<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควงปืนบุกเดี่ยว ชิงทองออโรร่า กวาด9หมื่นเผ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจรบุกเดี่ยวร้านทองในห้างบิ๊กซีสาขารัตนาธิเบศร์ ชักปืนกล็อกจี้พนักงานหญิง ชิงแหวนทอง 11 วง มูลค่า 9 หมื่นหลบหนี ตำรวจเชื่อไม่ใช่มืออาชีพเพราะมักน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ตุลาคมนี้ พ.ต.ต.พิเศษศักดิ์ ขำทอง รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ชิงทองในห้างทองออโรร่า ภายในห้างบิ๊กซี สาขารัตนาธิเบศร์ ถนนรัตนาธิเบศร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ขณะพนักงานกำลังเตรียมเปิดร้าน ได้แหวนทองคำน้ำหนัก 1 สลึง จำนวน 11 วง กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายไว้ได้ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนพนักงานขาย ให้การว่า ขณะที่พนักงาน 3 คนซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมดกำลังเตรียมเปิดร้านอยู่ภายในร้าน ได้มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30-40 ปี นุ่งกางเกงยีนส์สีดำ เสื้อสีกรมท่าแขนยาว สวมรองเท้าแตะ คาดผ้าสีดำปิดบังใบหน้า ใส่ถุงมือยาง ถือปืนกล็อก ขนาด 9 มม. สีดำ เข้ามาในร้านพร้อมกับบังคับให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ส่งแหวนทองให้ ทางพนักงานจึงหยิบแหวนทอง 1 สลึงให้ไป 11 วง มูลค่าวงละ 8,190 บาท รวมทรัพย์สิน 90,090 บาท ใส่กระเป๋าที่เตรียมมา จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปทางบันไดเลื่อนและชนกับประตูกระจก ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีเทา-ดำ หลบหนีไปทางสะพานพระนั่งเกล้า โดยมีพลเมืองดีขับรถเก๋งสีขาวไล่ติดตามไป แต่คลาดกันหวุดหวิด อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ากล้องสามารถจับภาพได้อย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า ขณะที่คนร้ายลงมือก่อเหตุ ทางร้านยังไม่ได้เปิดร้านให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ เพียงแต่เพิ่งจะนำถาดแหวนทองออกมาใส่ตู้เพียง 1 ถาด แล้วคนร้ายก็เข้ามาก่อเหตุดังกล่าว หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาวัตถุพยานและพยานบุคคล พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คนร้ายเดินทางมาก่อเหตุและหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า คนร้ายรายนี้ไม่ใช่มืออาชีพ เพราะได้ทองไปไม่ถึงแสนบาทก็รีบออกจากร้าน ทั้งๆ ที่น่าจะหยิบทองไปได้มากกว่านั้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บร่องรอยที่กระจกประตูทางออกที่คนร้ายวิ่งชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80527</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.พิเศษศักดิ์ ขำทอง, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86f0d936664.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกอพาร์ตเมนต์ เชือดคอชิงทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจรบุกมาขอดูห้องพักอพาร์ตเมนต์ยามค่ำคืน พอคนดูแลเผลอ จับล็อกเชือดคอดับคาบันไดก่อนปลดสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน รวมหนัก 6 บาทเผ่นหนี ตำรวจตามลากคอได้ทันควัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันเสาร์ พ.ต.ต.พิเศษศักดิ์ ขำทอง สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุชายถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิตที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยติวานนท์ 27 ถนนติวานนท์ ต.บางกระสอ อ.เมืองจ.นนทบุรี จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์ สูง 4 ชั้น บริเวณที่พักบันไดทางขึ้นชั้น 3 พบศพนายศักดิ์ คีรีแก้ว อายุ 48 ปี เป็นชาว จ.