<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ภ.4ฟันกลุ่ม3นิ้วขอนแก่นหลังปะทะตำรวจ-ต่อยรองผบช.ภ.4 ฝ่าวงล้อมเข้าพบ&#039;บิ๊กป้อม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ต.ค.64 - เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่&amp;nbsp; 15 ต.ค.2564 พล.ต.ต.ไพศาล&amp;nbsp; ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 4&amp;nbsp; ( รอง ผบช.ฯ เรียน วปอ.ที่ กรุงเทพ.ฯ )&amp;nbsp; เปิดเผยผ่านระบบออนไลน์ ZOOM ว่า เหตุการณ์การปะทะระหว่าง กลุ่มผู้ชุมนุมในนามคณะราษฎรขอนแก่น กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในช่วงของการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งคณะรัฐมนตรี และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในการตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วม รวมทั้งการมอบถุงยังชีพ,เครื่องอุปโภค-บริโภค,น้ำดื่ม ให้กับผู้ประสบภัยในเขต อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งโดยสรุปคือเกิดการณ์ปะทะกัน 3 จุด คือที่หน้าศาลากลาง จ.ขอนแก่น,บริเวณสี่แยกศาลากลางหน้าสำนักงานอัยการ ภ.4 และ ที่บริเวณหน้าวัดเทพปูรณาราม ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งทุกจุดขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวนและฝ่ายการข่าวได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อสรุปรายงานส่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าวในทุกจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ในการปะทะจุดแรกที่หน้าศาลากลางจังหวัด นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นายคือ ส.ต.ท.ธนวุฒิ&amp;nbsp; โคตรลุน และ ส.ต.ท.ธนาธร&amp;nbsp; นามบัณฑิต ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; ขณะที่ตนเองนั้น หลบจังหวะที่การ์ดกลุ่มผู้ชุมนุมต่อยได้แต่ก็ถูกเพียงช่วงปลายนิ้วที่บริเวณใบหน้า ขณะที่ พ.ต.ท.เมธี&amp;nbsp; ศรีวรรณา สวป.สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งถูกการ์ดคนเดียวกันพยายามต่อยเข้าที่ใบหน้า แต่หลบทันแต่ก็ถูกช่วงปลายต่อยเข้าที่ไหล่ขวา ซึ่งหลังเกิดเหตุปะทะ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวการ์ดกลุ่มผู้ชุมนุมคือนายอิศเรษฐ์&amp;nbsp; เจริญคง มาดำเนินคดีที่&amp;nbsp; สภ.เมืองขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหา นายอิศเรษฐ์ ในเบื้องต้น 2 ข้อกล่าวหา คือ ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำการปรับ 200 บาท และ ขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานในขณะปฎิบัติหน้าที่ ปรับ 500 บาทและอนุญาตให้ปล่อยตัวเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ในขณะที่หากการรวบรวมพยานหลักฐานในทุกจุดที่กลุ่มผู้ชุมนุมก่อเหตุปะทะ ปาสี ปลาปลาร้า หรือกระทำการใดๆที่ผิดกฎหมาย ก็จะมีการออกหมายเรียกและดำเนินการเอาผิดตามข้อกฎหมายทันที ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้นเตรียมที่จะดำเนินการเพิ่มเติมอีก 3 ข้อกล่าวหาคือ ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน,ฝ่าฝืน พรบ.โรคติดต่อ และ ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ไพศาล กล่าวอีกว่า&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บทุกคนจะเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนของแต่ละพื้นที่ ทั้งที่ สภ.เมืองขอนแก่น และ สภ.ท่าพระ และหลังจากการปะทะก็ได้มีการพูดคุยกันกับแกนนำในการเจรจาตามยุทธวิธี เพื่อให้การชุมนุมและการแสดงออกตามสิทธิ์นั้นอยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่างไรก็ตามหากการที่แกนนำผู้ชุมนุมหรือกลุ่มผู้ชุมนุมจะแจ้งความเอาผิดหรือดำเนินการใดๆตามข้อกฎหมายในการที่จะเอาผิดกับเจ้าพนักงานที่ปฎิบัติหน้าที่ก็ขอให้แจ้งความเอาผิดกับตนเองเพียงคนเดียวเนื่องจากเป็นผู้สั่งการและควบคุมเหตุการณ์ในทุกจุดที่เกิดขึ้นตลอดทั้งช่วงของการปฎิบัติภารกิจของรองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และ ส.