<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจไซเบอร์รวบผู้ต้องหาฉ้อโกง นักเรียนหญิง ม.6  อ้างไม่คิดว่าเหยื่อเป็นนักเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.64 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบอาญชกรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สอท.2 และ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีจับกุมน.ส.ธิดาวรรณ หรือ ธัญญ์นภัส บุญกล้า ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.กรไชย เปิดเผยว่า จากกรณีเยาวชนหญิงชั้น ม.6 อายุ 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า จว.นนทบุรี เมื่อวันที่ 12 ก.ย.64 ที่ผ่านมา โดยจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเยาวชนหญิงดังกล่าวได้นำเงินประกัน ซึ่งเป็นมรดกของบิดาที่เสียชีวิต มาลงทุนทางออนไลน์ โดยการแชร์ออมเงิน ที่มีการเชิญชวนผ่านแอพพลิเคชั่นอินสตราแกรมและรวมกลุ่มลงทุนผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีกลอุบาย &amp;ldquo;แค่ฝากเงิน ไม่ต้องลงทุนทำอะไร ไม่มีความเสี่ยง ยิ่งออมมาก ยิ่งได้ดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนมาก ด้วยอัตราดอกเบี้ยประมาณ 20% ต่อวัน&amp;rdquo; ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ นำเงินไปลงทุน เพราะหวังผลตอบแทนในอัตราสูง ก่อนที่จะถูกกลุ่มผู้ต้องหา หลอกลวงในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญ ให้ผู้เสียหายไปก่อชิงทรัพย์ เพื่อจะหาเงินมาทดแทนเงินที่ถูกหลอกไป โดย มีกลุ่มแชร์ออมเงิน ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 กลุ่ม ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
1.กลุ่ม IG &amp;quot;suchata&amp;quot; ซึ่งเข้าร่วมลงทุนผ่านกลุ่มไลน์ Open Chat (จำชื่อไม่ได้) &amp;nbsp;ลงทุนไป 50,000 บาท ชื่อบัญชีที่โอนเงินลงทุนไป 2 บัญชี (ทราบชื่อบัญชีกลุ่มคนร้ายแล้ว) โดยได้รับผลตอบแทนลงทุน จำนวน 6,400 บาท ขาดทุน 43,600 บาท &amp;nbsp;2.กลุ่มแชร์ &amp;ldquo;AOMNGERNBYAOMSIN&amp;rdquo; ลงทุนไป 7,000 บาท ชื่อบัญชีที่โอนเงินลงทุน 1 บัญชี คือ น.ส.ธิดาวรรณ หรือ ธัญญ์นภัส บุญกล้า ยังไม่เคยได้รับผลตอบแทน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.2 ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานหาตัวกลุ่มผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย กระทั่งได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อขอหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งวันนี้ได้ทำการจับกุมตัว น.ส.ธิดาวรรณ หรือ ธัญญ์นภัส บุญกล้า ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ในความผิดฐาน &amp;ldquo;กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน&amp;rdquo; โทษ จำคุก 5 - 10 ปี ปรับ 500,000 - 1,000,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับภายในบ้านพักอาศัย อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี โดยควบคุมตัวนำส่ง พงส.สอท.3 กก.2 ดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ยัง ทำการจับกุมตัว นายอัครินทร์ &amp;nbsp;ภิญโญกาญจนพัฒน์ สามี น.ส.ธิดาวรรณฯ พร้อมด้วย ของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอีกส่วนหนึ่ง ในความผิดฐาน &amp;ldquo;มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; โทษจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือน - 5 ปี ปรับตั้งแต่ 1,000 - 10,000 บาท ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม &amp;nbsp;โดยนำตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.ห้วยคต สภ.อุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ทั้งนี้ การปฏิบัติการของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) มุ่งเน้นที่จะสนองนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นการบังคับใช้กฎหมาย ปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม คำนึงถึงความเดือดร้อน และการอำนวยความยุติธรรมของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในขณะเดียวกัน พล.