<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อากาศเหนือวิกฤติ ฮอตสปอต800จุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;17 จังหวัดภาคเหนือน่าห่วง สภาพอากาศส่งสัญญาณแย่ลง พบจุดความร้อนใกล้แตะ 800 จุด ค่าฝุ่นละอองเริ่มมีผลต่อสุขภาพ เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนการปฏิบัติเน้นลาดตระเวนพื้นที่ป้องกันไฟป่า พร้อมจัด 15 ชุดเข้าให้ความรู้ประชาชนลดการเผา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 ก.พ. พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า กล่าวว่า จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือวันนี้ พบว่ามีค่า PM2.5 ระหว่าง 25-111 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร, ค่า PM10 ระหว่าง 41-145 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า AQI ระหว่าง 25-221 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร​ ซึ่งคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เพราะมีค่าเกินมาตรฐาน​ โดยเฉพาะ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก​ จ.ลำปาง จ.เชียงใหม่ และพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 5 จังหวัด ที่ยังคงมีปริมาณฝุ่นหมอกควันไฟและ​ PM2.5 ต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อน 17 จังหวัดภาคเหนือ พบว่า​ จากภาพถ่ายจำนวน Hotspot (ดาวเทียมระบบ VIIRS) พบจุดความร้อน จำนวน 793 จุด เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 461 จุด พื้นที่ป่าสงวนฯ จำนวน 257 จุด และเขต ส.ป.ก. จำนวน 31 จุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทางกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ได้ปรับแผนการปฏิบัติเน้นการลาดตระเวนในพื้นที่เพ่งเล็งที่ยังไม่เกิดไฟป่า พร้อมจัดชุดรณรงค์สร้างจิตสำนึก 15 ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่สร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนเพื่อลดการเผาในพื้นที่ ตลอดจนแนะนำประชาชนดูแลสุขภาพช่วงเกิดภาวะหมอกควัน ซึ่งยอมรับว่าห้วงเวลา​จากนี้ สภาพอากาศ​มีความเสี่ยง ทำให้ปัญหา​หมอกควันวิกฤติ หากเกิดไฟป่าเพิ่มก็ยิ่งทำให้สถานการณ์​แย่ลงอีก​ ต้องใช้ทุกมาตรการเพื่อป้องกัน​ พร้อมกับการแก้ไขปัญ​หาที่เกิดขึ้นด้วย&amp;quot; รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้าสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดตาก ขณะนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ประกอบกับสภาพป่าในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง ใบไม้ได้ทิ้งใบเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ทำให้มีเชื้อเพลิงสะสมจำนวนมาก โดยข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA โดยดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS ตรวจพบจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ตาก จำนวน 280 จุด อยู่ในพื้นที่ อ.สามเงา เกือบทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ผืนป่าเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ต.บ้านนา อ.สามเงา จ.ตาก จำนวน 107 จุด อ.แม่สอด 45 จุด อ.แม่ระมาด 40 จุด อ.เมืองตาก 24 จุด อ.บ้านตาก 22 จุด อ.อุ้มผาง 18 อ.ท่าสองยาง 13 จุด อ.วังเจ้า 7 จุด อ.