เชียงราย ทำหน้าที่เป็นคนดูแลอพาร์ตเมนต์ สภาพศพนุ่งกางเกงขาสั้น สวมเสื้อยืดสีส้ม นอนหงายจมกองเลือด ถูกมีดปาดลำคอเป็นแผลฉกรรจ์ 1 แผล มีเศษสร้อยคอทองคำขาดตกอยู่บางส่วน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กระเป๋าใส่กุญแจห้องพัก 1 ใบ กระเป๋าสตางค์ 1 ใบ มีเงินกว่าพันบาท จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบรอยรองเท้าคนร้ายเดินเหยียบเลือดจากจุดเกิดเหตุลงมาด้านล่างออกไปทางด้านหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางศรีจันทร์ แสงรุณ อายุ 50 ปี เพื่อนผู้ตาย ให้ปากคำว่า นายศักดิ์ หรือเจ๊บอย ผู้ตายเป็นคนดูแลอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุ ก่อนเกิดเหตุนายศักดิ์มานั่งกินข้าวที่หน้าบ้านตนซึ่งเปิดเป็นร้านขายผลไม้อยู่ตรงข้ามที่เกิดเหตุ ช่วงเวลา 18.00 น. ระหว่างกินข้าวกันอยู่มีคนโทรศัพท์มาหานายศักดิ์ บอกจะขอดูห้องพัก นายศักดิ์จึงบอกกับตนว่ามีคนจะมาดูห้อง จะไปเปิดห้องให้คนเช่าดู หลังจากนั้นนายศักดิ์ก็หายเงียบไปไม่กลับมากินข้าวต่อ จนมีคนที่พักอยู่ในอพาร์ตเมนต์มาบอกว่านายศักดิ์ล้มอยู่ตรงบันได จึงได้แจ้งกู้ชีพของเทศบาลนครนนทบุรีมาตรวจสอบ พบว่าเสียชีวิตแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน จ.นนทบุรี สืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ และสืบสวนภาค 1 แบ่งหน้าที่กันทำงาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คนร้ายมาก่อเหตุและหลบหนี และให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝง รวมถึงวัตถุพยานต่างๆ ด้วย โดยพบว่าคนร้ายมีลักษณะรูปร่างท้วม สูงประมาณ 165 เซนติเมตร ใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 15 นาที คนร้ายทำทีเข้ามาขอดูห้องพักก่อนจะใช้มีดปาดคอนายศักดิ์จนเสียชีวิต สำหรับทรัพย์สินที่หายไปเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท สร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท แหวนทองหนัก 1 บาท 1 วง หลังคนร้ายก่อเหตุได้หลบหนีออกไปทางปากซอย โดยทางตำรวจได้ตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้ 3 ประเด็นคือ ชิงทรัพย์ ชู้สาว และเรื่องปัญหาส่วนตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานต่อมาว่า เมื่อวันที่ 2 ส.ค.นี้ ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายได้แล้วขณะหลบอยู่ในบ้านไม่ไกลที่เกิดเหตุ พร้อมทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ให้การว่า ออกอุบายโทรศัพท์ไปหานายศักดิ์ว่าขอดูห้องเช่า จากนั้นนายศักดิ์ได้พาไปดูห้องบนชั้น 3 อพาร์ตเมนต์ ช่วงเดินลงบันไดเห็นนายศักดิ์ใส่ทองเต็มตัวจึงตัดสินใจก่อเหตุด้วยการชักมีดที่เตรียมมาปาดคำนายศักดิ์จนเสียชีวิตแล้วปลดทรัพย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73218</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ต.พิเศษศักดิ์ ขำทอง, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล, ศรีจันทร์ แสงรุณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f26b44273213.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงสนั่นห้าง หนีอลหม่าน รวบทันควัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนหนีตายอลหม่าน หลังเกิดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดในห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันควัน อ้างยิงขู่เมียที่มาเปิดบูธขายของ สาเหตุจากหึงหวง โชคดีไม่มีใครเจ็บใครตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้รับแจ้งเหตุยิงกันในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ยางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจและชุดป้องกันปราบปราบลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นลานจัดงานแสดงสินค้า ขายอาหารและเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้เป็นชาย 1 ราย ชื่อนายนิรันดร์ ลิ้มประสิทธิ์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/396 หมู่ 5 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ พร้อมอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .22 ที่ยิงไปประมาณ 4 นัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถาม น.ส.