ต.ท.กรไชย ได้โฟนอินกับ น.ส.ธิดาวรรณ กับสื่อมวลชน โดยน.ส.ธิดาวรรณ ยอมรับว่าที่หลอกมาไม่ทราบว่าเป็นเด็กนักเรียน พึ่งมาทราบตอนเป็นข่าว ยอมรับทำวงแชร์มาแล้ว 2 วง วงละ 40-50 คน ยอดเงิน 3-4 แสนบาท คนมาลงทุนก็ได้คืนแต่หมุนเงินไม่ทันทำให้จ่ายใช้ รู้สึกผิดมาก ไม่รู้จะขอโทษอย่างไร ยอมรับว่าถูกลูกแชร์แจ้งความดำเนินคดีเป็นคดีความ 3-4 คน ส่วนที่เหลือพยายามทยอยคืนให้อยู่ รู้สำนึกผิดไม่น่ามาทำอย่างนี้จนน้องได้รับความเดือดร้อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117033</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_61446e53c12fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจไซเบอร์บุกทลายแหล่งผลิตปืนเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ 2 จังหวัด มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.64 - ที่กองบังคับการ 3 กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.3 บช.สอท. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.(กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผบก. 3 บช.สอท. ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุม นายดนุนัย (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุล) &amp;nbsp;อายุ 38 ปี ชาว จ.ขอนแก่น , นายสรวีย์ (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุล) &amp;nbsp;อายุ 43 ปี ชาว จ.เชียงราย ,นางกุลธิรัตน์ (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุล)&amp;nbsp;อายุ 43 ปี ชาว จ.เชียงราย พร้อมของกลางอาวุธปืนเถื่อนกว่า 2,000 กระบอก ลูกกระสุนปืนรวม 1,000,000 นัด รวมมูลค่าของกลางกว่า 50 ล้าน หลังถูกกำลังเจ้าหน้าที่ บก.3 บช.สอท. ทำการตรวจยึดได้ในเจตพื้นที่ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ ในเขต จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.กรไชย &amp;nbsp;คล้ายคลึง ผบช.สอท. กล่าวว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตํารวจ บช.สอท. ร่วมกับ บก.สส.ภ.4 และ สภ.เมืองขอนแก่น ได้ทำการสืบสวนสอบสวนกลุ่มผู้ค้าอาวุธปืนเถื่อนทางออนไลน์จนกระทั่งพบผู้ค้ารายใหญ่จำนวน 2 ราย ทำการเสนอจำหน่ายอาวุธปืนผ่านช่องทางเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊ค จึงได้ทำการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และสถานที่ที่ใช้สำหรับซุกซ่อนอาวุธปืนเพื่อรอจำหน่าย ในเขต จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงราย จนกระทั่งในวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมกันทั้งในเขต จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจุดแรกในเขต จ. ขอนแก่น 3 จุด ทาวเฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งดัดแปลงเป็นโกดังเก็บของที่ ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 1,114 กระบอก , อาวธุ ปืนสั้นไม่มีทะเบียน 30 กระบอก และกระสุนปืน &amp;nbsp;400,000 นัด จุดที่ 2 ที่บ้านทาวเฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นโกดังเก็บของเช่นกัน ในเขต ต.ศิลา อ.เมือง ในจุดนี้ ตรวจยึด ปืนยาวไม่มีทะเบียน 258 กระบอก,อาวธุ ปืนสั้นไมมีทะเบียน 84 กระบอกและกระสุนปืนประมาณ 320,000 นัด จุดที่ 3 บ้านพักภายในหมู่บ้านวราศิริหนองไผ่ ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น พบอาวธุปืนยาวไม่มีทะเบียน 42 กระบอก, อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 8 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 200,000 นัด &amp;nbsp;โดยทั้ง 3 จุดของขอนแกน มีนายดนุนัย เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะที่กำลัง บก.3 บช.สอท. อีก 1 ชุดได้เข้าทำการตรวจค้นภายในเขต อ.