พบพระ 4 จุด ทั้งนี้ไฟป่าที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ในพื้นที่ป่า 243 จุด อยู่ในพื้นที่การเกษตร พื้นที่ไร่ นาข้าว และอื่นๆ รวม 37 จุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์เฉพาะกิจควบคุมไฟป่าที่ 6 (แม่ตื่น) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก โดยศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดตาก ได้ประสานขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากศูนย์ปฏิบัติการการบินภาคกลาง กองการบิน กระทรวงทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มาช่วยดับไฟป่าที่เกิดขึ้นบนภูเขาสูงชันในผืนป่าเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการบินดับไฟป่าที่เกิดขึ้นบริเวณบ้านนาอีเปย และป่าบ้านปากเหวียก รวม 85 เที่ยวบิน สามารถทำการดับไฟ 90% แต่บริเวณป่าบ้านปากเหวียก สามารถดับไฟได้เพียง 30% เนื่องจากไฟไหม้ป่าบริเวณกว้าง บางจุดเป็นเขาสูงชัน ลักษณะหน้าผา มีลมกระโชกแรง จึงวางแผนให้หน่วยดับไฟป่าภาคพื้นที่ทำแนวกันไฟในจุดที่จะสามารถทำได้บริเวณเชิงเขา เพื่อสกัดการขยายวงกว้าง&amp;quot; เจ้าหน้าที่ระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93884</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_60339febe7cf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟป่าลามภาคเหนือ ฮอตสปอต666จุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผงะ! ไฟเผาพื้นที่ป่า​หลายจังหวัดทำค่า ​PM2.5​ ขยับสูงเกินมาตรฐาน​หลายพื้นที่ พบจุดฮอตสปอต 17 จังหวัดภาคเหนือ 666 จุด บก.คฟป.ทภ.3 สน.เร่งย้ำมาตรการจัดกำลังพล-ฮ.เข้าช่วย​ควบคุมไฟป่า ปภ.แนะประชาชนร่วมกันป้องกันไฟป่าอย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือวันนี้พบ 3 จังหวัดต้องเฝ้าระวังหนัก เนื่องจากปริมาณฝุ่นควันเริ่มส่งผลต่อสุขภาพ ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ ปภ. KA-32 บินทิ้งน้ำ 42 เที่ยวบินปริมาณน้ำ 84,000 ลิตร ใช้ชั่วโมงการบินแล้วกว่า 26 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เปิดเผยเมื่อวันพุธนี้ ว่า จากการรายงานของกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า (บก.คฟป.ทภ.3 สน.) พบว่า ช่วงนี้ลักษณะอากาศทั่วไปบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางยังคงปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาว ส่งผลต่อการสะสมของฝุ่นละอองและหมอกควันมากขึ้น ซึ่งบางพื้นที่ยังมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงก่อนเข้าสู่ช่วงของการหยุดเผาในเดือนมีนาคมนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตั้งแต่เช้าวันนี้ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พบ PM2.5 เฉลี่ยอยู่ระหว่าง 32-90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่า PM10 ระหว่าง 48-104 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า​ AQI ระหว่าง 46-200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร​ ซึ่งคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เว้นแต่ที่ ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่, ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และ ต.แม่ปะ อ.เมือง จ.ตาก พบมีค่า PM2.5 ค่า PM10 และค่า AQI อยู่ในระดับเกินมาตรฐาน​ที่เริ่มมีผลต่อสุขภาพ เพราะมีการเผาป่าเพิ่มขึ้น ​ซึ่งมีจุดความร้อนสะสม 17 จังหวัดภาคเหนือ Hotspot (ดาวเทียมระบบ VIIRS) จำนวน 666 จุด โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 387 จุด พื้นที่ป่าสงวน จำนวน 240 จุด และเขต ส.ป.ก. จำนวน 19 จุด มากสุดที่แม่ฮ่องสอน​ 186​ จุด​รองลงมาเป็นตาก​ 153 จุด​ เชียงใหม่​ 116​ จุด​ ลำพูน​ 74 จุด ลำปาง​ 48​ จุด​ โดยส่วนมากเกิดในเขตป่าอนุรักษ์​และป่าสงวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พันโท มนต์ศักดิ์ ประเสริฐสังข์ ครูการบิน โรงเรียนการบินทหารบก ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้านักบินเฮลิคอปเตอร์งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบ 32 (ฮ.