อินทุอะ ราชคง อายุ 26 ปี แคชเชียร์ร้านอาหารยาโยอิ ให้การว่า ขณะเกิดเหตุมีลูกค้าจำนวน 4 โต๊ะ ได้ยินเสียงปืนจำนวน 3 นัด ลูกค้าที่นั่งทานอาหารต่างวิ่งหนีแตกกระเจิง โดยที่ยังไม่ชำระเงินประมาณกว่า 2,000 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ นายนิรันดร์ได้ขับรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ณว 8021 กรุงเทพฯ มาจอดบริเวณลานจอดรถหน้าห้างดังกล่าว ก่อนเข้าไปก่อเหตุ และก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวได้ทันที ส่วนภรรยาของคู่กรณีที่ได้รับบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ขณะนี้รอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบปากคำผู้ต้องหาเพื่อหาสาเหตุ เบื้องต้นทราบว่าน่าจะเกิดจากการหึงหวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ 1 วัน ฝ่ายหญิงถูกฝ่ายชายใช้อาวุธปืนลูกโม่บุกยิงข่มขู่หน้าบ้านมาแล้วครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงเดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ปากเกร็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า นายนิรันดร์ ผู้ก่อเหตุ เป็นสามีของหญิงที่ถูกทำร้ายซึ่งได้มาออกบูธขายสินค้าในห้าง ซึ่งหลังจากเกิดเสียงปืนดังขึ้น ทางห้างได้กดสัญญาณแจ้งเตือนภัย พร้อมกับต้อนให้ประชาชนรีบออกจากห้าง เนื่องจากมีบทเรียนจากเหตุการณ์นองเลือดที่ จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ยืนยันว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าสาเหตุมาจากปัญหาส่วนตัวระหว่างผู้ก่อเหตุกับภรรยา ยืนยันไม่ใช่เหตุกราดยิงสุ่ม ผู้ก่อเหตุต้องการยิงข่มขู่ภรรยาเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ได้ออกหนังสือชี้แจงโดยระบุว่า จากกรณีเกิดเหตุทะเลาะวิวาทภายในศูนย์การค้าเมื่อเวลาประมาณ 15.50 น. วันที่ 27 ก.พ.นี้ ทางศูนย์ฯ ขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมผู้ก่อเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเหตุการณ์ภายในศูนย์ฯ ได้กลับสู่ภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58359</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิรันดร์ ลิ้มประสิทธิ์, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อินทุอะ ราชคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e57c15c4e18f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56404</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาเสพติดออนไลน์เฟื่องฟูทำยาบ้าลดราคา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบเล่ห์พ่อค้ายาเสพติด หันมาขายทางออนไลน์ จัดส่งของทางพัสดุภัณฑ์ นอกจากถูกจับยากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดต้นทุน จนยาบ้าราคาลดฮวบ ป.ป.ส.ประสานดีอี สั่งปิดกว่า 178 บัญชีค้ายา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า ป.ป.ส.ได้สืบสวนจับกุมนักค้ายาเสพติดทางอินเทอร์เน็ต และใช้บริการรับ/ส่งพัสดุภัณฑ์ในการส่งยาเสพติดให้ลูกค้าทั่วประเทศ โดยผู้ค้ารายนี้อยู่ในระดับขายส่งรายย่อย ใช้วิธีอำพรางการค้ายาเสพติดของตนโดยการขายสินค้าออนไลน์ และส่งยาเสพติดให้ลูกค้าที่สั่งซื้อทางบริการรับ-ส่งพัสดุภัณฑ์จากศูนย์กลางที่กรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดต่างๆ โดยขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กำลังจัดส่งยาบ้ารวม 10,200 เม็ด ไอซ์ 55 กรัม แยกบรรจุอยู่ในห่อพัสดุให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวม 16 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า การค้ายาเสพติดผ่านทางอินเทอร์เน็ตควบคู่กับการใช้บริการรับ/ส่งพัสดุภัณฑ์ในการส่งยาเสพติดให้ลูกค้า เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคายาเสพติดในระดับขายปลีกให้กับผู้เสพถูกลง เพราะลดความเสี่ยงและลดค่าใช้จ่ายจากการจ้างผู้ลำเลียง สำหรับการปราบปรามการค้ายาเสพติดผ่านทางอินเทอร์เน็ต ในห้วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีการจับไปแล้ว 8 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 6 คน และในปี 2562 สำนักงาน ป.ป.ส.แจ้งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอศาลสั่งระงับ 178 บัญชีค้ายาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, นายสงวนศักดิ์ ศรีวัฒนพงศ์ ผอ.สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 1 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสมเจตน์ วอแพง อายุ 24 ปี ที่อยู่ 300 หมู่ 2 ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,531,000 เม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพลเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติด กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี สืบสวนจับนายธวัชชัย แปงใจ ผู้ค้ารายย่อยพร้อมยาบ้าจำนวน 7 เม็ด สอบสวนขยายผลรับสารภาพว่ารับยามาจากนายเอ จึงเข้าจับกุมไว้ได้ ขยายผลรับสารภาพยาบ้าทั้งหมดรับมาจากนายสมเจตน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดต่อล่อซื้อ จำนวน 48,000 เม็ด โดยนัดส่งยากันภายในซอยสุขสวัสดิ์ 47 ต.ลัดหลวง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 247/65 ม.1 ซ.ประชาอุทิศ 61 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ เมื่อถึงเวลานัดหมายเวลา 04.20 น. นายสมเจตน์ขี่ จยย.มาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ จึงแสดงตัวเข้าจับกุมไว้พร้อมด้วยของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนนายสมเจตน์ รับสารภาพมียาเสพติดล็อตใหญ่ซุกอยู่ที่บ้านพักเลขที่ 247/65 หมู่ 1 ซอยประชาอุทิศ 61 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น พบยาบ้า 1,531,000 เม็ด, อุปกรณ์ชั่งน้ำหนัก, ซองพลาสติกขนาดเล็ก, ค้อนยาง, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 6 เล่ม และรถ จยย. 3 คัน จึงยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมด ซึ่งนายสมเจตน์รับว่ายาบ้าทั้งหมดมีนายทุนอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนขยายผิดติดตามกลุ่มคนร้ายที่เหลือต่อไป สำหรับผู้ต้องหาที่จับได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56404</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เติมศรีสุข, พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย, พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, สงวนศักดิ์ ศรีวัฒนพงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3ac22894b0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงสนั่นบุกชิงทอง กวาด1.5ล้านเผ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุปล้นร้านทองยังเกิดเป็นปกติ ล่าสุดคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองร้านเยาวราชเอ็มโกลด์ ในหมู่บ้านบัวทอง รัวยิง 3 นัดก่อนกวาดทองทั้งถาดมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้าน เผ่นขึ้นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค หลบหนี รปภ.แบงก์ที่อยู่ใกล้กันจะทำหน้าที่พลเมืองดี เจอเล็งปืนใส่ หันหลังโกยกลับที่ตั้ง พบกล้องวงจรปิดจับภาพได้ตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 27 มกราคมนี้ พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และ พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง &amp;quot;เยาวราชเอ็มโกลด์&amp;quot; ในหมู่บ้านบัวทอง เลขที่&amp;nbsp;50/1 หมู่ 10 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงไปตรวจสอบ พบพนักงานหญิง 2 คนอยู่ในอาการตื่นตกใจ ขณะที่กระจกร้านถูกทำลายแตกกระจาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีหน้ากากผ้าปิดปาก แต่งกายสวมเสื้อแขนยาวสีฟ้า นุ่งกางเกงยีนส์ ใช้ปืนยังไม่ทราบขนาดขู่พนักงานขายให้ส่งถาดทองให้ ก่อนขยุ้มทองรูปพรรณใส่กระเป๋าที่เตรียมมาแล้วขึ้นรถฮอนด้า ซีวิค สีดำ ที่จอดอยู่หน้าร้านทองหลบหนีออกไปทางหน้าหมู่บ้าน มุ่งหน้าถนนกาญจนาภิเษกขาออก เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งกำลังออกติดตามพร้อมวิทยุสกัดจับ สำหรับทองคำรูปพรรณที่ได้ไปหนักไม่ต่ำกว่า 70 บาท มูลค่ากว่า 1 ล้าน 5 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมจิตร พลตื้อ รปภ.ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งอยู่ใกล้ร้านทอง กล่าวว่า ได้ยินเสียงปืนดัง 2-3 นัด เมื่อวิ่งออกมาดูเห็นคนร้ายกำลังชิงทรัพย์ในร้านทอง และเมื่อคนร้ายเห็นตนก็เล็งปืนใส่ ทำให้ตกใจ หันหลังวิ่งเข้าธนาคารล็อกประตูทันทีก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก สภ.บางบัวทอง วันนี้ (27 ม.ค.) เวลาประมาณ 14.30 น. ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ห้างทองเยาวราชเอ็มโกลด์ ภายในหมู่บ้านบัวทอง หมู่ 10 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงไม่พบตัวคนร้าย จึงขอตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดจากทางร้าน ปรากฏพบภาพระหว่างคนร้ายกำลังก่อเหตุ โดยคนร้ายสวมเสื้อแขนยาวสีฟ้า นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว สวมรองเท้าดำ ใส่ผ้าปิดปาก ขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียน ญฌ 339 ไม่ทราบหมวดจังหวัด หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีออกปากทางหมู่บ้าน มุ่งหน้าถนนกาญจนาภิเษก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบเบื้องต้น ที่เกิดเหตุเป็นร้านทอง 1 คูหาชั้นเดียว พบประตูกระจกด้านหน้าแตกกระจาย ทรัพย์สินที่ได้ไปเป็นทองรูปพรรณประมาณ 1 ถาด ยังไม่ทราบจำนวน สอบถามประชาชนทราบว่าคนร้ายมาคนเดียวใช้อาวุธปืนยิงใส่กระจก จำนวน 3 นัด จากนั้นขึ้นรถยนต์ที่จอดรอหลบหนีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตรวจสถานที่เกิดเหตุ ทำบันทึกตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ ทำแผนที่ที่เกิดเหตุโดยสังเขป และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแส เก็บภาพจากกล้องวงจรปิด และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งวิทยุสกัดจับคนร้ายตามตำหนิรูปพรรณรถยนต์ที่คนร้ายใช้หลบหนี พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ปูพรมไล่ล่า กดดันในเส้นทาง ตลอดจนพนักงานสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน กำลังเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตรวจเก็บร่องรอยลายนิ้วมือแฝง พยานหลักฐานอื่นๆ รวมทั้งภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งในส่วนทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายไปนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบและประเมินความเสียหาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ คนร้ายใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน โดยเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีต้องทำงานกันอย่างระมัดระวัง เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืน โดยหากมีการต่อสู้ขัดขืนและประสงค์ถึงชีวิต เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ประกอบกับ ให้ผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่เพิ่มมาตรการในการป้องกันเหตุในลักษณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นวงรอบความถี่การออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบ การตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมกำหนดแผนเผชิญเหตุ ในการบูรณาการกับหน่วยงานข้างเคียงและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการระงับเหตุด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดมีข้อมูลเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191, 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55633</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับเดียร์โมเดลลิ่ง น้ำอุ่น-ซ่องโจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับเดียร์ โมเดลลิ่ง ดำเนินคดีข้อหาใช้อุบายหลอกลวง ส่งพริตตี้ไปให้แก๊งปาร์ตี้เชือด กระทั่งลัลลาเบลเสียชีวิต เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา อ้างส่งเด็กไปหลายครั้งไม่เคยมีปัญหา ด้านน้ำอุ่นเจอซ่องโจรอีกกระทง ผบช.ภ.1 เผยคดียังไม่จบ อาจมีจับอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ได้จับกุมตัว&amp;nbsp;น.ส.กฤติยา ฤทธิ์มังกร หรือเดียร์ โมเดลลิ่ง อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 378/62 ลงวันที่ 30 กันยายน 2562 ฐานความผิด &amp;ldquo;เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไป เพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวง&amp;rdquo; ภายหลังมีส่วนเกี่ยวข้องการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือลัลลาเบล พริตตี้วัย 25 ปี และเป็นผู้ติดต่อให้พริตตี้เดียร์ไปรับงานยังบ้านปาร์ตี้ย่านบางบัวทอง โดยจับกุมได้ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ศาลจังหวัดนนทบุรียังออกหมายจับนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร หรือน้ำอุ่น ในข้อกล่าวหา ซ่องโจร จากพฤติการณ์ในลักษณะเป็นการสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มผู้จัดปาร์ตี้ที่บ้านย่านบางบัวทอง เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ น.