เมือง จ.เชียงราย &amp;nbsp;2 จุด คือจุดแรกที่ บ้านพักแห่งหนึ่งที่มีการต่อเติมให้เป็นโกดังเก็บของ พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 173 กระบอก , อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 51 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 54,000 นัด และจุดที่ 2 ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์บีบีกัน &amp;nbsp; พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 13 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 3,500 นัด อาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียนจำนวน 1,600 กระบอก,อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 173 กระบอก และกระสุนปืนตะกั่ว จำนวน 977,510 นัด &amp;nbsp;ซึ่งจากการสอบสวน นายดนุนัย ให้การว่าได้สั่งอาวุธปืนมาจากผู้ค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคใต้โดยปืนดังกล่าวนำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งจากอินโดนีเซีย,สวีเดน,สหรัฐอเมริกา, ตุรกี,สเปนและจีนโดยไม่ผ่านวิธีการทางศุลกากร ผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนรายหนึ่งที่กำลังเจ้าหน้าที่กำลังเข้าสอบสวน ในส่วนอุปกรณ์ส่วนควบและกระสุนปืน &amp;nbsp;จะสั่งซื้อมาจากร้านค้าในเขตพื้นที่ กรุงเทพฯ โดยอาวุธปืนและอุปกรณ์ส่วนควบทั้งหมดจะถูกส่งมาที่โกดังทั้ง 3 แห่งในเขต จ.ขอนแก่น เพื่อทำการประกอบตามออเดอร์การสั่งซื้อ &amp;nbsp;และสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางจำหน่ายคือ &amp;nbsp;ปืนอัดลม.com เพื่อโพสต์แสดงสินค้าเมื่อมีลูกค้าสนใจจะทำการ ติดต่อผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ และให้ลูกค้าทำการชำระเงินผ่านวิธีการทางธนาคาร ก่อนที่จะจัดส่งสินค้าให้ทาง บริษัทขนส่งเอกชน โดยมีลูกค้าอยู่ทั่วประเทศไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.สอท. กล่าวว่า ขณะที่แนวทางการสอบสวนยังคงพบอีกว่านายดนุนัยนั้นใช้ขอนแก่นเป็นฐานการผลิต &amp;nbsp;และใช้พื้นที่เชียงราย เป็นจุดจำหน่ายสินค้าเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ &amp;nbsp;โดยกลุ่มขบวนการดังกล่าวได้ทำการค้าขายมาแล้วประมาณ 5 ปี มีลูกค้ามากกว่า 50,000 ราย มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 300,000 บาทต่อเดือน โดยมียอดของการสั่งซื้อทุกวันๆละหลายร้อยกระบอก &amp;nbsp;ทั้งยังคงมีการเปิดช่องยูทูป &amp;nbsp;ชื่อ &amp;ldquo;AirgunRifle&amp;rdquo; สำหรับการใช้รีวิว สินค้า โดยมีบริษัทเอกชนขนส่งที่กลุ่มขบวนการดังกล่าวนี้เลือกใช้โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่มีข้อมูลที่จะทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมต่อไป อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จจึงตั้งข้อกล่าวหาว่า มีและจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน,จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนแก่ผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อหรือมีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนฯพ.ศ.2490 , ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซึ่งรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันพึงรู้ว่านำเข้ามา โดยไม่ถูกต้องตามพิธีการทางศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นและ สภ.เมืองเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113088</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าอาวุธออนไลน์, บช.สอท., ปืนเถื่อน, พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114dd6d3e4ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแจง&#039;ติวเข้มเสริมเขี้ยวเล็บ&#039;ตำรวจไซเบอร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - ที่อาคารประชุมสัมนาและฝึกอบรม บช.ก. เมืองทองธานี พล.