และจุดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบว่า เวลา 01.10 น. วันที่ 10 มี.ค. รถของผู้ตายได้ขับมาจอดบริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นมีชายรูปร่างสูงใหญ่ อายุประมาณ 40-50 ปี สวมเสื้อสีขาว กางเกงขายาวสีครีม มีกระเป๋าสะพายคาดอก เดินถือผ้าเช็ดหน้าคล้ายอำพรางลายนิ้วมือและเช็ดเลือดที่มือ ลงจากรถของผู้ตาย ก่อนจะหลบเดินหนีไป เชื่อว่าคนร้ายน่าจะรู้จักกับผู้ตาย และคงจะมีการวางแผนลงมือก่อเหตุฆ่าผู้ตายมาจากที่อื่น จากนั้นนำศพผู้ตายใส่รถแล้วขับมาจอดที่จุดพบศพ ส่วนปมสังหารขณะนี้ตำรวจตั้งไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องชู้สาว ขัดแย้งส่วนตัว และอยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของ รพ.ภาชี ในจุดอื่น เพราะคาดว่าคนร้ายอาจจะนำรถของตัวเองไปจอดไว้ใน รพ. หรือพื้นที่ใกล้เคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ให้นายพัฒนาตรวจสอบทรัพย์สินของภรรยาภายในรถ ไม่พบว่ามีอะไรหายไป นอกจากกล้องติดหน้ารถที่ถูกถอดออกไป เชื่อว่ากล้องบันทึกหลักฐานไว้ได้ส่วนหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30988</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐเอก ครามวิชิต, พ.ต.ท.ธวัชชัย จันทร์เรือง, พ.ต.อ.ธีระวุฒิ แสงมณี, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, พัฒนา อ่วมเทพ, ศรีสุภางค์​ สุวรรณศิลป์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190310/image_big_5c85246eb7044.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การอยุธยารู้แล้วใครคือตำรวจโจรฉกปืน 11 กระบอก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก www.thaipolicenews.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.62 - พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) กล่าวถึงการดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องลักลอบนำปืน ซิกเซาเออร์&amp;nbsp;P320 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดซื้อเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการตำรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จาก กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กก.สส.ตร.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) หลังความแตกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง จับกุมตัวนายอาทิตย์ หาญพาณิชกิจ พร้อมด้วยอาวุธปืน อาวุธปืนซิกซาวเออร์&amp;nbsp;p320 ขนาด 9 มม.ตราโล่ หมายเลขประจำปืน&amp;nbsp;T60113287 เป็นเลขปืนที่มอบให้ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกระสุน 12นัด อ้างว่ารับจำนำมาราคา 20,000บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่า หลังทราบเรื่องได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงโดยมี พ.ต.อ.ภูวิดิช ชนะคชภัทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจังหวัดและพื้นที่เร่งติดตามนำอาวุธปืนกลับคืนมาให้หมด ยังเหลืออีก 10 กระบอก คดีมีความคืบหน้าไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการติดตามตัวคนร้าย ยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจใน กก.สส.ตร.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เกี่ยวข้องด้วยแน่นอน อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนที่มีข่าวออกไปว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ด.ต.&amp;rdquo;&amp;nbsp;2 นาย ที่ถือกุญแจเปิดคลังอาวุธปืนเกี่ยวข้องนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่ายังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.โชคชัย ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยต่อว่า จากการสอบสวนล่าสุดพอจะทราบตัวคนร้ายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใน กองสืบฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1 รายมีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนมูลเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว ซึ่งอยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามตัวอย่างใกล้ชิด ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานนิดหนึ่งยืนยันว่าคดีมีความคืบหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30078</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ปืนหาย, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, อาวุธปืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c76557b20ee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาย11กระบอก ศรีวราห์แจ้งจับ ตำรวจขโมยปืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่อง! กองสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรอยุธยาทำอาวุธปืนซิกซาวเออร์ P320 ขนาด 9 มม.