ส.ธิติมาเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายรัชเดชถูกดำเนินคดีใน 3 ข้อหา ได้แก่ หน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พาไปเพื่อทำอนาจาร และทำอนาจาร ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย ที่ สภ.บางบัวทอง พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.บางบัวทอง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม น.ส.กฤติยา ฤทธิ์มังกร หรือเดียร์ โมเดลลิ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.1 กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีปาร์ตี้บ้านบางบัวทองได้ทั้งหมด 6 คน ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การจับกุมตัว น.ส.กฤติยา หรือเดียร์ โมเดลลิ่ง ในข้อหา &amp;ldquo;เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไป เพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวง&amp;rdquo; พร้อมทั้งศาลจังหวัดนนทบุรีอนุมัติออกหมาย เพื่อทำการจับกุมตัวนายรัชเดช วงศ์ทะบุตร หรือน้ำอุ่น นายแบบและนักแสดง อายุ 25 ปี ในข้อหาซ่องโจรเพิ่มเติม โดยขณะนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมดรวม 8 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ น.ส.กฤติยา จากการสอบปากคำ ให้การภาคเสธว่าเป็นผู้จัดหาพริตตี้ส่งไปยังบ้านปาร์ตี้ย่านบางบัวทองจริง ซึ่งส่วนแบ่งที่ได้นั้นเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยก่อนหน้านี้เคยส่งเด็กไปให้บ้านจุดเกิดเหตุหลายครั้ง และขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดนนทบุรี โดยคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงจะไปข่มขู่พยาน ส่วนกรณีนายรัชเดช หรือน้ำอุ่น เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อหาซ่องโจร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ซึ่งตั้งแต่แรกที่ยังไม่ขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับนั้น เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหลังจากนี้จะเบิกตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.1 กล่าวว่า กรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของพริตตี้เดียร์ออกมาเป็นระยะ ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมคลิปที่ถูกปล่อยออกมาทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การขยายผลจับกุมตัวผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งผู้ที่ถ่ายและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพิ่มเติม ว่าจุดประสงค์นั้นเพื่อการอนาจาร หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจเพื่อหาผลประโยชน์หรือไม่ อย่างไร นอกจากนี้แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทองคดียังไม่สิ้นสุด ทางพนักงานสอบสวนอาจเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนผลตรวจคราบอสุจิบนผ้าห่มที่ผู้เสียหายเก็บรวบรวมมาให้นั้น รวมทั้งพยานวัตถุต่างๆ ขณะนี้ยังต้องรอผลสรุปอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพริตตี้เดียร์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ &amp;quot;เดี๋ยวรอทีเดียวเลยละกันเรื่องคลิปเดียร์ จะขอไม่ออกมาแก้ตัวใดๆ กับคลิปที่ถูกปล่อยออกมา แต่ทุกอย่างที่ทำไป เดียร์ขอพูดตรงนี้เลยว่า ณ ตอนนั้น เดียร์อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถประคองตัวเองได้ ไม่มีสติคือไม่มีสติจริงๆ ไม่ใช่ไม่รู้สติ แต่มันคือ ความไม่มีสติ!!