ปภ.32) เปิดเผยว่า ในห้วงวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เฮลิคอปเตอร์งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบ 32 (ฮ.ปภ.32) ปฏิบัติการบินเพื่อควบคุมไฟป่าในพื้นที่ ต.ก้อ อ.ลี้ จ.ลำพูน และ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ จำนวน 42 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำ 84,000 ลิตร ชั่วโมงการบินของอากาศยาน จำนวน 26 ชั่วโมง 30 นาที และเตรียมพร้อมปฏิบัติ​การต่อเนื่องจากการพบการเผาอีกหลายพื้นที่ ขณะนี้ต้องเร่งเน้นย้ำการเฝ้าระวังมากขึ้นก่อนวิกฤติเพิ่ม ประกอบกับสภาพอากาศ​เอื้อต่อการเกิดปัญหา​และเป็นช่วงเตรียมแปลงปลูก​ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยณรงค์ วาสนะสมสิทธิ์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะโฆษกกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ไฟป่ามีสถิติการเกิดสูงในช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องฤดูร้อน เนื่องจากสภาพอากาศแห้ง ต้นไม้ผลัดใบและหญ้าแห้งตายจำนวนมาก ประกอบมีลมพัดแรง เมื่อเกิดเพลิงไหม้ไฟจึงลุกลามอย่างรวดเร็วและยากต่อการควบคุม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า จึงขอแนะประชาชนร่วมกันป้องกันการเกิดไฟป่า โดยกำจัดวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิง เก็บกวาดพื้นที่ไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อเพลิง เตรียมพื้นที่การเกษตร โดยใช้วิธีฝังกลบขยะและไถกลบเศษวัชพืชแทนการเผา งดเว้นการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับไฟ โดยไม่เผาขยะหรือเศษวัชพืช ไม่เผาหญ้าเพื่อทำทางเดินในป่า ไม่ทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพงหญ้า ไม่เก็บหาของป่าหรือล่าสัตว์โดยการจุดไฟรมควัน เพราะไฟอาจลุกลามเป็นไฟป่าและขยายวงกว้างได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการจุดไฟหรือก่อกองไฟในพื้นที่ป่า หากจำเป็นต้องก่อกองไฟควรดูแลอย่างใกล้ชิด และใช้น้ำราดดับไฟให้สนิททุกครั้ง เพื่อป้องกันเพลิงลุกลามเป็นไฟป่า นอกจากนี้ควรสร้างแนวกันไฟป้องกันเพลิงลุกลาม โดยจัดทำคันดินกั้นหรือขุดเป็นร่องดินล้อมรอบบริเวณบ้านและพื้นที่การเกษตร รวมถึงตรวจสอบแนวกันไฟไม่ให้มีต้นไม้พาดขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้การเพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับไฟ การงดเว้นการจุดไฟบริเวณแนวชายป่าและในพื้นที่ป่าไม้ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93373</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี, พันโท มนต์ศักดิ์ ประเสริฐสังข์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210217/image_big_602d0cbed4851.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผาเมืองปะทะเดือด แก๊งยาบ้า-ดับ1ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผาเมืองปะทะคาราวานยาเสพติดชายแดนเชียงใหม่ ยิงกันสนั่นก่อนกลุ่มคนร้ายล่าถอยทิ้งไว้ 1 ศพตกเขาคอหัก พร้อมยาบ้า 4 แสนเม็ด ส่วนที่หนองคาย จับหนุ่มพร้อมยาบ้า 1.6 แสนเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 เมษายนนี้ ที่ฐานปฏิบัติการทหารกองร้อยทหารม้าที่ 4 กองบังคับการควบคุมที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง แถลงผลการปะทะกับคาราวานยาเสพติดพื้นที่ชายแดนบ้านหนองเต่า ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ สืบเนื่องจากกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้ลำเลียงยาบ้าเข้าพื้นที่ จึงจัดชุดลาดตระเวนเดินเท้าห่างจากเขตชายแดนไทย-เมียนมา 2 กิโลเมตร พบกลุ่มคนร้าย 20 คน พร้อมอาวุธและยาบ้า