ต.ท.กรไชย&amp;nbsp; คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&amp;nbsp; (ผบช.สอท.) เป็นประธานเปิด โครงการสัมมนาการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเบื้องต้น ให้แก่ข้าราชการตำรวจ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งใหม่ ในระดับ รอง สว. - ผบ.หมู่จำนวน 347 นาย ตั้งแต่วันที่ 15 - 16&amp;nbsp; มี.ค. 2564 โดยมี พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตอท. พร้อมคณะ เป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ บรรยายการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า โครงการดังกล่าว ดำเนินการตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ซึ่งมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะ ความรู้ความเข้าใจ ในพื้นฐานอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, แนวทางการทำงานของ บช.สอท., ความตระหนัก เรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์, มาตรการป้องกันและแก้ไขการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน ตลอดจน การยกระดับขีดความสามารถ ในการปฏิบัติภารกิจ อาทิ แนวทางการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการเก็บและรวบรวมพยานหลักฐานดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอดรับกับนโยบายการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้ง 5 ด้าน อันได้แก่ ด้านที่ 1 ประภทการหลอกลวงออนไลน์ทางด้านการเงิน (Scam หรือCallCenter), ด้านที่ 2 ประเภทการใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตในการซื้อขายสินค้า และสิ่งผิดกฎหมาย, ด้านที่ 3 ประเภทการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไชเบอร์, ด้านที่ 4 ประเภทการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก หรือสตรีทางอินเตอร์เน็ต การใช้อินตอร์เน็ตในการซื้อขายทางลามก อนจารเด็ก บริการทางเพศ และการค้ามนุษย์ และด้านที่ 5 ประเภทการพนันทางออนไลน์อาชญากรรมข้ามชาติ และงานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีความมุ่งหมาย ในการพัฒนาบุคคลกร ให้มีความสามารถ ในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาสนับสนุนการทำงานอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ จนสามารถสืบสวนสอบสวน ติดตามจับกุม ผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจน สามารถปกป้อง ประชาชน เยาวชน สังคม และประเทศชาติ ให้มีความปลอดภัยจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ ถือเป็นการขับเคลื่อนทิศทางการทำงานของ บช.สอท. ไม่ว่าจะเป็น อาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมพิเศษระหว่างประเทศ การก่อการร้ายทางไซเบอร์ การเงินดิจิทัล เว็บไซด์ใต้ดิน รวมถึงการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดต่าง ๆ ทางเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อาชญากรรมทางไซเบอร์ ถือเป็นความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายและการรับมือป้องกันในรูปแบบต่าง ๆ โดยต้องอาศัยทักษะความรู้ ในการป้องอาชญากรรมทางไซเบอร์, กระบวนการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการรวบรวมพยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ทางดิจิทัล เพื่อสามารถยืนยันการกระทำความผิดของอาชญากรทางไซเบอร์ ได้อย่างแน่ชัด ในขั้นตอนของการอำนวยยุติธรรมทางอาญาและลดความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมให้แก่ประชาชน สมดั่งวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ว่า &amp;ldquo;เป็นองค์กรสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมไซเบอร์อย่างมืออาชีพที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจไซเบอร์, บช.สอท., พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง, เทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604edb94d4f56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!