&amp;quot; ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะด่า จะว่า จะพูดอะไร เดียร์จะไม่ขออธิบายใดๆ เจตนาเดียร์ คืออยากช่วยคดีเบล แต่ตอนนี้คงห้ามอะไรไม่ได้ พูดอะไรออกไปก็สวนกระแสสังคมเปล่าๆ ขอโทษทุกคนที่ผิดหวังในตัวเดียร์ ขอโทษจริงๆ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47067</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤติยา ฤทธิ์มังกร, พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์, พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ, พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์, พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d9352ab3cc85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มข้อหาพยายามฆ่าบิ๊กไบค์ชนสวป.สาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวป.บางใหญ่อาการกระเตื้องหลังถูกบิ๊กไบค์ชนต้องผ่าสมอง ผู้ช่วย ผบ.ตร.นำคณะเข้าเยี่ยมให้กำลังใจ เผย ผบ.ตร.เป็นห่วง สั่งทุกด่านตรวจระมัดระวัง เพิ่มข้อหาผู้ก่อเหตุ พยายามฆ่าเจ้าพนักงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ที่ห้องไอซียู ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี และ พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง ผกก.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เดินทางเข้าเยี่ยมอาการ พ.ต.ท.วีระศักดิ์ แก้วเนียม สวป.สภบางใหญ่ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุถูกรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนขณะปฏิบัติหน้าที่ ในเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีอาการดีขึ้นตามลำดับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์ พ.ต.ท.วีระศักดิ์ พร้อมตำรวจกว่า 10 นาย ตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัดป้องกันรถแข่งขันในทาง บริเวณหน้าห้างเซ็ลทรัลพลาซาเวสต์เกต ถนนกาญจนาภิเษกขาเข้า ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ระหว่างนั้นได้มีนายอัครินทร์ มุ่งมาตร อายุ 28 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 110 หมู่ 4 ต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีดำ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CBR 650 ซีซี ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาด้วยความเร็ว ตำรวจได้ให้สัญญาณหยุดรถ แต่นายอัครินทร์กลับเร่งเครื่องฝ่าด่านเพื่อหลบหนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเวลาดังกล่าว พ.ต.ท.วีระศักดิ์ได้เดินออกมาจากจุดตรวจกลางถนน พร้อมใช้ไฟฉายส่องเพื่อให้หยุดรถ แต่นายอัครินทร์กลับขี่รถซิกแซ็กแล้วพุ่งเข้าชนร่าง พ.ต.ท.วีระศักดิ์จนล้มลงหมดสติคาด่าน มีบาดแผลแตกที่ศีรษะด้านหลัง เลือดออกทางจมูก ต้องรีบนำตัวส่ง รพ.ตำรวจ เนื่องจากอาการสาหัส หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้วิทยุสกัดจับนายอัครินทร์ไว้ได้ ผู้ต้องหารับว่าเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ชนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ด่านจริง จึงควบคุมตัวมาสอบสวน ตรวจแอลกอฮอล์ในเลือด พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 131 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีใน 8 ข้อหา คือ ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่น, ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่, ขับขี่รถในขณะเมาสุรา, ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน, เมื่อเกิดเหตุไม่ยอมหยุดให้การช่วยเหลือ (ชนแล้วหนี), ไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่, ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และไม่พกบัตรประจำตัวประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้มาเยี่ยมให้กำลังใจ พ.ต.ท.วีระศักดิ์ พร้อมความห่วงใยในการตั้งด่าน สั่งให้เพิ่มความระมัดระวัง แม้ว่าทำตามยุทธวิธีตำรวจแล้วก็ตาม ส่วนทางคดีนั้นได้ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการแจ้งข้อหา พยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ชนแล้วหนี ขับรถขณะเมาสุรา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43299</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง, พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร, พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190812/image_big_5d516ab930a33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