ส.ทุกคนที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวานที่ผ่านมา ( 14 ต.ค.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119794</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะราษฎรขอนแก่น, พล.ต.ต.ไพศาล  ลือสมบูรณ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, อิศเรษฐ์  เจริญคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_61690ac96acf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารห้ามศึกวัยรุ่น เจอขวดแทงคอดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มวัย 25 กลับไปเล่นสงกรานต์ที่บ้านเกิดในตัวเมืองหนองคาย ดวดน้ำเมาจนครองสติไม่อยู่ ทุบขวดเบียร์เป็นปากฉลามช่วยเพื่อนที่มีเรื่องกับอีกกลุ่ม พลทหารเข้าห้ามถูกแทงคอดับอนาถ ที่ลำปาง เด็กชายวัย 10 ขวบถูกสาดด้วยน้ำแข็งก้อนใหญ่ หัวแตกเย็บ 38 เข็ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.เมืองหนองคาย เมื่อวันที่ 15 เมษายนนี้ พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผบก.ภ.จว.หนองคาย, พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.สุนันท์ วงษ์สีมี รอง ผกก. (สส.), พ.ต.ท.นนทจิต บุดดีคำ รอง ผกก. (สอบสวน), พ.ต.ท.ตรีกฤช จงวิไล รอง ผกก. (สส.), ร.ต.อ.ธนวินท์ พวงมะลิ สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายนพดล ศิริ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/15 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. หลังก่อเหตุฆ่าพลทหารพลนิกร ยศมาร อายุ 22 ปี ทหารสังกัด ป.13 พัน 3 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำจังหวัดหนองคาย (กกล.หนองคาย) ดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ, ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ และฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไพศาลเปิดเผยว่า เมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเข้าระงับเหตุทะเลาะวิวาท ภายในศูนย์การค้าเอเชียพีค ถนนศูนย์ราชการ อ.เมืองหนองคาย ซึ่งในช่วงเกิดเหตุได้มีจ่าสิบตรีสาธิต หลาบคำ ทหาร กกล.หนองคาย ซึ่งอยู่ในชุดนอกเครื่องแบบ พยายามจะห้าม แต่ไม่เป็นผล ซ้ำยังได้รับบาดเจ็บหัวแตก ฟกช้ำตามร่างกาย จึงได้โทรศัพท์ขอกำลังเสริมจากตำรวจและทหาร จากนั้น พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย สั่งการเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพร้อมประสาน กกล.หนองคาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไปถึง พบวัยรุ่น 2 กลุ่มกำลังทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน พลทหารพลนิกร ซึ่งอยู่ในชุดทหารจึงได้เข้าระงับเหตุ กลับถูกวัยรุ่นคนหนึ่งใช้ขวดเบียร์ทุบเป็นปากฉลามจ้วงแทงเข้าที่ใบหน้าและลำคอ เป็นแผลฉกรรจ์ เพื่อนทหารได้ช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองคาย แต่พลทหารพลนิกรเสียเลือดมาก เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกัน ด.ต.ประเสริฐ รอดชมพู ผบ.หมู่ (ป.) สภ.เมืองหนองคาย ถูกคมขวดบาดนิ้วเป็นแผล และบาดเจ็บบริเวณดั้งจมูก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นต่างพากันแยกย้ายออกจากที่เกิดเหตุไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและจากคลิปที่ผู้เห็นเหตุการณ์ถ่ายไว้ พบหลักฐานเป็นภาพขณะที่นายนพดล สวมเสื้อยืดสีขาว ถือขวดปากฉลามอยู่ในมือ และจ้วงแทงเจ้าหน้าที่ขณะเข้าระงับเหตุ จึงได้ติดตามจับกุมนายนพดลและกลุ่มเพื่อนได้ทั้งหมดประมาณ 10 คน มาสอบปากคำ ก่อนจะรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลให้การว่า กลับมาเยี่ยมบ้านช่วงสงกรานต์ที่บ้านกวนวัน อ.