หาย 11 กระบอก หลังจัดซื้อเป็นสวัสดิการให้ข้าราชการตำรวจ &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; เต้นสั่งเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งวินัยและอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) สั่งการให้ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) ให้แจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งวินัยและอาญา &amp;nbsp;หลังพบว่าอาวุธปืนซิกซาวเออร์ P320 ขนาด 9 มม.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดซื้อเป็นสวัสดิการให้ข้าราชการตำรวจ หายไปจากกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (กก.สส.ตร.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) จำนวน 11 กระบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจสายตรวจ สน.วังทองหลาง ได้จับกุมนายอาทิตย์ อายุ 25 ปี ที่ถนนศรีวราทาวน์อินทาวน์ ตัดถนนประดิษฐ์มนูธรรม พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืน ลูกโม่ .38 เทารัส 1 กระบอก และอาวุธปืนซิกซาวเออร์ p320 ขนาด 9 มม.ตราโล่ หมายเลขประจำปืน T60113287 เป็นเลขปืนที่มอบให้ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกระสุน 12 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอาทิตย์ให้การรับสารภาพว่า ปืนซิกซาวเออร์มีคนนำมาขายให้ราคา 20,000 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รายงานให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ทราบ เมื่อไปตรวจสอบพบว่าอาวุธปืนซิกซาวเออร์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดซื้อให้แทนปืนรุ่นเก่าหายไปอีก 10 กระบอก รวมเป็น 11 กระบอก จึงสั่งการให้ ผบก.ภ.จว.อยุธยา แจ้งความเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผบก.ภ.จว.อยุธยาได้มอบหมายให้ พ.ต.อ. ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา แจ้งความกับ พ.ต.ท.จักรพันธ์ ธูปเตมีย์ สารวัตรสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ปฏิเสธถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยระบุว่ายังไม่ได้รับรายงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น พล.ต.ต.โชคชัย ผบก.ภ.จว.อยุธยา ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการ ในห้วงระยะเวลาใครเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายอาวุธปืนสวัสดิการทั้ง 11 กระบอก เมื่อพบว่ามีเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้องถึงจะเข้าสู่กระบวนการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน &amp;nbsp;หากพบว่ามีความผิดในการทุจริตการเบิกปืน ต้องถูกดำเนินทั้งคดีอาญาและวินัย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา) กล่าวว่า กรณี พล.ต.อ.ศรีวราห์มีคำสั่งให้ตรวจสอบคลังอาวุธของ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา จนพบว่าปืนซิกซาวเออร์ P320 ขนาด 9 มม. หายไป 10 กระบอก รวมกับที่ยึดได้จากผู้ต้องหาอีก 1 กระบอก ทำให้มีปืนหายไปจากคลังอาวุธ รวม &amp;nbsp;11 กระบอก ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบเกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าว โดยให้ทาง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยานำตัวมาสอบสวนเพิ่มเพื่อหาข้อเท็จจริง &amp;nbsp;พร้อมมอบหมายให้ พ.ต.อ.ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา แจ้งความกับ พ.ต.ท.จักรพันธ์ ธูปเตมีย์ สารวัตรสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กล่าวว่า การหายไปของปืนซิกซาวเออร์ P320 ขนาด 9 มม. แยกเป็น 2 &amp;nbsp;ลักษณะ คือ การหายไปทั้งตัวปืนและกล่องบรรจุปืนนั้น หายจำนวน 1 กระบอก ขณะที่อีก 10 กระบอก มีการอำพราง คือกล่องบรรจุปืนยังอยู่ภายในคลังเก็บอาวุธของ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา แต่อาวุธปืนหายไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดคืนกลับมาได้ 1 กระบอก จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง จับกุมผู้ต้องหาได้เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัจจุบันยังคงเหลืออาวุธปืน 10 กระบอกที่ยังล่องหน และหากใครครอบครองอยู่ ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อส่งมอบคืนโดยเร็ว ยังระบุไม่ได้ว่าหายไปเมื่อใด และใครเป็นผู้ลงมือโจรกรรม&amp;quot; พล.ต.ต.โชคชัยระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30028</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ภูวดิท ชนะคชภัทร์, พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c75515889a5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