รวบหนุ่มจีนยึดคอนโดหรูย่านบางนาเป็นแหล่งผลิตอาวุธสงครามของกลางเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.64 - เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 18 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.&amp;nbsp; พร้อม พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชุมพล&amp;nbsp; พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.มงคล&amp;nbsp; อ่อนแก้ว ผกก.สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ได้ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 148/2564 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เข้าทำการตรวจค้นภายในห้องพักเลขที่ 99 / 522 ชั้น 9 ดี อาคารชุดนูเวล 9 ธนาชิตี้ ตั้งอยู่ถนนบางนา-ตราด หลักกิโลเมตรที่ 14 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังจากที่สืบทราบมาว่าที่ห้องดังกล่าวมีชายชาวต่างชาติมาเช่าห้องลักลอบผลิตอาวุธสงคราม ประเภทปืนยาวและเครื่องกระสุนปืน รวมทั้งลูกระเบิด และประกาศขายบนอินสตาร์แกรมชื่อ dewain &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจค้นพบนาย Wu qiang&amp;nbsp; อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ถือหนังสือเดินทางเลขที่ E42927749 พักอาศัยอยู่ภายในห้องดังกล่าว และจากการตรวจค้นภายในห้องพบคลังแสงอาวุธปืนยาวซึ่งเป็นอาวุธสงครามชนิดต่าง ๆ จำนวน 6 กระบอกที่ประกอบเสร็จแล้ว และชิ้นส่วนประเภทลำกล้องปืนเล็กยาว (Assault Rifle) จำนวน 9 ลำ&amp;nbsp; วัตถุระเบิด จำนวน 2 ลูก&amp;nbsp; เครื่องกระสุน ขนาด 5.56&amp;nbsp; มิลลิเมตร จำนวนประมาณ 12,000 นัด แมกกาซีนของอาวุธปืนยาวจำนวน 11 อัน ยาเสพติดให้โทษประเภท (ยาไอช) น้ำหนักประมาณ 5 กรัม พร้อมอุปกรณ์เสพ จำนวน 1 ชุด อุปกรณ์อาวุธปืน ประเภท สลัก น็อต สกูล และอื่น ๆ จำนวนประมาณ 40 ชิ้น เครื่องกลึงขนาดเล็กจำนวน 1 เครื่อง และอุปกรณ์อื่นที่ใช้ในการแต่งชิ้นส่วนของอาวุธปืนสงครามอีกจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ได้สืบทราบมาว่ามีชายชาวจีนได้มีการประกาศขายอาวุธสงครามทางอินสตาร์แกรม ชื่อ dewain จึงได้ให้สายลับทำการติดต่อขอซื้อเครื่องกระสุนปืนและอาวุธปืนสงครามจากชายคนดังกล่าว ก่อนทำการติดตามเส้นทางและที่มาจนกระทั่งทราบว่าพักอาศัยอยู่ที่ห้องชุดนูเวล 9 ธนาชิตี้ ตั้งอยู่ถนนบางนา-ตราด หลักกิโลเมตรที่ 14 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงได้เข้าสืบสวนจนกระทั่งทราบเป็นที่แน่ชัดว่าชายคนดังกล่าวพักอาศัยและลักลอบผลิตอาวุธสงครามอยู่ภายในห้อง วันนี้จึงได้รวบรวมหลักฐานขอหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าทำการตรวจค้นพบนายWu qiang อยู่ในห้องและจากการตรวจค้นพบอาวุธปืนสงครามและอุปกรณ์ส่วนประกอบและเครื่องมือในการผลิตอาวุธปืนสงครามอยู่ภายในห้อง จึงคุมตัวนาย Wu qiang&amp;nbsp; เอาไว้ก่อนทำการสอบสวนขยายผลซึ่งนาย&amp;nbsp; Wu qiang&amp;nbsp; หนุ่มชาวจีน ยังให้การไม่ค่อยรู้เรื่องวกไปวนมา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะยังอยู่ในอาการมึนเมายาเสพติดที่เสพเข้าไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. เปิดเผยว่า&amp;nbsp; จากการติดตามดูพฤติกรรมของนาย Wu qiang&amp;nbsp; มาตลอดจนกระทั่งรู้จุดมอนิเตอร์ที่เขาอยู่เราก็เลยขอหมายเข้าทำการตรวจค้น ซึ่งได้เจออาวุธสงครามจำนวนมาก และจากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าอาวุธสงครามที่ตรวจพบ ทราบว่าเขาซื้อมาเป็นชิ้นส่วนประกับ ลำกล้อง พานท้ายปืน ซื้อแยกกันมาและนำมาประกอบ และมีการดัดแปลงจาก ขนาด7.62 มม. มาเป็นขนาด 5.56 มม. เพราะฉะนั้นกระสุนที่ตรวจพบกว่า 12,000 นัด เป็นขนาด 5.56 มม. ทั้งหมด นอกจากนั้นทุกอย่างที่ตรวจพบมาจากบราซิล ซึ่งท่าน ผบ.ตร.