เมืองหนองคาย ช่วงกลางวันได้ดื่มเหล้าเบียร์กับเพื่อนเก่าหลายคน จนเย็นเพื่อนชวนมาเที่ยวชมคอนเสิร์ตที่เอเชียพีค ตนก็มากับเพื่อนรวมประมาณ 7 คน แล้วเกิดเขม่นกับวัยรุ่นอีกกลุ่ม ตนเองซึ่งเมามากจึงคว้าขวดเบียร์ทุบเป็นปากฉลามแล้วจำอะไรไม่ได้ว่าทำร้ายใครหรือไม่ จนถูกจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนายนพดลจะถูกดำเนินคดีข้อหาหนักแล้ว เพื่อนที่ร่วมก่อเหตุยังถูกตั้งข้อหา ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยนาท หลังเกิดเหตุยิงกันในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์บนถนนพรหมประเสริฐ อ.เมืองชัยนาท เมื่อคืนวันที่ 13 เม.ย.ที่ผานมา ทำให้ทางจังหวัดต้องใช้มาตรการคุมเข้ม โดยได้ปิดถนนพรหมประเสริฐ ไม่ให้นำรถบรรทุกน้ำทุกชนิดเข้าไปในพื้นที่ อนุญาตให้เพียงคนเดินเท้าเข้าไปเล่นสาดน้ำกันได้เท่านั้น เพื่อความสะดวกในการดูแลความปลอดภัย อีกทั้งยังตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ โดยจับขังผู้ที่เมาแล้วขับรถเข้าไปในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ รวมทั้งจับปรับรถที่ทำการดัดแปลงสภาพด้วย ทั้งนี้ จังหวัดจัดให้เล่นสงกรานต์จนถึงวันที่ 15 เม.ย.เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำปาง มีรายงานว่าเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา น.ส.ฐานิชา คล้ายแก้ว ชาว อ.เมืองลำปาง พาลูกชายวัย 10 ปี เข้าแจ้งความ ร.ต.อ.สายัน มณีแก้ว รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองลำปาง หลังจากลูกชายออกไปเล่นสงกรานต์แล้วถูกคนสาดน้ำผสมน้ำแข็งก้อนใหญ่ ทำให้ลูกหัวแตกเป็นแผลลึก 7 แผลต้องเย็บถึง 38 เข็ม หมดค่ารักษาไปกว่า 7 พันบาท จึงขอให้ตำรวจตามตัวคนก่อเหตุซึ่งมากับรถกระบะวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชบุรี เพจ &amp;quot;สถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง Banpong Police Station&amp;quot; ได้โพสต์ข้อความชี้แจงหลังกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;Nawaporn Kanjanaritpong&amp;quot; ได้โพสต์ข้อความลงในกลุ่ม ข่าวสารชาวบ้านโป่ง ระบุว่า &amp;quot;อะไร เมาแล้วขับโดนปรับ 8,000 งง แค่เมาแล้วขับนะคะ คุณตำรวจ สภอ.บ้านโป่ง&amp;quot; ต่อมาเพจ &amp;quot;สถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง Banpong Police Station&amp;quot; ได้โพสต์ข้อความชี้แจงว่า การขับขี่ยานพาหนะใดๆ ขณะเมาสุรา ตาม พ.ร.บ.จราจรฉบับใหม่ มีอัตราบทลงโทษใหม่ คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับขั้นต่ำ 10,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ มีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต จนถึงการยึดรถที่ใช้ไม่เกิน 7 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สภ.บ้านโป่งได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.จราจรฉบับใหม่ ตามนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา โดยทางตำรวจผู้จับกุมได้ส่งตัวผู้กระทำความผิดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อส่งฟ้องศาลตามขั้นตอนทุกราย ไม่มีการเปรียบเทียบปรับในชั้นจับกุมหรือในชั้นพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ส่วนศาลจะสั่งเปรียบเทียบปรับมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรัง ที่วัดหินคอกควาย ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง มีการจัดงานประเพณีสงกรานต์ขึ้นเป็นวันที่ 2 โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน ประธานจัดงานคือดาบตำรวจวิรัช (จ่ามุ่ย) ทองเอียบ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้จัดให้มีการแข่งขันหัวล้านชนกันชิงเงินรางวัล 1,000 บาท ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างนายวันสิน (น้าหมา) พัฒนาโคกเคียน อายุ 65 ปี กับนายเฉลิมพล (น้าผุด) พลหลา อายุ 63 ปี ทั้งสองคนเป็นชาวบ้านหินคอกควายและเป็นเพื่อนรักกัน มีน้ำหนักตัวและอายุไล่เลี่ยกัน ได้ขึ้นมาแข่งหัวล้านชนกัน โดยมีกติกาห้ามใช้มือหรืออวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ยกเว้นใช้แค่ศีรษะชนหรือถูกันได้ แต่บางทีก็อดเอามือตบหัวล้านเพื่อนไม่ได้ โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 3 ยก ยกละ 1 นาที ปรากฏว่าถูกันไปมาจนหัวแดงเถือกทั้งสองคน แต่ในยกสุดท้าย นายวันสินอึดกว่าเป็นฝ่ายชนะ ได้รับเงินสด 1,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จันทบุรี นักท่องเที่ยวจำนวนมากถือโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อ.แหลมสิงห์ ส่งผลให้การจราจรทางเข้ารถติดยาว ที่พักภายในอุทยานแห่งชาติถูกจองจนเต็มหมด นายพิทักษ์ อินทศร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เป็นวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ทำให้มีประชาชนและนักท่องเที่ยวพาครอบครัวเดินทางมาท่องเที่ยวน้ำตกพลิ้วมากเป็นพิเศษ ซึ่งทางอุทยานฯ ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าคอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทุกจุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33711</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ตรีกฤช จงวิไล, พ.ต.ท.นนทจิต บุดดีคำ, พ.ต.ท.สุนันท์ วงษ์สีมี, พ.ต.อ.เกษม มุทาพร, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์, พลทหารพลนิกร ยศมาร, ร.ต.อ.ธนวินท์ พวงมะลิ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb48d13de481.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สกัดจับทนายสาว ขนยาไอซ์860กก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สกัดจับทนายสาวขับรถกระบะขนยาไอซ์ 860 กก.จากเชียงรายมุ่งหน้าเชียงใหม่เพื่อส่งให้กลุ่มนายทุน ส่วนทนายหนุ่มเพื่อนสนิทที่ขับรถคุ้มกันเห็นจวนตัวจอดรถหนีหายไปในความมืด ตำรวจยื่นขอศาลอนุมัติหมายจับแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.เชียงราย ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 (บก.สส.ภ.5) ออกสืบสวนหาข่าวและติดตามความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ายาเสพติดอย่างใกล้ชิด หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากผ่านมาตามเส้นทางเลี่ยงถนนหลักสายเทิง-เชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 03.30 น. วันที่ 29 พฤษภาคมนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.เขียงราย ร่วมกับชุดสกัดกั้นจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ภ.5 โดย พ.ต.อ.วรพงษ์ คำลือ รอง ผบก.สส.ภ.5 สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากไปตามเส้นทางสายเชียงราย-เทิง จึงนำกำลังออกติดตาม กระทั่งเจ้าหน้าที่พบเห็นรถกระบะติดตั้งห้องเย็นด้านหลัง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน ขับไปตามถนนสายดังกล่าว ถึงบริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำลาว ตรงหน้าตลาดท่าสาย ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งจากข้อมูลที่ได้ เชื่อว่าเป็นรถขนยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงติดตามสกัดเอาไว้ได้ จับกุมคนขับรถ ชื่อ น.ส.ชญาดา ชัยแว่นแคว้น อายุ 29 ปี อาชีพทนายความ อยู่บ้านเลขที่ 101/14 หมู่ 11 ต.ป่าแป๋ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ตรวจค้นภายในตู้ห้องเย็นกระบะหลัง พบเป้สีเขียว ภายในมียาไอซ์บรรจุในถุงพลาสติกสุญญากาศ รวม 860 กิโลกรัม มูลค่าภายในประเทศประมาณ 860 ล้านบาท จึงควบคุมตัว น.