จึงเรียกให้ปลดอาวุธเพื่อทำการตรวจค้น แต่ฝ่ายตรงข้ามเปิดฉากยิงเข้าใส่ทันที ก่อนมีการปะทะกันนานหลายนาที จากนั้นฝ่ายตรงข้ามหลบหนีออกนอกประเทศ ส่วนเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องรอให้ฟ้าสางก่อนเข้าตรวจค้น พบกระสอบแปลงสภาพเป็นเป้ 4 ใบ ภายในมียาบ้า 400,000 เม็ด และพบศพคนร้าย 1 ศพ สาเหตุตกเขาคอและขาหักเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่สามารถนำศพออกมาได้ ก่อนเร่งขยายผลที่มาของยาบ้าทั้งหมดต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า เหตุปะทะดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มค้ายาเสพติด ที่ยังคงหาโอกาสลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้ &amp;nbsp; ขณะที่เจ้าหน้าที่กองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 ยังคงมีการปฏิบัติตามแผนการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนืออย่างเข้มข้น จะเห็นได้จากการจับยึดยาเสพติดเป็นจำนวนมากตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา มีการปะทะกันด้วยอาวุธกับขบวนการลำเลียงตามแนวชายแดนถึง 15 ครั้ง ยึดยาบ้า 13.8 ล้านเม็ด ไอซ์ 848 กิโลกรัม และเฮโรอีน 3.4 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนองคาย ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง สถานีเรือหนองคาย น.อ.วรัท โกมลรัตน์ ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (ผบ.นรข.) เขตหนองคาย, น.ต.ธิติวัฒน์ เนียมประพันธ์ หัวหน้าสถานีเรือหนองคาย, นายเจริญจิตต์ สืบสาววงศ์ นายอำเภอเมืองหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข, สภ.บ้านเดื่อ, ตำรวจน้ำ, ตรวจคนเข้าเมือง, ทหาร, ตชด., ศุลกากรหนองคาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายพรชัย ปานพิมพ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 3 ต.ปะโค อ.เมืองหนองคาย พร้อมของกลางยาบ้า 167,000 เม็ด ไอซ์ 708 กรัม รถจักรยานยนต์ฮอนด้า msx สีขาว ทะเบียน 1 กฬ 7398 อุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่าจะมีการส่งมอบยาเสพติด บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสีกาย รอยต่อบ้านจอมแจ้ง ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย จึงจัดกำลังเข้าตรวจสอบ กระทั่งค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา พบนายพรชัยขี่รถจักรยานยนต์มาจอดริมแม่น้ำโขง ขณะเดียวกันมีเรือหางยาวมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าเทียบฝั่ง จากนั้นได้ยกกระสอบสีขาวลงจากเรือมาไว้ริมฝั่ง ขณะที่นายพรชัยเดินไปที่กระสอบ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุมนายพรชัยไว้ ตรวจสอบในกระสอบพบเป็นยาบ้ารวม 167,000 เม็ด และไอซ์ 708 กรัม ตรวจปัสสาวะนายพรชัยพบมีสีม่วง สารภาพรับจ้างนำยาบ้าไปกระจายตามจุดต่างๆ ที่ได้รับคำสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บึงกาฬ ตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจภูธรบึงกาฬ แถลงผลการจับกุมนายอภิชาติ หรือหมี สุวรรณมณี อายุ 43 ปี มีพฤติกรรมรับจ้างส่งยาบ้าให้เอเยนต์ชาวลาว พร้อมของกลางยาบ้า 20,096 เม็ด และไอซ์น้ำหนักประมาณ 6.42 กรัม สอบสวนนายอภิชาติรับสารภาพว่า รับการว่าจ้างจากชาวลาวชื่อ &amp;quot;เทพยาซะ&amp;quot; ให้ลูกน้องเอายาบ้าและไอซ์มาฝากไว้ โดยจะมีกลุ่มผู้ค้ามารับช่วงต่ออีกที ทำมาหลายครั้งแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62948</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิยม เติมศรีสุข, พล.ต.ถนัดพล โกศัยเสวี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e930a755dd07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