ได้สั่งให้ทำการตรวจสอบว่าสิ่งของที่ตรวจพบนำเข้ามาได้อย่างไร เพราะในห้องเราพบว่าอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในลังไม้ขนาดใหญ่ น่าเชื่อว่ามีการขนย้ายมาทางเรือ เพราะว่าทางเรือมีความอ่อนตัวการซีเคียวรีตี้น่าจะน้อย เพราะท่ามาทางเครื่องบินมันจะต้องผ่านเกรดต่าง ๆ หลายขั้นตอนจะเห็นได้ว่า อุปกรณ์ที่เขาใช้ แสดงว่าคนนี้เป็นคนที่มีความชำนาญด้านอาวุธปืน สามารถทำปืนที่สวยงามออกมาได้เป็นการประกอบกันเพื่อให้เป็นปืนสวยงาม อุปกรณ์ที่ใช้มีราคาและเป็นที่นิยม ซึ่งคนทำต้องมีความรู้ และสามารถเปลี่ยนแปลงขนาดของลำกล้องปืนได้ ทำเป็นคาบิน ทำเป็นเอเค และยังมีชิ้นส่วนอีกจำนวนหนึ่ง นี้คือความน่ากลัวของอาชญากร ที่มาแฝงตัวอยู่ในคอนโดเกิดเขามีระเบิดสัก 10 ลูกและระเบิดขึ้นมาสิ่งที่เกิดขึ้นมันอาจจะเลวร้ายกว่าที่คิดเพราะเขามีดินปืนที่มาจากกระสุนปืนอีกจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนผลิตอาวุธปืนสงครามที่ตรวจพบและขายในอินสตาร์แกรม และมีความรู้จบจากมาสเซอร์ดีกรี มาร์เกตติ้ง แต่เราก็ยังไม่เชื่อในบางเรื่องที่เขาพูดที่ไม่เป็นไทม์ไลน์ที่ถูกต้องลักษณะคล้ายโดดไปโดดมา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเกิดจากการเสพยา หลังจากนี้จะมีการสืบสวนขยายผลว่าใครเป็นคนส่งอุปกรณ์เหล่านี้มาเพราะของเหล่านี้เป็นอาวุธสงครามทั้งหมดกระสุนปืนที่ส่งมาส่งมาได้อย่างไรได้มาจากไหน และอุปกรณ์ทั้งประกับปืน อุปกรณ์ปืน แมกกาซีนปืน พวกนี้ไม่สร้างขึ้นมาเองเป็นการซื้อมาเพราะฉะนั้นต้องมีคนส่งมาสิ่งเหล่านี้เราต้องหาต่อ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว ซึ่งจะต้องสืบหาว่ามีใครเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บ้างซึ่งเราจะนำปืนเหล่านี้ไปทำการตรวจดีเอ็นเอว่าแต่ละคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเขามีใครบ้างและเส้นทางเข้าออกมาได้อย่างไร คือต้องดูในทุกเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93521</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าอาวุธสงคราม, พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602f1d277bdad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ก.ตร.&#039;ถกโผนายพล11ก.ย.&#039;ปิยะ&#039;รองผบ.ตร.&#039;บิ๊กแจง&#039;คุมไซเบอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.63-มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) นัดประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 8/2563 ในวันที่ 11 ก.ย.2563 เวลา 10.00 น.ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;โดยมีวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.)-ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2563 (ล็อต2)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า ในการประชุม ก.ตร.ครั้งนี้ จะมีการเสนอบัญชีแต่งตั้งแทนตำแหน่งว่าง 5 ตำแหน่งและแต่งตั้งตำแหน่งในกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.) 11 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 16 ตำแหน่ง โดยคาดว่าจะมีการเสนอชื่อ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นรต.38 ขึ้นเป็น รองผบ.ตร. แทนตำแหน่งของพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรองผบ.ตร. &amp;nbsp;พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ทรงเกียรติ วาทะกุล รอง ผบช.ภ.9 ขึ้นเป็น จตร.(สบ.8) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง จตร.(สบ.8) เป็น ผบช.สอท. หรือ ผบช.ไซเบอร์ และพล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผบช.ภ.3 เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76970</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., ตำรวจ, พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย, แต่งตั้งนายพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58cd3df06fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
