<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดฉากฆ่าแหม่ม บังหลีรับสารภาพ อ้างแค่‘ชิงทรัพย์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; แถลงปิดคดีฆ่าแหม่มสวิตเซอร์แลนด์นักท่องเที่ยวโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ จับ &amp;quot;บังหลี&amp;quot; วัย 27 ปี ฆาตกรสุดโหด รับสารภาพตลอดข้อหา อ้างร้อนเงินไม่ตั้งใจฆ่า สำนึกผิดขอโทษครอบครัวเหยื่อและคนไทย ตำรวจนำตัวไปทำแผนที่เกิดเหตุก่อนส่งฟ้องศาลตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต &amp;nbsp;(ภ.จว.ภูเก็ต) วันที่ 8 ส.ค. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.นันทเดช ย้อยนวล รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ รอง ผบช.ภ.8 ในฐานะรักษาการ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต แถลงผลการจับกุมนายธีรวัฒน์ หรือบังหลี ท่อทิพย์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่านักท่องเที่ยวหญิงชาวสวิตเซอร์แลนด์เสียชีวิตที่น้ำตกโตนอ่าวยน ต.วิชิต อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.นันทเดชกล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่าเมื่อวันที่ 3 ส.ค. เวลา 11.30 น. ผู้เสียชีวิตได้ออกจากโรงแรมที่พักบริเวณอ่าวยน ต.วิชิต อ.เมืองฯ จ.ภูเก็ต เพียงลำพัง โดยได้เดินเท้าไปตามถนนมุ่งหน้าไปยังน้ำตกโตนอ่าวยน และได้ไปถึงบริเวณทางขึ้น เวลา 11.49 น. โดยระหว่างทางมีกล้องวงจรปิดจับภาพผู้เสียชีวิตได้ตลอดเส้นทาง และไม่ได้กลับออกมาจากที่เกิดเหตุอีกเลย จากข้อมูลกล้องวงจรปิดบริเวณทางขึ้นน้ำตก พบผู้ต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นไปก่อนผู้เสียชีวิตจะมาถึงประมาณ 12 นาที และอีกประมาณ 3 ชั่วโมง ผู้ต้องสงสัยได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับออกจากที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตรวจสอบกล้องวงจรปิด CCTV ร้านบ้านสวนอ่าวยน ก่อนถึงทางขึ้นน้ำตกราว 93 เมตร ห้วงเวลา 00.00.00-19.00.00 น. ของวันที่ 3 ส.ค.64 พบมีการเข้า-ออกจากจุดดังกล่าว 68 ครั้ง ไม่พบว่ามีผู้ใดขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไปทางที่จอดรถแล้วกลับมาผ่านกล้องตัวดังกล่าวเกินกว่า 30 นาที เว้นแต่ชายไทยไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อสีดำ กางเกงขาสั้น ใส่แว่นกันแดด ขับขี่รถจักรยานยนต์สีแดง โดยขึ้นไปตั้งแต่เวลา 10:26:53 น. ก่อนผู้เสียชีวิต จะขึ้นไป (11:49:56 น.) เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 23 นาที 53 วินาที และกลับลงมา (13:06:07 น.) หลังจากผู้เสียชีวิตขึ้นไป 1 ชั่วโมง 17 นาที 13 วินาที ร่วมอยู่ในน้ำตก 2 ชั่วโมง 39 นาที 14 วินาที&amp;quot; พล.ต.ต.นันทเดชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ภ.8 กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ทะเบียน ขมข 493 ภูเก็ต ยี่ห้อฮอนด้า สีแดง มีนายธีรวัฒน์ ท่อทิพย์ อายุ 27 ปี เป็นผู้ขับขี่ อยู่บ้านเลขที่ 11/7 หมู่ 3 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต แต่มีที่พักอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ จึงเชิญตัวมาซักถาม เบื้องต้นให้การรับว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพวงจรปิด ตรวจตามร่างกายพบร่องรอยบาดแผลที่เพิ่งเกิดหลายแห่ง สภาพบาดแผลเกิดมา 4-5 วัน จากการซักถามพบพิรุธต้องสงสัย ให้ถ้อยคำไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงหลายประการ และให้การรับสารภาพในเวลาต่อมาว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าด้วยตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ต้องหาให้การว่าหลังจากที่ได้เดินขึ้นไปบริเวณชั้นบนของน้ำตก เมื่อได้เดินลงกลับมาพบผู้เสียชีวิตนั่งอยู่บริเวณโขดหิน ได้แอบดูอยู่สักครู่ แล้วได้เดินเข้าไปที่บริเวณด้านหลัง ใช้มือทั้งสองข้างล็อกคอผู้เสียชีวิตมีการต่อสู้และดิ้นรนตกลงไปบริเวณแอ่งน้ำด้วยกันจนผู้เสียชีวิตแน่นิ่ง จากนั้นได้จับผู้เสียชีวิตคว่ำหน้าและใช้พลาสติกสีเข้มที่อยู่ในบริเวณนั้นมาคลุมปิดศพไว้ และใช้ก้อนหินทับไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อไม่ให้ผู้ใดพบเห็น แล้วนำกระเป๋าเป้ของผู้ตายไปซ่อนไว้ที่บริเวณหลังต้นไม้ ส่วนรองเท้าโยนทิ้งห่างจากศพออกไป ก่อนหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ&amp;quot; รองผบช.