ส.ชญาดา พร้อมของกลางไปสอบสวนขยายผล &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น น.ส.ชญาดาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันนายเอกราช พิทักษ์ไพร อายุ 29 ปี ซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความเช่นกัน และเป็นเพื่อนสนิท ร่วมกันลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวจาก อ.เทิง จ.เชียงราย จะไปยัง จ.เชียงใหม่ เพื่อส่งยาเสพติดให้กลุ่มนายทุนที่จะรอรับ โดยนายเอกราชขับรถอีกคันนำทางมาห่างๆ และได้หลบหนีไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น กำลังเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้ติดตามรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน 5 กข 1759 กรุงเทพฯ ที่นายเอกราชขับ ไปถึงบริเวณป่าช้าบ้านสองแคว อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ปรากฏว่านายเอกราชเห็นจวนตัว ได้จอดรถแล้วเปิดประตูวิ่งหลบหนีไปท่ามกลางความมืด ทราบว่านายเอกราชมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 26/3 หมู่ 12 ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จึงยึดรถไว้เป็นของกลางพร้อมสืบสวนขยายผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์&amp;nbsp;ผบช.ภ.5 พร้อมด้วยนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย กับพวก ได้เปิดแถลงข่าว โดย พล.ต.ท.พูลทรัพย์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้จับกุม น.ส.ชญาดา ชัยแว่นแคว้น อายุ 29 ปี ทนายความ เป็นคนขับรถปิกอัพบรรทุกยาไอซ์ 800 กก. จากการสอบสวน น.ส.ชญาดาให้การรับสารภาพว่าร่วมกับพวกลำเลียงยาเสพติดจาก อ.เทิง จ.เชียงราย จะไปส่งที่ จ.เชียงใหม่ ให้เครือข่ายยาเสพติดกลุ่มม้ง อ.แม่วาง ส่งไปให้นายทุนรายใหญ่ต่อไป สำหรับมูลค่ายาไอซ์ที่ซื้อขายกันตามชายแดน กิโลกรัมละ 1 ล้านบาท แต่หากเล็ดลอดออกนอกประเทศ จะมูลค่าสูงขึ้นอีก 3-4 เท่า สำหรับคนร้ายอีก 1 คนที่หลบหนีไปได้ ตำรวจเตรียมขออนุมัติหมายจับโดยกำลังส่วนหนึ่งได้เข้าตรวจค้นบ้านพักที่&amp;nbsp;ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย, พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี ผกก.สภ.บ้านเดื่อ, นายจิรศักดิ์ ศรีคชา รอง ผวจ.หนองคาย กับคณะ แถลงข่าวจับกัญชาแห้งอัดแท่งรวม 1,045 แท่ง น้ำหนักประมาณ 1,045 กก. มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี ผกก.สภ.บ้านเดื่อ รับแจ้งว่า จะมีการลักลอบนำกัญชาเข้ามาในประเทศ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงหลังวัดร่องเรือ บ้านสีกาย ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย จึงสนธิกำลังหน่วยงานข้างเคียงไปตรวจสอบ พบวัตถุเป็นแท่งสี่เหลี่ยมห่อหุ้มด้วยพลาสติกสีดำวางอยู่ริมแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่ดักรออยู่นานไม่พบบุคคลเข้ามายังบริเวณดังกล่าว จึงเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นห่อกัญชาแห้งอัดแท่งดังกล่าว &amp;nbsp;คาดว่ากัญชาเหล่านี้ถูกลำเลียงข้ามแม่น้ำโขงมาวางไว้ รอให้ขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศไทย โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10267</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรศักดิ์ ศรีคชา, น.ส.ชญาดา ชัยแว่นแคว้น, พ.ต.อ.วรพงษ์ คำลือ, พ.ต.อ.สมชาย สงวนศักดิ์ภักดี, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์, ยาเสพติด, ยาไอซ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชียงราย, เชียงใหม่, เอกราช พิทักษ์ไพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d4991b9a3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