ภ.8 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลจังหวัดภูเก็ตได้อนุมัติหมายจับกุมนายธีรวัฒน์ในข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยนายธีรวัฒน์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากการสอบสวนเพิ่มเติมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ไปรื้อค้นกระเป๋าเป้เอาทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเงินสดของผู้เสียชีวิตไปจำนวน 300 บาท พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.นันทเดชได้โทรศัพท์ (โฟนอิน) พูดคุยกับนายธีรวัฒน์ที่ถูกควบคุมตัวอยู่อีกห้อง โดยมีภรรยาและทนายความร่วมรับฟังอยู่ด้วย เพื่อให้นายธีรวัฒน์ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายธีรวัฒน์ได้พูดเป็นภาษาใต้ว่า ตนได้ขึ้นไปบนน้ำตกเพื่อจะหากล้วยไม้ป่าหรือของป่า แต่ไม่เจอกับต้นไม้ที่ต้องการ เลยเดินกลับลงมาและเจอกับฝรั่ง 1 คน เปลือยกายท่อนล่างอยู่ริมธาร ด้านข้างมีกระเป๋าเป้สีดำ ตนเองหวังว่าจะมีทรัพย์สินอยู่ในกระเป๋าเป้ เลยเข้าไปรัดคอผู้ตายจากด้านหลัง แต่ขัดขืนจึงเกิดการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันและตกลงไปในน้ำทั้ง 2 &amp;nbsp;คน ตนจึงรัดคอซ้ำจนผู้ตายหมดสติ และได้นำผ้าใบมาปิดคลุมร่างไว้และใช้ก้อนหินทับ หลังจากนั้นได้ไปแวะที่ขนำของเพื่อนและเจอเพื่อนฝูง โดยได้ให้เงินที่เหลืออีก 260 บาทไปซื้อกัญชาและบุหรี่มาเสพ จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับมาบ้านพักและใช้ชีวิตตามปกติ จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปนำตัวตนเองไปสอบสวน ตนจึงรับ สารภาพทุกอย่างที่กระทำลงไป และอยากขอโทษกับการกระทำที่ตนเองทำลงไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรวัฒน์ได้ตอบข้อซักถามจากสื่อมวลชนหลังทราบข่าวมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตรู้สึกอย่างไรบ้าง จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปนำตัวมาสอบสวน นายธีรวัฒน์ยอมรับว่าตกใจ โดยขณะที่พบผู้เสียชีวิตที่น้ำตกนั้นไม่ได้เสพยาเสพติด แต่ก่อนเกิดเหตุสัก 1 สัปดาห์เคยเสพยา และประสงค์แค่ทรัพย์สินของผู้ตายเท่านั้น โดยตนเดือดร้อนเรื่องเงินจากพิษโควิด-19 ตกงาน และมีรายได้น้อย เพียงรับจ้างตัดหญ้าสัปดาห์หนึ่งราว 1,000 บาท มีเงินก็ให้แฟนไปใช้จ่ายกับครอบครัวหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะชิงทรัพย์ไม่คิดว่าจะทำให้ผู้ตายถึงแก่ชีวิต อารมณ์ชั่ววูบ ไม่มีเจตนาที่จะฆ่านักท่องเที่ยว และอยากจะกราบขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตกับเหตุการณ์ที่กระทำลงไป ขอโอกาสคนไทยทั้งประเทศยกโทษด้วย ได้สำนึกผิดกับการกระทำที่ได้กระทำลงไป&amp;quot; ผู้ต้องหาระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ได้กล่าวเป็นภาษาอังกฤษถึงครอบครัวผู้สูญเสีย แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการสูญเสียในครั้งนี้ คงไม่มีอะไรจะมาทดแทนกับการสูญเสียในครั้งนี้ได้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าว พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, ว่าที่ พ.ต.อ.ประเทือง ผลมานะ ผกก.สภ.วิชิต คุมตัวนายธีรวัฒน์ หรือบังหลี ท่อทิพย์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดแรกหน้าป้ายน้ำตกเป็นจุดจอดรถจักรยานยนต์ จากนั้นได้เดินขึ้นไปที่บริเวณน้ำตกเป็นจุดที่สองในการหาของป่า ส่วนจุดที่สามเป็นที่เกิดเหตุใช้สำหรับก่อเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมผู้ต้องหาลงมาจากน้ำตกขึ้นรถตู้ตำรวจออกอย่างรวดเร็วก่อนที่นำตัวกลับไปสอบสวนปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.วิชิตเพื่อที่จะนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้อง ฝากขังที่ศาล จ.ภูเก็ต ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปยังที่ทำแผน และระหว่างที่นำตัวผู้ต้องหากลับไปยัง สภ.วิชิต ทางสื่อมวลชนได้สอบถามนายธีวัฒน์ถึงมูลเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ ซึ่งทางผู้ต้องหาตอบเพียงสั้นๆ ว่า ผมขอโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติ นายธีรวัฒน์เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง จ.ภูเก็ต จับกุมเมื่อวันที่ 5 ต.ค.63 ในความผิดครอบครองยาเสพติดให้โทษ (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ตามคดีอาญาที่ 1278/2563 ลง 5 ตุลาคม 2563 &amp;nbsp;ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 9 เดือน ปรับ 15,000 บาท โทษจำคุก รอลงอาญา 2 ปี อยู่ระหว่างคุมความประพฤติ 1 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112644</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, รับสารภาพตลอดข้อหา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แถลงปิดคดีฆ่าแหม่มสวิตเซอร์แลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e60299c35f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ใส่ชุดกันโควิด ทำแผนโจรชิงทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจตามจับคนร้ายควงปืนบุกชิงทองจากร้านทองในตัวเมืองนครศรีธรรมราช หลังหนีไปกบดานที่บ้านแม่ที่กระทุ่มแบน ผวากันทั้งทีมเพราะเป็นแหล่งแพร่ระบาดโควิดล่าสุด วัดไข้ ใส่หน้ากากนำตัวไปทำแผน ขณะที่ตำรวจเองต้องสวมชุดพีพีอี ป้องกันรัดกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันที่ 21 ธันวาคมนี้ ตำรวจ สภ.ชะเมา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช คุมตัวนายรณชัยหรือโอ๊ค ไชยมุข อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 333/5 หมู่ที่ 1 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพหลังก่อเหตุมีปืนเป็นอาวุธ บุกชิงทองในร้านค้าทองซีกวงกรุ๊ป (ใบบัว) สาขาสี่แยกนาหลวง เลขที่ 118 ถนนนครศรีธรรมราช-ปากพนัง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายรณชัยใช้ปืนพกขนาด .380 จี้พนักงานร้านทองคำซีกวงกรุ๊ป (ใบบัว) ชิงสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท รวม 2 เส้น หลบหนีไป ต่อมาตำรวจติดตามจับกุมนายรณชัยได้ที่บ้านเลขที่ 99/7 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. พร้อมของกลาง คืออาวุธปืนพก รวมทั้งชุดเสื้อกันเปื้อนพนักงานไก่ย่าง 5 ดาว รองเท้าผ้าใบ กางเกงยีนส์ ที่คนร้ายใส่ก่อเหตุ รวมทั้งสร้อยคอ 2 เส้นน้ำหนัก 4 บาท สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ตำรวจต้องวัดไข้ผู้ต้องหา พร้อมใช้มาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น เนื่องจากมีการจับกุมนายรณชัยจากพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ในขณะนี้ โดยตำรวจพนักงานสอบสวนได้สวมชุด PPE หรืออุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) เพื่อป้องกันโรคโควิด อีกทั้งเว้นระยะห่างมากกว่าปกติสำหรับสื่อมวลชนและไทยมุงที่ติดตามดูการทำแผน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนของนายรณชัยผู้ต้องหา ตำรวจได้ให้สวมชุดพนักงานขายไก่ย่างเหมือนวันเกิดเหตุ แต่สวมใส่หน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลา โดยหลังจากทำแผนประกอบรับสารภาพเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหากลับโรงพัก เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ให้การว่าไม่ได้เป็นพนักงานขายของร้านแฟรนไซส์ไก่ย่างชื่อดัง แต่เนื่องจากแม่เคยเป็นแฟรนไซส์ของร้านไก่ย่างดังกล่าว จึงอำพรางแต่งชุดพนักงานขายไก่ย่างทำทีเข้าไปในร้านทอง เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือว่าเป็นคนมีงานทำเป็นหลักแหล่ง หลังก่อเหตุระหว่างการหลบหนีได้เห็นภาพข่าวของตัวเองทางทีวีช่องต่างๆ และสื่อโซเชียล จึงตัดสินใจหลบหนีขึ้นรถทัวร์ไปกบดานบ้านแม่ที่ จ.สมุทรสาคร จนถูกตำรวจตามจับกุมได้ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบช.ภ.8 กล่าวว่า เป็นความสำเร็จของตำรวจชุดสืบสวนทั้งสามหน่วยที่สนธิกำลังกันทำงานจนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาได้อย่างเร็วไว และได้สร้อยคอทองคำกลับมาครบ โดยมูลเหตุจูงใจที่คนร้ายก่อเหตุเพื่อต้องเงินไปซื้อคอมพิวเตอร์และนำเงินไปจ่ายค่าหอพัก โดยมีประวัติเคยเสพยาเสพติดอีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87609</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์, รณชัย ไชยมุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe09539f36a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
